.นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส.
องฺคุตฺตรนิกาเย
ทุกนิปาต-ฏีกา
๑. ปฐมปณฺณาสกํ
๑. กมฺมการณวคฺโค
๑. วชฺชสุตฺตวณฺณนา
๑. ทุกนิปาตสฺส ปฐเม ปหารสาธนตฺถนฺติ ทณฺฑปฺปหารสฺส สุขสิทฺธิ-อตฺถํ. กญฺชิโต นิพฺพตฺตํ กญฺชิยํ, อารนาลํ, ยํ พิลงฺคนฺติปิ วุจฺจติ, ตํ ยตฺถ สิญฺจติ, สา กญฺชิยอุกฺขลิกา พิลงฺคถาลิกา, ตํสทิสํ การณํ พิลงฺคถาลิกํ. สีสกฏาหํ อุปฺปาเฏตฺวาติ อโยคุฬปฺปเวสปฺปมาณํ ฉิทฺทํ กตฺวา. สงฺขมุณฺฑกมฺมการณนฺติ สงฺขํ วิย มุณฺฑกรณํ กมฺมการณํ. ราหุมุขกมฺมการณนฺติ ราหุมุขคตสูริยสทิสกมฺมการณํ.
โชติมาลิกนฺติ โชติมาลวนฺตํ กมฺมการณํ. หตฺถปชฺโชติกนฺติ หตฺถสฺส ปชฺโชตนกมฺมการณํ. เอรกวตฺตกมฺมการณนฺติ เอรกวตฺตสทิเส สรีรโต จมฺมวตฺเต อุปฺปาฏนกมฺมการณํ. จีรกวาสิกกมฺมการณนฺติ สรีรโต อุปฺปาฏิตวตฺตจีรเกหิ นิวาสาปนกมฺมการณํ. ตํ กโรนฺตา ยถา คีวโต ปฏฺฐาย วทฺเธ กนฺติตฺวา กฏิยํ ฐเปนฺติ, เอวํ โคปฺผกโต ปฏฺฐาย กนฺติตฺวาปิ กฏิยเมว ฐเปนฺติ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘กฏิโต ปฏฺฐาย กนฺติตฺวา โคปฺผเกสุ ฐเปนฺตี’’ติ วุตฺตํ. เอเณยฺยกกมฺมการณนฺติ เอณิมิคสทิสกมฺมการณํ. อยวลยานิ ทตฺวาติ อยวลยานิ ปฏิมุญฺจิตฺวา. อยสูลานิ โกฏฺเฏนฺตีติ กปฺปรชณฺณุกโกฏีสุ อยสูลานิ ปเวเสนฺติ. ตนฺติ ตํ ตถากตกมฺมการณํ สตฺตํ.
พฬิสมํสิกนฺติ พลิเสหิ มํสุปฺปาฏนกมฺมการณํ. กหาปณิกนฺติ กหาปณมตฺตโส ฉินฺทนกมฺมการณํ. โกฏฺเฏนฺตีติ ฉินฺทนฺติ. ขาราปตจฺฉิกนฺติ ตจฺเฉตฺวา ขาราปสิญฺจนกมฺมการณํ. ปลิฆปริวตฺติกนฺติ ปลิฆสฺส วิย ปริวตฺตนกมฺมการณํ. เอกาพทฺธํ กโรนฺติ อยสูลสฺส โกฏฺฏเนน. ปลาลปีฐกนฺติ ปลาลปีฐสฺส วิย สรีรสฺส สํเวลฺลนกมฺมการณํ. การณิกาติ ฆาตนการกา. ปลาลวฏฺฏึ วิย กตฺวาติ ยถา ปลาลปีฐํ กโรนฺตา ปลาลํ วฏฺฏึ กตฺวา สํเวลฺลนวเสน ปุน เวเฐนฺติ, เอวํ กโรนฺตีติ อตฺโถ. ฉาตกสุนเขหีติ ขุทฺทเกหิ โกเลยฺยกสุนเขหิ. เต หิ พลวนฺตา ชวโยคา สูรา จ โหนฺติ. สหสฺสภณฺฑิกนฺติ สหสฺสตฺถวิกํ.
ยาหนฺติ ยํ อหํ. ยนฺติ จ การณวจนํ. เตนาห ‘‘เยน อห’’นฺติ. ฉินฺนมูลเกติ ตณฺหามูลสฺส อุจฺฉินฺนตฺตา สญฺฉินฺนมูลเก.
วชฺชสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ปธานสุตฺตวณฺณนา
๒. ทุติเย อุภโตพฺยูฬฺหสงฺคามปฺปเวสนสทิสนฺติ ยุทฺธตฺถาย อุภโตราสิกตจตุรงฺคินิเสนามชฺฌปฺปเวสนสทิสํ. ทานญฺจ ยุทฺธญฺจ สมานมาหูติ เอตฺถ กถํ ปนีทมุภยํ สมานํ? ชีวิตวินาสภีรุโก หิ ยุชฺฌิตุํ น สกฺโกติ, โภคกฺขยภีรุโก ทานํ ทาตุํ น สกฺโกติ. ‘‘ชีวิตญฺจ รกฺขิสฺสามิ, ยุชฺฌิสฺสามี’’ติ หิ วทนฺโต น ยุชฺฌติ, ชีวิเต ปน อาลยํ วิสฺสชฺเชตฺวา ‘‘หตฺถปาทาทิจฺเฉโท วา โหตุ มรณํ วา, คณฺหิสฺสาเมตํ อิสฺสริย’’นฺติ อุสฺสหนฺโตว ยุชฺฌติ. ‘‘โภเค จ รกฺขิสฺสามิ, ทานญฺจ ทสฺสามี’’ติ วทนฺโตปิ น ททาติ, โภเคสุ ปน อาลยํ ปิสฺสชฺเชตฺวา ‘‘มหาทานํ ทสฺสามี’’ติ อุสฺสหนฺโตว เทติ. เอวํ ทานญฺจ ยุทฺธญฺจ สมํ โหติ. กิญฺจ ภิยฺโย – อปฺปาปิ สนฺตา พหุเก ชินนฺติ, ยถา จ ยุทฺเธ อปฺปกาปิ วีรปุริสา พหุเก ภีรุปุริเส ชินนฺติ, เอวํ สทฺธาทิสมฺปนฺโน อปฺปกมฺปิ ทานํ ททนฺโต พหุวิธํ โลภโทสอิสฺสามจฺฉริยทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาทิเภทํ ตปฺปฏิปกฺขํ อภิภวติ, พหุญฺจ ทานวิปากํ อธิคจฺฉติ. เอวมฺปิ ทานญฺจ ยุทฺธญฺจ สมานํ. เตนาห ‘‘อปฺปมฺปิ เจ สทฺทหาโน ททาติ, เตเนว โส โหติ สุขี ปรตฺถา’’ติ.
อคารสฺส หิตํ กสิโครกฺขาทิ อคาริยํ, ตํ นตฺถิ เอตฺถาติ อนคาริยํ, ปพฺพชฺชาติ อาห ‘‘อคารสฺส…เป… อนคาริยํ ปพฺพชฺช’’นฺติ. สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺคตฺถายาติ เอตฺถ จตฺตาโร อุปธี – กามุปธิ, ขนฺธุปธิ, กิเลสุปธิ, อภิสงฺขารุปธีติ. กามาปิ หิ ‘‘ยํ ปญฺจ กามคุเณ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขํ โสมนสฺสํ, อยํ กามานํ อสฺสาโท’’ติ (อ. นิ. ๙.๓๔) เอวํ วุตฺตสฺส สุขสฺส, ตทสฺสาทนิมิตฺตสฺส วา ทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต อุปธียติ เอตฺถ สุขนฺติ อิมินา วจนตฺเถน ‘‘อุปธี’’ติ วุจฺจนฺติ. ขนฺธาปิ ขนฺธมูลกสฺส ทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต, กิเลสาปิ อปายทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต, อภิสงฺขาราปิ ภวทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต ‘‘อุปธี’’ติ วุจฺจนฺติ. สพฺเพสํ อุปธีนํ ปฏินิสฺสคฺโค ปหานํ เอตฺถาติ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺคํ, นิพฺพานํ. เตนาห ‘‘สพฺเพสํ ขนฺธูปธิ…เป… นิพฺพานสฺส อตฺถายา’’ติ.
ปธานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ตปนียสุตฺตวณฺณนา
๓. ตติเย ตปนียาติ เอตฺถ กตฺตุอตฺเถ อนีย-สทฺโทติ อาห ‘‘ตปนฺตีติ ตปนียา’’ติ. ตปนฺตีติ วิพาเธนฺติ, วิเหเฐนฺตีติ อตฺโถ. ตปนํ วา ทุกฺขํ, ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจ ตสฺส อุปฺปาทเนน เจว อนุพลปฺปทาเนน จ หิตาติ ตปนียา. อถ วา ตปนฺติ เตนาติ ตปนํ, อนุตาโป, วิปฺปฏิสาโรติ อตฺโถ. ตสฺส เหตุภาวโต หิตาติ ตปนียา. อนุโสจตีติ วิปฺปฏิสารี หุตฺวา กตากตํ อนุคมฺม โสจติ. โสจนญฺหิ กตตฺตา จ โหติ อกตตฺตา จ. ตถา เจว ปาฬิยํ วิภตฺตํ. นนฺทยกฺขาทีนํ วตฺถูนิ ปากฏานีติ ตานิ อทสฺเสตฺวา เทฺวภาติกวตฺถุํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เต กิรา’’ติ อาทิมาห. ตตฺถ เตติ เทฺว ภาตโร. ปุน กึ มคฺคสีติ ปุน กึ อิจฺฉสิ.
ตปนียสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. อุปญฺญาตสุตฺตวณฺณนา
๕. ปญฺจเม อิมญฺหิ ธมฺมทฺวยนฺติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ อสนฺตุฏฺฐิตา, ปธานสฺมึ อโนสกฺกนสงฺขาตํ ธมฺมทฺวยํ. อิมินาติ ‘‘อสนฺตุฏฺฐิตา กุสเลสุ ธมฺเมสู’’ติ วจเนน. อิมํ ทีเปตีติ ‘‘ยาว โส อุปฺปชฺชติ, น ตาวาหํ สนฺตุฏฺโฐ อโหสิ’’นฺติ เอตํ ปริยนฺตํ กตฺวา วกฺขมานตฺถํ ทีเปติ. ปธานสฺมินฺติ วีริยารมฺเภ. อิมมตฺถนฺติ ‘‘ปธานสฺมิญฺจา’’ติอาทินา วุตฺตมตฺถํ. วีริยปฺปวาเห วตฺตมาเน อนฺตรา เอว ปฏิคมนํ นิวตฺตนํ ปฏิวานํ, ตทสฺส อตฺถีติ ปฏิวานี, น ปฏิวานี อปฺปฏิวานี, ตสฺส ภาโว อปฺปฏิวานิตา, อโนสกฺกนาติ อาห ‘‘อปฺปฏิวานิตาติ อปฺปฏิกฺกมนา อโนสกฺกนา’’ติ. ตตฺถ อโนสกฺกนาติ อปฺปฏินิวตฺติ.
อาคมนียปฏิปทาติ สมถวิปสฺสนาสงฺขาตา ปุพฺพภาคปฏิปตฺติ. สา หิ อาคจฺฉนฺติ วิเสสมธิคจฺฉนฺติ เอตาย, อาคจฺฉติ วา วิเสสาธิคโม เอตายาติ อาคมนียา, สา เอว ปฏิปชฺชิตพฺพโต ปฏิปทาติ อาคมนียปฏิปทา. อปฺปฏิวานปธานนฺติ โอสกฺกนารหิตปฺปธานํ, อนฺตรา อโนสกฺกิตฺวา กตวีริยนฺติ อตฺโถ.
อุปญฺญาตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. สํโยชนสุตฺตวณฺณนา
๖. ฉฏฺเฐ สํโยชนานํ หิตา ปจฺจยภาเวนาติ สํโยชนิยา, เตภูมกา ธมฺมา. เตนาห ‘‘ทสนฺนํ สํโยชนาน’’นฺติอาทิ. สํโยชนิเย ธมฺเม อสฺสาทโต อนุปสฺสติ สีเลนาติ อสฺสาทานุปสฺสี, ตสฺส ภาโว อสฺสาทานุปสฺสิตา. นิพฺพิทานุปสฺสิตาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อุกฺกณฺฐนวเสนาติ สํโยชนิเยสุ เตภูมกธมฺเมสุ นิพฺพินฺทนวเสน. ชนนํ ชาติ, ขนฺธานํ ปาตุภาโวติ อาห ‘‘ชาติยาติ ขนฺธนิพฺพตฺติโต’’ติ, ขนฺธานํ ตตฺถ ตตฺถ ภเว อปราปรํ นิพฺพตฺติโตติ อตฺโถ. ขนฺธปริปาโก เอกภวปริยาปนฺนานํ ขนฺธานํ ปุราณภาโว. เอกภวปริยาปนฺนชีวิตินฺทฺริยปฺปพนฺธวิจฺเฉทวเสน ขนฺธานํ เภโท อิธ มรณนฺติ อาห ‘‘มรเณนาติ ขนฺธเภทโต’’ติ. อนฺโตนิชฺฌานํ จิตฺตสนฺตาโป. ปริเทโว นาม ญาติพฺยสนาทีหิ ผุฏฺฐสฺส วาจาวิปฺปลาโป. โส จ โสกสมุฏฺฐาโนติ อาห ‘‘ตนฺนิสฺสิตลาลปฺปิตลกฺขเณหิ ปริเทเวหี’’ติ. ลาลปฺปิตํ วาจาวิปฺปลาโป, โส จ อตฺถโต สทฺโทเยว.
ทุกฺขนฺติ อิธ กายิกํ ทุกฺขํ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘กายปฏิปีฬนทุกฺเขหี’’ติ. มโนวิฆาตโทมนสฺเสหีติ มนโส วิฆาตกเรหิ โทมนสฺเสหิ. พฺยาปาทสมฺปโยเคน มนโส วิหนนรสญฺหิ โทมนสฺสํ. ภุโส อายาโส อุปายาโส ยถา ‘‘ภุสมาทานํ อุปาทาน’’นฺติ, โส จ อตฺถโต ญาติพฺยสนาทีหิ ผุฏฺฐสฺส อธิมตฺตเจโตทุกฺขปฺปภาวิโต โทโสเยว. กายจิตฺตานญฺหิ อายาสนวเสน โทสสฺเสว ปวตฺติอากาโร อุปายาโสติ วุจฺจติ สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺโน. ตํ จุทฺทสหิ อกุสลเจตสิเกหิ อญฺโญ เอโก เจตสิกธมฺโมติ เอเก. ยํ วิสาโทติ จ วทนฺติ.
สํโยชนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. กณฺหสุตฺตวณฺณนา
๗. สตฺตเม ยถา ‘‘กณฺหา คาวี’’ติอาทีสุ กาฬวณฺเณน สมนฺนาคตา ‘‘กณฺหา’’ติ วุจฺจติ, น เอวํ กาฬวณฺณตาย ธมฺมา ‘‘กณฺหา’’ติ วุจฺจนฺติ, อถ โข กณฺหาภิชาตินิพฺพตฺติเหตุโต อปฺปภสฺสรภาวกรณโต วา ‘‘กณฺหา’’ติ วุจฺจนฺตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น กาฬวณฺณตายา’’ติอาทิมาห. กณฺหตายาติ กณฺหาภิชาติตาย. กณฺหาภิชาตีติ จ อปายา วุจฺจนฺติ มนุสฺเสสุ จ โทภคฺคิยํ. สรเสนาติ สภาเวน. น หิรียติ น ลชฺชตีติ อหิริโก, ปุคฺคโล, จิตฺตํ, ตํ สมฺปยุตฺตธมฺมสมุทาโย วา. ตสฺส ภาโว อหิริกฺกนฺติ วตฺตพฺเพ เอกสฺส ก-การสฺส โลปํ กตฺวา อหิริกนฺติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อหิริกนฺติ อหิริกภาโว’’ติ. น โอตฺตปฺปตีติ อโนตฺตาปี, ปุคฺคโล, ยถาวุตฺตธมฺมสมุทาโย วา, ตสฺส ภาโว อโนตฺตปฺปนฺติ อาห ‘‘อโนตฺตาปิภาโว’’ติ.
กณฺหสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. สุกฺกสุตฺตวณฺณนา
๘. อฏฺฐเม ‘‘สุกฺกํ วตฺถ’’นฺติอาทีสุ วิย น วณฺณสุกฺกตาย ธมฺมานํ สุกฺกตา, อถ โข สุกฺกาภิชาติเหตุโต ปภสฺสรภาวกรณโต จาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น วณฺณสุกฺกตายา’’ติอาทิมาห. สุกฺกตายาติ สุกฺกาภิชาติตาย. หิรี ปาปธมฺเม คูถํ วิย ปสฺสนฺตี ชิคุจฺฉตีติ อาห ‘‘ปาปโต ชิคุจฺฉนลกฺขณา หิรี’’ติ. โอตฺตปฺปํ เต อุณฺหํ วิย ปสฺสนฺตํ ตโต ภายตีติ วุตฺตํ ‘‘ภายนลกฺขณํ โอตปฺป’’นฺติ. อิทญฺจ หิโรตฺตปฺปํ อญฺญมญฺญวิปฺปโยคี ปาปโต วิมุขภูตญฺจ, ตสฺมา เนสํ อิทํ นานากรณํ – อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานา หิรี, พหิทฺธาสมุฏฺฐานํ โอตฺตปฺปํ. อตฺตาธิปติ หิรี, โลกาธิปติ โอตปฺปํ. ลชฺชาสภาวสณฺฐิตา หิรี, ภยสภาวสณฺฐิตํ โอตฺตปฺปํ. สปฺปติสฺสวลกฺขณา หิรี, วชฺชภีรุกภยทสฺสาวิลกฺขณํ โอตฺตปฺปนฺติ.
