๑-๔. อากงฺขสุตฺตาทิวณฺณนา

๗๑-๗๔. ตติยสฺส ปฐเม สีลสฺส อนวเสสสมาทาเนน อขณฺฑาทิภาวาปตฺติยา จ ปริปุณฺณสีลา. สมาทานโต ปฏฺฐาย อวิจฺฉินฺทนโต สีลสมงฺคิโน. เอตฺตาวตา กิราติ (อ. นิ. ๒.๓๗) กิร-สทฺโท อรุจิสูจนตฺโถ. เตเนตฺถ อาจริยวาทสฺส อตฺตโน อรุจฺจนภาวํ ทีเปติ. สมฺปนฺนสีลาติ อนามฏฺฐวิเสสํ สามญฺญโต สีลสงฺเขเปน คหิตํ. ตญฺจ จตุพฺพิธนฺติ อาจริยตฺเถโร ‘‘จตุปาริสุทฺธิสีลํ อุทฺทิสิตฺวา’’ติ อาห. ตตฺถาติ จตุปาริสุทฺธิสีเล. เชฏฺฐกสีลนฺติ (สํ. นิ. ๕.๔๑๒) ปธานสีลํ. อุภยตฺถาติ อุทฺเทสนิทฺเทเส. อิธ นิทฺเทเส วิย อุทฺเทเสปิ ปาติโมกฺขสํวโร ภควตา วุตฺโต ‘‘สมฺปนฺนสีลา’’ติ วุตฺตตฺตาติ อธิปฺปาโย. สีลคฺคหณญฺหิ ปาฬิยํ ปาติโมกฺขสํวรวเสน อาคตํ. เตนาห ‘‘ปาติโมกฺขสํวโรเยวา’’ติอาทิ. ตตฺถ อวธารเณน อิตเรสํ ติณฺณํ เอกเทเสน ปาติโมกฺขนฺโตคธตํ ทีเปติ. ตถา หิ อโนโลกิโยโลกเน อาชีวเหตุ ฉสิกฺขาปทวีติกฺกเม คิลานปจฺจยสฺส อปจฺจเวกฺขิตปริโภเค จ อาปตฺติ วิหิตาติ. ตีณีติ อินฺทฺริยสํวรสีลาทีนิ. สีลนฺติ วุตฺตฏฺฐานํ นาม อตฺถีติ สีลปริยาเยน เตสํ กตฺถจิ สุตฺเต คหิตฏฺฐานํ นาม กึ อตฺถิ ยถา ปาติโมกฺขสํวโรติ อาจริยสฺส สมฺมุขตฺตา อปฺปฏิกฺขิปนฺโตว อุปจาเรน ปุจฺฉนฺโต วิย วทติ. เตนาห ‘‘อนนุชานนฺโต’’ติ. ฉทฺวารรกฺขามตฺตกเมวาติ ตสฺส สลฺลหุกภาวมาห จิตฺตาธิฏฺฐานมตฺเตน ปฏิปากติกภาวาปตฺติโต. อิตเรสุปิ เอเสว นโย. ปจฺจยุปฺปตฺติมตฺตกนฺติ ผเลน เหตุํ ทสฺเสติ. อุปฺปาทนเหตุกา หิ ปจฺจยานํ อุปฺปตฺติ. อิทมตฺถนฺติ อิทํ ปโยชนํ อิมสฺส ปจฺจยสฺส ปริภุญฺชเนติ อธิปฺปาโย. นิปฺปริยาเยนาติ อิมินา อินฺทฺริยสํวราทีนิ ตีณิ ปธานสฺส สีลสฺส ปริวารวเสน ปวตฺติยา ปริยายสีลานิ นามาติ ทสฺเสติ.

