๑๘. อปรอจฺฉราสงฺฆาตวคฺควณฺณนา
๓๘๒. อิทมฺปิ สุตฺตนฺติ เอตฺถ ปิ-สทฺโท เหฏฺฐา วุตฺตจูฬจฺฉราสงฺฆาตสุตฺตํ สมฺปิณฺเฑติ. จูฬจฺฉราสงฺฆาตสุตฺเต อปฺปนํ อปฺปตฺตาย เมตฺตาย ตาวมหนฺโต วิปาโก ทสฺสิโต, กิมงฺคํ ปน อิมิสฺสา อปฺปนาปฺปตฺตาย เมตฺตายาติ ทสฺเสตุํ – ‘‘อปฺปนาปฺปตฺตาย หี’’ติอาทิมาห. วิปากกถาเยว นตฺถีติ วิปาเก กถาเยว นตฺถิ, อยเมว วา ปาโฐ. คณนานุปุพฺพตาติ คณนานุปุพฺพตาย. ปฐมํ อุปฺปนฺนนฺติปิ ปฐมํ, ปฐมํ สมาปชฺชตีติ อิทํ ปน น เอกนฺตลกฺขณํ. จิณฺณวสีภาโว หิ อฏฺฐสมาปตฺติลาภี อาทิโต ปฏฺฐาย มตฺถกํ ปาเปนฺโตปิ สมาปชฺชิตุํ สกฺโกติ, มตฺถกโต ปฏฺฐาย อาทึ ปาเปนฺโตปิ, อนฺตรนฺตรา โอกฺกนฺโตปิ สมาปชฺชิตุํ สกฺโกติ เอว. ปุพฺพุปฺปตฺติยฏฺเฐน ปน ปฐมํ นาม โหติ. วิภงฺเคติ ฌานวิภงฺเค. วิปสฺสนํ กยิรมานํ ลกฺขณูปนิชฺฌานกิจฺจํ มคฺเคน สิชฺฌติ ตคฺคตสมฺโมหวิทฺธํสนโต. อปิจ วิปสฺสนาย ลกฺขณูปนิชฺฌานํ มคฺเคน อุปฺปนฺเนน สิชฺฌติ อิตรถา ปริวตฺตนโต, ตสฺมา มคฺโค ลกฺขณูปนิชฺฌานํ, น อนิจฺจาทิลกฺขณานํ อารมฺมณกรณโต. ยถา ผลํ นิพฺพานสฺส อสงฺขตลกฺขณํ อารมฺมณกรณวเสน อุปนิชฺฌายติ, เอวํ มคฺโคปิ. เอวมฺปิสฺส ลกฺขณูปนิชฺฌานตํ เวทิตพฺพํ. วตฺตพฺพเมว นตฺถิ อริตฺตชฺฌานตาย. เสสํ วิเสสํ, อริตฺตชฺฌานา เอวาติ อตฺโถ.
๓๘๖-๓๘๗. หิตผรณนฺติ สตฺเตสุ หิตานุรูปํ ฌานสฺส ผริตฺวา ปวตฺตนํ. เจโตปฏิปกฺขโต วิมุจฺจติ เอตายาติ เจโตวิมุตฺติ, อปฺปนาปฺปตฺตา เมตฺตา. เตนาห – ‘‘อิธา’’ติอาทิ. เอเสว นโยติ อิมินา กรุณาทีนมฺปิ อปฺปนาปฺปตฺตตํ อติทิสติ. วฏฺฏํ โหนฺติ กมฺมวฏฺฏภาวโต. วฏฺฏปาทา โหนฺตีติ วิปากวฏฺฏสฺส การณํ โหนฺติ.
๓๙๐. อชฺฌตฺตปริกมฺมวเสนาติ อตฺตโน เกสาทีสุ ปริกมฺมกรณวเสน. อฏฺฐารสวิเธติ อฏฺฐารสปฺปเภเท. กาเยติ รูปกาเย. รูปกาโย หิ อิธ องฺคปจฺจงฺคานํ เกสาทีนญฺจ ธมฺมานํ สมูหฏฺเฐน หตฺถิกายรถกายาทโย วิย กาโยติ อธิปฺเปโต. สมูหวิสยตาย จสฺส กายสทฺทสฺส สมุทายูปาทนตาย จ อสุภาการสฺส ‘‘กาเย’’ติ เอกวจนํ. ตถา อารมฺมณาทิวิภาเคน อเนกเภทภินฺนมฺปิ จิตฺตํ จิตฺตภาวสามญฺเญน เอกชฺฌํ คเหตฺวา ‘‘จิตฺเต’’ติ เอกวจนํ กตํ. กายานุปสฺสีติ อิมสฺส อตฺถํ ทสฺเสตุํ – ‘‘ตเมว กายํ ปญฺญาย อนุปสฺสนฺโต’’ติ อาห. ตเมว กายนฺติ จ อวธารเณน เวทนาทิอนุปสฺสนํ นิวตฺเตติ. เตน จ ปุน กายคฺคหณสฺส ปโยชนํ สูจิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘กาเย’’ติ หิ วตฺวาปิ ปุน ‘‘กายานุปสฺสี’’ติ ทุติยํ กายคฺคหณํ อสมฺมิสฺสโต ววตฺถานฆนวินิพฺโภคาทิทสฺสนตฺถํ กตํ. เตน เวทนาทโยปิ เอตฺถ สิตา, เอตฺถ ปฏิพทฺธาติ กายเวทนาทิอนุปสฺสนปฺปสงฺเคปิ อาปนฺเน น กาเย เวทนานุปสฺสี จิตฺตานุปสฺสี ธมฺมานุปสฺสี วา. อถ โข กายานุปสฺสีเยวาติ กายสงฺขาตวตฺถุสฺมึ กายานุปสฺสนาการสฺเสว ทสฺสเนน อสมฺมิสฺสโต ววตฺถานํ ทสฺสิตํ โหติ. ตถา น กาเย องฺคปจฺจงฺควินิมุตฺตเอกธมฺมานุปสฺสี, นาปิ เกสโลมาทิวินิมุตฺตอิตฺถิปุริสานุปสฺสี. โยปิ เจตฺถ เกสโลมาทิโก ภูตุปาทายสมูหสงฺขาโต กาโย, กตฺถปิ น ภูตุปาทายวินิมุตฺตเอกธมฺมานุปสฺสี, อถ โข รถสมฺภารานุปสฺสโก วิย องฺคปจฺจงฺคสมูหานุปสฺสี, นาคราวยวานุปสฺสโก วิย เกสโลมาทิสมูหานุปสฺสี, กทลิกฺขนฺธปตฺตวฏฺฏิวินิพฺภุชฺชโก ริตฺตมุฏฺฐิวินิเวฐโก วิย จ ภูตุปาทายสมูหานุปสฺสีเยวาติ นานปฺปการโต สมูหวเสเนว กายสงฺขาตสฺส วตฺถุโน ทสฺสเนน ฆนวินิพฺโภโค ทสฺสิโต โหติ. น เหตฺถ ยถาวุตฺตสมูหวินิมุตฺโต กาโย วา อิตฺถี วา ปุริโส วา อญฺโญ วา โกจิ ธมฺโม ทิสฺสติ, ยถาวุตฺตธมฺมสมูหมตฺเตเยว ปน ตถา ตถา สตฺตา มิจฺฉาภินิเวสํ กโรนฺติ.
อฏฺฐารสวิเธนาติ อฏฺฐารสวิธา. สติปฏฺฐานภาวกสฺสาติ สติปฏฺฐานภาวํ ภาเวนฺตสฺส. ตีสุ ภเวสุ กิเลเส อาตเปตีติ อาตาโป, วีริยสฺเสตํ นามํ. ยทิปิ หิ กิเลสานํ ปหานํ อาตาปนนฺติ, ตํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนมฺปิ อตฺเถว. อาตปสทฺโท วิย ปน อาตาปสทฺโทปิ วีริเยว นิรุโฬฺห. อถ วา ปฏิปกฺขปฺปหาเน สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อพฺภุสฺสหนวเสน ปวตฺตมานสฺส วีริยสฺส สาติสยํ ตทาตาปนนฺติ วีริยเมว ตถา วุจฺจติ, น อญฺญธมฺมา, ตสฺมา อาตาโปติ วีริยสฺส นามํ, โส อสฺส อตฺถีติ อาตาปี. อยญฺจ อีกาโร ปสํสาย อติสยสฺส วา ทีปโกติ อาตาปิคฺคหเณน สมฺมปฺปธานสมงฺคิตํ ทสฺเสติ. เตเนวาห – ‘‘อาตาปีติ…เป… วีริเยน วีริยวา’’ติ. สมฺปชาโนติ สมฺปชญฺญสงฺขาเตน ญาเณน สมนฺนาคโต. เตนาห – ‘‘อฏฺฐารสวิเธน…เป… สมฺมา ปชานนฺโต’’ติ. อยํ ปเนตฺถ วจนตฺโถ – สมฺมา สมนฺตโต สามญฺจ ปชานนฺโต สมฺปชาโน, อสมฺมิสฺสโต ววตฺถาเน อญฺญธมฺมานุปสฺสิตาภาเวน สมฺมา อวิปรีตํ สพฺพาการปฺปชาเนน สมนฺตโต อุปรูปริวิเสสาวหภาเวน ปวตฺติยา สมฺมา ปชานนฺโตติ อตฺโถ.
กาโย จ อิธ ลุชฺชนปฺปลุชฺชนฏฺเฐน โลโกติ อธิปฺเปโตติ อาห – ‘‘ตสฺมึเยว กายสงฺขาเต โลเก’’ติ. ปญฺจกามคุณิกตณฺหนฺติ รูปาทีสุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ ปวตฺตมานํ ตณฺหํ. ยสฺมา ปเนตฺถ อภิชฺฌาคหเณน กามจฺฉนฺโท, โทมนสฺสคฺคหเณน พฺยาปาโท สงฺคหํ คจฺฉติ, ตสฺมา นีวรณปริยาปนฺนพลวธมฺมทฺวยทสฺสเนน นีวรณปฺปหานํ วุตฺตํ โหตีติ เวทิตพฺพํ. วิเสเสน เจตฺถ อภิชฺฌาวินเยน กายสมฺปตฺติมูลกสฺส อนุโรธสฺส, โทมนสฺสวินเยน กายวิปตฺติมูลกสฺส วิโรธสฺส, อภิชฺฌาวินเยน จ กาเย อภิรติยา, โทมนสฺสวินเยน กายภาวนาย อนภิรติยา, อภิชฺฌาวินเยน กาเย อภูตานํ สุภสุขภาวาทีนํ ปกฺเขปสฺส, โทมนสฺสวินเยน กาเย ภูตานํ อสุภาสุขภาวาทีนํ อปนยนสฺส จ ปหานํ วุตฺตํ. เตน โยคาวจรสฺส โยคานุภาโว โยคสมตฺถตา จ ทีปิตา โหติ. โยคานุภาโว หิ เอส, ยทิทํ อนุโรธวิโรธวิปฺปมุตฺโต อรติรติสโห อภูตปกฺเขปภูตาปนยนวิรหิโต จ โหติ. อนุโรธวิโรธวิปฺปมุตฺโต เจส อรติรติสโห อภูตํ อปกฺขิปนฺโต ภูตญฺจ อนปเนนฺโต โยคสมตฺโถ โหตีติ. สุทฺธรูปสมฺมสนเมว กถิตนฺติ เกวลํ กายานุปสฺสนาภาวโต วุตฺตํ.
สุขาทิเภทาสุ เวทนาสูติ สุขทุกฺขอทุกฺขมสุขสามิสนิรามิสเภทาสุ เวทนาสุ. ตตฺถ สุขยตีติ สุขา, สมฺปยุตฺตธมฺเม กายญฺจ ลทฺธสฺสาเท กโรตีติ อตฺโถ. สุฏฺฐุ วา ขาทติ, ขนติ วา กายิกํ เจตสิกญฺจ อาพาธนฺติ สุขา, สุกรํ โอกาสทานํ เอติสฺสาติ วา สุขา. ทุกฺขยตีติ ทุกฺขา, สมฺปยุตฺตธมฺเม กายญฺจ ปีเฬติ วิพาธตีติ อตฺโถ. ทุฏฺฐุ วา ขาทติ, ขนติ วา กายิกํ เจตสิกญฺจ สาตนฺติ ทุกฺขา, ทุกฺกรํ โอกาสทานํ เอติสฺสาติ วา ทุกฺขา. ทุกฺขสุขปฺปฏิกฺเขเปน อทุกฺขมสุขาติ อุเปกฺขา วุตฺตา. เวทิยติ อารมฺมณรสํ อนุภวตีติ เวทนา. เวทิยมาโนติ อนุภวมาโน. สุขํ เวทนํ เวทิยามีติ ปชานาตีติ กายิกํ วา เจตสิกํ วา สุขํ เวทนํ เวทิยมาโน ‘‘อหํ สุขํ เวทนํ เวทิยามี’’ติ ปชานาตีติ อตฺโถ. ตตฺถ กามํ อุตฺตานเสยฺยกาปิ ทารกา ถญฺญปิวนาทิกาเล สุขํ เวทนํ เวทิยมานา ‘‘สุขํ เวทนํ เวทิยามา’’ติ ปชานนฺติ, น ปเนตํ เอวรูปํ ปชานนํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอวรูปญฺหิ ชานนํ สตฺตุปลทฺธึ น ชหติ, อตฺตสญฺญํ น อุคฺฆาเฏติ, กมฺมฏฺฐานํ วา สติปฏฺฐานภาวนา วา น โหติ. อิมสฺส ปน ภิกฺขุโน ชานนํ สตฺตุปลทฺธึ ชหติ, อตฺตสญฺญํ อุคฺฆาเฏติ, กมฺมฏฺฐานญฺเจว สติปฏฺฐานภาวนา จ โหติ. อิทญฺหิ ‘‘โก เวทิยติ, ตสฺส เวทนา, กึ การณา เวทนา’’ติ เอวํ สมฺปชานนฺตสฺส เวทิยนํ สนฺธาย วุตฺตํ.
