๖. อฏฺฐกนาครสุตฺตวณฺณนา
๑๖. ฉฏฺเฐ เพลุวคามเกติ เวสาลิยา ทกฺขิณปสฺเส อวิทูเร เพลุวคามโก นาม อตฺถิ, ตํ โคจรคามํ กตฺวาติ อตฺโถ. สารปฺปตฺตกุลคณนายาติ มหาสารมหปฺปตฺตกุลคณนาย. ทสเม ฐาเนติ อญฺเญ อญฺเญติ ทสคณนฏฺฐาเน. อฏฺฐกนคเร ชาโต ภโวติ อฏฺฐกนาคโร. กุกฺกุฏาราโมติ ปาฏลิปุตฺเต กุกฺกุฏาราโม, น โกสมฺพิยํ.
ปกตตฺถปฺปฏินิทฺเทโส ต-สทฺโทติ ตสฺส ‘‘ภควตา’’ติอาทีหิ ปเทหิ สมานาธิกรณภาเวน วุตฺตสฺส เยน อภิสมฺพุทฺธภาเวน ภควา ปกโต อธิคโต สุปากโฏ จ, ตํ อภิสมฺพุทฺธภาวํ สทฺธึ อาคมนียปฏิปทาย อตฺถภาเวเนว ทสฺเสนฺโต ‘‘โย โส…เป… อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ อาห. สติปิ ญาณทสฺสนสทฺทานํ อิธ ปญฺญาเววจนภาเว เตน เตน วิเสเสน เนสํ วิสยวิเสเส ปวตฺติทสฺสนตฺถํ อสาธารณญาณวิเสสวเสน, วิชฺชาตฺตยวเสน, วิชฺชาภิญฺญานาวรณวเสน, สพฺพญฺญุตญฺญาณมํสจกฺขุวเสน ปฏิเวธเทสนาญาณวเสน จ ตทตฺถํ โยเชตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘เตสํ เตส’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อาสยานุสยํ ชานตา อาสยานุสยญาเณน, สพฺพเญยฺยธมฺมํ ปสฺสตา สพฺพญฺญุตานาวรณญาเณหิ. ปุพฺเพนิวาสาทีหีติ ปุพฺเพนิวาสาสวกฺขยญาเณหิ. ปฏิเวธปญฺญายาติ อริยมคฺคปญฺญาย. เทสนาปญฺญาย ปสฺสตาติ เทเสตพฺพธมฺมานํ เทเสตพฺพปฺปการํ โพธเนยฺยปุคฺคลานญฺจ อาสยานุสยจริตาธิมุตฺติอาทิเภทํ ธมฺมํ เทสนาปญฺญาย ยาถาวโต ปสฺสตา. อรีนนฺติ กิเลสารีนํ, ปญฺจวิธมารานํ วา สาสนสฺส วา ปจฺจตฺถิกานํ อญฺญติตฺถิยานํ. เตสํ ปน หนนํ ปาฏิหาริเยหิ อภิภวนํ อปฺปฏิภานตากรณํ อชฺฌุเปกฺขณญฺจ. เกสิวินยสุตฺตญฺเจตฺถ นิทสฺสนํ. ตถา ฐานาฏฺฐานาทีนิ ชานตา. ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปสฺสตา. สวาสนานมาสวานํ ขีณตฺตา อรหตา. อภิญฺเญยฺยาทิเภเท ธมฺเม อภิญฺเญยฺยาทิโต อวิปรีตาวโพธโต สมฺมาสมฺพุทฺเธน.
อถ วา ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณตาย ชานตา. กายกมฺมาทิวเสน ติณฺณมฺปิ กมฺมานํ ญาณานุปริวตฺติโต นิสมฺมการิตาย ปสฺสตา. ทวาทีนมฺปิ อภาวสาธิกาย ปหานสมฺปทาย อรหตา. ฉนฺทาทีนํ อหานิเหตุภูตาย อกฺขยปฏิภานสาธิกาย สพฺพญฺญุตาย สมฺมาสมฺพุทฺเธนาติ เอวํ ทสพลอฏฺฐารสอาเวณิกพุทฺธธมฺมวเสนปิ โยชนา กาตพฺพา.