ตตฺถ อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานํ หิรึ จตูหิ การเณหิ สมุฏฺฐาเปติ ชาตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา, วยํ, สูรภาวํ, พาหุสจฺจํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา. กถํ? ‘‘ปาปกรณํ นาเมตํ น ชาติสมฺปนฺนานํ กมฺมํ, หีนชจฺจานํ เกวฏฺฏาทีนํ กมฺมํ, มาทิสสฺส ชาติสมฺปนฺนสฺส อิทํ กาตุํ น ยุตฺต’’นฺติ เอวํ ตาว ชาตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปาปํ อกโรนฺโต หิรึ สมุฏฺฐาเปติ. ตถา ‘‘ปาปกรณํ นาเมตํ ทหเรหิ กตฺตพฺพํ กมฺมํ, มาทิสสฺส วเย ฐิตสฺส อิทํ กาตุํ น ยุตฺต’’นฺติ เอวํ วยํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปาปํ อกโรนฺโต หิรึ สมุฏฺฐาเปติ. ตถา ‘‘ปาปกรณํ นาเมตํ ทุพฺพลชาติกานํ กมฺมํ, มาทิสสฺส สูรภาวสมฺปนฺนสฺส อิทํ กาตุํ น ยุตฺต’’นฺติ เอวํ สูรภาวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปาปํ อกโรนฺโต หิรึ สมุฏฺฐาเปติ. ตถา ‘‘ปาปกมฺมํ นาเมตํ อนฺธพาลานํ กมฺมํ, น ปณฺฑิตานํ, มาทิสสฺส ปณฺฑิตสฺส พหุสฺสุตสฺส อิทํ กาตุํ น ยุตฺต’’นฺติ เอวํ พาหุสจฺจํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปาปํ อกโรนฺโต หิรึ สมุฏฺฐาเปติ. เอวํ อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานํ หิรึ จตูหิ การเณหิ สมุฏฺฐาเปติ, สมุฏฺฐาเปนฺโต จ หิรึ นิสฺสาย ปาปกมฺมํ น กโรติ.
กถํ พหิทฺธาสมุฏฺฐานํ โอตฺตปฺปํ? ‘‘สเจ ตฺวํ ปาปกมฺมํ กริสฺสสิ, จตูสุ ปริสาสุ ครหปฺปตฺโต ภวิสฺสสิ, ตโต ตํ สีลวนฺโต สพฺรหฺมจารี วิวชฺชิสฺสนฺตี’’ติ ปจฺจเวกฺขิตฺวา พหิทฺธาสมุฏฺฐานํ โอตฺตปฺปํ นิสฺสาย ปาปกมฺมํ น กโรติ. เอวํ พหิทฺธาสมุฏฺฐานํ โอตฺตปฺปํ.
กถํ อตฺตาธิปติ หิรี? อิเธกจฺโจ กุลปุตฺโต อตฺตานํ อธิปตึ เชฏฺฐกํ กตฺวา ‘‘มาทิสสฺส สทฺธาปพฺพชิตสฺส พหุสฺสุตสฺส ธุตธรสฺส น ยุตฺตํ ปาปกมฺมํ กาตุ’’นฺติ ปาปํ น กโรติ. เอวํ อตฺตาธิปติ หิรี. เตนาห ภควา ‘‘โส อตฺตานํเยว อธิปตึ กริตฺวา อกุสลํ ปชหติ, กุสลํ ภาเวติ, สาวชฺชํ ปชหติ, อนวชฺชํ ภาเวติ, สุทฺธํ อตฺตานํ ปริหรตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๔๐).
กถํ โลกาธิปติ โอตฺตปฺปํ? อิเธกจฺโจ กุลปุตฺโต โลกํ อธิปตึ เชฏฺฐกํ กตฺวา ‘‘สเจ โข ตฺวํ ปาปกมฺมํ กเรยฺยาสิ, สพฺรหฺมจาริโน ตาว ตํ ชานิสฺสนฺติ, มหิทฺธิกา มหานุภาวา โลเก จ สมณพฺราหฺมณา เทวตา จ, ตสฺมา เต น ยุตฺตํ ปาปํ กาตุ’’นฺติ ปาปกมฺมํ น กโรติ. ยถาห – ‘‘มหา โข ปนายํ โลกสนฺนิวาโส, มหนฺตสฺมึ โข ปน โลกสนฺนิวาเส สนฺติ สมณพฺราหฺมณา อิทฺธิมนฺโต ทิพฺพจกฺขุกา ปรจิตฺตวิทุโน. เต ทูรโตปิ ปสฺสนฺติ, อาสนฺนาปิ น ทิสฺสนฺติ, เจตสาปิ จิตฺตํ ชานนฺติ, เตปิ มํ เอวํ ชานิสฺสนฺติ ‘ปสฺสถ, โภ, อิมํ กุลปุตฺตํ, สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต สมาโน โวกิณฺโณ วิหรติ ปาปเกหิ อกุสเลหิ ธมฺเมหี’ติ. สนฺติ เทวตา อิทฺธิมนฺตินิโย ทิพฺพจกฺขุกา ปรจิตฺตวิทุนิโย, ตา ทูรโตปิ ปสฺสนฺติ, อาสนฺนาปิ น ทิสฺสนฺติ, เจตสาปิ จิตฺตํ ชานนฺติ, ตาปิ มํ ชานิสฺสนฺติ ‘ปสฺสถ, โภ, อิมํ กุลปุตฺตํ, สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต สมาโน โวกิณฺโณ วิหรติ ปาปเกหิ อกุสเลหิ ธมฺเมหี’ติ…เป… โส โลกํเยว อธิปตึ กริตฺวา อกุสลํ…เป… ปริหรตี’’ติ. เอวํ โลกาธิปติ โอตฺตปฺปํ.
ลชฺชาสภาวสณฺฐิตาติ เอตฺถ ลชฺชาติ ลชฺชนากาโร, เตน สภาเวน สณฺฐิตา หิรี. ภยนฺติ อปายภยํ, เตน สภาเวน สณฺฐิตํ โอตฺตปฺปํ. ตทุภยํ ปาปปริวชฺชเน ปากฏํ โหติ. ตตฺถ ยถา ทฺวีสุ อโยคุเฬสุ เอโก สีตโล ภเวยฺย คูถมกฺขิโต, เอโก อุโณฺห อาทิตฺโต. เตสุ ยถา สีตลํ คูถมกฺขิตตฺตา ชิคุจฺฉนฺโต วิญฺญุชาติโก น คณฺหาติ, อิตรํ ฑาหภเยน. เอวํ ปณฺฑิโต ลชฺชาย ชิคุจฺฉนฺโต ปาปํ น กโรติ, โอตฺตปฺเปน อปายภยภีโต ปาปํ น กโรติ, เอวํ ลชฺชาสภาวสณฺฐิตา หิรี, ภยสภาวสณฺฐิตํ โอตฺตปฺปํ.
กถํ สปฺปติสฺสวลกฺขณา หิรี, วชฺชภีรุกภยทสฺสาวิลกฺขณํ โอตฺตปฺปํ? เอกจฺโจ หิ ชาติมหตฺตปจฺจเวกฺขณา, สตฺถุมหตฺตปจฺจเวกฺขณา, ทายชฺชมหตฺตปจฺจเวกฺขณา, สพฺรหฺมจาริมหตฺตปจฺจเวกฺขณาติ เอวํ จตูหิ การเณหิ ตตฺถ คารเวน สปฺปติสฺสวลกฺขณํ หิรึ สมุฏฺฐาเปตฺวา ปาปํ น กโรติ. เอกจฺโจ อตฺตานุวาทภยํ, ปรานุวาทภยํ, ทณฺฑภยํ, ทุคฺคติภยนฺติ เอวํ จตูหิ การเณหิ วชฺชโต ภายนฺโต วชฺชภีรุกภยทสฺสาวิลกฺขณํ โอตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐาเปตฺวา ปาปกมฺมํ น กโรติ. เอตฺถ จ อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานาทิตา หิโรตฺตปฺปานํ ตตฺถ ตตฺถ ปากฏภาเวน วุตฺตา, น ปน เนสํ กทาจิ อญฺญมญฺญวิปฺปโยโค. น หิ ลชฺชนํ นิพฺภยํ, ปาปภยํ วา อลชฺชนํ อตฺถีติ. เอวเมตฺถ วิตฺถารโต อตฺถวณฺณนา เวทิตพฺพา.
สุกฺกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. จริยสุตฺตวณฺณนา
๙. นวเม โลกนฺติ สตฺตโลกํ. สนฺธาเรนฺตีติ อาจารสนฺธารณวเสน ธาเรนฺติ. ฐเปนฺตีติ มริยาทายํ ฐเปนฺติ. รกฺขนฺตีติ อาจารสนฺธารเณน มริยาทายํ ฐเปตฺวา รกฺขนฺติ. ครุจิตฺตีการวเสน น ปญฺญาเยถาติ ครุํ กตฺวา จิตฺเต กรณวเสน น ปญฺญาเยถ, อยมาจาโร น ลพฺเภยฺย. มาตุจฺฉาติ วาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทฺยตฺโถ. เตน มาตุลานีติ วา อาจริยภริยาติ วา ครูนํ ทาราติ วาติ อิเม สงฺคณฺหาติ. ตตฺถ มาตุ ภคินี มาตุจฺฉา. มาตุลภริยา มาตุลานี. ครูนํ ทารา มหาปิตุจูฬปิตุเชฏฺฐภาตุอาทีนํ ครุฏฺฐานิยานํ ภริยา. ยถา อเชฬกาติอาทีสุ อยํ สงฺเขปตฺโถ – ยถา อเชฬกาทโย ติรจฺฉานา หิโรตฺตปฺปรหิตา มาตาติ สญฺญํ อกตฺวา ภินฺนมริยาทา สพฺพตฺถ สมฺเภเทน วตฺตนฺติ, เอวมยํ มนุสฺสโลโก ยทิ โลกปาลธมฺมา น ภเวยฺยุํ, สพฺพตฺถ สมฺเภเทน วตฺเตยฺย. ยสฺมา ปนิเม โลกปาลกธมฺมา โลกํ ปาเลนฺติ, ตสฺมา นตฺถิ สมฺเภโทติ.
จริยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. วสฺสูปนายิกสุตฺตวณฺณนา
๑๐. ทสเม อปญฺญตฺตาติ อนนุญฺญาตา, อวิหิตา วา. วสฺเสติ วสฺสารตฺตํ สนฺธาย วทติ, อุตุวสฺเสติ เหมนฺตํ สนฺธาย. เอกินฺทฺริยํ ชีวํ วิเหเฐนฺตาติ รุกฺขลตาทีสุ ชีวสญฺญิตาย เอวมาหํสุ. เอกินฺทฺริยนฺติ จ กายินฺทฺริยํ อตฺถีติ มญฺญมานา วทนฺติ. สงฺฆาตํ อาปาเทนฺตาติ วินาสํ อาปาเทนฺตา. สํกสายิสฺสนฺตีติ อปฺโปสฺสุกฺกา นิพทฺธวาสํ วสิสฺสนฺติ. อปรชฺชุคตาย อาสาฬฺหิยา อุปคนฺตพฺพาติ เอตฺถ อปรชฺชุ คตาย อสฺสาติ อปรชฺชุคตา, ตสฺสา อปรชฺชุคตาย อติกฺกนฺตาย, อปรสฺมึ ทิวเสติ อตฺโถ, ตสฺมา อาสาฬฺหิปุณฺณมาย อนนฺตเร ปาฏิปททิวเส อุปคนฺตพฺพาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. มาสคตาย อาสาฬฺหิยา อุปคนฺตพฺพาติ มาโส คตาย อสฺสาติ มาสคตา, ตสฺสา มาสคตาย อติกฺกนฺตาย, มาเส ปริปุณฺเณติ อตฺโถ. ตสฺมา อาสาฬฺหิปุณฺณมโต ปราย ปุณฺณมาย อนนฺตเร ปาฏิปททิวเส อุปคนฺตพฺพาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
วสฺสูปนายิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
กมฺมการณวคฺควณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา นิฏฺฐิตา.
๒. อธิกรณวคฺควณฺณนา
๑๑. ทุติยวคฺคสฺส ปฐเม อปฺปฏิสงฺขาเน น กมฺปตีติ ปฏิสงฺขานพลํ, อุปปริกฺขนปญฺญาเยตํ นามํ. วีริยสีเสน สตฺต โพชฺฌงฺเค ภาเวนฺตสฺส อุปฺปนฺนํ พลํ ภาวนาพลํ. วีริยุปตฺถมฺเภน หิ กุสลภาวนา พลวตี ถิรา อุปฺปชฺชติ, ตถา อุปฺปนฺนา พลวตี กุสลภาวนา พลวนฺโต สตฺต โพชฺฌงฺคาติปิ วุจฺจนฺติ. อตฺถโต วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสีเสน สตฺต โพชฺฌงฺคา โหนฺติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘ตตฺถ กตมํ ภาวนาพลํ? ยา กุสลานํ ธมฺมานํ อาเสวนา ภาวนา พหุลีกมฺมํ, อิทํ วุจฺจติ ภาวนาพลํ. สตฺตปิ โพชฺฌงฺคา ภาวนาพล’’นฺติ (ธ. ส. ๑๓๖๑).
อกมฺปิยฏฺเฐนาติ ปฏิปกฺเขหิ อกมฺปนียฏฺเฐน. ทุรภิภวนฏฺเฐนาติ ทุรภิภวนียฏฺเฐน. อนชฺโฌมทฺทนฏฺเฐนาติ อธิภวิตฺวา อนวมทฺทนฏฺเฐน. เอตานีติ เอตานิ ยถาวุตฺตานิ เทฺวปิ พลานิ. เอตทคฺคํ นาคตนฺติ ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, ทฺวินฺนํ พลานํ ยทิทํ ภาวนาพล’’นฺติ เอวเมตฺถ เอตทคฺคํ นาคตนฺติ อตฺโถ.
๑๒. ทุติเย วิเวกํ นิสฺสิตนฺติ วิเวกนิสฺสิตํ, ยถา วา วิเวกวเสน ปวตฺตํ ฌานํ ‘‘วิเวกช’’นฺติ วุตฺตํ, เอวํ วิเวกวเสน ปวตฺโต สติสมฺโพชฺฌงฺโค ‘‘วิเวกนิสฺสิโต’’ติ ทฏฺฐพฺโพ. นิสฺสยฏฺโฐ จ วิปสฺสนามคฺคานํ วเสน มคฺคผลานํ เวทิตพฺโพ, อสติปิ วา ปุพฺพาปรภาเว ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติ เอตฺถ ปจฺจเยน สมุปฺปาทนํ วิย อวินาภาวิธมฺมพฺยาปารา นิสฺสยนภาวนา สมฺภวนฺตีติ. ‘‘ตทงฺคสมุจฺเฉทนิสฺสรณวิเวกนิสฺสิต’’นฺติ วตฺวา ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิเวกนิสฺสิตสฺส อวจนํ ‘‘สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวตี’’ติอาทินา อิธ ภาเวตพฺพานํ สมฺโพชฺฌงฺคานํ วุตฺตตฺตา. ภาวิตโพชฺฌงฺคสฺส หิ สจฺฉิกาตพฺพา พลโพชฺฌงฺคา, เตสํ กิจฺจํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิเวโก. อชฺฌาสยโตติ ‘‘นิพฺพานํ สจฺฉิกริสฺสามี’’ติ ปวตฺตอชฺฌาสยโต. ยทิปิ หิ วิปสฺสนากฺขเณ สงฺขารารมฺมณํ จิตฺตํ, สงฺขาเรสุ ปน อาทีนวํ ทิสฺวา ตปฺปฏิปกฺเข นิพฺพาเน นินฺนตาย อชฺฌาสยโต นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิโต โหติ อุณฺหาภิภูตสฺส ปุคฺคลสฺส สีตนินฺนจิตฺตตา วิย.
‘‘ปญฺจวิธวิเวกนิสฺสิตมฺปีติ เอเก’’ติ วตฺวา ตตฺถ ยถาวุตฺตวิเวกตฺตยโต อญฺญํ วิเวกทฺวยํ อุทฺธริตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘เต หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ฌานกฺขเณ ตาว กิจฺจโต วิกฺขมฺภนวิเวกนิสฺสิตํ, วิปสฺสนากฺขเณ อชฺฌาสยโต ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิเวกนิสฺสิตํ ภาเวตีติ วตฺตพฺพํ ‘‘เอวาหํ อนุตฺตรํ วิโมกฺขํ อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามี’’ติ ตตฺถ นินฺนชฺฌาสยตาย. เตนาห ‘‘ตสฺมา เตสํ มเตนา’’ติอาทิ. เหฏฺฐา กสิณชฺฌานคฺคหเณน อารุปฺปานมฺปิ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ, ตสฺมา ‘‘เอเตสํ ฌานาน’’นฺติ อิมินาปิ เตสํ สงฺคโห เวทิตพฺโพ. ยสฺมา ปหานวินโย วิย วิราคนิโรธาปิ อิธาธิปฺเปตวิเวเกน อตฺถโต นิพฺพิสิฏฺฐา, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เอส นโย วิราคนิสฺสิตนฺติอาทีสู’’ติ. เตนาห ‘‘วิเวกตฺถา เอว หิ วิราคาทโย’’ติ.
โวสฺสคฺค-สทฺโท ปริจฺจาคตฺโถ ปกฺขนฺทนตฺโถ จาติ โวสฺสคฺคสฺส ทุวิธตา วุตฺตา. โวสฺสชฺชนญฺหิ ปหานํ วิสฺสฏฺฐภาเวน นิโรธนปกฺขนฺทนมฺปิ จ. ตสฺมา วิปสฺสนากฺขเณ ตทงฺควเสน มคฺคกฺขเณ สมุจฺเฉทวเสน ปฏิปกฺขสฺส ปหานํ โวสฺสคฺโค, ตถา วิปสฺสนากฺขเณ ตนฺนินฺนภาเวน, มคฺคกฺขเณ อารมฺมณกรเณน วิสฺสฏฺฐสภาวตา โวสฺสคฺโคติ เวทิตพฺพํ. เตเนวาห ‘‘ตตฺถ ปริจฺจาคโวสฺสคฺโค’’ติอาทิ. อยํ สติสมฺโพชฺฌงฺโคติ อยํ มิสฺสกวเสน วุตฺโต สติสมฺโพชฺฌงฺโค. ยถาวุตฺเตน ปกาเรนาติ ตทงฺคปฺปหานสมุจฺเฉทปฺปหานปฺปกาเรน ตนฺนินฺนตทารมฺมณปฺปกาเรน จ. ปุพฺเพ โวสฺสคฺควจนสฺเสว อตฺถสฺส วุตฺตตฺตา อาห ‘‘สกเลน วจเนนา’’ติ. ปริณมนฺตนฺติ วิปสฺสนากฺขเณ ตทงฺคตนฺนินฺนปฺปกาเรน ปริณมนฺตํ. ปริณตนฺติ มคฺคกฺขเณ สมุจฺเฉทตทารมฺมณปฺปกาเรน ปริณตํ. ปริณาโม นาม อิธ ปริปาโกติ อาห ‘‘ปริปจฺจนฺตํ ปริปกฺกญฺจา’’ติ. ปริปาโก จ อาเสวนลาเภน ลทฺธสามตฺถิยสฺส กิเลเส ปริจฺจชิตุํ นิพฺพานํ ปกฺขนฺทิตุํ ติกฺขวิสทภาโว. เตนาห ‘‘อยญฺหี’’ติอาทิ. เอส นโยติ ยฺวายํ นโย ‘‘วิเวกนิสฺสิต’’นฺติอาทินา สติสมฺโพชฺฌงฺเค วุตฺโต, เสเสสุ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทีสุปิ เอเสว นโย, เอวํ ตตฺถ เนตพฺพนฺติ อตฺโถ.
