๑. ติตฺถายตนสุตฺตวณฺณนา

๖๒. ทุติยสฺส ปฐเม ติตฺถํ นาม ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย ตพฺพินิมุตฺตสฺส กสฺสจิ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตสฺส อภาวโต. เอตฺถ หิ สตฺตา ตรนฺติ อุปฺปิลวนฺติ อุมฺมุชฺชนิมุชฺชํ กโรนฺติ, ตสฺมา ‘‘ติตฺถ’’นฺติ วุจฺจติ. ปารคมนสงฺขาตญฺหิ ตรณํ ทิฏฺฐิคติกานํ นตฺถิ, ตตฺเถว อปราปรํ นิมุชฺชนุมฺมุชฺชนวเสน ปิลวนเมว เตสํ ตรณํ นาม. อุปฺปาทกาติ ปูรณกสฺสปาทโย. ติตฺเถ ชาตา ติตฺถิยา, ยถาวุตฺตํ วา ทิฏฺฐิคตสงฺขาตํ ติตฺถํ เอเตสํ อตฺถีติ ติตฺถิกา, ติตฺถิกา เอว ติตฺถิยา. มโนรเมติ สาทุผลภริตตาย อภยทิสตาย จ มโนรเม. อิเมสุเยว ตีสุ ฐาเนสูติ ยถาวุตฺเตสุ ติตฺถายตเนสุ.

โย ยถา ชานาติ, ตสฺส ตถา วุจฺจตีติ อิมินา ปุคฺคลชฺฌาสยวเสน ตถา วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. ปุคฺคล-สทฺโท จ ติสฺสนฺนมฺปิ ปกตีนํ สาธารโณ, ตสฺมา ปุริสคฺคหเณน ตโต วิเสสนํ ยถา ‘‘อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา’’ติ. ปฏิสํวิทิตํ กโรตีติ เกวลํ ชานนวเสน วิทิตํ กโรติ. อนุภวติ วาติ วิปากลกฺขณปฺปตฺตํ อนุภวติ. ปุพฺเพกตเหตูติ อนฺโตคธาวธารณํ ปทนฺติ อาห ‘‘ปุพฺเพกตกมฺมปจฺจเยเนวา’’ติ. อิมินาติ ‘‘สพฺพํ ตํ ปุพฺเพกตเหตู’’ติ อิมินา วจเนน. กมฺมเวทนนฺติ กุสลากุสลกมฺมสหชํ เวทนํ. กิริยเวทนนฺติ ‘‘เนว กุสลากุสลา น จ กมฺมวิปากา’’ติ เอวํ วุตฺตํ กิริยจิตฺตสหชํ เวทนํ. น เกวลญฺจ เต กมฺมกิริยเวทนา เอว ปฏิกฺขิปนฺติ, อถ โข สาสเน โลเก จ ปากเฏ วาตาพาธาทิโรเค จ ปฏิกฺขิปนฺติ เอวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘เย วา อิเม’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปิตฺตสมุฏฺฐานาติ ปิตฺตวิการาธิกสมฺภูตา. อนนฺตรทฺวเยปิ เอเสว นโย. สนฺนิปาติกาติ ปิตฺตาทีนํ ติณฺณมฺปิ วิการานํ สนฺนิปาตโต ชาตา. อุตุปริณามชาติ สีตาทิอุตุโน วิปริณามโต วิสมปริวุตฺติโต ชาตา. วิสมปริหารชาติ อสปฺปายาหารโยคปฏิเสวนวเสน กายสฺส วิสมํ ปริหรณโต ชาตา. โอปกฺกมิกาติ อุปกฺกมโต นิพฺพตฺตา. กมฺมวิปากชาติ กมฺมสฺส วิปากภูตกฺขนฺธโต ชาตา. วิโรธิปจฺจยสมุฏฺฐานา ธาตูนํ วิการาวตฺถา, ตปฺปจฺจยา วา ทุกฺขา เวทนา อาพาธนฏฺเฐน อาพาโธ, โส เอว รุชฺชนฏฺเฐน โรโค. ตตฺถ ‘‘โย ยาปฺยลกฺขโณ, โส โรโค, อิตโร อาพาโธ’’ติ วทนฺติ. สพฺเพสญฺจ เนสํ ตํตํธาตูนํ วิสมํ อาสนฺนการณํ, น ตถา อิตรานิ. ตตฺถาปิ จ ปโกปาวตฺถา ธาตุโย อาสนฺนการณํ, น ตถา ปรปจฺจยาวตฺถาติ ทฏฺฐพฺพํ. อฏฺฐมํเยว กมฺมวิปากชํ อาพาธํ สมฺปฏิจฺฉนฺติ ‘‘สพฺพํ ตํ ปุพฺเพกตเหตู’’ติ วิปลฺลาสคฺคาเหน. ‘‘ปุพฺเพ’’ติ ปุราตนสฺเสว กมฺมสฺส คหิตตฺตา อุปปชฺชเวทนียมฺปิ เต ปฏิกฺขิปนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘เทฺว ปฏิพาหิตฺวา’’ติ. สมฺปฏิจฺฉนฺตีติ อนุชานนฺติ.

