๒.ทุติยอุรุเวลสุตฺตวณฺณนา

๒๒. ทุติเย หุหุงฺกชาติเกนาติ โส กิร ทิฏฺฐมงฺคลิโก มานวเสน โกธวเสน จ ‘‘หุหุ’’นฺติ กโรนฺโต วิจรติ, ตสฺมา หุหุงฺกชาติโกติ วุจฺจติ. ‘‘หุหุกฺกชาติโก’’ติปิ ปฐนฺติ, เตน สทฺธึ อาคตาติ อตฺโถ. ชราชิณฺณาติ ชราย ขณฺฑทนฺตปลิตเกสาทิภาวํ อาปาทิตา. วโยวุทฺธาติ องฺคปจฺจงฺคานํ วุทฺธิมริยาทปฺปตฺตา. ชาติมหลฺลกาติ อุปปตฺติยา มหลฺลกภาเวน สมนฺนาคตา. มหตฺตํ ลนฺติ คณฺหนฺตีติ มหลฺลกา, ชาติยา มหลฺลกา, น วิภวาทินาติ ชาติมหลฺลกา. วโยอนุปฺปตฺตาติ ปจฺฉิมวยํ สมฺปตฺตา, ปจฺฉิมวโย นาม วสฺสสตสฺส ปจฺฉิโม ตติโย ภาโค. ชิณฺณาติ วา โปราณา, จิรกาลปฺปวตฺตกุลนฺวยาติ วุตฺตํ โหติ. วุทฺธาติ สีลาจาราทิคุณวุทฺธิยุตฺตา. มหลฺลกาติ วิภวมหนฺตตาย สมนฺนาคตา. มหทฺธนาติ มหาโภคา. อทฺธคตาติ มคฺคปฺปฏิปนฺนา พฺราหฺมณานํ วตจริยาทิมริยาทํ อวีติกฺกมฺม จรมานา. วโยอนุปฺปตฺตาติ ชาติวุทฺธภาวํ อนฺติมวยํ อนุปฺปตฺตา. สุตํ เนตนฺติ เอตฺถ สุตํ โน เอตนฺติ ปทจฺเฉโท. โนติ จ กรณตฺเถ สามิวจนํ. เตนาห ‘‘อเมฺหหิ สุต’’นฺติ.

อกาเลติ อยุตฺตกาเล. อสภาวํ วทตีติ ยํ นตฺถิ, ตํ วทติ. อนตฺถํ วทตีติ อการณนิสฺสิตํ วทติ. อการณนิสฺสิตนฺติ จ นิปฺผลนฺติ อตฺโถ. ผลญฺหิ การณนิสฺสิตํ. อการณนิสฺสิตตา จ ตทวินาภาวโต อการเณ นิสฺสิตํ, นิปฺผลํ สมฺผนฺติ วุตฺตํ โหติ. อวินยํ วทตีติ น สํวรวินยปฺปฏิสํยุตฺตํ วทติ, อตฺตโน สุณนฺตสฺส จ น สํวรวินยาวหํ วทตีติ วุตฺตํ โหติ. น หทเย นิเธตพฺพยุตฺตกนฺติ อหิตสํหิตตฺตา จิตฺตํ อนุปฺปเวเสตฺวา นิเธตุํ อยุตฺตํ. กเถตุํ อยุตฺตกาเลนาติ ธมฺมํ กเถนฺเตน โย อตฺโถ ยสฺมึ กาเล วตฺตพฺโพ, ตโต ปุพฺเพ ปจฺฉา จ ตสฺส อกาโล, ตสฺมึ อยุตฺตกาเล วตฺตา. อปเทสรหิตนฺติ สุตฺตาปเทสรหิตํ. สาปเทสํ สการณํ กตฺวา น กเถตีติ ‘‘ภควตา อสุเก สุตฺเต เอวํ วุตฺต’’นฺติ เอวํ สาปเทสํ การณสหิตํ กตฺวา น กเถติ.

ปริยนฺตรหิตนฺติ ปริจฺเฉทรหิตํ, สุตฺตํ วา ชาตกํ วา นิกฺขิปิตฺวา ตสฺส อนุโยคํ อุปมํ วา วตฺถุํ วา อาหริตฺวา ยํ สุตฺตํ ชาตกํ วา นิกฺขิปิตํ, ตสฺส สรีรภูตํ กถํ อนามสิตฺวา พาหิรกถํเยว กเถติ, นิกฺขิตฺตํ นิกฺขิตฺตมตฺตเมว โหติ, ‘‘สุตฺตํ นุ โข กเถติ ชาตกํ นุ โข, นาสฺส อนฺตํ วา โกฏึ วา ปสฺสามา’’ติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ. ยถา วฏรุกฺขสาขานํ คตคตฏฺฐาเน ปาโรหา โอตรนฺติ, โอติณฺโณ-ติณฺณฏฺฐาเน วิรุฬฺหึ อาปชฺชิตฺวา ปุน วฑฺฒนฺติเยว, เอวํ อฑฺฒโยชนมฺปิ โยชนมฺปิ คจฺฉติเยว. คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต ปน มูลรุกฺโข วินสฺสติ, อนุชาตปาโรหมูลานิเยว ติฏฺฐนฺติ, เอวํ อยมฺปิ นิโคฺรธธมฺมกถิโก นาม โหติ. นิกฺขิตฺตํ นิกฺขิตฺตเมว กตฺวา ปสฺเสเนว ปริหรนฺโต คจฺฉติ. โย ปน พหุมฺปิ ภณนฺโต ‘‘เอตทตฺถมิทํ วุตฺต’’นฺติ นิกฺขิตฺตสุตฺตโต อญฺญมฺปิ อนุโยคูปมาวตฺถุวเสน ตทุปโยคีนํ อาหริตฺวา อาหริตฺวา ชานาเปตุํ สกฺโกติ, ตถารูปสฺส ธมฺมกถิกสฺส พหุมฺปิ กเถตุํ วฏฺฏติ. น โลกิยโลกุตฺตรอตฺถนิสฺสิตนฺติ อตฺตโน ปเรสญฺจ น โลกิยโลกุตฺตรหิตาวหํ.

