๓. โลกสุตฺตวณฺณนา

๒๓. ตติเย โลโกติ ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโก. อตฺถโต ปุริมสฺมึ อริยสจฺจทฺวยํ, อิธ ปน ทุกฺขํ อริยสจฺจํ เวทิตพฺพํ. เตนาห ‘‘โลโกติ ทุกฺขสจฺจ’’นฺติ. วิสํยุตฺโตติ วิสํสฏฺโฐ น ปฏิพทฺโธ, สพฺเพสํ สํโยชนานํ สมฺมเทว สมุจฺฉินฺนตฺตา ตโต วิปฺปมุตฺโตติ อตฺโถ. โลกสมุทโยติ สุตฺตนฺตนเยน ตณฺหา, อภิธมฺมนเยน ปน อภิสงฺขาเรหิ สทฺธึ ทิยฑฺฒกิเลสสหสฺสํ. โลกนิโรโธติ นิพฺพานํ. สจฺฉิกโตติ อตฺตปจฺจกฺโข กโต. โลกนิโรธคามินี ปฏิปทาติ สีลาทิกฺขนฺธตฺตยสงฺคโห อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค. โส หิ โลกนิโรธํ นิพฺพานํ คจฺฉติ อธิคจฺฉติ, ตทตฺถํ อริเยหิ ปฏิปชฺชียติ จาติ โลกนิโรธคามินี ปฏิปทาติ วุจฺจติ.

เอตฺตาวตา ตถานิ อภิสมฺพุทฺโธ ยาถาวโต คโตติ ตถาคโตติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต โหติ. จตฺตาริ หิ อริยสจฺจานิ ตถานิ นาม. ยถาห –

‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. กตมานิ จตฺตาริ? อิทํ ทุกฺขนฺติ, ภิกฺขเว, ตถเมตํ อวิตถเมตํ อนญฺญถเมต’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๐; ปฏิ. ม. ๒.๘) วิตฺถาโร.

อปิจ ตถาย คโตติ ตถาคโต, คโตติ จ อวคโต อตีโต ปตฺโต ปฏิปนฺโนติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺมา ภควา สกลโลกํ ตีรณปริญฺญาย ตถาย อวิปรีตาย คโต อวคโต, ตสฺมา โลโก ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต. โลกสมุทยํ ปหานปริญฺญาย ตถาย คโต อตีโตติ ตถาคโต. โลกนิโรธํ สจฺฉิกิริยาย ตถาย คโต ปตฺโตติ ตถาคโต. โลกนิโรธคามินึ ปฏิปทํ ตถํ อวิปรีตํ คโต ปฏิปนฺโนติ ตถาคโตติ. เอวํ อิมิสฺสา ปาฬิยา ตถาคตภาวทีปนวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อิติ ภควา จตุสจฺจาภิสมฺโพธวเสน อตฺตโน ตถาคตภาวํ ปกาเสตฺวา อิทานิ ตตฺถ ทิฏฺฐาทิอภิสมฺโพธวเสนปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘จตูหิ สจฺเจหิ อตฺตโน พุทฺธภาวํ กเถตฺวา’’ติ วุตฺตํ, ตํ ตถาคตสทฺทพุทฺธสทฺทานํ อตฺถโต นินฺนานากรณตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตถา เจว หิ ปาฬิ ปวตฺตาติ. ทิฏฺฐนฺติ รูปายตนํ ทฏฺฐพฺพโต. เตน ยํ ทิฏฺฐํ ยํ ทิสฺสติ, ยํ ทกฺขติ, ยํ สมวาเย ปสฺเสยฺย, ตํ สพฺพํ ทิฏฺฐนฺเตว คหิตํ กาลวิเสสสฺส อนามฏฺฐภาวโต ยถา ‘‘ทุทฺธ’’นฺติ ทสฺเสติ. สุตนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. สุตนฺติ สทฺทายตนํ โสตพฺพโต. มุตนฺติ สนิสฺสเย อินฺทฺริเย นิสฺสยํ มุญฺจิตฺวา ปาปุณิตฺวา คเหตพฺพํ. เตนาห ‘‘ปตฺวา คเหตพฺพโต’’ติ. วิญฺญาตนฺติ วิชานิตพฺพํ. ตํ ปน ทิฏฺฐาทิวินิมุตฺตํ วิญฺเญยฺยนฺติ อาห ‘‘สุขทุกฺขาทิ ธมฺมารมฺมณ’’นฺติ. ปตฺตนฺติ ยถา ตถา ปตฺวา หตฺถคตํ, อธิคตนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปริเยสิตฺวา วา อปริเยสิตฺวา วา’’ติ. ปริเยสิตนฺติ ปตฺติยา อตฺถํ ปริยิฏฺฐํ. ตํ ปน ปตฺตํ วา สิยา อปฺปตฺตํ วา, อุภยถาปิ ปริเยสิตเมวาติ อาห ‘‘ปตฺตํ วา อปฺปตฺตํ วา’’ติ. ทฺวเยนปิ ทฺวิปฺปการมฺปิ ปตฺตํ ทฺวิปฺปการมฺปิ ปริเยสิตํ เตน เตน ปกาเรน ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธนฺติ ทสฺเสติ. จิตฺเตน อนุสญฺจริตนฺติ เต ปน อปาเปตฺวา จิตฺเตเนว อนุ อนุ สญฺจริตํ, วิปริตกฺกิตนฺติ อตฺโถ.