อตฺตนา กตมูลเกนาติ สาหตฺถิกกมฺมเหตุ. อาณตฺติมูลเกนาติ ปรสฺส อาณาปนวเสน กตกมฺมเหตุ. อิมาติ ติสฺโส เวทนา. สพฺเพ ปฏิพาหนฺตีติ สพฺเพ โรเค ปฏิเสเธนฺติ สพฺเพสมฺปิ เตสํ เอเกน อิสฺสเรเนว นิมฺมิตตฺตา ตพฺภาวีภาวาสมฺภวโต. เอส นโย เสเสสุปิ. สพฺพํ ปฏิพาหนฺตีติ เหตุปจฺจยปฏิเสธนโต สพฺพํ นิเสเธนฺติ.

มาติกํ นิกฺขิปิตฺวาติ ติณฺณมฺปิ เวทานํ อสารภาวทสฺสนตฺถํ อุทฺเทสํ กตฺวา. ตนฺติ ตํ มาติกํ. วิภชิตฺวา ทสฺเสตุนฺติ โทสทสฺสนวเสเนว วิภาคโต ทสฺเสตุํ. ลทฺธิปติฏฺฐาปนตฺถนฺติ อตฺตโน ลทฺธิยา ปฏิชานาปนตฺถํ. ลทฺธิโต ลทฺธึ สงฺกมนฺตีติ มูลลทฺธิโต อญฺญลทฺธึ อุปคจฺฉนฺติ ปฏิชานนฺติ. ปุพฺเพกตเหตุเยว ปฏิสํเวเทตีติ กมฺมเวทนมฺปิ วิปากเวทนํ กตฺวา วทนฺติ. ทิฏฺฐิคติกา หิ พฺยามูฬฺหจิตฺตา กมฺมนฺตรวิปากนฺตราทีนิ อาโลเฬนฺติ, อสงฺกรโต สญฺญาเปตุํ น สกฺโกนฺติ. ยถา จ อกุสลกมฺเม, เอวํ กุสลกมฺเมปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ ปาณาติปาตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เอวนฺติ ยถา ปุพฺเพกตเหตุ เอว ปาณาติปาติโน นาม โหนฺติ, น อิทานิ สยํกตการณา, เอวํ ปาณาติปาตา วิรมณมฺปิ ปุพฺเพกตเหตุ เอวาติ วิจาริยมาโน ปุพฺเพกตวาโท อกิริยวาโท เอว สมฺปชฺชติ.

