.นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส.

องฺคุตฺตรนิกาเย

เอกาทสกนิปาต-ฏีกา

๑. นิสฺสยวคฺโค

๑-๑๐. กิมตฺถิยสุตฺตาทิวณฺณนา

๑-๑๐. เอกาทสกนิปาตสฺส ปฐมาทีนิ อุตฺตานตฺถาเนว. ทสเม ชนิตสฺมินฺติ กมฺมกิเลเสหิ นิพฺพตฺเต, ชเน เอตสฺมินฺติ วา ชเนตสฺมึ, มนุสฺเสสูติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เย โคตฺตปฏิสาริโน’’ติ. ชนิตสฺมึ-สทฺโท เอว วา อิ-การสฺส เอ-การํ กตฺวา ‘‘ชเนตสฺมิ’’นฺติ วุตฺโต. ชนิตสฺมินฺติ จ ชนสฺมินฺติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ชนิตสฺมินฺติ สามญฺญคฺคหเณปิ ยตฺถ จตุวณฺณสมญฺญา, ตตฺเถว มนุสฺสโลเก. ขตฺติโย เสฏฺโฐติ อยํ โลกสมญฺญาปิ มนุสฺสโลเกเยว, น เทวกาเย พฺรหฺมกาเย วาติ ทสฺเสตุํ ‘‘เย โคตฺตปฏิสาริโน’’ติ วุตฺตํ. ปฏิสรนฺตีติ ‘‘อหํ โคตโม, อหํ กสฺสโป’’ติ ปฏิ ปฏิ อตฺตโน โคตฺตํ อนุสฺสรนฺติ ปฏิชานนฺติ วาติ อตฺโถ.

กิมตฺถิยสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิสฺสยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อนุสฺสติวคฺโค

๑-๔. ปฐมมหานามสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๑-๑๔. ทุติยสฺส ปฐมาทีนิ อุตฺตานตฺถานิ. ตติเย กพฬีการาหารภกฺขานนฺติ กพฬีการาหารูปชีวีนํ. โก ปน เทวานํ อาหาโร, กา อาหารเวลาติ? สพฺเพสมฺปิ กามาวจรเทวานํ สุธา อาหาโร. สา เหฏฺฐิเมหิ เหฏฺฐิเมหิ อุปริมานํ อุปริมานํ ปณีตตมา โหติ, ตํ ยถาสกํ ทิวสวเสเนว ทิวเส ทิวเส ภุญฺชนฺติ. เกจิ ปน ‘‘พิฬารปทปฺปมาณํ สุธาหารํ ภุญฺชนฺติ, โส ชิวฺหาย ฐปิตมตฺโต ยาว เกสคฺคนขคฺคา กายํ ผรติ, เตสํเยว ทิวสวเสน สตฺต ทิวเส ยาปนสมตฺโถ โหตี’’ติ วทนฺติ. อสมยวิมุตฺติยา วิมุตฺโตติ มคฺควิโมกฺเขน วิมุตฺโต. อฏฺฐนฺนญฺหิ สมาปตฺตีนํ สมาปชฺชนสฺส สมโยปิ อตฺถิ ตสฺส อสมโยปิ, มคฺควิโมกฺเขน ปน วิมุจฺจนสฺส สมโย วา อสมโย วา นตฺถิ. ยสฺส สทฺธา พลวตี, วิปสฺสนา จ อารทฺธา, ตสฺส คจฺฉนฺตสฺส ติฏฺฐนฺตสฺส นิสีทนฺตสฺส นิปชฺชนฺตสฺส ขาทนฺตสฺส ภุญฺชนฺตสฺส จ มคฺคผลปฺปฏิเวโธ นาม น โหตีติ น วตฺตพฺพํ. อิติ มคฺควิโมกฺเขน วิมุจฺจนฺตสฺส สมโย วา อสมโย วา นตฺถีติ มคฺควิโมกฺโข อสมยวิมุตฺติ นาม. จตุตฺเถ นตฺถิ วตฺตพฺพํ.

ปฐมมหานามสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. เมตฺตาสุตฺตวณฺณนา

๑๕. ปญฺจเม เสสชนาติ เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา อลาภิโน. สมฺปริวตฺตมานาติ ทกฺขิเณเนว ปสฺเสน อสยิตฺวา สพฺพโส ปริวตฺตมานา. กากจฺฉมานาติ ฆุรุฆุรุปสฺสาสวเสน วิสฺสรํ กโรนฺตา. สุขํ สุปตีติ เอตฺถ ทุวิธา สุปนา สยเน ปิฏฺฐิปฺปสารณลกฺขณา กิริยามยจิตฺเตหิ อโวกิณฺณภวงฺคปฺปวตฺติลกฺขณา จ. ตตฺถายํ อุภยตฺถาปิ สุขเมว สุปติ. ยสฺมา สณิกํ นิปชฺชิตฺวา องฺคปจฺจงฺคานิ สโมธาย ปาสาทิเกน อากาเรน สยติ, นิทฺโทกฺกมเนปิ ฌานํ สมาปนฺโน วิย โหติ. เตนาห ‘‘เอวํ อสุปิตฺวา’’ติอาทิ.

นิทฺทากาเล สุขํ อลภิตฺวา ทุกฺเขน สุตฺตตฺตา เอว ปฏิพุชฺฌนกาเล สรีรเขเทน นิตฺถุนนํ วิชมฺภนํ อิโต จิโต จ วิปริวตฺตนญฺจ โหตีติ อาห ‘‘นิตฺถุนนฺตา วิชมฺภนฺตา สมฺปริวตฺตนฺตา ทุกฺขํ ปฏิพุชฺฌนฺตี’’ติ. อยํ ปน สุเขน สุตฺตตฺตา สรีรเขทาภาวโต นิตฺถุนนาทิวิรหิโตว ปฏิพุชฺฌติ. เตน วุตฺตํ ‘‘เอวํ อปฺปฏิพุชฺฌิตฺวา’’ติอาทิ. สุขปฺปฏิโพโธ จ สรีรวิการาภาเวนาติ อาห ‘‘สุขํ นิพฺพิการ’’นฺติ.

ภทฺทกเมว สุปินํ ปสฺสตีติ อิทํ อนุภูตปุพฺพวเสน เทวตูปสํหารวเสน จสฺส ภทฺทกเมว สุปินํ โหติ, น ปาปกนฺติ กตฺวา วุตฺตํ. เตนาห ‘‘เจติยํ วนฺทนฺโต วิยา’’ติอาทิ. ธาตุกฺโขภเหตุกมฺปิ จสฺส พหุลํ ภทฺทกเมว สิยา เยภุยฺเยน จิตฺตชรูปานุคุณตาย อุตุอาหารชรูปานํ.