ตตฺถ โก เวทิยตีติ? น โกจิ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา เวทิยติ. กสฺส เวทนาติ? น กสฺสจิ สตฺตสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา เวทนา. กึ การณา เวทนาติ? วตฺถุอารมฺมณา จ ปนสฺส เวทนาติ. ตสฺมา เอส เอวํ ปชานาติ ‘‘ตํ ตํ สุขาทีนํ วตฺถุภูตํ รูปาทึ อารมฺมณํ กตฺวา เวทนาว เวทิยติ, ตํ ปน เวทนาปวตฺตึ อุปาทาย ‘อหํ เวทิยามี’ติ โวหารมตฺตํ โหตี’’ติ. เอวํ ‘‘สุขาทีนํ วตฺถุภูตํ รูปาทึ อารมฺมณํ กตฺวา เวทนาว เวทิยตี’’ติ สลฺลกฺเขนฺโต เอส ‘‘สุขํ เวทนํ เวทิยามี’’ติ ปชานาตีติ เวทิตพฺโพ.
อถ วา สุขํ เวทนํ เวทิยามีติ ปชานาตีติ สุขเวทนากฺขเณ ทุกฺขาย เวทนาย อภาวโต สุขํ เวทนํ เวทิยมาโน ‘‘สุขํ เวทนํเยว เวทิยามี’’ติ ปชานาติ. เตน ยา ปุพฺเพ ภูตปุพฺพา ทุกฺขา เวทนา, ตสฺสา อิทานิ อภาวโต อิมิสฺสา จ สุขาย เวทนาย อิโต ปรํ ปฐมํ อภาวโต ‘‘เวทนา นาม อนิจฺจา อทฺธุวา วิปริณามธมฺมา’’ติ อิติห ตตฺถ สมฺปชาโน โหติ. ทุกฺขํ เวทนํ เวทิยามีติ ปชานาตีติอาทีสุปิ เอเสว นโย.
สามิสํ วา สุขนฺติอาทีสุ ยสฺมา กิเลเสหิ อามสิตพฺพโต อามิสา นาม ปญฺจ กามคุณา. อารมฺมณกรณวเสน สห อามิเสหีติ สามิสา, ตสฺมา สามิสา สุขา นาม ปญฺจกามคุณามิสนิสฺสิตา ฉสุ ทฺวาเรสุ อุปฺปนฺนา ฉเคหสฺสิตา โสมนสฺสเวทนา. สามิสา ทุกฺขา นาม ฉเคหสฺสิตา โทมนสฺสเวทนา. สา จ ฉสุ ทฺวาเรสุ ‘‘อิฏฺฐารมฺมณํ นานุภวิสฺสามิ นานุภวามี’’ติ วิตกฺกยโต อุปฺปนฺนา กามคุณนิสฺสิตา โทมนสฺสเวทนา เวทิตพฺพา. นิรามิสา สุขา นาม ฉเนกฺขมฺมสฺสิตา โสมนสฺสเวทนา. สา จ ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต อนิจฺจาทิวเสน วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อุสฺสุกฺกาเปตุํ สกฺโกนฺตสฺส ‘‘อุสฺสกฺกิตา เม วิปสฺสนา’’ติ โสมนสฺสชาตสฺส อุปฺปนฺนา โสมนสฺสเวทนา ทฏฺฐพฺพา.
นิรามิสา ทุกฺขา นาม ฉเนกฺขมฺมสฺสิตา โทมนสฺสเวทนา. สา ปน ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต อนุตฺตรวิโมกฺขสงฺขาตอริยผลธมฺเมสุ ปิหํ ปฏฺฐเปตฺวา ตทธิคมาย อนิจฺจาทิวเสน วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อุสฺสุกฺกาเปตุํ อสกฺโกนฺตสฺส ‘‘อิมมฺปิ ปกฺขํ อิมมฺปิ มาสํ อิมมฺปิ สํวจฺฉรํ วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อริยภูมึ ปาปุณิตุํ นาสกฺขิ’’นฺติ อนุโสจโต อุปฺปนฺนา โทมนสฺสเวทนา.
สามิสา อทุกฺขมสุขา นาม ฉเคหสฺสิตา อุเปกฺขาเวทนา. สา จ ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต คุฬปิณฺฑเก นิลีนมกฺขิกา วิย รูปาทีนิ อนุวตฺตมานา ตตฺเถว ลคฺคา ลคฺคิตา หุตฺวา อุปฺปนฺนา กามคุณนิสฺสิตา อุเปกฺขาเวทนา. นิรามิสา อทุกฺขมสุขา นาม ฉเนกฺขมฺมสฺสิตา อุเปกฺขาเวทนา. สา ปน ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐาทิอารมฺมเณ อาปาถคเต อิฏฺเฐ อรชฺชนฺตสฺส, อนิฏฺเฐ อทุสฺสนฺตสฺส, อสมเปกฺขเนน อมุยฺหนฺตสฺส อุปฺปนฺนา วิปสฺสนาญาณสมฺปยุตฺตา อุเปกฺขาเวทนา. เอวํ วุตฺตนฺติ มหาสติปฏฺฐานสุตฺเต วุตฺตํ. สาว เวทนา เวทิตพฺพาติ ลุชฺชนปฺปลุชฺชนฏฺเฐน สา เวทนา ‘‘โลโก’’ติ เวทิตพฺพา.
เอวํ วิตฺถาริเตติ ‘‘สราคํ วา จิตฺตํ สราคํ จิตฺตนฺติ ปชานาติ, วีตราคํ วา จิตฺตํ…เป… สโทสํ วา จิตฺตํ, วีตโทสํ วา จิตฺตํ, สโมหํ วา จิตฺตํ, วีตโมหํ วา จิตฺตํ, สํขิตฺตํ วา จิตฺตํ, วิกฺขิตฺตํ วา จิตฺตํ, มหคฺคตํ วา จิตฺตํ, อมหคฺคตํ วา จิตฺตํ, สอุตฺตรํ วา จิตฺตํ, อนุตฺตรํ วา จิตฺตํ, สมาหิตํ วา จิตฺตํ, อสมาหิตํ วา จิตฺตํ, วิมุตฺตํ วา จิตฺตํ, อวิมุตฺตํ วา จิตฺตนฺติ ปชานาตี’’ติ เอวํ สติปฏฺฐานสุตฺเต (ที. นิ. ๒.๓๘๑; ม. นิ. ๑.๑๑๔) วิตฺถาเรตฺวา ทสฺสิเต โสฬสวิเธ จิตฺเต.
ตตฺถ สราคนฺติ อฏฺฐวิธํ โลภสหคตํ. วีตราคนฺติ โลกิยกุสลาพฺยากตํ. อิทํ ปน ยสฺมา สมฺมสนํ น ธมฺมสโมธานํ, ตสฺมา อิธ เอกปเทปิ โลกุตฺตรํ น ลพฺภติ. เสสานิ จตฺตาริ อกุสลจิตฺตานิ เนว ปุริมปทํ, น ปจฺฉิมปทํ ภชนฺติ. สโทสนฺติ ทุวิธํ โทมนสฺสสหคตํ. วีตโทสนฺติ โลกิยกุสลาพฺยากตํ. เสสานิ ทส อกุสลจิตฺตานิ เนว ปุริมปทํ, น ปจฺฉิมปทํ ภชนฺติ. สโมหนฺติ วิจิกิจฺฉาสหคตญฺเจว อุทฺธจฺจสหคตญฺจาติ ทุวิธํ. ยสฺมา ปน โมโห สพฺพากุสเลสุ อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา เสสานิปิ อิธ วตฺตนฺติเยว. อิมสฺมิญฺเญว หิ ทุเก ทฺวาทสากุสลจิตฺตานิ ปริยาทินฺนานีติ. วีตโมหนฺติ โลกิยกุสลาพฺยากตํ.
สํขิตฺตนฺติ ถินมิทฺธานุปติตํ. เอตญฺหิ สงฺกุจิตจิตฺตํ นาม อารมฺมเณ สงฺโกจวเสน ปวตฺตนโต. วิกฺขิตฺตนฺติ อุทฺธจฺจสหคตํ. เอตญฺหิ ปสฏจิตฺตํ นาม อารมฺมเณ สวิเสสํ วิกฺเขปวเสน วิสฏภาเวน ปวตฺตนโต. มหคฺคตนฺติ รูปาวจรํ อรูปาวจรญฺจ. อมหคฺคตนฺติ กามาวจรํ. สอุตฺตรนฺติ กามาวจรํ. อนุตฺตรนฺติ รูปาวจรํ อรูปาวจรญฺจ. ตตฺราปิ สอุตฺตรํ รูปาวจรํ, อนุตฺตรํ อรูปาวจรเมว. สมาหิตนฺติ ยสฺส อปฺปนาสมาธิ วา อุปจารสมาธิ วา อตฺถิ. อสมาหิตนฺติ อุภยสมาธิวิรหิตํ. วิมุตฺตนฺติ ตทงฺควิกฺขมฺภนวิมุตฺตีหิ วิมุตฺตํ. อวิมุตฺตนฺติ อุภยวิมุตฺติรหิตํ. สมุจฺเฉทปฺปฏิปฺปสฺสทฺธินิสฺสรณวิมุตฺตีนํ ปน อิธ โอกาโสว นตฺถิ, โอกาสาภาโว จ สมฺมสนจารสฺส อธิปฺเปตตฺตา เวทิตพฺโพ.
อุปาทานสฺส ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา, อุปาทานสฺส ปจฺจยภูตา ธมฺมปุญฺชา ธมฺมราสโยติ อตฺโถ. อุปาทาเนหิ อารมฺมณกรณาทิวเสน อุปาทาตพฺพา วา ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา. ฉ อชฺฌตฺติกพาหิรายตนานีติ จกฺขุ โสตํ ฆานํ ชิวฺหา กาโย มโนติ อิมานิ ฉ อชฺฌตฺติกายตนานิ เจว, รูปํ สทฺโท คนฺโธ รโส โผฏฺฐพฺโพ ธมฺมาติ อิมานิ ฉ พาหิรายตนานิ จ. เอตฺถ ปน โลกุตฺตรธมฺมา น คเหตพฺพา สมฺมสนจารสฺส อธิปฺเปตตฺตา. สตฺต สมฺโพชฺฌงฺคาติ สติสมฺโพชฺฌงฺคาทโย สตฺต สมฺโพชฺฌงฺคา. สติอาทโย หิ สมฺโพธิสฺส, สมฺโพธิยา วา องฺคาติ สมฺโพชฺฌงฺคา. ตถา หิ สมฺพุชฺฌติ อารทฺธวิปสฺสกโต ปฏฺฐาย โยคาวจโรติ สมฺโพธิ, ยาย วา โส สติอาทิกาย สตฺตธมฺมสามคฺคิยา สมฺพุชฺฌติ, กิเลสนิทฺทาโต อุฏฺฐาติ, สจฺจานิ วา ปฏิวิชฺฌติ, สา ธมฺมสามคฺคี สมฺโพธิ, ตสฺส สมฺโพธิสฺส, ตสฺสา วา สมฺโพธิยา องฺคาติ สมฺโพชฺฌงฺคา.
จตฺตาริ อริยสจฺจานีติ ‘‘ทุกฺขํ ทุกฺขสมุทโย ทุกฺขนิโรโธ ทุกฺขนิโรธคามินิปฏิปทา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๗๑-๑๐๗๒) เอวํ วุตฺตานิ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ. ตตฺถ ปุริมานิ เทฺว สจฺจานิ วฏฺฏํ ปวตฺติเหตุภาวโต. ปจฺฉิมานิ วิวฏฺฏํ นิวฏฺฏตทธิคมูปายภาวโต. เตสุ ภิกฺขุโน วฏฺเฏ กมฺมฏฺฐานาภินิเวโส โหติ สรูปโต ปริคฺคหสมฺภวโต. วิวฏฺเฏ นตฺถิ อภินิเวโส อวิสยตฺตา อวิสยตฺเต จ ปโยชนาภาวโต. ปญฺจธา วุตฺเตสูติ สติปฏฺฐานสุตฺเต วุตฺเตสุ. สุทฺธอรูปสมฺมสนเมวาติ รูเปน อมิสฺสิตตฺตา เกวลํ อรูปสมฺมสนเมว. ขนฺธายตนสจฺจโกฏฺฐาสานํ ปญฺจกฺขนฺธสงฺคหโต ‘‘รูปารูปสมฺมสน’’นฺติ วุตฺตํ. ปุพฺพภาคิยานมฺปิ สติปฏฺฐานานํ สงฺคหิตตฺตา ‘‘โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกาเนว กถิตานี’’ติ อาห.
๓๙๔. อนิพฺพตฺตานนฺติ อชาตานํ. ปโยคํ ปรกฺกมนฺติ เอตฺถ ภุสํ โยโค ปโยโค, ปโยโคว ปรกฺกโม, ปโยคสงฺขาตํ ปรกฺกมนฺติ อตฺโถ. จิตฺตํ อุกฺขิปตีติ โกสชฺชปกฺเข ปติตุํ อปทานวเสน อุกฺขิปติ. ปธานวีริยนฺติ สมฺมปฺปธานลกฺขณปฺปตฺตวีริยํ. โลกิยาติ โลกิยสมฺมปฺปธานกถา. สพฺพปุพฺพภาเคติ สพฺพมคฺคานํ ปุพฺพภาเค. กสฺสปสํยุตฺตปริยาเยนาติ กสฺสปสํยุตฺเต อาคตสุตฺเตน ‘‘อุปฺปนฺนา เม ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อปฺปหียมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๔๕) อาคตตฺตา. สา โลกิยาติ เวทิตพฺพา.
