๘. ติกณฺณสุตฺตวณฺณนา
๕๙. อฏฺฐเม ทุราสทาติ ทุรุปสงฺกมนา. ครหา มุจฺจิสฺสตีติ มยิ เอวํ กเถนฺเต สมโณ โคตโม กิญฺจิ กเถสฺสติ, เอวํ เม วจนมตฺตมฺปิ น ลทฺธนฺติ อยํ ครหา มุจฺจิสฺสตีติ. ปณฺฑิตาติ ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคตา. ธีราติ ธิติสมฺปนฺนา. พฺยตฺตาติ ปรวาทมทฺทนสมตฺเถน เวยฺยตฺติเยน สมนฺนาคตา. พหุสฺสุตาติ พาหุสจฺจวนฺโต. วาทิโนติ วาทิมคฺคกุสลา. สมฺมตาติ พหุโน ชนสฺส สาธุสมฺมตา. ปณฺฑิตาทิอาการปริจฺเฉทนฺติ เตสํ เตวิชฺชานํ ปณฺฑิตาการาทิอาการปริจฺเฉทํ. อาการสทฺโท การณปริยาโย, ปริจฺเฉทสทฺโท ปริมาณตฺโถติ อาห ‘‘เอตฺตเกน การเณนา’’ติ.
ยถาติ เยนากาเรน, เยน การเณนาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ยถาติ การณวจน’’นฺติ. ‘‘ทฺวีหิปิ ปกฺเขหี’’ติ วตฺวา เต ปกฺเข สรูปโต ทสฺเสนฺโต ‘‘มาติโต จ ปิติโต จา’’ติ อาห. เตสํ ปกฺขานํ วเสนสฺส สุชาตตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺส มาตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ชนกชนิกาภาเวน วินาปิ โลเก มาตาปิตุสมญฺญา ทิสฺสติ, อิธ ปน สา โอรสปุตฺตวเสเนว อิจฺฉิตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สํสุทฺธคหณิโก’’ติ วุตฺตํ. คพฺภํ คณฺหาติ ธาเรตีติ คหณี, คพฺภาสยสญฺญิโต มาตุกุจฺฉิปฺปเทโส. ยถาภุตฺตสฺส อาหารสฺส วิปาจนวเสน คณฺหนโต อฉฑฺฑนโต คหณี, กมฺมชเตโชธาตุ.
ปิตา จ มาตา จ ปิตโร, ปิตูนํ ปิตโร ปิตามหา, เตสํ ยุโค ปิตามหยุโค, ตสฺมา ‘‘ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา ปิตามหทฺวนฺทา’’ติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อฏฺฐกถายํ ปน ทฺวนฺทํ อคฺคเหตฺวา ‘‘ยุคนฺติ อายุปฺปมาณํ วุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ. ยุค-สทฺทสฺส จ อตฺถกถา ทสฺสิตา ‘‘ปิตามโหเยว ปิตามหยุค’’นฺติ. ปุพฺพปุริสาติ ปุริสคฺคหณญฺเจตฺถ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทสวเสน กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺหิ ‘‘มาติโต’’ติ ปาฬิวจนํ สมตฺถิตํ โหติ. อกฺขิตฺโตติ อกฺเขโป. อนวกฺขิตฺโตติ สทฺธถาลิปากาทีสุ อนวกฺขิตฺโต น ฉฑฺฑิโต. ชาติวาเทนาติ เหตุมฺหิ กรณวจนนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘เกน การเณนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ จ ‘‘อุภโต…เป… ปิตามหยุคา’’ติ เอเตน พฺราหฺมณสฺส โยนิโทสาภาโว ทสฺสิโต สํสุทฺธคหณิกตากิตฺตนโต. ‘‘อกฺขิตฺโต’’ติ อิมินา กิริยาปราธาภาโว. สํสุทฺธชาติกาปิ หิ สตฺตา กิริยาปราเธน เขปํ ปาปุณนฺติ. ‘‘อนุปกฺกุฏฺโฐ’’ติ อิมินา อยุตฺตสํสคฺคาภาโว. อยุตฺตสํสคฺคญฺหิ ปฏิจฺจ สตฺตา สุทฺธชาติกา กิริยาปราธรหิตาปิ อกฺโกสํ ลภนฺติ.