‘‘วิเวกนิสฺสิต’’นฺติอาทีสุ ลพฺภมานมตฺถํ สามญฺญโต ทสฺเสตฺวา อิทานิ อิธาธิปฺเปตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิธ ปนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สพฺพสงฺขเตหีติ สพฺเพหิ ปจฺจยสมุปฺปนฺนธมฺเมหิ. สพฺเพสนฺติ สงฺขตธมฺมานํ. วิเวกํ อารมฺมณํ กตฺวาติ นิพฺพานสงฺขาตํ วิเวกํ อารมฺมณํ กตฺวา. ตญฺจ โขติ ตเทว สติสมฺโพชฺฌงฺคํ.
๑๓. ตติเย จิตฺเตกคฺคตฺถายาติ จิตฺตสมาธานตฺถาย, ทิฏฺฐธมฺเม สุขวิหารายาติ อตฺโถ. จิตฺเตกคฺคตาสีเสน หิ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาโร วุตฺโต. สุกฺขวิปสฺสกขีณาสวานํ วเสน เหตํ วุตฺตํ. เต หิ สมาปชฺชิตฺวา ‘‘เอกคฺคจิตฺตา สุขํ ทิวสํ วิหริสฺสามา’’ติ อิจฺเจว กสิณปริกมฺมํ กตฺวา อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตนฺติ. วิปสฺสนาปาทกตฺถายาติอาทีสุ ปน เสกฺขปุถุชฺชนา ‘‘สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย สมาหิเตน จิตฺเตน วิปสฺสามา’’ติ นิพฺพตฺเตนฺตา วิปสฺสนาปาทกตฺถาย ภาเวนฺติ.
เย ปน อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา อภิญฺญาปาทกชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ‘‘เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๓๘; ม. นิ. ๑.๑๔๗; สํ. นิ. ๒.๗๐; ๕.๘๓๔, ๘๔๒) วุตฺตนยา อภิญฺญาโย ปตฺเถนฺตา นิพฺพตฺเตนฺติ, เต อภิญฺญาปาทกตฺถาย ภาเวนฺติ. เย อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา ‘‘สตฺตาหํ อจิตฺตา หุตฺวา ทิฏฺเฐว ธมฺเม นิโรธํ นิพฺพานํ ปตฺวา สุขํ วิหริสฺสามา’’ติ นิพฺพตฺเตนฺติ, เต นิโรธปาทกตฺถาย ภาเวนฺติ. เย ปน อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา ‘‘อปริหีนชฺฌานา พฺรหฺมโลเก อุปฺปชฺชิสฺสามา’’ติ นิพฺพตฺเตนฺติ, เต ภววิเสสตฺถาย ภาเวนฺติ.
ยุตฺตํ ตาว จิตฺเตกคฺคตาย ภววิเสสตฺถตา วิย วิปสฺสนาปาทกตฺถตาปิ จตุกฺกชฺฌานสาธารณาติ เตสํ วเสน ‘‘จตฺตาริ ฌานานี’’ติ วจนํ, อภิญฺญาปาทกตฺถตา ปน นิโรธปาทกตฺถตา จ จตุตฺถสฺเสว ฌานสฺส อาเวณิกา, สา กถํ จตุกฺกชฺฌานสาธารณา วุตฺตาติ? ปรมฺปราธิฏฺฐานภาวโต. ปทฏฺฐานปทฏฺฐานมฺปิ หิ ปทฏฺฐานนฺติ วุจฺจติ การณการณนฺติ ยถา ‘‘ติเณหิ ภตฺตํ สิทฺธ’’นฺติ.
๑๔. จตุตฺเถ สสกสฺส อุปฺปตนํ วิย โหตีติ ปถวิชิคุจฺฉนสสกสฺส อุปฺปตนํ วิย โหติ. ตตฺถายํ อตฺถสลฺลาปิกา อุปมา – ปถวี กิร สสกํ อาห – ‘‘เห สสกา’’ติ. สสโก อาห – ‘‘โก เอโส’’ติ. กสฺมา มเมว อุปริ สพฺพอิริยาปเถ กปฺเปนฺโต อุจฺจารปสฺสาวํ กโรนฺโต มํ น ชานาสีติ? สุฏฺฐุ ตยา อหํ ทิฏฺโฐ, มยา อกฺกนฺตฏฺฐานญฺหิ องฺคุลคฺเคหิ ผุฏฺฐฏฺฐานํ วิย โหติ, วิสฺสฏฺฐอุทกํ อปฺปมตฺตกํ, กรีสํ กฏกผลมตฺตํ, หตฺถิอสฺสาทีหิ ปน อกฺกนฺตฏฺฐานมฺปิ มหนฺตํ, ปสฺสาโวปิ เนสํ ฆฏมตฺโต, อุจฺจาโรปิ ปจฺฉิมตฺโต โหติ, อลํ มยฺหํ ตยาติ อุปฺปติตฺวา อญฺญสฺมึ ฐาเน ปติโต. ตโต นํ ปถวี อาห – ‘‘อโห ทูรํ คโตปิ นนุ มยฺหํเยว อุปริ ปติโตสี’’ติ? โส ปุน ตํ ชิคุจฺฉนฺโต อุปฺปติตฺวา อญฺญตฺถ ปติโต. เอวํ วสฺสสหสฺสมฺปิ อุปฺปติตฺวา อุปฺปติตฺวา ปตมาโน สสโก เนว ปถวิยา อนฺตํ ปาปุณิตุํ สกฺโกติ. น โกฏินฺติ น ปุพฺพโกฏึ. อิตเรสนฺติ วิปญฺจิตญฺญุเนยฺยปทปรมานํ.
๑๕. ปญฺจเม สมเถหิ อธิกรียติ วูปสมฺมตีติ อธิกรณํ, อฏฺฐารส เภทกรวตฺถูนิ นิสฺสาย อุปฺปนฺโน วิวาโทเยว วิวาทาธิกรณํ. ‘‘อิธ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อนุวทนฺติ สีลวิปตฺติยา วา’’ติอาทินา (จูฬว. ๒๑๕) จตสฺโส วิปตฺติโย นิสฺสาย อุปฺปนฺโน อนุวาโทเยว อนุวาทาธิกรณํ. ปญฺจปิ อาปตฺติกฺขนฺธา อาปตฺตาธิกรณํ. ‘‘สตฺตปิ อาปตฺติกฺขนฺธา อาปตฺตาธิกรณ’’นฺติ (จูฬว. ๒๑๕) วจนโต อาปตฺติเยว อาปตฺตาธิกรณํ. ‘‘ยา สงฺฆสฺส กิจฺจยตา กรณียตา อปโลกนกมฺมํ ญตฺติกมฺมํ ญตฺติทุติยกมฺมํ ญตฺติจตุตฺถกมฺม’’นฺติ (จูฬว. ๒๑๕) เอวมาคตํ จตุพฺพิธํ สงฺฆกิจฺจํ กิจฺจาธิกรณนฺติ เวทิตพฺพํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
๑๖. ฉฏฺเฐ อปากฏนาโมติ ‘‘เสโล, กูฏทนฺโต’’ติอาทินา อนภิญฺญาโต. เยน วา การเณนาติ เหตุมฺหิ อิทํ กรณวจนํ. เหตุอตฺโถ หิ กิริยาการณํ, น กรณํ วิย กิริยตฺโถ, ตสฺมา นานปฺปการคุณวิเสสาธิคมตฺถา อิธ อุปสงฺกมนกิริยาติ ‘‘อนฺเนน วสติ, อชฺเฌเนน วสตี’’ติอาทีสุ วิย เหตุอตฺถเมเวตํ กรณวจนํ ยุตฺตํ, น กรณตฺถํ ตสฺส อยุชฺชมานตฺตาติ วุตฺตํ ‘‘เยน วา การเณนา’’ติ. อวิภาคโต สตตํ ปวตฺติตนิรติสยสาทุวิปุลามตรสสทฺธมฺมผลตาย สาทุผลนิจฺจผลิตมหารุกฺเขน ภควา อุปมิโต. สาทุผลูปโภคาธิปฺปายคฺคหเณเนว หิ รุกฺขสฺส สาทุผลตา คหิตาติ. อุปสงฺกมีติ อุปสงฺกนฺโต. สมฺปตฺตกามตาย หิ กิญฺจิ ฐานํ คจฺฉนฺโต ตํตํปเทสาติกฺกมเนน อุปสงฺกมิ, อุปสงฺกนฺโตติ จ วตฺตพฺพตํ ลภติ. เตนาห ‘‘คโตติ วุตฺตํ โหตี’’ติ, อุปคโตติ อตฺโถ. อุปสงฺกมิตฺวาติ ปุพฺพกาลกิริยานิทฺเทโสติ อาห ‘‘อุปสงฺกมนปริโยสานทีปน’’นฺติ. ตโตติ ยํ ฐานํ ปตฺโต ‘‘อุปสงฺกมี’’ติ วุตฺโต, ตโต อุปคตฏฺฐานโต.
ยถา ขมนียาทีนิ ปุจฺฉนฺโตติ ยถา ภควา ‘‘กจฺจิ เต, พฺราหฺมณ, ขมนียํ, กจฺจิ ยาปนีย’’นฺติอาทินา ขมนียาทีนิ ปุจฺฉนฺโต เตน พฺราหฺมเณน สทฺธึ สมปฺปวตฺตโมโท อโหสิ ปุพฺพภาสิตาย, เอวํ โสปิ พฺราหฺมโณ ตทนุกรเณน ภควตา สทฺธึ สมปฺปวตฺตโมโท อโหสีติ โยชนา. ตํ ปน สมปฺปวตฺตโมทตํ อุปมาย ทสฺเสตุํ ‘‘สีโตทกํ วิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สมฺโมทิตนฺติ สํสนฺทิตํ. เอกีภาวนฺติ สมฺโมทนกิริยาย สมานตํ. ขมนียนฺติ ‘‘อิทํ จตุจกฺกํ นวทฺวารํ สรีรยนฺตํ ทุกฺขพหุลตาย สภาวโต ทุสฺสหํ, กจฺจิ ขมิตุํ สกฺกุเณยฺย’’นฺติ ปุจฺฉติ. ยาปนียนฺติ อาหาราทิปฺปฏิพทฺธวุตฺติกํ จิรปฺปพนฺธสงฺขาตาย ยาปนาย กจฺจิ ยาเปตุํ สกฺกุเณยฺยํ. สีสโรคาทิอาพาธาภาเวน กจฺจิ อปฺปาพาธํ. ทุกฺขชีวิกาภาเวน กจฺจิ อปฺปาตงฺกํ. ตํตํกิจฺจกรเณ อุฏฺฐานสุขตาย กจฺจิ ลหุฏฺฐานํ. ตทนุรูปพลโยคโต กจฺจิ พลํ. สุขวิหารสมฺภเวน กจฺจิ ผาสุวิหาโร อตฺถีติ สพฺพตฺถ กจฺจิ-สทฺทํ โยเชตฺวา อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
พลปฺปตฺตา ปีติ ปีติเยว. ตรุณปีติ ปาโมชฺชํ. สมฺโมทํ ชเนติ กโรตีติ สมฺโมทนีกํ, ตเทว สมฺโมทนียํ. สมฺโมทิตพฺพโต สมฺโมทนียนฺติ อิมํ ปน อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สมฺโมทิตุํ ยุตฺตภาวโต’’ติ อาห. สริตพฺพภาวโตติ อนุสฺสริตพฺพภาวโต. ‘‘สรณีย’’นฺติ วตฺตพฺเพ ทีฆํ กตฺวา ‘‘สารณีย’’นฺติ วุตฺตํ. สุยฺยมานสุขโตติ อาปาถคตมธุรตํ อาห, อนุสฺสริยมานสุขโตติ วิมทฺทรมณียตํ. พฺยญฺชนปริสุทฺธตายาติ สภาวนิรุตฺติภาเวน ตสฺสา กถาย วจนจาตุริยมาห. อตฺถปริสุทฺธตายาติ อตฺถสฺส นิรุปกฺกิเลสตํ. อเนเกหิ ปริยาเยหีติ อเนเกหิ การเณหิ.
อติทูรอจฺจาสนฺนปฺปฏิกฺเขเปน นาติทูรํ นจฺจาสนฺนํ นาม คหิตํ, ตํ ปน อวกํสโต อุภินฺนํ ปสาริตหตฺถาสงฺฆฏฺฏเนน ทฏฺฐพฺพํ. คีวํ ปสาเรตฺวาติ คีวํ ปริวฏฺฏนวเสน ปสาเรตฺวา.
เอตทโวจาติ เอตํ ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตู’’ติอาทิปุจฺฉาวจนํ อโวจ. เตเนว ‘‘เอตทโวจา’’ติ ปทํ อุทฺธริตฺวา ทุวิธา หิ ปุจฺฉาติอาทินา ปุจฺฉาวิภาคํ ทสฺเสติ. ตตฺถ อคาเร นิยุตฺโต อคาริโก, ตสฺส ปุจฺฉา อคาริกปุจฺฉา. อคาริกโต อญฺโญ อนคาริโก ปพฺพชฺชูปคโต, ตสฺส ปุจฺฉา อนคาริกปุจฺฉา. กิญฺจาปิ อญฺญตฺถ ‘‘ชนโก เหตุ, ปคฺคาหโก ปจฺจโย. อสาธารโณ เหตุ, สาธารโณ ปจฺจโย. สภาโค เหตุ, อสภาโค ปจฺจโย. ปุพฺพกาลิโก เหตุ, สหปวตฺโต ปจฺจโย’’ติอาทินา เหตุปจฺจยา วิภชฺช วุจฺจนฺติ. อิธ ปน ‘‘จตฺตาโร โข, ภิกฺขเว, มหาภูตา เหตุ จตฺตาโร มหาภูตา ปจฺจโย รูปกฺขนฺธสฺส ปญฺญาปนายา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๘๖) วิย เหตุปจฺจยสทฺทา สมานตฺถาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อุภยมฺเปตํ การณเววจนเมวา’’ติ อาห. วิสมจริยาติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส.
อภิกฺกนฺตาติ อติกฺกนฺตา, วิคตาติ อตฺโถติ อาห ‘‘ขเย ทิสฺสตี’’ติ. ตถา หิ ‘‘นิกฺขนฺโต ปฐโม ยาโม’’ติ อุปริ วุตฺตํ. อภิกฺกนฺตตโรติ อติวิย กนฺตตโร มโนรโม, ตาทิโส จ สุนฺทโร ภทฺทโก นาม โหตีติ อาห ‘‘สุนฺทเร ทิสฺสตี’’ติ. โกติ เทวนาคยกฺขคนฺธพฺพาทีสุ โก กตโม? เมติ มม. ปาทานีติ ปาเท. อิทฺธิยาติ อิมาย เอวรูปาย เทวิทฺธิยา. ยสสาติ อิมินา เอทิเสน ปริวาเรน ปริจฺเฉเทน จ. ชลนฺติ วิชฺโชตมาโน. อภิกฺกนฺเตนาติ อติวิย กนฺเตน กมนีเยน อภิรูเปน. วณฺเณนาติ ฉวิวณฺเณน สรีรวณฺณนิภาย. สพฺพา โอภาสยํ ทิสาติ ทส ทิสา ปภาเสนฺโต, จนฺโท วิย สูริโย วิย จ เอโกภาสํ เอกาโลกํ กโรนฺโตติ คาถาย อตฺโถ. อภิรูเปติ อุฬารรูเป สมฺปนฺนรูเป.
‘‘โจโร, โจโร; สปฺโป, สปฺโป’’ติอาทีสุ ภเย อาเมฑิตํ. ‘‘วิชฺฌ, วิชฺฌ; ปหร, ปหรา’’ติอาทีสุ โกเธ. ‘‘สาธุ, สาธู’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓๒๗.สํ. นิ. ๒.๑๒๗; ๓.๓๕; ๕.๑๐๘๕) ปสํสายํ. ‘‘คจฺฉ, คจฺฉ; ลุนาหิ, ลุนาหี’’ติอาทีสุ ตุริเต. ‘‘อาคจฺฉ, อาคจฺฉา’’ติอาทีสุ โกตูหเล. ‘‘พุทฺโธ, พุทฺโธติ จินฺเตนฺโต’’ติอาทีสุ (พุ. วํ. ๒.๔๔) อจฺฉเร. ‘‘อภิกฺกมถายสฺมนฺโต, อภิกฺกมถายสฺมนฺโต’’ติอาทีสุ หาเส. ‘‘กหํ เอกปุตฺตก, กหํ เอกปุตฺตกา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๓๕๓; สํ. นิ. ๒.๖๓) โสเก. ‘‘อโห สุขํ, อโห สุข’’นฺติอาทีสุ (อุทา. ๒๐; ที. นิ. ๓.๓๐๕; จูฬว. ๓๓๒) ปสาเท. จ-สทฺโท อวุตฺตสมุจฺจยตฺโต. เตน ครหาอสมฺมานาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺถ ‘‘ปาโป, ปาโป’’ติอาทีสุ ครหายํ. ‘‘อภิรูปก, อภิรูปกา’’ติอาทีสุ อสมฺมาเน ทฏฺฐพฺพํ.
นยิทํ อาเมฑิตวเสน ทฺวิกฺขตฺตุํ วุตฺตํ, อถ โข อตฺถทฺวยวเสนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห. ‘‘อภิกฺกนฺต’’นฺติ วจนํ อเปกฺขิตฺวา นปุํสกวเสน วุตฺตํ, ตํ ปน ภควโต วจนํ ธมฺมสฺส เทสนาติ กตฺวา ตถา วุตฺตํ ‘‘โภโต โคตมสฺส ธมฺมเทสนา’’ติ. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. โทสนาสนโตติ ราคาทิกิเลสวิธมนโต. คุณาธิคมนโตติ สีลาทิคุณานํ สมฺปาปนโต. เย คุเณ เทสนา อธิคเมติ, เตสุ ปธานภูเต ตาว ทสฺเสตุํ ‘‘สทฺธาชนนโต ปญฺญาชนนโต’’ติ วุตฺตํ. สทฺธาปมุขา หิ โลกิยา คุณา, ปญฺญาปมุขา โลกุตฺตรา.
