๖. เสวิตพฺพสุตฺตวณฺณนา
๒๖. ฉฏฺเฐ อุปสงฺกมิตพฺโพติ กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตพฺโพ. อลฺลียิตพฺโพติ ฉายาย วิย วินา ภาวนาย นิลฺลียิตพฺโพ. ปุนปฺปุนํ อุปาสิตพฺโพติ อภิณฺหโส อุปนิสีทิตพฺโพ. อนุทฺทยาติ เมตฺตาปุพฺพภาโค. อุปสงฺกมิตุํ วฏฺฏตีติ ‘‘เอตสฺส สีเลน อภิวุทฺธิ ภวิสฺสตี’’ติ อุปการตฺถํ อุปเสวนาทิ วฏฺฏติ.
น ปฏิหญฺญิสฺสตีติ ‘‘อเปหิ, กึ เอเตนา’’ติ ปฏิกฺเขปาภาวโต ปิยสีลตฺตา น ปฏิหญฺญิสฺสติ. ผาสุ ภวิสฺสตีติ ทฺวีสุ หิ สีลวนฺเตสุ เอเกน สีลสฺส วณฺเณ กถิเต อิตโร อนุโมทติ. เตน เตสํ กถา ผาสุ เจว โหติ ปวตฺตินี จ. เอกสฺมึ ปน ทุสฺสีเล สติ ทุสฺสีลสฺส สีลกถา ทุกฺกถา, เนว สีลกถา โหติ, น ผาสุ โหติ, น ปวตฺตินี. ทุสฺสีลสฺส หิ สีลกถา อผาสุ ภวิสฺสติ. สีลกถาย วุตฺตมตฺถํ สมาธิปญฺญากถาสุปิ อติทิสติ ‘‘สมาธิปญฺญากถาสุปิ เอเสว นโย’’ติ. เทฺว หิ สมาธิลาภิโน สมาธิกถํ สปฺปญฺญา จ ปญฺญากถํ กเถนฺตา รตฺตึ วา ทิวสํ วา อติกฺกมนฺตมฺปิ น ชานนฺติ.
ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ ตสฺมึ ตสฺมึ อนุคฺคเหตพฺเพ ปญฺญาย โสเธตพฺเพ วฑฺเฒตพฺเพ จ อธิกสีลํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ อตฺโถ. ตญฺจ อนุคฺคณฺหนํ สีลสฺส อสปฺปายานุปการธมฺเม วชฺเชตฺวา ตปฺปฏิปกฺขเสวเนน โหตีติ อาห ‘‘สีลสฺส อสปฺปาเย’’ติอาทิ. สีลสฺส อสปฺปายานุปการธมฺมา นาม อนาจาราโคจราทโย, ตปฺปฏิปกฺขโต อุปการธมฺมา เวทิตพฺพา. ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเนติ ตํตํสิกฺขาโกฏฺฐาสปทฏฺฐาเน. อนุคฺคณฺหาติ นามาติ อภินฺนํ อสํกิลิฏฺฐํ กตฺวา อนุคฺคณฺหาติ นาม. ขารปริสฺสาวเนติ รชกานํ อูสขาราทิขารปริสฺสาวนปเฏ. หายตีติ สีลาทินา ปริหายติ. เสฏฺฐํ ปุคฺคลนฺติ สีลาทิคุเณหิ เสฏฺฐํ อุตฺตริตรํ อุตฺตมํ ปุคฺคลํ.
เสวิตพฺพสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.