ตนฺติ ครหาวจนํ. มนฺเต ปริวตฺเตตีติ เวเท สชฺฌายติ, ปริยาปุณาตีติ อตฺโถ. มนฺเต ธาเรตีติ ยถาอธีเต มนฺเต อสมฺมุฏฺเฐ กตฺวา หทเย ฐเปติ.
โอฏฺฐปหตกรณวเสนาติ อตฺถาวธารณวเสน. สนิฆณฺฑุเกฏุภานนฺติ เอตฺถ วจนียวาจกภาเวน อตฺถํ สทฺทญฺจ ขณฺฑติ ภินฺทติ วิภชฺช ทสฺเสตีติ นิขณฺฑุ, โส เอว อิธ ข-การสฺส ฆ-การํ กตฺวา ‘‘นิฆณฺฑู’’ติ วุตฺโต. กิฏติ คเมติ กิริยาทิวิภาคํ, ตํ วา อนวเสสปริยาทานโต คเมนฺโต ปูเรตีติ เกฏุภํ. เววจนปฺปกาสกนฺติ ปริยายสทฺททีปกํ, เอเกกสฺส อตฺถสฺส อเนกปริยายวจนวิภาวกนฺติ อตฺโถ. นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ อเนเกสมฺปิ อตฺถานํ เอกสทฺทวจนียตาวิภาวนวเสนปิ ตสฺส คนฺถสฺส ปวตฺตตฺตา. วจีเภทาทิลกฺขณา กิริยา กปฺปียติ วิกปฺปียติ เอเตนาติ กิริยากปฺโป, โส ปน วณฺณปทสมฺพนฺธปทตฺถาทิวิภาคโต พหุกปฺโปติ อาห ‘‘กิริยากปฺปวิกปฺโป’’ติ. อิทญฺจ มูลกิริยากปฺปคนฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ. โส หิ มหาวิสโย สตสหสฺสปริมาโณ นมาจริยาทิปฺปกรณํ. ฐานกรณาทิวิภาคโต นิพฺพจนวิภาคโต จ อกฺขรา ปเภทียนฺติ เอเตหีติ อกฺขรปฺปเภทา, สิกฺขานิรุตฺติโย. เอเตสนฺติ จตุนฺนํ เวทานํ.
ปทนฺติ จตุพฺพิธํ, ปญฺจวิธํ วา ปทํ, ตํ ปทํ กายตีติ ปทโก, เตเยว วา เวเท ปทโส กายตีติ ปทโก. ตทวเสสนฺติ วุตฺตาวเสสํ วากฺยํ. เอตฺตาวตา สทฺทพฺยากรณํ วตฺวา ปุน ‘‘พฺยากรณ’’นฺติ อตฺถพฺยากรณมาห. ตํ ตํ สทฺทํ ตทตฺถญฺจ พฺยากโรติ พฺยาจิกฺขติ เอเตนาติ พฺยากรณํ, สทฺทสตฺถํ. อายตึ หิตํ เตน โลโก น ยตติ น อีหตีติ โลกายตํ. ตญฺหิ คนฺถํ นิสฺสาย สตฺตา ปุญฺญกิริยาย จิตฺตมฺปิ น อุปฺปาเทนฺติ.