สีลาทิอตฺถสมฺปตฺติยา สาตฺถโต, สภาวนิรุตฺติสมฺปตฺติยา สพฺยญฺชนโต. สุวิญฺเญยฺยสทฺทปฺปโยคตาย อุตฺตานปทโต, สณฺหสุขุมภาเวน ทุวิญฺเญยฺยตฺถตาย คมฺภีรตฺถโต. สินิทฺธมุทุมธุรสทฺทปฺปโยคตาย กณฺณสุขโต, วิปุลวิสุทฺธเปมนียตฺถตาย หทยงฺคมโต. มานาติมานวิธมเนน อนตฺตุกฺกํสนโต, ถมฺภสารมฺภนิมฺมทฺทเนน อปรวมฺภนโต. หิตาธิปฺปายปฺปวตฺติยา ปเรสํ ราคปริฬาหาทิวูปสมเนน กรุณาสีตลโต, กิเลสนฺธการวิธมเนน ปญฺญาวทาตโต. กรวีกรุตมญฺชุตาย อาปาถรมณียโต, ปุพฺพาปราวิรุทฺธสุวิสุทฺธตฺถตาย วิมทฺทกฺขมโต. อาปาถรมณียตาย เอวํ สุยฺยมานสุขโต, วิมทฺทกฺขมตาย หิตชฺฌาสยปฺปวตฺติตตาย จ วีมํสิยมานหิตโต. เอวมาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน สํสารจกฺกนิวตฺตนโต, สทฺธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนโต, มิจฺฉาวาทวิคมนโต, สมฺมาวาทปติฏฺฐาปนโต, อกุสลมูลสมุทฺธรณโต, กุสลมูลสํโรปนโต, อปายทฺวารปิธานโต, สคฺคโมกฺขทฺวารวิวรณโต, ปริยุฏฺฐานวูปสมนโต, อนุสยสมุคฺฆาตนโตติ เอวมาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.
อโธมุขฏฺฐปิตนฺติ เกนจิ อโธมุขํ ฐปิตํ. เหฏฺฐามุขชาตนฺติ สภาเวเนว เหฏฺฐามุขชาตํ. อุปริมุขนฺติ อุทฺธํมุขํ. อุคฺฆาเฏยฺยาติ วิวฏํ กเรยฺย. หตฺเถ คเหตฺวาติ ‘‘ปุรตฺถาภิมุโข อุตฺตราภิมุโข วา คจฺฉา’’ติอาทีนิ อวตฺวา หตฺเถ คเหตฺวา ‘‘นิสฺสนฺเทหํ เอส มคฺโค, เอวํ คจฺเฉยฺยา’’ติ วเทยฺย. กาฬปกฺขจาตุทฺทสีติ กาฬปกฺเข จาตุทฺทสี.
นิกฺกุชฺชิตํ อาเธยฺยสฺส อนาธารภูตํ ภาชนํ อาธารภาวาปาทนวเสน อุกฺกุชฺเชยฺย. เหฏฺฐามุขชาตตาย สทฺธมฺมวิมุขํ, อโธมุขฐปิตตาย อสทฺธมฺเม ปติตนฺติ เอวํ ปททฺวยํ ยถารหํ โยเชตพฺพํ, น ยถาสงฺขฺยํ. กามํ กามจฺฉนฺทาทโยปิ ปฏิจฺฉาทกา นีวรณภาวโต, มิจฺฉาทิฏฺฐิ ปน สวิเสสํ ปฏิจฺฉาทิกา สตฺเต มิจฺฉาภินิเวสนวเสนาติ อาห ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิคหนปฏิจฺฉนฺน’’นฺติ. เตนาห ภควา ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมาหํ, ภิกฺขเว, วชฺชํ วทามี’’ติ (อ. นิ. ๑.๓๑๐). สพฺโพ อปายคามิมคฺโค กุมฺมคฺโค ‘‘กุจฺฉิโต มคฺโค’’ติ กตฺวา. สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ อุชุปฏิปกฺขตาย มิจฺฉาทิฏฺฐิอาทโย อฏฺฐ มิจฺฉตฺตธมฺมา มิจฺฉามคฺโค. เตเนว หิ ตทุภยปฺปฏิปกฺขตํ สนฺธาย ‘‘สคฺคโมกฺขมคฺคํ อาวิกโรนฺเตนา’’ติ วุตฺตํ. สปฺปิอาทิสนฺนิสฺสโย ปทีโป น ตถา อุชฺชโล, ยถา เตลสนฺนิสฺสโยติ เตลปชฺโชตคฺคหณํ.เอเตหิ ปริยาเยหีติ เอเตหิ นิกฺกุชฺชิตุกฺกุชฺชนปฺปฏิจฺฉนฺนวิวรณาทิอุปโมปมิตพฺพากาเรหิ.
ปสนฺนการนฺติ ปสนฺเนหิ กาตพฺพํ สกฺการํ. สรณนฺติ ปฏิสรณํ. เตนาห ‘‘ปรายณ’’นฺติ. ปรายณภาโว จ อนตฺถนิเสธเนน อตฺถสมฺปฏิปาทเนน จ โหตีติ อาห ‘‘อฆสฺส, ตาตา, หิตสฺส จ วิธาตา’’ติ. อฆสฺสาติ ทุกฺขโตติ วทนฺติ, ปาปโตติ ปน อตฺโถ ยุตฺโต. นิสฺสกฺเก เจตํ สามิวจนํ. เอตฺถ จ นายํ คมิ-สทฺโท นี-สทฺทาทโย วิย ทฺวิกมฺมโก, ตสฺมา ยถา ‘‘อชํ คามํ เนตี’’ติ วุจฺจติ, เอวํ ‘‘ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ วตฺตุํ น สกฺกา. ‘‘สรณนฺติ คจฺฉามี’’ติ ปน วตฺตพฺพํ. อิติ-สทฺโท เจตฺถ ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ. ตสฺส จายมตฺโถ – คมนญฺจ ตทธิปฺปาเยน ภชนํ ชานนํ วาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิติ อิมินา อธิปฺปาเยนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ภชามีติอาทีสุ ปุริมสฺส ปุริมสฺส ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ อตฺถวจนํ. ภชนํ วา สรณาธิปฺปาเยน อุปสงฺกมนํ. เสวนํ สนฺติกาวจรตา. ปยิรุปาสนํ วตฺตปฺปฏิวตฺตกรเณน อุปฏฺฐานนฺติ เอวํ สพฺพถาปิ อนญฺญสรณตํเยว ทีเปติ. ‘‘คจฺฉามี’’ติ ปทสฺส พุชฺฌามีติ อยมตฺโถ กถํ ลพฺภตีติ อาห ‘‘เยสํ หี’’ติอาทิ.
อธิคตมคฺเค สจฺฉิกตนิโรเธติ ปททฺวเยนปิ ผลฏฺฐา เอว ทสฺสิตา, น มคฺคฏฺฐาติ เต ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน จา’’ติ อาห. นนุ จ กลฺยาณปุถุชฺชโนปิ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชตีติ วุจฺจตีติ? กิญฺจาปิ วุจฺจติ, นิปฺปริยาเยน ปน มคฺคฏฺฐา เอว ตถา วตฺตพฺพา, น อิตเร สมฺมตฺตนิยาโมกฺกมนาภาวโต. ตถา หิ เต เอว วุตฺตา ‘‘อปาเยสุ อปตมาเน ธาเรตี’’ติ. สมฺมตฺตนิยาโมกฺกมเนน หิ อปายวินิมุตฺติสมฺภโว. อกฺขายตีติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทฺยตฺโถ, ปการตฺโถ วา. เตน ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, ธมฺมา สงฺขตา วา อสงฺขตา วา, วิราโค เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ (อิติวุ. ๙๐; อ. นิ. ๔.๓๔) สุตฺตปทํ สงฺคณฺหาติ, ‘‘วิตฺถาโร’’ติ วา อิมินา. เอตฺถ จ อริยมคฺโค นิยฺยานิกตาย, นิพฺพานํ ตสฺส ตทตฺถสิทฺธิเหตุตายาติ อุภยเมว นิปฺปริยาเยน ธมฺโมติ วุตฺโต. นิพฺพานญฺหิ อารมฺมณปจฺจยภูตํ ลภิตฺวา อริยมคฺโค ตทตฺถสิทฺธิยา สํวตฺตติ, ตถาปิ ยสฺมา อริยผลานํ ‘‘ตาย สทฺธาย อวูปสนฺตายา’’ติอาทิวจนโต มคฺเคน สมุจฺฉินฺนานํ กิเลสานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานกิจฺจตาย นิยฺยานานุคุณตาย นิยฺยานปริโยสานตาย จ. ปริยตฺติธมฺมสฺส ปน นิยฺยานิกธมฺมสมธิคมเหตุตายาติ อิมินา ปริยาเยน วุตฺตนเยน ธมฺมภาโว ลพฺภติ เอว. สฺวายมตฺโถ ปาฐารุโฬฺห เอวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น เกวล’’นฺติอาทิมาห.
กามราโค ภวราโคติ เอวมาทิเภโท สพฺโพปิ ราโค วิรชฺชติ ปหียติ เอเตนาติ ราควิราโคติ มคฺโค กถิโต. เอชาสงฺขาตาย ตณฺหาย อนฺโตนิชฺฌานลกฺขณสฺส โสกสฺส จ ตทุปฺปตฺติยํ สพฺพโส ปริกฺขีณตฺตา อเนชมโสกนฺติ ผลํ กถิตํ. อปฺปฏิกูลนฺติ อวิโรธทีปนโต เกนจิ อวิรุทฺธํ, อิฏฺฐํ ปณีตนฺติ วา อตฺโถ. ปคุณรูเปน ปวตฺติตตฺตา, ปกฏฺฐคุณวิภาวนโต วา ปคุณํ. สพฺพธมฺมกฺขนฺธา กถิตาติ โยชนา.
ทิฏฺฐิสีลสงฺฆาเตนาติ ‘‘ยายํ ทิฏฺฐิ อริยา นิยฺยานิกา นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยาย, ตถารูปาย ทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๔, ๓๕๗; ม. นิ. ๑.๔๙๒; ๓.๕๔; อ. นิ. ๖.๑๒; ปริ. ๒๗๔) เอวํ วุตฺตาย ทิฏฺฐิยา, ‘‘ยานิ ตานิ สีลานิ อขณฺฑานิ อจฺฉิทฺทานิ อสพลานิ อกมฺมาสานิ ภุชิสฺสานิ วิญฺญุปฺปสตฺถานิ อปรามฏฺฐานิ สมาธิสํวตฺตนิกานิ, ตถารูเปหิ สีเลหิ สีลสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๔; ม. นิ. ๑.๔๙๒; ๓.๕๔; อ. นิ. ๖.๑๒; ปริ. ๒๗๔) จ เอวํ วุตฺตานํ สีลานญฺจ สํหตภาเวน, ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญนาติ อตฺโถ. สํหโตติ ฆฏิโต, สเมโตติ อตฺโถ. อริยปุคฺคลา หิ ยตฺถ กตฺถจิ ทูเร ฐิตาปิ อตฺตโน คุณสามคฺคิยา สํหตา เอว. อฏฺฐ จ ปุคฺคล ธมฺมทสา เตติ เต ปุริสยุควเสน จตฺตาโรปิ ปุคฺคลวเสน อฏฺเฐว อริยธมฺมสฺส ปจฺจกฺขทสฺสาวิตาย ธมฺมทสา. ตีณิ วตฺถูนิ สรณนฺติ คมเนน ติกฺขตฺตุํ คมเนน จ ตีณิ สรณคมนานิ. ปฏิเวเทสีติ อตฺตโน หทยคตํ วาจาย ปเวเทสิ.
สรณคมนสฺส วิสยปฺปเภทผลสํกิเลสเภทานํ วิย กตฺตุวิภาวนา ตตฺถ โกสลฺลาย โหตีติ สรณคมเนสุ อตฺถโกสลฺลตฺถํ ‘‘สรณํ, สรณคมนํ, โย จ สรณํ คจฺฉติ, สรณคมนปฺปเภโท, สรณคมนผลํ, สํกิเลโส, เภโทติ อยํ วิธิ เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ เตน วินา สรณคมนสฺเสว อสมฺภวโต. กสฺมา ปเนตฺถ โวทานํ น คหิตํ, นนุ โวทานวิภาวนาปิ ตตฺถ โกสลฺลาย โหตีติ? สจฺจเมตํ, ตํ ปน สํกิเลสคฺคหเณน อตฺถโต ทีปิตํ โหตีติ น คหิตํ. ยานิ หิ เนสํ สํกิเลสการณานิ อญฺญาณาทีนิ, เตสํ สพฺเพน สพฺพํ อนุปฺปนฺนานํ อนุปฺปาทเนน, อุปฺปนฺนานญฺจ ปหาเนน โวทานํ โหตีติ.
หึสตฺถสฺส ธาตุสทฺทสฺส วเสเนตํ ปทํ ทฏฺฐพฺพนฺติ ‘‘หึสตีติ สรณ’’นฺติ วตฺวา ตํ ปน หึสนํ เกสํ, กถํ, กสฺส วาติ โจทนํ โสเธนฺโต ‘‘สรณคตาน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ภยนฺติ วฏฺฏภยํ. สนฺตาสนฺติ จิตฺตุตฺราสํ. เตเนว เจตสิกทุกฺขสฺส คหิตตฺตา ทุกฺขนฺติ กายิกํ ทุกฺขํ. ทุคฺคติปริกิเลสนฺติ ทุคฺคติปริยาปนฺนํ สพฺพมฺปิ ทุกฺขํ. ตยิทํ สพฺพํ ปรโต ผลกถาย อาวิ ภวิสฺสติ. เอตนฺติ สรณนฺติ ปทํ. เอวํ อวิเสสโต สรณสทฺทสฺส ปทตฺถํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิเสสโต ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. หิเต ปวตฺตเนนาติ ‘‘สมฺปนฺนสีลา, ภิกฺขเว, วิหรถา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๖๔, ๖๙) อตฺเถ นิโยชเนน. อหิตา นิวตฺตเนนาติ ‘‘ปาณาติปาตสฺส โข ปาปโก วิปาโก อภิสมฺปราย’’นฺติอาทินา อาทีนวทสฺสนาทิมุเขน อนตฺถโต นิวตฺตเนน. ภยํ หึสตีติ หิตาหิเตสุ อปฺปวตฺติปฺปวตฺติเหตุกํ พฺยสนํ อปฺปวตฺติกรเณน วินาเสติ พุทฺโธ. ภวกนฺตารา อุตฺตารเณน มคฺคสงฺขาโต ธมฺโม. อิตโร อสฺสาสทาเนน สตฺตานํ ภยํ หึสตีติ โยชนา. การานนฺติ ทานวเสน ปูชาวเสน จ อุปนีตานํ สกฺการานํ. วิปุลผลปฺปฏิลาภกรเณน สตฺตานํ ภยํ หึสติ สงฺโฆ อนุตฺตรทกฺขิเณยฺยภาวโตติ อธิปฺปาโย. อิมินาปิ ปริยาเยนาติ อิมินาปิ วิภชิตฺวา วุตฺเตน การเณน.
‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา, สฺวากฺขาโต ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ’’ติ เอวํ ปวตฺโต ตตฺถ รตนตฺตเย ปสาโท ตปฺปสาโท, ตเทว รตฺตนตฺตยํ ครุ เอตสฺสาติ ตคฺครุ, ตพฺภาโว ตคฺครุตา, ตปฺปสาโท จ ตคฺครุตา จ ตปฺปสาทตคฺครุตา. ตาหิ ตปฺปสาทตคฺครุตาหิ. วิธุตทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสมฺโมหอสฺสทฺธิยาทิตาย วิหตกิเลโส. ตเทว รตนตฺตยํ ปรายณํ คติ ตาณํ เลณนฺติ เอวํ ปวตฺติยา ตปฺปรายณตาการปฺปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท สรณคมนํ สรณนฺติ คจฺฉติ เอเตนาติ. ตํสมงฺคีติ เตน ยถาวุตฺตจิตฺตุปฺปาเทน สมนฺนาคโต. เอวํ อุเปตีติ เอวํ ภชติ เสวติ ปยิรุปาสติ, เอวํ วา ชานาติ พุชฺฌตีติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ.
เอตฺถ จ ปสาทคฺคหเณน โลกิยสรณคมนมาห. ตญฺหิ ปสาทปฺปธานํ. ครุตาคหเณน โลกุตฺตรํ. อริยา หิ รตนตฺตยคุณาภิญฺญตาย ปาสาณจฺฉตฺตํ ปิย ครุํ กตฺวา ปสฺสนฺติ, ตสฺมา ตปฺปสาเทน วิกฺขมฺภนวเสน วิหตกิเลโส, ตคฺครุตาย สมุจฺเฉทวเสนาติ โยเชตพฺพํ อคารวกรณเหตูนํ สมุจฺฉินฺทนโต. ตปฺปรายณตา ปเนตฺถ ตคฺคติกตาติ ตาย จตุพฺพิธมฺปิ วกฺขมานํ สรณคมนํ คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อวิเสเสน วา ปสาทครุตา โชติตาติ ปสาทคฺคหเณน อเวจฺจปฺปสาทสฺส อิตรสฺส จ คหณํ, ตถา ครุตาคหเณนาติ อุภเยนปิ อุภยํ สรณคมนํ โยเชตพฺพํ.
มคฺคกฺขเณ อิชฺฌตีติ โยชนา. นิพฺพานารมฺมณํ หุตฺวาติ เอเตน อตฺถโต จตุสจฺจาธิคโม เอว โลกุตฺตรสรณคมนนฺติ ทสฺเสติ. ตตฺถ หิ นิพฺพานธมฺโม สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน, มคฺคธมฺโม ภาวนาภิสมยวเสน ปฏิวิชฺฌิยมาโนเยว สรณคมนตฺตํ สาเธติ, พุทฺธคุณา ปน สาวกโคจรภูตา ปริญฺญาภิสมยวเสน, ตถา อริยสงฺฆคุณา. เตนาห ‘‘กิจฺจโต สกเลปิ รตนตฺตเย อิชฺฌตี’’ติ. อิชฺฌนฺตญฺจ สเหว อิชฺฌติ, น โลกิยํ วิย ปฏิปาฏิยา อสมฺโมหปฺปฏิเวเธน ปฏิวิทฺธตฺตาติ อธิปฺปาโย. เย ปน วทนฺติ ‘‘น สรณคมนํ นิพฺพานารมฺมณํ หุตฺวา ปวตฺตติ, มคฺคสฺส อธิคตตฺตา ปน อธิคตเมว โหติ เอกจฺจานํ เตวิชฺชาทีนํ โลกิยวิชฺชาทโย วิยา’’ติ, เตสํ โลกิยเมว สรณคมนํ สิยา, น โลกุตฺตรํ, ตญฺจ อยุตฺตํ ทุวิธสฺสปิ อิจฺฉิตพฺพตฺตา.