อิทานิ ปาติโมกฺขสํวรสฺเสว ปธานภาวํ พฺยติเรกโต อนฺวยโต จ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ โสติ ปาติโมกฺขสํวโร. เสสานีติ อินฺทฺริยสํวราทีนิ. ตสฺเส วาติ ‘‘สมฺปนฺนสีลา’’ติ เอตฺถ ยํ สีลํ วุตฺตํ, ตสฺเสว. สมฺปนฺนปาติโมกฺขาติ เอตฺถ ปาติโมกฺขคฺคหเณน เววจนํ วตฺวา ตํ วิตฺถาเรตฺวา…เป… อาทิมาห. ยถา อญฺญตฺถาปิ ‘‘อิธ ภิกฺขุ สีลวา โหตี’’ติ ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย อุทฺทิฏฺฐํ สีลํ ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรตี’’ติ (วิภ. ๕๐๘) นิทฺทิฏฺฐํ. กสฺมา อารทฺธนฺติ เทสนาย การณปุจฺฉา. สีลานิสํสทสฺสนตฺถนฺติ ปโยชนนิทฺเทโส. ‘‘สีลานิสํสทสฺสนตฺถ’’นฺติ หิ เอตฺถ พฺยติเรกโต ยํ สีลานิสํสสฺส อทสฺสนํ, ตํ อิมิสฺสา เทสนาย การณนฺติ กสฺมา อารทฺธนฺติ? เวเนยฺยานํ สีลานิสํสสฺส อทสฺสนโตติ อตฺถโต อาปนฺโน เอว โหติ. เตนาห ‘‘สเจปี’’ติอาทิ. สีลานิสํสทสฺสนตฺถนฺติ ปน อิมสฺส อตฺถํ วิวริตุํ ‘‘เตส’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อานิสํโสติ อุทโย. ‘‘สีลวา สีลสมฺปนฺโน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๑๖; อ. นิ. ๕.๒๑๓; มหาว. ๒๘๕) ปน วิปากผลมฺปิ ‘‘อานิสํโส’’ติ วุตฺตํ. โก วิเสโสติ โก ผลวิเสโส. กา วฑฺฒีติ โก อพฺภุทโย. วิชฺชมาโนปิ คุโณ ยาถาวโต วิภาวิโต เอว อภิรุจึ อุปฺปาเทติ, น อวิภาวิโต, ตสฺมา เอกนฺตโต อานิสํสกิตฺตนํ อิจฺฉิตพฺพเมวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปฺเปว นามา’’ติอาทิมาห.

ปิโยติ ปิยายิตพฺโพ. ปิยสฺส นาม ทสฺสนํ เอกนฺตโต อภินนฺทิตพฺพํ โหตีติ อาห ‘‘ปิยจกฺขูหิ สมฺปสฺสิตพฺโพ’’ติ. ปีติสมุฏฺฐานปฺปสนฺนโสมฺมรูปปริคฺคหญฺหิ จกฺขุ ‘‘ปิยจกฺขู’’ติ วุจฺจติ. เตสนฺติ สพฺรหฺมจารีนํ. มนวฑฺฒนโกติ ปีติมนสฺส ปริพฺรูหนโต อุปรูปริ ปีติจิตฺตสฺเสว อุปฺปาทนโก. ครุฏฺฐานิโยติ ครุกรณสฺส ฐานภูโต. ชานํ ชานาตีติ ญาเณน ชานิตพฺพํ ชานาติ. ยถา วา อญฺเญ อชานนฺตาปิ ชานนฺตา วิย ปวตฺตนฺติ, น เอวมยํ, อยํ ปน ชานนฺโต เอว ชานาติ. ปสฺสํ ปสฺสตีติ ทสฺสนภูเตน ปญฺญาจกฺขุนา ปสฺสิตพฺพํ ปสฺสติ, ปสฺสนฺโต เอว วา ปสฺสติ. เอวํ สมฺภาวนีโยติ เอวํ วิญฺญุตาย ปณฺฑิตภาเวน สมฺภาเวตพฺโพ. สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการีติ สีเลสุ ปริปูรการี เอว ภเวยฺยาติ. เอวํ อุตฺตรปทาวธารณํ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺหิ อิมินา ปเทน อุปริสิกฺขาทฺวยํ อนิวตฺติตเมว โหติ. ยถา ปน สีเลสุ ปริปูรการี นาม โหติ, ตํ ผเลน ทสฺเสตุํ ‘‘อชฺฌตฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. วิปสฺสนาธิฏฺฐานสมาธิสํวตฺตนิกตาย หิ อิธ สีลสฺส ปาริปูรี, น เกวลํ อขณฺฑาทิภาวมตฺตํ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ยานิ โข ปน ตานิ อขณฺฑานิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิกานี’’ติ. เอวญฺจ กตฺวา อุปริสิกฺขาทฺวยํ สีลสฺส สมฺภารภาเวน คหิตนฺติ สีลสฺเสเวตฺถ ปธานคฺคหณํ สิทฺธํ โหติ. สีลานุรกฺขกา หิ จิตฺเตกคฺคตาสงฺขารปริคฺคหา. อนูเนนาติ อขณฺฑาทิภาเวน, กสฺสจิ วา อหาปเนน อุปปนฺเนน. อากาเรนาติ กรเณน สมฺปาทเนน.

