๔. การณปาลีสุตฺตวณฺณนา
๑๙๔. จตุตฺเถ ปณฺฑิโต มญฺเญติ เอตฺถ มญฺเญติ อิทํ ‘‘มญฺญตี’’ติ อิมินา สมานตฺถํ นิปาตปทํ. ตสฺส อิติ-สทฺทํ อาเนตฺวา อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปณฺฑิโตติ มญฺญตี’’ติ อาห. อนุมติปุจฺฉาวเสน เจตํ วุตฺตํ. เตเนวาห ‘‘อุทาหุ โน’’ติ. ‘‘ตํ กึ มญฺญติ ภวํ ปิงฺคิยานี สมณสฺส โคตมสฺส ปญฺญาเวยฺยตฺติย’’นฺติ วุตฺตเมวตฺถํ ปุน คณฺหนฺโต ‘‘ปณฺฑิโต มญฺเญ’’ติ อาห, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ภวํ ปิงฺคิยานี สมณํ โคตมํ ปณฺฑิโตติ มญฺญติ อุทาหุ โน’’ติ, ยถา เต ขเมยฺย, ตถา นํ กเถหีติ อธิปฺปาโย. อหํ โก นาม, มม อวิสโย เอโสติ ทสฺเสติ. โก จาติ เหตุนิสฺสกฺเก ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘กุโต จา’’ติ. ตถา จาห ‘‘เกน การเณน ชานิสฺสามี’’ติ, เยน การเณน สมณสฺส โคตมสฺส ปญฺญาเวยฺยตฺติยํ ชาเนยฺยํ, ตํ การณํ มยิ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. พุทฺโธเยว ภเวยฺย อพุทฺธสฺส สพฺพถา พุทฺธญาณานุภาวํ ชานิตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตาติ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อปฺปมตฺตกํ ปเนตํ, ภิกฺขเว, โอรมตฺตกํ สีลมตฺตกํ, เยน ปุถุชฺชโน ตถาคตสฺส วณฺณํ วทมาโน วเทยฺย (ที. นิ. ๑.๗). อตฺถิ, ภิกฺขเว, อญฺเญว ธมฺมา คมฺภีรา ทุทฺทสา ทุรนุโพธา…เป… เยหิ ตถาคตสฺส ยถาภูตํ วณฺณํ สมฺมา วทมาโน วเทยฺยา’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๘) จ. เอตฺถาติ ‘‘โสปิ นูนสฺส ตาทิโส’’ติ เอตสฺมึ ปเท.
ปสตฺถปฺปสตฺโถติ ปสตฺเถหิ ปาสํเสหิ อตฺตโน คุเณเหว โส ปสตฺโถ, น ตสฺส กิตฺตินา, ปสํสาสภาเวเนว ปาสํโสติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘สพฺพคุณาน’’นฺติอาทิ. มณิรตนนฺติ จกฺกวตฺติโน มณิรตนํ.
สเทวเก ปาสํสานมฺปิ ปาสํโสติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปสตฺเถหิ วา’’ติ ทุติยวิกปฺโป คหิโต. อรณียโต อตฺโถ, โส เอว วสตีติ วโสติ อตฺถวโส. ตสฺส ตสฺส ปโยคสฺส อานิสํสภูตํ ผลนฺติ อาห ‘‘อตฺถวสนฺติ อตฺถานิสํส’’นฺติ. อตฺโถ วา ผลํ ตทธีนวุตฺติตาย วโส เอตสฺสาติ อตฺถวโส, การณํ.
ขุทฺทกมธูติ ขุทฺทกมกฺขิกาหิ กตทณฺฑกมธุ. อเนฬกนฺติ นิทฺโทสํ อปคตมกฺขิกณฺฑกํ.
อุทาหรียติ อุพฺเพคปีติวเสนาติ อุทานํ, ตถา วา อุทาหรณํ อุทานํ. เตนาห ‘‘อุทาหารํ อุทาหรี’’ติ. ยถา ปน ตํ วจนํ อุทานนฺติ วุจฺจติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
การณปาลีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.