๑. เจตนาสุตฺตวณฺณนา
๑๗๑. ตติยสฺส ปฐเม กายสญฺเจตนาเหตูติ กายกมฺมนิมิตฺตํ, กายิกสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา อุปจิตตฺตาติ อตฺโถ. เอส นโย เสสสญฺเจตนาทฺวเยปิ. อุทฺธจฺจสหคตเจตนา ปวตฺติวิปากํ เทติเยวาติ ‘‘วีสติวิธา’’ติ วุตฺตํ. ตถา วจีสญฺเจตนา มโนสญฺเจตนาติ เอตฺถ กามาวจรกุสลากุสลวเสน วีสติ เจตนา ลพฺภนฺติ. อิทํ ตถา-สทฺเทน อุปสํหรติ. อปิเจตฺถ นว มหคฺคตเจตนาปิ ลพฺภนฺตีติ อิมินา นวหิ รูปารูปกุสลเจตนาหิ สทฺธึ มโนทฺวาเร เอกูนตึสาติ ตีสุ ทฺวาเรสุ เอกูนสตฺตติ เจตนา โหนฺตีติ ทสฺเสติ. อวิชฺชาปจฺจยาวาติ อิทํ ตาปิ เจตนา อวิชฺชาปจฺจยาว โหนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ยถาวุตฺตา หิ เอกูนสตฺตติ เจตนา กุสลาปิ อวิชฺชาปจฺจยา โหนฺติ, ปเคว อิตรา อปฺปหีนาวิชฺชสฺเสว อุปฺปชฺชนโต ปหีนาวิชฺชสฺส อนุปฺปชฺชนโต.
ยสฺมา ยํ ตํ ยถาวุตฺตํ เจตนาเภทํ กายสงฺขารญฺเจว วจีสงฺขารญฺจ มโนสงฺขารญฺจ ปเรหิ อนุสฺสาหิโต สามมฺปิ อสงฺขาริกจิตฺเตน กโรติ, ปเรหิ การิยมาโน สสงฺขาริกจิตฺเตนปิ กโรติ, ‘‘อิทํ นาม กมฺมํ กโรนฺโตปิ ตสฺส เอวรูโป นาม วิปาโก ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ กมฺมํ วิปากญฺจ ชานนฺโตปิ กโรติ, มาตาปิตูสุ เจติยวนฺทนาทีนิ กโรนฺเตสุ อนุกโรนฺโต ทารโก วิย เกวลํ กมฺมญฺเญว วิชฺชานนฺโต ‘‘อิมสฺส ปน กมฺมสฺส อยํ วิปาโก’’ติ วิปากํ อชานนฺโตปิ กโรติ, ตสฺมา ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สามํ วา ต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ปเรหิ อนาณตฺโตติ สรเสเนว วตฺตมาโน. ชานนฺโตติ อนุสฺสวาทิวเสน ชานนฺโต.
นนุ จ ขีณาสโว เจติยํ วนฺทติ, ธมฺมํ ภณติ, กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรติ, กถมสฺส กายกมฺมาทโย น โหนฺตีติ? อวิปากตฺตา. ขีณาสเวน หิ กตกมฺมํ เนว กุสลํ โหติ นากุสลํ, อวิปากํ หุตฺวา กิริยามตฺเต ติฏฺฐติ. เตนสฺส เต กายาทโย น โหนฺติ. เตเนวาห ‘‘ขีณาสวสฺส กาเยน กรณกมฺมํ ปญฺญายตี’’ติอาทิ. ตนฺติ กุสลากุสลํ.
