๕-๑๐. มิคสาลาสุตฺตาทิวณฺณนา

๗๕-๘๐. ปญฺจเม อิมสฺส หิ ปุคฺคลสฺส สีลวิรหิตสฺส ปญฺญา สีลํ ปริโธวตีติ อขณฺฑาทิภาวาปาทเนน สีลํ อาทิมชฺฌปริโยสาเนสุ ปญฺญาย สุวิโสธิตํ กโรติ. ยสฺส หิ อพฺภนฺตเร สีลสํวโร นตฺถิ, อุคฺฆฏิตญฺญุตาย ปน จาตุปฺปทิกคาถาปริโยสาเน ปญฺญาย สีลํ โธวิตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อยํ ปญฺญาย สีลํ โธวติ นาม เสยฺยถาปิ สนฺตติมหามตฺโต.

สีลวา ปน ปญฺญํ โธวติ. ยสฺส (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๑๗) หิ ปุถุชฺชนสฺส สีลํ สฏฺฐิอสีติวสฺสานิ อขณฺฑํ โหติ, โส มรณกาเลปิ สพฺพกิเลเส ฆาเตตฺวา สีเลน ปญฺญํ โธวิตฺวา อรหตฺตํ คณฺหาติ กนฺทรสาลปริเวเณ มหาสฏฺฐิวสฺสตฺเถโร วิย. เถเร กิร มรณมญฺเจ นิปชฺชิตฺวา พลวเวทนาย นิตฺถุนนฺเต ติสฺสมหาราชา ‘‘เถรํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ คนฺตฺวา ปริเวณทฺวาเร ฐิโต ตํ สทฺทํ สุตฺวา ปุจฺฉิ ‘‘กสฺส สทฺโท อย’’นฺติ. เถรสฺส นิตฺถุนนสทฺโทติ. ‘‘ปพฺพชฺชาย สฏฺฐิวสฺเสน เวทนาปริคฺคหมตฺตมฺปิ น กตํ, อิทานิ น ตํ วนฺทิสฺสามี’’ติ นิวตฺติตฺวา มหาโพธึ วนฺทิตุํ คโต. ตโต อุปฏฺฐากทหโร เถรํ อาห ‘‘กึ โน, ภนฺเต, ลชฺชาเปถ, สทฺโธปิ ราชา วิปฺปฏิสารี หุตฺวา ‘น วนฺทิสฺสามี’ติ คโต’’ติ. กสฺมา, อาวุโสติ? ตุมฺหากํ นิตฺถุนนสทฺทํ สุตฺวาติ. ‘‘เตน หิ เม โอกาสํ กโรถา’’ติ วตฺวา เวทนํ วิกฺขมฺเภตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา ทหรสฺส สญฺญํ อทาสิ ‘‘คจฺฉาวุโส, อิทานิ ราชานํ อเมฺห วนฺทาเปหี’’ติ. ทหโร คนฺตฺวา ‘‘อิทานิ กิร เถรํ วนฺทถา’’ติ อาห. ราชา สุสุมารปติเตน เถรํ วนฺทนฺโต ‘‘นาหํ อยฺยสฺส อรหตฺตํ วนฺทามิ, ปุถุชฺชนภูมิยํ ปน ฐตฺวา รกฺขิตสีลเมว วนฺทามี’’ติ อาห. เอวํ สีเลน ปญฺญํ โธวติ นาม. เสสํ วุตฺตเมว. ฉฏฺฐาทีสุ นตฺถิ วตฺตพฺพํ.

มิคสาลาสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อากงฺขวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.