อุเร อามุกฺกมุตฺตาหาโร วิยาติ คีวาย พนฺธิตฺวา อุเร ลมฺพิตมุตฺตาหาโร วิยาติ เกหิจิ ตํ เอกาวลิวเสน วุตฺตํ สิยา, อเนกรตนาวลิสมูหภูโต ปน มุตฺตาหาโร อํสปฺปเทสโต ปฏฺฐาย ยาว กฏิปฺปเทสสฺส เหฏฺฐาภาคา ปลมฺพนฺโต อุเร อามุกฺโกเยว นาม โหติ.

วิสาขตฺเถโร วิยาติ (วิสุทฺธิ. ๑.๒๕๘) โส กิร ปาฏลิปุตฺเต กุฏุมฺพิโย อโหสิ. โส ตตฺเถว วสมาโน อสฺโสสิ ‘‘ตมฺพปณฺณิทีโป กิร เจติยมาลาลงฺกโต กาสาวปชฺโชโต, อิจฺฉิติจฺฉิตฏฺฐาเนเยเวตฺถ สกฺกา นิสีทิตุํ วา นิปชฺชิตุํ วา, อุตุสปฺปายํ เสนาสนสปฺปายํ ปุคฺคลสปฺปายํ ธมฺมสฺสวนสปฺปายนฺติ สพฺพเมตฺถ สุลภ’’นฺติ. โส อตฺตโน โภคกฺขนฺธํ ปุตฺตทารสฺส นิยฺยาเตตฺวา ทุสฺสนฺเต พทฺเธน เอกกหาปเณเนว ฆรา นิกฺขมิตฺวา สมุทฺทตีเร นาวํ อุทิกฺขมาโน เอกํ มาสํ วสิ. โส โวหารกุสลตาย อิมสฺมึ ฐาเน ภณฺฑํ กิณิตฺวา อสุกสฺมึ วิกฺกิณนฺโต ธมฺมิกาย วณิชฺชาย เตเนวนฺตรมาเสน สหสฺสํ อภิสํหริ. อิติ อนุปุพฺเพน มหาวิหารํ คนฺตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจติ. โส ปพฺพาชนตฺถาย สีมํ นีโต ตํ สหสฺสตฺถวิกํ โอวฏฺฏิกนฺตเรน ภูมิยํ ปาเตสิ. ‘‘กิเมต’’นฺติ จ วุตฺเต ‘‘กหาปณสหสฺสํ, ภนฺเต’’ติ วตฺวา, ‘‘อุปาสก, ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย น สกฺกา วิจาเรตุํ, อิทาเนว นํ วิจาเรหี’’ติ วุตฺเต ‘‘วิสาขสฺส ปพฺพชฺชฏฺฐานํ อาคตา มา ริตฺตหตฺถา คมึสู’’ติ มุญฺจิตฺวา สีมามาฬเก วิกฺกิริตฺวา ปพฺพชิตฺวา อุปสมฺปนฺโน. โส ปญฺจวสฺโส หุตฺวา เทฺวมาติกา ปคุณา กตฺวา อตฺตโน สปฺปายํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา เอเกกสฺมึ วิหาเร จตฺตาโร จตฺตาโร มาเส สมปวตฺตวาสํ วสมาโน จริ. เอวํ จรมาโน –

‘‘วนนฺตเร ฐิโต เถโร, วิสาโข คชฺชมานโก;

อตฺตโน คุณเมสนฺโต, อิมมตฺถํ อภาสถ.

‘‘ยาวตา อุปสมฺปนฺโน, ยาวตา อิธ มาคโต;

เอตฺถนฺตเร ขลิตํ นตฺถิ, อโห ลาโภ เต มาริสา’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๒๕๘);

โส จิตฺตลปพฺพตวิหารํ คจฺฉนฺโต เทฺวธาปถํ ปตฺวา ‘‘อยํ นุ โข มคฺโค, อุทาหุ อย’’นฺติ จินฺตยนฺโต อฏฺฐาสิ. อถสฺส ปพฺพเต อธิวตฺถา เทวตา หตฺถํ ปสาเรตฺวา ‘‘เอโส มคฺโค’’ติ ทสฺเสติ. โส จิตฺตลปพฺพตวิหารํ คนฺตฺวา ตตฺถ จตฺตาโร มาเส วสิตฺวา ‘‘ปจฺจูเส คมิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา นิปชฺชิ. จงฺกมสีเส มณิลรุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา โสปานผลเก นิสีทิตฺวา ปโรทิ. เถโร ‘‘โก เอโส’’ติ อาห. อหํ, ภนฺเต, มณิลิยาติ. กิสฺส โรทสีติ? ตุมฺหากํ คมนํ ปฏิจฺจาติ. มยิ อิธ วสนฺเต ตุมฺหากํ โก คุโณติ? ตุเมฺหสุ, ภนฺเต, อิธ วสนฺเตสุ อมนุสฺสา อญฺญมญฺญํ เมตฺตํ ปฏิลภนฺติ, เต ทานิ ตุเมฺหสุ คเตสุ กลหํ กริสฺสนฺติ, ทุฏฺฐุลฺลมฺปิ กถยิสฺสนฺตีติ. เถโร ‘‘สเจ มยิ อิธ วสนฺเต ตุมฺหากํ ผาสุวิหาโร โหติ, สุนฺทร’’นฺติ วตฺวา อญฺเญปิ จตฺตาโร มาเส ตตฺเถว วสิตฺวา ปุน ตเถว คมนจิตฺตํ อุปฺปาเทสิ. เทวตาปิ ปุน ตเถว ปโรทิ. เอเตเนว อุปาเยน เถโร ตตฺเถว วสิตฺวา ตตฺเถว ปรินิพฺพายีติ. เอวํ ธมตฺตาวิหารี ภิกฺขุ อมนุสฺสานํ ปิโย โหติ.

