(๑๘) ๓. สญฺเจตนิยวคฺโค

๑. เจตนาสุตฺตวณฺณนา

๑๗๑. ตติยสฺส ปฐเม กายสญฺเจตนาเหตูติ กายกมฺมนิมิตฺตํ, กายิกสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา อุปจิตตฺตาติ อตฺโถ. เอส นโย เสสสญฺเจตนาทฺวเยปิ. อุทฺธจฺจสหคตเจตนา ปวตฺติวิปากํ เทติเยวาติ ‘‘วีสติวิธา’’ติ วุตฺตํ. ตถา วจีสญฺเจตนา มโนสญฺเจตนาติ เอตฺถ กามาวจรกุสลากุสลวเสน วีสติ เจตนา ลพฺภนฺติ. อิทํ ตถา-สทฺเทน อุปสํหรติ. อปิเจตฺถ นว มหคฺคตเจตนาปิ ลพฺภนฺตีติ อิมินา นวหิ รูปารูปกุสลเจตนาหิ สทฺธึ มโนทฺวาเร เอกูนตึสาติ ตีสุ ทฺวาเรสุ เอกูนสตฺตติ เจตนา โหนฺตีติ ทสฺเสติ. อวิชฺชาปจฺจยาวาติ อิทํ ตาปิ เจตนา อวิชฺชาปจฺจยาว โหนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ยถาวุตฺตา หิ เอกูนสตฺตติ เจตนา กุสลาปิ อวิชฺชาปจฺจยา โหนฺติ, ปเคว อิตรา อปฺปหีนาวิชฺชสฺเสว อุปฺปชฺชนโต ปหีนาวิชฺชสฺส อนุปฺปชฺชนโต.

ยสฺมา ยํ ตํ ยถาวุตฺตํ เจตนาเภทํ กายสงฺขารญฺเจว วจีสงฺขารญฺจ มโนสงฺขารญฺจ ปเรหิ อนุสฺสาหิโต สามมฺปิ อสงฺขาริกจิตฺเตน กโรติ, ปเรหิ การิยมาโน สสงฺขาริกจิตฺเตนปิ กโรติ, ‘‘อิทํ นาม กมฺมํ กโรนฺโตปิ ตสฺส เอวรูโป นาม วิปาโก ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ กมฺมํ วิปากญฺจ ชานนฺโตปิ กโรติ, มาตาปิตูสุ เจติยวนฺทนาทีนิ กโรนฺเตสุ อนุกโรนฺโต ทารโก วิย เกวลํ กมฺมญฺเญว วิชฺชานนฺโต ‘‘อิมสฺส ปน กมฺมสฺส อยํ วิปาโก’’ติ วิปากํ อชานนฺโตปิ กโรติ, ตสฺมา ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สามํ วา ต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ปเรหิ อนาณตฺโตติ สรเสเนว วตฺตมาโน. ชานนฺโตติ อนุสฺสวาทิวเสน ชานนฺโต.

นนุ จ ขีณาสโว เจติยํ วนฺทติ, ธมฺมํ ภณติ, กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรติ, กถมสฺส กายกมฺมาทโย น โหนฺตีติ? อวิปากตฺตา. ขีณาสเวน หิ กตกมฺมํ เนว กุสลํ โหติ นากุสลํ, อวิปากํ หุตฺวา กิริยามตฺเต ติฏฺฐติ. เตนสฺส เต กายาทโย น โหนฺติ. เตเนวาห ‘‘ขีณาสวสฺส กาเยน กรณกมฺมํ ปญฺญายตี’’ติอาทิ. ตนฺติ กุสลากุสลํ.

ขิฑฺฑาย ปทุสฺสนฺตีติ ขิฑฺฑาปโทสิโน, ขิฑฺฑาปโทสิโน เอว ขิฑฺฑาปโทสิกา. ขิฑฺฑาปโทโส วา เอเตสํ อตฺถีติ ขิฑฺฑาปโทสิกา. เต กิร ปุญฺญวิเสสาธิคเตน มหนฺเตน อตฺตโน สิริวิภเวน นกฺขตฺตํ กีฬนฺตา ตาย สมฺปตฺติยา มหนฺตตาย ‘‘อาหารํ ปริภุญฺชิมฺหา น ปริภุญฺชิมฺหา’’ติปิ น ชานนฺติ. อถ เอกาหาราติกฺกมโต ปฏฺฐาย นิรนฺตรํ ขาทนฺตาปิ ปิวนฺตาปิ จวนฺติเยว น ติฏฺฐนฺติ. กสฺมา? กมฺมชเตชสฺส พลวตาย กรชกายสฺส มนฺทตาย. มนุสฺสานญฺหิ กมฺมชเตโช มนฺโท, กรชกาโย พลวา. เตสํ เตชสฺส มนฺทตาย กายสฺส พลวตาย สตฺตาหมฺปิ อติกฺกมิตฺวา อุโณฺหทกอจฺฉยาคุอาทีหิ สกฺกา กรชกายํ อุปตฺถมฺเภตุํ. เทวานํ ปน เตโช พลวา โหติ อุฬารปุญฺญนิพฺพตฺตตฺตา อุฬารครุสินิทฺธสุธาหารชีรณโต จ. กรชํ มนฺทํ มุทุสุขุมาลภาวโต. เต เอกํ อาหารเวลํ อกฺกมิตฺวาว สณฺฐาเปตุํ น สกฺโกนฺติ. ยถา นาม คิมฺหานํ มชฺฌนฺหิเก ตตฺตปาสาเณ ฐปิตํ ปทุมํ วา อุปฺปลํ วา สายนฺหสมเย ฆฏสเตนปิ สิญฺจิยมานํ ปากติกํ น โหติ วินสฺสติเยว, เอวเมว ปจฺฉา นิรนฺตรํ ขาทนฺตาปิ ปิวนฺตาปิ จวนฺติเยว น ติฏฺฐนฺติ. กตเม ปน เต เทวาติ? ‘‘อิเม นามา’’ติ อฏฺฐกถาย วิจารณา นตฺถิ, ‘‘อาหารูปจฺเฉเทน อาตเป ขิตฺตมาลา วิยา’’ติ วุตฺตตฺตา เย เกจิ กพฬีการาหารูปชีวิโน เทวา เอวํ กโรนฺติ, เต เอวํ จวนฺตีติ เวทิตพฺพา. อภยคิริวาสิโน ปนาหุ ‘‘นิมฺมานรติปรนิมฺมิตวสวตฺติโน เต เทวา, ขิฑฺฑาย ปทุสฺสนมตฺเตเนว เหเต ขิฑฺฑาปโทสิกาติ วุตฺตา’’ติ. โก ปเนตฺถ เทวานํ อาหาโร, กา อาหารเวลาติ? ‘‘สพฺเพสมฺปิ กามาวจรเทวานํ สุธา อาหาโร, สา เหฏฺฐิเมหิ เหฏฺฐิเมหิ อุปริมานํ อุปริมานํ ปณีตตมา โหติ. ตํ ยถาสกํ ทิวสวเสเนว ทิวเส ทิวเส ภุญฺชนฺติ. เกจิ ปน พทรปฺปมาณํ สุธาหารํ ปริภุญฺชนฺติ. โส ชิวฺหายํ ฐปิตมตฺโตเยว ยาว เกสคฺคนขคฺคา กายํ ผรติ, เตสํเยว ทิวสวเสน สตฺตทิวสํ ยาปนสมตฺโถว โหตี’’ติ วทนฺติ.