ปกฏฺฐานํ อุกฺกฏฺฐานํ สีลาทิอตฺถานํ โพธนโต สภาวนิรุตฺติวเสน จ พุทฺธาทีหิ ภาสิตตฺตา ปกฏฺฐานํ วจนปฺปพนฺธานํ อาฬีติ ปาฬิ, ปริยตฺติธมฺโม. ปุริมสฺส อตฺถสฺส ปจฺฉิเมน อตฺเถน อนุสนฺธานํ อนุสนฺธิ, อตฺถมุเขน ปน ปาฬิปฺปเทสานมฺปิ อนุสนฺธิ โหติเยว. สฺวายํ อนุสนฺธิ ปุจฺฉานุสนฺธิอชฺฌาสยานุสนฺธิยถานุสนฺธิอาทิวเสน จตุพฺพิโธ, ตํตํเทสนานํ ปน ปุพฺพาปรปาฬิวเสน อนุสนฺธิวเสน ปุพฺพาปรวเสนาติ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ. อุคฺคหิตนฺติ พฺยญฺชนโส อตฺถโส จ อุทฺธํ อุทฺธํ คหิตํ, ปริยาปุณนวเสน เจว ปริปุจฺฉาวเสน จ หทเยน คหิตนฺติ อตฺโถ. วฏฺฏทุกฺขนิสฺสรณตฺถิเกหิ โสตพฺพโต สุตํ, ปริยตฺติธมฺโม. ตํ ธาเรตีติ สุตธโร. โย หิ สุตธโร, สุตํ ตสฺมึ ปติฏฺฐิตํ โหติ สุปฺปติฏฺฐิตํ อโรคิกํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สุตสฺส อาธารภูโต’’ติ. เตนาห ‘‘ยสฺส หี’’ติอาทิ. เอกํ ปทํ เอกกฺขรมฺปิ อวินฏฺฐํ หุตฺวา สนฺนิจียตีติ สนฺนิจโย, สุตํ สนฺนิจโย เอตสฺมินฺติ สุตสนฺนิจโย. อชฺโฌสายาติ อนุปฺปวิสิตฺวา. ติฏฺฐตีติ น สมฺมุสฺสติ.

ปคุณาติ วาจุคฺคตา. นิจฺจลิกนฺติ อวิปริวตฺตํ. สํสนฺทิตฺวาติ อญฺเญหิ สํสนฺทิตฺวา. สมนุคฺคาหิตฺวาติ ปริปุจฺฉาวเสน อตฺถํ โอคาหิตฺวา. ปพนฺธสฺส วิจฺเฉทาภาวโต คงฺคาโสตสทิสํ. ‘‘ภวงฺคโสตสทิส’’นฺติ วา ปาโฐ, อกิตฺติมํ สุขปฺปวตฺตีติ อตฺโถ. สุตฺเตกเทสสฺส สุตฺตมตฺตสฺส จ วจสา ปริจโย อิธ นาธิปฺเปโต, วคฺคาทิวเสน ปน อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘สุตฺตทสก…เป… สชฺฌายิตา’’ติ, ‘‘ทสสุตฺตานิ คตานิ, ทสวคฺคานิ คตานี’’ติอาทินา สลฺลกฺเขตฺวา วาจาย สชฺฌายิตาติ อตฺโถ. มนสา อนุ อนุ เปกฺขิตา ภาคโส นิชฺฌายิตา จินฺติตา มนสานุเปกฺขิตา. รูปคตํ วิย ปญฺญายตีติ รูปคตํ วิย จกฺขุสฺส วิภูตํ หุตฺวา ปญฺญายติ. สุปฺปฏิวิทฺธาติ นิชฺชฏํ นิคฺคุมฺพํ กตฺวา สุฏฺฐุ ยาถาวโต ปฏิวิทฺธา.