กตฺตุกมฺยตาฉนฺโท น ตณฺหาฉนฺโท. กตฺตุกมฺยตาติ กาตุมิจฺฉา. ปจฺจตฺตปุริสกาโรติ เตน เตน ปุริเสน กตฺตพฺพกิจฺจํ น โหติ ปุพฺเพกตเหตุ เอว สิชฺฌนโต. อุภยมฺปิ ตํ เอส น ลพฺภตีติ กตฺตพฺพกรณํ สุจริตปูรณํ, อกตฺตพฺพอกรณํ ทุจฺจริตวิรตีติ อิทํ อุภยมฺปิ เอส น ลภติ. สมณาปิ หิ ปุพฺเพกตการณาเยว โหนฺตีติ ปุพฺเพกตการณาเยว สมณาปิ โหนฺติ, น อิทานิ สํวรสมาทานาทินา. อสฺสมณาปิ ปุพฺเพกตการณาเยวาติ ปุพฺเพกตการณาเยว อสฺสมณาปิ โหนฺติ, น สํวรเภเทน.

ยถา ปุพฺเพกตวาเท ฉนฺทวายามานํ อสมฺภวโต ปจฺจตฺตปุริสการานํ อภาโว, เอวํ อิสฺสรนิมฺมานวาเทปิ อิสฺสเรเนว สพฺพสฺส นิมฺมิตภาวานุชานนโตติ วุตฺตํ ‘‘ปุพฺเพกตวาเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ’’ติ. เอส นโย อเหตุกวาเทปีติ อาห ‘‘ตถา อเหตุกวาเทปี’’ติ.

อิเมสนฺติอาทินา อิเมสํ ติตฺถายตนานํ ตุจฺฉาสารตาย ถุสโกฏฺฏเนน กุณฺฑกมตฺตสฺสปิ อลาโภ วิย ปรมตฺถเลสสฺสปิ อภาโว, ตถา ขชฺโชปนโกภาสโต เตชโส ผุลิงฺคมตฺตสฺสปิ อภาโว วิย อนฺธเวณิกสฺสปิ มคฺคสฺส อปฺปฏิลาโภ วิย สทฺทมตฺตํ นิสฺสาย มิจฺฉาภาเคน วิปลฺลตฺถตาย ททฺทรชาตเก (ชา. ๑.๒.๔๓-๔๓) สสกสทิสตา จ วิภาวิตา โหติ. สารภาวนฺติ สีลสาราทิสมฺปตฺติยา สารสพฺภาวํ. นิยฺยานิกภาวนฺติ เอกนฺเตเนว วฏฺฏโต นิยฺยานาวหภาวํ. อนิคฺคหิโตติ น นิคฺคเหตพฺโพ. เตนาห ‘‘นิคฺคเหตุํ อสกฺกุเณยฺโย’’ติ. อสํกิลิฏฺโฐติ สํกิเลสวิรหิโต. เตนาห ‘‘นิกฺกิเลโส’’ติอาทิ. อนุปวชฺโชติ ธมฺมโต น อุปวทิตพฺโพ. อปฺปฏิกุฏฺโฐ นาม อปฺปฏิเสธนํ วา สิยา อนกฺโกสนํ วาติ ตทุภยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อปฺปฏิพาหิโต อนุปกฺกุฏฺโฐ’’ติ อาห.