สมถวิปสฺสนาวาติ อวธารเณน มคฺคํ นิวตฺเตตฺวา ตสฺส นิวตฺตเน การณํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘มคฺโค ปนา’’ติอาทิมาห. สกึ อุปฺปชฺชิตฺวาติ อิทํ ภูตกถนมตฺตํ. นิรุทฺธสฺส ปุน อนุปฺปชฺชนโต ‘‘น โกจิ คุโณ’’ติ อาสงฺเกยฺยาติ อาห – ‘‘โส หี’’ติอาทิ. อนนฺตรเมว ยถา ผลํ อุปฺปชฺชติ, ตถา ปวตฺติเยวสฺส ปจฺจยทานํ. ปุริมสฺมิมฺปีติ ‘‘อนุปฺปนฺนา เม กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุ’’นฺติ เอตฺถปิ. วุตฺตนฺติ โปราณฏฺฐกถายํ. ตํ ปน ตถาวุตฺตวจนํ น ยุตฺตํ ทุติยสฺมึ วิย ปุริมสฺมึ มคฺคสฺส อคฺคหเณ การณาภาวโต. ปุริมสฺมึ อคฺคหิเต มคฺเค อนุปฺปชฺชมาโน มคฺโค อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยาติ อาปชฺเชยฺย, น เจตํ ยุตฺตํ อาปชฺชมาเน ตสฺมึ ปธานตฺถสมฺภวโต. จตุกิจฺจสาธนวเสนาติ อนุปฺปนฺนากุสลานุปฺปาทนาทิจตุกิจฺจสาธนวเสน.
วุตฺตนเยนาติ ‘‘อสมุทาจารวเสน วา อนนุภูตารมฺมณวเสน วา’’ติอาทินา วุตฺตนเยน. วิชฺชมานาติ ธรมานสภาวา. ขณตฺตยปริยาปนฺนตฺตา อุปฺปาทาทิสมงฺคิโน วตฺตมานภาเวน อุปฺปนฺนํ วตฺตมานุปฺปนฺนํ. ตญฺหิ อุปฺปาทโต ปฏฺฐาย ยาว ภงฺคา อุทฺธํ ปนฺนํ ปตฺตนฺติ นิปฺปริยายโต ‘‘อุปฺปนฺน’’นฺติ วุจฺจติ. อนุภวิตฺวา ภวิตฺวา จ วิคตํ ภุตฺวาวิคตํ. อนุภวนภวนานิ หิ ภวนสามญฺเญน ภุตฺวา-สทฺเทน วุตฺตานิ. สามญฺญเมว หิ อุปสคฺเคน วิเสสียติ. อิธ วิปากานุภวนวเสน ตทารมฺมณํ อวิปกฺกวิปากสฺส สพฺพถา อวิคตตฺตา ภวิตฺวาวิคตมตฺตวเสน กมฺมญฺจ ‘‘ภุตฺวาวิคตุปฺปนฺน’’นฺติ วุตฺตํ. น อฏฺฐสาลินิยํ วิย รชฺชนาทิวเสน อนุภูตาปคตํ ชวนํ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธตาวเสน ภูตาปคตญฺจ สงฺขตํ ภูตาปคตุปฺปนฺนนฺติ. ตสฺมา อิธ โอกาสกตุปฺปนฺนํ วิปากเมว วทติ, น ตตฺถ วิย กมฺมมฺปิ. อฏฺฐสาลินิยญฺหิ ภูตาวิคตุปฺปนฺนํ โอกาสกตุปฺปนฺนญฺจ อญฺญถา ทสฺสิตํ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑ กามาวจรกุสลปทภาชนีย) –
‘‘อารมฺมณรสํ อนุภวิตฺวา นิรุทฺธํ อนุภูตาปคตสงฺขาตํ กุสลากุสลํ, อุปาทาทิตฺตยํ อนุปฺปตฺวา นิรุทฺธํ ภูตาปคตสงฺขาตํ เสสสงฺขตญฺจ ภูตาปคตุปฺปนฺนํ นาม. ‘ยานิสฺส ตานิ ปุพฺเพ กตานิ กมฺมานี’ติ เอวมาทินา นเยน วุตฺตํ กมฺมํ อตีตมฺปิ สมานํ อญฺญํ วิปากํ ปฏิพาหิตฺวา อตฺตโน วิปากสฺโสกาสํ กตฺวา ฐิตตฺตา, ตถากโตกาสญฺจ วิปากํ อนุปฺปนฺนมฺปิ สมานํ เอวํ กเต โอกาเส เอกนฺเตน อุปฺปชฺชนโต โอกาสกตุปฺปนฺนํ นามา’’ติ.
อิธ ปน สมฺโมหวิโนทนิยํ วุตฺตนเยเนว ภุตฺวาวิคตุปฺปนฺนํ โอกาสกตุปฺปนฺนญฺจ ทสฺสิตํ. วุตฺตญฺหิ, สมฺโมหวิโนทนิยํ (วิภ. อฏฺฐ. ๔๐๖) –
‘‘กมฺเม ปน ชหิเต อารมฺมณรสํ อนุภวิตฺวา นิรุทฺโธ วิปาโก ภุตฺวาวิคตํ นาม. กมฺมํ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธํ ภุตฺวาวิคตํ นาม. ตทุภยมฺปิ ภุตฺวาวิคตุปฺปนฺนนฺติ สงฺขฺยํ คจฺฉติ. กุสลากุสลํ กมฺมํ อญฺญกมฺมสฺส วิปากํ ปฏิพาหิตฺวา อตฺตโน วิปากสฺส โอกาสํ กโรติ. เอวํ กเต โอกาเส วิปาโก อุปฺปชฺชมาโน โอกาสกรณโต ปฏฺฐาย อุปฺปนฺโนติ วุจฺจติ. อิทํ โอกาสกตุปฺปนฺนํ นามา’’ติ.
ตตฺถ อฏฺฐสาลินิยา อยมธิปฺปาโย – ‘‘สติปิ สพฺเพสมฺปิ จิตฺตุปฺปาทานํ สํเวทยิตสภาวา อารมฺมณานุภวเน สวิปลฺลาเส ปน สนฺตาเน จิตฺตาภิสงฺขารวเสน ปวตฺติโต อพฺยากเตหิ วิสิฏฺโฐ กุสลากุสลานํ สาติสโย วิสยานุภวนากาโร. ยถา วิกปฺปคฺคาหวเสน ราคาทีหิ ตพฺพิปกฺเขหิ จ อกุสลํ กุสลญฺจ นิปฺปริยายโต อารมฺมณรสํ อนุภวติ, น ตถา วิปาโก กมฺมเวคกฺขิตฺตตฺตา, นาปิ กิริยา อเหตุกานํ อติทุพฺพลตาย, สเหตุกานญฺจ ขีณกิเลสสฺส ฉฬงฺคุเปกฺขาวโต อุปฺปชฺชมานานํ อติสนฺตวุตฺติตฺตา, ตสฺมา รชฺชนาทิวเสน อารมฺมณรสานุภวนํ สาติสยนฺติ อกุสลํ กุสลญฺจ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธตาสามญฺเญน เสสสงฺขตญฺจ ภูตาปคต’’นฺติ วุตฺตํ. สมฺโมหวิโนทนิยา ปน วิปากานุภวนวเสน ตทารมฺมณํ อวิปกฺกปากสฺส สพฺพถา อวิคตตฺตา ภวิตฺวาวิคตมตฺตวเสน กมฺมญฺจ ภุตฺวาปคตนฺติ วุตฺตํ. เตเนว ตตฺถ โอกาสกตุปฺปนฺนนฺติ วิปากเมวาห, น กมฺมมฺปิ, ตสฺมา อิธาปิ สมฺโมหวิโนทนิยํ วุตฺตนเยเนว ภุตฺวาปคตุปฺปนฺนํ โอกาสกตุปฺปนฺนญฺจ วิภตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
ปญฺจกฺขนฺธา ปน วิปสฺสนาย ภูมิ นามาติ สมฺมสนสฺส ฐานภาวโต วุตฺตํ. เตสูติ อตีตาทิเภเทสุ. อนุสยิตกิเลสาติ อปฺปหีนา มคฺเคน ปหาตพฺพา อธิปฺเปตา. เตนาห – ‘‘อตีตา วา…เป… น วตฺตพฺพา’’ติ. โหนฺตุ ตาว ‘‘อตีตา’’ติ วา ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนา’’ติ วา น วตฺตพฺพา, ‘‘อนาคตา’’ติ ปน กสฺมา น วตฺตพฺพา, นนุ การณลาเภ อุปฺปชฺชนารหา อปฺปหีนฏฺเฐน ถามคตา กิเลสา อนุสยาติ วุจฺจนฺตีติ? สจฺจเมตํ, อนาคตภาโวปิ เนสํ น ปริจฺฉินฺโน อิตรานาคตกฺขนฺธานํ วิยาติ ‘‘อนาคตา วาติ น วตฺตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. ยทิ หิ เนสํ ปริจฺฉินฺโน อนาคตภาโว สิยา, ตโต ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนา, อตีตา’’ติ จ วตฺตพฺพา สิยุํ, ปจฺจยสมวาเย ปน อุปฺปชฺชนารหตํ อุปาทาย อนาคตโวหาโร ตตฺถ เวทิตพฺโพ.
อิทํ ภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ นามาติ อิทํ ยถาวุตฺตํ กิเลสชาตํ อปฺปหีนฏฺเฐน ภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ นาม การณลาเภ สติ วิชฺชมานกิจฺจกรณโต. ตาสุ ตาสุ ภูมิสูติ มนุสฺสเทวาทิอตฺตภาวสงฺขาเตสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ. อารมฺมณกรณวเสน หิ ภวนฺติ เอตฺถ กิเลสาติ ภูมิโย, อุปาทานกฺขนฺธา. อสมุคฺฆาตคตาติ ตสฺมึ ตสฺมึ สนฺตาเน อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อนาปาทิตตาย สมุคฺฆาตํ สมุจฺเฉทํ น คตาติ อสมุคฺฆาตคตา. ภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ นามาติ เอตฺถ ลทฺธภูมิกํ ภูมิลทฺธนฺติ วุตฺตํ อคฺคิอาหิโต วิย. โอกาสกตุปฺปนฺนสทฺเทปิ จ อฏฺฐสาลินิยํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑ กามาวจรกุสลปทภาชนีย) อาคตนเยน โอกาโส กโต เอเตน กุสลากุสลกมฺเมน, โอกาโส กโต เอตสฺส วิปากสฺสาติ จ ทุวิธตฺเถปิ เอวเมว กตสทฺทสฺส ปรนิปาโต เวทิตพฺโพ. อิธ ปน โอกาสกตุปฺปนฺนสทฺเทน วิปากสฺเสว คหิตตฺตา ‘‘โอกาโส กโต เอตสฺส วิปากสฺสา’’ติ เอวํ วิคฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.
ขณตฺตยสมงฺคิตาย สมุทาจารปฺปตฺตํ สมุทาจารุปฺปนฺนํ. เตนาห – ‘‘สมฺปติ วตฺตมานํเยวา’’ติ. อารมฺมณํ อธิคฺคยฺห ทฬฺหํ คเหตฺวา ปวตฺตํ อารมฺมณาธิคฺคหิตุปฺปนฺนํ. วิกฺขมฺภนปฺปหานวเสน อปฺปหีนา อวิกฺขมฺภิตา. สมุจฺเฉทปฺปหานวเสน อปฺปหีนา อสมุคฺฆาติตา. นิมิตฺตคฺคาหวเสน อารมฺมณสฺส อธิคฺคหิตตฺตา ตํ อารมฺมณํ อนุสฺสริตานุสฺสริตกฺขเณ กิเลสุปฺปตฺติเหตุภาเวน อุปติฏฺฐนโต อธิคฺคหิตเมว นามํ โหตีติ อาห – ‘‘อารมฺมณสฺส อธิคฺคหิตตฺตา’’ติ. เอตฺถ จ อาหฏขีรรุกฺโข วิย นิมิตฺตคฺคาหวเสน อธิคฺคหิตํ อารมฺมณํ, อนาหฏขีรรุกฺโข วิย อวิกฺขมฺภิตตาย อนฺโตคตกิเลสอารมฺมณํ ทฏฺฐพฺพํ. นิมิตฺตคฺคาหิกา อวิกฺขมฺภิตกิเลสา วา ปุคฺคลา วา อาหฏานาหฏขีรรุกฺขสทิสา. ปุริมนเยเนวาติ อวิกฺขมฺภิตุปฺปนฺเน วุตฺตนเยเนว. วิตฺถาเรตพฺพนฺติ ‘‘อิมสฺมึ นาม ฐาเน นุปฺปชฺชิสฺสนฺตี’’ติ น วตฺตพฺพา. กสฺมา? อสมุคฺฆาติตตฺตา. ยถา กึ? ยถา สเจ ขีรรุกฺขํ กุฐาริยา อาหเนยฺยุํ, อิมสฺมึ นาม ฐาเน ขีรํ น นิกฺขเมยฺยาติ น วตฺตพฺพํ, เอวํ. อิทํ อสมุคฺฆาติตุปฺปนฺนํ นามาติ เอวํ โยเชตฺวา วิตฺถาเรตพฺพํ.
อิเมสุ อุปฺปนฺเนสูติ ยถาวุตฺเตสุ อฏฺฐสุ อุปฺปนฺเนสุ. อิทํ น มคฺควชฺฌํ อปฺปหาตพฺพวตฺถุตฺตา. มคฺควชฺฌํ มคฺเคน ปเหยฺยวตฺถุตฺตา. รตฺโตติ ราเคน สมนฺนาคโต. เอส นโย ทุฏฺโฐ มูโฬฺหติ เอตฺถาปิ. วินิพทฺโธติ มานสํโยชเนน วิรูปํ นิพนฺธิโต. ปรามฏฺโฐติ ทิฏฺฐิปรามาเสน ธมฺมสภาวํ อติกฺกมฺม ปรโต อามฏฺโฐ. อนิฏฺฐงฺคโตติ นิฏฺฐํ อคโต, สํสยาปนฺโนติ อตฺโถ. ถามคโตติ อนุสยวเสน ทฬฺหตํ อุปคโต. ยุคนทฺธาติ ปหาตพฺพปฺปหายกยุเค นทฺธา วิย วตฺตนกา เอกกาลิกตฺตา. สํกิเลสิกาติ สํกิเลสธมฺมสหิตา.
