๕. พฺรหฺมจริยสุตฺตวณฺณนา

๒๕. ปญฺจเม นยิทนฺติ เอตฺถ น-อิติ ปฏิเสเธ นิปาโต, ตสฺส ‘‘วุสฺสตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ ‘‘น วุสฺสตี’’ติ, ย-กาโร ปทสนฺธิกโร. อิทํ-สทฺโท ‘‘เอกมิทาหํ, ภิกฺขเว, สมยํ อุกฺกฏฺฐายํ วิหรามิ สุภควเน สาลราชมูเล’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๙๑; ม. นิ. ๑.๕๐๑) นิปาตมตฺตํ, ‘‘อิทํ โข ตํ, ภิกฺขเว, อปฺปมตฺตกํ สีลมตฺตก’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๗) ยถาวุตฺเต อาสนฺนปจฺจกฺเข อาคโต.

‘‘อิทญฺหิ ตํ เชตวนํ, อิสิสงฺฆนิเสวิตํ;

อาวุตฺถํ ธมฺมราเชน, ปีติสญฺชนนํ มมา’’ติ. (ม. นิ. ๓.๓๘๗-๓๘๘; สํ. นิ. ๑.๔๘, ๑๐๑) –

อาทีสุ วกฺขมาเน อาสนฺนปจฺจกฺเข. อิธาปิ วกฺขมาเนเยว อาสนฺนปจฺจกฺเข ทฏฺฐพฺโพ.

พฺรหฺมจริย-สทฺโท –

‘‘กึ เต วตํ กึ ปน พฺรหฺมจริยํ,

กิสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก;

อิทฺธี ชุตี พลวีริยูปปตฺติ,

อิทญฺจ เต นาค มหาวิมานํ.

‘‘อหญฺจ ภริยา จ มนุสฺสโลเก,

สทฺธา อุโภ ทานปตี อหุมฺหา;

โอปานภูตํ เม ฆรํ ตทาสิ,

สนฺตปฺปิตา สมณพฺราหฺมณา จ.

‘‘ตํ เม วตํ ตํ ปน พฺรหฺมจริยํ,

ตสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก;

อิทฺธี ชุตี พลวีริยูปปตฺติ,

อิทญฺจ เม วีร มหาวิมาน’’นฺติ. –

อิมสฺมึ ปุณฺณกชาตเก (ชา. ๒.๒๒.๑๕๙๕) ทาเน อาคโต.

‘‘เกน ปาณิ กามทโท, เกน ปาณิ มธุสฺสโว;

เกน เต พฺรหฺมจริเยน, ปุญฺญํ ปาณิมฺหิ อิชฺฌตี’’ติ. –

อิมสฺมึ องฺกุรเปตวตฺถุสฺมึ (เป. ว. ๒๗๕, ๒๗๗) เวยฺยาวจฺเจ.

‘‘เอวํ โข ตํ, ภิกฺขเว, ติตฺติริยํ นาม พฺรหฺมจริยํ อโหสี’’ติ อิมสฺมึ ติตฺติรชาตเก (จูฬว. ๓๑๑) ปญฺจสิกฺขาปทสีเล.

‘‘ตํ โข ปน เม, ปญฺจสิข, พฺรหฺมจริยํ เนว นิพฺพิทาย น วิราคาย…เป… ยาวเทว พฺรหฺมโลกูปปตฺติยา’’ติ อิมสฺมึ มหาโควินฺทสุตฺเต (ที. นิ. ๒.๓๒๙) พฺรหฺมวิหาเร.

‘‘ปเร อพฺรหฺมจารี ภวิสฺสนฺติ, มยเมตฺถ พฺรหฺมจารี ภวิสฺสามา’’ติ อิมสฺมึ สลฺเลขสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๘๓) เมถุนวิรติยํ.

‘‘มยญฺจ ภริยา นาติกฺกมาม,

อเมฺห จ ภริยา นาติกฺกมนฺติ;

อญฺญตฺร ตาหิ พฺรหฺมจริยํ จราม,

ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา น มียเร’’ติ. –

อิมสฺมึ มหาธมฺมปาลชาตเก (ชา. ๑.๑๐.๙๗) สทารสนฺโตเส.