ตสฺส ธมฺมสฺสาติ ‘‘อยํ โข ปน, ภิกฺขเว’’ติอาทินา อุทฺธฏสฺส ธมฺมสฺส. ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวาติ กเถตุกมฺยตาวเสน ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา. ยถาปฏิปาฏิยาติ มาติกาย ยถานิกฺขิตฺตปฺปฏิปาฏิยา. ธาตุโยติ สภาวธารณฏฺเฐน ธาตุโย. ตา ปน ยสฺมา ตณฺหาทิฏฺฐิกปฺปนาปริกปฺปิตอตฺตสุภสุขสสฺสตาทิปกติอาทิธุวาทิชีวาทิกายาทิกา วิย น อิจฺฉาสภาวา ทิฏฺฐิอาทิรหิเตหิ วิมุจฺจมานอุทุมฺพรปุปฺผาทิโลกโวหารวตฺถูนิ วิย จ วาจาวตฺถุมตฺตา, อถ โข สจฺจปรมตฺถภูตาติ อาห ‘‘สภาวา’’ติ, สจฺจสภาวาติ อตฺโถ. อตฺตโน สภาวํ ธาเรนฺตีติ หิ ธาตุโย. นิชฺชีวนิสฺสตฺตภาวปฺปกาสโกติ พาหิรปริกปฺปิตชีวาภาวปฺปกาสโก โลกิยมหาชนสํกปฺปิตสตฺตาภาวปฺปกาสโก จ. อากรฏฺเฐนาติ อุปฺปชฺชนฏฺฐานภาเวน. อุปฺปตฺติฏฺฐานมฺปิ หิ อากโร อายตนนฺติ วุจฺจติ ยถา ‘‘กมฺโพโช อสฺสานํ อายตน’’นฺติ. มโนปวิจาราติ ตํ ตํ อารมฺมณํ อุเปจฺจ มนโส วิวิธจรณากาโร. เกหิ กตฺถาติ อาห ‘‘วิตกฺกวิจารปาเทหี’’ติอาทิ. อฏฺฐารสสุ ฐาเนสูติ ฉ โสมนสฺสฏฺฐานิยานิ, ฉ โทมนสฺสฏฺฐานิยานิ, ฉ อุเปกฺขาฏฺฐานิยานีติ เอวํ อฏฺฐารสสุ ฐาเนสุ.

ปติฏฺฐาธาตูติ เสสภูตตฺตยสฺส เจว สพฺพูปาทารูปานญฺจ ปติฏฺฐาสภาวา ธาตุ. อิมินา นเยน อาพนฺธนธาตูติอาทีสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อปิจ กกฺขฬภาวสิทฺโธ สหชาตธมฺมานํ อาธารภาโว ปติฏฺฐาภาโว. ทฺรวภาวสิทฺธํ สมฺปิณฺฑนํ อาพนฺธนํ. อุณฺหภาวสิทฺธํ มุทุตาปกฺกตาวหํ ปริปาจนํ. ถทฺธภาวาวหํ อุทฺธุมาตนํ วิตฺถมฺภนํ. รูปวิวิตฺโต รูปปริยนฺโต อากาโสติ เยสํ โส ปริจฺเฉโท, เตหิ โส อสมฺผุฏฺโฐวาติ วุตฺตํ ‘‘อากาสธาตูติ อสมฺผุฏฺฐธาตู’’ติ. สญฺชานนวิธุรา อารมฺมณูปลทฺธิ วิชานนธาตุ. วิตฺถารโตปิ กเถตุํ วฏฺฏติ สงฺเขปนฺโตคธตฺตา วิตฺถารสฺส. สงฺเขปโต กเถตุํ น วฏฺฏติ กเถตพฺพสฺส อตฺถสฺส อนวเสสปริยาทานาภาวโต. เตนาห ‘‘วิตฺถารโตว วฏฺฏตี’’ติ. อุภยถาติ สงฺเขปโต วิตฺถารโต จ.