ปาฬิยนฺติ ปฏิสมฺภิทาปาฬิยํ (ปฏิ. ม. ๓.๒๑). ติกาลิเกสุปิ กิเลเสสุ วายามาภาวทสฺสนตฺถํ อชาตผลตรุณรุกฺโข ปาฬิยํ นิทสฺสิโต, อฏฺฐกถายํ ปน ชาโต สตฺโต อสมุทาหฏกิเลโส นาม นตฺถีติ ‘‘ชาตผลรุกฺเขน ทีเปตพฺพ’’นฺติ วตฺวา ตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อถ วา มคฺเคน ปหีนกิเลสานเมว อตีตาทิเภเทน ติธา นวตฺตพฺพตํ ปากฏํ กาตุํ อชาตผลรุกฺโข อุปมาวเสน ปาฬิยํ อาภโต, อตีตาทีนํ อปฺปหีนตาทสฺสนตฺถมฺปิ ‘‘ชาตผลรุกฺเขน ทีเปตพฺพ’’นฺติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. ตตฺถ ยถา อจฺฉินฺเน รุกฺเข นิพฺพตฺตนารหานิ ผลานิ ฉินฺเน อนุปฺปชฺชมานานิ กทาจิ สสภาวานิ อเหสุํ, โหนฺติ, ภวิสฺสนฺติ วาติ อตีตาทิภาเวน น วตฺตพฺพานิ, เอวํ มคฺเคน ปหีนกิเลสา จ ทฏฺฐพฺพา มคฺเค อนุปฺปนฺเน อุปฺปตฺติรหานํ อุปฺปนฺเน สพฺเพน สพฺพํ อภาวโต. ยถา จ เฉเท อสติ ผลานิ อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ เฉทนสฺส สาตฺถกตา, เอวํ มคฺคภาวนาย จ สาตฺถกตา โยเชตพฺพา. นาปิ น ปชหตีติ อุปฺปชฺชนารหานํ ปชหนโต วุตฺตํ. อุปฺปชฺชิตฺวาติ ลกฺขเณ ตฺวา-สทฺโท. มคฺคสฺส อุปฺปชฺชนกิริยาย หิ สมุทยปฺปหานนิพฺพานสฉิกรณกิริยา วิย ขนฺธานํ ปริชานนกิริยา ลกฺขียติ.
เตปิ ปชหติเยวาติ เย เตหิ กิเลเสหิ ชเนตพฺพา อุปาทินฺนกฺขนฺธา, เตปิ ปชหติเยว ตนฺนิมิตฺตสฺส อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส นิโรธนโต. เตนาห – ‘‘วุตฺตมฺปิ เจต’’นฺติอาทิ. อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส นิโรเธนาติ กมฺมวิญฺญาณสฺส อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทเนน. เอตฺถาติ เอตสฺมึ โสตาปตฺติมคฺคญาเณ เหตุภูเต. เอเตติ นามรูปสญฺญิตา สงฺขารา. สพฺพภเวหิ วุฏฺฐาติเยวาติปิ วทนฺตีติ อรหตฺตมคฺโค สพฺพภเวหิ วุฏฺฐาติเยวาติ วทนฺติ ตทุปฺปตฺติโต อุทฺธํ ภวูปปตฺติยา กิเลสสฺสปิ อภาวโต.
เอกจิตฺตกฺขณิกตฺตา มคฺคสฺสาติ อธิปฺปาเยน ‘‘กถํ อนุปฺปนฺนานํ…เป… ฐิติยา ภาวนา โหตี’’ติ ปุจฺฉติ. มคฺคปฺปวตฺติยาเยว อุภยกิจฺจสิทฺธิโต อาห – ‘‘มคฺคปฺปวตฺติยาเยวา’’ติ. มคฺโค หีติอาทินา ตมตฺถํ วิวรติ. อนุปฺปนฺโน นาม วุจฺจติ, ตสฺมา ตสฺส ภาวนา อนุปฺปนฺนานํ อุปฺปาทาย ภาวนา วุตฺตาติ โยเชตพฺพา. วตฺตุํ วฏฺฏตีติ ยาวตา มคฺคสฺส ปวตฺติเยว ฐิติ, ตตฺตกาเนว นิพฺพตฺติตโลกุตฺตรานิ.
๓๙๘-๔๐๑. กตฺตุกมฺยตาฉนฺทํ อธิปตึ กริตฺวา ปฏิลทฺธสมาธิ ฉนฺทสมาธีติ อาห – ‘‘ฉนฺทํ นิสฺสาย ปวตฺโต สมาธิ ฉนฺทสมาธี’’ติ ปธานสงฺขาราติ จตุกิจฺจสาธกสฺส สมฺมปฺปธานวีริยสฺเสตํ อธิวจนํ. เตนาห – ‘‘ปธานภูตา สงฺขารา ปธานสงฺขารา’’ติ. ตตฺถ ปธานภูตาติ วีริยภูตา. สงฺขตสงฺขาราทินิวตฺตนตฺถํ ปธานคฺคหณนฺติ. อถ วา ตํ ตํ วิเสสํ สงฺขโรตีติ สงฺขาโร, สพฺพํ วีริยํ. ตตฺถ จตุกิจฺจสาธกโต เสสนิวตฺตนตฺถํ ปธานคฺคหณนฺติ, ปธานภูตา เสฏฺฐภูตาติ อตฺโถ. จตุพฺพิธสฺส ปน วีริยสฺส อธิปฺเปตตฺตา พหุวจนนิทฺเทโส กโต. เตหิ ธมฺเมหีติ ฉนฺทสมาธินา ปธานสงฺขาเรหิ จ. อิทฺธิปาทนฺติ เอตฺถ อิชฺฌตีติ อิทฺธิ, สมิชฺฌติ นิปฺผชฺชตีติ อตฺโถ. อิชฺฌนฺติ วา เอตาย สตฺตา อิทฺธา วุทฺธา อุกฺกํสคตา โหนฺตีติปิ อิทฺธิ. ปฐเมนตฺเถน อิทฺธิ เอว ปาโท อิทฺธิปาโท, อิทฺธิโกฏฺฐาโสติ อตฺโถ. ทุติเยนตฺเถน อิทฺธิยา ปาโทติ อิทฺธิปาโท, ปาโทติ ปติฏฺฐา, อธิคมูปาโยติ อตฺโถ. เตน หิ ยสฺมา อุปรูปริวิเสสสงฺขาตํ อิทฺธึ ปชฺชนฺติ ปาปุณนฺติ, ตสฺมา ปาโทติ วุจฺจติ. เตนาห – ‘‘อิทฺธิยา ปาทํ, อิทฺธิภูตํ วา ปาทํ อิทฺธิปาท’’นฺติ.
อถ วา อิทฺธิปาทนฺติ นิปฺผตฺติปริยาเยน อิชฺฌนฏฺเฐน, อิชฺฌนฺติ เอตาย สตฺตา อิทฺธา วุทฺธา อุกฺกํสคตา โหนฺตีติ อิมินา วา ปริยาเยน อิทฺธีติ สงฺขํ คตานํ อุปจารชฺฌานาทิกุสลจิตฺตสมฺปยุตฺตานํ ฉนฺทสมาธิปธานสงฺขารานํ อธิฏฺฐานฏฺเฐน ปาทภูตํ เสสจิตฺตเจตสิกราสินฺติ อตฺโถ. เตเนว อิทฺธิปาทวิภงฺเค (วิภ. ๔๓๔-๔๓๗) ‘‘อิทฺธิปาโทติ ตถาภูตสฺส เวทนากฺขนฺโธ…เป… วิญฺญาณกฺขนฺโธ’’ติ วุตฺตํ. สา เอว จ ตถาวุตฺตา อิทฺธิ ยสฺมา เหฏฺฐิมา เหฏฺฐิมา อุปริมาย อุปริมาย ตโย ฉนฺทสมาธิปฺปธานสงฺขารา ปาทภูตา อธิฏฺฐานภูตา, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อิทฺธิภูตํ วา ปาท’’นฺติ. ตถา เหฏฺฐา ธมฺมา อิทฺธิปิ โหนฺติ อิทฺธิปาทาปิ, เสสา ปน สมฺปยุตฺตกา จตฺตาโร ขนฺธา อิทฺธิปาทาเยว. วีริยจิตฺตวีมํสาสมาธิปฺปธานสงฺขารสงฺขาตาปิ ตโย ตโย ธมฺมา อิทฺธิปิ โหนฺติ อิทฺธิปาทาปิ, เสสา ปน สมฺปยุตฺตกา จตฺตาโร ขนฺธา อิทฺธิปาทาเยว.
อปิจ ปุพฺพภาโค ปุพฺพภาโค อิทฺธิปาโท นาม, ปฏิลาโภ ปฏิลาโภ อิทฺธิ นามาติ เวทิตพฺพา. อยมตฺโถ อุปจาเรน วา วิปสฺสนาย วา ทีเปตพฺโพ. ปฐมชฺฌานปริกมฺมญฺหิ อิทฺธิปาโท นาม, ปฐมชฺฌานํ อิทฺธิ นาม. ทุติยฌาน… ตติยฌาน… จตุตฺถฌาน… อากาสานญฺจายตน… วิญฺญาณญฺจายตน… อากิญฺจญฺญายตน… เนวสญฺญานาสญฺญายตนปริกมฺมํ อิทฺธิปาโท นาม, เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ อิทฺธิ นาม. โสตาปตฺติมคฺคสฺส วิปสฺสนา อิทฺธิปาโท นาม, โสตาปตฺติมคฺโค อิทฺธิ นาม. สกทาคามิ-อนาคามิ-อรหตฺตมคฺคสฺส วิปสฺสนา อิทฺธิปาโท นาม, อรหตฺตมคฺโค อิทฺธิ นาม. ปฏิลาเภนปิ ทีเปตุํ วฏฺฏติเยว. ปฐมชฺฌานญฺหิ อิทฺธิปาโท นาม, ทุติยชฺฌานํ อิทฺธิ นาม. ทุติยชฺฌานํ อิทฺธิปาโท นาม, ตติยชฺฌานํ อิทฺธิ นาม…เป… อนาคามิมคฺโค อิทฺธิปาโท นาม, อรหตฺตมคฺโค อิทฺธิ นาม.
เสเสสุปีติ วีริยสมาธิอาทีสุปิ. ตตฺถ หิ วีริยํ, จิตฺตํ, วีมํสํ อธิปตึ กริตฺวา ปฏิลทฺธสมาธิ วีริยสมาธิ, จิตฺตสมาธิ, วีมํสาสมาธีติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ฉนฺทาทีสุ เอกนฺติ ฉนฺทาทีสุ จตูสุ อาทิโต วุตฺตตฺตา อาทิภูตํ เอกํ ปธานํ ฉนฺทนฺติ อธิปฺปาโย. เตเนวาห – ‘‘ตทาสฺส ปฐมิทฺธิปาโท’’ติ. เอวํ เสสาปีติ เอเตน วีริยํ จิตฺตํ วีมํสํ นิสฺสาย วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณนฺตานํ วเสน ทุติยวีริยิทฺธิปาทาทโย โยเชตพฺพาติ ทสฺเสติ. อิมินา หิ สุตฺตนฺเตน จตุนฺนํ ภิกฺขูนํ มตฺถกปฺปตฺตํ กมฺมฏฺฐานํ ทสฺสิตํ. เอโก หิ ภิกฺขุ ฉนฺทํ อวสฺสยติ, กตฺตุกมฺยตากุสลธมฺมจฺฉนฺเทน อตฺถนิปฺผตฺติยํ สติ ‘‘อหํ โลกุตฺตรธมฺมํ นิพฺพตฺเตสฺสามิ, นตฺถิ มยฺหํ เอตสฺส นิพฺพตฺตเน ภาโร’’ติ ฉนฺทํ เชฏฺฐกํ ฉนฺทํ ธุรํ ฉนฺทํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ นิพฺพตฺเตติ. เอโก วีริยํ อวสฺสยติ, เอโก จิตฺตํ, เอโก ปญฺญํ อวสฺสยติ, ปญฺญาย อตฺถนิปฺผตฺติยํ สติ ‘‘อหํ โลกุตฺตรธมฺมํ นิพฺพตฺเตสฺสามิ, นตฺถิ มยฺหํ เอตสฺส นิพฺพตฺตเน ภาโร’’ติ ปญฺญํ เชฏฺฐกํ ปญฺญํ ธุรํ ปญฺญํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ นิพฺพตฺเตติ.
กถํ? ยถา หิ จตูสุ อมจฺจปุตฺเตสุ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตฺวา วิจรนฺเตสุ เอโก อุปฏฺฐานํ อวสฺสยติ, เอโก สูรภาวํ, เอโก ชาตึ, เอโก มนฺตํ. กถํ? เตสุ หิ ปฐโม อุปฏฺฐาเน อปฺปมาทการิตาย อตฺถนิปฺผตฺติยา สติ ลพฺภมานํ ‘‘ลจฺฉาเมตํ ฐานนฺตร’’นฺติ อุปฏฺฐานํ อวสฺสยติ. ทุติโย อุปฏฺฐาเน อปฺปมตฺโตปิ ‘‘เอกจฺโจ สงฺคาเม ปจฺจุปฏฺฐิเต สณฺฐาตุํ น สกฺโกติ, อวสฺสํ ปน รญฺโญ ปจฺจนฺโต กุปฺปิสฺสติ, ตสฺมึ กุปฺปิเต รถสฺส ปุรโต กมฺมํ กตฺวา ราชานํ อาราเธตฺวา อาหราเปสฺสาเมตํ ฐานนฺตร’’นฺติ สูรภาวํ อวสฺสยติ. ตติโย ‘‘สูรภาเวปิ สติ เอกจฺโจ หีนชาติโก โหติ, ชาตึ โสเธตฺวา ฐานนฺตรํ เทนฺโต มยฺหํ ทสฺสตี’’ติ ชาตึ อวสฺสยติ. จตุตฺโถ ‘‘ชาติมาปิ เอโก อมนฺตนีโย โหติ, มนฺเตน กตฺตพฺพกิจฺเจ อุปฺปนฺเน อาหราเปสฺสาเมตํ ฐานนฺตร’’นฺติ มนฺตํ อวสฺสยติ. เต สพฺเพปิ อตฺตโน อตฺตโน อวสฺสยพเลน ฐานนฺตรานิ ปาปุณึสุ.