ตนฺติ โลกิยสรณคมนํ. สทฺธาปฏิลาโภ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา’’ติอาทินา. สทฺธามูลิกาติ ยถาวุตฺตสทฺธาปุพฺพงฺคมา. สมฺมาทิฏฺฐิ พุทฺธสุพุทฺธตํ, ธมฺมสุธมฺมตํ, สงฺฆสุปฺปฏิปตฺติญฺจ โลกิยาวโพธวเสเนว สมฺมา ญาเยน ทสฺสนโต. สทฺธามูลิกา จ สมฺมาทิฏฺฐีติ เอเตน สทฺธูปนิสฺสยา ยถาวุตฺตลกฺขณา ปญฺญา โลกิยสรณคมนนฺติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ทิฏฺฐิชุกมฺมนฺติ วุจฺจตี’’ติ. ทิฏฺฐิเยว อตฺตโน ปจฺจเยหิ อุชุ กรียตีติ กตฺวา, ทิฏฺฐิ วา อุชุ กรียติ เอเตนาติ ทิฏฺฐิชุกมฺมํ, ตถาปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘ตปฺปรายณตาการปฺปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท’’ติ อิทญฺจ วจนํ สมตฺถิตํ โหติ, สทฺธาปุพฺพงฺคมสมฺมาทิฏฺฐิคฺคหณํ ปน จิตฺตุปฺปาทสฺส ตปฺปธานตายาติ ทฏฺฐพฺพํ. สทฺธาปฏิลาโภติ อิมินา มาตาทีหิ อุสฺสาหิตทารกาทีนํ วิย ญาณวิปฺปยุตฺตํ สรณคมนํ ทสฺเสติ, สมฺมาทิฏฺฐีติ อิมินา ญาณสมฺปยุตฺตํ สรณคมนํ.
ตยิทํ โลกิยํ สรณคมนํ. อตฺตา สนฺนิยฺยาตียติ อปฺปียติ ปริจฺจชียติ เอเตนาติ อตฺตสนฺนิยฺยาตนํ, ยถาวุตฺตํ ทิฏฺฐิชุกมฺมํ. ตํ รตนตฺตยํ ปรายณํ ปฏิสรณํ เอตสฺสาติ ตปฺปรายโณ, ปุคฺคโล จิตฺตุปฺปาโท วา, ตสฺส ภาโว ตปฺปรายณตา, ยถาวุตฺตํ ทิฏฺฐิชุกมฺมเมว. สรณนฺติ อธิปฺปาเยน สิสฺสภาวํ อนฺเตวาสิกภาวํ อุปคจฺฉติ เอเตนาติ สิสฺสภาวูปคมนํ. สรณคมนาธิปฺปาเยเนว ปณิปตติ เอเตนาติ ปณิปาโต. สพฺพตฺถ ยถาวุตฺตทิฏฺฐิชุกมฺมวเสเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อตฺตปริจฺจชนนฺติ สํสารทุกฺขนิสฺสรณตฺถํ อตฺตโน อตฺถภาวสฺส ปริจฺจชนํ. เอส นโย เสเสสุปิ. พุทฺธาทีนํเยวาติ อวธารณํ อตฺตสนฺนิยฺยาตนาทีสุปิ ตตฺถ ตตฺถ วตฺตพฺพํ. เอวญฺหิ ตทญฺญนิวตฺตนํ กตํ โหติ.
เอวํ อตฺตสนฺนิยฺยาตนาทีนิ เอเกน ปกาเรน ทสฺเสตฺวา อิทานิ อปเรหิปิ ปกาเรหิ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ. เตน ปริยายนฺตเรหิปิ อตฺตสนฺนิยฺยาตนํ กตเมว โหติ อตฺถสฺส อภินฺนตฺตาติ ทสฺเสติ. อาฬวกาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน สาตาคิริเหมวตาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. นนุ เจเต อาฬวกาทโย มคฺเคเนว อาคตสรณคมนา, กถํ เตสํ ตปฺปรายณตาสรณคมนํ วุตฺตนฺติ? มคฺเคนาคตสรณคมเนหิปิ ‘‘โส อหํ วิจริสฺสามิ…เป… สุธมฺมตํ (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๙๔). เต มยํ วิจริสฺสาม, คามา คามํ นคา นคํ…เป… สุธมฺมต’’นฺติ (สุ. นิ. ๑๘๒) จ เตหิ ตปฺปรายณตาการสฺส ปเวทิตตฺตา ตถา วุตฺตํ.
โส ปเนส ญาติ…เป… วเสนาติ เอตฺถ ญาติวเสน, ภยวเสน, อาจริยวเสน, ทกฺขิเณยฺยวเสนาติ ปจฺเจกํ ‘‘วเสนา’’ติ ปทํ โยเชตพฺพํ. ตตฺถ ญาติวเสนาติ ญาติภาววเสน. เอวํ เสเสสุปิ. ทกฺขิเณยฺยปณิปาเตนาติ ทกฺขิเณยฺยตาเหตุเกน ปณิปตเนนาติ อตฺโถ. อิตเรหีติ ญาติภาวาทิวสปฺปวตฺเตหิ ตีหิ ปณิปาเตหิ. อิตเรหีติอาทินา สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วนฺทตีติ ปณิปาตสฺส ลกฺขณวจนํ. เอวรูปนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิกํ สนฺธาย วทติ. สมฺปรายิกญฺหิ นิยฺยานิกํ วา อนิยฺยานิกํ วา อนุสาสนึ ปจฺจาสีสนฺโต ทกฺขิเณยฺยปณิปาตเมว กโรตีติ อธิปฺปาโย. สรณคมนปฺปเภโทติ สรณคมนวิภาโค.
อริยมคฺโค เอว โลกุตฺตรํ สรณคมนนฺติ อาห ‘‘จตฺตาริ สามญฺญผลานิ วิปากผล’’นฺติ. สพฺพทุกฺขกฺขโยติ สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส อนุปฺปาทนิโรโธ. เอตนฺติ ‘‘จตฺตาริ อริยสจฺจานิ, สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสตี’’ติ (ธ. ป. ๑๙๐) เอวํ วุตฺตํ อริยสจฺจานํ ทสฺสนํ.
นิจฺจโต อนุปคมนาทิวเสนาติ นิจฺจนฺติ อคฺคหณาทิวเสน. อฏฺฐานนฺติ เหตุปฺปฏิกฺเขโป. อนวกาโสติ ปจฺจยปฺปฏิกฺเขโป. อุภเยนปิ การณเมว ปฏิกฺขิปติ. ยนฺติ เยน การเณน. ทิฏฺฐิสมฺปนฺโนติ มคฺคทิฏฺฐิยา สมนฺนาคโต โสตาปนฺโน. กญฺจิ สงฺขารนฺติ จตุภูมเกสุ สงฺขตสงฺขาเรสุ เอกสงฺขารมฺปิ. นิจฺจโต อุปคจฺเฉยฺยาติ นิจฺโจติ คเณฺหยฺย. สุขโต อุปคจฺเฉยฺยาติ ‘‘เอกนฺตสุขี อตฺตา โหติ อโรโค ปรํ มรณา’’ติ (ที. นิ. ๑.๗๖, ๗๙) เอวํ อตฺตทิฏฺฐิวเสน สุขโต คาหํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตจิตฺเตน ปน อริยสาวโก ปริฬาหวูปสมนตฺถํ มตฺตหตฺถิปริตาสิโต วิย โจกฺขพฺราหฺมโณ อุกฺการภูมึ กญฺจิ สงฺขารํ สุขโต อุปคจฺฉติ. อตฺตวาเร กสิณาทิปญฺญตฺติสงฺคหตฺถํ ‘‘สงฺขาร’’นฺติ อวตฺวา ‘‘กญฺจิ ธมฺม’’นฺติ วุตฺตํ. อิเมสุปิ ฐาเนสุ จตุภูมกวเสเนว ปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ เตภูมกวเสเนว วา. ยํ ยญฺหิ ปุถุชฺชโน คาหวเสน คณฺหาติ, ตโต ตโต อริยสาวโก คาหํ วินิเวเฐติ.
มาตรนฺติอาทีสุ ชนิกา มาตา, ชนโก ปิตา, มนุสฺสภูโต ขีณาสโว อรหาติ อธิปฺเปโต. กึ ปน อริยสาวโก อญฺญํ ชีวิตา โวโรเปยฺยาติ? เอตมฺปิ อฏฺฐานํ, ปุถุชฺชนภาวสฺส ปน มหาสาวชฺชภาวทสฺสนตฺถํ อริยภาวสฺส จ ผลทสฺสนตฺถํ เอวํ วุตฺตํ. ปทุฏฺฐจิตฺโตติ วธกจิตฺเตน ปทุฏฺฐจิตฺโต. โลหิตํ อุปฺปาเทยฺยาติ ชีวมานกสรีเร ขุทฺทกมกฺขิกาย ปิวนมตฺตมฺปิ โลหิตํ อุปฺปาเทยฺย. สงฺฆํ ภินฺเทยฺยาติ สมานสํวาสกํ สมานสีมายํ ฐิตํ สงฺฆํ ‘‘กมฺเมน อุทฺเทเสน โวหรนฺโต อนุสฺสาวเนน สลากคฺคาเหนา’’ติ (ปริ. ๔๕๘) เอวํ วุตฺเตหิ ปญฺจหิ การเณหิ ภินฺเทยฺย. อญฺญํ สตฺถารนฺติ อญฺญํ ติตฺถกรํ ‘‘อยํ เม สตฺถา’’ติ เอวํ คเณฺหยฺยาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ อตฺโถ.
น เต คมิสฺสนฺติ อปายนฺติ เต พุทฺธํ สรณํ คตา ตนฺนิมิตฺตํ อปายํ น คมิสฺสนฺติ, เทวกายํ ปน ปริปูเรสฺสนฺตีติ อตฺโถ. ทสหิ ฐาเนหีติ ทสหิ การเณหิ. อธิคณฺหนฺตีติ อธิภวนฺติ.
เวลามสุตฺตาทิวเสนาติ เอตฺถ ‘‘กรีสสฺส จตุตฺถภาคปฺปมาณานํ จตุราสีติสหสฺสสงฺขานํ สุวณฺณปาติรูปิยปาติกํสปาตีนํ ยถากฺกมํ รูปิยสุวณฺณหิรญฺญปูรานํ สพฺพาลงฺการปฺปฏิมณฺฑิตานํ จตุราสีติยา หตฺถิสหสฺสานํ, จตุราสีติยา อสฺสสหสฺสานํ, จตุราสีติยา รถสหสฺสานํ, จตุราสีติยา เธนุสหสฺสานํ, จตุราสีติยา กญฺญาสหสฺสานํ, จตุราสีติยา ปลฺลงฺกสหสฺสานํ, จตุราสีติยา วตฺถโกฏิสหสฺสานํ, อปริมาณสฺส จ ขชฺชโภชฺชาทิเภทสฺส อาหารสฺส ปริจฺจชนวเสน สตฺตมาสาธิกานิ สตฺต สํวจฺฉรานิ นิรนฺตรํ ปวตฺตเวลามมหาทานโต เอกสฺส โสตาปนฺนสฺส ทินฺนทานํ มหปฺผลตรํ. ตโต สตํ โสตาปนฺนานํ ทินฺนทานโต เอกสฺส สกทาคามิโน, ตโต เอกสฺส อนาคามิโน, ตโต เอกสฺส อรหโต, ตโต เอกสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส, ตโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส, ตโต พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ทินฺนทานํ มหปฺผลตรํ, ตโต จาตุทฺทิสํ สงฺฆํ อุทฺทิสฺส วิหารกรณํ, ตโต สรณคมนํ มหปฺผลตร’’นฺติ อิมมตฺถํ ปกาเสนฺตสฺส เวลามสุตฺตสฺส (อ. นิ. ๙.๒๐) วเสน. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ยํ, คหปติ, เวลาโม พฺราหฺมโณ ทานํ อทาสิ มหาทานํ, โย เอกํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺนํ โภเชยฺย, อิทํ ตโต มหปฺผลตร’’นฺติอาทิ (อ. นิ. ๙.๒๐). เวลามสุตฺตาทีติ อาทิ-สทฺเทน อคฺคปฺปสาทสุตฺตาทีนํ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐) สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.
อญฺญาณํ วตฺถุตฺตยสฺส คุณานํ อชานนํ ตตฺถ สมฺโมโห, ‘‘พุทฺโธ นุ โข, น นุ โข’’ติอาทินา วิจิกิจฺฉา สํสโย. มิจฺฉาญาณํ ตสฺส คุณานํ อคุณภาวปริกปฺปเนน วิปรีตคฺคาโห. อาทิ-สทฺเทน อนาทราคารวาทีนํ สงฺคโห. น มหาชุติกนฺติ น อุชฺชลํ, อปริสุทฺธํ อปริโยทาตนฺติ อตฺโถ. น มหาวิปฺผารนฺติ อนุฬารํ. สาวชฺโชติ ทิฏฺฐิตณฺหาทิวเสน สโทโส. โลกิยํ สรณคมนํ สิกฺขาสมาทานํ วิย อคฺคหิตกาลปริจฺเฉทํ ชีวิตปริยนฺตเมว โหติ, ตสฺมา ตสฺส ขนฺธเภเทน เภโทติ อาห ‘‘อนวชฺโช กาลกิริยายา’’ติ. โสติ อนวชฺโช สรณคมนเภโท. สติปิ อนวชฺชตฺเต อิฏฺฐผโลปิ น โหตีติ อาห ‘‘อผโล’’ติ. กสฺมา? อวิปากตฺตา. น หิ ตํ อกุสลนฺติ.
โก อุปาสโกติ สรูปปุจฺฉา, ตสฺมา ‘‘กึลกฺขโณ อุปาสโก’’ติ วุตฺตํ โหติ. กสฺมาติ เหตุปุจฺฉา. เตน เกน ปวตฺตินิมิตฺเตน อุปาสกสทฺโท ตสฺมึ ปุคฺคเล นิรุโฬฺหติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘กสฺมา อุปาสโกติ วุจฺจตี’’ติ. สทฺทสฺส อภิเธยฺโย ปวตฺตินิมิตฺตํ ตทตฺถสฺส ตพฺภาวการณํ. กิมสฺส สีลนฺติ กีทิสํ อสฺส อุปาสกสฺส สีลํ, กิตฺตเกน สีเลนายํ สีลสมฺปนฺโน นาม โหตีติ อตฺโถ. โก อาชีโวติ โก อสฺส สมฺมาอาชีโว? โส ปน มิจฺฉาชีวสฺส ปริวชฺชเนน โหตีติ โสปิ วิภชียตีติ. กา วิปตฺตีติ กา สีลสฺส, อาชีวสฺส วา วิปตฺติ. อนนฺตรสฺส หิ วิธิ วา ปฏิเสโธ วาติ. กา สมฺปตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
โย โกจีติ ขตฺติยาทีสุ โย โกจิ. เตน สรณคมนเมเวตฺถ การณํ, น ชาติอาทิวิเสโสติ ทสฺเสติ. อุปาสนโตติ เตเนว สรณคมเนน ตตฺถ จ สกฺกจฺจกิริยาย อาทรคารวพหุมานาทิโยเคน ปยิรุปาสนโต. เวรมณิโยติ เวรํ วุจฺจติ ปาณาติปาตาทิทุสฺสีลฺยํ, ตสฺส มณนโต หนนโต วินาสนโต เวรมณิโย, ปญฺจ วิรติโย วิรติปฺปธานตฺตา ตสฺส สีลสฺส. เตเนวาห ‘‘ปฏิวิรโต โหตี’’ติ.
มิจฺฉาวณิชฺชาติ น สมฺมาวณิชฺชา อยุตฺตวณิชฺชา อสารุปฺปวณิชฺชา. ปหายาติ อกรเณเนว ปชหิตฺวา. ธมฺเมนาติ ธมฺมโต อนเปเตน. เตน อญฺญมฺปิ อธมฺมิกํ ชีวิกํ ปฏิกฺขิปติ. สเมนาติ อวิสเมน. เตน กายวิสมาทิทุจฺจริตํ วชฺเชตฺวา กายสมาทินา สุจริเตน อาชีวํ ทสฺเสติ. สตฺถวณิชฺชาติ อายุธภณฺฑํ กตฺวา วา กาเรตฺวา วา ยถากตํ วา ปฏิลภิตฺวา ตสฺส วิกฺกโย. สตฺตวณิชฺชาติ มนุสฺสวิกฺกโย. มํสวณิชฺชาติ สูนการาทโย วิย มิคสูกราทิเก โปเสตฺวา มํสํ สมฺปาเทตฺวา วิกฺกโย. มชฺชวณิชฺชาติ ยํ กิญฺจิ มชฺชํ โยเชตฺวา ตสฺส วิกฺกโย. วิสวณิชฺชาติ วิสํ โยเชตฺวา วิสํ คเหตฺวา วา ตสฺส วิกฺกโย. ตตฺถ สตฺถวณิชฺชา ปโรปโรธนิมิตฺตตาย อกรณียา วุตฺตา. สตฺตวณิชฺชา อภุชิสฺสภาวกรณโต, มํสวิสวณิชฺชา วธเหตุโต, มชฺชวณิชฺชา ปมาทฏฺฐานโต.