ปีตกนฺติอาทีติ อาทิสทฺเทน โลหิตโอทาตาทิสพฺพํ รูปารมฺมณภาคํ สงฺคณฺหาติ. สุมโนติ ราควเสน โลภวเสน สทฺธาทิวเสน วา สุมโน. ทุมฺมโนติ พฺยาปาทวิตกฺกวเสน วา วิหึสาวิตกฺกวเสน วา ทุมฺมโน. มชฺฌตฺโตติ อญฺญาณวเสน, ญาณวเสน วา มชฺฌตฺโต. เอส นโย สพฺพตฺถ. ตตฺถ อาทิสทฺเทน สงฺขสทฺโท, ปณวสทฺโท, ปตฺตคนฺโธ, ปุปฺผคนฺโธ, ปุปฺผรโส, ผลรโส, อุปาทินฺนํ, อนุปาทินฺนํ, มชฺฌตฺตเวทนา กุสลกมฺมํ อกุสลกมฺมนฺติ เอวมาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อปฺปตฺตนฺติ ญาเณน อสมฺปตฺตํ, อวิทิตนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ญาเณน อสจฺฉิกต’’นฺติ. โลเกน คตนฺติ โลเกน ญาตํ. ตเถว คตตฺตาติ ตเถว ญาตตฺตา อภิสมฺพุทฺธตฺตา, คตสทฺเทน เอกตฺตํ พุทฺธิอตฺถนฺติ อตฺโถ. คติอตฺโถ หิ ธาตโว พุทฺธิอตฺถา ภวนฺตีติ อกฺขรจินฺตกา.