‘‘อภิชานามิ โข ปนาหํ, สาริปุตฺต, จตุรงฺคสมนฺนาคตํ พฺรหฺมจริยํ จริตา, ตปสฺสี สุทํ โหมี’’ติ โลมหํสสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๑๕๕) วีริเย.

‘‘หีเนน พฺรหฺมจริเยน, ขตฺติเย อุปปชฺชติ;

มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ, อุตฺตเมน วิสุชฺฌตี’’ติ. –

นิมิชาตเก (ชา. ๒.๒๒.๔๒๙) อตฺตทมนวเสน กเต อฏฺฐงฺคิเก อุโปสเถ.

‘‘อิทํ โข ปน เม, ปญฺจสิข, พฺรหฺมจริยํ เอกนฺตนิพฺพิทาย วิราคาย…เป… อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค’’ติ มหาโควินฺทสุตฺเตเยว (ที. นิ. ๒.๓๒๙) อริยมคฺเค.

‘‘ตยิทํ พฺรหฺมจริยํ อิทฺธญฺเจว ผีตญฺจ วิตฺถาริกํ พาหุชญฺญํ ปุถุภูตํ ยาว เทวมนุสฺเสหิ สุปฺปกาสิต’’นฺติ ปาสาทิกสุตฺเต (ที. นิ. ๓.๑๗๔) สิกฺขตฺตยสงฺคหิเต สกลสฺมึ สาสเน. อิธาปิ อริยมคฺเค สาสเน จ วตฺตติ.

วุสฺสตีติ วุสียติ, จรียตีติ อตฺโถ. ชนกุหนตฺถนฺติ ‘‘อโห อยฺโย สีลวา วตฺตสมฺปนฺโน อปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐ มหิทฺธิโก มหานุภาโว’’ติอาทินา ชนสฺส สตฺตโลกสฺส วิมฺหาปนตฺถํ. เกจิ ปน ‘‘กุหนตฺถนฺติ ปาปิจฺฉสฺส อิจฺฉาปกตสฺส สโต สามนฺตชปฺปนอิริยาปถนิสฺสิตปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาเตน ติวิเธน กุหนวตฺถุนา กุหกภาเวน ชนสฺส วิมฺหาปนตฺถ’’นฺติ วทนฺติ. อิธาปิ อยเมวตฺโถ ทสฺสิโต. เตเนวาห ‘‘ตีหิ กุหนวตฺถูหิ ชนสฺส กุหนตฺถายา’’ติ, ชนสฺส วิมฺหาปนตฺถายาติ อตฺโถ. ชนลาปนตฺถนฺติ ‘‘เอวรูปสฺส นาม อยฺยสฺส ทินฺนํ มหปฺผลํ ภวิสฺสตี’’ติ ปสนฺนจิตฺเตหิ ‘‘เกนตฺโถ, กึ อาหรียตู’’ติ วทาปนตฺถํ. ‘‘ชนลปนตฺถ’’นฺติปิ ปฐนฺติ, ตสฺส ปาปิจฺฉสฺส สโต ปจฺจยตฺถํ ปริกโถภาสาทิวเสน ลปนภาเวน อุปลาปกภาเวน ชนสฺส ลปนตฺถนฺติ อตฺโถ. เตเนวาห ‘‘น ชนลปนตฺถนฺติ น ชนสฺส อุปลาปนตฺถ’’นฺติ.

น อิติวาทปฺปโมกฺขานิสํสตฺถนฺติ เอตฺถ ‘‘น ลาภสกฺการสิโลกานิสํสตฺถ’’นฺติปิ ปฐนฺติ. ตตฺถ ยฺวายํ ‘‘อากงฺเขยฺย เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ‘ลาภี อสฺสํ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาราน’นฺติ, สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี’’ติ (ม. นิ. ๑.๖๕) สีลานิสํสภาเวน วุตฺโต จตุปจฺจยลาโภ จ. จตุนฺนํ ปจฺจยานํ สกฺกจฺจทานสงฺขาโต อาทรพหุมานครุกรณสงฺขาโต จ สกฺกาโร, โย จ ‘‘สีลสมฺปนฺโน พหุสฺสุโต สุตธโร อารทฺธวีริโย’’ติอาทินา นเยน อุคฺคจฺฉนกถุติโฆสสงฺขาโต สิโลโก พฺรหฺมจริยํ วสนฺตานํ ทิฏฺฐธมฺมิโก อานิสํโส, ตทตฺถนฺติ อตฺโถ. เกจิ ปน ‘‘ลาภสกฺการสิโลกานิสํสตฺถนฺติ ปาปิจฺฉสฺเสว สโต ลาภาทิครุตาย ลาภสกฺการสิโลกสงฺขาตสฺส อานิสํสสฺส อุทยสฺส นิปฺผาทนตฺถ’’นฺติ เอวมตฺถํ วทนฺติ.

