๖. กุหสุตฺตวณฺณนา

๒๖. ฉฏฺเฐ กุหกาติ สามนฺตชปฺปนาทินา กุหนวตฺถุนา กุหกา, อสนฺตคุณสมฺภาวนิจฺฉาย โกหญฺญํ กตฺวา ปเรสํ วิทฺธํสกาติ อตฺโถ. ถทฺธาติ ‘‘โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๒๕, ๒๗) เอวํ วุตฺเตน โกเธน จ, ‘‘ทุพฺพโจ โหติ โทวจสฺสกรเณหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อกฺขโม อปฺปทกฺขิณคฺคาหี อนุสาสนิ’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๑๘๑; ปารา. ๔๒๖). เอวํ วุตฺเตน โทวจสฺเสน จ, ‘‘ชาติมโท, โคตฺตมโท, ลาภมโท, อาโรคฺยมโท, โยพฺพนมโท, ชีวิตมโท’’ติ (วิภ. ๘๓๒) เอวํ วุตฺตชาติมทาทิเภเทน มาเนน จ ครุกาตพฺเพสุ ครูสุปิ นิปจฺจการํ อกตฺวา อโยสลากํ คิลิตฺวา ฐิตา วิย อโนนตา หุตฺวา วิจรณกา. เตนาห ‘‘โกเธน จา’’ติอาทิ.

อุปลาปกาติ มิจฺฉาชีววเสน กุลสงฺคณฺหกา. ลปาติ ปจฺจยตฺถํ ปยุตฺตวาจาวเสน นิปฺเปสิกตาวเสน ลปกาติ อตฺโถ. สิงฺคนฺติ สิงฺคารํ. ตญฺหิ กุสลสฺส วิชฺฌนโต สุฏฺฐุ อาเสวิตตาย สีเส ปริกฺขิตฺตํ สุนิพฺพตฺตํ วิสาณํ วิย ถิรตฺตา จ สิงฺคํ วิยาติ สิงฺคํ, นาคริกภาวสงฺขาตสฺส กิเลสสิงฺคสฺเสตํ นามํ. สิงฺคารภาโว สิงฺคารตา, สิงฺคารกรณกอากาโร วา. จาตุรภาโว จาตุรตา. ตถา จาตุริยํ. ปริกฺขตภาโว ปริกฺขตตา, ปริขณิตฺวา ฐปิตสฺเสว ทฬฺหสิงฺคารสฺเสตํ นามํ. อิตรํ ตสฺเสว เววจนํ. เอวํ สพฺเพหิ วาเรหิ กิเลสสิงฺคารตาว กถิตา.

อุคฺคตนฬาติ นฬสทิสํ ตุจฺฉมานํ อุกฺขิปิตฺวา วิจรณกา. เตนาห ‘‘ตุจฺฉมานํ อุกฺขิปิตฺวา ฐิตา’’ติ. ยสฺมา เต กุหนาทิโยคโต น สมฺมาปฏิปนฺนา, ตสฺมา ‘‘มม สนฺตกา น โหนฺตี’’ติ วุตฺตํ. อปคตาติ ยทิปิ เต มม สาสเน ปพฺพชิตา, ยถานุสิฏฺฐํ ปน อปฺปฏิปชฺชนโต อปคตา เอว อิมสฺมา ธมฺมวินยา, อิโต เต สุวิทูเร ฐิตาติ ทสฺเสติ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘นภญฺจ ทูเร ปถวี จ ทูเร,

ปารํ สมุทฺทสฺส ตทาหุ ทูเร;

ตโต หเว ทูรตรํ วทนฺติ,

สตญฺจ ธมฺโม อสตญฺจ ราชา’’ติ. (ชา. ๒.๒๑.๔๑๔);

สพฺพตฺถ ปตฺถฏตาย เวปุลฺลํ ปาปุณนฺตีติ สพฺพตฺถ ปตฺถฏภาเวน สีลาทิธมฺมกฺขนฺธปาริปูริยา เวปุลฺลํ ปาปุณนฺติ.

กุหสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.