๑. อาปายิกสุตฺตวณฺณนา
๑๑๔. ทุติยสฺส ปฐเม อปาเยสุ นิพฺพตฺตนสีลตาย อปายูปคา อาปายิกาติ อาห ‘‘อปายํ คจฺฉิสฺสนฺตีติ อาปายิกา’’ติ. อญฺเญ พฺรหฺมจาริโน สุนิวตฺเถ สุปารุเต สุมฺภกปตฺตธเร คามนิคมราชธานีสุ ปิณฺฑาย จริตฺวา ชีวิกํ กปฺเปนฺเต ทิสฺวา สยมฺปิ ตาทิเสน อากาเรน ตถาปฏิปชฺชนโต ‘‘อหํ พฺรหฺมจารี’’ติ ปฏิญฺญํ เทนฺโต วิย โหตีติ อาห ‘‘พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญติ พฺรหฺมจาริปฏิรูปโก’’ติ. ‘‘อหมฺปิ ภิกฺขู’’ติ วตฺวา อุโปสถงฺคาทีนิ ปวิสนฺโต ปน พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญ โหติเยว, ตถา สงฺฆิกํ ลาภํ คณฺหนฺโต. เตนาห ‘‘เตสํ วา…เป… เอวํปฏิญฺโญ’’ติ. อกฺโกสตีติ ‘‘อสฺสมโณสิ, สมณปฏิญฺโญสี’’ติอาทินา อกฺโกสติ. ปริภาสตีติ ‘‘โส ตฺวํ ‘โหตุ, มุณฺฑกสมโณ อห’นฺติ มญฺญสิ, อิทานิ เต อสฺสมณภาวํ อาโรเปสฺสามี’’ติอาทินา วทนฺโต ปริภาสติ.
กิเลสกาโมปิ อสฺสาทิยมาโน วตฺถุกามนฺโตคโธเยว, กิเลสกามวเสน จ เตสํ อสฺสาทนํ สิยาติ อาห ‘‘กิเลสกาเมน วตฺถุกาเม เสวนฺตสฺสา’’ติ. กิเลสกาเมนาติ กรณตฺเถ กรณวจนํ. นตฺถิ โทโสติ อสฺสาเทตฺวา วิสยปริโภเค นตฺถิ อาทีนโว, ตปฺปจฺจยา น โกจิ อนฺตราโยติ อธิปฺปาโย. ปาตพฺพตํ อาปชฺชตีติ ปริภุญฺชนกตํ อุปคจฺฉติ. ปริโภคตฺโถ หิ อยํ ปา-สทฺโท, กตฺตุสาธโน จ ตพฺพ-สทฺโท, ยถารุจิ ปริภุญฺชตีติ อตฺโถ. ปิวิตพฺพตํ ปริภุญฺชิตพฺพตนฺติ เอตฺถาปิ กตฺตุวเสเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อาปายิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.