น อิติ มํ ชโน ชานาตูติ เอวํ พฺรหฺมจริยวาเส สติ ‘‘สีลวา กลฺยาณธมฺโม’’ติอาทินา มํ โลโก ชานาตุ สมฺภาเวตูติ อตฺตโน สนฺตคุณวเสน สมฺภาวนตฺถมฺปิ น อิทํ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ สมฺพนฺโธ. เกจิ ปน ‘‘ปาปิจฺฉสฺส สโต อสนฺตคุณสมฺภาวนาธิปฺปาเยน ‘อิติ เอวํคุโณติ มํ โลโก ชานาตู’ติ น อิทํ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตี’’ติ เอวเมตฺถ อตฺถํ วทนฺติ. สพฺพตฺถาปิ ปเนตฺถ ปุริโม ปุริโมเยว อตฺถวิกปฺโป สุนฺทรตโร.

อถ โขติ เอตฺถ อถาติ อญฺญตฺเถ นิปาโต, โขติ อวธารเณ. เตน กุหนาทิโต อญฺญทตฺถํเยว อิทํ, ภิกฺขเว, พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ทสฺเสติ. อิทานิ ตํ ปโยชนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สํวรตฺถํ ปหานตฺถ’’นฺติ อาห. ตตฺถ ปญฺจวิโธ สํวโร – ปาติโมกฺขสํวโร, สติสํวโร, ญาณสํวโร, ขนฺติสํวโร, วีริยสํวโรติ. ‘‘อิติ อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต’’ติอาทินา (วิภ. ๕๑๑) นเยน อาคโต อยํ ปาติโมกฺขสํวโร, สีลสํวโรติปิ วุจฺจติ. ‘‘รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๙๕; สํ. นิ. ๔.๒๓๙; อ. นิ. ๓.๑๖) อาคโต อยํ สติสํวโร.

‘‘ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ, สติ เตสํ นิวารณํ;

โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ, ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๔๑; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส ๔; เนตฺติ. ๔.๑๑, ๔๕) –

อาคโต อยํ ญาณสํวโร. ‘‘ขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺสา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๔; อ. นิ. ๔.๑๑๔; ๖.๕๘) นเยน อาคโต อยํ ขนฺติสํวโร.

‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๖; อ. นิ. ๔.๑๑๔; ๖.๕๘) นเยน อาคโต อยํ วีริยสํวโร.

อตฺถโต ปน ปาณาติปาตาทีนํ ปชหนวเสน วตฺตปฺปฏิวตฺตานํ ปูรณวเสน จ ปวตฺตา เจตนา เจว วิรติ จ. สงฺเขปโต สพฺโพ กายวจีสํยโม, วิตฺถารโต สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ อวีติกฺกโม สีลสํวโร. สติ เอว สติสํวโร, สติปฺปธานา วา กุสลา ขนฺธา. ญาณเมว ญาณสํวโร. อธิวาสนวเสน อโทโส, อโทสปฺปธานา วา ตถาปวตฺตา กุสลา ขนฺธา ขนฺติสํวโร, ปญฺญาติ เอเก. กามวิตกฺกาทีนํ อภิภวนวเสน ปวตฺตํ วีริยเมว วีริยสํวโร. เตสุ ปฐโม กายทุจฺจริตาทีสุ ทุสฺสีลสฺส สํวรณโต สํวโร, ทุติโย มุฏฺฐสฺสจฺจสฺส, ตติโย อญฺญาณสฺส, จตุตฺโถ อกฺขนฺติยา, ปญฺจโม โกสชฺชสฺส สํวรณโต ปิทหนโต สํวโรติ เวทิตพฺโพ. เอวเมตสฺส สํวรสฺส อตฺถาย สํวรตฺถํ สํวรนิปฺผาทนตฺถนฺติ อตฺโถ.

