๑. อวชานาติสุตฺตวณฺณนา
๑๔๑. ปญฺจมสฺส ปฐเม ทตฺวา อวชานาตีติ เอตฺถ เอโก ภิกฺขุ มหาปุญฺโญ จตุปจฺจยลาภี โหติ, โส จีวราทีนิ ลภิตฺวา อญฺญํ อปฺปปุญฺญํ อาปุจฺฉติ. โสปิ ตสฺมึ ปุนปฺปุนํ อาปุจฺฉนฺเตปิ คณฺหาติเยว. อถสฺส อิตโร โถกํ กุปิโต หุตฺวา มงฺกุภาวํ อุปฺปาเทตุกาโม วทติ ‘‘อยํ อตฺตโน ธมฺมตาย จีวราทีนิ น ลภติ, อเมฺห นิสฺสาย ลภตี’’ติ. เอวมฺปิ ทตฺวา อวชานาติ นาม. เอโก ปน เอเกน สทฺธึ เทฺว ตีณิ วสฺสานิ วสนฺโต ปุพฺเพ ตํ ปุคฺคลํ ครุํ กตฺวา คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล จิตฺตีการํ น กโรติ, อาสนนิสินฺนฏฺฐานมฺปิ น คจฺฉติ. อยมฺปิ ปุคฺคโล สํวาเสน อวชานาติ นาม. อาเธยฺยมุโขติ อาทิโต เธยฺยมุโข, ปฐมวจนสฺมึเยว ฐปิตมุโขติ อตฺโถ. ตตฺถายํ นโย – เอโก ปุคฺคโล สารุปฺปํเยว ภิกฺขุํ ‘‘อสารุปฺโป เอโส’’ติ กเถติ. ตํ สุตฺวา เอส นิฏฺฐํ คจฺฉติ, ปุน อญฺเญน สภาเคน ภิกฺขุนา ‘‘สารุปฺโป อย’’นฺติ วุตฺเตปิ ตสฺส วจนํ น คณฺหาติ. อสุเกน นาม ‘‘อสารุปฺโป อย’’นฺติ อมฺหากํ กถิตนฺติ ปุริมภิกฺขุโนว กถํ คณฺหาติ. อปโรปิสฺส ทุสฺสีลํ ‘‘สีลวา’’ติ กเถติ. ตสฺส วจนํ สทฺทหิตฺวา ปุน อญฺเญน ‘‘อสารุปฺโป เอโส ภิกฺขุ, นายํ ตุมฺหากํ สนฺติกํ อุปสงฺกมิตุํ ยุตฺโต’’ติ วุตฺเตปิ ตสฺส วจนํ อคฺคเหตฺวา ปุริมํเยว กถํ คณฺหาติ. อปโร วณฺณมฺปิ กถิตํ คณฺหาติ, อวณฺณมฺปิ กถิตํ คณฺหาติเยว. อยมฺปิ อาเธยฺยมุโขเยว นาม อาธาตพฺพมุโข, ยํ ยํ สุณาติ, ตตฺถ ตตฺถ ฐปิตมุโขติ อตฺโถ.
โลโลติ สทฺธาทีนํ อิตฺตรกาลปฺปติตตฺตา อสฺสทฺธิยาทีหิ ลุลิตภาเวน โลโล. อิตฺตรภตฺตีติอาทีสุ ปุนปฺปุนํ ภชเนน สทฺธาว ภตฺติเปมํ. สทฺธาเปมมฺปิ เคหสฺสิตเปมมฺปิ วฏฺฏติ, ปสาโท สทฺธาปสาโท. เอวํ ปุคฺคโล โลโล โหตีติ เอวํ อิตฺตรสทฺธาทิตาย ปุคฺคโล โลโล นาม โหติ. หลิทฺทิราโค วิย, ถุสราสิมฺหิ โกฏฺฏิตขานุโก วิย, อสฺสปิฏฺฐิยํ ฐปิตกุมฺภณฺฑํ วิย จ อนิพทฺธฏฺฐาเน มุหุตฺเตน กุปฺปติ. มนฺโท โมมูโหติ อญฺญาณภาเวน มนฺโท, อวิสยตาย โมมูโห, มหามูโฬฺหติ อตฺโถ.
อวชานาติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.