อสีติ มหาสาวกาติ อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญ, วปฺโป, ภทฺทิโย, มหานาโม, อสฺสชิ, นาฬโก, ยโส, วิมโล, สุพาหุ, ปุณฺณชิ, ควมฺปติ, อุรุเวลกสฺสโป, นทีกสฺสโป, คยากสฺสโป, สาริปุตฺโต, มหาโมคฺคลฺลาโน, มหากสฺสโป, มหากจฺจาโน, มหาโกฏฺฐิโก, มหากปฺปิโน, มหาจุนฺโท, อนุรุทฺโธ, กงฺขาเรวโต, อานนฺโท, นนฺทโก, ภคุ, นนฺทิโย, กิมิโล, ภทฺทิโย, ราหุโล, สีวลิ, อุปาลิ, ทพฺโพ, อุปเสโน, ขทิรวนิยเรวโต, ปุณฺโณ มนฺตานิปุตฺโต, ปุณฺโณ สุนาปรนฺตโก, โสโณ กุฏิกณฺโณ, โสโณ โกฬิวิโส, ราโธ, สุภูติ, องฺคุลิมาโล, วกฺกลิ, กาฬุทายี, มหาอุทายี, ปิลินฺทวจฺโฉ, โสภิโต, กุมารกสฺสโป, รฏฺฐปาโล, วงฺคีโส, สภิโย, เสโล, อุปวาโณ, เมฆิโย, สาคโต, นาคิโต, ลกุณฺฑกภทฺทิโย, ปิณฺโฑโล ภารทฺวาโช, มหาปนฺถโก, จูฬปนฺถโก, พากุโล, กุณฺฑธาโน, ทารุจีริโย, ยโสโช, อชิโต, ติสฺสเมตฺเตยฺโย, ปุณฺณโก, เมตฺตคุ, โธตโก, อุปสีโว, นนฺโท, เหมโก, โตเทยฺโย, กปฺโป, ชตุกณฺณี, ภทฺราวุโธ, อุทโย, โปสโล, โมฆราชา, ปิงฺคิโยติ เอเต อสีติ มหาสาวกา นาม.
กสฺมา ปเนเต เอว เถรา ‘‘มหาสาวกา’’ติ วุจฺจนฺตีติ? อภินีหารสฺส มหนฺตภาวโต. ตถา หิ เทฺว อคฺคสาวกาปิ มหาสาวเกสุ อนฺโตคธา. เต หิ สาวกปารมิญาณสฺส มตฺถกปฺปตฺติยา สาวเกสุ อคฺคธมฺมาธิคเมน อคฺคฏฺฐาเน ฐิตาปิ อภินีหารมหนฺตตาสามญฺเญน ‘‘มหาสาวกา’’ติปิ วุจฺจนฺติ, อิตเร ปน ปกติสาวเกหิ สาติสยํ มหาภินีหารา. ตถา หิ เต ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล กตปณิธานา, ตโต เอว สาติสยํ อภิญฺญาสมาปตฺตีสุ วสิโน ปภินฺนปฺปฏิสมฺภิทา จ. กามํ สพฺเพปิ อรหนฺโต สีลวิสุทฺธิอาทิเก สมฺปาเทตฺวา จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สุปฺปติฏฺฐิตจิตฺตา สตฺต โพชฺฌงฺเค ยถาภูตํ ภาเวตฺวา มคฺคปฺปฏิปาฏิยา อนวเสสโต กิเลเส เขเปตฺวา อคฺคผเล ปติฏฺฐหนฺติ, ตถาปิ ยถา สทฺธาวิมุตฺตโต ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส, ปญฺญาวิมุตฺตโต จ อุภโตภาควิมุตฺตสฺส ปุพฺพภาคภาวนาวิเสสสิทฺโธ มคฺคภาวนาวิเสโส, เอวํ อภินีหารมหนฺตตฺตปุพฺพโยคมหนฺตตฺตา หิ สสนฺตาเน สาติสยสฺส คุณวิเสสสฺส นิปฺผาทิตตฺตา สีลาทีหิ คุเณหิ มหนฺตา สาวกาติ มหาสาวกา. เตสุเยว ปน เย โพธิปกฺขิยธมฺเมสุ ปาโมกฺขภาเวน ธุรภูตานํ สมฺมาทิฏฺฐิสงฺกปฺปาทีนํ สาติสยํ กิจฺจานุภาวนิปฺผตฺติยา การณภูตาย ตชฺชาภินีหาราภินีหฏาย สกฺกจฺจํ นิรนฺตรํ จิรกาลสมฺภาวิตาย สมฺมาปฏิปตฺติยา ยถากฺกมํ ปญฺญาย สมาธิสฺมิญฺจ อุกฺกฏฺฐปารมิปฺปตฺติยา สวิเสสํ สพฺพคุเณหิ อคฺคภาเว ฐิตา, เต สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานา. อิตเร อฏฺฐสตฺตติ เถรา สาวกปารมิยา มตฺถเก สพฺพสาวกานํ อคฺคภาเวน อฏฺฐิตตฺตา ‘‘มหาสาวกา’’อิจฺเจว วุจฺจนฺติ. ปกติสาวกา ปน อภินีหารมหนฺตตฺตาภาวโต ปุพฺพโยคมหนฺตตฺตาภาวโต จ ‘‘สตฺถุสาวกา’’อิจฺเจว วุจฺจนฺติ. เต ปน อคฺคสาวกา วิย มหาสาวกา วิย จ น ปริมิตา, อถ โข อเนกสตา อเนกสหสฺสา.