ตีหิ ปหาเนหีติ ตทงฺควิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทสงฺขาเตหิ ตีหิ ปหาเนหิ. ปญฺจวิธปฺปหานมฺปิ อิธ วตฺตุํ วฏฺฏติเยว. ปญฺจวิธญฺหิ ปหานํ ตทงฺควิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทปฺปฏิปฺปสฺสทฺธินิสฺสรณวเสน. ตตฺถ ยํ ทีปาโลเกเนว ตมสฺส ปฏิปกฺขภาวโต อโลภาทีหิ โลภาทิกสฺส นามรูปปริจฺเฉทาทิวิปสฺสนาญาเณหิ ตสฺส ตสฺส อนตฺถสฺส ปหานํ, เสยฺยถิทํ – ปริจฺจาเคน โลภาทิมลสฺส, สีเลน ปาณาติปาตาทิทุสฺสีลฺยสฺส, สทฺธาทีหิ อสฺสทฺธิยาทิกสฺส, นามรูปววตฺถาเนน สกฺกายทิฏฺฐิยา, ปจฺจยปริคฺคเหน อเหตุวิสมเหตุทิฏฺฐีนํ, ตสฺเสว อปรภาเคน กงฺขาวิตรเณน กถํกถีภาวสฺส, กลาปสมฺมสเนน อหํมมาติ คาหสฺส, มคฺคามคฺคววตฺถาเนน อมคฺเค มคฺคสญฺญาย, อุทยทสฺสเนน อุจฺเฉททิฏฺฐิยา, วยทสฺสเนน สสฺสตทิฏฺฐิยา, ภยทสฺสเนน สภเย อภยสญฺญาย, อาทีนวทสฺสเนน อสฺสาทสญฺญาย, นิพฺพิทานุปสฺสเนน อภิรติสญฺญาย, มุจฺจิตุกมฺยตาญาเณน อมุจฺจิตุกมฺยตาย, อุเปกฺขาญาเณน อนุเปกฺขาย, อนุโลเมน ธมฺมฏฺฐิติยํ นิพฺพาเน จ ปฏิโลมภาวสฺส, โคตฺรภุนา สงฺขารนิมิตฺตคฺคาหสฺส ปหานํ, เอตํ ตทงฺคปฺปหานํ นาม.

ยํ ปน อุปจารปฺปนาเภเทน สมาธินา ปวตฺติภาวนิวารณโต ฆฏปฺปหาเรเนว อุทกปิฏฺเฐ เสวาลสฺส, เตสํ เตสํ นีวรณาทิธมฺมานํ ปหานํ, เอตํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ นาม. ยํ จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ ภาวิตตฺตา ตํตํมคฺควโต อตฺตโน สนฺตาเน ‘‘ทิฏฺฐิคตานํ ปหานายา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๒๗๗; วิภ. ๖๒๘) นเยน วุตฺตสฺส สมุทยปกฺขิยสฺส กิเลสคหณสฺส อจฺจนฺตํ อปฺปวตฺติภาเวน สมุจฺฉินฺทนํ, เอตํ สมุจฺเฉทปฺปหานํ นาม. ยํ ปน ผลกฺขเณ ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺถํ กิเลสานํ, เอตํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานํ นาม. ยํ สพฺพสงฺขตนิสฺสฏตฺตา ปหีนสพฺพสงฺขตํ นิพฺพานํ, เอตํ นิสฺสรณปฺปหานํ นาม. ตสฺส ปญฺจวิธสฺสปิ ตถา ตถา ราคาทิกิเลสานํ ปฏินิสฺสชฺชนฏฺเฐน สมติกฺกมนฏฺเฐน วา ปหานสฺส อตฺถาย, ปหานสาธนตฺถนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

ตตฺถ สํวเรน กิเลสานํ จิตฺตสนฺตาเน ปเวสนิวารณํ ปหาเนน จ ปเวสนิวารณเมว สมุคฺฆาโต จาติ วทนฺติ. อุภเยนปิ ปน ยถารหํ อุภยํ สมฺปชฺชตีติ ทฏฺฐพฺพํ. สีลาทิธมฺมา เอว หิ สํวรณโต สํวรํ, ปชหนโต ปหานนฺติ.