ตตฺถ อุปฏฺฐาเน อปฺปมตฺโต หุตฺวา ฐานนฺตรํ ปตฺโต วิย ฉนฺทํ อวสฺสาย กตฺตุกมฺยตากุสลธมฺมจฺฉนฺเทน ‘‘อตฺถนิปฺผตฺติยํ สติ อหํ โลกุตฺตรธมฺมํ นิพฺพตฺเตสฺสามิ, นตฺถิ มยฺหํ เอตสฺส นิพฺพตฺตเน สาโร’’ติ ฉนฺทํ เชฏฺฐกํ ฉนฺทํ ธุรํ ฉนฺทํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา โลกุตฺตรธมฺมนิพฺพตฺตโก ทฏฺฐพฺโพ รฏฺฐปาลตฺเถโร (ม. นิ. ๒.๒๙๓ อาทโย) วิย. โส หิ อายสฺมา ‘‘ฉนฺเท สติ กถํ นานุชานิสฺสนฺตี’’ติ สตฺตาหมฺปิ ภตฺตานิ อภุญฺชิตฺวา มาตาปิตโร อนุชานาเปตฺวา ปพฺพชิตฺวา ฉนฺทเมว อวสฺสาย โลกุตฺตรธมฺมํ นิพฺพตฺเตสิ. สูรภาเวน ราชานํ อาราเธตฺวา ฐานนฺตรํ ปตฺโต วิย วีริยํ เชฏฺฐกํ วีริยํ ธุรํ วีริยํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา โลกุตฺตรธมฺมนิพฺพตฺตโก ทฏฺฐพฺโพ โสณตฺเถโร (มหาว. ๒๔๓ อาทโย) วิย. โส หิ อายสฺมา วีริยํ ธุรํ กตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ นิพฺพตฺเตสิ.
ชาติสมฺปตฺติยา ฐานนฺตรํ ปตฺโตวิย จิตฺตํ เชฏฺฐกํ จิตฺตํ ธุรํ จิตฺตํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา โลกุตฺตรธมฺมนิพฺพตฺตโก ทฏฺฐพฺโพ สมฺภูตตฺเถโร (เถรคา. อฏฺฐ. ๒ สมฺภูตตฺเถรคาถาวณฺณนา) วิย. โส หิ อายสฺมา จิตฺตํ เชฏฺฐกํ จิตฺตํ ธุรํ จิตฺตํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ นิพฺพตฺเตสิ. มนฺตํ อวสฺสาย ฐานนฺตรํ ปตฺโต วิย วีมํสํ เชฏฺฐกํ วีมํสํ ธุรํ วีมํสํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา โลกุตฺตรธมฺมนิพฺพตฺตโก ทฏฺฐพฺโพ เถโร โมฆราชา (สุ. นิ. ๑๑๒๒ อาทโย; จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส ๘๕) วิย. โส หิ อายสฺมา วีมํสํ เชฏฺฐกํ วีมํสํ ธุรํ วีมํสํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ นิพฺพตฺเตสิ. ตสฺส หิ ภควา ‘‘สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสู’’ติ (สุ. นิ. ๑๑๒๕; จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส ๘๘) สุญฺญตากถํ กเถสิ. ปญฺญานิสฺสิตมานนิคฺคหตฺถญฺจ ทฺวิกฺขตฺตุํ ปุจฺฉิโต ปญฺหํ น กเถสิ. เอตฺถ จ ปุนปฺปุนํ ฉนฺทุปฺปาทนํ โตสนํ วิย โหตีติ ฉนฺทสฺส อุปฏฺฐานสทิสตา วุตฺตา, ถามภาวโต วีริยสฺส สูรตฺตสทิสตา, ‘‘ฉทฺวาราธิปติ ราชา’’ติ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.เอรกปตฺตนาคราชวตฺถุ) วจนโต ปุพฺพงฺคมตา จิตฺตสฺส วิสิฏฺฐชาติสทิสตา.
๔๐๒-๔๐๖. อตฺตโน สทฺธาธุเรติ อตฺตโน สทฺธากิจฺเจ สทฺทหนกิริยาย. อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ อนุวตฺตนวเสน สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ อินฺทฏฺฐํ กาเรติ, ตสฺมา อาธิปเตยฺยฏฺเฐน สทฺธา เอว อินฺทฺริยนฺติ สทฺธินฺทฺริยํ. ตถา วีริยาทีนํ สกสกกิจฺเจสูติ อาห – ‘‘วีริยินฺทฺริยาทีสุปิ เอเสว นโย’’ติ. วิโสเธนฺโตติ วิปกฺขวิวชฺชนสปกฺขนิเสวนสริกฺขูปนิสฺสยสงฺคณฺหนลกฺขเณหิ ตีหิ การเณหิ วิโสธนวเสน โสเธนฺโต.
อสฺสทฺเธ ปุคฺคเล ปริวชฺชยโตติ พุทฺธาทีสุ ปสาทสิเนหาภาเวน สทฺธารหิเต ลูขปุคฺคเล สพฺพโส วชฺชยโต. สทฺเธ ปุคฺคเล เสวโตติ พุทฺธาทีสุ สทฺธาธิมุตฺเต วกฺกลิตฺเถรสทิเส เสวโต. ปสาทนีเยติ ปสาทาวเห สมฺปสาทนียสุตฺตาทิเก (ที. นิ. ๓.๑๔๑ อาทโย). ปจฺจเวกฺขโตติ ปาฬิโต อตฺถโต จ ปติ ปติ อเวกฺขนฺตสฺส จินฺเตนฺตสฺส. วิสุชฺฌตีติ ปฏิปกฺขมลวิคมโต ปจฺจยวเสน สภาวสํสุทฺธิโต วิสุทฺธผลนิพฺพตฺติโต จ สทฺธินฺทฺริยํ วิสุชฺฌติ. เอส นโย เสเสสุปิ. สมฺมปฺปธาเนติ สมฺมปฺปธานปฺปฏิสํยุตฺเต (สํ. นิ. ๕.๖๕๑-๖๖๒ อาทโย) สุตฺตนฺเต. เอส นโย เสเสสุปิ. ฌานวิโมกฺเขติ ปฐมชฺฌานาทิชฺฌานานิ เจว ปฐมวิโมกฺขาทิวิโมกฺเข จ. กามญฺเจตฺถ ฌานานิเยว วิโมกฺขา, ปวตฺติอาการวเสน ปน วิสุํ คหณํ.
คมฺภีรญาณจริยนฺติ คมฺภีรานํ ญาณานํ ปวตฺติฏฺฐานํ. เตนาห – ‘‘สณฺหสุขุม’’นฺติอาทิ. ขนฺธนฺตรนฺติ สภาวชาติภูมิอาทิวเสน ขนฺธานํ นานตฺตํ. เอส นโย เสเสสุปิ. อกตาภินิเวโสติ ปุพฺเพ อกตภาวนาภินิเวโส. สทฺธาธุราทีสูติ สทฺธาธุเร ปญฺญาธุเร จ. อวสาเนติ ภาวนาปริโยสาเน. วิวฏฺเฏตฺวาติ สงฺขารารมฺมณโต วิวฏฺเฏตฺวา นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา. อรหตฺตํ คณฺหาตีติ มคฺคปรมฺปราย อรหตฺตํ คณฺหาติ. อกมฺปิยฏฺเฐนาติ ปฏิปกฺเขหิ อกมฺปิยภาเวน. เอเตเนวสฺส สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ ถิรภาโวปิ วิภาวิโต ทฏฺฐพฺโพ. น หิ สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ ถิรภาเวน วินา ปฏิปกฺเขหิ อกมฺปิยตา สมฺภวติ. สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ ถิรภาเวเนว หิ อกุสลานํ อพฺยากตานญฺจ เนสํ พลวภาวูปปตฺติ. อสฺสทฺธิเยติ อสฺสทฺธิยเหตุ. นิมิตฺตตฺเถ เหตํ ภุมฺมวจนํ. เอส นโย เสเสสุปิ.
๔๑๘. อาทิปทานนฺติ สติอาทิปทานํ. สรณฏฺเฐนาติ จิรกตจิรภาสิตานํ อนุสฺสรณฏฺเฐน. อุปฏฺฐานลกฺขณาติ กายาทีสุ อสุภาการาทิสลฺลกฺขณมุเขน ตตฺถ อุปติฏฺฐนสภาวา. อุปติฏฺฐนญฺจ อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา ฐานํ, อวิสฺสชฺชนํ วา อารมฺมณสฺส. อปิลาปนลกฺขณาติ อสมฺมุสฺสนสภาวา, อุทเก อลาพุ วิย อารมฺมเณ ปฺลวิตฺวา คนฺตุํ อปฺปทานํ, ปาสาณสฺส วิย นิจฺจลสฺส อารมฺมณสฺส ฐปนํ สารณํ อสมฺมุฏฺฐกรณํ อปิลาปนํ. สาปเตยฺยนฺติ สนฺตกํ. อปิลาปนํ อสมฺมุฏฺฐํ กโรติ อปิลาเปติ, สายํ ปาตญฺจ ราชานํ อิสฺสริยสมฺปตฺตึ สลฺลกฺขาเปติ สาเรตีติ อตฺโถ. กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเค ธมฺเมติ กณฺหสุกฺกสงฺขาเต สปฺปฏิภาเค ธมฺเม. กโณฺห หิ ธมฺโม สุกฺเกน, สุกฺโก จ กเณฺหน สปฺปฏิภาโค. วิตฺถาร-สทฺโท อาทิสทฺทตฺโถ. เตน ‘‘อิเม จตฺตาโร ธมฺมา สมฺมปฺปธานา, อิเม จตฺตาโร อิทฺธิปาทา, อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ, อิมานิ ปญฺจ พลานิ, อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคา, อยํ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, อยํ สมโถ, อยํ วิปสฺสนา, อยํ วิชฺชา, อยํ วิมุตฺติ, อิเม โลกุตฺตรธมฺมาติ เอวํ โข, มหาราช, อปิลาปนลกฺขณา สตี’’ติ (มิ. ป. ๒.๑.๑๓) อิมํ ปาฬิเสสํ สงฺคณฺหาติ. เถเรนาติ นาคเสนตฺเถเรน. โส หิ ธมฺมานํ กิจฺจํ ลกฺขณํ กตฺวา อสฺเสติ ‘‘อปิลาปนลกฺขณา สติ, อาโกฏนลกฺขโณ วิตกฺโก’’ติอาทินา. เอวญฺหิ ธมฺมา สุโพธา โหนฺตีติ. สมฺโมสปจฺจนีกํ กิจฺจํ อสมฺโมโส, น สมฺโมสาภาวมตฺตนฺติ อาห – ‘‘อสมฺโมสรสา วา’’ติ. ยสฺส ธมฺมสฺส พเลน สมฺปยุตฺตธมฺมา อารมฺมณาภิมุขา ภวนฺติ, สา สติ. ตสฺมา สา เตสํ อารมฺมณาภิมุขภาวํ ปจฺจุปฏฺฐาเปสิ, สยํ วา อารมฺมณาภิมุขภาเวน ปจฺจุปติฏฺฐตีติ วุตฺตํ – ‘‘โคจราภิมุขีภาวปจฺจุปฏฺฐานา’’ติ. สมฺมา ปสตฺโถ โพชฺฌงฺโคติ สมฺโพชฺฌงฺโค. โพธิยา วกฺขมานาย ธมฺมสามคฺคิยา, โพธิสฺส วา อริยสาวกสฺส องฺโคติ โพชฺฌงฺโค. ยา หีติอาทินา ตเมว สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวรติ. ‘‘ยา หิ อยํ ธมฺมสามคฺคี’’ติ เอตสฺส ‘‘โพธีติ วุจฺจตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ธมฺมสามคฺคิยาติ ธมฺมสมูเหน, ยาย ธมฺมสามคฺคิยาติ สมฺพนฺโธ. ปติฏฺฐานายูหนา โอฆตรณสุตฺตวณฺณนายํ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑) ‘‘กิเลสวเสน ปติฏฺฐานํ, อภิสงฺขารวเสน อายูหนา. ตณฺหา ทิฏฺฐิวเสน ปติฏฺฐานํ, อวเสสกิเลสาภิสงฺขาเรหิ อายูหนา. ตณฺหาวเสน ปติฏฺฐานํ, ทิฏฺฐิวเสน อายูหนา. สสฺสตทิฏฺฐิยา ปติฏฺฐานํ, อุจฺเฉททิฏฺฐิยา อายูหนา. ลีนวเสน ปติฏฺฐานํ, อุทฺธจฺจวเสน อายูหนา. กามสุขลฺลิกานุโยควเสน ปติฏฺฐานํ, อตฺตกิลมถานุโยควเสน อายูหนา. สพฺพากุสลาภิสงฺขารวเสน ปติฏฺฐานํ, สพฺพโลกิยกุสลาภิสงฺขารวเสน อายูหนา’’ติ เอวํ วุตฺเตสุ สตฺตสุ ปกาเรสุ อิธ อวุตฺตานํ วเสน เวทิตพฺพา. ปฏิปกฺขภูตายาติ เอตฺถ ลีนปฺปติฏฺฐานกามสุขลฺลิกานุโยคอุจฺเฉทาภินิเวสานํ ธมฺมวิจยวีริยปีติปฺปธานา ธมฺมสามคฺคี ปฏิปกฺโข, อุทฺธจฺจายูหนอตฺตกิลมถานุโยคสสฺสตาภินิเวสานํ ปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาปธานา ธมฺมสามคฺคี ปฏิปกฺโข. สติ ปน อุภยตฺถาปิ อิจฺฉิตพฺพา. ตถา หิ สา ‘‘สพฺพตฺถิกา’’ติ วุตฺตา.