ตสฺเสวาติ ปญฺจเวรมณิลกฺขณสฺส สีลสฺส เจว ปญฺจมิจฺฉาวณิชฺชาลกฺขณสฺส อาชีวสฺส จ. วิปตฺตีติ เภโท ปโกโป จ. ยายาติ ยาย ปฏิปตฺติยา. จณฺฑาโลติ อุปาสกจณฺฑาโล. มลนฺติ อุปาสกมลํ. ปฏิกุฏฺโฐติ อุปาสกนิหีโน. พุทฺธาทีสุ กมฺมกมฺมผเลสุ จ สทฺธาวิปริยาโย อสฺสทฺธิยํ มิจฺฉาธิโมกฺโข, ยถาวุตฺเตน อสฺสทฺธิเยน สมนฺนาคโต อสฺสทฺโธ. ยถาวุตฺตสีลวิปตฺติอาชีววิปตฺติวเสน ทุสฺสีโล. ‘‘อิมินา ทิฏฺฐาทินา อิทํ นาม มงฺคลํ โหตี’’ติ – เอวํ พาลชนปริกปฺปิตโกตูหลสงฺขาเตน ทิฏฺฐสุตมุตมงฺคเลน สมนฺนาคโต โกตูหลมงฺคลิโก. มงฺคลํ ปจฺเจตีติ ทิฏฺฐมงฺคลาทิเภทํ มงฺคลเมว ปตฺติยายติ. โน กมฺมนฺติ กมฺมสฺสกตํ โน ปตฺติยายติ. อิโต พหิทฺธาติ อิโต สพฺพญฺญุพุทฺธสาสนโต พหิทฺธา พาหิรกสมเย. ทกฺขิเณยฺยํ ปริเยสตีติ ทุปฺปฏิปนฺนํ ทกฺขิณารหสญฺญี คเวสติ. ปุพฺพการํ กโรตีติ ทานมานนาทิกํ กุสลกิริยํ ปฐมตรํ กโรติ. เอตฺถ จ ทกฺขิเณยฺยปริเยสนปุพฺพกาเร เอกํ กตฺวา ปญฺจ ธมฺมา เวทิตพฺพา.
วิปตฺติยํ วุตฺตวิปริยาเยน สมฺปตฺติ เวทิตพฺพา. อยํ ปน วิเสโส – จตุนฺนมฺปิ ปริสานํ รติชนนฏฺเฐน อุปาสโกว รตนํ อุปาสกรตนํ. คุณโสภากิตฺติสทฺทสุคนฺธตาหิ อุปาสโกว ปทุมํ อุปาสกปทุมํ. ตถา อุปาสกปุณฺฑรีโก.
อาทิมฺหีติ อาทิอตฺเถ. โกฏิยนฺติ ปริยนฺตโกฏิยํ. วิหารคฺเคนาติ โอวรกโกฏฺฐาเสน, ‘‘อิมสฺมึ คพฺเภ วสนฺตานํ อิทํ นาม ผลํ ปาปุณาตี’’ติอาทีนา ตํ ตํ วสนฏฺฐานโกฏฺฐาเสนาติ อตฺโถ. อชฺชตนฺติ อชฺช อิจฺเจว อตฺโถ.
ปาเณหิ อุเปตนฺติ อิมินา ตสฺส สรณคมนสฺส อาปาณโกฏิกตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยาว เม ชีวิตํ ปวตฺตตี’’ติอาทีนิ วตฺวา ปุน ชีวิเตนปิ ตํ วตฺถุตฺตยํ ปฏิปูเชนฺโต สรณคมนํ รกฺขามีติ อุปฺปนฺนํ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส อธิปฺปายํ วิภาเวนฺโต ‘‘อหญฺหี’’ติอาทิมาห. ปาเณหิ อุเปตนฺติ หิ ยาว เม ปาณา ธรนฺติ, ตาว สรณํ อุเปตํ. อุเปนฺโต จ น วาจามตฺเตน น เอกวารํ จิตฺตุปฺปาทมตฺเตน, อถ โข ปาณานํ ปริจฺจชนวเสนปิ ยาวชีวํ อุเปตนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๑๗-๑๙. สตฺตเม ชาณุสฺโสณีติ เนตํ ตสฺส มาตาปิตูหิ กตํ นามํ, อปิจ โข ฐานนฺตรปฺปฏิลาภลทฺธนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ชาณุสฺโสณีติ ฐานนฺตรํ กิรา’’ติอาทิ. เอกํ ฐานนฺตรนฺติ เอกํ ปุโรหิตฏฺฐานํ. อุณฺหีสอาทิกกุธภณฺเฑหิ สทฺธึ ลทฺธํ ตถา จสฺส รญฺญา ทินฺนนฺติ วทนฺติ. เตนาห ‘‘รญฺโญ สนฺติเก จ ลทฺธชาณุสฺโสณิสกฺการตฺตา’’ติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. อฏฺฐมนวเมสุ นตฺถิ วตฺตพฺพํ.
๒๐-๒๑. ทสเม ทุนฺนิกฺขิตฺตนฺติ ทุฏฺฐุ นิกฺขิตฺตํ ปทปจฺจาภฏฺฐํ กตฺวา มนสิ ฐปิตํ. ปชฺชติ ญายติ อตฺโถ เอเตนาติ ปทํ, อตฺถํ พฺยญฺชยติ ปกาเสตีติ พฺยญฺชนํ, ปทเมว. เตเนวาห ‘‘อุปฺปฏิปาฏิยา…เป… พฺยญฺชนนฺติ วุจฺจตี’’ติ. ปทสมุทายพฺยติเรเกน วิสุํ ปาฬิ นาม นตฺถีติ อาห ‘‘อุภยเมตํ ปาฬิยาว นาม’’นฺติ. ปกฏฺฐานญฺหิ วจนปฺปพนฺธานํ อาฬิเยว ปาฬีติ วุจฺจติ. เสสเมตฺถ เอกาทสมญฺจ อุตฺตานตฺถเมว.
อธิกรณวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. พาลวคฺควณฺณนา
๒๒-๒๔. ตติยสฺส ปฐมทุติยตติยานิ อุตฺตานตฺถาเนว.
๒๕. จตุตฺเถ เนตพฺโพติ อญฺญโต อาหริตฺวา โพเธตพฺโพ, ญาเปตพฺโพติ อตฺโถ.
๒๗. ฉฏฺเฐ โน เจปิ ปฏิจฺฉาเทตฺวา กโรนฺตีติ ปาณาติปาตาทีนิ กโรนฺโต สเจปิ อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา กโรนฺติ. ปฏิจฺฉนฺนเมวาติ วิญฺญูหิ ครหิตพฺพภาวโต ปฏิจฺฉาทนารหตฺตา ปฏิจฺฉนฺนเมวาติ วุจฺจติ. อวีจิอาทโย ปเทสวิเสสา ตตฺถูปปนฺนา สตฺตา จ นิรยคฺคหเณน คหิตาติ อาห ‘‘นิรโยติ สโหกาสกา ขนฺธา’’ติ. ติรจฺฉานโยนิ นาม วิสุํ ปเทสวิเสโส นตฺถีติ อาห ‘‘ติรจฺฉานโยนิยํ ขนฺธาว ลพฺภนฺตี’’ติ.
๓๑. ทสเม อตฺโถ ผลํ ตทธีนวุตฺติตาย วโส เอตสฺสาติ อตฺถวโส, เหตูติ อาห ‘‘อตฺถวเสติ การณานี’’ติ. อรญฺญวนปตฺถานีติ อรญฺญลกฺขณปฺปตฺตานิ วนปตฺถานิ. วนปตฺถ-สทฺโท หิ สณฺฑภูเต รุกฺขสมูเหปิ วตฺตตีติ อรญฺญคฺคหณํ. วนียติ วิเวกกาเมหิ ภชียติ, วนุเต วา เต อตฺตสมฺปตฺติยา วสนตฺถาย ยาจนฺโต วิย โหตีติ วนํ, ปติฏฺฐหนฺติ เอตฺถ วิเวกกามา ยถาธิปฺเปตวิเสสาธิคเมนาติ ปตฺถํ, วเนสุ ปตฺถํ คหนฏฺฐาเน เสนาสนํ วนปตฺถํ. กิญฺจาปีติ อนุชานนสมฺภาวนตฺเถ นิปาโต. กึ อนุชานาติ? นิปฺปริยายโต อรญฺญภาวํ คามโต พหิ อรญฺญนฺติ. เตนาห ‘‘นิปฺปริยาเยนา’’ติอาทิ. กึ สมฺภาเวติ? อารญฺญกงฺคนิปฺผาทกตฺตํ. ยญฺหิ อารญฺญกงฺคนิปฺผาทกํ, ตํ วิเสสโต อรญฺญนฺติ วตฺตพฺพนฺติ. เตนาห ‘‘ยํ ตํ ปญฺจธนุสติก’’นฺติอาทิ. นิกฺขมิตฺวา พหิ อินฺทขีลาติ อินฺทขีลโต พหิ นิกฺขมิตฺวา, ตโต พหิ ปฏฺฐายาติ อตฺโถ. พหิ อินฺทขีลาติ วา ยตฺถ เทฺว ตีณิ อินฺทขีลานิ, ตตฺถ พหิทฺธา อินฺทขีลโต ปฏฺฐาย. ยตฺถ ตํ นตฺถิ, ตทรหฏฺฐานโต ปฏฺฐายาติ วทนฺติ. คามนฺตนฺติ คามสมีปํ. อนุปจารฏฺฐานนฺติ นิจฺจกิจฺจวเสน น อุปจริตพฺพฏฺฐานํ. เตนาห ‘‘ยตฺถ น กสียติ น วปียตี’’ติ.
อตฺตโน จ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารนฺติ เอเตน สตฺถา อตฺตโน วิเวกาภิรตึ ปกาเสติ. ตตฺถ ทิฏฺฐธมฺโม นาม อยํ ปจฺจกฺโข อตฺตภาโว, สุขวิหาโร นาม จตุนฺนํ อิริยาปถวิหารานํ ผาสุตา. เอกกสฺส หิ อรญฺเญ อนฺตมโส อุจฺจารวสฺสาวกิจฺจํ อุปาทาย สพฺเพ อิริยาปถา ผาสุกา โหนฺติ, ตสฺมา ทิฏฺฐธมฺเม สุขวิหารํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารนฺติ เอวํ วา เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
ปจฺฉิมญฺจ ชนตํ อนุกมฺปมาโนติ กถํ อรญฺญวาเสน ปจฺฉิมา ชนตา อนุกมฺปิตา โหติ? สทฺธาปพฺพชิตา หิ กุลปุตฺตา ภควโต อรญฺญวาสํ ทิสฺวา ‘‘ภควาปิ นาม อรญฺญเสนาสนานิ น มุญฺจติ, ยสฺส เนวตฺถิ ปริญฺญาตพฺพํ น ปหาตพฺพํ น ภาเวตพฺพํ น สจฺฉิกาตพฺพํ, กิมงฺคํ ปน มย’’นฺติ จินฺเตตฺวา ตตฺถ วสิตพฺพเมว มญฺญิสฺสนฺติ, เอวํ ขิปฺปเมว ทุกฺขสฺสนฺตกรา ภวิสฺสนฺติ. เอวํ ปจฺฉิมา ชนตา อนุกมฺปิตา โหติ. เอตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปจฺฉิเม มม สาวเก อนุกมฺปนฺโต’’ติ.
๓๒. เอกาทสเม วิชฺชํ ภชนฺตีติ วิชฺชาภาคิยา, วิชฺชาภาเค วิชฺชาโกฏฺฐาเส วตฺตนฺตีติปิ วิชฺชาภาคิยา. ปทํ ปจฺฉินฺทตีติ มคฺคจิตฺตสฺส ปติฏฺฐํ อุปจฺฉินฺทติ, มคฺคจิตฺตํ ปติฏฺฐาเปตุํ น เทตีติ อตฺโถ. อุพฺพฏฺเฏตฺวาติ สมุจฺเฉทวเสน สมูลํ อุทฺธริตฺวา. อฏฺฐสุ ฐาเนสูติ พุทฺธาทีสุ อฏฺฐสุ ฐาเนสุ. ราคสฺส ขยวิราเคนาติ ราคสฺส ขยสงฺขาเตน วิราเคน, ราคสฺส อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทเนนาติ วุตฺตํ โหติ.
พาลวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. สมจิตฺตวคฺควณฺณนา
๓๓. จตุตฺถสฺส ปฐเม ภวนฺติ เอตฺถ ปติฏฺฐหนฺตีติ ภูมิ, อสปฺปุริสานํ ภูมิ อสปฺปุริสภูมิ. สปฺปุริสภูมิยมฺปิ เอเสว นโย. กตํ น ชานาตีติ อกตญฺญู, อสมตฺถสมาโสยํ คมกตฺตา ‘‘อสูริยปสฺสา’’ติอาทีสุ วิย. เตนาห ‘‘กตํ น ชานาตี’’ติ. อกตเวทีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ปากฏํ กตฺวา น ชานาตีติ ‘‘อิทญฺจิทญฺจ มยฺหํ อิมินา กต’’นฺติ สงฺฆมชฺฌคณมชฺฌาทีสุ ปากฏํ กตฺวา น ชานาติ, น ปกาเสตีติ วุตฺตํ โหติ. อุปญฺญาตนฺติ โถมนาวเสน อุปคนฺตฺวา ญาตํ. เตนาห ‘‘วณฺณิต’’นฺติอาทิ.
๓๔. ทุติเย วสฺสสตปริมาณมายุ อสฺสาติ วสฺสสตายุโก, วสฺสสตายุกตญฺจ วสฺสสตายุกกาเล ชาตสฺเสว โหติ, นาญฺญสฺสาติ อาห ‘‘วสฺสสตายุกกาเล ชาโต’’ติ. วสฺสสตํ ชีวติ สีเลนาติ วสฺสสตชีวี. วสฺสสตนฺติ จ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ. เตนาห ‘‘สกลํ วสฺสสตํ ชีวนฺโต’’ติ. มาตาปิตูนํ มาตาว พหูปการตราติ ตสฺสาเยว ปธานภาเวน ปฏิกาตพฺพตฺตา ทกฺขิณํ อํสกูฏํ วทนฺติ. หทยโลหิตํ ปาเยตฺวาติ ขีรํ สนฺธาย วทติ. โลหิตญฺหิ ขีรภาเวน ปริณามํ คจฺฉติ. ตฺยาสฺสาติ เต อสฺส. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
๓๕. ตติเย เตนุปสงฺกมีติ เอตฺถ เยนาธิปฺปาเยน โส พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิ, ตํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘โส หิ พฺราหฺมโณ’’ติอาทิมาห. วิรชฺฌนปญฺหนฺติ ยํ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ วิรชฺฌิตฺวา กเถสิ, อวิปรีตํ กตฺวา สมฺปาเทตุํ น สกฺโกติ, ตาทิสํ ปญฺหนฺติ อตฺโถ. อุภโตโกฏิกํ ปญฺหนฺติ อุโภหิ โกฏีหิ ยุตฺตํ ปญฺหํ. ‘‘กึวาที ภวํ โคตโม’’ติ หิ ปุฏฺโฐ ‘‘กิริยวาทิมฺหี’’ติ วา วเทยฺย ‘‘อกิริยวาทิมฺหี’’ติ วา, ตสฺมา อิมสฺส ปญฺหสฺส วิสฺสชฺชเน ‘‘กิริยวาทิมฺหี’’ติ เอกา โกฏิ, ‘‘อกิริยวาทิมฺหี’’ติ ทุติยาติ โกฏิทฺวยยุตฺโต อยํ ปโญฺห. อุคฺคิลิตุนฺติ เทฺว โกฏิโย โมเจตฺวา กเถตุํ อสกฺโกนฺโต พหิ นีหริตุํ อตฺถโต อปเนตุํ น สกฺขิสฺสติ. เทฺว โกฏิโย โมเจนฺโต หิ ตํ พหิ นีหรติ นาม. นิคฺคิลิตุนฺติ ปุจฺฉาย โทสํ ทตฺวา หาเรตุํ อสกฺโกนฺโต ปเวเสตุํ น สกฺขิสฺสติ. ตตฺถ โทสํ ทตฺวา หาเรนฺโต หิ คิลิตฺวา วิย อทสฺสนํ คเมนฺโต ปเวเสติ นาม. กึลทฺธิโกติ กึทฺทิฏฺฐิโก. วทนฺติ เอเตนาติ วาโท, ทิฏฺฐิ. โก วาโท เอตสฺสาติ กึวาที. กิมกฺขายีติ กิมภิธายี, กีทิสี ธมฺมกถา. เตนาห ‘‘กึ นาม…เป… ปุจฺฉตี’’ติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
๓๖. จตุตฺเถ ทกฺขิณํ อรหนฺตีติ ทกฺขิเณยฺยา. อาหุนํ วุจฺจติ ทานํ, ตํ อรหนฺตีติ อาหุเนยฺยา.
๓๗. ปญฺจเม กถมยํ มิคารมาตา นาม ชาตาติ อาห ‘‘สา หี’’ติอาทิ. สพฺพเชฏฺฐกสฺส ปุตฺตสฺสาติ อตฺตโน ปุตฺเตสุ สพฺพปฐมํ ชาตสฺส ปุตฺตสฺส. อยฺยกเสฏฺฐิโนว สมานนามกตฺตาติ มิคารเสฏฺฐินา เอว สทิสนามกตฺตา. ตสฺสา กิร สพฺพเชฏฺฐสฺส ปุตฺตสฺส นามคฺคหณทิวเส อยฺยกสฺส มิคารเสฏฺฐิสฺเสว นามํ อกํสุ. อนิพทฺธวาโส หุตฺวาติ เอกสฺมึเยว วิหาเร นิพทฺธวาโส อหุตฺวา. ธุวปริโภคานีติ นิยตปริโภคานิ. นนุ ภควา กทาจิ จาริกมฺปิ ปกฺกมติ, กถํ ตานิ เสนาสนานิ ธุวปริโภเคน ปริภุญฺชีติ อาห ‘‘อุตุวสฺสํ จาริกํ จริตฺวาปี’’ติอาทิ. ตตฺถ อุตุวสฺสนฺติ เหมนฺตคิเมฺห สนฺธาย วทติ. มคฺคํ ฐเปตฺวาติ เถรสฺส อาคมนมคฺคํ ฐเปตฺวา. อุณฺหวลาหกาติ อุณฺหอุตุโน ปจฺจยภูตเมฆมาลาสมุฏฺฐาปกา เทวปุตฺตา. เตสํ กิร ตถาจิตฺตุปฺปาทสมกาลเมว ยถิจฺฉิตํ ฐานํ อุณฺหํ ผรมานา, วลาหกมาลา นาติพหลา อิโต จิโต นภํ ฉาเทนฺตี วิธาวติ. เอส นโย สีตวลาหกวสฺสวลาหกาสุ. อพฺภวลาหกา ปน เทวตา สีตุณฺหวสฺเสหิ วินา เกวลํ อพฺภปฏลสฺเสว สมุฏฺฐาปกา เวทิตพฺพา. เกวลํ วา วาตสฺเสว, เตเนว เทวตา วาตวลาหกา.