พลวปิยจิตฺตตายาติ อิมินา พลวปิยจิตฺตตามตฺเตนปิ สตฺถํ น กมติ, ปเคว เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยาติ ทสฺเสติ. ขิปฺปเมว จิตฺตํ สมาธิยติ, เกนจิ ปริปนฺเถน ปริหีนชฺฌานสฺส พฺยาปาทสฺส ทูรสมุสฺสาริตภาวโต ขิปฺปเมว สมาธิยติ, ‘‘อาสวานํ ขยายา’’ติ เกจิ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ อิโต อญฺญกมฺมฏฺฐานวเสน อธิคตชฺฌานานมฺปิ สุขสุปนาทโย อานิสํสา ลพฺภนฺติ. ยถาห –

‘‘สุขํ สุปนฺติ มุนโย, อชฺฌตฺตํ สุสมาหิตา;

สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติ, สทา โคตมสาวกา’’ติ. (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๒๕๘); จ อาทิ –

ตถาปิเม อานิสํสา พฺรหฺมวิหารลาภิโน อนวเสสา ลพฺภนฺติ พฺยาปาทาทีนํ อุชุวิปจฺจนีกภาวโต พฺรหฺมวิหารานํ. เตเนวาห ‘‘นิสฺสรณํ เหตํ, อาวุโส, พฺยาปาทสฺส, ยทิทํ เมตฺตาเจโตวิมุตฺตี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๓.๓๒๖; อ. นิ. ๖.๑๓). พฺยาปาทาทิวเสน จ สตฺตานํ ทุกฺขสุปนาทโยติ ตปฺปฏิปกฺขภูเตสุ พฺรหฺมวิหาเรสุ สิทฺเธสุ สุขสุปนาทโย หตฺถคตา เอว โหนฺตีติ.

เมตฺตาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. อฏฺฐกนาครสุตฺตวณฺณนา

๑๖. ฉฏฺเฐ เพลุวคามเกติ เวสาลิยา ทกฺขิณปสฺเส อวิทูเร เพลุวคามโก นาม อตฺถิ, ตํ โคจรคามํ กตฺวาติ อตฺโถ. สารปฺปตฺตกุลคณนายาติ มหาสารมหปฺปตฺตกุลคณนาย. ทสเม ฐาเนติ อญฺเญ อญฺเญติ ทสคณนฏฺฐาเน. อฏฺฐกนคเร ชาโต ภโวติ อฏฺฐกนาคโร. กุกฺกุฏาราโมติ ปาฏลิปุตฺเต กุกฺกุฏาราโม, น โกสมฺพิยํ.

ปกตตฺถปฺปฏินิทฺเทโส ต-สทฺโทติ ตสฺส ‘‘ภควตา’’ติอาทีหิ ปเทหิ สมานาธิกรณภาเวน วุตฺตสฺส เยน อภิสมฺพุทฺธภาเวน ภควา ปกโต อธิคโต สุปากโฏ จ, ตํ อภิสมฺพุทฺธภาวํ สทฺธึ อาคมนียปฏิปทาย อตฺถภาเวเนว ทสฺเสนฺโต ‘‘โย โส…เป… อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ อาห. สติปิ ญาณทสฺสนสทฺทานํ อิธ ปญฺญาเววจนภาเว เตน เตน วิเสเสน เนสํ วิสยวิเสเส ปวตฺติทสฺสนตฺถํ อสาธารณญาณวิเสสวเสน, วิชฺชาตฺตยวเสน, วิชฺชาภิญฺญานาวรณวเสน, สพฺพญฺญุตญฺญาณมํสจกฺขุวเสน ปฏิเวธเทสนาญาณวเสน จ ตทตฺถํ โยเชตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘เตสํ เตส’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อาสยานุสยํ ชานตา อาสยานุสยญาเณน, สพฺพเญยฺยธมฺมํ ปสฺสตา สพฺพญฺญุตานาวรณญาเณหิ. ปุพฺเพนิวาสาทีหีติ ปุพฺเพนิวาสาสวกฺขยญาเณหิ. ปฏิเวธปญฺญายาติ อริยมคฺคปญฺญาย. เทสนาปญฺญาย ปสฺสตาติ เทเสตพฺพธมฺมานํ เทเสตพฺพปฺปการํ โพธเนยฺยปุคฺคลานญฺจ อาสยานุสยจริตาธิมุตฺติอาทิเภทํ ธมฺมํ เทสนาปญฺญาย ยาถาวโต ปสฺสตา. อรีนนฺติ กิเลสารีนํ, ปญฺจวิธมารานํ วา สาสนสฺส วา ปจฺจตฺถิกานํ อญฺญติตฺถิยานํ. เตสํ ปน หนนํ ปาฏิหาริเยหิ อภิภวนํ อปฺปฏิภานตากรณํ อชฺฌุเปกฺขณญฺจ. เกสิวินยสุตฺตญฺเจตฺถ นิทสฺสนํ. ตถา ฐานาฏฺฐานาทีนิ ชานตา. ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปสฺสตา. สวาสนานมาสวานํ ขีณตฺตา อรหตา. อภิญฺเญยฺยาทิเภเท ธมฺเม อภิญฺเญยฺยาทิโต อวิปรีตาวโพธโต สมฺมาสมฺพุทฺเธน.

อถ วา ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณตาย ชานตา. กายกมฺมาทิวเสน ติณฺณมฺปิ กมฺมานํ ญาณานุปริวตฺติโต นิสมฺมการิตาย ปสฺสตา. ทวาทีนมฺปิ อภาวสาธิกาย ปหานสมฺปทาย อรหตา. ฉนฺทาทีนํ อหานิเหตุภูตาย อกฺขยปฏิภานสาธิกาย สพฺพญฺญุตาย สมฺมาสมฺพุทฺเธนาติ เอวํ ทสพลอฏฺฐารสอาเวณิกพุทฺธธมฺมวเสนปิ โยชนา กาตพฺพา.

อภิสงฺขตนฺติ อตฺตโน ปจฺจเยหิ อภิสมฺมุขภาเวน สเมจฺจ สมฺภุยฺย กตํ. สฺวาสฺส กตภาโว อุปฺปาทเนน เวทิตพฺโพ, น อุปฺปนฺนสฺส ปฏิสงฺขรเณนาติ อาห ‘‘อุปฺปาทิต’’นฺติ. เต จสฺส ปจฺจยา เจตนาปธานาติ ทสฺเสตุํ ปาฬิยํ ‘‘อภิสงฺขตํ อภิสญฺเจตยิต’’นฺติ วุตฺตนฺติ ‘‘เจตยิตํ กปฺปยิต’’นฺติ อตฺถมาห. อภิสงฺขตํ อภิสญฺเจตยิตนฺติ จ ฌานสฺส ปาตุภาวทสฺสนมุเขน วิทฺธํสนภาวํ อุลฺลิงฺเคติ. ยญฺหิ อหุตฺวา สมฺภวติ, ตํ หุตฺวา ปฏิเวติ. เตนาห ปาฬิยํ ‘‘ยํ โข ปนา’’ติอาทิ. สมถวิปสฺสนาธมฺเม ฐิโตติ เอตฺถ สมถธมฺเม ฐิตตฺตา สมาหิโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อนิจฺจานุปสฺสนาทีหิ นิจฺจสญฺญาทโย ปชหนฺโต อนุกฺกเมน ตํ อนุโลมญาณํ ปาเปตา หุตฺวา วิปสฺสนฺนาธมฺเม ฐิโต. สมถวิปสฺสนาสงฺขาเตสุ ธมฺเมสุ รญฺชนฏฺเฐน ราโค. นนฺทนฏฺเฐน นนฺที. ตตฺถ สุขุมา อเปกฺขา วุตฺตา. ยา นิกนฺตีติ วุจฺจติ.