กิเลสสนฺตานนิทฺทาย อุฏฺฐหตีติ เอเตน สิขาปฺปตฺตวิปสฺสนาย สหคตานมฺปิ สติอาทีนํ โพชฺฌงฺคภาวํ ทสฺเสติ. วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนา หิ กิเลเส นิโรเธนฺตี เอว ปวตฺตตีติ. จตฺตาริ วาติอาทินา ปน มคฺคผลสหคตานํ โพชฺฌงฺคภาวํ ทสฺเสติ. สตฺตหิ โพชฺฌงฺเคหิ ภาวิเตหิ สจฺจปฺปฏิเวโธ โหตีติ กถมิทํ ชานิตพฺพนฺติ โจทนํ สนฺธายาห – ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ. ฌานงฺคมคฺคงฺคาทโย วิยาติ เอเตน โพธิโพชฺฌงฺคสทฺทานํ สมุทายาวยววิสยตํ ทสฺเสติ. เสนงฺครถงฺคาทโย วิยาติ เอเตน ปุคฺคลปญฺญตฺติยา อวิชฺชมานปญฺญตฺติภาวํ ทสฺเสติ.
โพธาย สํวตฺตนฺตีติ โพชฺฌงฺคาติ การณตฺโถ องฺคสทฺโทติ กตฺวา วุตฺตํ. พุชฺฌนฺตีติ โพธิโย, โพธิโย เอว องฺคานิ โพชฺฌงฺคานีติ วุตฺตํ – ‘‘พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา’’ติ. วิปสฺสนาทีนํ การณาทีนํ พุชฺฌิตพฺพานญฺจ สจฺจานํ อนุรูปํ ปจฺจกฺขภาเวน ปฏิมุขํ อวิปรีตตาย สมฺมา จ พุชฺฌนฺตีติ เอวํ อตฺถวิเสสทีปเกหิ อุปสคฺเคหิ ‘‘อนุพุชฺฌนฺตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. โพธิสทฺโท หิ สพฺพวิเสสยุตฺตพุชฺฌนํ สามญฺเญน สงฺคณฺหาติ. สํ-สทฺโท ปสํสายํ สุนฺทรภาเว จ ทิสฺสตีติ อาห – ‘‘ปสตฺโถ สุนฺทโร จ โพชฺฌงฺโค สมฺโพชฺฌงฺโค’’ติ.
ธมฺเม วิจินตีติ ธมฺมวิจโย. ตตฺถ ธมฺเมติ จตุสจฺจธมฺเม ตพฺพินิมุตฺตสฺส สภาวธมฺมสฺส อภาวโต. ตโต เอว โส ปวิจยลกฺขโณ. โอภาสนรโสติ วิสโยภาสนรโส. อสมฺมุยฺหนากาเรน ปจฺจุปติฏฺฐตีติ อสมฺโมหปจฺจุปฏฺฐาโน.
วีรสฺส ภาโว, กมฺมํ วาติ วีริยํ. อีรยิตพฺพโตติ ปวตฺเตตพฺพโต. ปคฺคหลกฺขณนฺติ โกสชฺชปกฺเข ปติตุํ อทตฺวา สมฺปยุตฺตธมฺมานํ ปคฺคหลกฺขณํ. ตโต เอว สมฺปยุตฺตธมฺเม อุปตฺถมฺภนรสํ. อโนสีทนํ อสํสีทนํ.
ปีณยตีติ ตปฺเปติ. ปีณนกิจฺเจน สมฺปยุตฺตธมฺมานํ วิย ตํสมุฏฺฐานปณีตรูเปหิ กายสฺสาพฺยปนํ. ผรณปีติวเสน เหตํ ลกฺขณํ วุตฺตํ, ตถา รโสติ. อุทคฺคภาโว โอทคฺยํ, ตํ ปจฺจุปฏฺฐเปตีติ โอทคฺยปจฺจุปฏฺฐานา. อุพฺเพคปีติวเสน เจตํ วุตฺตํ.
กายจิตฺตทรถปฺปสฺสมฺภนโตติ กายทรถสฺส จิตฺตทรถสฺส จ ปสฺสมฺภนโต วูปสมนโต. เตนาห – ‘‘อุปสมลกฺขณา’’ติ, กายจิตฺตทรถานํ วูปสมนลกฺขณาติ อตฺโถ. กาโยติ เจตฺถ เวทนาทโย ตโย ขนฺธา. ทรโถ สารมฺโภ, ทุกฺขโทมนสฺสปจฺจยานํ อุทฺธจฺจาทิกานํ กิเลสานํ, ตถาปวตฺตานํ วา จตุนฺนํ ขนฺธานเมตํ อธิวจนํ. ทรถนิมฺมทฺทเนน ปริฬาหปริปฺผนฺทนวิรหิโต สีติภาโว อปริปฺผนฺทนสีติภาโว.
สมฺมา จิตฺตสฺส ฐปนํ สมาธานํ. อวิกฺเขโป สมฺปยุตฺตานํ อวิกฺขิตฺตตา. เยน สมฺปยุตฺตา อวิกฺขิตฺตา โหนฺติ, โส ธมฺโม อวิกฺเขโป. อวิสาโร อตฺตโน เอว อวิสรณภาโว. อถ วา วิกฺเขปปฺปฏิปกฺขตาย อวิกฺเขปลกฺขโณ. นฺหานียจุณฺณสฺส อุทกํ วิย สมฺปยุตฺตธมฺมานํ สมฺปิณฺฑนกิจฺจตาย อวิสารภาเวน ลกฺขิตพฺโพ อวิสารลกฺขโณ. นิวาเต ทีปจฺจิฏฺฐิติ วิย เจตโส ฐิติภาเวน ปจฺจุปติฏฺฐตีติ จิตฺตฏฺฐิติปจฺจุปฏฺฐาโน.
อชฺฌุเปกฺขนโตติ สมปฺปวตฺเตสุ อสฺเสสุ สารถิ วิย สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อชฺฌุเปกฺขนโต. ปฏิสงฺขานลกฺขณาติ มชฺฌตฺตภาเว ฐตฺวา วีมํสนสงฺขาตปฺปฏิสงฺขานลกฺขณา. สมวาหิตลกฺขณาติ สมํ อวิสมํ ยถาสกกิจฺเจสุ สมฺปยุตฺตธมฺมานํ ปวตฺตนลกฺขณา. อุทาสีนภาเวน ปวตฺตมานาปิ เสสสมฺปยุตฺตธมฺเม ยถาสกกิจฺเจสุ ปวตฺเตติ, ยถา ราชา ตุณฺหี นิสินฺโนปิ อตฺถกรเณ ธมฺมฏฺเฐ ยถาสกํ กิจฺเจสุ อปฺปมตฺโต ปวตฺเตติ. อลีนานุทฺธตปฺปวตฺติปจฺจยตฺตา อูนาธิกนิวารณรสา. ปกฺขปาตุปจฺเฉทนรสาติ ‘‘อิทํ นิหีนกิจฺจํ โหตุ, อิทํ อติเรกตรกิจฺจ’’นฺติ เอวํ ปกฺขปาตนวเสน วิย ปวตฺติ ปกฺขปาโต, ตํ อุปจฺฉินฺทนฺตี วิย โหตีติ ปกฺขปาตุปจฺเฉทนรสา. สมฺปยุตฺตธมฺมานํ สกสกกิจฺเจ มชฺฌตฺตภาเวน ปจฺจุปติฏฺฐตีติ มชฺฌตฺตภาวปจฺจุปฏฺฐาโน. โพชฺฌงฺคานํ อุปรูปริ อุปฺปาทนเมว พฺรูหนํ วฑฺฒนญฺจาติ อาห – ‘‘อุปฺปาเทตี’’ติ.
สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ สติสมฺปชญฺญํ, สติปธานํ วา สมฺปชญฺญํ สติสมฺปชญฺญํ. ตํ สพฺพตฺถ สโตการิภาวาวหตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย โหติ. ยถา ปจฺจนีกธมฺมปฺปหานํ อนุรูปธมฺมเสวนา จ อนุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อุปฺปาทาย โหติ, เอวํ สติรหิตปุคฺคลวิวชฺชนา, สโตการิปุคฺคลเสวนา, ตตฺถ จ ยุตฺตตา สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย โหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ, ‘‘สติสมฺปชญฺญ’’นฺติอาทินา. สตฺตสุ ฐาเนสูติ ‘‘อภิกฺกนฺเต ปฏิกฺกนฺเต สมฺปชานการี โหติ, อาโลกิเต วิโลกิเต สมฺปชานการี โหติ, สมิญฺชิเต ปสาริเต สมฺปชานการี โหติ, สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารเณ สมฺปชานการี โหติ, อสิเต ปีเต ขายิเต สายิเต สมฺปชานการี โหติ, อุจฺจารปสฺสาวกมฺเม สมฺปชานการี โหติ, คเต ฐิเต นิสินฺเน สุตฺเต ชาคริเต ภาสิเต ตุณฺหีภาเว สมฺปชานการี โหตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๗๖; ม. นิ. ๑.๑๐๙) เอวํ วุตฺเตสุ อภิกฺกนฺตาทีสุ สตฺตสุ ฐาเนสุ. ติสฺสทตฺตตฺเถโร นาม โย โพธิมณฺเฑ สุวณฺณสลากํ คเหตฺวา ‘‘อฏฺฐารสสุ ภาสาสุ กตรภาสาย ธมฺมํ กเถมี’’ติ ปริสํ ปธาเรสิ. อภยตฺเถโรติ ทตฺตาภยตฺเถรมาห. อภินิเวสนฺติ วิปสฺสนาภินิเวสํ.
ปริปุจฺฉกตาติ ปริโยคาเหตฺวา ปุจฺฉกภาโว. อาจริเย ปยิรุปาสิตฺวา ปญฺจปิ นิกาเย สห อฏฺฐกถาย ปริโยคาเหตฺวา ยํ ยํ ตตฺถ คณฺฐิฏฺฐานภูตํ, ตํ ตํ ‘‘อิทํ, ภนฺเต, กถํ, อิมสฺส โก อตฺโถ’’ติ ขนฺธายตนาทิอตฺถํ ปุจฺฉนฺตสฺส หิ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชติ. เตนาห – ‘‘ขนฺธธาตุ…เป… พหุลตา’’ติ.
วตฺถุวิสทกิริยาติ เอตฺถ จิตฺตเจตสิกานํ ปวตฺติฏฺฐานภาวโต สรีรํ ตปฺปฏิพทฺธานิ จีวราทีนิ จ วตฺถูนีติ อธิปฺเปตานิ. ตานิ ยถา จิตฺตสฺส สุขาวหานิ โหนฺติ, ตถา กรณํ เตสํ วิสทกิริยา. เตนาห – ‘‘อชฺฌตฺติกพาหิราน’’นฺติอาทิ. อุสฺสนฺนโทสนฺติ วาตปิตฺตาทิวเสน อุปจิตโทสํ. เสทมลมกฺขิตนฺติ เสเทน เจว ชลฺลิกาสงฺขาเตน สรีรมเลน จ มกฺขิตํ. จ-สทฺเทน อญฺญมฺปิ สรีรสฺส ปีฬาวหํ อจฺจาสนาทึ สงฺคณฺหาติ. เสนาสนํ วาติ วา-สทฺเทน มลคฺคหิตปตฺตาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ปริภณฺฑกรณาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน ปตฺตปจนาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อวิสเทติ วตฺถุมฺหิ อวิสเท สติ, วิสยภูเต วา. กถํ ภาวนมนุยุตฺตสฺส ตานิ อชฺฌตฺติกพาหิรวตฺถูนิ วิสโย? อนฺตรนฺตรา ปวตฺตนกจิตฺตุปฺปาทวเสเนว วุตฺตํ. เต หิ จิตฺตุปฺปาทา จิตฺเตกคฺคตาย อปริสุทฺธภาวาย สํวตฺตนฺติ. จิตฺตเจตสิเกสูติ นิสฺสยาทิปจฺจยภูเตสุ จิตฺตเจตสิเกสุ. ญาณมฺปีติ อปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ. เตน ‘‘น เกวลํ วตฺถุเยว, อถ โข ตสฺมึ อปริสุทฺเธ ญาณมฺปิ อปริสุทฺธํ โหตี’’ติ นิสฺสยาปริสุทฺธิยา ตํนิสฺสิตาปริสุทฺธิ วิย วิสยสฺส อปริสุทฺธตาย วิสยิโน อปริสุทฺธึ ทสฺเสติ.