เอตฺถ จ ยํ วสฺสาเน จ สิสิเร จ อพฺภํ อุปฺปชฺชติ, ตํ อุตุสมุฏฺฐานํ ปากติกเมว. ยํ ปน อพฺภมฺหิเยว อติอพฺภํ สตฺตาหมฺปิ จนฺทสูริเย ฉาเทตฺวา เอกนฺธการํ กโรติ, ยญฺจ จิตฺตเวสาขมาเสสุ อพฺภํ, ตํ เทวตานุภาเวน อุปฺปนฺนํ อพฺภนฺติ เวทิตพฺพํ. โย จ ตสฺมึ ตสฺมึ อุตุมฺหิ อุตฺตรทกฺขิณาทิปกติวาโต โหติ, อยํ อุตุสมุฏฺฐาโน. วาเตปิ วนรุกฺขกฺขนฺธาทิปฺปทาลโน อติวาโต นาม อตฺถิ. อยญฺเจว, โย จ อญฺโญปิ อกาลวาโต, อยญฺจ เทวตานุภาเวน นิพฺพตฺโต. ยํ คิมฺหาเน อุณฺหํ, ตํ อุตุสมุฏฺฐานิกํ ปากติเมว. ยํ ปน อุเณฺหปิ อติอุณฺหํ สีตกาเล จ อุปฺปนฺนํ อุณฺหํ, ตํ เทวตานุภาเวน นิพฺพตฺตํ. ยํ วสฺสาเน จ เหมนฺเต จ สีตํ โหติ, ตํ อุตุสมุฏฺฐานเมว. ยํ ปน สีเตปิ อติสีตํ, คิเมฺห จ อุปฺปนฺนํ สีตํ, ตํ เทวตานุภาเวน นิพฺพตฺตํ. ยํ วสฺสิเก จตฺตาโร มาเส วสฺสํ, ตํ อุตุสมุฏฺฐานเมว, ยํ ปน วสฺเสเยว อติวสฺสํ, ยญฺจ จิตฺตเวสาขมาเสสุ วสฺสํ, ตํ เทวตานุภาเวน นิพฺพตฺตํ.
ตตฺริทํ วตฺถุ – เอโก กิร วสฺสวลาหกเทวปุตฺโต ตครกูฏวาสิขีณาสวตฺเถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. เถโร – ‘‘โกสิ ตฺว’’นฺติ ปุจฺฉิ. อหํ, ภนฺเต, วสฺสวลาหโก เทวปุตฺโตติ. ตุมฺหากํ กิร จิตฺเตน เทโว วสฺสตีติ? อาม, ภนฺเตติ. ปสฺสิตุกามา มยนฺติ. เตมิสฺสถ, ภนฺเตติ. เมฆสีสํ วา คชฺชิตํ วา น ปญฺญายติ, กถํ เตมิสฺสามาติ? ภนฺเต, อมฺหากํ จิตฺเตน เทโว วสฺสติ, ตุเมฺห ปณฺณสาลํ ปวิสถาติ. สาธุ เทวปุตฺตาติ ปาเท โธวิตฺวา ปณฺณสาลํ ปาวิสิ. เทวปุตฺโต ตสฺมึ ปวิสนฺเตเยว เอกํ คีตํ คายิตฺวา หตฺถํ อุกฺขิปิ, สมนฺตา ติโยชนฏฺฐานํ เอกเมฆํ อโหสิ. เถโร อฑฺฒตินฺโต ปณฺณสาลํ ปวิฏฺโฐติ.
กามํ เหฏฺฐา วุตฺตาปิ เทวตา จาตุมหาราชิกาว, ตา ปน เตน เตน วิเสเสน วตฺวา อิทานิ ตทญฺเญ ปฐมภูมิเก กามาวจรเทเว สามญฺญโต คณฺหนฺโต ‘‘จาตุมหาราชิกา’’ติ อาห. ธตรฏฺฐวิรูฬฺหกวิรูปกฺขกุเวรสงฺขาตา จตฺตาโร มหาราชาโน เอเตสนฺติ จาตุมหาราชิกา, เต สิเนรุสฺส ปพฺพตสฺส เวมชฺเฌ โหนฺติ. เตสุ ปพฺพตฏฺฐกาปิ อตฺถิ อากาสฏฺฐกาปิ. เตสํ ปรมฺปรา จกฺกวาฬปพฺพตํ ปตฺตา. ขิฑฺฑาปโทสิกา มโนปโทสิกา จนฺทิมา เทวปุตฺโต สูริโย เทวปุตฺโตติ เอเต สพฺเพปิ จาตุมหาราชิกเทวโลกฏฺฐา เอว.
ตาวตึสาติ ตาวตึสานํ เทวานํ นามํ, เตปิ อตฺถิ ปพฺพตฏฺฐกา, อตฺถิ อากาสฏฺฐกา, เตสํ ปรมฺปรา จกฺกวาฬปพฺพตํ ปตฺตา. ตถา ยามาทีนํ. เอกเทวโลเกปิ หิ เทวานํ ปรมฺปรา จกฺกวาฬปพฺพตํ อปฺปตฺตา นาม นตฺถิ. ตตฺถ มเฆน มาณเวน สทฺธึ มจลคาเม กาลํ กตฺวา เตตฺตึส สหปุญฺญการิโน เอตฺถ นิพฺพตฺตาติ ตํ สหจาริตํ ฐานํ เตตฺตึสํ, ตเทว ตาวตึสํ, ตํ นิวาโส เอเตสนฺติ ตาวตึสาติ วทนฺติ. ยสฺมา ปน เสสจกฺกวาเฬสุปิ ฉกามาวจรเทวโลกา อตฺถิ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘สหสฺสํ จาตุมหาราชิกานํ สหสฺสํ ตาวตึสาน’’นฺติ (อ. นิ. ๓.๘๑). ตสฺมา นามปณฺณตฺติเยเวสา ตสฺส เทวโลกสฺสาติ เวทิตพฺพา. ทุกฺขโต ยาตา อปยาตาติ ยามา. อตฺตโน สิริสมฺปตฺติยา ตุสํ อิตา คตาติ ตุสิตา. นิมฺมาเน รติ เอเตสนฺติ นิมฺมานรติโน. วสวตฺตี เทวตาติ ปรนิมฺมิตวสวตฺติโน เทวา. ปรนิมฺมิเตสุ โภเคสุ วสํ วตฺเตนฺตีติ ปรนิมฺมิตวสวตฺติโน.
พฺรูหิโต ปริวุทฺโธ เตหิ เตหิ ฌานาทีหิ วิสิฏฺเฐหิ คุเณหีติ พฺรหฺมา. วณฺณวนฺตตาย เจว ทีฆายุกตาย จ พฺรหฺมปาริสชฺชาทีหิ มหนฺโต พฺรหฺมาติ มหาพฺรหฺมา. ตสฺส ปริสายํ ภวา ปริจาริกาติ พฺรหฺมปาริสชฺชา. ตสฺเสว ปุโรหิตฏฺฐาเน ฐิตาติ พฺรหฺมปุโรหิตา. อาภสฺสเรหิ ปริตฺตา อาภา เอเตสนฺติ ปริตฺตาภา. อปฺปมาณา อาภา เอเตสนฺติ อปฺปมาณาภา. ทีปิกาย อจฺจิ วิย เอเตสํ สรีรโต อาภา ฉิชฺชิตฺวา ฉิชฺชิตฺวา ปตนฺตี วิย สรติ วิสฺสรตีติ อาภสฺสรา, ยถาวุตฺตปฺปภาย อาภาสนสีลา วา อาภสฺสรา. สุภาติ โสภนา ปภา. สุภาติ หิ เอกคฺฆนา นิจฺจลา สรีราภา วุจฺจติ, สา ปริตฺตา สุภา เอเตสนฺติ ปริตฺตสุภา. อปฺปมาณา สุภา เอเตสนฺติ อปฺปมาณสุภา. สุเภน โอกิณฺณา วิกิณฺณา, สุเภน สรีรปฺปภาวณฺเณน เอกคฺฆนา สุวณฺณมญฺชูสาย ฐปิตสมฺปชฺชลิตกญฺจนปิณฺฑสสฺสิริกาติ สุภกิณฺณา. ตตฺถ โสภนาย ปภาย กิณฺณา สุภากิณฺณาติ วตฺตพฺเพ ภา-สทฺทสฺส รสฺสตฺตํ อนฺติม ณ-การสฺส ห-การญฺจ กตฺวา ‘‘สุภกิณฺหา’’ติ วุตฺตํ. วิปุลผลา เวหปฺผลา. วิปุลผลาติ จ วิปุลสนฺตสุขวณฺณาทิผลา. อปฺปเกน กาเลน อตฺตโน ฐานํ น วิชหนฺตีติ อวิหา. เกนจิ น ตปนียาติ อตปฺปา. อกิจฺเฉน สุเขน ปสฺสิตพฺพา มนุญฺญรูปตายาติ สุทสฺสา. สุปริสุทฺธทสฺสนตาย สมฺมา ปสฺสนฺติ สีเลนาติ สุทสฺสี. อุกฺกฏฺฐสมฺปตฺตีหิ โยคโต นตฺถิ เอเตสํ กนิฏฺฐา สมฺปตฺตีติ อกนิฏฺฐา.
กายสกฺขีหีติ นามกาเยน เทสนาย สมฺปฏิจฺฉนวเสน สกฺขิภูเตหิ. หลาหลนฺติ โกลาหลํ. มหคฺคตจิตฺเตนาติ จตุตฺถชฺฌานปาทเกน อภิญฺญาจิตฺเตน.
นนุ จ ‘‘อชฺฌตฺตนฺติ กามภโว, พหิทฺธาติ รูปารูปภโว’’ติ จ อยุตฺตเมตํ? ยสฺมิญฺหิ ภเว สตฺตา พหุตรํ กาลํ วสนฺติ, โส เนสํ อชฺฌตฺตํ. ยสฺมิญฺจ อปฺปตรํ กาลํ วสนฺติ, โส เนสํ พหิทฺธาติ วตฺตุํ ยุตฺตํ. รูปารูปภเว จ สตฺตา จิรตรํ วสนฺติ, อปฺปตรํ กามภเว, ตสฺมา ‘‘อชฺฌตฺตนฺติ กามภโว, พหิทฺธาติ รูปารูปภโว’’ติ กสฺมา วุตฺตนฺติ อาห ‘‘กิญฺจาปี’’ติอาทิ. จตุตฺถเมว โกฏฺฐาสนฺติ วิวฏฺฏฏฺฐายิสงฺขาตํ จตุตฺถํ อสงฺเขฺยยฺยกปฺปํ. อิตเรสูติ สํวฏฺฏสํวฏฺฏฏฺฐายิวิวฏฺฏสงฺขาเตสุ ตีสุ อสงฺเขฺยยฺยกปฺเปสุ. อาลโยติ สงฺโค. ปตฺถนาติ ‘‘กถํ นาม ตตฺรูปปนฺนา ภวิสฺสามา’’ติ อภิปตฺถนา. อภิลาโสติ ตตฺรูปปชฺชิตุกามตา. ตสฺมาติอาทินา ยถาวุตฺตมตฺถํ นิคเมติ.
เอตฺถายํ อธิปฺปาโย – กสฺสจิปิ กิเลสสฺส อวิกฺขมฺภิตตฺตา เกนจิปิ ปกาเรน วิกฺขมฺภนมตฺเตนปิ อวิมุตฺโต กามภโว อชฺฌตฺตคฺคหณสฺส อตฺตานํ อธิกิจฺจ อุทฺทิสฺส ปวตฺตคฺคาหสฺส วิเสสปจฺจโยติ อชฺฌตฺตํ นาม. ตตฺถ พนฺธนํ อชฺฌตฺตสํโยชนํ, เตน สํยุตฺโต อชฺฌตฺตสํโยชโน. ตพฺพิปริยายโต พหิทฺธาสํโยชโนติ.
ฉนฺทราควเสเนว อชฺฌตฺตสํโยชนํ พหิทฺธาสํโยชนญฺจ ปุคฺคลํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ โอรมฺภาคิยอุทฺธมฺภาคิยสํโยชนวเสนปิ ทสฺเสตุํ ‘‘โอรมฺภาคิยานิ วา’’ติอาทิมาห. โอรํ วุจฺจติ กามธาตุ, ปฏิสนฺธิยา ปจฺจยภาเวน ตํ โอรํ ภชนฺตีติ โอรมฺภาคิยานิ. ตตฺถ จ กมฺมุนา วิปากํ สตฺเตน จ ทุกฺขํ สํโยเชนฺตีติ สํโยชนานิ, สกฺกายทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสีลพฺพตปรามาสกามราคปฏิฆา. อุทฺธํ วุจฺจติ รูปารูปธาตุ, วุตฺตนเยเนตํ อุทฺธํ ภชนฺตีติ อุทฺธมฺภาคิยานิ, สํโยชนานิ. รูปราคารูปราคมานุทฺธจฺจาวิชฺชา. อถ วา โอรมฺภาโค วุจฺจติ กามธาตุ รูปารูปภวโต เหฏฺฐาภูตตฺตา, ตตฺรูปปตฺติยา ปจฺจยภาวโต โอรมฺภาคสฺส หิตานีติ โอรมฺภาคิยานิ ยถา ‘‘วจฺฉาโยโค ทุหโก’’ติ. อุทฺธมฺภาโค นาม มหคฺคตภาโว, ตสฺส หิตานิ อุทฺธมฺภาคิยานิ. ปาเทสุ พทฺธปาสาโณ วิย ปญฺโจรมฺภาคิยสํโยชนานิ เหฏฺฐา อากฑฺฒมานาการานิ โหนฺติ. หตฺเถหิ คหิตรุกฺขสาขา วิย ปญฺจุทฺธมฺภาคิยสํโยชนานิ อุปริ อากฑฺฒมานาการานิ. เยสญฺหิ สกฺกายทิฏฺฐิอาทีนิ อปฺปหีนานิ, เต ภวคฺเคปิ นิพฺพตฺเต เอตานิ อากฑฺฒิตฺวา กามภเวเยว ปาเตนฺติ, ตสฺมา เอตานิ ปญฺจ คจฺฉนฺตํ วาเรนฺติ, คตํ ปุน อาเนนฺติ. รูปราคาทีนิ ปญฺจ คจฺฉนฺตํ น วาเรนฺติ, อาคนฺตุํ ปน น เทนฺติ.
อสมุจฺฉินฺเนสุ โอรมฺภาคิยสํโยชเนสุ ลทฺธปจฺจเยสุ อุทฺธมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ อคณนูปคานิ โหนฺตีติ ลพฺภมานานมฺปิ ปุถุชฺชนานํ วเสน อวิภชิตฺวา อริยานํ โยควเสน วิภชิตุกาโม ‘‘อุภยมฺปิ เจต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ วฏฺฏนิสฺสิตมหาชนสฺสาติ ปุถุชฺชเน สนฺธาย วทติ. เทฺวธา ปริจฺฉินฺโนติ กามสุคติรูปารูปภววเสน ทฺวีหิ ปกาเรหิ ปริจฺฉินฺโน.
วจฺฉกสาโลปมํ อุตฺตานตฺถเมว. โอปมฺมสํสนฺทเน ปน กสฺสจิ กิเลสสฺส อวิกฺขมฺภิตตฺตา, กถญฺจิปิ อวิมุตฺโต กามภโว อชฺฌตฺตคฺคหณสฺส วิเสสปจฺจยตฺตา, อิเมสํ สตฺตานํ อพฺภนฺตรฏฺเฐน อนฺโต นาม. รูปารูปภโว ตพฺพิปริยายโต พหิ นาม. ตถา หิ ยสฺส โอรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ อปฺปหีนานิ, โส อชฺฌตฺตสํโยชโน วุตฺโต. ยสฺส ตานิ ปหีนานิ, โส พหิทฺธาสํโยชโน. ตสฺมา อนฺโต อสมุจฺฉินฺนพนฺธนตาย พหิ จ ปวตฺตมานภวงฺคสนฺตานตาย อนฺโตพทฺโธ พหิสยิโต นาม. นิรนฺตรปฺปวตฺตภวงฺคสนฺตานวเสน หิ สยิตโวหาโร. กามํ เนสํ พหิพนฺธนมฺปิ อสมุจฺฉินฺนํ, อนฺโตพนฺธนสฺส ปน มูลตาย เอวํ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘สํโยชนํ ปน เตสํ กามาวจรูปนิพทฺธเมวา’’ติ. อิมินา นเยน เสสตฺตเยปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
เอตฺตาวตา จ กิราติ กิร-สทฺโท อรุจิสํสูจนตฺโถ. เตเนตฺถ อาจริยวาทสฺส อตฺตโน อรุจฺจนภาวํ ทีเปติ. ‘‘สีลวา’’ติ อนามฏฺฐวิเสสสามญฺญโต สีลสงฺเขเปน คหิตํ, ตญฺจ จตุพฺพิธนฺติ อาจริยตฺเถโร ‘‘จตุปาริสุทฺธิสีลํ อุทฺทิสิตฺวา’’ติ อาห. ตตฺถาติ จตุปาริสุทฺธิสีเลสุ. เชฏฺฐกสีลนฺติ ปธานสีลํ. อุภยตฺถาติ อุทฺเทสนิทฺเทเสสุ, นิทฺเทเส วิย อุทฺเทเสปิ ปาติโมกฺขสํวโรว เถเรน วุตฺโต ‘‘สีลวา’’ติ วุตฺตตฺตาติ อธิปฺปาโย. สีลคฺคหณญฺหิ ปาฬิยํ ปาติโมกฺขสํวรวเสเนว อาคตํ. เตนาห ‘‘ปาติโมกฺขสํวโรเยวา’’ติอาทิ. ตตฺถ อวธารเณน อิตเรสํ ติณฺณํ เอกเทเสน ปาติโมกฺขนฺโตคธภาวํ ทีเปติ. ตถา หิ อโนโลกิโยโลกเน อาชีวเหตุ จ สิกฺขาปทวีติกฺกเม คิลานปจฺจยสฺส อปจฺจเวกฺขิตปริโภเค จ อาปตฺติ วิหิตาติ. ตีณีติ อินฺทฺริยสํวรสีลาทีนิ. สีลนฺติ วุตฺตฏฺฐานํ นาม อตฺถีติ สีลปริยาเยน เตสํ กตฺถจิ สุตฺเต คหิตฏฺฐานํ นาม กึ อตฺถิ ยถา ‘‘ปาติโมกฺขสํวโร’’ติ? อาจริยสฺส สมฺมุขตาย อปฺปฏิกฺขิปนฺโต อุปจาเรน ปุจฺฉนฺโต วิย วทติ. เตนาห ‘‘อนนุชานนฺโต’’ติ. ฉทฺวารรกฺขามตฺตกเมวาติ ตสฺส สลฺลหุกภาวมาห จิตฺตาธิฏฺฐานภาวมตฺเตน ปฏิปากติกภาวาปตฺติโต. อิตรทฺวเยปิ เอเสว นโย. ปจฺจยุปฺปตฺติมตฺตกนฺติ ผเลน เหตุํ ทสฺเสติ. อุปฺปาทนเหตุกา หิ ปจฺจยานํ อุปฺปตฺติ. อิทมตฺถนฺติ อิทํ ปโยชนํ อิมสฺส ปจฺจยสฺส ปริภุญฺชเนติ อธิปฺปาโย. นิปฺปริยาเยนาติ อิมินา อินฺทฺริยสํวราทีนิ ตีณิ ปธานสฺส สีลสฺส ปริปาลนวเสน ปวตฺติยา ปริยายสีลานิ นามาติ ทสฺเสติ. อิทานิ ปาติโมกฺขสํวรสฺเสว ปธานภาวํ พฺยติเรกโต อนฺวยโต จ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ โส ปาติโมกฺขสํวโร. เสสานิ อินฺทฺริยสํวราทีนิ.