อิสฺสาปกตตฺตา ปทุฏฺเฐน มนสา ปทุสฺสนฺตีติ มโนปโทสิกา. อุสูยวเสน วา มนโส ปโทโส มโนปโทโส, โส เอเตสํ อตฺถิ วินาสเหตุภูโตติ มโนปโทสิกา. อกฺกุทฺโธ รกฺขตีติ กุทฺธสฺส โส โกโธ อิตรสฺมึ อกฺกุชฺฌนฺเต อนุปาทาโน เอกวารเมว อุปฺปตฺติยา อนาเสวโน จาเวตุํ น สกฺโกติ, อุทกนฺตํ ปตฺวา อคฺคิ วิย นิพฺพายติ, ตสฺมา อกฺกุทฺโธ ตํ จวนโต รกฺขติ. อุโภสุ ปน กุทฺเธสุ ภิยฺโย ภิยฺโย อญฺญมญฺญมฺหิ ปริวฑฺฒนวเสน ติขิณสมุทาจาโร นิสฺสยทหนรโส โกโธ อุปฺปชฺชมาโน หทยวตฺถุํ นิทหนฺโต อจฺจนฺตสุขุมาลํ กรชกายํ วินาเสติ, ตโต สกโลปิ อตฺตภาโว อนฺตรธายติ. เตนาห ‘‘อุโภสุ ปนา’’ติอาทิ. ตถา จาห ภควา ‘‘อญฺญมญฺญมฺหิ ปทุฏฺฐจิตฺตา กิลนฺตกาย…เป… จวนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๔๗).

กตเม เตน เทวา ทฏฺฐพฺพาติ เอตฺถ เตนาติ ปจฺจตฺเต กรณวจนนฺติ อาห ‘‘กตเม นาม เต เทวา ทฏฺฐพฺพา’’ติ. กรณตฺเถเยว วา เอตํ กรณวจนนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เตน วา อตฺตภาเวนา’’ติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.

เจตนาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. วิภตฺติสุตฺตวณฺณนา

๑๗๒. ทุติเย อตฺถปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ อตฺเถ ปเภทคตํ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา. อตฺโถติ เจตฺถ สงฺเขปโต เหตุผลํ. ตญฺหิ เหตุวเสน อรณียํ คนฺตพฺพํ ปตฺตพฺพํ, ตสฺมา ‘‘อตฺโถ’’ติ วุจฺจติ. ปเภทโต ปน ยํ กิญฺจิ ปจฺจยสมุปฺปนฺนํ, นิพฺพานํ, ภาสิตตฺโถ, วิปาโก, กิริยาติ อิเม ปญฺจ ธมฺมา ‘‘อตฺโถ’’ติ เวทิตพฺพา, ตํ อตฺถํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตสฺมึ อตฺเถ ปเภทคตํ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา. เตนาห ‘‘ปญฺจสุ อตฺเถสุ ปเภทคตํ ญาณ’’นฺติ. อาจิกฺขามีติอาทีสุ อาทิโต กเถนฺโต อาจิกฺขติ นาม, อุทฺทิสตีติ อตฺโถ. ตเมว อุทฺเทสํ ปริโยสาเปนฺโต เทเสติ. ยถาอุทฺทิฏฺฐมตฺถํ อุทฺทิสนวเสน ปกาเรหิ ญาเปนฺโต ญาเปติ. ปกาเรหิ เอว ตมตฺถํ ปติฏฺฐาเปนฺโต ปฏฺฐเปติ. ยถาอุทฺทิฏฺฐํ ปฏินิทฺทิสนวเสน วิวรติ. วิวฏํ วิภชติ. วิภตฺตอตฺถํ เหตูทาหรณทสฺสเนหิ ปากฏํ กโรนฺโต อุตฺตานึ กโรติ.