สมภาวกรณนฺติ กิจฺจโต อนูนาธิกภาวกรณํ. สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ โหติ, สทฺเธยฺยวตฺถุสฺมึ ปจฺจยวเสน อธิโมกฺขกิจฺจสฺส ปฏุตรภาเวน ปญฺญาย อวิสทตาย วีริยาทีนญฺจ สิถิลตาทินา สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ โหติ. เตนาห – ‘‘อิตรานิ มนฺทานี’’ติ. ตโตติ ตสฺมา, สทฺธินฺทฺริยสฺส พลวภาวโต อิตเรสญฺจ มนฺทตฺตาติ อตฺโถ. โกสชฺชปกฺเข ปติตุํ อทตฺวา สมฺปยุตฺตธมฺมานํ ปคฺคณฺหนํ อนุพลปฺปทานํ ปคฺคโห. ปคฺคโหว กิจฺจํ ปคฺคหกิจฺจํ. กาตุํ น สกฺโกตีติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา ฐานํ, อนิสฺสชฺชนํ วา อุปฏฺฐานํ. วิกฺเขปปฺปฏิปกฺโข, เยน วา สมฺปยุตฺตา อวิกฺขิตฺตา โหนฺติ, โส อวิกฺเขโป. รูปคตํ วิย จกฺขุนา เยน ยาถาวโต วิสยสภาวํ ปสฺสติ, ตํ ทสฺสนกิจฺจํ กาตุํ น สกฺโกติ พลวตา สทฺธินฺทฺริเยน อธิภูตตฺตา. สหชาตธมฺเมสุ หิ อินฺทฏฺฐํ กาเรนฺตานํ สหปวตฺตมานานํ ธมฺมานํ เอกเทสตาวเสเนว อตฺถสิทฺธิ, น อญฺญถา. ตสฺมาติ วุตฺตเมวตฺถํ การณภาเวน ปจฺจามสติ. ตนฺติ สทฺธินฺทฺริยํ. ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขเณนาติ ยสฺส สทฺเธยฺยสฺส วตฺถุโน อุฬารตาทิคุเณ อธิมุจฺจนสฺส สาติสยปฺปวตฺติยา สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ ชาตํ, ตสฺส ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนตาทิวิภาคโต ยาถาวโต วีมํสเนน. เอวญฺหิ เอวํธมฺมตานเยน ยาถาวสรสโต ปริคฺคยฺหมาเน สวิปฺผาโร อธิโมกฺโข น โหติ ‘‘อยํ อิเมสํ ธมฺมานํ สภาโว’’ติ ปริชานนวเสน ปญฺญาพฺยาปารสฺส สาติสยตฺตา. ธุริยธมฺเมสุ หิ ยถา สทฺธาย พลวภาเว ปญฺญาย มนฺทภาโว โหติ, เอวํ ปญฺญาย พลวภาเว สทฺธาย มนฺทภาโว โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตํ ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขเณน หาเปตพฺพ’’นฺติ.
ตถา อมนสิกาเรนาติ เยนากาเรน ภาวนมนุยุญฺชนฺตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ ชาตํ, เตนากาเรน ภาวนาย อนนุยุญฺชนโตติ วุตฺตํ โหติ. อิธ ทุวิเธน สทฺธินฺทฺริยสฺส พลวภาโว อตฺตโน วา ปจฺจยวิเสเสน กิจฺจุตฺตริยโต วีริยาทีนํ วา มนฺทกิจฺจตาย. ตตฺถ ปฐมวิกปฺเป หาปนวิธิ ทสฺสิโต, ทุติยวิกปฺเป ปน ยถา มนสิกโรโต วีริยาทีนํ มนฺทกิจฺจตาย สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ ชาตํ, ตถา อมนสิกาเรน วีริยาทีนํ ปฏุกิจฺจภาวาวเหน มนสิกาเรน สทฺธินฺทฺริยํ เตหิ สมรสํ กโรนฺเตน หาเปตพฺพํ. อิมินา นเยน เสสินฺทฺริเยสุปิ หาปนวิธิ เวทิตพฺโพ.
วกฺกลิตฺเถรวตฺถูติ โส หิ อายสฺมา สทฺธาธิมุตฺตตาย กตาธิกาโร สตฺถุ รูปทสฺสนปฺปสุโต เอว หุตฺวา วิหรนฺโต สตฺถารา ‘‘กึ เต, วกฺกลิ, อิมินา ปูติกาเยน ทิฏฺเฐน, โย โข, วกฺกลิ, ธมฺมํ ปสฺสติ, โส มํ ปสฺสตี’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๓.๘๗) นเยน โอวทิตฺวา กมฺมฏฺฐาเน นิโยชิโตปิ ตํ อนนุยุญฺชนฺโต ปณามิโต อตฺตานํ วินิปาเตตุํ ปปาตฏฺฐานํ อภิรุหิ. อถ นํ สตฺถา ยถานิสินฺโนว โอภาสวิสฺสชฺชเนน อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา –
‘‘ปาโมชฺชพหุโล ภิกฺขุ, ปสนฺโน พุทฺธสาสเน;
อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ, สงฺขารูปสมํ สุข’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๘๑) –
คาถํ วตฺวา ‘‘เอหิ, วกฺกลี’’ติ อาห. โส เตเนว อมเตน อภิสิตฺโต หฏฺฐตุฏฺโฐ หุตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปสิ, สทฺธาย ปน พลวภาเวน วิปสฺสนาวีถึ น โอตริ. ตํ ญตฺวา ภควา ตสฺส อินฺทฺริยสมตฺตปฺปฏิปาทนาย กมฺมฏฺฐานํ โสเธตฺวา อทาสิ. โส สตฺถารา ทินฺนนเย ฐตฺวา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา มคฺคปฺปฏิปาฏิยา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘วกฺกลิตฺเถรวตฺถุ เจตฺถ นิทสฺสน’’นฺติ. เอตฺถาติ สทฺธินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตภาเว เสสินฺทฺริยานํ สกิจฺจากรเณ. อิตรกิจฺจเภทนฺติ อุปฏฺฐานาทิกิจฺจวิเสสํ. ปสฺสทฺธาทีติ อาทิ-สทฺเทน สมาธิอุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคานํ สงฺคโห. หาเปตพฺพนฺติ ยถา สทฺธินฺทฺริยสฺส พลวภาโว ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขเณน หายติ, เอวํ วีริยินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตตา ปสฺสทฺธิอาทิภาวนาย หายติ สมาธิปกฺขิยตฺตา ตสฺสา. ตถา หิ สมาธินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตตํ โกสชฺชปาตโต รกฺขนฺตี วีริยาทิภาวนา วิย วีริยินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตตํ อุทฺธจฺจปาตโต รกฺขนฺตี ปสฺสทฺธาทิภาวนา เอกํสโต หาเปติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปสฺสทฺธาทิภาวนาย หาเปตพฺพ’’นฺติ.
โสณตฺเถรสฺส วตฺถูติ สุขุมาลโสณตฺเถรสฺส วตฺถุ. โส หิ อายสฺมา สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา สีตวเน วิหรนฺโต ‘‘มม สรีรํ สุขุมาลํ, น จ สกฺกา สุเขเนว สุขํ อธิคนฺตุํ, กิลเมตฺวาปิ สมณธมฺโม กาตพฺโพ’’ติ ฐานจงฺกมเมว อธิฏฺฐาย ปธานมนุยุญฺชนฺโต ปาทตเลสุ โผเฏสุ อุฏฺฐิเตสุปิ เวทนํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา ทฬฺหวีริยํ กโรนฺโต อจฺจารทฺธวีริยตาย วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ นาสกฺขิ. สตฺถา ตตฺถ คนฺตฺวา วีณูปโมวาเทน โอวทิตฺวา วีริยสมตาโยชนวิธึ ทสฺเสนฺโต กมฺมฏฺฐานํ วิโสเธตฺวา คิชฺฌกูฏํ คโต. เถโรปิ สตฺถารา ทินฺนนเยน วีริยสมตํ โยเชตฺวา ภาเวนฺโต วิปสฺสนมฺปิ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘โสณตฺเถรสฺส วตฺถุ ทสฺเสตพฺพ’’นฺติ. เสเสสุปีติ สติสมาธิปญฺญินฺทฺริเยสุปิ.
สมตนฺติ สทฺธาปญฺญานํ อญฺญมญฺญํ อนูนาธิกภาวํ, ตถา สมาธิวีริยานํ. ยถา หิ สทฺธาปญฺญานํ วิสุํ ธุริยธมฺมภูตานํ กิจฺจโต อญฺญมญฺญานติวตฺตนํ วิเสสโต อิจฺฉิตพฺพํ, ยโต เนสํ สมธุรตาย อปฺปนา สมฺปชฺชติ, เอวํ สมาธิวีริยานํ โกสชฺชุทฺธจฺจปกฺขิกานํ สมรสตาย สติ อญฺญมญฺญูปตฺถมฺภนโต สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อนฺตทฺวยปาตาภาเวน สมฺมเทว อปฺปนา อิชฺฌติ. พลวสทฺโธติอาทิ พฺยติเรกมุเขน วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส สมตฺถนํ. ตสฺสตฺโถ – โย พลวติยา สทฺธาย สมนฺนาคโต อวิสทญาโณ, โส มุธปฺปสนฺโน โหติ, น อเวจฺจปฺปสนฺโน. ตถา หิ อวตฺถุสฺมึ ปสีทติ เสยฺยถาปิ ติตฺถิยสาวกา. เกราฏิกปกฺขนฺติ สาเฐยฺยปกฺขํ ภชติ. สทฺธาหีนาย ปญฺญาย อติธาวนฺโต ‘‘เทยฺยวตฺถุปริจฺจาเคน วินา จิตฺตุปฺปาทมตฺเตนปิ ทานมยํ ปุญฺญํ โหตี’’ติอาทีนิ ปริกปฺเปติ เหตุปฺปฏิรูปเกหิ วญฺจิโต, เอวํภูโต สุกฺขตกฺกวิลุตฺตจิตฺโต ปณฺฑิตานํ วจนํ นาทิยติ, สญฺญตฺตึ น คจฺฉติ. เตนาห – ‘‘เภสชฺชสมุฏฺฐิโต วิย โรโค อเตกิจฺโฉ โหตี’’ติ. ยถา เจตฺถ สทฺธาปญฺญานํ อญฺญมญฺญํ สมภาโว อตฺถาวโห, อนตฺถาวโห วิสมภาโว, เอวํ สมาธิวีริยานํ อญฺญมญฺญํ อวิกฺเขปาวโห สมภาโว, อิตโร วิกฺเขปาวโห จาติ โกสชฺชํ อภิภวติ, เตน อปฺปนํ น ปาปุณาตีติ อธิปฺปาโย. อุทฺธจฺจํ อภิภวตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตํ อุภยนฺติ สทฺธาปญฺญาทฺวยํ สมาธิวีริยทฺวยญฺจ. สมํ กตฺตพฺพนฺติ สมรสํ กาตพฺพํ.
สมาธิกมฺมิกสฺสาติ สมถกมฺมฏฺฐานิกสฺส. เอวนฺติ เอวํ สนฺเต, สทฺธาย โถกํ พลวภาเว สตีติ อตฺโถ. สทฺทหนฺโตติ ‘‘ปถวี ปถวีติ มนสิกรณมตฺเตน กถํ ฌานุปฺปตฺตี’’ติ อจินฺเตตฺวา ‘‘อทฺธา สมฺมาสมฺพุทฺเธน วุตฺตวิธิ อิชฺฌิสฺสตี’’ติ สทฺทหนฺโต สทฺธํ ชเนนฺโต. โอกปฺเปนฺโตติ อารมฺมณํ อนุปฺปวิสิตฺวา วิย อธิมุจฺจนวเสน อวกปฺเปนฺโต ปกฺขนฺทนฺโต. เอกคฺคตา พลวตี วฏฺฏติ สมาธิปฺปธานตฺตา ฌานสฺส. อุภินฺนนฺติ สมาธิปญฺญานํ. สมาธิกมฺมิกสฺส สมาธิโน อธิมตฺตตา วิย ปญฺญาย อธิมตฺตตาปิ อิจฺฉิตพฺพาติ อาห – ‘‘สมตายปี’’ติ, สมภาเวนปีติ อตฺโถ. อปฺปนาติ โลกิยอปฺปนา. ตถา หิ ‘‘โหติเยวา’’ติ สาสงฺกํ วทติ. โลกุตฺตรปฺปนา ปน เตสํ สมภาเวเนว อิจฺฉิตา. ยถาห – ‘‘สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ ภาเวตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๗๐; ปฏิ. ม. ๒.๕).
ยทิ วิเสสโต สทฺธาปญฺญานํ สมาธิวีริยานญฺจ สมตาว อิจฺฉิตา, กถํ สตีติ อาห – ‘‘สติ ปน สพฺพตฺถ พลวตี วฏฺฏตี’’ติ. สพฺพตฺถาติ ลีนุทฺธจฺจปกฺขิเกสุ ปญฺจสุ อินฺทฺริเยสุ. อุทฺธจฺจปกฺขิเก คณฺหนฺโต ‘‘สทฺธาวีริยปญฺญาน’’นฺติ อาห. อญฺญถาปีติ จ คเหตพฺพา สิยา. ตถา หิ โกสชฺชปกฺขิเกน จ สมาธินาอิจฺเจว วุตฺตํ, น ‘‘ปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาหี’’ติ. สาติ สติ. สพฺเพสุ ราชกมฺเมสุ นิยุตฺโต สพฺพกมฺมิโก. เตนาติ เตน สพฺพตฺถ อิจฺฉิตพฺพตฺเถน การเณน. อาห อฏฺฐกถายํ. สพฺพตฺถ นิยุตฺตา สพฺพตฺถิกา สพฺพตฺถ ลีเน อุทฺธเต จ จิตฺเต อิจฺฉิตพฺพตฺตา, สพฺเพน วา ลีนุทฺธจฺจปกฺขิเยน โพชฺฌงฺคคเณน อตฺเถตพฺพาติ สพฺพตฺถา, สาว สพฺพตฺถิกา. จิตฺตนฺติ กุสลจิตฺตํ. ตสฺส หิ สติปฏิสรณํ ปรายณํ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย. เตนาห – ‘‘อารกฺขปจฺจุปฏฺฐานา’’ติอาทิ.