เอวํ สนฺเตติ เอวํ ยถารุตวเสเนว อิมสฺส สุตฺตปทสฺส อตฺเถ คเหตพฺเพ สติ. สมถวิปสฺสนาสุ ฉนฺทราโค กตฺตพฺโพติ อนาคามิผลํ อนิพฺพตฺเตตฺวา ตทตฺถาย สมถวิปสฺสนาปิ อนิพฺพตฺเตตฺวา เกวลํ ตตฺถ ฉนฺทราโค กตฺตพฺโพ ภวิสฺสติ. กสฺมา? เตสุ สมถวิปสฺสนาสงฺขาเตสุ ธมฺเมสุ ฉนฺทราคมตฺเตน อนาคามินา ลทฺธพฺพสฺส อลทฺธอนาคามิผเลนปิ ลทฺธพฺพตฺตา. ตถา สติ เตน อนาคามิผลมฺปิ ลทฺธพฺพเมว โหติ. เตนาห ‘‘อนาคามิผลํ ปฏิลทฺธํ ภวิสฺสตี’’ติ. สภาวโต รสิตพฺพตฺตา อวิปรีโต อตฺโถ เอว อตฺถรโส.

อญฺญาปิ กาจิ สุคติโยติ วินิปาติเก สนฺธายาห. อญฺญาปิ กาจิ ทุคฺคติโยติ อสุรกายมาห.

อปฺปํ ยาจิเตน พหุํ เทนฺเตน อุฬารปุริเสน วิย เอกํ ธมฺมํ ปุจฺฉิเตน ‘‘อยมฺปิ เอกธมฺโม’’ติ กถิตตฺตา เอกาทสปิ ธมฺมา ปุจฺฉาวเสน เอกธมฺโม นาม ชาโต ปจฺเจกํ วากฺยปริสมาปนญาเยน. ปุจฺฉาวเสนาติ ‘‘อตฺถิ นุ โข, ภนฺเต อานนฺท, เตน…เป… สมฺมาสมฺพุทฺเธน เอกธมฺโม สมฺมทกฺขาโต’’ติ เอวํ ปวตฺตปุจฺฉาวเสน. อมตุปฺปตฺติอตฺเถนาติ อมตภาวสฺส อุปฺปตฺติเหตุตาย, สพฺพานิปิ กมฺมฏฺฐานานิ เอกรสาปิ อมตาธิคมสฺส ปฏิปตฺติยาติ อตฺโถ. เอวเมตฺถ อคฺคผลภูมิ อนาคามิผลภูมีติ เทฺวว ภูมิโย สรูปโต อาคตา, นานนฺตริยตาย ปน เหฏฺฐิมาปิ เทฺว ภูมิโย อตฺถโต อาคตา เอวาติ ทฏฺฐพฺพาติ. ปญฺจ สตานิ อคฺโฆ เอตสฺสาติ ปญฺจสตํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.

อฏฺฐกนาครสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. โคปาลสุตฺตวณฺณนา

๑๗. สตฺตเม ติสฺโส กถาติ ติสฺโส อฏฺฐกถา, ติวิธา สุตฺตสฺส อตฺถวณฺณนาติ อตฺโถ. เอเกกํ ปทํ นาฬํ มูลํ เอติสฺสาติ เอวํสญฺญิตา เอกนาฬิกา. เอเกกํ วา ปทํ นาฬํ อตฺถนิคฺคมนมคฺโค เอติสฺสาติ เอกนาฬิกา. เตนาห ‘‘เอเกกสฺส ปทสฺส อตฺถกถน’’นฺติ. จตฺตาโร อํสา ภาคา อตฺถสลฺลกฺขณูปายา เอติสฺสาติ จตุรสฺสา. เตนาห ‘‘จตุกฺกํ พนฺธิตฺวา กถน’’นฺติ. นิยมโต นิสินฺนสฺส อารทฺธสฺส วตฺโต สํวตฺโต เอติสฺสา อตฺถีติ นิสินฺนวตฺติกา, ยถารทฺธสฺส อตฺถสฺส วิสุํ วิสุํ ปริโยสาปิกาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปณฺฑิตโคปาลกํ ทสฺเสตฺวา’’ติอาทิ. เอเกกสฺสปิ ปทสฺส ปิณฺฑตฺถทสฺสนวเสน พหูนํ ปทานํ เอกชฺฌํ อตฺถํ อกเถตฺวา เอกเมกสฺส ปทสฺส อตฺถวณฺณนา อยํ สพฺพตฺถ ลพฺภติ. จตุกฺกํ พนฺธิตฺวาติ กณฺหปกฺเข อุปโมปเมยฺยทฺวยํ, ตถา สุกฺกปกฺเขติ อิทํ จตุกฺกํ โยเชตฺวา. อยํ เอทิเสสุ เอว สุตฺเตสุ ลพฺภติ. ปริโยสานคมนนฺติ เกจิ ตาว อาหุ ‘‘กณฺหปกฺเข อุปมํ ทสฺเสตฺวา อุปมา จ นาม ยาวเทว อุปเมยฺยสมฺปฏิปาทนตฺถาติ อุปเมยฺยตฺถํ อาหริตฺวา สํกิเลสปกฺขนิทฺเทโส จ โวทานปกฺขวิภาวนตฺถายาติ สุกฺกปกฺขมฺปิ อุปโมปเมยฺยวิภาเคน อาหริตฺวา สุตฺตตฺถสฺส ปริโยสาปนํ. กณฺหปกฺเข อุปเมยฺยํ ทสฺเสตฺวา ปริโยสานคมนาทีสุปิ เอเสว นโย’’ติ. อปเร ปน ‘‘กณฺหปกฺเข, สุกฺกปกฺเข จ ตํตํอุปมูปเมยฺยตฺถานํ วิสุํ วิสุํ ปริโยสาเปตฺวาว กถนํ ปริโยสานคมน’’นฺติ วทนฺติ. อยนฺติ นิสินฺนวตฺติกา. อิธาติ อิมสฺมึ โคปาลกสุตฺเต. สพฺพาจริยานํ อาจิณฺณาติ สพฺเพหิปิ ปุพฺพาจริเยหิ อาจริตา สํวณฺณิตา, ตถา เจว ปาฬิ ปวตฺตาติ.