ขิฑฺฑาย ปทุสฺสนฺตีติ ขิฑฺฑาปโทสิโน, ขิฑฺฑาปโทสิโน เอว ขิฑฺฑาปโทสิกา. ขิฑฺฑาปโทโส วา เอเตสํ อตฺถีติ ขิฑฺฑาปโทสิกา. เต กิร ปุญฺญวิเสสาธิคเตน มหนฺเตน อตฺตโน สิริวิภเวน นกฺขตฺตํ กีฬนฺตา ตาย สมฺปตฺติยา มหนฺตตาย ‘‘อาหารํ ปริภุญฺชิมฺหา น ปริภุญฺชิมฺหา’’ติปิ น ชานนฺติ. อถ เอกาหาราติกฺกมโต ปฏฺฐาย นิรนฺตรํ ขาทนฺตาปิ ปิวนฺตาปิ จวนฺติเยว น ติฏฺฐนฺติ. กสฺมา? กมฺมชเตชสฺส พลวตาย กรชกายสฺส มนฺทตาย. มนุสฺสานญฺหิ กมฺมชเตโช มนฺโท, กรชกาโย พลวา. เตสํ เตชสฺส มนฺทตาย กายสฺส พลวตาย สตฺตาหมฺปิ อติกฺกมิตฺวา อุโณฺหทกอจฺฉยาคุอาทีหิ สกฺกา กรชกายํ อุปตฺถมฺเภตุํ. เทวานํ ปน เตโช พลวา โหติ อุฬารปุญฺญนิพฺพตฺตตฺตา อุฬารครุสินิทฺธสุธาหารชีรณโต จ. กรชํ มนฺทํ มุทุสุขุมาลภาวโต. เต เอกํ อาหารเวลํ อกฺกมิตฺวาว สณฺฐาเปตุํ น สกฺโกนฺติ. ยถา นาม คิมฺหานํ มชฺฌนฺหิเก ตตฺตปาสาเณ ฐปิตํ ปทุมํ วา อุปฺปลํ วา สายนฺหสมเย ฆฏสเตนปิ สิญฺจิยมานํ ปากติกํ น โหติ วินสฺสติเยว, เอวเมว ปจฺฉา นิรนฺตรํ ขาทนฺตาปิ ปิวนฺตาปิ จวนฺติเยว น ติฏฺฐนฺติ. กตเม ปน เต เทวาติ? ‘‘อิเม นามา’’ติ อฏฺฐกถาย วิจารณา นตฺถิ, ‘‘อาหารูปจฺเฉเทน อาตเป ขิตฺตมาลา วิยา’’ติ วุตฺตตฺตา เย เกจิ กพฬีการาหารูปชีวิโน เทวา เอวํ กโรนฺติ, เต เอวํ จวนฺตีติ เวทิตพฺพา. อภยคิริวาสิโน ปนาหุ ‘‘นิมฺมานรติปรนิมฺมิตวสวตฺติโน เต เทวา, ขิฑฺฑาย ปทุสฺสนมตฺเตเนว เหเต ขิฑฺฑาปโทสิกาติ วุตฺตา’’ติ. โก ปเนตฺถ เทวานํ อาหาโร, กา อาหารเวลาติ? ‘‘สพฺเพสมฺปิ กามาวจรเทวานํ สุธา อาหาโร, สา เหฏฺฐิเมหิ เหฏฺฐิเมหิ อุปริมานํ อุปริมานํ ปณีตตมา โหติ. ตํ ยถาสกํ ทิวสวเสเนว ทิวเส ทิวเส ภุญฺชนฺติ. เกจิ ปน พทรปฺปมาณํ สุธาหารํ ปริภุญฺชนฺติ. โส ชิวฺหายํ ฐปิตมตฺโตเยว ยาว เกสคฺคนขคฺคา กายํ ผรติ, เตสํเยว ทิวสวเสน สตฺตทิวสํ ยาปนสมตฺโถว โหตี’’ติ วทนฺติ.
อิสฺสาปกตตฺตา ปทุฏฺเฐน มนสา ปทุสฺสนฺตีติ มโนปโทสิกา. อุสูยวเสน วา มนโส ปโทโส มโนปโทโส, โส เอเตสํ อตฺถิ วินาสเหตุภูโตติ มโนปโทสิกา. อกฺกุทฺโธ รกฺขตีติ กุทฺธสฺส โส โกโธ อิตรสฺมึ อกฺกุชฺฌนฺเต อนุปาทาโน เอกวารเมว อุปฺปตฺติยา อนาเสวโน จาเวตุํ น สกฺโกติ, อุทกนฺตํ ปตฺวา อคฺคิ วิย นิพฺพายติ, ตสฺมา อกฺกุทฺโธ ตํ จวนโต รกฺขติ. อุโภสุ ปน กุทฺเธสุ ภิยฺโย ภิยฺโย อญฺญมญฺญมฺหิ ปริวฑฺฒนวเสน ติขิณสมุทาจาโร นิสฺสยทหนรโส โกโธ อุปฺปชฺชมาโน หทยวตฺถุํ นิทหนฺโต อจฺจนฺตสุขุมาลํ กรชกายํ วินาเสติ, ตโต สกโลปิ อตฺตภาโว อนฺตรธายติ. เตนาห ‘‘อุโภสุ ปนา’’ติอาทิ. ตถา จาห ภควา ‘‘อญฺญมญฺญมฺหิ ปทุฏฺฐจิตฺตา กิลนฺตกาย…เป… จวนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๔๗).
กตเม เตน เทวา ทฏฺฐพฺพาติ เอตฺถ เตนาติ ปจฺจตฺเต กรณวจนนฺติ อาห ‘‘กตเม นาม เต เทวา ทฏฺฐพฺพา’’ติ. กรณตฺเถเยว วา เอตํ กรณวจนนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เตน วา อตฺตภาเวนา’’ติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
เจตนาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.