๑๐. สงฺคารวสุตฺตวณฺณนา

๖๑. ทสเม ชิณฺณานํ หตฺถิสาลาทีนํ ปฏิสงฺขรณํ ปุน ปากติกกรณํ ชิณฺณปฏิสงฺขรณํ, ตสฺส การโก ชิณฺณปฏิสงฺขรณการโก. พาหิรสมเยติ สตฺถุสาสนโต พาหิเร อญฺญติตฺถิยสมเย. สพฺพจตุกฺเกนาติอาทีสุ สพฺเพสุ ทฺวิปทจตุปฺปทาทิเภเทสุ ปาเณสุ เอเกกสฺมึ จตฺตาโร จตฺตาโร ปาเณ วธิตฺวา ยชิตพฺพํ ยญฺญํ สพฺพจตุกฺกํ นาม. เสเสสุปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยสฺส วา ตสฺส วาติ นิสฺสกฺเก สามิวจนนฺติ อาห ‘‘ยสฺมา วา ตสฺมา วา’’ติ. เอวมสฺสายนฺติ เอตฺถ อสฺสูติ นิปาตมตฺตนฺติ อาห ‘‘เอวํ สนฺเตปิ อย’’นฺติ.

วฑฺเฒนฺโตติ ปฏฺฐเปนฺโต. มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส โอคธํ มูลํ ปติฏฺฐาภูตํ พฺรหฺมจริโยคธํ. เตนาห ‘‘อรหตฺตมคฺคสงฺขาตสฺสา’’ติอาทิ. อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน เจตฺถ อรหตฺตมคฺคสฺเสว คหณํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อุตฺตมํ ปติฏฺฐาภูตํ อารมฺมณูปนิสฺสยภาเวน.

อปฺเปหิ เวยฺยาวจฺจกราทีหิ อตฺโถ เอติสฺสาติ อปฺปฏฺฐา ตฺถ-การสฺส ฏฺฐ-การํ กตฺวา. เตนาห ‘‘ยตฺถ พหู’’ติอาทิ. ยตฺถาติ ยสฺสํ ปฏิปทายํ. อปฺโป สมารมฺโภ เอตสฺสาติ อปฺปสมารมฺโภ. ปาสํสาติ ปสํสารหา. เอตํ เยว กถาเปสฺสามีติ เอเตเนว พฺราหฺมเณน กถาเปสฺสามิ.

โสปฺเปนาติ นิทฺทาย. ปมาเทนาติ ชาคริยาทีสุ อนนุยุญฺชนโต สติวิปฺปวาสลกฺขเณน ปมาเทน. ปจฺจนีกปฏิหรณวเสนาติ ปฏิปกฺขาปนยนวเสน. ตถา หิ ภควโต จ สาสนสฺส จ ปฏิปกฺขา ติตฺถิยา, เตสํ หรณโต ปฏิหาริยํ. เต หิ ทิฏฺฐิหรณวเสน ทิฏฺฐิปฺปกาสเน อสมตฺถภาเวน จ อิทฺธิอาเทสนานุสาสนีหิ หริตา อปนีตา โหนฺตีติ. ‘‘ปฏี’’ติ วา อยํ สทฺโท ‘‘ปจฺฉา’’ติ เอตสฺส อตฺถํ โพเธติ ‘‘ตสฺมึ ปฏิปวิฏฺฐสฺมึ, อญฺโญ อาคญฺฉิ พฺราหฺมโณ’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๙๘๕; จูฬนิ. วตฺถุคาถา ๔) วิย, ตสฺมา สมาหิเต จิตฺเต วิคตูปกฺกิเลเส กตกิจฺเจน ปจฺฉา หริตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ ปฏิหาริยํ, อตฺตโน วา อุปกฺกิเลเสสุ จตุตฺถชฺฌานมคฺเคหิ หริเตสุ ปจฺฉาหรณํ ปฏิหาริยํ, อิทฺธิอาเทสนานุสาสนิโย จ วิคตูปกฺกิเลเสน กตกิจฺเจน จ สตฺตหิตตฺถํ ปุน ปวตฺเตตพฺพา, หริเตสุ จ อตฺตโน อุปกฺกิเลเสสุ ปรสตฺตานํ อุปกฺกิเลสหรณานิ โหนฺตีติ ปฏิหาริยานิ ภวนฺติ, ปฏิหาริยเมว ปาฏิหาริยํ. ปฏิหาริเย วา อิทฺธิอาเทสนานุสาสนิสมุทาเย ภวํ เอเกกํ ปาฏิหาริยนฺติ วุจฺจติ. ปฏิหาริยํ วา จตุตฺถชฺฌานํ มคฺโค จ ปฏิปกฺขหรณโต, ตตฺถ ชาตํ นิมิตฺตภูเต, ตโต วา อาคตนฺติ ปาฏิหาริยํ.

