๒. นาถวคฺโค

๑-๔. เสนาสนสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๑-๑๔. ทุติยสฺส ปฐเม นาติทูรนฺติ โคจรฏฺฐานโต อฑฺฒคาวุตโต โอรภาคตาย นาติทูรํ. นาจฺจาสนฺนนฺติ ปจฺฉิเมน ปมาเณน โคจรฏฺฐานโต ปญฺจธนุสติกตาย น อติอาสนฺนํ. ตาย จ ปน นาติทูรนาจฺจาสนฺนตาย โคจรฏฺฐานปฏิปริสฺสยาทิรหิตมคฺคตาย จ คมนสฺส จ อาคมนสฺส จ ยุตฺตรูปตฺตา คมนาคมนสมฺปนฺนํ. ทิวสภาเค มหาชนสํกิณฺณตาภาเวน ทิวา อปฺปากิณฺณํ. อภาวตฺโถ หิ อยํ อปฺป-สทฺโท ‘‘อปฺปิจฺโฉ’’ติอาทีสุ วิย. รตฺติยํ มนุสฺสสทฺทาภาเวน รตฺตึ อปฺปสทฺทํ. สพฺพทาปิ ชนสนฺนิปาตนิคฺโฆสาภาเวน อปฺปนิคฺโฆสํ.

อปฺปกสิเรนาติ อกสิเรน สุเขเนว. สีลาทิคุณานํ ถิรภาวปฺปตฺติยา เถรา. สุตฺตเคยฺยาทิ พหุ สุตํ เอเตสนฺติ พหุสฺสุตา. ตมุคฺคหธารเณน สมฺมเทว ครูนํ สนฺติเก อาคมิตภาเวน จ อาคโต ปริยตฺติธมฺมสงฺขาโต อาคโม เอเตสนฺติ อาคตาคมา. สุตฺตาภิธมฺมสงฺขาตสฺส ธมฺมสฺส ธารเณน ธมฺมธรา. วินยสฺส ธารเณน วินยธรา. เตสํ ธมฺมวินยานํ มาติกาย ธารเณน มาติกาธรา. ตตฺถ ตตฺถ ธมฺมปริปุจฺฉาย ปริปุจฺฉติ. อตฺถปริปุจฺฉาย ปริปญฺหติ วีมํสติ วิจาเรติ. อิทํ, ภนฺเต, กถํ, อิมสฺส โก อตฺโถติ ปริปุจฺฉาปริปญฺหาการทสฺสนํ. อวิวฏญฺเจว ปาฬิยา อตฺถํ ปเทสนฺตรปาฬิทสฺสเนน อาคมโต วิวรนฺติ. อนุตฺตานีกตญฺจ ยุตฺติวิภาวเนน อุตฺตานึ กโรนฺติ. กงฺขาฐานิเยสุ ธมฺเมสุ สํสยุปฺปตฺติยา เหตุตาย คณฺฐิฏฺฐานภูเตสุ ปาฬิปฺปเทเสสุ ยาถาวโต วินิจฺฉยปฺปทาเนน กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺติ.

เอตฺถ จ นาติทูรํ นาจฺจาสนฺนํ คมนาคมนสมฺปนฺนนฺติ เอกํ องฺคํ, ทิวา อปฺปากิณฺณํ, รตฺตึ อปฺปสทฺทํ, อปฺปนิคฺโฆสนฺติ เอกํ, อปฺปฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺสนฺติ เอกํ, ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน วิหรนฺตสฺส…เป… ปริกฺขาราติ เอกํ, ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน เถรา…เป… กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺตีติ เอกํ. เอวํ ปญฺจ องฺคานิ เวทิตพฺพานิ. ทุติยาทีนิ อุตฺตานตฺถานิ.

เสนาสนสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕-๖. อปฺปมาทสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๕-๑๖. ปญฺจเม การาปกอปฺปมาโท นาม ‘‘อิเม อกุสลา ธมฺมา ปหาตพฺพา, อิเม กุสลา ธมฺมา อุปสมฺปาเทตพฺพา’’ติ ตํตํปริวชฺเชตพฺพวชฺชนสมฺปาเทตพฺพสมฺปาทนวเสน ปวตฺโต อปฺปมาโท. เอสาติ อปฺปมาโท. โลกิโยว น โลกุตฺตโร. อยญฺจาติ จ เอสาติ จ อปฺปมาทเมว วทติ. เตสนฺติ จาตุภูมกธมฺมานํ. ปฏิลาภกตฺเตนาติ ปฏิลาภาปนกตฺเตน.

ชงฺคลานนฺติ ชงฺคลจารีนํ. ชงฺคล-สทฺโท เจตฺถ ขรภาวสามญฺเญน ปถวีปริยาโย, น อนุปฏฺฐานวิทูรเทสวาจี. เตนาห ‘‘ปถวีตลจารีน’’นฺติ. ปทานํ วุจฺจมานตฺตา ‘‘สปาทกปาณาน’’นฺติ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ. สโมธานนฺติ อนฺโตคธภาวํ. เตนาห ‘‘โอธานํ ปกฺเขป’’นฺติ. ‘‘อุปกฺเขป’’นฺติปิ ปฐนฺติ, อุปเนตฺวา ปกฺขิปิตพฺพนฺติ อตฺโถ. วสฺสิกาย ปุปฺผํ วสฺสิกํ ยถา ‘‘อามลกิยา ผลํ อามลก’’นฺติ. มหาตลสฺมินฺติ อุปริปาสาเท. ฉฏฺฐํ อุตฺตานเมว.

อปฺปมาทสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗-๘. ปฐมนาถสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๗-๑๘. สตฺตเม เยหิ สีลาทีหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ธมฺมสรณตาย ธมฺเมเนว นาถติ อาสีสติ อภิภวตีติ นาโถ วุจฺจติ, เต ตสฺส นาถภาวกรา ธมฺมา นาถกรณาติ วุตฺตาติ อาห ‘‘อตฺตโน สนาถภาวกรา ปติฏฺฐกราติ อตฺโถ’’ติ. ตตฺถ อตฺตโน ปติฏฺฐกราติ ยสฺส นาถภาวกรา, ตสฺส อตฺตโน ปติฏฺฐาวิธายิโน. อปฺปติฏฺโฐ อนาโถ, สปฺปติฏฺโฐ สนาโถติ ปติฏฺฐตฺโถ นาถ-สทฺโท. กลฺยาณคุณโยคโต กลฺยาณาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สีลาทิคุณสมฺปนฺนา’’ติ อาห. มิชฺชนลกฺขณา เมตฺตา เอตสฺส อตฺถีติ มิตฺโต. โส วุตฺตนเยน กลฺยาโณ อสฺส อตฺถีติ ตสฺส อตฺถิตามตฺตํ กลฺยาณมิตฺตปเทน วุตฺตํ. อสฺส เตน สพฺพกาลํ อวิชหิตวาโสติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กลฺยาณสหาโย’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘เตวสฺสา’’ติ. เต เอว กลฺยาณมิตฺตา อสฺส ภิกฺขุโน. สห อยนโตติ สห ปวตฺตนโต. อสโมธาเน จิตฺเตน, สโมธาเน ปน จิตฺเตน เจว กาเยน จ สมฺปวงฺโก. สุขํ วโจ เอตสฺมึ อนุกูลคาหิมฺหิ อาทรคารววติ ปุคฺคเลติ สุวโจ. เตนาห ‘‘สุเขน วตฺตพฺโพ’’ติอาทิ. ขโมติ ขนฺโต. ตเมวสฺส ขมภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘คาเฬฺหนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วามโตติ มิจฺฉา, อโยนิโส วา คณฺหาติ. ปฏิปฺผรตีติ ปฏาณิกภาเวน ติฏฺฐติ. ปทกฺขิณํ คณฺหาตีติ สมฺมา, โยนิโส วา คณฺหาติ.

