๑๐. ทุติยอริยาวาสสุตฺตวณฺณนา
๒๐. ทสเม กสฺมา ปน ภควา กุรุสุ วิหรนฺโต อิมํ สุตฺตํ อภาสีติ อาห ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ. กุรุรฏฺฐํ กิร ตทา ตนฺนิวาสิสตฺตานํ โยนิโสมนสิการวนฺตตาทินา เยภุยฺเยน สุปฺปฏิปนฺนตาย ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตาพเลน วา ตทา อุตุอาทิสมฺปตฺติยุตฺตเมว อโหสิ. เกจิ ปน ‘‘ปุพฺเพ ปวตฺตกุรุวตฺตธมฺมานุฏฺฐานวาสนาย อุตฺตรกุรุ วิย เยภุยฺเยน อุตุอาทิสมฺปนฺนเมว โหติ. ภควโต กาเล สาติสยํ อุตุสปฺปายาทิยุตฺตํ รฏฺฐํ อโหสี’’ติ วทนฺติ. ตตฺถ ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย อุตุปจฺจยาทิสมฺปนฺนตฺตา ตสฺส รฏฺฐสฺส สปฺปายอุตุปจฺจยเสวเนน นิจฺจํ กลฺลสรีรา กลฺลจิตฺตา จ โหนฺติ. เต จิตฺตสรีรกลฺลตาย อนุคฺคหิตปญฺญาพลา คมฺภีรกถํ ปฏิคฺคเหตุํ สมตฺถา ปฏิจฺจสมุปฺปาทนิสฺสิตานํ คมฺภีรปญฺญานญฺจ การกา โหนฺติ. เตนาห ‘‘กุรุรฏฺฐวาสิโน ภิกฺขู คมฺภีรปญฺญาการกา’’ติอาทิ.
ยุตฺตปฺปยุตฺตาติ สติปฏฺฐานภาวนาย ยุตฺตา เจว ปยุตฺตา จ. ตสฺมิญฺหิ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๓; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๖) ชนปเท จตสฺโส ปริสา ปกติยาว สติปฏฺฐานภาวนานุโยคมนุยุตฺตา วิหรนฺติ, อนฺตมโส ทาสกมฺมกรปริชนาปิ สติปฏฺฐานปฺปฏิสํยุตฺตเมว กถํ กเถนฺติ. อุทกติตฺถสุตฺตกนฺตนฏฺฐานาทีสุปิ นิรตฺถกกถา นาม นปฺปวตฺตติ. สเจ กาจิ อิตฺถี, ‘‘อมฺม, ตฺวํ กตรํ สติปฏฺฐานภาวนํ มนสิ กโรสี’’ติ ปุจฺฉิตา ‘‘น กิญฺจี’’ติ วทติ, ตํ ครหนฺติ ‘‘ธีรตฺถุ ตว ชีวิตํ, ชีวมานาปิ ตฺวํ มตสทิสา’’ติ. อถ นํ ‘‘มา ทานิ ปุน เอวมกาสี’’ติ โอวทิตฺวา อญฺญตรํ สติปฏฺฐานํ อุคฺคณฺหาเปนฺติ. ยา ปน ‘‘อหํ อสุกํ สติปฏฺฐานํ นาม มนสิ กโรมี’’ติ วทติ, ตสฺสา ‘‘สาธุ สาธู’’ติ สาธุการํ ทตฺวา ‘‘ตว ชีวิตํ สุชีวิตํ, ตฺวํ นาม มนุสฺสตฺตํ ปตฺตา, ตวตฺถาย สมฺมาสมฺพุทฺโธ อุปฺปนฺโน’’ติอาทีหิ ปสํสนฺติ. น เกวลญฺเจตฺถ มนุสฺสชาติกาเยว สติปฏฺฐานมนสิการยุตฺตา, เต นิสฺสาย วิหรนฺตา ติรจฺฉานคตาปิ.