วยตีติ วโย, อาทิมชฺฌปริโยสาเนสุ กตฺถจิ อปริกิลมนฺโต อวิตฺถายนฺโต เต คนฺเถ สนฺตาเนติ ปเณตีติ อตฺโถ. เทฺว ปฏิเสธา ปกตึ คเมนฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อวโย น โหตี’’ติ วตฺวา ตตฺถ อวยํ ทสฺเสตุํ ‘‘อวโย นาม…เป… น สกฺโกตี’’ติ วุตฺตํ.
อิธาติ อิมสฺมึ สุตฺเต. เอตนฺติ ‘‘วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติอาทิวจนํ. ตติยวิชฺชาธิคมาย ปฏิปตฺติกฺกโม วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๗๐) สาติสยํ วิตฺถาริโต, ตถา อิธ อวตฺตุกามตาย ภยเภรวสุตฺตาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๔ อาทโย) วิย สงฺเขปโต จ วตฺตุกามตาย ‘‘ทฺวินฺนํ วิชฺชาน’’มิจฺเจว วุตฺตํ.
วิชฺชาติ ปุพฺเพนิวาสปฺปฏิจฺฉาทกสฺส โมหกฺขนฺธสฺส วิชฺชนฏฺเฐนปิ วิชฺชา. โมโห ปฏิจฺฉาทกฏฺเฐน ตโมติ วุจฺจติ ตโม วิยาติ กตฺวา. กาตพฺพโต กรณํ, โอภาโสว กรณํ โอภาสกรณํ, อตฺตโน ปจฺจเยหิ โอภาสภาเวน นิพฺพตฺเตตพฺพฏฺเฐนาติ อตฺโถ. อยํ อตฺโถติ อยเมว อธิปฺเปตตฺโถ. ปสํสาวจนนฺติ ตสฺเสว อตฺถสฺส โถมนาวจนํ ปฏิปกฺขวิธมนปวตฺติวิเสสานํ โพธนโต. โยชนาติ ปสํสาวเสน วุตฺตปทานํ อตฺถทสฺสนวเสน วุตฺตปทสฺส จ โยชนา. อวิชฺชา วิหตาติ เอเตน วิชฺชนฏฺเฐน วิชฺชาติ อยมฺปิ อตฺโถ ทีปิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ยสฺมา วิชฺชา อุปฺปนฺนาติ เอเตน วิชฺชาปฏิปกฺขา อวิชฺชา, ปฏิปกฺขตา จสฺสา ปหาตพฺพภาเวน วิชฺชาย จ ปหายกภาเวนาติ ทสฺเสติ. อิตรสฺมิมฺปิ ปททฺวเยติ ‘‘ตโม วิหโต, อาโลโก อุปฺปนฺโน’’ติ ปททฺวเยปิ. เอเสว นโยติ ยถาวุตฺตโยชนํ อติทิสติ. ตตฺถายํ โยชนา – เอวํ อธิคตวิชฺชสฺส ตโม วิหโต วิทฺธสฺโต. กสฺมา? ยสฺมา อาโลโก อุปฺปนฺโน ญาณาโลโก ปาตุภูโตติ. เปสิตตฺตสฺสาติ ยถาธิปฺเปตตฺถสิทฺธิปฺปตฺตึ วิสฺสฏฺฐจิตฺตสฺส, ปฐมวิชฺชาธิคมาย เปสิตจิตฺตสฺสาติ วุตฺตํ โหติ.