องฺคียนฺติ อวยวภาเวน ญายนฺตีติ องฺคานิ, โกฏฺฐาสา. ตานิ ปเนตฺถ ยสฺมา สาวชฺชสภาวานิ, ตสฺมา อาห ‘‘องฺเคหีติ อคุณโกฏฺฐาเสหี’’ติ. โคมณฺฑลนฺติ โคสมูหํ. ปริหริตุนฺติ รกฺขิตุํ. ตํ ปน ปริหรณํ ปริคฺคเหตฺวา วิจรณนฺติ อาห ‘‘ปริคฺคเหตฺวา วิจริตุ’’นฺติ. วฑฺฒินฺติ คุนฺนํ พหุภาวํ พหุโครสตาสงฺขาตํ ปริวุทฺธึ. ‘‘เอตฺตกมิท’’นฺติ รูปียตีติ รูปํ, ปริมาณปริจฺเฉโทปิ สรีรรูปมฺปีติ อาห ‘‘คณนโต วา วณฺณโต วา’’ติ. น ปริเยสติ วินฏฺฐภาวสฺเสว อชานนโต. นีลาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เตน เสตสพลาทิวณฺณํ สงฺคณฺหาติ.

ธนุสตฺติสูลาทีติ เอตฺถ อิสฺสาสาจริยานํ คาวีสุ กตํ ธนุลกฺขณํ. กุมารภตฺติคณานํ คาวีสุ กตํ สตฺติลกฺขณํ. อิสฺสรภตฺติคณานํ คาวีสุ กตํ สูลลกฺขณนฺติ โยชนา. อาทิ-สทฺเทน รามวาสุเทวคณาทีนํ คาวีสุ กตํ ผรสุจกฺกาทิลกฺขณํ สงฺคณฺหาติ.

นีลมกฺขิกาติ ปิงฺคลมกฺขิกา, ขุทฺทกมกฺขิกา เอว วา. สฏติ รุชติ เอตายาติ สาฏิกา, สํวฑฺฒา สาฏิกา อาสาฏิกา. เตนาห ‘‘วฑฺฒนฺตี’’ติอาทิ. หาเรตาติ อปเนตา.

วาเกนาติ วากปฏฺเฏน. จีรเกนาติ ปิโลติเกน. อนฺโตวสฺเสติ วสฺสกาลสฺส อพฺภนฺตเร. นิคฺคาหนฺติ สุสุมาราทิคฺคาหรหิตํ. ปีตนฺติ ปานียสฺส ปีตภาวํ. สีหพฺยคฺฆาทิปริสฺสเยน สาสงฺโก สปฺปฏิภโย.

ปญฺจ อหานิ เอกสฺสาติ ปญฺจาหิโก, โส เอว วาโรติ, ปญฺจาหิกวาโร. เอวํ สตฺตาหิกวาโรปิ เวทิตพฺโพ. จิณฺณฏฺฐานนฺติ จริตฏฺฐานํ โคจรคฺคหิตฏฺฐานํ.

ปิติฏฺฐานนฺติ ปิตรา กาตพฺพฏฺฐานํ, ปิตรา กาตพฺพกิจฺจนฺติ อตฺโถ. ยถารุจึ คเหตฺวา คจฺฉนฺตีติ คุนฺนํ รุจิอนุรูปํ โคจรภูมึ วา นทิปารํ วา คเหตฺวา คจฺฉนฺติ. โคภตฺตนฺติ กปฺปาสฏฺฐิกาทิมิสฺสํ โคภุญฺชิตพฺพํ ภตฺตํ. ภตฺตคฺคหเณเนว ยาคุปิ สงฺคหิตา.

ทฺวีหากาเรหีติ วุตฺตํ อาการทฺวยํ ทสฺเสตุํ ‘‘คณนโต วา สมุฏฺฐานโต วา’’ติ วุตฺตํ. เอวํ ปาฬิยํ อาคตาติ ‘‘อุปจโย สนฺตตี’’ติ ชาตึ ทฺวิธา ภินฺทิตฺวา หทยวตฺถุํ อคฺคเหตฺวา ทสายตนานิ ปญฺจทส สุขุมรูปานีติ เอวํ รูปกณฺฑปาฬิยํ (ธ. ส. ๖๖๖) อาคตา. ปญฺจวีสติ รูปโกฏฺฐาสาติ สลกฺขณโต อญฺญมญฺญสงฺกราภาวโต รูปภาคา. รูปโกฏฺฐาสาติ วา วิสุํ วิสุํ อปฺปวตฺติตฺวา กลาปภาเวเนว ปวตฺตนโต รูปกลาปา. โกฏฺฐาสาติ จ อํสา อวยวาติ อตฺโถ. โกฏฺฐนฺติ วา สรีรํ, ตสฺส อํสา เกสาทโย โกฏฺฐาสาติ อญฺเญปิ อวยวา โกฏฺฐาสา วิย โกฏฺฐาสา.

เสยฺยถาปีติอาทิ อุปมาสํสนฺทนํ. ตตฺถ รูปํ ปริคฺคเหตฺวาติ ยถาวุตฺตํ รูปํ สลกฺขณโต ญาเณน ปริคฺคณฺหิตฺวา. อรูปํ ววตฺถเปตฺวาติ ตํ รูปํ นิสฺสาย อารมฺมณญฺจ กตฺวา ปวตฺตมาเน เวทนาทิเก จตฺตาโร ขนฺเธ อรูปนฺติ ววตฺถเปตฺวา. รูปารูปํ ปริคฺคเหตฺวาติ ปุน ตตฺถ ยํ รูปฺปนลกฺขณํ, ตํ รูปํ. ตทญฺญํ อรูปํ. อุภยวินิมุตฺตํ กิญฺจิ นตฺถิ อตฺตา วา อตฺตนิยํ วาติ เอวํ รูปารูปํ ปริคฺคเหตฺวา. ตทุภยญฺจ อวิชฺชาทินา ปจฺจเยน สปจฺจยนฺติ ปจฺจยํ สลฺลกฺเขตฺวา, อนิจฺจตาทิลกฺขณํ อาโรเปตฺวา โย กลาปสมฺมสนาทิกฺกเมน กมฺมฏฺฐานํ มตฺถกํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ, โส น วฑฺฒตีติ โยชนา.