ตตฺริทํ วตฺถุ – เอโก กิร นฏโก สุวโปตกํ คเหตฺวา สิกฺขาเปนฺโต วิจรติ. โส ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ อุปนิสฺสาย วสิตฺวา คมนกาเล สุวโปตกํ ปมุสฺสิตฺวา คโต. ตํ สามเณริโย คเหตฺวา ปฏิชคฺคึสุ, ‘‘พุทฺธรกฺขิโต’’ติ จสฺส นามํ อกํสุ. ตํ เอกทิวสํ ปุรโต นิสินฺนํ ทิสฺวา มหาเถรี อาห ‘‘พุทฺธรกฺขิตา’’ติ. กึ, อยฺโยติ. อตฺถิ เต โกจิ ภาวนามนสิกาโรติ? นตฺถยฺเยติ. อาวุโส, ปพฺพชิตานํ สนฺติเก วสนฺเตน นาม วิสฺสฏฺฐอตฺตภาเวน ภวิตุํ น วฏฺฏติ, โกจิเทว มนสิกาโร อิจฺฉิตพฺโพ, ตฺวํ ปน อญฺญํ น สกฺขิสฺสสิ, ‘‘อฏฺฐิ อฏฺฐี’’ติ สชฺฌายํ กโรหีติ. โส เถริยา โอวาเท ฐตฺวา ‘‘อฏฺฐิ อฏฺฐี’’ติ สชฺฌายนฺโต จรติ.
ตํ เอกทิวสํ ปาโตว โตรณคฺเค นิสีทิตฺวา พาลาตปํ ตปมานํ เอโก สกุโณ นขปญฺชเรน อคฺคเหสิ. โส ‘‘กิริ กิรี’’ติ สทฺทมกาสิ. สามเณริโย สุตฺวา, ‘‘อยฺเย, พุทฺธรกฺขิโต สกุเณน คหิโต, โมเจม น’’นฺติ เลฑฺฑุอาทีนิ คเหตฺวา อนุพนฺธิตฺวา โมเจสุํ. ตํ อาเนตฺวา ปุรโต ฐปิตํ เถรี อาห, ‘‘พุทฺธรกฺขิต, สกุเณน คหิตกาเล กึ จินฺเตสี’’ติ. อยฺเย, น อญฺญํ จินฺเตสึ, ‘‘อฏฺฐิปุญฺโชว อฏฺฐิปุญฺชํ คเหตฺวา คจฺฉติ, กตรสฺมึ ฐาเน วิปฺปกิริสฺสตี’’ติ เอวํ, อยฺเย, อฏฺฐิปุญฺชเมว จินฺเตสินฺติ. สาธุ สาธุ, พุทฺธรกฺขิต, อนาคเต ภวกฺขยสฺส เต ปจฺจโย ภวิสฺสตีติ. เอวํ ตตฺถ ติรจฺฉานคตาปิ สติปฏฺฐานมนสิการยุตฺตา.
ทีฆนิกายาทีสุ มหานิทานาทีนีติ ทีฆนิกาเย มหานิทานํ (ที. นิ. ๒.๙๕ อาทโย) สติปฏฺฐานํ (ที. นิ. ๒.๓๗๒ อาทโย) มชฺฌิมนิกาเย สติปฏฺฐานํ (ม. นิ. ๑.๑๐๕ อาทโย) สาโรปมํ (ม. นิ. ๑.๓๐๗ อาทโย) รุกฺโขปมํ รฏฺฐปาลํ มาคณฺฑิยํ อาเนญฺชสปฺปายนฺติ (ม. นิ. ๓.๖๖ อาทโย) เอวมาทีนิ.