วิปสฺสนาปาทกนฺติ อิมินา ตสฺส ฌานจิตฺตสฺส นิพฺเพธภาคิยตมาห. วิปสฺสนา ติวิธา วิปสฺสกปุคฺคลเภเทน. มหาโพธิสตฺตานญฺหิ ปจฺเจกโพธิสตฺตานญฺจ วิปสฺสนา จินฺตามยญาณสํวฑฺฒิตตฺตา สยมฺภุญาณภูตา, อิตเรสํ สุตมยญาณสํวฑฺฒิตตฺตา ปโรปเทสสมฺภูตา. สา ‘‘ฐเปตฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ อวเสสรูปารูปชฺฌานานํ อญฺญตรโต วุฏฺฐายา’’ติอาทินา อเนกธา อรูปมุขวเสน จตุธาตุววตฺถาเน วุตฺตานํ เตสํ เตสํ ธาตุปริคฺคหมุขานํ อญฺญตรมุขวเสน จ อเนกธาว วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๓๐๖) นานานยโต วิภาวิตา. มหาโพธิสตฺตานํ ปน จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสมุเขน ปเภทคมนโต นานานยํ สพฺพญฺญุตญฺญาณสนฺนิสฺสยสฺส อริยมคฺคญาณสฺส อธิฏฺฐานภูตํ ปุพฺพภาคญาณคพฺภํ คณฺหาเปนฺตํ ปริปากํ คจฺฉนฺตํ ปรมคมฺภีรํ สณฺหสุขุมตรํ อนญฺญสาธารณํ วิปสฺสนาญาณํ โหติ, ยํ อฏฺฐกถาสุ ‘‘มหาวชิรญาณ’’นฺติ วุจฺจติ. ยสฺส จ ปวตฺติวิภาเคน จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสปฺปเภทสฺส ปาทกภาเวน สมาปชฺชิยมานา จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสงฺขา เทวสิกํ สตฺถุ วฬญฺชนกสมาปตฺติโย วุจฺจนฺติ, สฺวายํ พุทฺธานํ วิปสฺสนาจาโร ปรมตฺถมญฺชูสายํ วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๑๔๔) ทสฺสิโต, อตฺถิเกหิ ตโต คเหตพฺโพติ. อิธ ปน สาวกานํ วิปสฺสนาจารํ สนฺธาย ‘‘วิปสฺสนาปาทก’’นฺติ วุตฺตํ.
