๓. สาริปุตฺตสุตฺตวณฺณนา

๓๓. ตติเย, ‘‘สาริปุตฺต, มยา สํขิตฺเตน เทสิตํ ธมฺมํ ตาทิเสนปิ น สุกรํ วิญฺญาตุ’’นฺติ อิมินา อธิปฺปาเยเนว วทนฺโต เถรสฺส ญาณํ สพฺพมติกฺกมํ. อญฺญาตาโร จ ทุลฺลภาติ หิ อิมินา สามญฺญวจเนน สาริปุตฺตตฺเถรมฺปิ อนฺโตคธํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต เตนปิ อตฺตโน เทสนาย ทุปฺปฏิวิทฺธภาวํ ทสฺเสติ.

สมฺมาติ เหตุนา การเณน. เตนาห ‘‘อุปาเยนา’’ติอาทิ. มานาภิสมยาติ มานสฺส ทสฺสนาภิสมยา. ปหานาภิสมโยติ จ ทสฺสนาภิสมโยติ จ ปริญฺญาภิสมโย วุตฺโต. อรหตฺตมคฺโค หิ ปริญฺญากิจฺจสิทฺธิยา กิจฺจวเสน มานํ ปสฺสติ, อสมฺโมหปฺปฏิเวธวเสนาติ วุตฺตํ โหติ, อยมสฺส ทสฺสนาภิสมโย. เตน ทิฏฺโฐ ปน ปหานาภิสมโย จ. ทสฺสนาภิสมเยน หิ ปริญฺญาภิสมยเมว ปหียติ. ทิฏฺฐวิเสน ทิฏฺฐสตฺตานํ ชีวิตํ วิย อยมสฺส ปหานาภิสมโย. อฏฺฐกถายํ ปน ปหานาภิสมยสฺส ทสฺสนาภิสมยนานนฺตริยกตฺตา ‘‘ปหานาภิสมเยน’’อิจฺเจว วุตฺตํ. ปหานาภิสมเย หิ คหิเต ทสฺสนาภิสมโย คหิโตว โหติ.

อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺสาติ อรหตฺตมคฺเคน มานสฺส ปหีนตฺตา เย อิเม ‘‘กายพนฺธนสฺส อนฺโต ชีรติ (จูฬว. ๒๗๘), หริตนฺตํ วา’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๐๔) เอวํ วุตฺตอนฺติมมริยาทนฺโต จ ‘‘อนฺตมิทํ, ภิกฺขเว, ชีวิกาน’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๘๐; อิติวุ. ๙๑) เอวํ วุตฺตลามกนฺโต จ ‘‘สกฺกาโย เอโก อนฺโต’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๐๓) เอวํ วุตฺตโกฏฺฐาสนฺโต จ ‘‘เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺส สปจฺจยสงฺขยา’’ติ เอวํ วุตฺตโกฏฺฐาสนฺโต จาติ จตฺตาโร อนฺตา, เตสุ สพฺพสฺเสว วฏฺฏทุกฺขสฺส อทุํ จตุตฺถโกฏิสงฺขาตํ อนฺตมกาสิ, ปริจฺเฉทํ ปริวฏุมํ อกาสิ, อนฺติมสมุทยมตฺตาวเสสํ ทุกฺขมกาสีติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺตมกาสี’’ติ.

นนุ จ ‘‘ปหาน’’นฺติ อิมสฺส นิทฺเทเส นิพฺพานํ อาคตํ? อิธ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานสงฺขาตํ อรหตฺตผลํ วุตฺตํ, ตสฺมา นิทฺเทเสนายํ วณฺณนา วิรุชฺฌตีติ อาห ‘‘นิทฺเทเส ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ ตานิ ปทานิ อาคตานีติ ตสฺมึ นิทฺเทเส ‘‘ปหานํ วูปสมํ ปฏินิสฺสคฺค’’นฺติอาทีนิ (จูฬนิ. ๗๕ อุทยมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส) ปทานิ อาคตานิ.

ธมฺมตกฺกปุเรชวนฺติ อิมินา ตสฺมึ จตุตฺถชฺฌานวิโมกฺเข ฐตฺวา ฌานงฺคานิ วิปสฺสิตฺวา อธิคตํ อรหตฺตวิโมกฺขํ วทติ. อรหตฺตวิโมกฺขสฺส หิ มคฺคสมฺปยุตฺตสมฺมาสงฺกปฺปสงฺขาโต ธมฺมตกฺโก ปุเรชโว โหติ.

สาริปุตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.