อาคตนิมิตฺเตนาติ อาคตาการสลฺลกฺขณวเสน. เอส นโย เสเสสุปิ. เอโก ราชาติ ทกฺขิณมธุราธิปติ เอโก ปณฺฑุราชา. เอวมฺปิ เต มโนติ อิมินา อากาเรน ตว มโน ปวตฺโตติ อตฺโถ. เตน ปกาเรน ปวตฺโตติ อาห ‘‘โสมนสฺสิโต วา’’ติอาทิ. สามญฺญโชตนา วิเสเส อวติฏฺฐตีติ อธิปฺปาเยเนวํ วุตฺตํ. ‘‘เอวํ ตว มโน’’ติ อิทญฺจ มนโส โสมนสฺสิตตาทิมตฺตทสฺสนํ, น ปน เยน โส โสมนสฺสิโต วา โทมนสฺสิโต วา, ตํทสฺสนํ. โสมนสฺสคฺคหเณน เจตฺถ ตเทกฏฺฐา ราคาทโย สทฺธาทโย จ ทสฺสิตา โหนฺติ, โทมนสฺสคฺคหเณน โทสาทโย. ทุติยนฺติ ‘‘อิตฺถมฺปิ เต มโน’’ติ ปทํ. อิติปีติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท นิทสฺสนตฺโถ ‘‘อตฺถีติ โข, กจฺจาน, อยเมโก อนฺโต’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๑๕; ๓.๙๐) วิย. เตนาห ‘‘อิมญฺจ อิมญฺจ อตฺถํ จินฺตยมาน’’นฺติ. ปิ-สทฺโท วุตฺตตฺถสมฺปิณฺฑนตฺโถ.

กเถนฺตานํ สุตฺวาติ กเถนฺตานํ สทฺทํ สุตฺวา. ตสฺส วเสนาติ ตสฺส วิตกฺกิตสฺส วเสน. อฏฺฏการเกนาติ วินิจฺฉยการเกน.

น อริยานนฺติ อริยานํ มคฺคผลจิตฺตํ น ชานาตีติ อตฺโถ. ตญฺหิ เตน อนธิคตตฺตา เจโตปริยญาเณนปิ น สกฺกา วิญฺญาตุํ, อญฺญํ ปน จิตฺตํ ชานาติเยว. เหฏฺฐิโม อุปริมสฺส จิตฺตํ น ชานาตีติอาทีนิปิ มคฺคผลจิตฺตเมว สนฺธาย วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ. โสตาปนฺนาทโยปิ หิ อตฺตนา อธิคตเมว มคฺคผลํ ปเรหิ อุปฺปาทิตํ สมฺมา เจโตปริยญาเณน ชานิตุํ สกฺโกนฺติ, น อตฺตนา อนธิคตํ. สพฺเพปิ อริยา อตฺตโน ผลํ สมาปชฺชนฺติ อธิคตตฺตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอเตสุ จา’’ติอาทิมาห. ยทิ อริยา อตฺตนา อธิคตผลํ สมาปชฺชนฺติ, อุปริมาปิ เหฏฺฐิมํ ผลํ สมาปชฺชนฺติ อธิคตตฺตา โลกิยสมาปตฺติโย วิยาติ กสฺสจิ อาสงฺกา สิยา, ตนฺนิวตฺตนตฺถมาห ‘‘อุปริโม เหฏฺฐิมํ น สมาปชฺชตี’’ติ.

อุปริโมติ สกทาคามิอาทิอริยปุคฺคโล. เหฏฺฐิมนฺติ โสตาปตฺติผลาทึ. น สมาปชฺชตีติ สติปิ อธิคตตฺเต น สมาปชฺชติ. กสฺมาติ เจ? การณมาห ‘‘เตสญฺหี’’ติอาทิ, เตสํ สกทาคามิอาทีนํ เหฏฺฐิมา เหฏฺฐิมา ผลสมาปตฺติ เตสุ เตสุเยว เหฏฺฐิเมสุ อริยปุคฺคเลสุ ปวตฺตติ, น อุปริเมสูติ อตฺโถ. อิมินา เหฏฺฐิมํ ผลจิตฺตํ อุปริมสฺส น อุปฺปชฺชตีติ ทสฺเสติ. กสฺมาติ เจ? ปุคฺคลนฺตรภาวูปคมเนน ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตา. เอเตน อุปริโม อริโย เหฏฺฐิมํ ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ อตฺตนา อธิคตตฺตา ยถา ตํ โลกิยสมาปตฺตินฺติ เอวํ ปวตฺโต เหตุ พฺยภิจาริโตติ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ โลกิยชฺฌาเนสุ ปุคฺคลนฺตรภาวูปคมนํ นาม อตฺถิ วิเสสาภาวโต, อิธ ปน อสมุคฺฆาฏิตกมฺมกิเลสนิโรธเนน ปุถุชฺชเนหิ วิย โสตาปนฺนสฺส โสตาปนฺนาทีหิ สกทาคามิอาทีนํ ปุคฺคลนฺตรภาวูปคมนํ อตฺถิ. ยโต เหฏฺฐิมา เหฏฺฐิมา ผลธมฺมา อุปรูปริมคฺคธมฺเมหิ นิวตฺติตา ปฏิปกฺเขหิ วิย อภิภูตา อปฺปวตฺติธมฺมตํเยว อาปนฺนา. เตเนว วุตฺตํ ‘‘ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตา’’ติ.