อนิปฺผนฺนาปิ อากาสธาตุ ภูตานิ อุปาทาย คเหตพฺพตามตฺเตน ‘‘อุปาทารูป’’นฺเตว วุจฺจติ. ทิฏฺฐาเนวาติ สลฺลกฺเขตพฺพานิ อุปาทารูปภาวสามญฺญโต. เตน สหชาตา เวทนา เวทนากฺขนฺโธ สมุทาเย ปวตฺตโวหารสฺส อวยเวปิ ทิสฺสนโต ยถา ‘‘วตฺเถกเทเส ทฑฺเฒ วตฺถํ ทฑฺฒ’’นฺติ. ‘‘ผสฺโส จ เจตนา จ สงฺขารกฺขนฺโธ’’ติ วุตฺตํ มหาภูมกตฺตา เตสํ ตปฺปธานตฺตา จ สงฺขารกฺขนฺธสฺส. อรูปกฺขนฺธา นามํ อารมฺมณาภิมุขํ นมนโต นามาธีนคฺคหณโต จ. รูปกฺขนฺโธ รูปํ ปริพฺยตฺตํ รุปฺปนฏฺเฐน. ปจฺจยนฺติ นิสฺสยภูตํ ปจฺจยํ. วิภาเคน ทฺวาจตฺตาลีส. เอกาสีติ จิตฺตานิ ‘‘สมฺมสนจาโรย’’นฺติ กตฺวา. อนุกฺกเมน ปฏิปชฺชมาโนติ เอวํ กงฺขาวิตรณวิสุทฺธิยํ ฐิโต อุปริเมน ติสฺสนฺนํ วิสุทฺธีนํ สมฺปาทนวเสน วิสุทฺธิภาวนํ อุสฺสุกฺกาเปนฺโต.

ผสฺสายตนนฺติ ผสฺสสฺส อุปฺปตฺติฏฺฐานํ. สุวณฺณาทีนนฺติ สุวณฺณมณิวชิราทีนํ. อากิณฺณํ วิย หุตฺวา อุปฺปชฺชนฺติ เอตฺถาติ อากโร. ยถา จกฺขุ วิปากผสฺสสฺส วิเสสปจฺจโย, น ตถา อิตเรสนฺติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘เทฺว จกฺขุวิญฺญาณานี’’ติอาทิ. เอส นโย เสสวาเรสุปิ. ทฺวตฺตึสาย วิปากผสฺเสสุ ทฺวิปญฺจวิญฺญาณสหคตผสฺเส ฐเปตฺวา เสสา ทฺวาวีสติ วิปากผสฺสา เวทิตพฺพา. ทิฏฺฐเมว โหติ เตน สมานโยคกฺขมตฺตา. ‘‘สงฺเขปโต ตาวา’’ติ สงฺเขปกถํ อารภิตฺวาปิ วิตฺถารกถาเปตฺถ วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยาวาติ วุตฺตํ ‘‘เหฏฺฐา…เป… เวทิตพฺพ’’นฺติ.

โสมนสฺสสฺส อุปฺปตฺติฏฺฐานภูตํ โสมนสฺสฏฺฐานิยํ. เตนาห ‘‘โสมนสฺสสฺส การณภูต’’นฺติ. อุปวิจรตีติ อุเปจฺจ ปวตฺตติ. สภาวโต สงฺกปฺปโต จ โสมนสฺสาทิอุปฺปตฺติเหตุกา โสมนสฺสฏฺฐานิยาทิตาติ อาห ‘‘อิฏฺฐํ วา โหตู’’ติอาทิ. จตุตฺถํ ทิฏฺฐเมว โหติ ตทวินาภาวโต.

อริยสจฺจานีติ ปุริมปเท อุตฺตรปทโลเปนายํ นิทฺเทโสติ อาห ‘‘อริยภาวกรานี’’ติอาทิ. วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๕๓๑) ปกาสิตํ, ตสฺมา น อิธ ปกาเสตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. สุขาวโพธนตฺถนฺติ เทสิยมานาย วฏฺฏกถาย สุเขน อวโพธนตฺถํ. เตนาห ‘‘ยสฺส หี’’ติอาทิ. ทฺวาทสปทนฺติ อวิชฺชาทีหิ ปเทหิ ทฺวาทสปทํ. ปจฺจยวฏฺฏนฺติ ปจฺจยปฺปพนฺธํ. กเถตุกาโม โหติ ปจฺจยาการมุเขน สจฺจานิ ทสฺเสตุกามตาย. คพฺภาวกฺกนฺติวฏฺฏนฺติ คพฺโภกฺกนฺติมุเขน วิปากวฏฺฏํ ทสฺเสติ ‘‘คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ โหตี’’ติอาทินา. ตสฺมา ปเนตฺถ คพฺภาวกฺกนฺติวเสเนว วฏฺฏํ ทสฺสิตนฺติ อาห ‘‘คพฺภาวกฺกนฺติวฏฺฏสฺมึ หี’’ติอาทิ. คพฺภาวกฺกนฺติวฏฺฏสฺมินฺติ มาตุกุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺตนวเสน ปวตฺตธมฺมปฺปพนฺเธ. ทสฺสิเตติ เทสนาวเสน ทสฺสิเต. ปุริมา เทฺว โยนิโย อิตราหิ โอฬาริกตาย ปริพฺยตฺตตราติ วุตฺตํ ‘‘คพฺภาวกฺกนฺติ…เป… อวโพเธตุมฺปี’’ติ.

