๑-๒. วลาหกสุตฺตทฺวยวณฺณนา
๑๐๑-๒. ตติยปณฺณาสกสฺส ปฐเม คชฺชิตาติ ถนิตา. ตตฺถ คชฺชิตฺวา โนวสฺสนภาโว นาม ปาปโก. มนุสฺสา หิ ยทา เทโว คชฺชติ, ตทา ‘‘สุวุฏฺฐิตา ภวิสฺสตี’’ติ พีชานิ นีหริตฺวา วปนฺติ. อถ เทเว อวสฺสนฺเต เขตฺเต พีชานิ เขตฺเตเยว นสฺสนฺติ, เคเห พีชานิ เคเหเยว นสฺสนฺตีติ ทุพฺภิกฺขํ โหติ. โนคชฺชิตฺวา วสฺสนภาโวปิ ปาปโก. มนุสฺสา หิ อิมสฺมึ กาเล ‘‘ทุพฺพุฏฺฐิกา ภวิสฺสตี’’ติ นินฺนฏฺฐาเนสุเยว วปฺปํ กโรนฺติ. อถ เทโว วสฺสิตฺวา สพฺพพีชานิ มหาสมุทฺทํ ปาเปติ, ทุพฺภิกฺขเมว โหติ. คชฺชิตฺวา วสฺสนภาโว ปน ภทฺทโก. ตทา หิ สุภิกฺขํ โหติ. โนคชฺชิตฺวา โนวสฺสนภาโว เอกนฺตปาปโกว. ภาสิตา โหติ โน กตฺตาติ ‘‘อิทานิ คนฺถธุรํ ปูเรสฺสามิ, วาสธุรํ ปูเรสฺสามี’’ติ กเถติเยว, น อุทฺเทสํ คณฺหาติ, น กมฺมฏฺฐานํ ภาเวติ.
กตฺตา โหติ โน ภาสิตาติ ‘‘คนฺถธุรํ ปูเรสฺสามิ, วาสธุรํ วา’’ติ น ภาสติ, สมฺปตฺเต ปน กาเล สมตฺตํ สมฺปาเทติ. อิมินา นเยน อิตเรปิ เวทิตพฺพา. อถ วา สพฺพํ ปเนตํ ปจฺจยทายเกเหว กถิตํ. เอโก หิ ‘‘อสุกทิวเส นาม ทานํ ทสฺสามี’’ติ สงฺฆํ นิมนฺเตติ, สมฺปตฺเต กาเล โน กโรติ. อยํ ปุคฺคโล ปุญฺเญน ปริหายติ, ภิกฺขุสงฺโฆ ปน ลาเภน ปริหายติ. อปโร สงฺฆํ อนิมนฺเตตฺวา สกฺการํ กตฺวา ‘‘ภิกฺขู อาเนสฺสามี’’ติ น ลภิ, สพฺเพ อญฺญตฺถ นิมนฺติตา โหนฺติ. อยมฺปิ ปุญฺเญน ปริหายติ, สงฺโฆปิ ลาเภน ปริหายติ. อปโร ปฐมํ สงฺฆํ นิมนฺเตตฺวา ปจฺฉา สกฺการํ กตฺวา ทานํ เทติ, อยํ กิจฺจการี โหติ. อปโร เนว สงฺฆํ นิมนฺเตติ, น ทานํ เทติ, อยํ ปาปปุคฺคโลติ เวทิตพฺโพ. ทุติยํ อุตฺตานเมว.
วลาหกสุตฺตทฺวยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.