เอตฺตกํ รูปํ เอกสมุฏฺฐานนฺติ จกฺขายตนํ, โสตายตนํ, ฆานายตนํ, ชิวฺหายตนํ, กายายตนํ, อิตฺถินฺทฺริยํ, ปุริสินฺทฺริยํ, ชีวิตินฺทฺริยนฺติ อฏฺฐวิธํ กมฺมวเสน; กายวิญฺญตฺติ, วจีวิญฺญตฺตีติ อิทํ ทฺวยํ จิตฺตวเสนาติ เอตฺตกํ รูปํ เอกสมุฏฺฐานํ. สทฺทายตนเมกํ อุตุจิตฺตวเสน ทฺวิสมุฏฺฐานํ. รูปสฺส ลหุตา, มุทุตา, กมฺมญฺญตาติ เอตฺตกํ รูปํ อุตุจิตฺตาหารวเสน ติสมุฏฺฐานํ. รูปายตนํ, คนฺธายตนํ, รสายตนํ, โผฏฺฐพฺพายตนํ, อากาสธาตุ, อาโปธาตุ, กพฬีกาโร อาหาโรติ เอตฺตกํ รูปํ อุตุจิตฺตาหารกมฺมวเสน จตุสมุฏฺฐานํ. อุปจโย, สนฺตติ, ชรตา, รูปสฺส อนิจฺจตาติ เอตฺตกํ รูปํ น กุโตจิ สมุฏฺฐาตีติ น ชานาติ. สมุฏฺฐานโต รูปํ อชานนฺโตติอาทีสุ วตฺตพฺพํ ‘‘คณนโต รูปํ อชานนฺโต’’ติอาทีสุ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

กมฺมลกฺขโณติ อตฺตนา กตํ ทุจฺจริตกมฺมํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ กมฺมลกฺขโณ, พาโล. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, พาลสฺส พาลลกฺขณานิ. กตมานิ ตีณิ? ทุจฺจินฺติตจินฺตี โหติ, ทุพฺภาสิตภาสี, ทุกฺกฏกมฺมการี. อิมานิ โข…เป… ลกฺขณานี’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๔๖; อ. นิ. ๓.๓). อตฺตนา กตํ สุจริตกมฺมํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ กมฺมลกฺขโณ, ปณฺฑิโต. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, ปณฺฑิตสฺส ปณฺฑิตลกฺขณานิ. กตมานิ ตีณิ? สุจินฺติตจินฺตี โหติ, สุภาสิตภาสี, สุกตกมฺมการี. อิมานิ โข…เป… ปณฺฑิตลกฺขณานี’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๕๓; อ. นิ. ๓.๓). เตนาห ‘‘กุสลากุสลกมฺมํ ปณฺฑิตพาลลกฺขณ’’นฺติ.

พาเล วชฺเชตฺวา ปณฺฑิเต น เสวตีติ ยํ พาลปุคฺคเล วชฺเชตฺวา ปณฺฑิตเสวนํ อตฺถกาเมน กาตพฺพํ, ตํ น กโรติ. ตถาภูตสฺส จ อยมาทีนโวติ ทสฺเสตุํ ปุน ‘‘พาเล วชฺเชตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยํ ภควตา ‘‘อิทํ โว กปฺปตี’’ติ อนุญฺญาตํ, ตทนุโลมญฺเจ, ตํ กปฺปิยํ. ยํ ‘‘อิทํ โว น กปฺปตี’’ติ ปฏิกฺขิตฺตํ, ตทนุโลมญฺเจ, ตํ อกปฺปิยํ. ยํ โกสลฺลสมฺภูตํ, ตํ กุสลํ, ตปฺปฏิปกฺขํ อกุสลํ. ตเทว สาวชฺชํ, กุสลํ อนวชฺชํ. อาปตฺติโต อาทิโต เทฺว อาปตฺติกฺขนฺธา ครุกํ, ตทญฺญํ ลหุกํ. ธมฺมโต มหาสาวชฺชํ ครุกํ, อปฺปสาวชฺชํ ลหุกํ. สปฺปฏิการํ สเตกิจฺฉํ, อปฺปฏิการํ อเตกิจฺฉํ. ธมฺมตานุคตํ การณํ, อิตรํ อการณํ. ตํ อชานนฺโตติ กปฺปิยากปฺปิยํ, ครุก-ลหุกํ, สเตกิจฺฉาเตกิจฺฉํ อชานนฺโต สุวิสุทฺธํ กตฺวา สีลํ รกฺขิตุํ น สกฺโกติ. กุสลากุสลํ, สาวชฺชานวชฺชํ, การณาการณํ อชานนฺโต ขนฺธาทีสุ อกุสลตาย รูปารูปปริคฺคหมฺปิ กาตุํ น สกฺโกติ, กุโต ตสฺส กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วฑฺฒนา. เตนาห ‘‘กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วฑฺเฒตุํ น สกฺโกตี’’ติ.

โควณสทิเส อตฺตภาเว อุปฺปชฺชิตฺวา ตตฺถ ทุกฺขุปฺปตฺติเหตุโต มิจฺฉาวิตกฺกา อาสาฏิกา วิยาติ อาสาฏิกาติ อาห ‘‘อกุสลวิตกฺกํ อาสาฏิกํ อหาเรตฺวา’’ติ.

‘‘คณฺโฑติ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจนฺเนตํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อธิวจน’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๑๐๓; อ. นิ. ๘.๕๖; ๙.๑๕) วจนโต ฉหิ วณมุเขหิ วิสฺสนฺทมานยูโส คณฺโฑ วิย ปิโลติกาขณฺเฑน ฉทฺวาเรหิ วิสฺสนฺทมานกิเลสาสุจิ อตฺตภาววโณ สติสํวเรน ปิทหิตพฺโพ, อยํ ปน เอวํ น กโรตีติ อาห ‘‘ยถา โส โคปาลโก วณํ น ปฏิจฺฉาเทติ, เอวํ สํวรํ น สมฺปาเทตี’’ติ.

ยถา ธูโม อินฺธนํ นิสฺสาย อุปฺปชฺชมาโน สโณฺห สุขุโม, ตํ ตํ วิวรํ อนุปวิสฺส พฺยาเปนฺโต สตฺตานํ ฑํสมกสาทิปริสฺสยํ วิโนเทติ, อคฺคิชาลาสมุฏฺฐานสฺส ปุพฺพงฺคโม โหติ, เอวํ ธมฺมเทสนาญาณสฺส อินฺธนภูตํ รูปารูปธมฺมชาตํ นิสฺสาย อุปฺปชฺชมานา สณฺหา สุขุมา ตํ ตํ ขนฺธนฺตรํ อายตนนฺตรญฺจ อนุปวิสฺส พฺยาเปติ, สตฺตานํ มิจฺฉาวิตกฺกาทิปริสฺสยํ วิโนเทติ, ญาณคฺคิชาลาสมุฏฺฐาปนสฺส ปุพฺพงฺคโม โหติ, ตสฺมา ธูโม วิยาติ ธูโมติ อาห ‘‘โคปาลโก ธูมํ วิย ธมฺมเทสนาธูมํ น กโรตี’’ติ. อตฺตโน สนฺติกํ อุปคนฺตฺวา นิสินฺนสฺส กาตพฺพา ตทนุจฺฉวิกา ธมฺมกถา อุปนิสินฺนกกถา. กตสฺส ทานาทิปุญฺญสฺส อนุโมทนกถา อนุโมทนา. ตโตติ ธมฺมกถาทีนํ อกรณโต. ‘‘พหุสฺสุโต คุณวาติ น ชานนฺตี’’ติ กสฺมา วุตฺตํ? นนุ อตฺตโน ชานาปนตฺถํ ธมฺมกถาทิ น กาตพฺพเมวาติ? สจฺจํ น กาตพฺพเมว, สุทฺธาสเยน ปน ธมฺเม กถิเต ตสฺส คุณชานนํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เตนาห ภควา –

‘‘นาภาสมานํ ชานนฺติ, มิสฺสํ พาเลหิ ปณฺฑิตํ;

ภาสเย โชตเย ธมฺมํ, ปคฺคเณฺห อิสินํ ธช’’นฺติ.