อภิสงฺขตนฺติ อตฺตโน ปจฺจเยหิ อภิสมฺมุขภาเวน สเมจฺจ สมฺภุยฺย กตํ. สฺวาสฺส กตภาโว อุปฺปาทเนน เวทิตพฺโพ, น อุปฺปนฺนสฺส ปฏิสงฺขรเณนาติ อาห ‘‘อุปฺปาทิต’’นฺติ. เต จสฺส ปจฺจยา เจตนาปธานาติ ทสฺเสตุํ ปาฬิยํ ‘‘อภิสงฺขตํ อภิสญฺเจตยิต’’นฺติ วุตฺตนฺติ ‘‘เจตยิตํ กปฺปยิต’’นฺติ อตฺถมาห. อภิสงฺขตํ อภิสญฺเจตยิตนฺติ จ ฌานสฺส ปาตุภาวทสฺสนมุเขน วิทฺธํสนภาวํ อุลฺลิงฺเคติ. ยญฺหิ อหุตฺวา สมฺภวติ, ตํ หุตฺวา ปฏิเวติ. เตนาห ปาฬิยํ ‘‘ยํ โข ปนา’’ติอาทิ. สมถวิปสฺสนาธมฺเม ฐิโตติ เอตฺถ สมถธมฺเม ฐิตตฺตา สมาหิโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อนิจฺจานุปสฺสนาทีหิ นิจฺจสญฺญาทโย ปชหนฺโต อนุกฺกเมน ตํ อนุโลมญาณํ ปาเปตา หุตฺวา วิปสฺสนฺนาธมฺเม ฐิโต. สมถวิปสฺสนาสงฺขาเตสุ ธมฺเมสุ รญฺชนฏฺเฐน ราโค. นนฺทนฏฺเฐน นนฺที. ตตฺถ สุขุมา อเปกฺขา วุตฺตา. ยา นิกนฺตีติ วุจฺจติ.
เอวํ สนฺเตติ เอวํ ยถารุตวเสเนว อิมสฺส สุตฺตปทสฺส อตฺเถ คเหตพฺเพ สติ. สมถวิปสฺสนาสุ ฉนฺทราโค กตฺตพฺโพติ อนาคามิผลํ อนิพฺพตฺเตตฺวา ตทตฺถาย สมถวิปสฺสนาปิ อนิพฺพตฺเตตฺวา เกวลํ ตตฺถ ฉนฺทราโค กตฺตพฺโพ ภวิสฺสติ. กสฺมา? เตสุ สมถวิปสฺสนาสงฺขาเตสุ ธมฺเมสุ ฉนฺทราคมตฺเตน อนาคามินา ลทฺธพฺพสฺส อลทฺธอนาคามิผเลนปิ ลทฺธพฺพตฺตา. ตถา สติ เตน อนาคามิผลมฺปิ ลทฺธพฺพเมว โหติ. เตนาห ‘‘อนาคามิผลํ ปฏิลทฺธํ ภวิสฺสตี’’ติ. สภาวโต รสิตพฺพตฺตา อวิปรีโต อตฺโถ เอว อตฺถรโส.
อญฺญาปิ กาจิ สุคติโยติ วินิปาติเก สนฺธายาห. อญฺญาปิ กาจิ ทุคฺคติโยติ อสุรกายมาห.
อปฺปํ ยาจิเตน พหุํ เทนฺเตน อุฬารปุริเสน วิย เอกํ ธมฺมํ ปุจฺฉิเตน ‘‘อยมฺปิ เอกธมฺโม’’ติ กถิตตฺตา เอกาทสปิ ธมฺมา ปุจฺฉาวเสน เอกธมฺโม นาม ชาโต ปจฺเจกํ วากฺยปริสมาปนญาเยน. ปุจฺฉาวเสนาติ ‘‘อตฺถิ นุ โข, ภนฺเต อานนฺท, เตน…เป… สมฺมาสมฺพุทฺเธน เอกธมฺโม สมฺมทกฺขาโต’’ติ เอวํ ปวตฺตปุจฺฉาวเสน. อมตุปฺปตฺติอตฺเถนาติ อมตภาวสฺส อุปฺปตฺติเหตุตาย, สพฺพานิปิ กมฺมฏฺฐานานิ เอกรสาปิ อมตาธิคมสฺส ปฏิปตฺติยาติ อตฺโถ. เอวเมตฺถ อคฺคผลภูมิ อนาคามิผลภูมีติ เทฺวว ภูมิโย สรูปโต อาคตา, นานนฺตริยตาย ปน เหฏฺฐิมาปิ เทฺว ภูมิโย อตฺถโต อาคตา เอวาติ ทฏฺฐพฺพาติ. ปญฺจ สตานิ อคฺโฆ เอตสฺสาติ ปญฺจสตํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
อฏฺฐกนาครสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.