ติสฺโส ปฏิสมฺภิทาติ ธมฺมนิรุตฺติปฏิภานปฏิสมฺภิทา. ตตฺถ ธมฺมปฏิสมฺภิทา นาม ธมฺมปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ ญาณํ. ธมฺโมติ จ สงฺเขปโต ปจฺจโย. โส หิ ยสฺมา ตํ ตํ วิทหติ ปวตฺเตติ เจว ปาเปติ จ, ตสฺมา ‘‘ธมฺโม’’ติ วุจฺจติ. ปเภทโต ปน โย โกจิ ผลนิพฺพตฺตโก เหตุ, อริยมคฺโค, ภาสิตํ, กุสลํ, อกุสลนฺติ อิเม ปญฺจ ธมฺมา ‘‘ธมฺโม’’ติ เวทิตพฺพา, ตํ ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตสฺมึ ธมฺเม ปเภทคตํ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. นิรุตฺติปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ นิรุตฺตาภิลาเป ปเภทคตํ ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทาติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อตฺเถ จ ธมฺเม จ ยา สภาวนิรุตฺติ, ตํ สภาวนิรุตฺตึ สทฺทํ อารมฺมณํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตสฺมึ สภาวนิรุตฺตาภิลาเป ปเภทคตํ ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทาติ.

เอวมยํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา สทฺทารมฺมณา นาม ชาตา, น ปญฺญตฺติอารมฺมณา. กสฺมา? ยสฺมา สทฺทํ สุตฺวา ‘‘อยํ สภาวนิรุตฺตี’’ติ ชานนฺติ. ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺโต หิ ‘‘ผสฺโส’’ติ วุตฺเต ‘‘อยํ สภาวนิรุตฺตี’’ติ ชานาติ, ‘‘ผสฺสา’’ติ วา ‘‘ผสฺส’’นฺติ วา วุตฺเต ปน ‘‘อยํ อสภาวนิรุตฺตี’’ติ ชานาติ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย. อญฺญํ ปเนส นามาขฺยาตอุปสคฺคพฺยญฺชนสทฺทํ ชานาติ น ชานาตีติ? ยทคฺเคน สทฺทํ ชานิตฺวา ‘‘อยํ สภาวนิรุตฺติ, อยํ อสภาวนิรุตฺตี’’ติ ชานาติ, ตทคฺเคน ตมฺปิ ชานิสฺสตีติ. ตํ ปน ‘‘นยิทํ ปฏิสมฺภิทากิจฺจ’’นฺติ ปฏิกฺขิปิตฺวา อิทํ วตฺถุ กถิตํ –

ติสฺสทตฺตตฺเถโร กิร โพธิมณฺเฑ สุวณฺณสลากํ คเหตฺวา ‘‘อฏฺฐารสสุ ภาสาสุ กตรภาสาย กเถมี’’ติ ปวาเรสิ. ตํ ปน เตน อตฺตโน อุคฺคเห ฐตฺวา ปวาริตํ, น ปฏิสมฺภิทาย ฐิเตน. โส หิ มหาปญฺญตาย ตํ ตํ ภาสํ กถาเปตฺวา อุคฺคเหตฺวา เอวํ ปวาเรสิ. ‘‘ภาสํ นาม สตฺตา อุคฺคณฺหนฺตี’’ติ วตฺวา ปเนตฺถ อิทํ กถิตํ. มาตาปิตโร หิ ทหรกาเล กุมารเก มญฺเจ วา ปีเฐ วา นิปชฺชาเปตฺวา ตํ ตํ กถยมานา ตานิ ตานิ กิจฺจานิ กโรนฺติ. ทารกา เตสํ ตํ ตํ ภาสํ ววตฺถาเปนฺติ ‘‘อิมินา อิทํ วุตฺต’’นฺติ. คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล สพฺพมฺปิ ภาสํ ชานนฺติ. มาตา ทมิฬี, ปิตา อนฺธโก. เตสํ ชาโต ทารโก สเจ มาตุกถํ ปฐมํ สุณาติ, ทมิฬภาสํ ภาสิสฺสติ. สเจ ปิตุกถํ ปฐมํ สุณาติ, อนฺธกภาสํ ภาสิสฺสติ. อุภินฺนมฺปิ ปน กถํ อสฺสุณนฺโต มาคธภาสํ ภาสิสฺสติ. โยปิ อคามเก มหาอรญฺเญ นิพฺพตฺโต, ตตฺถ อญฺโญ กเถนฺโต นาม นตฺถิ. โสปิ อตฺตโน ธมฺมตาย วจนํ สมุฏฺฐาเปนฺโต, มาคธภาสเมว ภาสิสฺสติ. นิรเย, ติรจฺฉานโยนิยํ, เปตฺติวิสเย, มนุสฺสโลเก, เทวโลเกติ สพฺพตฺถ มาคธภาสาว อุสฺสนฺนา, เสสา โอฏฺฏกิราตอนฺธกโยนกทมิฬภาสาทิกา อฏฺฐารส ภาสา ปริวตฺตนฺติ, กาลนฺตเรน อญฺญถา โหนฺติ จ นสฺสนฺติ จ.

อยเมเวกา ยถาภุจฺจพฺรหฺมโวหารอริยโวหารสงฺขาตา มาคธภาสา น ปริวตฺตติ. สา หิ กตฺถจิ กทาจิ ปริวตฺตนฺตีปิ น สพฺพตฺถ สพฺพทา สพฺพถาว ปริวตฺตติ, กปฺปวินาเสปิ ติฏฺฐติเยว. สมฺมาสมฺพุทฺโธปิ หิ เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ ตนฺตึ อาโรเปนฺโต มาคธภาสาย เอว อาโรเปสิ. กสฺมา? เอวญฺหิ อาหริตุํ สุขํ โหติ. มาคธภาสาย หิ ตนฺตึ อารุฬฺหสฺส พุทฺธวจนสฺส ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตานํ โสตปถาคมนเมว ปปญฺโจ. เตน สงฺฆฏิตมตฺเตเนว นยสเตน นยสหสฺเสน อตฺโถ อุปฏฺฐาติ. อญฺญาย ภาสาย ตนฺตึ อารุฬฺหกํ โสเธตฺวา อุคฺคเหตพฺพํ โหติ, พหุมฺปิ อุคฺคเหตฺวา ปน ปุถุชฺชนสฺส ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺติ นาม นตฺถิ, อริยสาวโก โนปฏิสมฺภิทาปฺปตฺโต นาม นตฺถิ.

ปฏิภานปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ ปฏิภาเน ปเภทคตํ ญาณํ ปฏิภานปฏิสมฺภิทา. อตฺถธมฺมาทิวิสเยสุ หิ ตีสุ ญาเณสุ ‘‘อิมานิ ญาณานิ อิทมตฺถโชตกานี’’ติ (วิภ. ๗๒๕-๗๓๑) เอวํ ปวตฺตญาณสฺเสตํ อธิวจนํ. อิมา ปน จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา ทฺวีสุ ฐาเนสุ ปเภทํ คจฺฉนฺติ, ปญฺจหิ การเณหิ วิสทา โหนฺตีติ เวทิตพฺพา. กตเมสุ ทฺวีสุ? เสกฺขภูมิยญฺจ อเสกฺขภูมิยญฺจ, ตตฺถ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส มหากสฺสปตฺเถรสฺส มหากจฺจายนตฺเถรสฺส มหาโกฏฺฐิกตฺเถรสฺสาติ อสีติยาปิ มหาเถรานํ ปฏิสมฺภิทา อเสกฺขภูมิยํ ปเภทคตา. อานนฺทตฺเถรสฺส, จิตฺตสฺส คหปติโน, ธมฺมิกสฺส อุปาสกสฺส, อุปาลิสฺส คหปติโน, ขุชฺชุตฺตราย อุปาสิกายาติ เอวมาทีนํ ปฏิสมฺภิทา เสกฺขภูมิยํ ปเภทคตาติ อิมาสุ ทฺวีสุ ภูมีสุ ปเภทํ คจฺฉนฺติ. ปเภโท นาม มคฺเคหิ อธิคตานํ ปฏิสมฺภิทานํ ปเภทคมนํ.

กตเมหิ ปญฺจหิ การเณหิ ปฏิสมฺภิทา วิสทา โหนฺตีติ? อธิคเมน, ปริยตฺติยา, สวเนน, ปริปุจฺฉาย, ปุพฺพโยเคน. ตตฺถ อธิคโม นาม อรหตฺตํ. ตญฺหิ ปตฺตสฺส ปฏิสมฺภิทา วิสทา โหนฺติ. สวนํ นาม ธมฺมสฺสวนํ. สกฺกจฺจํ สุณนฺตสฺส หิ ปฏิสมฺภิทา วิสทา โหนฺติ. ปริปุจฺฉา นาม อฏฺฐกถา. อุคฺคหิตปาฬิยา อตฺถํ กเถนฺตสฺส หิ ปฏิสมฺภิทา วิสทา โหนฺติ. ปุพฺพโยโค นาม ปุพฺพโยคาวจรตา หรณปจฺจาหรณนเยน ปริหฏกมฺมฏฺฐานตา. ปุพฺพโยคาวจรสฺส หิ ปฏิสมฺภิทา วิสทา โหนฺติ.

เอเตสุ ปน ปริยตฺติ, สวนํ, ปริปุจฺฉาติ อิมานิ ตีณิ ปเภทสฺเสว พลวการณานิ, ปุพฺพโยโค อธิคมสฺส พลวปจฺจโย. ปเภทสฺส โหติ น โหตีติ? โหติ, น ปน ยถา อธิคมสฺส พลวปจฺจโย โหติ, ตถา ปเภทสฺส. ปริยตฺติสวนปริปุจฺฉา หิ ปุพฺเพ โหนฺตุ วา มา วา, ปุพฺพโยเคน ปน ปุพฺเพ เจว เอตรหิ จ สงฺขารสมฺมสนํ วินา ปฏิสมฺภิทาธิคโม นาม นตฺถิ. อิเม ปน เทฺวปิ เอกโต หุตฺวา ปฏิสมฺภิทา อุปตฺถมฺเภตฺวา วิสทา โหนฺตีติ.

วิภตฺติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓-๔. มหาโกฏฺฐิกสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๗๓-๔. ตติเย ผสฺสายตนานนฺติ เอตฺถ อากรฏฺโฐ อายตนสทฺโทติ อาห ‘‘ผสฺสากราน’’นฺติอาทิ. ‘‘สุวณฺณายตนํ, รชตายตน’’นฺติอาทีสุ อากโรปิ ‘‘อายตน’’นฺติ วุตฺโต, สญฺชาติสโมสรณาทิวเสนปิ อายตนฏฺโฐ ลพฺภติเยว. มา-อิติ ปฏิเสเธ นิปาโต. สฺวายํ ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ อเสสํ วิราคนิโรธา อตฺถญฺญํ วจนํ กิญฺจีติ สนฺธายาหาติ อาห ‘‘มา ภณีติ อตฺโถ’’ติ. ปญฺจผสฺสายตนานิ นิรุทฺธานีติ จกฺขาทีนญฺจ ตตฺถ อภาวํ สนฺธาย วทติ. ฉฏฺฐสฺสาติ มนายตนสฺส. จตุตฺเถ นตฺถิ วตฺตพฺพํ.

มหาโกฏฺฐิกสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕-๖. อุปวาณสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๗๕-๖. ปญฺจเม วิชฺชายาติ ทิพฺพจกฺขุปุพฺเพนิวาสานุสฺสติอาสวกฺขยญาณสงฺขาตาย ติวิธาย วิชฺชาย, อฏฺฐวิธาย วา. อฏฺฐวิธาปิ หิ วิชฺชา วิปสฺสนาญาเณน มโนมยิทฺธิยา จ สห อภิญฺญา ปริคฺคเหตฺวา วุตฺตา. ปนฺนรสธมฺมเภเทน จรเณน สมนฺนาคโตติ สีลสํวโร, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา, โภชเน มตฺตญฺญุตา, ชาคริยานุโยโค, สทฺธา, หิรี, โอตฺตปฺปํ, พาหุสจฺจํ, วีริยํ, สติ, ปญฺญา, จตฺตาริ รูปาวจรชฺฌานานีติ เอวํ ปนฺนรสเภเทน จรณธมฺเมน สมนฺนาคโต. อิเมเยว หิ ปนฺนรส ธมฺมา ยสฺมา เอเตหิ จรติ อริยสาวโก คจฺฉติ อมตํ ทิสํ, ตสฺมา ‘‘จรณ’’นฺติ วุตฺตา. ฉฏฺเฐ นตฺถิ วตฺตพฺพํ.

อุปวาณสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. ราหุลสุตฺตวณฺณนา

๑๗๗. สตฺตเม ปถวีธาตุเรเวสาติ ทุวิธาเปสา ถทฺธฏฺเฐน, กกฺขฬฏฺเฐน, ผรุสฏฺเฐน เอกลกฺขณา ปถวีธาตุ เอวาติ อชฺฌตฺติกํ พาหิราย สทฺธึ โยเชตฺวา ทสฺเสติ. กสฺมา? พาหิราย ปถวีธาตุยา อเจตนาภาโว ปากโฏ, น อชฺฌตฺติกาย, ตสฺมา พาหิราย สทฺธึ เอกสทิสา อเจตนาเยวาติ คณฺหนฺตสฺส สุขปริคฺคาหา โหติ, ยถา กึ? ทนฺเตน โคเณน สทฺธึ โยชิโต อทนฺโต กติปาหเมว วิสุกายติ วิปฺผนฺทติ, อถ น จิรสฺเสว ทมถํ อุเปติ, เอวํ อชฺฌตฺติกํ พาหิราย สทฺธึ เอกสทิสาติ คณฺหนฺตสฺส กติปาหเมว อเจตนภาเวน อุปฏฺฐาติ, อถ น จิเรเนวสฺสา อเจตนภาโว ปากโฏ โหติ ธาตุมตฺตตาย ทสฺสนโต. เนตํ มม…เป… ทฏฺฐพฺพนฺติ ตํ อุภยมฺปิ ‘‘น เอตํ มม, น เอโสหมสฺมิ, น เอโส เม อตฺตา’’ติ เอวํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทฏฺฐพฺพํ. ยถาภูตนฺติ ยถาสภาวํ. ตญฺหิ อนิจฺจาทิสภาวํ, ตสฺมา อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตาติ เอวํ ทฏฺฐพฺพนฺติ อตฺโถ. ยสฺมา ‘‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’’ติ ปสฺสนฺโต เนว กตฺถจิ อตฺตานํ ปสฺสติ, น ตํ ปรสฺส กิญฺจนภาเว อุปเนตพฺพํ ปสฺสติ, น ปรสฺส อตฺตานํ อตฺตโน กิญฺจนภาเว อุปเนตพฺพํ ปสฺสติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘จตุโกฏิกสุญฺญตา นาม กถิตา’’ติ.

ราหุลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. ชมฺพาลีสุตฺตวณฺณนา

๑๗๘. อฏฺฐเม สนฺตนฺติ องฺคสนฺตตาย เจว อารมฺมณสนฺตตาย จ กมนียํ มโนหรํ. เจโตวิมุตฺตินฺติ รูปารูปาวจรํ จิตฺตวิมุตฺตึ. เตเนวาห ‘‘อฏฺฐนฺนํ สมาปตฺตีนํ อญฺญตรํ สมาปตฺติ’’นฺติ. เลปมกฺขิเตนาติ ลาขามกฺขิเตน. ปาริปนฺถิเก อโสเธตฺวาติ กามจฺฉนฺทาทิปาริปนฺถิเก อโสเธตฺวา. โย หิ กามาทีนวปจฺจเวกฺขณาทีหิ กามจฺฉนฺทํ น สุฏฺฐุ วิกฺขมฺเภตฺวา กายปฺปสฺสทฺธิวเสน ทุฏฺฐุลฺลํ สุปฺปฏิปฺปสฺสทฺธํ อกตฺวา อารมฺภธาตุมนสิการาทิวเสน ถินมิทฺธํ น สุฏฺฐุ ปฏิวิโนเทตฺวา สมถนิมิตฺตมนสิการาทิวเสน อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ น สมูหตํ กตฺวา อญฺเญปิ สมาธิปริปนฺเถ ธมฺเม น สุฏฺฐุ โสเธตฺวา ฌานํ สมาปชฺชติ. โส อโสธิตํ อาสยํ ปวิฏฺฐภมโร วิย อสุทฺธํ อุยฺยานํ ปวิฏฺฐราชา วิย จ ขิปฺปเมว นิกฺขมติ. โย ปน สมาธิปริปนฺเถ ธมฺเม สุฏฺฐุ วิโสเธตฺวา ฌานํ สมาปชฺชติ, โส สุวิโสธิตํ อาสยํ ปวิฏฺฐภมโร วิย สุปริสุทฺธํ อุยฺยานํ ปวิฏฺฐราชา วิย จ สกลมฺปิ ทิวสภาคํ อนฺโตสมาปตฺติยํเยว โหติ.