อปิจ กุสลกิริยปฺปวตฺติ นาม อญฺญา, วิปากปฺปวตฺติ จ อญฺญาติ อนนฺตรผลตฺตา จ โลกุตฺตรกุสลานํ เหฏฺฐิมโต อุปริโม ภวนฺตรคโต วิย โหติ. ตํตํผลวเสเนว หิ อริยานํ โสตาปนฺนาทินามลาโภ. เต สเจ อญฺญผลสมงฺคิโนปิ โหนฺติ, โสตาปนฺนาทินามมฺปิ เตสํ อววตฺถิตํ สิยา. ตสฺส ตสฺส วา อริยสฺส ตํ ตํ ผลํ สทิสนฺติ กตฺวา น อุปริมสฺส เหฏฺฐิมผลสมงฺคิตาย เลโสปิ สมฺภวติ, กุโต ตสฺสา สมาปชฺชนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เหฏฺฐิมา จ โสตาปนฺนาทโย อุปริมํ สกทาคามิผลาทึ น สมาปชฺชนฺติ อนธิคตตฺตา. น หิ อนธิคตํ สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตุํ สกฺกา, ตสฺมา สพฺเพปิ อริยา อตฺตโนเยว ผลํ สมาปชฺชนฺตีติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ.

ปวตฺเตนฺตาติ ปวตฺตกา หุตฺวา, ปวตฺตนวเสนาติ อตฺโถ. เอวนฺติ ยถานุสิฏฺฐาย อนุสาสนิยา วิธิวเสน ปฏิเสธวเสน จ ปวตฺติตาการปรามสนํ. สา จ สมฺมาวิตกฺกา นาม มิจฺฉาวิตกฺกานญฺจ ปวตฺติอาการทสฺสนวเสน ปวตฺตติ. ตตฺถ อานิสํสสฺส อาทีนวสฺส จ วิภาวนตฺถํ อนิจฺจสญฺญเมว, น นิจฺจสญฺญนฺติ อตฺโถ. ปฏิโยคินิวตฺตนตฺถญฺหิ เอว-การคฺคหณํ. อิธาปิ เอวสทฺทคฺคหณสฺส อตฺโถ ปโยชนญฺจ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อิทํ-คหเณปิ เอเสว นโย. ปญฺจกามคุณราคนฺติ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ ตทญฺญราคสฺส โทสาทีนญฺจ ปหานสฺส อิจฺฉิตตฺตา ตปฺปหานสฺส จ ตทญฺญราคาทิเขปสฺส อุปายภาวโต. ตถา วุตฺตํ ทุฏฺฐโลหิตวิโมจนสฺส ปุพฺพทุฏฺฐมํสเขปนูปายตา วิย. โลกุตฺตรธมฺมเมวาติ อวธารณํ ปฏิกฺเขปภาวโต สาวชฺชธมฺมนิวตฺตนปรํ ทฏฺฐพฺพํ, ตสฺส อธิคมูปายานิสํสภูตานํ ตทญฺเญสํ อนวชฺชธมฺมานํ นานนฺตริยภาวโต.

จินฺตามณิกวิชฺชาสริกฺขกตนฺติ อิมินา ‘‘จินฺตามณี’’ติ เอวํ ลทฺธนามา โลเก เอกา วิชฺชา อตฺถิ, ยาย ปเรสํ จิตฺตํ วิชานนฺตีติ ทีเปติ. ‘‘ตสฺสา กิร วิชฺชาย สาธโก ปุคฺคโล ตาทิเส เทสกาเล มนฺตํ ปริชปฺปิตฺวา ยสฺส จิตฺตํ ชานิตุกาโม, ตสฺส ทิฏฺฐหตฺถาทิวิเสสสญฺชานนมุเขน จิตฺตาจารํ อนุมินนฺโต กเถตี’’ติ เกจิ. อปเร ‘‘วาจํ นิจฺฉราเปตฺวา ตตฺถ อกฺขรสลฺลกฺขณวเสนา’’ติ วทนฺติ.

อิทญฺจ ปน สพฺพนฺติ ‘‘ภวํ โคตโม อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุโภตี’’ติอาทินยปฺปวตฺตํ สพฺพมฺปิ.

สงฺคารวสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

พฺราหฺมณวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.