ยญฺจ, ภิกฺขเว, รตึ ตถาคโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌตีติ ยสฺสญฺจ วิสาขปุณฺณมาย รตฺติยํ ตถาอาคตตฺตาทิอตฺเถน ตถาคโต ภควา โพธิมณฺเฑ อปราชิตปลฺลงฺเก นิสินฺโน ติณฺณํ มารานํ มตฺถกํ มทฺทิตฺวา อุตฺตริตราภาวโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อาสวกฺขยญาเณน สทฺธึ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อธิคจฺฉติ. ยญฺจ รตฺตึ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายตีติ ยสฺสญฺจ วิสาขปุณฺณมาย รตฺติยํเยว กุสินารายํ อุปวตฺตเน มลฺลานํ สาลวเน ยมกสาลานมนฺตเร อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายติ. ยํ เอตสฺมึ อนฺตเรติ อิมาสํ ทฺวินฺนํ สอุปาทิเสสอนุปาทิเสสนิพฺพานธาตูนํ มชฺเฌ ปญฺจจตฺตาลีสวสฺสปริมาณกาเล ปฐมโพธิยมฺปิ มชฺฌิมโพธิยมฺปิ ปจฺฉิมโพธิยมฺปิ ยํ สุตฺตเคยฺยาทิปฺปเภทํ ธมฺมํ ภาสติ นิทสฺสนวเสน, ลปติ อุทฺทิสนวเสน, นิทฺทิสติ ปรินิทฺทิสนวเสน. สพฺพํ ตํ ตเถว โหตีติ ตํ เอตฺถนฺตเร เทสิตํ สพฺพํ สุตฺตเคยฺยาทินวงฺคํ พุทฺธวจนํ อตฺถโต พฺยญฺชนโต จ อนูนํ อนธิกํ สพฺพาการปริปุณฺณํ ราคมทนิมฺมทนํ โทสมทนิมฺมทนํ โมหมทนิมฺมทนํ, นตฺถิ ตตฺถ วาลคฺคมตฺตมฺปิ อวกฺขลิตํ, เอกมุทฺทิกาย ลญฺฉิตํ วิย เอกาย นาฬิยา มิตํ วิย เอกตุลาย ตุลิตํ วิย จ ตํ ตเถว โหติ ยสฺสตฺถาย ภาสิตํ, เอกนฺเตเนว ตสฺส สาธนโต, โน อญฺญถา, ตสฺมา ตถํ อวิตถํ อนญฺญถํ. เอเตน ตถาวาทิตาย ตถาคโตติ ทสฺเสติ. คทอตฺโถ อยํ คตสทฺโท ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา, ตสฺมา ตถํ คทตีติ ตถาคโตติ อตฺโถ. อถ วา อาคทนํ อาคโท, วจนนฺติ อตฺโถ. ตโต อวิปรีโต อาคโท อสฺสาติ ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา ตถาคโตติ เอวเมตฺถ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา.

ยถาวาทีติ เย ธมฺเม ภควา ‘‘อิเม ธมฺมา อกุสลา สาวชฺชา วิญฺญุครหิตา สมตฺตา สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺตี’’ติ ปเรสํ ธมฺมํ เทเสนฺโต วทติ, เต ธมฺเม เอกนฺเตเนว สยํ ปหาสิ. เย ปน ธมฺเม ภควา – ‘‘อิเม ธมฺมา กุสลา อนวชฺชา วิญฺญุปฺปสตฺถา สมตฺตา สมาทินฺนา หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺตี’’ติ วทติ, เต ธมฺเม เอกนฺเตเนว สยํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ, ตสฺมา ยถาวาที ภควา ตถาการีติ เวทิตพฺโพ. ตถา สมฺมเทว สีลาทิปริปูรณวเสน สมฺมาปฏิปทายํ ยถาการี ภควา, ตเถว ธมฺมเทสนาย ปเรสํ ตตฺถ ปติฏฺฐาปนวเสน ตถาวาที. ภควโต หิ วาจาย กาโย อนุโลเมติ, กายสฺสปิ วาจา, ตสฺมา ยถาวาที ตถาการี, ยถาการี ตถาวาที จ โหติ. เอวํภูตสฺส จ ยถา วาจา, กาโยปิ ตถา คโต ปวตฺโต. ยถา จ กาโย, วาจาปิ ตถา คตา ปวตฺตาติ อตฺโถ.

