๑๐. ทุติยปาปณิกสุตฺตวณฺณนา

๒๐. ทสเม วิสิฏฺฐธุโรติ วิสิฏฺฐธุรสมฺปคฺคาโห วีริยสมฺปนฺโน. ญาณวีริยายตฺตา หิ อตฺถสิทฺธิโย. เตนาห ‘‘อุตฺตมธุโร’’ติอาทิ. วิกฺกายิกภณฺฑนฺติ วิกฺกเยตพฺพภณฺฑํ. นิกฺขิตฺตธเนนาติ นิทหิตฺวา ฐปิตธนวเสน. วฬญฺชนกวเสนาติ ทิวเส ทิวเส ทานูปโภควเสน วฬญฺชิตพฺพธนวเสน. อุปโภคปริโภคภณฺเฑนาติ อุปโภคปริโภคูปกรเณน. นิปตนฺตีติ นิปาเตนฺติ, อตฺตโน ธนคฺคเหน นิปาตวุตฺติเก กโรนฺติ. เตนาห ‘‘นิมนฺเตนฺตี’’ติ.

ญาณถาเมนาติ ญาณสฺส ถิรภาเวน. ญาณปรกฺกเมนาติ ญาณสหิเตน วีริเยน. ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถเภทญฺหิ เยน สุเตน อิชฺฌติ, ตํ สุตํ นาม. อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกนิกาย…เป… พหุสฺสุตา’’ติ อาห. อาคโตติ สุปฺปวตฺติภาเวน สฺวาคโต. เตนาห ‘‘ปคุโณ ปวตฺติโต’’ติ. อภิธมฺเม อาคตา กุสลาทิกฺขนฺธาทิเภทภินฺนา ธมฺมา สุตฺตนฺตปิฏเกปิ โอตรนฺตีติ ‘‘ธมฺมธราติ สุตฺตนฺตปิฏกธรา’’อิจฺเจว วุตฺตํ. น หิ อาภิธมฺมิกภาเวน วินา นิปฺปริยายโต สุตฺตนฺตปิฏกญฺญุตา สมฺภวติ. เทฺวมาติกาธราติ ภิกฺขุภิกฺขุนิมาติกาวเสน เทฺวมาติกาธราติ วทนฺติ, ‘‘วินยาภิธมฺมมาติกาธรา’’ติ ยุตฺตํ. ปริปุจฺฉตีติ สพฺพภาเคน ปุจฺฉิตพฺพํ ปุจฺฉติ. เตนาห ‘‘อตฺถานตฺถํ การณาการณํ ปุจฺฉตี’’ติ. ปริคฺคณฺหาตีติ วิจาเรติ.

น เอวํ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพติ เอวํ เทสนานุกฺกเมน อตฺโถ น คเหตพฺโพ. อญฺโญ หิ เทสนากฺกโม เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน ปวตฺตนโต, อญฺโญ ปฏิปตฺติกฺกโม. เหฏฺฐิเมน วา ปริจฺเฉโทติ สีลสมาธิปญฺญาสงฺขาเตสุ ตีสุ ภาเคสุ กตฺถจิ เหฏฺฐิมนเยน เทสนาย ปริจฺเฉทํ เวทิตพฺพํ สีเลน, กตฺถจิ อุปริเมน ภาเคน ปญฺญาย, กตฺถจิ ทฺวีหิปิ ภาเคหิ สีลปญฺญาวเสน. อิธ ปน สุตฺเต อุปริเมน ภาเคน ปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพติ วตฺวา ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิมาห. ยสฺมา วา ภควา เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน ปฐมํ กลฺยาณมิตฺตํ ทสฺเสนฺโต อรหตฺตํ ปเวเทตฺวา ‘‘ตยิทํ อรหตฺตํ อิมาย อารทฺธวีริยตาย โหตี’’ติ ทสฺเสนฺโต วีริยารมฺภํ ปเวเทตฺวา ‘‘สฺวายํ วีริยารมฺโภ อิมินา กลฺยาณมิตฺตสนฺนิสฺสเยน ภวตี’’ติ ทสฺเสนฺโต นิสฺสยสมฺปตฺตึ ปเวเทติ เหฏฺฐา ทสฺสิตนิทสฺสนานุรูปนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

ทุติยปาปณิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

รถการวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.