อุจฺจาวจานีติ วิปุลขุทฺทกานิ. ตตฺรุปคมนิยายาติ ตตฺร ตตฺร มหนฺเต ขุทฺทเก จ กมฺเม สาธนวเสน อุปาเยน อุปคจฺฉนฺติยา, ตสฺส ตสฺส กมฺมสฺส นิปฺผาทเน สมตฺถายาติ อตฺโถ. ตตฺรุปายายาติ วา ตตฺร ตตฺร กมฺเม สาเธตพฺเพ อุปายภูตาย.

ธมฺเม อสฺส กาโมติ ธมฺมกาโมติ พฺยธิกรณานมฺปิ พาหิรตฺโถ สมาโส โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ. กาเมตพฺพโต วา ปิยายิตพฺพโต กาโม, ธมฺโม. ธมฺโม กาโม อสฺสาติ ธมฺมกาโม. ธมฺโมติ ปริยตฺติธมฺโม อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ ปิยายตีติ อตฺโถ’’ติ. สมุทาหรณํ กถนํ สมุทาหาโร, ปิโย สมุทาหาโร เอตสฺสาติ ปิยสมุทาหาโร. สยญฺจาติ เอตฺถ จ-สทฺเทน ‘‘สกฺกจฺจ’’นฺติ ปทํ อนุกฑฺฒติ. เตน สยญฺจ สกฺกจฺจํ เทเสตุกาโม โหตีติ โยชนา. อภิธมฺโม สตฺต ปกรณานิ ‘‘อธิโก อภิวิสิฏฺโฐ จ ปริยตฺติธมฺโม’’ติ กตฺวา. วินโย อุภโตวิภงฺคา วินยนโต กายวาจานํ. อภิวินโย ขนฺธกปริวารา วิเสสโต อาภิสมาจาริกธมฺมกิตฺตนโต. อาภิสมาจาริกธมฺมปาริปูริวเสเนว หิ อาทิพฺรหฺมจริยกธมฺมปาริปูรี. ธมฺโม เอว ปิฏกทฺวยสฺสปิ ปริยตฺติธมฺมภาวโต. มคฺคผลานิ อภิธมฺโม ‘‘นิพฺพานธมฺมสฺส อภิมุโข’’ติ กตฺวา. กิเลสวูปสมกรณํ ปุพฺพภาคิยา ติสฺโส สิกฺขา สงฺเขปโต วิวฏฺฏนิสฺสิโต สมโถ วิปสฺสนา จ. อุฬารปาโมชฺโชติ พลวปาโมชฺโช. การณตฺเถติ นิมิตฺตตฺเถ. กุสลธมฺมนิมิตฺตํ หิสฺส วีริยารมฺโภ. เตนาห ‘‘เตสํ อธิคมตฺถายา’’ติ. กุสเลสุ ธมฺเมสูติ วา นิปฺผาเทตพฺเพ ภุมฺมํ ยถา ‘‘เจตโส อวูปสเม อโยนิโสมนสิการปทฏฺฐาน’’นฺติ. อฏฺฐเม นตฺถิ วตฺตพฺพํ.

ปฐมนาถสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. ปฐมอริยาวาสสุตฺตวณฺณนา

๑๙. นวเม อริยานํ เอว อาวาสาติ อริยาวาสา อนริยานํ ตาทิสานํ อสมฺภวโต. อริยาติ เจตฺถ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน ขีณาสวา คหิตา. เต จ ยสฺมา เตหิ สพฺพกาลํ อวิชหิตวาสา เอว, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เต อาวสึสุ อาวสนฺติ อาวสิสฺสนฺตี’’ติ. ตตฺถ อาวสึสูติ นิสฺสาย อาวสึสุ. ปญฺจงฺควิปฺปหีนตาทโย หิ อริยานํ อปสฺสยา. เตสุ ปญฺจงฺควิปฺปหานปจฺเจกสจฺจปโนทนเอสนาโอสฏฺฐานิ, ‘‘สงฺขาเยกํ ปฏิเสวติ, อธิวาเสติ ปริวชฺเชติ วิโนเทตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๐๘; ม. นิ. ๒.๑๖๘; อ. นิ. ๑๐.๒๐) วุตฺเตสุ อปสฺเสเนสุ วิโนทนญฺจ มคฺคกิจฺจาเนว, อิตเร มคฺเคน จ สมิชฺฌนฺตีติ.

ปฐมอริยาวาสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ทุติยอริยาวาสสุตฺตวณฺณนา

๒๐. ทสเม กสฺมา ปน ภควา กุรุสุ วิหรนฺโต อิมํ สุตฺตํ อภาสีติ อาห ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ. กุรุรฏฺฐํ กิร ตทา ตนฺนิวาสิสตฺตานํ โยนิโสมนสิการวนฺตตาทินา เยภุยฺเยน สุปฺปฏิปนฺนตาย ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตาพเลน วา ตทา อุตุอาทิสมฺปตฺติยุตฺตเมว อโหสิ. เกจิ ปน ‘‘ปุพฺเพ ปวตฺตกุรุวตฺตธมฺมานุฏฺฐานวาสนาย อุตฺตรกุรุ วิย เยภุยฺเยน อุตุอาทิสมฺปนฺนเมว โหติ. ภควโต กาเล สาติสยํ อุตุสปฺปายาทิยุตฺตํ รฏฺฐํ อโหสี’’ติ วทนฺติ. ตตฺถ ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย อุตุปจฺจยาทิสมฺปนฺนตฺตา ตสฺส รฏฺฐสฺส สปฺปายอุตุปจฺจยเสวเนน นิจฺจํ กลฺลสรีรา กลฺลจิตฺตา จ โหนฺติ. เต จิตฺตสรีรกลฺลตาย อนุคฺคหิตปญฺญาพลา คมฺภีรกถํ ปฏิคฺคเหตุํ สมตฺถา ปฏิจฺจสมุปฺปาทนิสฺสิตานํ คมฺภีรปญฺญานญฺจ การกา โหนฺติ. เตนาห ‘‘กุรุรฏฺฐวาสิโน ภิกฺขู คมฺภีรปญฺญาการกา’’ติอาทิ.

ยุตฺตปฺปยุตฺตาติ สติปฏฺฐานภาวนาย ยุตฺตา เจว ปยุตฺตา จ. ตสฺมิญฺหิ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๓; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๖) ชนปเท จตสฺโส ปริสา ปกติยาว สติปฏฺฐานภาวนานุโยคมนุยุตฺตา วิหรนฺติ, อนฺตมโส ทาสกมฺมกรปริชนาปิ สติปฏฺฐานปฺปฏิสํยุตฺตเมว กถํ กเถนฺติ. อุทกติตฺถสุตฺตกนฺตนฏฺฐานาทีสุปิ นิรตฺถกกถา นาม นปฺปวตฺตติ. สเจ กาจิ อิตฺถี, ‘‘อมฺม, ตฺวํ กตรํ สติปฏฺฐานภาวนํ มนสิ กโรสี’’ติ ปุจฺฉิตา ‘‘น กิญฺจี’’ติ วทติ, ตํ ครหนฺติ ‘‘ธีรตฺถุ ตว ชีวิตํ, ชีวมานาปิ ตฺวํ มตสทิสา’’ติ. อถ นํ ‘‘มา ทานิ ปุน เอวมกาสี’’ติ โอวทิตฺวา อญฺญตรํ สติปฏฺฐานํ อุคฺคณฺหาเปนฺติ. ยา ปน ‘‘อหํ อสุกํ สติปฏฺฐานํ นาม มนสิ กโรมี’’ติ วทติ, ตสฺสา ‘‘สาธุ สาธู’’ติ สาธุการํ ทตฺวา ‘‘ตว ชีวิตํ สุชีวิตํ, ตฺวํ นาม มนุสฺสตฺตํ ปตฺตา, ตวตฺถาย สมฺมาสมฺพุทฺโธ อุปฺปนฺโน’’ติอาทีหิ ปสํสนฺติ. น เกวลญฺเจตฺถ มนุสฺสชาติกาเยว สติปฏฺฐานมนสิการยุตฺตา, เต นิสฺสาย วิหรนฺตา ติรจฺฉานคตาปิ.