อชฺฌตฺตนฺติ วา อตฺตโนติ วา เอกํ เอกตฺถํ, พฺยญฺชนเมว นานํ. ภุมฺมตฺเถ เจตํ, ‘‘สมถ’’นฺติ อุปโยควจนํ ‘‘อนู’’ติ อิมินา อุปสคฺเคน โยเค สิทฺธนฺติ อาห ‘‘อตฺตโน จิตฺตสมเถ ยุตฺโต’’ติ. ตตฺถ จิตฺตสมเถติ จิตฺตสฺส สมาธาเน. ยุตฺโตติ อวิยุตฺโต ปสุโต. โย สพฺเพน สพฺพํ ฌานภาวนาย อนนุยุตฺโต, โส ตํ พหิ นีหรติ นาม. โย อารภิตฺวา อนฺตรา สงฺโกจํ อาปชฺชติ, โส ตํ วินาเสติ นาม. โย ปน อีทิโส อหุตฺวา ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ, โส อนิรากตชฺฌาโนติ ทสฺเสนฺโต ‘‘พหิ อนีหฏชฺฌาโน’’ติอาทิมาห. นีหรณวินาสตฺถญฺหิ อิทํ นิรากรณํ นาม. ‘‘ถมฺภํ นิรํกตฺวา นิวาตวุตฺตี’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๓๒๘) จสฺส ปโยโค ทฏฺฐพฺโพ.

สตฺตวิธาย อนุปสฺสนายาติ เอตฺถ อนิจฺจานุปสฺสนา, ทุกฺขานุปสฺสนา, อนตฺตานุปสฺสนา, นิพฺพิทานุปสฺสนา, วิราคานุปสฺสนา, นิโรธานุปสฺสนา, ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนาติ อิมา สตฺตวิธา อนุปสฺสนา. สุญฺญาคารคโต ภิกฺขุ ตตฺถ ลทฺธกายวิเวกตาย สมถวิปสฺสนาวเสน จิตฺตวิเวกํ ปริพฺรูเหนฺโต ยถานุสิฏฺฐปฏิปตฺติยา โลกํ สาสนญฺจ อตฺตโน วิเสสาธิคมฏฺฐานภูตํ สุญฺญาคารญฺจ อุปโสภยมาโน คุณวิเสสาธิฏฺฐานภาวาปาทเนน วิญฺญูนํ อตฺถโต ตํ พฺรูเหนฺโต นาม โหตีติ วุตฺตํ ‘‘พฺรูเหตา สุญฺญาคาราน’’นฺติ. เตนาห ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ. เอกภูมกาทิปาสาเท กุรุมาโนปิ ปน เนว สุญฺญาคารานํ พฺรูเหตาติ ทฏฺฐพฺโพ. สุญฺญาคารคฺคหเณน เจตฺถ อรญฺญรุกฺขมูลาทิ สพฺพํ ปธานานุโยคกฺขมํ เสนาสนํ คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