ปาติโมกฺขสํวรสํวุโตติ โย หิ นํ ปาติ รกฺขติ, ตํ โมกฺเขติ โมเจติ อาปายิกาทีหิ ทุกฺเขหีติ ปาติโมกฺขนฺติ ลทฺธนาเมน สิกฺขาปทสีเลน ปิหิตกายวจีทฺวาโร. โส ปน ยสฺมา เอวํภูโต เตน สมนฺนาคโต นาม โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปาตีโมกฺขสํวเรน สมนฺนาคโต’’ติ.
อปโร นโย – กิเลสานํ พลวภาวโต, ปาปกิริยาย จ สุกรภาวโต, ปุญฺญกิริยาย จ ทุกฺกรภาวโต พหุกฺขตฺตุํ อปาเยสุ ปตนสีโลติ ปาตี, ปุถุชฺชโน. อนิจฺจตาย วา ภวาทีสุ กมฺมเวคกฺขิตฺโต ฆฏิยนฺตํ วิย อนวฏฺฐาเนน ปริพฺภมนโต คมนโต คมนสีโลติ ปาตี, มรณวเสน ตมฺหิ ตมฺหิ สตฺตนิกาเย อตฺตภาวสฺส ปาตนสีโล วา ปาตี, สตฺตสนฺตาโน, จิตฺตเมว วา. ตํ ปาตึ สํสารทุกฺขโต โมกฺเขตีติ ปาติโมกฺขํ. จิตฺตสฺส หิ วิโมกฺเขน สตฺโต วิมุตฺโตติ วุจฺจติ. วุตฺตญฺหิ ‘‘จิตฺตโวทานา วิสุชฺฌนฺตี’’ติ, ‘‘อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุตฺต’’นฺติ (มหาว. ๒๘) จ.
อถ วา อวิชฺชาทินา เหตุนา สํสาเร ปตติ คจฺฉติ ปวตฺตตีติ ปาติ, ‘‘อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสํโยชนานํ สนฺธาวตํ สํสรต’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๒๔) หิ วุตฺตํ, ตสฺส ปาติโน สตฺตสฺส ตณฺหาทิสํกิเลสตฺตยโต โมกฺโข เอเตนาติ ปาติโมกฺโข. ‘‘กณฺเฐกาโฬ’’ติอาทีนํ วิยสฺส สมาสสิทฺธิ เวทิตพฺพา.
อถ วา ปาเตติ วินิปาเตติ ทุกฺเขติ ปาติ, จิตฺตํ. วุตฺตญฺหิ –
‘‘จิตฺเตน นียเต โลโก, จิตฺเตน ปริกสฺสตี’’ติ; (สํ. นิ. ๑.๖๒);
ตสฺส ปาติโน โมกฺโข เอเตนาติ ปาติโมกฺโข. ปตติ วา เอเตน อปายทุกฺเข สํสารทุกฺเข จาติ ปาติ, ตณฺหาทิสํกิเลโส. วุตฺตญฺหิ –
‘‘ตณฺหา ชเนหิ ปุริสํ, (สํ. นิ. ๑.๕๖-๕๗) ตณฺหาทุติโย ปุริโส’’ติ (อิติวุ. ๑๕, ๑๐๕; อ. นิ. ๔.๙) จ อาทิ;
ตโต ปาติโต โมกฺโขติ ปาติโมกฺโข.
อถ วา ปตติ เอตฺถาติ ปาติ, ฉ อชฺฌตฺติกพาหิรานิ อายตนานิ. วุตฺตญฺหิ –
‘‘ฉสุ โลโก สมุปฺปนฺโน, ฉสุ กุพฺพติ สนฺถว’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๗๐; สุ. นิ. ๑๗๑);
ตโต ฉอชฺฌตฺติกพาหิรายตนสงฺขาตโต ปาติโต โมกฺโขติ ปาติโมกฺโข.
อถ วา ปาโต วินิปาโต อสฺส อตฺถีติ ปาตี, สํสาโร. ตโต โมกฺโขติ ปาติโมกฺโข.
อถ วา สพฺพโลกาธิปติภาวโต ธมฺมิสฺสโร ภควา ‘‘ปตี’’ติ วุจฺจติ, มุจฺจติ เอเตนาติ โมกฺโข, ปติโน โมกฺโข ปติโมกฺโข เตน ปญฺญตฺตตฺตาติ, ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺโข. สพฺพคุณานํ วา มูลภาวโต อุตฺตมฏฺเฐน ปติ จ โส ยถาวุตฺตฏฺเฐน โมกฺโข จาติ ปติโมกฺโข, ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺโข. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ปาติโมกฺขนฺติ อาทิเมตํ มุขเมตํ ปมุขเมต’’นฺติ (มหาว. ๑๓๕) วิตฺถาโร.
อถ วา ป-อิติ ปกาเร, อตีติ อจฺจนฺตตฺเถ นิปาโต, ตสฺมา ปกาเรหิ อจฺจนฺตํ โมกฺเขตีติ ปาติโมกฺโข. อิทญฺหิ สีลํ สยํ ตทงฺควเสน, สมาธิสหิตํ ปญฺญาสหิตญฺจ วิกฺขมฺภนวเสน, สมุจฺเฉทวเสน จ อจฺจนฺตํ โมกฺเขติ โมเจตีติ ปาติโมกฺโข. ปติ ปติ โมกฺโขติ วา ปติโมกฺโข, ตมฺหา ตมฺหา วีติกฺกมโทสโต ปจฺเจกํ โมกฺโขติ อตฺโถ. ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺโข. โมกฺโข วา นิพฺพานํ, ตสฺส โมกฺขสฺส ปติพิมฺพภูโตติ ปติโมกฺโข. สีลสํวโร หิ สูริยสฺส อรุณุคฺคมนํ วิย นิพฺพานสฺส อุทยภูโต ตปฺปฏิภาโค วิย ยถารหํ กิเลสนิพฺพาปนโต ปติโมกฺขํ, ปติโมกฺขํเยว ปาติโมกฺขํ.
อถ วา โมกฺขํ ปติ วตฺตติ, โมกฺขาภิมุขนฺติ วา ปติโมกฺขํ, ปติโมกฺขเมว ปาติโมกฺขนฺติ เอวเมตฺถ ปาติโมกฺขสทฺทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อาจารโคจรสมฺปนฺโนติ กายิกวาจสิกอวีติกฺกมสงฺขาเตน อาจาเรน, นเวสิยาทิโคจรตาทิสงฺขาเตน โคจเรน สมฺปนฺโน, สมฺปนฺนอาจารโคจโรติ อตฺโถ. อปฺปมตฺตเกสูติ ปริตฺตเกสุ อนาปตฺติคมนีเยสุ. ‘‘ทุกฺกฏทุพฺภาสิตมตฺเตสู’’ติ อปเร. วชฺเชสูติ คารเยฺหสุ. เต ปน เอกนฺตโต อกุสลสภาวา โหนฺตีติ อาห ‘‘อกุสลธมฺเมสู’’ติ. ภยทสฺสีติ ภยโต ทสฺสนสีโล, ปรมาณุมตฺตมฺปิ วชฺชํ สิเนรุปฺปมาณํ วิย กตฺวา ภายนสีโล. สมฺมา อาทิยิตฺวาติ สมฺมเทว สกฺกจฺจํ สพฺพโสว อาทิยิตฺวา. สิกฺขาปเทสูติ นิทฺธารเณ ภุมฺมนฺติ สมุทายโต อวยวนิทฺธารณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สิกฺขาปเทสุ ตํ ตํ สิกฺขาปทํ สมาทิยิตฺวา สิกฺขตี’’ติ อตฺถมาห, สิกฺขาปทเมว หิ สมาทาตพฺพํ สิกฺขิตพฺพญฺจาติ อธิปฺปาโย. ยํ กิญฺจิ สิกฺขาปเทสูติ สิกฺขาโกฏฺฐาเสสุ มูลปญฺญตฺติอนุปญฺญตฺติสพฺพตฺถปญฺญตฺติปเทสปญฺญตฺติอาทิเภทํ ยํ กิญฺจิ สิกฺขิตพฺพํ. ยํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ ปูเรตพฺพํ สีลํ, ตํ ปน ทฺวารวเสน ทุวิธเมวาติ อาห ‘‘กายิกํ วา วาจสิกํ วา’’ติ. อิมสฺมึ อตฺถวิกปฺเป สิกฺขาปเทสูติ อาธาเร ภุมฺมํ สิกฺขาภาเคสุ กสฺสจิ วิสุํ อคฺคหณโต. เตนาห ‘‘ตํ สพฺพ’’นฺติ.
อญฺญตรํ เทวฆฏนฺติ อญฺญตรํ เทวนิกายํ. อาคามี โหตีติ ปฏิสนฺธิวเสน อาคมนสีโล โหติ. อาคนฺตาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อิมินา องฺเคนาติ อิมินา การเณน.
สุกฺขวิปสฺสโก เยภุยฺเยน จตุธาตุววตฺถานมุเขน กมฺมฏฺฐานาภินิเวสี โหตีติ อาห ‘‘สุกฺขวิปสฺสกสฺส ธาตุกมฺมฏฺฐานิกภิกฺขุโน’’ติ. วุตฺตเมวตฺถํ สมฺปิณฺเฑตฺวา นิคเมนฺโต ‘‘ปฐเมน องฺเคนา’’ติอาทิมาห.
จิตฺตสฺส สุขุมภาโว อิธ สุขมตฺตภาวมาปนฺเนน ทฏฺฐพฺโพติ อาห ‘‘สพฺพาปิ หิ ตา’’ติอาทิ. ตนฺติวเสนาติ เกวลํ ตนฺติฏฺฐปนวเสน, น ปน เถรสฺส กสฺสจิ มคฺคสฺส วา ผลสฺส วา อุปฺปาทนตฺถาย, นาปิ สมฺมาปฏิปตฺติยํ โยชนตฺถายาติ อธิปฺปาโย.
๓๘. ฉฏฺเฐ มหากจฺจาโนติ คิหิกาเล อุชฺเชนิรญฺโญ ปุโรหิตปุตฺโต อภิรูโป ทสฺสนีโย ปาสาทิโก สุวณฺณวณฺโณ จ. วรณา นาม รุกฺโข, ตสฺส อวิทูเร ภวตฺตา นครมฺปิ วรณสทฺเทน วุจฺจตีติ อาห ‘‘วรณา นาม เอกํ นคร’’นฺติ. ทฺวนฺทปทสฺส ปจฺเจกํ อภิสมฺพนฺโธ โหตีติ เหตุสทฺทํ ปจฺเจกํ โยเชตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘กามราคาภินิเวสเหตู’’ติอาทิมาห. เหตุสทฺเทน สมฺพนฺเธ สติ โย อตฺโถ สมฺภวติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิทํ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ กามราเคน อภินิวิฏฺฐตฺตาติ เอเตน กามราคาภินิเวสเหตูติ อิมสฺส อตฺถํ ทีเปติ, ตถา วินิพทฺธตฺตาติอาทีหิ กามราควินิพทฺธเหตูติอาทีนํ. ตโต มุโขติ ตทภิมุโข. มานนฺติ อาฬฺหกาทิมานภณฺฑํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
๓๙. สตฺตเม มธุรายนฺติ อุตฺตรมธุรายํ. คุนฺทาวเนติ กณฺหคุนฺทาวเน, กาฬปิปฺปลิวเนติ อตฺโถ. ชราชิณฺเณติ ชราย ชิณฺเณ, น พฺยาธิอาทีนํ วเสน ชิณฺณสทิเส นาปิ อกาลิเกน ชราย อภิภูเต. วโยวุทฺเธติ ชิณฺณตฺตา เอว จสฺส วโยวุทฺธิปฺปตฺติยา วุทฺเธน สีลาทิวุทฺธิยา. ชาติมหลฺลเกติ ชาติยา มหนฺตตาย จิรรตฺตตาย มหลฺลเก, น โภคปริวาราทีหีติ อตฺโถ. อทฺธคเตติ เอตฺถ อทฺธ-สทฺโท ทีฆกาลวาจีติ อาห ‘‘ทีฆกาลทฺธานํ อติกฺกนฺเต’’ติ. วโยติ ปุริมปทโลเปนายํ นิทฺเทโสติ อาห ‘‘ปจฺฉิมวย’’นฺติ, วสฺสสตสฺส ตติยโกฏฺฐาสสงฺขาตํ ปจฺฉิมวยํ อนุปฺปตฺเตติ อตฺโถ.
ภวติ เอตฺถ ผลํ ตทายตฺตวุตฺติตายาติ ภูมิ, การณนฺติ อาห ‘‘เยน การเณนา’’ติอาทิ. ปริปกฺโกติ ปริณโต, วุทฺธิภาวํ ปตฺโตติ อตฺโถ. โมฆชิณฺโณติ อนฺโต ถิรกรณานํ ธมฺมานํ อภาเวน ตุจฺฉชิณฺโณ นาม. พาลทารโกปิ ทหโรติ วุจฺจตีติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘ยุวา’’ติ วุตฺตํ. อติกฺกนฺตปฐมวยา เอว สตฺตา สภาเวน ปลิตสิรา โหนฺตีติ ปฐมวเย ฐิตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘สุสุกาฬเกโส’’ติ วุตฺตํ. ภเทฺรนาติ ลทฺธเกน. เอกจฺโจ หิ ทหโรปิ สมาโน กาโณ วา โหติ กุณิอาทีนํ วา อญฺญตโร, โส น ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต นาม โหติ. โย ปน อภิรูโป โหติ ทสฺสนีโย ปาสาทิโก สพฺพสมฺปตฺติสมฺปนฺโน ยํ ยเทว อลงฺการปริหารํ อิจฺฉติ, เตน เตน อลงฺกโต เทวปุตฺโต วิย จรติ, อยํ ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต นาม โหติ. เตเนวาห ‘‘เยน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต’’ติอาทิ.
ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จาติ ยมฺหิ ปุคฺคเล โสฬสหากาเรหิ ปฏิวิทฺธตฺตา จตุพฺพิธํ สจฺจํ, ญาเณน สจฺฉิกตตฺตา นววิธโลกุตฺตรธมฺโม จ อตฺถิ. อหึสาติ เทสนามตฺตเมตํ, ยมฺหิ ปน จตุพฺพิธาปิ อปฺปมญฺญาภาวนา อตฺถีติ อตฺโถ. สํยโม ทโมติ สีลญฺเจว อินฺทฺริยสํวโร จ. วนฺตมโลติ มคฺคญาเณน นีหฏมโล. ธีโรติ ธิติสมฺปนฺโน. เถโรติ โส อิเมหิ ถิรภาวการเณหิ สมนฺนาคตตฺตา เถโรติ ปวุจฺจตีติ อตฺโถ.
๔๐. อฏฺฐเม ‘‘โจรา พลวนฺโต โหนฺตี’’ติ ปทํ อุทฺธริตฺวา เยหิ การเณหิ เต พลวนฺโต โหนฺติ, เตสํ สพฺภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปกฺขสมฺปนฺนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ นิวาสฏฺฐานสมฺปนฺนตา คิริทุคฺคาทิสพฺภาวโต. อติยาตุนฺติ อนฺโต ยาตุํ, คนฺตุํ ปวิสิตุนฺติ อตฺโถ. ตํ ปน อนฺโตปวิสนํ เกนจิ การเณน พหิคตสฺส โหตีติ อาห ‘‘พหิทฺธา ชนปทจาริกํ จริตฺวา’’ติอาทิ. นิยฺยาตุนฺติ พหิ นิกฺขมิตุํ. ตญฺจ พหินิกฺขมนํ พหิทฺธากรณีเย สติ สมฺภวตีติ อาห ‘‘โจรา ชนปทํ วิลุมฺปนฺตี’’ติอาทิ. อนุสญฺญาตุนฺติ อนุสญฺจริตุํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
๔๑. นวเม มิจฺฉาปฏิปตฺตาธิกรณเหตูติ เอตฺถ อธิ-สทฺโท อนตฺถโกติ อาห ‘‘มิจฺฉาปฏิปตฺติยา กรณเหตู’’ติ. น อาราธโกติ น สมฺปาทโก น ปริปูรโก. ญายติ ปฏิวิชฺฌนวเสน นิพฺพานํ คจฺฉตีติ ญาโย, โส เอว ตํสมงฺคินํ วฏฺฏทุกฺขปาตโต ธารณฏฺเฐน ธมฺโมติ ญาโย ธมฺโม, อริยมคฺโค. โส ปเนตฺถ สห วิปสฺสนาย อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘สหวิปสฺสนกํ มคฺค’’นฺติ. อาราธนํ นาม สํสิทฺธิ, สา ปน ยสฺมา สมฺปาทเนน ปริปูรเณน อิจฺฉิตา, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สมฺปาเทตุํ ปูเรตุ’’นฺติ.
๔๒. ทสเม ทุคฺคหิเตหีติ อตฺถโต พฺยญฺชนโต จ ทุฏฺฐุ คหิเตหิ, อูนาธิกวิปรีตปทปจฺจาภฏฺฐาทิวเสน วิโลเมตฺวา คหิเตหีติ อตฺโถ. อุปฺปฏิปาฏิยา คหิเตหีติ อิทํ ปน นิทสฺสนมตฺตํ ทุคฺคหสฺส อูนาธิกาทิวเสนปิ สมฺภวโต. เตเนวาห ‘‘อตฺตโน ทุคฺคหิตสุตฺตนฺตานํเยว อตฺถญฺจ ปาฬิญฺจ อุตฺตริตรํ กตฺวา ทสฺเสนฺตี’’ติ.