ตรนฺติ โอตรนฺติ เอตฺถาติ ติตฺถํ, นทิตฬากาทีนํ นหานปานาทิอตฺถํ โอตรณฏฺฐานํ. ยถา ปน ตํ อุทเกน โอติณฺณสตฺตานํ สรีรมลํ ปวาเหติ, ปริสฺสมํ วิโนเทติ, วิสุทฺธึ อุปฺปาเทติ, เอวํ พหุสฺสุตา อตฺตโน สมีปํ โอติณฺณสตฺตานํ ธมฺโมทเกน จิตฺตมลํ ปวาเหนฺติ, ปริสฺสมํ วิโนเทนฺติ, วิสุทฺธึ อุปฺปาเทนฺติ, ตสฺมา เต ติตฺถํ วิยาติ ติตฺถํ. เตนาห ‘‘ติตฺถภูเต พหุสฺสุตภิกฺขู’’ติ. พฺยญฺชนํ กถํ โรเปตพฺพนฺติ, ภนฺเต, อิทํ พฺยญฺชนํ อยํ สทฺโท กถํ อิมสฺมึ อตฺเถ โรเปตพฺโพ, เกน ปกาเรน อิมสฺส อตฺถสฺส วาจโก ชาโต. ‘‘นิรูเปตพฺพ’’นฺติ วา ปาโฐ, นิรูเปตพฺพํ อยํ สภาวนิรุตฺติ กถเมตฺถ นิรูฬฺหาติ อธิปฺปาโย. อิมสฺส ภาสิตสฺส โก อตฺโถติ สทฺทตฺถํ ปุจฺฉติ. อิมสฺมึ ฐาเนติ อิมสฺมึ ปาฬิปฺปเทเส. ปาฬิ กึ วทตีติ ภาวตฺถํ ปุจฺฉติ. อตฺโถ กึ ทีเปตีติ ภาวตฺถํ วา? สงฺเกตตฺถํ วา. น ปริปุจฺฉตีติ วิมติจฺเฉทนปุจฺฉาวเสน สพฺพโส ปุจฺฉํ น กโรติ. น ปริปญฺหตีติ ปริ ปริ อตฺตโน ญาตุํ อิจฺฉํ น อาจิกฺขติ, น วิภาเวติ. เตนาห ‘‘น ชานาเปตี’’ติ. เตติ พหุสฺสุตภิกฺขู. วิวรณํ นาม อตฺถสฺส วิภชิตฺวา กถนนฺติ อาห ‘‘ภาเชตฺวา น เทเสนฺตี’’ติ. อนุตฺตานีกตนฺติ ญาเณน อปากฏีกตํ คุยฺหํ ปฏิจฺฉนฺนํ. น อุตฺตานึ กโรนฺตีติ สิเนรุปาทมูเล วาลิกํ อุทฺธรนฺโต วิย ปถวีสนฺธาโรทกํ วิวริตฺวา ทสฺเสนฺโต วิย จ อุตฺตานํ น กโรนฺติ.

เอวํ ยสฺส ธมฺมสฺส วเสน พหุสฺสุตา ‘‘ติตฺถ’’นฺติ วุตฺตา ปริยายโต. อิทานิ ตเมว ธมฺมํ นิปฺปริยายโต ‘‘ติตฺถ’’นฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ธมฺโม หิ ตรนฺติ โอตรนฺติ เอเตน นิพฺพานํ นาม ตฬากนฺติ ‘‘ติตฺถ’’นฺติ วุจฺจติ. เตนาห ภควา สุเมธภูโต –

‘‘เอวํ กิเลสมลโธวํ, วิชฺชนฺเต อมตนฺตเฬ;

น คเวสติ ตํ ตฬากํ, น โทโส อมตนฺตเฬ’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๑๔) –

ธมฺมสฺเสว นิพฺพานสฺโสตรณติตฺถภูตสฺส โอตรณาการํ อชานนฺโต ‘‘ธมฺมติตฺถํ น ชานาตี’’ติ วุตฺโต.

ปีตาปีตนฺติ โคคเณ ปีตํ อปีตญฺจ โครูปํ น ชานาติ, น วินฺทติ. อวินฺทนฺโต หิ ‘‘น ลภตี’’ติ วุตฺโต. ‘‘อานิสํสํ น วินฺทตี’’ติ วตฺวา ตสฺส อวินฺทนาการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ธมฺมสฺสวนคฺคํ คนฺตฺวา’’ติอาทิมาห.

อยํ โลกุตฺตโรติ ปทํ สนฺธายาห ‘‘อริย’’นฺติ. ปจฺจาสตฺติญาเยน อนนฺตรสฺส หิ วิปฺปฏิเสโธ วา. อริยสทฺโท วา นิทฺโทสปริยาโย ทฏฺฐพฺโพ. อฏฺฐงฺคิกนฺติ จ วิสุํ เอกชฺฌญฺจ อฏฺฐงฺคิกํ อุปาทาย คเหตพฺพํ, อฏฺฐงฺคตา พาหุลฺลโต จ. เอวญฺจ กตฺวา สตฺตงฺคสฺสปิ อริยมคฺคสฺส สงฺคโห สิทฺโธ โหติ.

จตฺตาโร สติปฏฺฐาเนติอาทีสุ อวิเสเสน สติปฏฺฐานา วุตฺตา. ตตฺถ กายเวทนาจิตฺตธมฺมารมฺมณา สติปฏฺฐานา โลกิยา, ตตฺถ สมฺโมหวิทฺธํสนวเสน ปวตฺตา นิพฺพานารมฺมณา โลกุตฺตราติ เอวํ ‘‘อิเม โลกิยา, อิเม โลกุตฺตรา’’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ.

อนวเสสํ ทุหตีติ ปฏิคฺคหเณ มตฺตํ อชานนฺโต กิสฺมิญฺจิ ทายเก สทฺธาหานิยา, กิสฺมิญฺจิ ปจฺจยหานิยา อนวเสสํ ทุหติ. วาจาย อภิหาโร วาจาภิหาโร. ปจฺจยานํ อภิหาโร ปจฺจยาภิหาโร.