อายมุขานีติ นทิตฬากกนฺทรปทราทิโต อาคมนมคฺคา. เต จ กนฺทราเยวาติ อาห ‘‘จตสฺโส ปวิสนกนฺทรา’’ติ. อปายมุขานีติ อปคมนมคฺคา. อเปนฺติ อปคจฺฉนฺติ เอเตหีติ หิ อปายา, เต เอว มุขานีติ อปายมุขานิ. ตานิ จ อุทกนิกฺขมนจฺฉิทฺทานีติ อาห ‘‘อปวาหนจฺฉิทฺทานี’’ติ, อปายสงฺขาตานิ อุทกนิกฺขมนจฺฉิทฺทานีติ อตฺโถ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

ชมฺพาลีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. นิพฺพานสุตฺตวณฺณนา

๑๗๙. นวเม อภิธมฺเม วุตฺตนเยนาติ –

‘‘กตมา หานภาคินี ปญฺญา? ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภึ กามสหคตา สญฺญามนสิการา สมุทาจรนฺติ หานภาคินี ปญฺญา, ตทนุธมฺมตา สติ สนฺติฏฺฐติ ฐิติภาคินี ปญฺญา. อวิตกฺกสหคตา สญฺญามนสิการา สมุทาจรนฺติ วิเสสภาคินี ปญฺญา. นิพฺพิทาสหคตา สญฺญามนสิการา สมุทาจรนฺติ วิราคูปสญฺหิตา นิพฺเพธภาคินี ปญฺญา’’ติ (วิภ. ๗๙๙) –

อาทินา วิภงฺเค วุตฺตนเยน เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ตตฺถ ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภินฺติ ยฺวายํ อปฺปคุณสฺส ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภี, ตํ. กามสหคตา สญฺญามนสิการา สมุทาจรนฺตีติ ตโต วุฏฺฐิตํ อารมฺมณวเสน กามสหคตา หุตฺวา สญฺญามนสิการา สมุทาจรนฺติ ตุทนฺติ โจเทนฺติ. ตสฺส กามานุปกฺขนฺทานํ สญฺญามนสิการานํ วเสน สา ปฐมชฺฌานปญฺญา หายติ ปริหายติ, ตสฺมา ‘‘หานภาคินี ปญฺญา’’ติ วุตฺตา. ตทนุธมฺมตาติ ตทนุรูปสภาวา. สติ สนฺติฏฺฐตีติ อิทํ มิจฺฉาสตึ สนฺธาย วุตฺตํ, น สมฺมาสตึ. ยสฺส หิ ปฐมชฺฌานานุรูปสภาวา ปฐมชฺฌานํ สนฺตโต ปณีตโต ทิสฺวา อสฺสาทยมานา อภินนฺทมานา นิกนฺติ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส นิกนฺติวเสน ปฐมชฺฌานปญฺญา เนว หายติ น วฑฺฒติ, ฐิติโกฏฺฐาสิกา โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ฐิติภาคินี ปญฺญา’’ติ. อวิตกฺกสหคตาติ อวิตกฺกํ ทุติยชฺฌานํ สนฺตโต ปณีตโต มนสิกโรโต อารมฺมณวเสน อวิตกฺกสหคตา สญฺญามนสิการา. สมุทาจรนฺตีติ ปคุณโต ปฐมชฺฌานโต วุฏฺฐิตํ ทุติยชฺฌานาธิคมตฺถาย ตุทนฺติ โจเทนฺติ, ตสฺส อุปริ ทุติยชฺฌานานุปกฺขนฺทานํ สญฺญามนสิการานํ วเสน สา ปฐมชฺฌานปญฺญา วิเสสภูตสฺส ทุติยชฺฌานสฺส อุปฺปตฺติปทฏฺฐานตาย ‘‘วิเสสภาคินี’’ติ วุตฺตา.

นิพฺพิทาสหคตาติ ตํเยว ปฐมชฺฌานลาภึ ฌานโต วุฏฺฐิตํ นิพฺพิทาสงฺขาเตน วิปสฺสนาญาเณน สหคตา. วิปสฺสนาญาณญฺหิ ฌานงฺคเภเท วตฺตนฺเต นิพฺพินฺทติ อุกฺกณฺฐติ, ตสฺมา ‘‘นิพฺพิทา’’ติ วุจฺจติ. สมุทาจรนฺตีติ นิพฺพานสจฺฉิกิริยตฺถาย ตุทนฺติ โจเทนฺติ. วิราคูปสญฺหิตาติ วิราคสงฺขาเตน นิพฺพาเนน อุปสํหิตา. วิปสฺสนาญาณญฺหิ สกฺกา อิมินา มคฺเคน วิราคํ นิพฺพานํ สจฺฉิกาตุนฺติ ปวตฺติโต ‘‘วิราคูปสํหิต’’นฺติ วุจฺจติ. ตํสมฺปยุตฺตสญฺญามนสิการาปิ วิราคูปสํหิตา เอว นาม. ตสฺส เตสํ สญฺญามนสิการานํ วเสน สา ปฐมชฺฌานปญฺญา อริยมคฺคปฺปฏิเวธสฺส ปทฏฺฐานตาย ‘‘นิพฺเพธภาคินี’’ติ วุตฺตาติ.

นิพฺพานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. มหาปเทสสุตฺตวณฺณนา

๑๘๐. ทสเม มหาโอกาเสติ มหนฺเต โอกาเส มหนฺตานิ ธมฺมสฺส ปติฏฺฐาปนฏฺฐานานิ. เยสุ ปติฏฺฐาปิโต ธมฺโม นิจฺฉียติ อสนฺเทหโต. กานิ ปน ตานิ? อาคมนวิสิฏฺฐานิ สุตฺโตตรณาทีนิ. ทุติยวิกปฺเป อปทิสียนฺตีติ อปเทสา, มหนฺตา อปเทสา เอเตสนฺติ มหาปเทสา. ‘‘สมฺมุขา เมตํ, อาวุโส, ภควโต สุต’’นฺติอาทินา เกนจิ อาภตสฺส ธมฺโมติ วินิจฺฉยเน การณํ. กึ ปน ตนฺติ? ตสฺส ยถาภตสฺส สุตฺโตตรณาทิ เอว. ยทิ เอวํ กถํ จตฺตาโรติ? ยสฺมา ธมฺมสฺส เทฺว สมฺปทาโย สตฺถา สาวโก จ. เตสุ สาวกา สงฺฆคณปุคฺคลวเสน ติวิธา. เอวมิมมฺหา มยายํ ธมฺโม ปฏิคฺคหิโตติ อปทิสิตพฺพานํ เภเทน จตฺตาโร. เตนาห ‘‘สมฺมุขา เมตํ, อาวุโส, ภควโต สุต’’นฺติอาทิ. ตถา จ วุตฺตํ เนตฺติยํ (เนตฺติ. ๔.๑๘) ‘‘จตฺตาโร มหาปเทสา พุทฺธาปเทโส, สงฺฆาปเทโส, คณาปเทโส, ปุคฺคลาปเทโส. อิเม จตฺตาโร มหาปเทสา’’ติ. พุทฺโธ อปเทโส เอตสฺสาติ พุทฺธาปเทโส. เอส นโย เสเสสุปิ. เตนาห ‘‘พุทฺธาทโย…เป… มหาการณานี’’ติ.

เนว อภินนฺทิตพฺพนฺติ น สมฺปฏิจฺฉิตพฺพํ, คนฺถสฺส สมฺปฏิจฺฉนํ นาม สวนนฺติ อาห ‘‘น โสตพฺพ’’นฺติ. ปทพฺยญฺชนานีติ ปทานิ จ พฺยญฺชนานิ จ, อตฺถปทานิ พฺยญฺชนปทานิ จาติ อตฺโถ. ปชฺชติ อตฺโถ เอเตหีติ ปทานิ, อกฺขราทีนิ พฺยญฺชนปทานิ. ปชฺชิตพฺพโต ปทานิ, สงฺกาสนาทีนิ อตฺถปทานิ. ‘‘อฏฺฐกถายํ ปทสงฺขาตานิ พฺยญฺชนานีติ พฺยญฺชนปทาเนว วุตฺตานี’’ติ เกจิ. อตฺถํ พฺยญฺเชนฺตีติ พฺยญฺชนานิ, พฺยญฺชนปทานิ. เตหิ พฺยญฺชิตพฺพโต พฺยญฺชนานิ, อตฺถปทานีติ อุภยสงฺคหโต. อิมสฺมึ ฐาเนติ เตนาภตสุตฺตสฺส อิมสฺมึ ปเทเส. ปาฬิ วุตฺตาติ เกวโล ปาฬิธมฺโม วุตฺโต. อตฺโถ วุตฺโตติ ปาฬิยา อตฺโถ วุตฺโต นิทฺทิฏฺโฐ. อนุสนฺธิ กถิโตติ ยถารทฺธเทสนาย อุปริเทสนาย จ อนุสนฺธานํ กถิตํ, สมฺพนฺโธ กถิโต. ปุพฺพาปรํ กถิตนฺติ ปุพฺเพน ปรํ อวิรุชฺฌนญฺเจว วิเสสฏฺฐานญฺจ กถิตํ ปกาสิตํ. เอวํ ปาฬิธมฺมาทีนิ สมฺมเทว สลฺลกฺเขตฺวา คหณํ สาธุกํ อุคฺคหณนฺติ อาห ‘‘สุฏฺฐุ คเหตฺวา’’ติ. สุตฺเต โอตาเรตพฺพานีติ ญาเณน สุตฺเต โอคาเหตฺวา ตาเรตพฺพานิ. ตํ ปน โอคาเหตฺวา ตรณํ ตตฺถ โอตรณํ อนุปฺปเวสนํ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘โอตริตพฺพานี’’ติ. สํสนฺเทตฺวา ทสฺสนํ สนฺทสฺสนนฺติ อาห ‘‘วินเย สํสนฺเทตพฺพานี’’ติ.

‘‘กึ ปน ตํ สุตฺตํ, โก วา วินโย’’ติ วิจารณายํ อาจริยานํ มติเภทมุเขน ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วินโยติ วิภงฺคปาฐมาห. โส หิ มาติกาสญฺญิตสฺส สุตฺตสฺส อตฺเถ สูจนโต ‘‘สุตฺต’’นฺติ วตฺตพฺพตํ อรหติ. วิวิธนยตฺตา วิสิฏฺฐนยตฺตา จ วินโย, ขนฺธกปาโฐ. เอวนฺติ เอวํ สุตฺตวินเยสุ ปริคฺคยฺหมาเนสุ วินยปิฏกมฺปิ น ปริยาทิยติ ปริวารปาฬิยา อสงฺคหิตตฺตา. สุตฺตนฺตาภิธมฺมปิฏกานิ วา สุตฺตํ อตฺถสูจนาทิอตฺถสมฺภวโต. เอวมฺปีติ สุตฺตนฺตาภิธมฺมปิฏกานิ สุตฺตํ, วินยปิฏกํ วินโยติ เอวํ สุตฺตวินยวิภาเค วุจฺจมาเนปิ. น ตาว ปริยาทิยนฺตีติ น ตาว อนวเสสโต ปริคฺคยฺหนฺติ. กสฺมาติ เจติ อาห ‘‘อสุตฺตนามกญฺหี’’ติอาทิ. ยสฺมา สุตฺตนฺติ อิมํ นามํ อนาโรเปตฺวา สงฺคีตํ ชาตกาทิพุทฺธวจนํ อตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตนเยน ตีณิ ปิฏกานิ น ปริยาทิยนฺตีติ. สุตฺตนิปาตอุทานอิติวุตฺตกานิ ทีฆนิกายาทโย วิย สุตฺตนฺติ นามํ อาโรเปตฺวา อสงฺคีตานีติ อธิปฺปาเยเนตฺถ ชาตกาทีหิ สทฺธึ ตานิปิ คหิตานิ. พุทฺธวํสจริยาปิฏกานํ ปเนตฺถ อคฺคหเณ การณํ มคฺคิตพฺพํ, กึ วา เอเตน มคฺคเนน. สพฺโพปายํ วณฺณนานโย เถรวาททสฺสนมุเขน ปฏิกฺขิตฺโต เอวาติ.