อภิภู อนภิภูโตติ อุปริ ภวคฺคํ, เหฏฺฐา อวีจินิรยํ ปริยนฺตํ กตฺวา ติริยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ ภควา สพฺพสตฺเต อภิภวติ สีเลนปิ สมาธินาปิ ปญฺญายปิ วิมุตฺติยาปิ, น ตสฺส ตุลา วา ปมาณํ วา อตฺถิ. อสโม อสมสโม อปฺปฏิโม อปฺปฏิภาโค อปฺปฏิปุคฺคโล อตุโล อปฺปเมยฺโย อนุตฺตโร ธมฺมราชา เทวเทโว สกฺกานํ อติสกฺโก พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา, ตโต เอว อยํ น เกนจิ อภิภูโต. ทกฺขตีติ สพฺพํ ปสฺสติ. วิเสสวจนิจฺฉายปิ อภาวโต อนวเสสวิสโย ทสสทฺโท. เตน ยํ กิญฺจิ เนยฺยํ นาม, สพฺพํ ตํ หตฺถตเล อามลกํ วิย ปสฺสตีติ ทีเปติ. อวิปรีตํ อาสยาทิอวโพเธน หิตูปสํหาราทินา จ สตฺเต, ภาวญฺญตฺถตฺตูปนยวเสน สงฺขาเร, สพฺพากาเรน สุจิณฺณวสิตาย สมาปตฺติโย, จิตฺตญฺจ วเส วตฺเตตีติ วสวตฺตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

วิสํยุตฺโตติ จตูหิ โยเคหิ วิสํยุตฺโต. เตนาห ‘‘จตุนฺนํ โยคานํ ปหาเนน วิสํยุตฺโต’’ติ. ตณฺหาทิฏฺฐิอุปเยหิ วิรหิโตติ สพฺพสฺมิมฺปิ โลเก ตณฺหาทิฏฺฐิสงฺขาเตหิ อุปเยหิ วิรหิโต.

อภิภวิตฺวา ฐิโตติ ตพฺพิสยกิเลสปฺปหาเนน อภิภุยฺย อติกฺกมิตฺวา ฐิโต. จตฺตาโรปิ คนฺเถ โมเจตฺวา ฐิโตติ สพฺเพ อภิชฺฌากายคนฺถาทิเก สกสนฺตานโต โมเจตฺวา ฐิโต. เวเนยฺยสนฺตาเน วา อตฺตโน เทสนาวิลาเสน เตสํ ปโมจโนติ สพฺพคนฺถปฺปโมจโน. ผุฏฺฐสฺส ปรมา สนฺตีติ อสฺส อเนน ขีณาสเวน พุทฺเธน ปรมา สนฺติ ญาณผุสเนน ผุฏฺฐาติ เอวเมตฺถ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. เตนาห ‘‘ผุฏฺฐสฺสา’’ติอาทิ. นิพฺพาเน กุโตจิ ภยํ นตฺถีติ กุโตจิ ภยการณโต นิพฺพาเน ภยํ นตฺถิ อสงฺขตภาเวน สพฺพโส เขมตฺตา. เตนาห ภควา – ‘‘เขมญฺจ โว, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสสฺสามิ เขมคามินิญฺจ ปฏิปท’’นฺติอาทิ (สํ. นิ. ๔.๓๗๙-๔๐๘). นิพฺพานปฺปตฺตสฺส วา กุโตจิ ภยํ นตฺถีติ นิพฺพานํ อกุโตภยนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ, น กุโตจิ ภยํ เอตฺถ เอตสฺมึ อธิคเตติ อกุโตภยํ, นิพฺพานนฺติ เอวเมตฺถ นิพฺพจนญฺจ ทฏฺฐพฺพํ.

อนีโฆ นิทฺทุกฺโข. สพฺพกมฺมกฺขยํ ปตฺโตติ สพฺเพสํ กมฺมานํ ขยํ ปริโยสานํ อจฺจนฺตภาวํ ปตฺโต. อุปธี สมฺมเทว ขียนฺติ เอตฺถาติ อุปธิสงฺขโย, นิพฺพานนฺติ อาห ‘‘อุปธิสงฺขยสงฺขาเต นิพฺพาเน’’ติ. จกฺกนฺติ ธมฺมจกฺกํ. ปวตฺตยีติ เตปริวฏฺฏํ ทฺวาทสาการํ ปวตฺเตสิ. มหนฺเตหิ สีลาทิคุเณหิ สมนฺนาคตตฺตา มหนฺตํ. วีตสารทนฺติ จตุเวสารชฺชโยเคน วีตสารทํ. เสสํ อุตฺตานเมว.

โลกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.