ตตฺริทํ วตฺถุ – เอโก กิร นฏโก สุวโปตกํ คเหตฺวา สิกฺขาเปนฺโต วิจรติ. โส ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ อุปนิสฺสาย วสิตฺวา คมนกาเล สุวโปตกํ ปมุสฺสิตฺวา คโต. ตํ สามเณริโย คเหตฺวา ปฏิชคฺคึสุ, ‘‘พุทฺธรกฺขิโต’’ติ จสฺส นามํ อกํสุ. ตํ เอกทิวสํ ปุรโต นิสินฺนํ ทิสฺวา มหาเถรี อาห ‘‘พุทฺธรกฺขิตา’’ติ. กึ, อยฺโยติ. อตฺถิ เต โกจิ ภาวนามนสิกาโรติ? นตฺถยฺเยติ. อาวุโส, ปพฺพชิตานํ สนฺติเก วสนฺเตน นาม วิสฺสฏฺฐอตฺตภาเวน ภวิตุํ น วฏฺฏติ, โกจิเทว มนสิกาโร อิจฺฉิตพฺโพ, ตฺวํ ปน อญฺญํ น สกฺขิสฺสสิ, ‘‘อฏฺฐิ อฏฺฐี’’ติ สชฺฌายํ กโรหีติ. โส เถริยา โอวาเท ฐตฺวา ‘‘อฏฺฐิ อฏฺฐี’’ติ สชฺฌายนฺโต จรติ.

ตํ เอกทิวสํ ปาโตว โตรณคฺเค นิสีทิตฺวา พาลาตปํ ตปมานํ เอโก สกุโณ นขปญฺชเรน อคฺคเหสิ. โส ‘‘กิริ กิรี’’ติ สทฺทมกาสิ. สามเณริโย สุตฺวา, ‘‘อยฺเย, พุทฺธรกฺขิโต สกุเณน คหิโต, โมเจม น’’นฺติ เลฑฺฑุอาทีนิ คเหตฺวา อนุพนฺธิตฺวา โมเจสุํ. ตํ อาเนตฺวา ปุรโต ฐปิตํ เถรี อาห, ‘‘พุทฺธรกฺขิต, สกุเณน คหิตกาเล กึ จินฺเตสี’’ติ. อยฺเย, น อญฺญํ จินฺเตสึ, ‘‘อฏฺฐิปุญฺโชว อฏฺฐิปุญฺชํ คเหตฺวา คจฺฉติ, กตรสฺมึ ฐาเน วิปฺปกิริสฺสตี’’ติ เอวํ, อยฺเย, อฏฺฐิปุญฺชเมว จินฺเตสินฺติ. สาธุ สาธุ, พุทฺธรกฺขิต, อนาคเต ภวกฺขยสฺส เต ปจฺจโย ภวิสฺสตีติ. เอวํ ตตฺถ ติรจฺฉานคตาปิ สติปฏฺฐานมนสิการยุตฺตา.

ทีฆนิกายาทีสุ มหานิทานาทีนีติ ทีฆนิกาเย มหานิทานํ (ที. นิ. ๒.๙๕ อาทโย) สติปฏฺฐานํ (ที. นิ. ๒.๓๗๒ อาทโย) มชฺฌิมนิกาเย สติปฏฺฐานํ (ม. นิ. ๑.๑๐๕ อาทโย) สาโรปมํ (ม. นิ. ๑.๓๐๗ อาทโย) รุกฺโขปมํ รฏฺฐปาลํ มาคณฺฑิยํ อาเนญฺชสปฺปายนฺติ (ม. นิ. ๓.๖๖ อาทโย) เอวมาทีนิ.