กามํ เหฏฺฐิมมคฺคญาณานิปิ อาสวานํ เขปนญาณานิ เอว, อนวเสสโต ปน เตสํ เขปนํ อคฺคมคฺคญาเณเนวาติ อาห ‘‘อรหตฺตมคฺคญาณตฺถายา’’ติ. อาสววินาสนโตติ อาสวานํ นิสฺเสสํ สมุจฺฉินฺทนโต. อาสวานํ ขเย ญาณํ อาสวกฺขยญาณนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺร เจตํ ญาณ’’นฺติ วตฺวา ‘‘ขเย’’ติ อาธาเร ภุมฺมํ, น วิสเยติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ ปริยาปนฺนตฺตา’’ติ อาห. อภินีหรตีติ อภิมุขํ นีหรติ, ยถา มคฺคาภิสมโย โหติ, สวนํ ตทภิมุขํ ปวตฺเตติ. อิทํ ทุกฺขนฺติ ทุกฺขสฺส อริยสจฺจสฺส ตทา ภิกฺขุนา ปจฺจกฺขโต คหิตภาวทสฺสนํ. เอตฺตกํ ทุกฺขนฺติ ตสฺส ปริจฺฉิชฺช คหิตภาวทสฺสนํ. น อิโต ภิยฺโยติ ตสฺส อนวเสสโต คหิตภาวทสฺสนํ. เตนาห ‘‘สพฺพมฺปิ ทุกฺขสจฺจ’’นฺติอาทิ. สรสลกฺขณปฏิเวเธนาติ สภาวสงฺขาตสฺส ลกฺขณสฺส อสมฺโมหโต ปฏิวิชฺฌเนน. อสมฺโมหปฏิเวโธติ จ ยถา ตสฺมึ ญาเณ ปวตฺเต ปจฺฉา ทุกฺขสจฺจสฺส สรูปาทิปริจฺเฉเท สมฺโมโห น โหติ, ตถา ปวตฺติ. เตเนวาห ‘‘ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติ. ทุกฺขํ สมุเทติ เอตสฺมาติ ทุกฺขสมุทโย. ยํ ฐานํ ปตฺวาติ ยํ นิพฺพานํ มคฺคสฺส อารมฺมณปจฺจยฏฺเฐน การณภูตํ อาคมฺม. ปตฺวาติ จ ตทุภยวโต ปุคฺคลสฺส ปวตฺติยาติ กตฺวา วุตฺตํ. ปตฺวาติ วา ปาปุณนเหตุ. อปฺปวตฺตินฺติ อปฺปวตฺตินิมิตฺตํ. เต วา น ปวตฺตนฺติ เอตฺถาติ อปฺปวตฺติ, นิพฺพานํ. ตสฺสาติ ทุกฺขนิโรธสฺส. สมฺปาปกนฺติ สจฺฉิกิริยาวเสน สมฺมเทว ปาปกํ.
กิเลสวเสนาติ อาสวสงฺขาตกิเลสวเสน. ยสฺมา อาสวานํ ทุกฺขสจฺจปริยาโย ตปฺปริยาปนฺนตฺตา เสสสจฺจานญฺจ ตํสมุทยาทิปริยาโย อตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปริยายโต’’ติ. ทสฺเสนฺโต สจฺจานีติ โยชนา. อาสวานญฺเจตฺถ คหณํ ‘‘อาสวานํ ขยญาณายา’’ติ อารทฺธตฺตา. ตถา หิ ‘‘กามาสวาปิ จิตฺตํ วิมุจฺจตี’’ติอาทินา อาสววิมุตฺติสีเสเนว สพฺพกิเลสวิมุตฺติ วุตฺตา. ‘‘อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติอาทินา มิสฺสกมคฺโค อิธ กถิโตติ ‘‘สห วิปสฺสนาย โกฏิปฺปตฺตํ มคฺคํ กเถสี’’ติ วุตฺตํ. ชานโต ปสฺสโตติ อิมินา ปริญฺญาสจฺฉิกิริยาภาวนาภิสมยา วุตฺตา. วิมุจฺจตีติ อิมินา ปหานาภิสมโย วุตฺโตติ อาห ‘‘อิมินา มคฺคกฺขณํ ทสฺเสตี’’ติ. ชานโต ปสฺสโตติ วา เหตุนิทฺเทโส. ยํ ชานนเหตุ กามาสวาปิ จิตฺตํ วิมุจฺจตีติ โยชนา. ธมฺมานญฺหิ สมานกาลิกานมฺปิ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนตา สหชาตโกฏิยา ลพฺภติ. ภวาสวคฺคหเณเนว เอตฺถ ภวราคสฺส วิย ภวทิฏฺฐิยาปิ สมวโรโธติ ทิฏฺฐาสวสฺสปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.