อธิกํ เจโตติ อภิเจโต, อุปจารชฺฌานจิตฺตํ. ตสฺส ปน อธิกตา ปากติกกามาวจรจิตฺเตหิ สุนฺทรตาย, สา ปฏิปกฺขโต สุทฺธิยาติ อาห ‘‘อภิกฺกนฺตํ วิสุทฺธํ จิตฺต’’นฺติ. อธิจิตฺตนฺติ สมาธิมาห. โสปิ อุปจารสมาธิ ทฏฺฐพฺโพ. วิเวกชํ ปีติสุขํ, สมาธิชํ ปีติสุขํ, อปีติชํ กายสุขํ, สติปาริสุทฺธิชํ ญาณสุขนฺติ จตุพฺพิธมฺปิ ฌานสุขํ ปฏิปกฺขโต นิกฺขนฺตตํ อุปาทาย เนกฺขมฺมสุขนฺติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘เนกฺขมฺมสุขํ วินฺทตี’’ติ. อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สมาปชฺชิตุํ สมตฺโถติ อิมินา เตสุ ฌาเนสุ สมาปชฺชนวสีภาวมาห. นิกามลาภีติ ปน วจนโต อาวชฺชนาธิฏฺฐานปจฺจเวกฺขณวสิโยปิ วุตฺตา เอวาติ เวทิตพฺพา. สุเขเนว ปจฺจนีกธมฺเม วิกฺขมฺเภตฺวาติ เอเตน เตสํ ฌานานํ สุขปฺปฏิปทตํ ขิปฺปาภิญฺญตญฺจ ทสฺเสติ.

วิปุลานนฺติ เวปุลฺลํ ปาปิตานํ ฌานานํ. วิปุลตา นาม สุภาวิตภาเวน จิรตรปฺปวตฺติยา, สา จ ปริจฺเฉทานุรูปาว อิจฺฉิตพฺพาติ ‘‘วิปุลาน’’นฺติ วตฺวา ‘‘ยถาปริจฺเฉเทน วุฏฺฐาตุํ สมตฺโถติ วุตฺตํ โหตี’’ติ อาห. ปริจฺเฉทกาลญฺหิ อปฺปตฺวาว วุฏฺฐหนฺโต อกสิรลาภี น โหติ ยาวทิจฺฉิตํ ปวตฺเตตุํ อสมตฺถตฺตา. อิทานิ ยถาวุตฺเต สมาปชฺชนาทิวสีภาเว พฺยติเรกวเสน วิภาเวตุํ ‘‘เอกจฺโจ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ลาภีเยว โหตีติ อิทํ ปฏิลทฺธมตฺตสฺส ฌานสฺส วเสน วุตฺตํ. ตถาติ อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ. ปาริปนฺถิเกติ วสีภาวสฺส ปจฺจนีกธมฺเม. ฌานาธิคมสฺส ปน ปจฺจนีกธมฺมา ปเคว วิกฺขมฺภิตา, อญฺญถา ฌานาธิคโม เอว น สิยา. กิจฺเฉน วิกฺขมฺเภตีติ กิจฺเฉน วิโสเธติ. กามาทีนวปจฺจเวกฺขณาทีหิ กามจฺฉนฺทาทีนํ วิย อญฺเญสมฺปิ สมาธิปาริปนฺถิกานํ ทูรสมุสฺสารณํ อิธ วิกฺขมฺภนํ วิโสธนญฺจาติ เวทิตพฺพํ. นาฬิกยนฺตนฺติ กาลมานนาฬิกยนฺตมาห.

อฏฺฐปิตสงฺกปฺโปติ น สมฺมาปณิหิตสงฺกปฺโป. อภิญฺญาปารคูติ สพฺเพสํ โลกิยโลกุตฺตรธมฺมานํ อภิญฺญาย ปารํ คโต, สพฺพธมฺเม อภิวิสิฏฺฐาย อคฺคมคฺคปญฺญาย ชานิตฺวา ฐิโตติ อตฺโถ. ปริญฺญาปารคูติ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ ปริญฺญาย ปารํ คโต, ปญฺจกฺขนฺเธ ปริชานิตฺวา ฐิโตติ อตฺโถ. ภาวนาปารคูติ จตุนฺนํ มคฺคานํ ภาวนาย ปารํ คโต, จตฺตาโร มคฺเค ภาเวตฺวา ฐิโตติ อตฺโถ. ปหานปารคูติ สพฺพกิเลสานํ ปหาเนน ปารํ คโต, สพฺพกิเลเส ปชหิตฺวา ฐิโตติ อตฺโถ. สจฺฉิกิริยาปารคูติ นิโรธสจฺฉิกิริยาย ปารํ คโต, นิโรธํ สจฺฉิกตฺวา ฐิโตติ อตฺโถ. สมาปตฺติปารคูติ สพฺพสมาปตฺตีนํ สมาปชฺชเนน ปารํ คโต, สพฺพา สมาปตฺติโย สมาปชฺชิตฺวา ฐิโตติ อตฺโถ. พฺรหฺมจริยสฺส เกวลีติ ยํ พฺรหฺมจริยสฺส เกวลํ สกลภาโว, เตน สมนฺนาคโต, สกลจตุมคฺคพฺรหฺมจริยวาโสติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘สกลพฺรหฺมจริโย’’ติ, ปริปุณฺณมคฺคพฺรหฺมจริโยติ อตฺโถ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

ทุติยอุรุเวลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.