ญาณาทโยติ ญาณญฺเจว ตํสมฺปยุตฺตธมฺมา จ. เตนาห ‘‘ญาณนฺติ วุตฺเต’’ติอาทิ. ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตานิ ลพฺภนฺติ เตหิ วินา สมฺปชานตาย อสมฺภวโต. มหาจิตฺตานีติ อฏฺฐปิ มหากิริยจิตฺตานิ ลพฺภนฺติ ‘‘สตตวิหารา’’ติ วจนโต ญาณุปฺปตฺติปจฺจยรหิตกาเลปิ ปวตฺติโชตนโต. ทส จิตฺตานีติ อฏฺฐ มหากิริยจิตฺตานิ หสิตุปฺปาทโวฏฺฐพฺพนจิตฺเตหิ สทฺธึ ทส จิตฺตานิ ลพฺภนฺติ. อรชฺชนาทุสฺสนวเสน ปวตฺติ เตสมฺปิ สาธารณาติ. ‘‘อุเปกฺขโก วิหรตี’’ติ วจนโต ฉฬงฺคุเปกฺขาวเสน อาคตานํ อิเมสํ สตตวิหารานํ โสมนสฺสํ กถํ ลพฺภตีติ อาห ‘‘อาเสวนวเสน ลพฺภตี’’ติ. กิญฺจาปิ ขีณาสโว อิฏฺฐานิฏฺเฐปิ อารมฺมเณ มชฺฌตฺโต วิย พหุลํ อุเปกฺขโก วิหรติ อตฺตโน ปริสุทฺธปกติภาวาวิชหนโต. กทาจิ ปน ตถา เจโตภิสงฺขาราภาเว ยํ ตํ สภาวโต อิฏฺฐํ อารมฺมณํ, ตตฺถ ยาถาวสภาวคฺคหณวเสนปิ อรหโต จิตฺตํ โสมนสฺสสหคตํ หุตฺวา ปวตฺตเตว, ตญฺจ โข ปุพฺพาเสวนวเสน. เตน วุตฺตํ ‘‘อาเสวนวเสน ลพฺภตี’’ติ. อารกฺขกิจฺจํ สาเธติ สติเวปุลฺลปฺปตฺตตฺตา. จรโตติอาทินา นิจฺจสมาทานํ ทสฺเสติ, ตํ วิกฺเขปาภาเวน ทฏฺฐพฺพํ.

ปพฺพชฺชูปคตาติ ยํ กิญฺจิ ปพฺพชฺชํ อุปคตา, น สมิตปาปา. โภวาทิโนติ ชาติมตฺตพฺราหฺมเณ วทติ. ปาเฏกฺกสจฺจานีติ เตหิ เตหิ ทิฏฺฐิคติเกหิ ปาฏิเยกฺกํ คหิตานิ ‘‘อิทเมว สจฺจ’’นฺติ อภินิวิฏฺฐานิ ทิฏฺฐิสจฺจาทีนิ. ตานิปิ หิ ‘‘อิทเมว สจฺจ’’นฺติ คหณํ อุปาทาย ‘‘สจฺจานี’’ติ โวหรียนฺติ. เตนาห ‘‘อิทเมวา’’ติอาทิ. นีหฏานีติ อตฺตโน สนฺตานโต นีหริตานิ อปนีตานิ. คหิตคฺคหณสฺสาติ อริยมคฺคาธิคมโต ปุพฺเพ คหิตสฺส ทิฏฺฐิคฺคาหสฺส. วิสฺสฏฺฐภาวเววจนานีติ อริยมคฺเคน สพฺพโส ปริจฺจาคภาวสฺส อธิวจนานิ.

นตฺถิ เอตาสํ วโย เวกลฺลนฺติ อวยาติ อาห ‘‘อนูนา’’ติ, อนวเสโสติ อตฺโถ. เอสนาติ กาเมสนาทโย. มคฺคสฺส กิจฺจนิปฺผตฺติ กถิตา ราคาทีนํ ปหีนภาวทีปนโต. ปจฺจเวกฺขณผลํ กถิตนฺติ ปจฺจเวกฺขณมุเขน อริยผลํ กถิตํ. อธิคเต หิ อคฺคผเล สพฺพโส ราคาทีนํ อนุปฺปาทธมฺมตํ ปชานาติ, ตญฺจ ปชานนํ ปจฺจเวกฺขณญาณนฺติ.

ทุติยอริยาวาสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นาถวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.