เอตฺตาวตา ยถา ตณฺหาวิจริตเทสนา ปฐมํ ตณฺหาวเสน อารทฺธาปิ ตณฺหาปทฏฺฐานตฺตา มานทิฏฺฐีนํ มานทิฏฺฐิโย โอสริตฺวา กเมน ปปญฺจตฺตยเทสนา ชาตา, เอวมยํ เทสนา ปฐมํ อธิสีลสิกฺขาวเสน อารทฺธาปิ สีลปทฏฺฐานตฺตา สมถวิปสฺสนานํ สมถวิปสฺสนาโย โอสริตฺวา กเมน สิกฺขาตฺตยเทสนา ชาตาติ เวทิตพฺพา. เอตฺถ หิ ‘‘สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี’’ติ เอตฺตาวตา อธิสีลสิกฺขา วุตฺตา, ‘‘อชฺฌตฺตํ เจโตสมถมนุยุตฺโต อนิรากตชฺฌาโน’’ติ เอตฺตาวตา อธิจิตฺตสิกฺขา, ‘‘วิปสฺสนาย สมนฺนาคโต’’ติ เอตฺตาวตา อธิปญฺญาสิกฺขา. ‘‘พฺรูเหตา สุญฺญาคาราน’’นฺติ อิมินา ปน สมถวเสน สุญฺญาคารวฑฺฒเน อธิจิตฺตสิกฺขา, วิปสฺสนาวเสน อธิปญฺญาสิกฺขาติ เอวํ เทฺวปิ สิกฺขา สงฺคเหตฺวา วุตฺตา. เอตฺถ จ ‘‘อชฺฌตฺตํ เจโตสมถมนุยุตฺโต อนิรากตชฺฌาโน’’ติ อิเมหิ ปเทหิ สีลานุรกฺขิกา เอว จิตฺเตกคฺคตา กถิตา, ‘‘วิปสฺสนายา’’ติ อิมินา ปเทน สีลานุรกฺขิโก สงฺขารปริคฺคโห.

กถํ จิตฺเตกคฺคตา สีลมนุรกฺขติ? ยสฺส หิ จิตฺเตกคฺคตา นตฺถิ, โส พฺยาธิมฺหิ อุปฺปนฺเน วิหญฺญติ, โส พฺยาธิวิหโต วิกฺขิตฺตจิตฺโต สีลํ วินาเสตฺวาปิ พฺยาธิวูปสมํ กตฺตา โหติ. ยสฺส ปน จิตฺเตกคฺคตา อตฺถิ, โส ตํ พฺยาธิทุกฺขํ วิกฺขมฺเภตฺวา สมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, สมาปนฺนกฺขเณ ทุกฺขํ ทูรคตํ โหติ, พลวตรํ สุขมุปฺปชฺชติ. เอวํ จิตฺเตกคฺคตา สีลมนุรกฺขติ. กถํ สงฺขารปริคฺคโห สีลมนุรกฺขติ? ยสฺส หิ สงฺขารปริคฺคโห นตฺถิ, ตสฺส ‘‘มม รูปํ มม วิญฺญาณ’’นฺติ อตฺตภาเว พลวมมตฺตํ โหติ, โส ตถารูเปสุ ทุพฺภิกฺขพฺยาธิภยาทีสุ สมฺปตฺเตสุ สีลํ นาเสตฺวาปิ อตฺตภาวํ โปเสตา โหติ. ยสฺส ปน สงฺขารปริคฺคโห อตฺถิ, ตสฺส อตฺตภาเว พลวมมตฺตํ วา สิเนโห วา น โหติ, โส ตถารูเปสุ ทุพฺภิกฺขพฺยาธิภยาทีสุ สมฺปตฺเตสุ สเจปิสฺส อนฺตานิ พหิ นิกฺขมนฺติ, สเจปิ อุสฺสุสฺสติ วิสุสฺสติ, ขณฺฑาขณฺฑิโก วา โหติ สตธาปิ สหสฺสธาปิ, เนว สีลํ วินาเสตฺวา อตฺตภาวํ โปเสตา โหติ. เอวํ สงฺขารปริคฺคโห สีลํ อนุรกฺขติ.

