๘. อญฺญติตฺถิยสุตฺตวณฺณนา

๖๙. อฏฺฐเม ภควา มูลํ การณํ เอเตสํ ยาถาวโต อธิคมายาติ ภควํมูลกา. เตนาห ‘‘ภควนฺตญฺหิ นิสฺสาย มยํ อิเม ธมฺเม อาชานาม ปฏิวิชฺฌามา’’ติ. อมฺหากํ ธมฺมาติ เตหิ อตฺตนา อธิคนฺตพฺพตาย วุตฺตํ. เสวิตพฺพาเสวิตพฺพานญฺหิ ยาถาวโต อธิคมญฺญาณานิ อธิคจฺฉนกสมฺพนฺธีนิ, ตานิ จ สมฺมาสมฺพุทฺธมูลกานิ อนญฺญวิสยตฺตา. เตนาห ‘‘ปุพฺเพ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺเธนา’’ติอาทิ. อิเม ธมฺมาติ อิเม ญาณธมฺมา. อาชานามาติ อภิมุขํ ปจฺจกฺขโต ชานาม. ปฏิวิชฺฌามาติ ตสฺเสว เววจนํ, อธิคจฺฉามาติ อตฺโถ. ภควา เนตา เอเตสนฺติ ภควํเนตฺติกา. เนตาติ เสวิตพฺพธมฺเม เวเนยฺยสนฺตานํ ปาเปตา. วิเนตาติ อเสวิตพฺพธมฺเม เวเนยฺยสนฺตานโต อปเนตา. ตทงฺควินยาทิวเสน วา วิเนตา. อถ วา ยถา อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส โหติ, เอวํ วิเสสโต เนตา. อนุเนตาติ ‘‘อิเม ธมฺมา เสวิตพฺพา, อิเม น เสวิตพฺพา’’ติ อุภยสมฺปาปนาปนยนตฺถํ ปญฺญาเปตา. เตนาห ‘‘ยถาสภาวโต’’ติอาทิ.

ปฏิสรนฺติ เอตฺถาติ ปฏิสรณํ, ภควา ปฏิสรณํ เอเตสนฺติ ภควํปฏิสรณา. อาปาถํ อุปคจฺฉนฺตา หิ ภควา ปฏิสรณํ สโมสรณฏฺฐานํ. เตนาห ‘‘จตุภูมกธมฺมา’’ติอาทิ. ปฏิสรติ สภาวสมฺปฏิเวธวเสน ปจฺเจกํ อุปคจฺฉตีติ วา ปฏิสรณํ, ภควา ปฏิสรณํ เอเตสนฺติ ภควํปฏิสรณา. ปฏิสรติ ปฏิวิชฺฌตีติ วา ปฏิสรณํ, ตสฺมา ปฏิวิชฺฌนวเสน ภควา ปฏิสรณํ เอเตสนฺติ ภควํปฏิสรณา. เตนาห ‘‘อปิจา’’ติอาทิ. ปฏิเวธวเสนาติ ปฏิวิชฺฌิตพฺพตาวเสน. อสติปิ มุเข อตฺถโต เอวํ วทนฺโต วิย โหตีติ อาห ‘‘ผสฺโส อาคจฺฉติ อหํ ภควา กินฺนาโม’’ติ. ผสฺโส ญาณสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺโตเยว หิ อตฺตโน ‘‘อหํ กินฺนาโม’’ติ นามํ ปุจฺฉนฺโต วิย, ภควา จสฺส นามํ กโรนฺโต วิย โหติ.

ปฏิภาตูติ เอตฺถ ปฏิสทฺทาเปกฺขาย ‘‘ภควนฺต’’นฺติ อุปโยควจนํ, อตฺโถ ปน สามิวจนวเสเนว เวทิตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ภควโต’’ติ. ปฏิภาตูติ จ ภาโค โหตุ. ภควโต หิ เอส ภาโค, ยทิทํ ธมฺมสฺส เทสนา, อมฺหากํ ปน ภาโค สวนนฺติ อธิปฺปาโย. เอวญฺหิ สทฺทลกฺขเณน สเมติ. เกจิ ปน ปฏิภาตูติ ปทสฺส ทิสฺสตูติ อตฺถํ วทนฺติ, ญาเณน ทิสฺสตุ, เทสียตูติ วา อตฺโถ. อุปฏฺฐาตูติ ญาณสฺส ปจฺจุปติฏฺฐตุ. ปาฬิยํ โก อธิปฺปยาโสติ เอตฺถ โก อธิกปฺปโยโคติ อตฺโถ.

โลกวชฺชวเสนาติ โลกิยชเนหิ ปกติยา ครหิตพฺพวชฺชวเสน. วิปากวชฺชวเสนาติ วิปากสฺส อปายสํวตฺตนิกวชฺชวเสน. กถนฺติอาทินา อุภยวชฺชวเสนปิ อปฺปสาวชฺชตาย วิสยํ ทสฺเสติ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.

อญฺญติตฺถิยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.