ญาณาทโยติ ญาณญฺเจว ตํสมฺปยุตฺตธมฺมา จ. เตนาห ‘‘ญาณนฺติ วุตฺเต’’ติอาทิ. ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตานิ ลพฺภนฺติ เตหิ วินา สมฺปชานตาย อสมฺภวโต. มหาจิตฺตานีติ อฏฺฐปิ มหากิริยจิตฺตานิ ลพฺภนฺติ ‘‘สตตวิหารา’’ติ วจนโต ญาณุปฺปตฺติปจฺจยรหิตกาเลปิ ปวตฺติโชตนโต. ทส จิตฺตานีติ อฏฺฐ มหากิริยจิตฺตานิ หสิตุปฺปาทโวฏฺฐพฺพนจิตฺเตหิ สทฺธึ ทส จิตฺตานิ ลพฺภนฺติ. อรชฺชนาทุสฺสนวเสน ปวตฺติ เตสมฺปิ สาธารณาติ. ‘‘อุเปกฺขโก วิหรตี’’ติ วจนโต ฉฬงฺคุเปกฺขาวเสน อาคตานํ อิเมสํ สตตวิหารานํ โสมนสฺสํ กถํ ลพฺภตีติ อาห ‘‘อาเสวนวเสน ลพฺภตี’’ติ. กิญฺจาปิ ขีณาสโว อิฏฺฐานิฏฺเฐปิ อารมฺมเณ มชฺฌตฺโต วิย พหุลํ อุเปกฺขโก วิหรติ อตฺตโน ปริสุทฺธปกติภาวาวิชหนโต. กทาจิ ปน ตถา เจโตภิสงฺขาราภาเว ยํ ตํ สภาวโต อิฏฺฐํ อารมฺมณํ, ตตฺถ ยาถาวสภาวคฺคหณวเสนปิ อรหโต จิตฺตํ โสมนสฺสสหคตํ หุตฺวา ปวตฺตเตว, ตญฺจ โข ปุพฺพาเสวนวเสน. เตน วุตฺตํ ‘‘อาเสวนวเสน ลพฺภตี’’ติ. อารกฺขกิจฺจํ สาเธติ สติเวปุลฺลปฺปตฺตตฺตา. จรโตติอาทินา นิจฺจสมาทานํ ทสฺเสติ, ตํ วิกฺเขปาภาเวน ทฏฺฐพฺพํ.
ปพฺพชฺชูปคตาติ ยํ กิญฺจิ ปพฺพชฺชํ อุปคตา, น สมิตปาปา. โภวาทิโนติ ชาติมตฺตพฺราหฺมเณ วทติ. ปาเฏกฺกสจฺจานีติ เตหิ เตหิ ทิฏฺฐิคติเกหิ ปาฏิเยกฺกํ คหิตานิ ‘‘อิทเมว สจฺจ’’นฺติ อภินิวิฏฺฐานิ ทิฏฺฐิสจฺจาทีนิ. ตานิปิ หิ ‘‘อิทเมว สจฺจ’’นฺติ คหณํ อุปาทาย ‘‘สจฺจานี’’ติ โวหรียนฺติ. เตนาห ‘‘อิทเมวา’’ติอาทิ. นีหฏานีติ อตฺตโน สนฺตานโต นีหริตานิ อปนีตานิ. คหิตคฺคหณสฺสาติ อริยมคฺคาธิคมโต ปุพฺเพ คหิตสฺส ทิฏฺฐิคฺคาหสฺส. วิสฺสฏฺฐภาวเววจนานีติ อริยมคฺเคน สพฺพโส ปริจฺจาคภาวสฺส อธิวจนานิ.
นตฺถิ เอตาสํ วโย เวกลฺลนฺติ อวยาติ อาห ‘‘อนูนา’’ติ, อนวเสโสติ อตฺโถ. เอสนาติ กาเมสนาทโย. มคฺคสฺส กิจฺจนิปฺผตฺติ กถิตา ราคาทีนํ ปหีนภาวทีปนโต. ปจฺจเวกฺขณผลํ กถิตนฺติ ปจฺจเวกฺขณมุเขน อริยผลํ กถิตํ. อธิคเต หิ อคฺคผเล สพฺพโส ราคาทีนํ อนุปฺปาทธมฺมตํ ปชานาติ, ตญฺจ ปชานนํ ปจฺจเวกฺขณญาณนฺติ.
ทุติยอริยาวาสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นาถวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.