‘‘พฺรูเหตา สุญฺญาคาราน’’นฺติ อิมินา ปน ตสฺเสว อุภยสฺส พฺรูหนา วฑฺฒนา สาตจฺจกิริยา ทสฺสิตา. เอวํ ภควา ยสฺมา ‘‘สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จสฺสํ…เป… ภาวนีโย จา’’ติ อิเม จตฺตาโร ธมฺเม อากงฺขนฺเตน นตฺถญฺญํ กิญฺจิ กาตพฺพํ, อญฺญทตฺถุ สีลาทิคุณสมนฺนาคเตเนว ภวิตพฺพํ. อีทิโส หิ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย โหติ มนาโป ครุ ภาวนีโย. วุตฺตมฺปิ เหตํ –

‘‘สีลทสฺสนสมฺปนฺนํ, ธมฺมฏฺฐํ สจฺจเวทินํ;

อตฺตโน กมฺม กุพฺพานํ, ตํ ชโน กุรุเต ปิย’’นฺติ. (ธ. ป. ๒๑๗);

ตสฺมา ‘‘อากงฺเขยฺย เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จสฺสํ…เป… สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี…เป… สุญฺญาคาราน’’นฺติ วตฺวา อิทานิ ยสฺมา ปจฺจยลาภาทึ ปตฺถยนฺเตนปิ อิทเมว กรณียํ, น อญฺญํ กิญฺจิ, ตสฺมา ‘‘อากงฺเขยฺย เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ลาภี อสฺส’’นฺติอาทิมาห. ลาภี อสฺสนฺติ ลาภาสาย สํวรสีลปริปูรณํ ปาฬิยํ อาคตํ. กิมีทิสํ ภควา อนุชานาตีติ? น ภควา สภาเวน อีทิสํ อนุชานาติ, มหาการุณิกตาย ปน ปุคฺคลชฺฌาสเยน เอวํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น ภควา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ฆาเสสนํ ฉินฺนกโถ, น วาจํ ปยุตฺตํ ภเณติ ฉินฺนกโถ มูโค วิย หุตฺวา โอภาสปริกถานิมิตฺตวิญฺญตฺติปยุตฺตํ ฆาเสสนํ วาจํ น ภเณ, น กเถยฺยาติ อตฺโถ. ปุคฺคลชฺฌาสยวเสนาติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘เยสํ หี’’ติอาทิมาห. รโส สภาวภูโต อานิสํโส รสานิสํโส.

ปจฺจยทานการาติ จีวราทิปจฺจยทานวเสน ปวตฺตการา. มหปฺผลา มหานิสํสาติ อุภยเมตํ อตฺถโต เอกํ, พฺยญฺชนเมว นานํ. ‘‘ปญฺจิเม, คหปตโย, อานิสํสา’’ติอาทีสุ (มหาว. ๒๘๕) หิ อานิสํสสทฺโท ผลปริยาโยปิ โหติ. มหนฺตํ วา โลกิยสุขํ ผลนฺติ ปสวนฺตีติ มหปฺผลา, มหโต โลกุตฺตรสุขสฺส ปจฺจยา โหนฺตีติ มหานิสํสา. เตนาห ‘‘โลกิยสุเขน ผลภูเตนา’’ติอาทิ.

เปจฺจภวํ คตาติ เปตูปปตฺติวเสน นิพฺพตฺตึ อุปคตา. เต ปน ยสฺมา อิธ กตกาลกิริยา กาเลน กตชีวิตุปจฺเฉทา โหนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘กาลกตา’’ติ. สสฺสุสสุรา จ ตปฺปกฺขิกา จ สสฺสุสสุรปกฺขิกา. เต ญาติโยนิสมฺพนฺเธน อาวาหวิวาหสมฺพนฺธวเสน สมฺพทฺธา ญาตี. สาโลหิตาติ โยนิสมฺพนฺธวเสน. เอกโลหิตพทฺธาติ เอเกน สมาเนน โลหิตสมฺพนฺเธน สมฺพทฺธา. ปสนฺนจิตฺโตติ ปสนฺนจิตฺตโก. กาลกโต ปิตา วา มาตา วา เปตโยนิยํ อุปฺปนฺโนติ อธิการโต วิญฺญายตีติ วุตฺตํ. มหานิสํสเมว โหตีติ ตสฺส ตถาสีลสมฺปนฺนตฺตาติ อธิปฺปาโย.