ขีณา ชาตีติอาทีหิ ปเทหิ. ตสฺสาติ ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส. ภูมินฺติ ปวตฺติฏฺฐานํ. เยนาธิปฺปาเยน ‘‘กตมา ปนสฺสา’’ติอาทินา โจทนา กตา, ตํ วิวรนฺโต ‘‘น ตาวสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ น ตาวสฺส อตีตา ชาติ ขีณา มคฺคภาวนายาติ อธิปฺปาโย. ตตฺถ การณมาห ‘‘ปุพฺเพว ขีณตฺตา’’ติ. น อนาคตา อสฺส ชาติ ขีณาติ โยชนา. น อนาคตาติ จ อนาคตภาวสามญฺญํ คเหตฺวา เลเสน โจเทติ. เตนาห ‘‘อนาคเต วายามาภาวโต’’ติ. อนาคตวิเสโส ปเนตฺถ อธิปฺเปโต, ตสฺส เขปเน วายาโม ลพฺภเตว. เตนาห ‘‘ยา ปน มคฺคสฺสา’’ติอาทิ. เอกจตุปญฺจโวการภเวสูติ ภวตฺตยคฺคหณํ วุตฺตนเยน อนวเสสโต ชาติยา ขีณภาวทสฺสนตฺถํ. ตนฺติ ยถาวุตฺตํ ชาตึ. โสติ ขีณาสโว ภิกฺขุ.
พฺรหฺมจริยวาโส นาม อิธ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส นิพฺพตฺตนเมวาติ อาห ‘‘ปริวุตฺถ’’นฺติ. สมฺมาทิฏฺฐิยา จตูสุ สจฺเจสุ ปริญฺญาทิกิจฺจสาธนวเสน ปวตฺตมานาย สมฺมาสงฺกปฺปาทีนมฺปิ ทุกฺขสจฺเจ ปริญฺญาภิสมยานุคุณา ปวตฺติ, อิตเรสุ จ สจฺเจสุ เนสํ ปหานาภิสมยาทิวเสน ปวตฺติ ปากฏา เอว. เตน วุตฺตํ ‘‘จตูสุ สจฺเจสุ จตูหิ มคฺเคหิ ปริญฺญาปหานสจฺฉิกิริยาภาวนาภิสมยวเสนา’’ติ. ปุถุชฺชนกลฺยาณกาทโยติ อาทิ-สทฺเทน สตฺตเสขํ สงฺคณฺหาติ.
อิตฺถตฺตายาติ อิเม ปการา อิตฺถํ, ตพฺภาโว อิตฺถตฺตํ, ตทตฺถนฺติ วุตฺตํ โหติ. เต ปน ปการา อริยมคฺคพฺยาปารภูตา ปริญฺญาทโย อิธาธิปฺเปตาติ อาห ‘‘เอวํโสฬสวิธกิจฺจภาวายา’’ติ. เต หิ มคฺคํ ปจฺจเวกฺขโต มคฺคานุภาเวน ปากฏา หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ, ปริญฺญาทีสุ จ ปหานเมว ปธานํ ตทตฺถตฺตา อิตเรสนฺติ อาห ‘‘กิเลสกฺขยาย วา’’ติ. ปหีนกิเลสปจฺจเวกฺขณวเสน วา เอตํ วุตฺตํ. ทุติยวิกปฺเป อิตฺถตฺตายาติ นิสฺสกฺเก สมฺปทานวจนนฺติ อาห ‘‘อิตฺถภาวโต’’ติ. อปรนฺติ อนาคตํ. อิเม ปน จริมกตฺตภาวสงฺขาตา ปญฺจกฺขนฺธา. ปริญฺญาตา ติฏฺฐนฺตีติ เอเตน เตสํ อปฺปติฏฺฐตํ ทสฺเสติ. อปริญฺญามูลกา หิ ปติฏฺฐา. ยถาห ‘‘กพฬีกาเร เจ, ภิกฺขเว, อาหาเร อตฺถิ ราโค, อตฺถิ นนฺที, อตฺถิ ตณฺหา, ปติฏฺฐิตํ ตตฺถ วิญฺญาณํ วิรุฬฺห’’นฺติอาทิ (สํ. นิ. ๒.๖๔; กถา. ๒๙๖; มหานิ. ๗). เตเนวาห – ‘‘ฉินฺนมูลกา รุกฺขา วิยา’’ติอาทิ.