กึ อตฺถีติ อสุตฺตนามกํ พุทฺธวจนํ นตฺถิเยวาติ ทสฺเสติ. ตํ สพฺพํ ปฏิกฺขิปิตฺวาติ ‘‘สุตฺตนฺติ วินโย’’ติอาทินา วุตฺตสํวณฺณนายํ ‘‘นายมตฺโถ อิธาธิปฺเปโต’’ติ ปฏิเสเธตฺวา. วิเนติ เอเตน กิเลเสติ วินโย, กิเลสวินยนูปาโย, โส เอว การณนฺติ อาห ‘‘วินโย ปน การณ’’นฺติ.

ธมฺเมติ ปริยตฺติธมฺเม. สราคายาติ สราคภาวาย กามราคภวราคปริพฺรูหนาย. สํโยคายาติ ภวสํโยชนาย. สอุปาทานายาติ จตุรูปาทานูปสํหิตตาย. มหิจฺฉตายาติ มหิจฺฉภาวาย. อสนฺตุฏฺฐิยาติ อสนฺตุฏฺฐภาวาย. โกสชฺชายาติ กุสีตภาวาย. สงฺคณิกายาติ กิเลสสงฺคณิกวิหาราย. อาจยายาติ ติวิธวฏฺฏาจยาย. วิราคายาติ สกลวฏฺฏโต วิรชฺชนตฺถาย. วิสํโยคายาติ กามราคาทีหิ วิสํยุชฺชนตฺถาย. อนุปาทานายาติ สพฺพสฺสปิ กมฺมภวสฺส อคฺคหณาย. อปฺปิจฺฉตายาติ ปจฺจยปฺปิจฺฉตาทิวเสน สพฺพโส อิจฺฉาย อปคมาย. สนฺตุฏฺฐิยาติ ทฺวาทสวิธสนฺตุฏฺฐภาวาย. วีริยารมฺภายาติ กายิกสฺส เจว เจตสิกสฺส จ วีริยสฺส ปคฺคณฺหนตฺถาย. วิเวกายาติ ปวิวิตฺตภาวาย กามวิเวกาทิตทงฺควิเวกาทิวิเวกสิทฺธิยา. อปจยายาติ สพฺพสฺสปิ วฏฺฏสฺส อปจยนาย, นิพฺพานายาติ อตฺโถ. เอวํ โย ปริยตฺติธมฺโม อุคฺคหณธารณปริปุจฺฉามนสิการวเสน โยนิโส ปฏิปชฺชนฺตสฺส สราคาทิภาวปริวชฺชนสฺส การณํ หุตฺวา วิราคาทิภาวาย สํวตฺตติ, เอกํสโต เอโส ธมฺโม, เอโส วินโย สมฺมเทว อปายาทีสุ อปตนวเสน ธารณโต กิเลสานํ วินยนโต จ. สตฺถุ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส โอวาทานุรูปปฺปวตฺติภาวโต เอตํ สตฺถุสาสนนฺติ จ ชาเนยฺยาสีติ อตฺโถ.

จตุสจฺจตฺถสูจนํ สุตฺตนฺติ อาห ‘‘สุตฺเตติ เตปิฏเก พุทฺธวจเน’’ติ. เตปิฏกญฺหิ พุทฺธวจนํ สจฺจวินิมุตฺตํ นตฺถิ. ราคาทิวินยการณํ ยถา เตน สุตฺตปเทน ปกาสิตนฺติ อาห ‘‘วินเยติ เอตสฺมึ ราคาทิวินยการเณ’’ติ. สุตฺเต โอตรณญฺเจตฺถ เตปิฏกพุทฺธวจนปริยาปนฺนตาวเสเนว เวทิตพฺพํ, น อญฺญถาติ อาห ‘‘สุตฺตปฺปฏิปาฏิยา กตฺถจิ อนาคนฺตฺวา’’ติ. ฉลฺลึ อุฏฺฐเปตฺวาติ อโรคสฺส มหโต รุกฺขสฺส ติฏฺฐโต อุปกฺกเมน ฉลฺลิกาย สกลิกาย ปปฏิกาย วา อุฏฺฐาปนํ วิย อโรคสฺส สาสนธมฺมสฺส ติฏฺฐโต พฺยญฺชนมตฺเตน ตปฺปริยาปนฺนํ วิย หุตฺวา ฉลฺลิสทิสํ ปุพฺพาปรวิรุทฺธตาทิโทสํ อุฏฺฐเปตฺวา ปริทีเปตฺวา. ตาทิสานิ ปน เอกํสโต คุฬฺหเวสฺสนฺตราทิปริยาปนฺนานิ โหนฺตีติ อาห ‘‘คุฬฺหเวสฺสนฺตร…เป… ปญฺญายนฺตีติ อตฺโถ’’ติ. ราคาทิวินเยติ ราคาทิวินยนตฺเถน อตทาการตาย อปญฺญายมานานิ ฉฑฺเฑตพฺพานิ จชิตพฺพานิ น คเหตพฺพานิ. สพฺพตฺถาติ สพฺพวาเรสุ.

มหาปเทสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สญฺเจตนิยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.