๔. อุปฺปาทาสุตฺตวณฺณนา
๑๓๗. จตุตฺเถ อุปฺปาทา วา ตถาคตานนฺติ ตถาคตานํ อุปฺปาเทปิ เวเนยฺยปุคฺคลานํ มคฺคผลุปฺปตฺติ วิย สงฺขารานํ อนิจฺจาทิสภาโว น ตถาคตุปฺปาทายตฺโต, อถ โข ตถาคตานํ อุปฺปาเทปิ อนุปฺปาเทปิ โหติเมวาติ วุตฺตํ โหติ. ฐิตาว สา ธาตูติ ฐิโต เอว โส อนิจฺจสภาโว พฺยภิจาราภาวโต น กทาจิ สงฺขารา อนิจฺจา น โหติ. กามํ อสงฺขตา วิย ธาตุ น นิจฺโจ โส สภาโว, ตถาปิ สพฺพกาลิโกเยวาติ อธิปฺปาโย.
อปโร นโย – ฐิตาว สา ธาตูติ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติ เอสา ธาตุ เอส สภาโว ตถาคตานํ อุปฺปาทโต ปุพฺเพ อุทฺธญฺจ อปฺปฏิวิชฺฌิยมาโน น ตถาคเตหิ อุปฺปาทิโต, อถ โข สพฺพกาลํ สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา, ฐิตาว สา ธาตุ, เกวลํ ปน สยมฺภุญาเณน อภิสมฺพุชฺฌนโต ‘‘อยํ ธมฺโม ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ ปเวทนโต จ ตถาคโต ธมฺมสฺสามีติ วุจฺจติ อปุพฺพสฺส ตสฺส อุปฺปาทนโต. เตน วุตฺตํ ‘‘ฐิตาว สา ธาตู’’ติ.
อภิสมฺพุชฺฌตีติ ญาเณน อภิสมฺพุชฺฌติ. อภิสเมตีติ ญาเณน อภิสมาคจฺฉติ. อาจิกฺขตีติ กเถติ. เทเสตีติ ทสฺเสติ. ปญฺญาเปตีติ ชานาเปติ. ปฏฺฐเปตีติ ญาณมุเข ฐเปติ. วิวรตีติ วิวริตฺวา ทสฺเสติ. วิภชตีติ วิภาคโต ทสฺเสติ. อุตฺตานีกโรตีติ ปากฏํ กโรติ.
อถ วา อภิสมฺพุชฺฌตีติ ปจฺจกฺขกรเณน อภิมุขํ พุชฺฌติ, ยาถาวโต ปฏิวิชฺฌติ. ตโต เอว อภิสเมติ อภิมุขํ สมาคจฺฉติ. อาทิโต กเถนฺโต อาจิกฺขติ, อุทฺทิสตีติ อตฺโถ. ตเมว อุทฺเทสํ ปริโยสาเปนฺโต เทเสติ. ยถาอุทฺทิฏฺฐมตฺถํ นิทสฺสนวเสน ปกาเรหิ ญาเปนฺโต ปญฺญาเปติ. ปกาเรหิ เอตมตฺถํ ปติฏฺฐเปนฺโต ปฏฺฐเปติ. ยถาอุทฺทิฏฺฐํ ปฏินิทสฺสนวเสน วิวรติ วิภชติ. วิวฏํ วิภตฺตญฺจ อตฺถํ เหตูทาหรณทสฺสเนหิ ปากฏํ กโรนฺโต อุตฺตานีกโรติ.
อุปฺปาทาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.