‘‘อิเม อเมฺหสุ ครุจิตฺตีการํ น กโรนฺตี’’ติ อิมินา นวกานํ ภิกฺขูนํ สมฺมาปฏิปตฺติยา อภาวํ ทสฺเสติ อาจริยุปชฺฌาเยสุ ปิตุเปมสฺส อนุปฏฺฐาปนโต, เตน จ สิกฺขาคารวตาภาวทีปเนน สงฺคหสฺส อภาชนภาวํ, เตน เถรานํ เตสุ อนุคฺคหาภาวํ. น หิ สีลาทิคุเณหิ สาสเน ถิรภาวปฺปตฺตา อนนุคฺคเหตพฺเพ สพฺรหฺมจารี อนุคฺคณฺหนฺติ, นิรตฺถกํ วา อนุคฺคหํ กโรนฺติ. เตนาห ‘‘นวเก ภิกฺขู’’ติอาทิ. ธมฺมกถาพนฺธนฺติ ปเวณิอาคตํ ปกิณฺณกธมฺมกถามคฺคํ. สจฺจสตฺตปฺปฏิสนฺธิปจฺจยาการปฺปฏิสํยุตฺตํ สุญฺญตาทีปนํ คุฬฺหคนฺถํ. วุตฺตวิปลฺลาสวเสนาติ ‘‘น รูปญฺญู’’ติอาทีสุ วุตฺตสฺส ปฏิเสธสฺส ปฏิกฺเขปวเสน อคฺคหณวเสน. โยเชตฺวาติ ‘‘รูปญฺญู โหตีติ คณนโต วา วณฺณโต วา รูปํ ชานาตี’’ติอาทินา, ‘‘ตสฺส โคคโณปิ น ปริหายติ, ปญฺจโครสปริโภคโตปิ น ปริพาหิโร โหตี’’ติอาทินา จ อตฺถํ โยเชตฺวา. เวทิตพฺโพติ ตสฺมึ ตสฺมึ ปเท ยถารหํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

โคปาลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิติ มโนรถปูรณิยา องฺคุตฺตรนิกาย-อฏฺฐกถาย

เอกาทสกนิปาตวณฺณนาย อนุตฺตานตฺถทีปนา สมตฺตา.

นิฏฺฐิตา จ มโนรถปูรณิยา องฺคุตฺตรนิกาย-อฏฺฐกถาย

อนุตฺตานตฺถปทวณฺณนา.

นิคมนกถาวณฺณนา

มหาอฏฺฐกถาย สารนฺติ องฺคุตฺตรมหาอฏฺฐกถาย สารํ. เอกูนสฏฺฐิมตฺโตติ โถกํ อูนภาวโต มตฺตสทฺทคฺคหณํ. มูลฏฺฐกถาสารนฺติ ปุพฺเพ วุตฺตองฺคุตฺตรมหาอฏฺฐกถาย สารเมว อนุนิคมวเสน วทติ. อถ วา มูลฏฺฐกถาสารนฺติ โปราณฏฺฐกถาสุ อตฺถสารํ. เตเนทํ ทสฺเสติ – องฺคุตฺตรมหาอฏฺฐกถาย อตฺถสารํ อาทาย อิมํ มโนรถปูรณึ กโรนฺโต เสสมหานิกายานมฺปิ มูลฏฺฐกถาสุ อิธ วินิโยคกฺขมํ อตฺถสารํ อาทาย เอวมกาสินฺติ. มหาวิหาราธิวาสีนนฺติ จ อิทํ ปุริมปจฺฉิมปเทหิ สทฺธึ สมฺพนฺธิตพฺพํ ‘‘มหาวิหาราธิวาสีนํ สมยํ ปกาสยนฺตี, มหาวิหาราธิวาสีนํ มูลฏฺฐกถาสารํ อาทายา’’ติ. เตนาติ ปุญฺเญน. โหตุ สพฺโพ สุขี โลโกติ กามาวจราทิวิภาโค สพฺโพ สตฺตโลโก ยถารหํ โพธิตฺตยาธิคมวเสน สมฺปตฺเตน นิพฺพานสุเขน สุขี สุขิโต โหตูติ สเทวกสฺส โลกสฺส อจฺจนฺตํ สุขาธิคมาย อตฺตโน ปุญฺญํ ปริณาเมติ.

เอตฺตาวตา สมตฺตาว, สพฺพโส วณฺณนา อยํ;

วีสติยา สหสฺเสหิ, คนฺเถหิ ปริมาณโต.

โปราณานํ กถามคฺค-สารเมตฺถ ยโต ฐิตํ;

ตสฺมา สารตฺถมญฺชูสา, อิติ นาเมน วิสฺสุตา.

อชฺเฌสิโต นรินฺเทน, โสหํ ปรกฺกมพาหุนา;

สทฺธมฺมฏฺฐิติกาเมน, สาสนุชฺโชตการินา.

เตเนว การิเต รมฺเม, ปาสาทสตมณฺฑิเต;

นานาทุมคณากิณฺเณ, ภาวนาภิรตาลเย.

สีตลูทกสมฺปนฺเน, วสํ เชตวเน อิมํ;

อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนํ, อกาสึ สาธุสมฺมตํ.

ยํ สิทฺธํ อิมินา ปุญฺญํ, ยํ จญฺญํ ปสุตํ มยา;

เอเตน ปุญฺญกมฺเมน, ทุติเย อตฺตสมฺภเว.

ตาวตึเส ปโมเทนฺโต, สีลาจารคุเณ รโต;

อลคฺโค ปญฺจกาเมสุ, ปตฺวาน ปฐมํ ผลํ.

อนฺติเม อตฺตภาวมฺหิ, เมตฺเตยฺยํ มุนิปุงฺควํ;

โลกคฺคปุคฺคลํ นาถํ, สพฺพสตฺตหิเต รตํ.

ทิสฺวาน ตสฺส ธีรสฺส, สุตฺวา สทฺธมฺมเทสนํ;

อธิคนฺตฺวา ผลํ อคฺคํ, โสเภยฺยํ ชินสาสนํ.

สทา รกฺขนฺตุ ราชาโน, ธมฺเมเนว อิมํ ปชํ;

นิรตา ปุญฺญกมฺเมสุ, โชเตนฺตุ ชินสาสนํ.

อิเม จ ปาณิโน สพฺเพ, สพฺพทา นิรุปทฺทวา;

นิจฺจํ กลฺยาณสงฺกปฺปา, ปปฺโปนฺตุ อมตํ ปทนฺติ.

องฺคุตฺตรฏีกา สมตฺตา.