อนีติหนฺติ อีติโย วุจฺจนฺติ อุปทฺทวา ทิฏฺฐธมฺมิกา สมฺปรายิกา จ. อีติโย หนฺตีติ อีติหํ, อนุ อีติหนฺติ อนีติหํ, สาสนพฺรหฺมจริยํ มคฺคพฺรหฺมจริยญฺจ. อถ วา อีตีหิ อนตฺเถหิ สทฺธึ หนนฺติ คจฺฉนฺติ ปวตฺตนฺตีติ อีติหา, ตณฺหาทิอุปกฺกิเลสา. นตฺถิ เอตฺถ อีติหาติ อนีติหํ. อีติหา วา ยถาวุตฺเตนตฺเถน ติตฺถิยสมยา, ตปฺปฏิปกฺขโต อิทํ อนีติหํ. ‘‘อนิติห’’นฺติปิ ปาโฐ. ตสฺสตฺโถ – ‘‘อิติหาย’’นฺติ ธมฺเมสุ อเนกํสคฺคาหภาวโต วิจิกิจฺฉา อิติหํ นาม, สมฺมาสมฺพุทฺธปฺปเวทิตตฺตา ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชนฺตานํ นิกฺกงฺขภาวสาธนโต จ นตฺถิ เอตฺถ อิติหนฺติ อนิติหํ, อปรปตฺติยนฺติ อตฺโถ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหี’’ติ, ‘‘อตกฺกาวจโร’’ติ (ที. นิ. ๒.๖๗; ม. นิ. ๑.๒๘๑; ๒.๓๓๗; สํ. นิ. ๑.๑๗๒; มหาว. ๗-๘) จ. คาถาพนฺธสุขตฺถํ ปน ‘‘อนีติห’’นฺติ ทีฆํ กตฺวา ปฐนฺติ. ปจฺฉิมํ ปเนตฺถ อตฺถวิกปฺปํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิติหปริวชฺชิต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

นิพฺพานสงฺขาตํ โอคธํ ปติฏฺฐํ ปารํ คจฺฉตีติ นิพฺพาโนคธคามี, วิมุตฺติรสตฺตา เอกนฺเตเนว นิพฺพานสมฺปาปโกติ อตฺโถ, ตํ นิพฺพาโนคธคามินํ พฺรหฺมจริยํ. นิพฺพาโนคโธติ วา อริยมคฺโค วุจฺจติ เตน วินา นิพฺพานาวคาหณสฺส อสมฺภวโต ตสฺส จ นิพฺพานํ อนาลมฺพิตฺวา อปฺปวตฺตนโต, ตญฺเจตํ เอกนฺตสมฺปาทเนน คจฺฉตีติ นิพฺพาโนคธคามี. อถ วา นิพฺพาโนคธคามินนฺติ นิพฺพานสฺส อนฺโตคามินํ. มคฺคพฺรหฺมจริยญฺหิ นิพฺพานํ อารมฺมณํ กริตฺวา ตสฺส อนฺโต เอว ปวตฺตตีติ. อิมเมว จ อตฺถวิกปฺปํ ทสฺเสตุํ ‘‘นิพฺพานสฺส อนฺโตคามิน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. โสติ โย โส สมตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพกิเลเส ภญฺชิตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ, โส ภควา อเทสยิ เทเสสิ. มหนฺเตหีติ มหาอาตุเมหิ อุฬารชฺฌาสเยหิ. มหนฺตํ นิพฺพานํ, มหนฺเต วา สีลกฺขนฺธาทิเก เอสนฺติ คเวสนฺตีติ มเหสิโน, พุทฺธาทโย อริยา. เตหิ อนุยาโต ปฏิปนฺโน.

ยถา พุทฺเธน เทสิตนฺติ ยถา อภิญฺเญยฺยาทิภาเวน สมฺมาสมฺพุทฺเธน มยา เทสิตํ, เอวํ เย เอตํ มคฺคพฺรหฺมจริยํ ตทตฺถํ สาสนพฺรหฺมจริยญฺจ ปฏิปชฺชนฺติ. เต ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ ยถารหํ อนุสาสนฺตสฺส สตฺถุ มยฺหํ สาสนการิโน โอวาทปฺปฏิกรา สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺตํ ปริยนฺตํ อปฺปวตฺตึ กริสฺสนฺติ, ทุกฺขสฺส วา อนฺตํ นิพฺพานํ สจฺฉิกริสฺสนฺตีติ.

พฺรหฺมจริยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.