ปจฺจยมตฺตนฺติ ฉนฺนํ ธาตูนํ สาธารณํ ปจฺจยภาวมตฺตํ, น เตหิ ภาคโส นิปฺผาทิยมานํ ปจฺจยวิเสสํ ‘‘กุโต ปเนตํ ฉนฺนํ ธาตูน’’นฺติ อวิภาเคน วุตฺตตฺตา. เตนาห ‘‘อิทํ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทิ. น มาตุ น ปิตุ ตาสํ ธาตูนํ อิมสฺส สตฺตสฺส พาหิรภาวโต. คพฺภสฺสาติ เอตฺถ คพฺภติ อตฺตภาวภาเวน วตฺตตีติ คพฺโภ, กลลาทิอวตฺโถ ธมฺมปฺปพนฺโธ. ตนฺนิสฺสิตตฺตา ปน สตฺตสนฺตาโน คพฺโภติ วุตฺโต ยถา มญฺจนิสฺสิตา ‘‘มญฺจา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺตี’’ติ. ตนฺนิสฺสยภาวโต มาตุกุจฺฉิ คพฺโภติ วุจฺจติ ‘‘คพฺเภ วสติ มาณโว’’ติอาทีสุ (ชา. ๑.๑๕.๓๖๓). คพฺโภ วิยาติ วา คพฺโภ. ยถา หิ นิวาสฏฺฐานตาย สตฺตานํ โอวรโก ‘‘คพฺโภ’’ติ วุจฺจติ, เอวํ คพฺภเสยฺยกานํ สตฺตานํ ยาว อภิชาติ นิวาสฏฺฐานตาย มาตุกุจฺฉิ ‘‘คพฺโภ’’ติ วุจฺจติ. อิธ ปน ปฐมํ วุตฺตอตฺเถเนว คพฺโภติ เวทิตพฺโพ. เตนาห ‘‘คพฺโภ จ นามา’’ติอาทิ.

นิรติอตฺเถน นิรโย จ โส ยถาวุตฺเตน อตฺเถน คพฺโภ จาติ นิรยคพฺโภ. เอส นโย เสสปเทสุปิ. อยํ ปน วิเสโส – เทวมนุชาทโย วิย อุทฺธํ ทีฆา อหุตฺวา ติริยํ อญฺจิตา ทีฆาติ ติรจฺฉานา. เต เอว ขนฺธโกฏฺฐาสภาเวน โยนิ จ โส วุตฺตนเยน คพฺโภ จาติ ติรจฺฉานโยนิคพฺโภ. ปกฏฺฐโต สุขโต อเปตํ อปคโม เปตภาโว, ตํ ปตฺตานํ วิสโยติ เปตฺติวิสโย, เปตโยนิ. มนสฺส อุสฺสนฺนตาย สูรภาวาทิคุเณหิ อุปจิตมานสตาย อุกฺกฏฺฐคุณจิตฺตตาย มนุสฺสา. ทิพฺพนฺติ กามคุณาทีหิ กีฬนฺติ ลฬนฺติ โชตนฺตีติ เทวา. คพฺภสทฺโท วุตฺตนโย เอว. นานปฺปกาโรติ ยถาวุตฺเตน ตทนนฺตรเภเทน จ นานปฺปการโก. มนุสฺสคพฺโภ อธิปฺเปโต สุปากฏตาย ปจฺจกฺขภาวโต. โอกฺกนฺติ มาตุกุจฺฉึ โอกฺกมิตฺวา วิย อุปฺปติตฺวาติ กตฺวา. นิพฺพตฺตนํ นิพฺพตฺติ. ปาตุภาโว อุปฺปตฺติปฺปกาสโก จ.