อชฺโฌตฺถริตาติ มทฺทิตา. น จ มํ อรติ สเหยฺยาติ มํ จ อรติ น อภิภเวยฺย น มทฺเทยฺย น อชฺโฌตฺถเรยฺย. อุปฺปนฺนนฺติ ชาตํ นิพฺพตฺตํ. สีลาทิคุณยุตฺโต หิ อรติญฺจ รติญฺจ สหติ อชฺโฌตฺถรติ, มทฺทิตฺวา ติฏฺฐติ, ตสฺมา อีทิสมตฺตานํ อิจฺฉนฺเตนปิ สีลาทิคุณยุตฺเตเนว ภวิตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. จิตฺตุตฺราโส ภายตีติ ภยํ, อารมฺมณํ ภายติ เอตสฺมาติ ภยํ. ตํ ทุวิธมฺปิ ภยํ เภรวญฺจ สหติ อภิภวตีติ ภยเภรวสโห. สีลาทิคุณยุตฺโต หิ ภยเภรวํ สหติ อชฺโฌตฺถรติ, มทฺทิตฺวา ติฏฺฐติ อริยโกฏิยวาสี มหาทตฺตตฺเถโร วิย.

เถโร กิร มคฺคํ ปฏิปนฺโน อญฺญตรํ ปาสาทิกํ อรญฺญํ ทิสฺวา ‘‘อิเธวชฺช สมณธมฺมํ กตฺวา คมิสฺสามี’’ติ มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล สงฺฆาฏึ ปญฺญเปตฺวา ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสีทิ. รุกฺขเทวตาย ทารกา เถรสฺส สีลเตเชน สกภาเวน สณฺฐาตุํ อสกฺโกนฺตา วิสฺสรมกํสุ. เทวตาปิ สกลรุกฺขํ จาเลสิ. เถโร อจโลว นิสีทิ. สา เทวตา ธูมายิ ปชฺชลิ. เนว สกฺขิ เถรํ จาเลตุํ. ตโต อุปาสกวณฺเณนาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. ‘‘โก เอโส’’ติ วุตฺตา ‘‘อหํ, ภนฺเต, ตสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา’’ติ อโวจ. ตฺวํ เอเต วิกาเร อกาสีติ. อาม, ภนฺเตติ. ‘‘กสฺมา’’ติ จ วุตฺตา อาห ‘‘ตุมฺหากํ, ภนฺเต, สีลเตเชน ทารกา สกภาเวน สณฺฐาตุํ อสกฺโกนฺตา วิสฺสรมกํสุ, สาหํ ตุเมฺห ปลาเปตุํ เอวมกาสิ’’นฺติ. เถโร อาห ‘‘อถ กสฺมา ‘อิธ, ภนฺเต, มา วสถ, มยฺหํ อผาสุก’นฺติ ปฏิกจฺเจว นาวจาสิ, อิทานิ ปน มา มํ กิญฺจิ อวจ, ‘อริยโกฏิยมหาทตฺโต อมนุสฺสภเยน คโต’ติ วจนโต ลชฺชามิ, เตนาหํ อิเธว วสิสฺสํ, ตฺวํ ปน อชฺเชกทิวสํ ยตฺถ กตฺถจิ วสาหี’’ติ. เอวํ สีลาทิคุณยุตฺโต ภยเภรวสโห โหติ, ตสฺมา อีทิสมตฺตานํ อิจฺฉนฺเตนปิ สีลาทิคุณยุตฺเตเนว ภวิตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. ทุติยาทีนิ อุตฺตานตฺถานิ.

อากงฺขสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.