๔. ยสฺสํทิสํสุตฺตวณฺณนา
๑๓๔. จตุตฺเถ ‘‘อุภโต สุชาโต’’ติ เอตฺตเก วุตฺเต เยหิ เกหิจิ ทฺวีหิ ภาเคหิ สุชาตตา ปญฺญาเปยฺย, สุชาต-สทฺโท จ ‘‘สุชาโต จารุทสฺสโน’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๓๙๙; สุ. นิ. ๕๕๓; เถรคา. ๘๑๘) อาโรหสมฺปตฺติปริยาโยติ ชาติวเสน สุชาตตํ วิภาเวตุํ ‘‘มาติโต จ ปิติโต จา’’ติ วุตฺตํ. อโนรสปุตฺตวเสนปิ โลเก มาตุปิตุสมญฺญา ทิสฺสติ, อิธ ปน สา โอรสปุตฺตวเสน อิจฺฉิตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สํสุทฺธคฺคหณิโก’’ติ วุตฺตํ. คพฺภํ คณฺหาติ ธาเรตีติ คหณี, คพฺภาสยสญฺญิโต มาตุกุจฺฉิปฺปเทโส. เตนาห ‘‘สํสุทฺธาย มาตุกุจฺฉิยา สมนฺนาคโต’’ติ. ยถาภุตฺตสฺส อาหารสฺส วิปาจนวเสน คณฺหนโต อฉฑฺฑนโต คหณี, เตโชธาตุ. ปิตา จ มาตา จ ปิตโร. ปิตูนํ ปิตโร ปิตามหา. เตสํ ยุโค ปิตามหยุโค, ตสฺมา ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา, ปิตามหทฺวนฺทาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอวญฺหิ ปิตามหคฺคหเณเนว มาตามโหปิ คหิโตติ โส อฏฺฐกถายํ วิสุํ น อุทฺธโต. ยุค-สทฺโท เจตฺถ เอกเสสนเยน ทฏฺฐพฺโพ ‘‘ยุโค จ ยุโค จ ยุโค’’ติ. เอวญฺหิ ตตฺถ ตตฺถ ทฺวินฺนํ คหิตเมว โหติ. เตนาห ‘‘ตโต อุทฺธํ สพฺเพปิ ปุพฺพปุริสา ปิตามหคฺคหเณเนว คหิตา’’ติ. ปุริสคฺคหณญฺเจตฺถ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทสวเสน กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺหิ ‘‘มาติโต’’ติ ปาฬิวจนํ สมตฺถิตํ โหติ.
อกฺขิตฺโตติ อปฺปตฺตกฺเขโป. อนวกฺขิตฺโตติ สมฺปตฺตวิวาทาทีสุ น อวกฺขิตฺโต น ฉฑฺฑิโต. ชาติวาเทนาติ เหตุมฺหิ กรณวจนนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘เกน การเณนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ จ ‘‘อุภโต…เป… ปิตามหยุคา’’ติ เอเตน ขตฺติยสฺส โยนิโทสาภาโว ทสฺสิโต สํสุทฺธคฺคหณิกภาวกิตฺตนโต. ‘‘อกฺขิตฺโต’’ติ อิมินา กิริยาปราธาภาโว. กิริยาปราเธน หิ สตฺตา เขปํ ปาปุณนฺติ. ‘‘อนุปกฺกุฏฺโฐ’’ติ อิมินา อยุตฺตสํสคฺคาภาโว. อยุตฺตสํสคฺคญฺหิ ปฏิจฺจ สตฺตา อกฺโกสํ ลภนฺติ.
อฑฺฒตา นาม วิภวสมฺปนฺนตา, สา ตํ ตํ อุปาทายุปาทาย วุจฺจตีติ อาห ‘‘โย โกจิ อตฺตโน สนฺตเกน วิภเวน อฑฺโฒ โหตี’’ติ. ตถา มหทฺธนตาปีติ ตํ อุกฺกํสคตํ ทสฺเสตุํ ‘‘มหตา อปริมาณสงฺเขน ธเนน สมนฺนาคโต’’ติ วุตฺตํ. ภุญฺชิตพฺพโต ปริภุญฺชิตพฺพโต วิเสสโต กามา โภคา นามาติ อาห ‘‘ปญฺจกามคุณวเสนา’’ติ. โกฏฺฐํ วุจฺจติ ธญฺญสฺส อาวสนฏฺฐานํ, โกฏฺฐภูตํ อคารํ โกฏฺฐาคารํ. เตนาห ‘‘ธญฺเญน จ ปริปุณฺณโกฏฺฐาคาโร’’ติ. เอวํ สารคพฺภํ โกโส, ธญฺญปริฏฺฐปนฏฺฐานญฺจ โกฏฺฐาคารนฺติ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตโต อญฺญถา ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยถา อสิโน ติกฺขภาวปริหารโก ปฏิจฺฉโท ‘‘โกโส’’ติ วุจฺจติ. เอวํ รญฺโญ ติกฺขภาวปริหารํ กตฺวา จตุรงฺคินี เสนา โกโสติ อาห ‘‘จตุพฺพิโธ โกโส หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺตี’’ติ. วตฺถโกฏฺฐาคารคฺคหเณเนว สพฺพสฺสปิ ภณฺฑฏฺฐปนฏฺฐานสฺส คหิตตฺตา ‘‘ติวิธํ โกฏฺฐาคาร’’นฺติ วุตฺตํ.
ยสฺสา ปญฺญาย วเสน ปุริโส ‘‘ปณฺฑิโต’’ติ วุจฺจติ, ตํ ปณฺฑิจฺจนฺติ อาห ‘‘ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต’’ติ. ตํตํอิติกตฺตพฺพตาสุ เฉกภาโว พฺยตฺตภาโว เวยฺยตฺติยํ. สมฺโมหํ หึสติ วิธมตีติ เมธา, สา เอตสฺส อตฺถีติ เมธาวี. ฐาเน ฐาเน อุปฺปตฺติ เอติสฺสา อตฺถีติ ฐานุปฺปตฺติ, ฐานโส อุปฺปชฺชนปญฺญา. วฑฺฒิอตฺเถติ วฑฺฒิสงฺขาเต อตฺเถ.
ยสฺสํทิสํสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.