ยสฺสาติ ปุถุชฺชนสฺส. ตสฺส หิ สีลํ กทาจิ วฑฺฒติ, กทาจิ หายติ. เสกฺขาปิ ปน สีเลสุ ปริปูรการิโนว, อเสกฺเขสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. เตนาห ‘‘ขีณาสวสฺสา’’ติอาทิ. วสิปฺปตฺตนฺติ วสีภาวปฺปตฺตํ. สุฏฺฐุ สมาหิตนฺติ อคฺคผลสมาธินา สมฺมเทว สมาหิตํ. ธิติสมฺปนฺนนฺติ อคฺคผลธิติยา สมนฺนาคตํ. มจฺจุํ ชหิตฺวา ฐิตนฺติ อายตึ ปุนพฺภวาภาวโต วุตฺตํ. กถํ ปุนพฺภวาภาโวติ อาห ‘‘สพฺเพ ปาปธมฺเม ปชหิตฺวา ฐิต’’นฺติ. สพฺพสฺสปิ เญยฺยธมฺมสฺส จตุสจฺจนฺโตคธตฺตา วุตฺตํ ‘‘พุทฺธนฺติ จตุสจฺจพุทฺธ’’นฺติ. พุทฺธสาวกาติ สาวกพุทฺธา นมสฺสนฺติ, ปเคว อิตรา ปชา. อิตรา หิ ปชา สาวเกปิ นมสฺสนฺติ. อิติ เอตฺตเกน ฐาเนน สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส วเสน คาถานํ อตฺถํ วตฺวา อิทานิ สาวกสฺสปิ วเสน อตฺถํ โยเชตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สาวโกปิ โคตโม มุขนิพฺพตฺเตน สมฺปตฺเตน สมฺพนฺเธน, ยโต สพฺเพปิ อริยสาวกา ภควโต โอรสปุตฺตาติ วุจฺจนฺตีติ.
นิวุสฺสตีติ นิวาโส, นิวุตฺโถ ขนฺธสนฺตาโนติ อาห ‘‘นิวุตฺถกฺขนฺธปรมฺปร’’นฺติ. อเวติ, อเวทีติ ปาฐทฺวเยนปิ ปุพฺเพนิวาสญาณสฺส กิจฺจสิทฺธึเยว ทสฺเสติ. เอกตฺตกายเอกตฺตสญฺญิภาวสามญฺญโต เวหปฺผลาปิ เอตฺเถว สงฺคหํ คจฺฉนฺตีติ ‘‘ฉ กามาวจเร, นว พฺรหฺมโลเก’’อิจฺเจว วุตฺตํ. อิตเร ปน อปจุรภาวโต น วุตฺตา. เอกจฺจานํ อวิสยภาวโต จ อวจนํ ทฏฺฐพฺพํ. ชาติ ขียติ เอเตนาติ ชาติกฺขโย, อรหตฺตนฺติ อาห ‘‘อรหตฺตํ ปตฺโต’’ติ. ‘‘อภิญฺญายา’’ติ วตฺตพฺเพ ยการโลเปน ‘‘อภิญฺญา’’ติ นิทฺเทโส กโตติ อาห ‘‘ชานิตฺวา’’ติ. กิจฺจโวสาเนนาติ จตูหิ มคฺเคหิ กตฺตพฺพสฺส โสฬสวิธสฺส กิจฺจสฺส ปริโยสาเนน. โวสิโตติ ปริโยสิโต, นิฏฺฐิโตติ อตฺโถ. โมเนยฺเยน สมนฺนาคโตติ กายโมเนยฺยาทีหิ สมนฺนาคโต. ลปิตํ ลปตีติ ลปิตลาปโน. อตฺตปจฺจกฺขโต ญตฺวาติ อิมินา เตสํ วิชฺชานํ ปฏิลทฺธภาวํ ทีเปติ.
ติกณฺณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.