สนฺนิปาโต นาม อเวกลฺลชาติหีนเวกลฺเลติ ทสฺเสตุํ ‘‘อิธ มาตาปิตโร’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิธาติ อิมสฺมึ สตฺตโลเก. สนฺนิปติตาติ สโมธานภาวโต สนฺนิปติตา สมาคตา สํสิลิฏฺฐา. อุตุนีติ อุตุมตี สญฺชาตปุปฺผา. อิทญฺจ อุตุสมยํ สนฺธาย วุตฺตํ, น โลกสมญฺญากรชสฺส ลคฺคนทิวสมตฺตํ. มาตุคามสฺส หิ ยสฺมึ คพฺภาสหสญฺญิเต โอกาเส ทารโก นิพฺพตฺตติ, ตตฺถ มหตี โลหิตปีฬกา สณฺฐหิตฺวา อคฺคหิตปุพฺพา เอว ภิชฺชิตฺวา ปคฺฆรติ, วตฺถุ สุทฺธํ โหติ ปคฺฆริตโลหิตตฺตา อนามยตฺตา จ. วิสุทฺเธ วตฺถุมฺหิ มาตาปิตูสุ เอกวารํ สนฺนิปติเตสุ ยาว สตฺต ทิวสานิ เขตฺตเมว โหติ. สุทฺธํ วตฺถุ นหานโต ปรมฺปิ กติปยานิ ทิวสานิ คพฺภสณฺฐหนตาย เขตฺตเมว โหติ ปริตฺตสฺส โลหิตเลสสฺส วิชฺชมานตฺตา. ตสฺมึ สมเย หตฺถคฺคาหเวณิคฺคาหาทินา องฺคปรามสเนนปิ ทารโก นิพฺพตฺตติเยว. อิตฺถิสนฺตาเนปิ หิ สตฺตปิ ธาตู ลพฺภนฺเตว. ตถา หิ ปาริกาย นาภิปรามสเนน สามสฺส โพธิสตฺตสฺส, ทิฏฺฐมงฺคลิกาย นาภิปรามสเนน (ชา. อฏฺฐ. ๔.๑๕.มาตงฺคชาตกวณฺณนา; ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๖๕) มณฺฑพฺยสฺส นิพฺพตฺติ อโหสิ. คนฺธนโต อุปฺปนฺนคติยา นิมิตฺตูปฏฺฐาเนน สูจนโต ทีปนโต คนฺโธติ ลทฺธนาเมน ภวคามิกมฺมุนา อพฺพติ ปวตฺตตีติ คนฺธพฺโพ, ตตฺถ อุปฺปชฺชมานกสตฺโต. ปจฺจุปฏฺฐิโต โหตีติ น มาตาปิตูนํ สนฺนิปาตํ โอโลกยมาโน สมีเป ฐิโต ปจฺจุปฏฺฐิโต นาม โหติ, กมฺมยนฺตยนฺติโต ปน เอโก สตฺโต ตสฺมึ โอกาเส นิพฺพตฺตนโก โหตีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. ตทา หิ ตตฺรูปคสตฺโต ตตฺรูปปตฺติอาวหนฺตกมฺมสงฺขาเตน เปลฺลกยนฺเตน ตถตฺถาย เปลฺลิโต อุปนีโต วิย โหติ.

วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปนฺติ เอตฺถ วิญฺญาณสฺส ปจฺจยภาเวน คหิตตฺตา ‘‘ตโย อรูปิโน ขนฺธา’’ติ วุตฺตํ. อิธ ปน วิญฺญาณํ ปจฺจยภาเวน อคฺคเหตฺวา คพฺโภกฺกนฺติยา เอว ปจฺจยภาเวน คหิตตฺตา ‘‘วิญฺญาณกฺขนฺธมฺปิ ปกฺขิปิตฺวา’’ติ วุตฺตํ. อิธ ปน มนุสฺสคพฺภสฺส โอกฺกนฺติยา อธิปฺเปตตฺตา ‘‘คพฺภเสยฺยกานํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ’’ติ วุตฺตํ.

ตณฺหาย สมุทยสจฺจภาเวน คหิตตฺตา ‘‘ฐเปตฺวา ตณฺห’’นฺติ วุตฺตํ. ตสฺเสว ปภาวิกาติ ตสฺเสว ยถาวุตฺตสฺส ทุกฺขสจฺจสฺส อุปฺปาทิกา. ทุกฺขนิโรโธติ เอตฺถ ทุกฺขคฺคหเณน ตณฺหาปิ คหิตาติ อาห ‘‘เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ…เป… ทุกฺขนิโรโธ’’ติ. อวิเสเสน หิ เตภูมกวฏฺฏํ อิธ ทุกฺขนฺติ อธิปฺเปตํ. อถ วา ทุกฺขสฺส อนุปฺปตฺตินิโรโธ ตพฺภาวิกาย ตณฺหาย อนุปฺปตฺตินิโรเธน วินา น โหตีติ วุตฺตํ ‘‘เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ…เป… ทุกฺขนิโรโธ’’ติ. อนุปฺปตฺตินิโรโธติ จ อนุปฺปตฺตินิโรธนิมิตฺตํ นิพฺพานํ ทสฺเสติ.

‘‘ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพ’’นฺติ วตฺวา อุภยตฺถ ปาฬิยา ปวตฺติอาการเภทํ ทสฺเสตุํ ‘‘อยํ ปน วิเสโส’’ติ อาห. ตตฺถาติ วิสทฺธิมคฺเค. อิธาติ อิมสฺมึ สุตฺเต. อวิชฺชาย เตฺววาติ อวิชฺชาย ตุ เอว. อเสสวิราคนิโรธาติ เอตฺถ อจฺจนฺตเมว สงฺขาเร วิรชฺชติ เอเตนาติ วิราโค, มคฺโค, ตสฺมา วิราคสงฺขาเตน มคฺเคน อเสสนิโรธา อเสเสตฺวา นิโรธา สมุจฺฉินฺทนาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

สกลสฺสาติ อนวเสสสฺส. เกวลสฺสาติ วา สุทฺธสฺส, ปรปริกปฺปิตสตฺตชีวาทิวิรหิตสฺสาติ อตฺโถ. ขีณากาโรปิ วุจฺจติ ‘‘นิรุชฺฌนํ นิโรโธ’’ติ อิมินา อตฺเถน. อรหตฺตมฺปิ นิโรโธติ วุจฺจติ นิโรธนฺเต อุปฺปนฺนตฺตา. นิพฺพานมฺปิ นิโรโธติ วุจฺจติ อวิชฺชาทีนํ นิโรธสฺส นิมิตฺตภาวโต อวิชฺชาทโย นิรุชฺฌนฺติ เอตฺถาติ นิโรโธติ กตฺวา. ขีณาการทสฺสนวเสนาติ อวิชฺชาทีนํ อนุปฺปตฺตินิโรเธน นิรุชฺฌนาการทสฺสนวเสน. นิพฺพานเมว สนฺธาย, น ปน อรหตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. สภาวธมฺมานํ นิคฺคโห นาม ยถาวุตฺตธมฺมปริจฺเฉทโต อูนาธิกภาวปฺปกาสเนน อตฺตสภาววิภาวเนเนว โหตีติ อาห ‘‘นิคฺคณฺหนฺโต หี’’ติอาทิ.

ติตฺถายตนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.