ขนฺธาทิเภเทสุ อโนคาฬฺหปญฺญานนฺติ ปริยตฺติพาหุสจฺจวเสนปิ ขนฺธายตนาทีสุ อปฺปติฏฺฐิตพุทฺธีนํ. พหุสฺสุตเสวนา หิ สุตมยญาณาวหา. ตรุณวิปสฺสนาสมงฺคีปิ ภาวนามยญาเณ ฐิตตฺตา เอกํสโต ปญฺญวา เอว นาม โหตีติ อาห – ‘‘สมปญฺญาส…เป… ปุคฺคลเสวนา’’ติ. เญยฺยธมฺมสฺส คมฺภีรภาววเสน ตปฺปริจฺเฉทกญาณสฺส คมฺภีรภาวคฺคหณนฺติ อาห – ‘‘คมฺภีเรสุ ขนฺธาทีสุ ปวตฺตาย คมฺภีรปญฺญายา’’ติ. ตญฺหิ เญยฺยํ ตาทิสาย ปญฺญาย จริตพฺพโต คมฺภีรญาณจริยํ. ตสฺสา วา ปญฺญาย ตตฺถ ปเภทโต ปวตฺติ คมฺภีรญาณจริยา, ตสฺสา ปจฺจเวกฺขณาติ อาห – ‘‘คมฺภีรปญฺญาย ปเภทปจฺจเวกฺขณา’’ติ.
ปญฺจวิธพนฺธนกมฺมการณํ นิรเย นิพฺพตฺตสตฺตสฺส เยภุยฺเยน สพฺพปฐมํ กโรนฺตีติ เทวทูตสุตฺตาทีสุ อาทิโต วุตฺตตฺตา จ อาห – ‘‘ปญฺจวิธพนฺธนกมฺมการณโต ปฏฺฐายา’’ติ. สกฏวหนาทิกาเลติ อาทิ-สทฺเทน ตทญฺญํ มนุสฺเสหิ ติรจฺฉาเนหิ จ วิพาธิตพฺพกาลํ สงฺคณฺหาติ. เอกํ พุทฺธนฺตรนฺติ อิทํ อปราปเรสุ เปเตสุเยว อุปฺปชฺชนกสตฺตวเสน วุตฺตํ, เอกจฺจานํ วา เปตานํ เอกจฺจติรจฺฉานานํ วิย ทีฆายุกตา สิยาติ ตถา วุตฺตํ. ตถา หิ กาโฬ นาคราชา จตุนฺนํ พุทฺธานํ สมฺมุขีภาวํ ลภิตฺวา ฐิโตปิ เมตฺเตยฺยสฺสปิ ภควโต สมฺมุขีภาวํ ลภิสฺสตีติ วทนฺติ, ยตสฺส กปฺปายุกตา วุตฺตา.
เอวํ อานิสํสทสฺสาวิโนติ วีริยายตฺโต เอว สพฺโพ โลกิโย โลกุตฺตโร จ วิเสสาธิคโมติ เอวํ วีริเย อานิสํสทสฺสนสีลสฺส. คมนวีถินฺติ สปุพฺพภาคํ นิพฺพานคามินิปฏิปทํ, สห วิปสฺสนาย อริยมคฺคปฺปฏิปาฏิ, สตฺตวิสุทฺธิปรมฺปรา วา. สา หิ ‘‘ภิกฺขุโน วฏฺฏนิยฺยานาย คนฺตพฺพา ปฏิปชฺชิตพฺพา ปฏิปทา’’ติ กตฺวา คมนวีถิ นาม.
กายทฬฺหีพหุโลติ ยถา ตถา กายสฺส ทฬฺหีกมฺมปฺปสุโต. ปิณฺฑปาตนฺติ รฏฺฐปิณฺฑํ. ปจฺจยทายกานํ อตฺตนิ การสฺส อตฺตโน สมฺมาปฏิปตฺติยา มหปฺผลภาวสฺส กรเณน ปิณฺฑสฺส ภิกฺขาย ปฏิปูชนา ปิณฺฑปาตาปจายนํ.
นีหรนฺโตติ ปตฺตตฺถวิกโต นีหรนฺโต. ตํ สทฺทํ สุตฺวาติ ตํ อุปาสิกาย วจนํ ปณฺณสาลาทฺวาเร ฐิโตว ปญฺจาภิญฺญตาย ทิพฺพโสเตน สุตฺวา. มนุสฺสสมฺปตฺติ, ทิพฺพสมฺปตฺติ, นิพฺพานสมฺปตฺตีติ อิมา ติสฺโส สมฺปตฺติโย. ทาตุํ สกฺขิสฺสสีติ ตยิ กเตน ทานมเยน เวยฺยาวจฺจมเยน จ ปุญฺญกมฺเมน เขตฺตวิเสสภาวูปคมเนน อปราปรํ เทวมนุสฺสานํ สมฺปตฺติโย อนฺเต นิพฺพานสมฺปตฺติญฺจ ทาตุํ สกฺขิสฺสสีติ เถโร อตฺตานํ ปุจฺฉติ. สิตํ กโรนฺโตติ ‘‘อกิจฺเฉเนว มยา วฏฺฏทุกฺขํ สมติกฺกนฺต’’นฺติ ปจฺจเวกฺขณาวสาเน สญฺชาตปาโมชฺชวเสน สิตํ กโรนฺโต.
นิปฺปริสฺสยกาโลติ นิรุปทฺทวกาโล, ตทา ภิกฺขุสงฺฆสฺส สุลภา ปจฺจยา โหนฺตีติ ปจฺจยเหตุกา จิตฺตปีฬา นตฺถีติ อธิปฺปาโย. ปสฺสนฺตานํเยวาติ อนาทเร สามิวจนํ. ขีรเธนุนฺติ ขีรทายิกํ เธนุํ. กิญฺจิเทว กตฺวาติ กิญฺจิเทว ภติกมฺมํ กตฺวา. อุจฺฉุยนฺตกมฺมนฺติ อุจฺฉุยนฺตสาลาย กาตพฺพํ กิจฺจํ. ตเมว มคฺคนฺติ อุปาสเกน ปฏิปนฺนมคฺคํ. อุปกฏฺฐายาติ อาสนฺนาย. วิปฺปฏิปนฺนนฺติ ชาติธมฺมกุลธมฺมาทิลงฺฆเนน อสมฺมาปฏิปนฺนํ. เอวนฺติ ยถา อสมฺมาปฏิปนฺโน ปุตฺโต ตาย เอว อสมฺมาปฏิปตฺติยา กุลสนฺตานโต พาหิโร หุตฺวา ปิตุ สนฺติกา ทายชฺชสฺส น ภาคี, เอวํ กุสีโตปิ เตเนว กุสีตภาเวน น สมฺมาปฏิปนฺโน สตฺถุ สนฺติกา ลทฺธพฺพอริยธนทายชฺชสฺส น ภาคี. อารทฺธวีริโยว ลภติ สมฺมาปฏิปชฺชนโต. อุปฺปชฺชติ วีริยสมฺโพชฺฌงฺโคติ โยชนา, เอวํ สพฺพตฺถ.
มหาติ สีลาทิคุเณหิ มหนฺโต วิปุโล อนญฺญสาธารโณ. ตํ ปนสฺส คุณมหตฺตํ ทสสหสฺสิโลกธาตุกมฺปเนน โลเก ปากฏนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สตฺถุโน หี’’ติอาทิมาห.
ยสฺมา สตฺถุสาสเน ปพฺพชิตสฺส ปพฺพชฺชูปคมเนน สกฺยปุตฺติยภาโว สญฺชายติ, ตสฺมา พุทฺธปุตฺตภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อสมฺภินฺนายา’’ติอาทิมาห.
อลสานํ ภาวนาย นามมตฺตมฺปิ อชานนฺตานํ กายทฬฺหีพหุลานํ ยาวทตฺถํ ภุญฺชิตฺวา เสยฺยสุขาทิอนุยุญฺชนกานํ ติรจฺฉานคติกานํ ปุคฺคลานํ ทูรโต วชฺชนา กุสีตปุคฺคลปริวชฺชนาติ อาห – ‘‘กุจฺฉึ ปูเรตฺวา ฐิตอชครสทิเส’’ติอาทิ. ‘‘ทิวสํ จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธสฺสามา’’ติอาทินา ภาวนารมฺภวเสน อารทฺธวีริยานํ ทฬฺหปรกฺกมานํ กาเลน กาลํ อุปสงฺกมนา อารทฺธวีริยปุคฺคลเสวนาติ อาห – ‘‘อารทฺธวีริเย’’ติอาทิ. วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๖๔-๖๕) ปน ชาติมหตฺตปจฺจเวกฺขณา สพฺรหฺมจาริมหตฺตปจฺจเวกฺขณาติ อิทํ ทฺวยํ น คหิตํ, ถินมิทฺธวิโนทนตา สมฺมปฺปธานปจฺจเวกฺขณตาติ อิทํ ทฺวยํ คหิตํ. ตตฺถ อานิสํสทสฺสาวิตาย เอว สมฺมปฺปธานปจฺจเวกฺขณา คหิตา โหติ โลกิยโลกุตฺตรวิเสสาธิคมสฺส วีริยายตฺตตาทสฺสนภาวโต, ถินมิทฺธวิโนทนํ ปน ตทธิมุตฺตตาย เอว คหิตํ โหติ. วีริยุปฺปาทเน ยุตฺตปฺปยุตฺตสฺส ถินมิทฺธวิโนทนํ อตฺถสิทฺธเมวาติ. ตตฺถ ถินมิทฺธวิโนทนกุสีตปุคฺคลปริวชฺชนอารทฺธวีริยปุคฺคลเสวนตทธิ- มุตฺตตาปฏิปกฺขวิธมนปจฺจยูปสํหารวเสน อปายภยปจฺจเวกฺขณาทโย สมุตฺเตชนวเสน วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทกา ทฏฺฐพฺพา.
พุทฺธานุสฺสติยา อุปจารสมาธินิฏฺฐตฺตา วุตฺตํ – ‘‘ยาว อุปจารา’’ติ. สกลสรีรํ ผรมาโนติ ปีติสมุฏฺฐาเนหิ ปณีตรูเปหิ สกลสรีรํ ผรมาโน, ธมฺมสงฺฆคุเณ อนุสฺสรนฺตสฺสปิ ยาว อุปจารา สกลสรีรํ ผรมาโน ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชตีติ เอวํ เสสอนุสฺสตีสุ, ปสาทนียสุตฺตนฺตปจฺจเวกฺขณาย จ โยเชตพฺพํ ตสฺสาปิ วิมุตฺตายตนภาเวน ตคฺคติกตฺตา. เอวรูเป กาเลติ ‘‘ทุพฺภิกฺขภยาทีสู’’ติ วุตฺตกาเล. สมาปตฺติ…เป… น สมุทาจรนฺตีติ อิทํ อุปสมานุสฺสติยา วเสน วุตฺตํ. สงฺขารานญฺหิ วเสน สปฺปเทสวูปสเมปิ นิปฺปเทสวูปสเม วิย ตถา สญฺญาย ปวตฺติโต ภาวนามนสิกาโร กิเลสวิกฺขมฺภนสมตฺโถ หุตฺวา อุปจารสมาธึ อาวหนฺโต ตถารูปปีติโสมนสฺสสมนฺนาคโต ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปาทาย โหตีติ. ตตฺถ ‘‘วิกฺขมฺภิตา กิเลสา’’ติ ปาโฐ. น สมุทาจรนฺตีติ อิติ-สทฺโท การณตฺโถ. ยสฺมา น สมุทาจรนฺติ, ตสฺมา ตํ เนสํ อสมุทาจารํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาติ โยชนา. น หิ กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส โพชฺฌงฺคุปฺปตฺติ ยุตฺตา, ปสาทนีเยสุ ฐาเนสุ ปสาทสิเนหาภาเวน ลูขหทยตาย ลูขตา. สา ตตฺถ อาทรคารวากรเณน วิญฺญายตีติ อาห – ‘‘อสกฺกจฺจกิริยาย สํสูจิตลูขภาเว’’ติ.
ปณีตโภชนเสวนตาติ ปณีตสปฺปายโภชนเสวนตา. อุตุอิริยาปถสุขคฺคหเณน สปฺปายอุตุอิริยาปถคฺคหณํ ทฏฺฐพฺพํ. ตญฺหิ ติวิธมฺปิ สปฺปายํ เสวิยมานํ กายสฺส กลฺยตาปาทนวเสน จิตฺตสฺส กลฺยตํ อาวหนฺตํ ทุวิธายปิ ปสฺสทฺธิยา การณํ โหติ. อเหตุกสตฺเตสุ ลพฺภมานํ สุขทุกฺขนฺติ อยเมโก อนฺโต, อิสฺสราทิวิสมเหตุกนฺติ ปน อยํ ทุติโย. เอเต อุโภ อนฺเต อนุปคมฺม ยถาสกํ กมฺมุนา โหตีติ อยํ มชฺฌิมา ปฏิปตฺติ. มชฺฌตฺโต ปโยโค ยสฺส โส มชฺฌตฺตปโยโค, ตสฺส ภาโว มชฺฌตฺตปโยคตา. อยญฺหิ สภาวาสารทฺธตาย ตํปสฺสทฺธกายตาย การณํ โหติ, ปสฺสทฺธิทฺวยํ อาวหติ. เอเตเนว สารทฺธกายปุคฺคลปริวชฺชนปสฺสทฺธกายปุคฺคลเสวนานํ ตทาวหนตา สํวณฺณิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
วตฺถุวิสทกิริยา อินฺทฺริยสมตฺตปฺปฏิปาทนา จ ปญฺญาวหา วุตฺตา, สมาธานาวหาปิ ตา โหนฺติ. สมาธานาวหภาเวเนว ปญฺญาวหภาวโตติ วุตฺตํ – ‘‘วตฺถุวิสทกิริยา…เป… เวทิตพฺพา’’ติ.
การณโกสลฺลภาวนาโกสลฺลานํ นานนฺตริยภาวโต รกฺขนาโกสลฺลสฺส จ ตํมูลกตฺตา ‘‘นิมิตฺตกุสลตา นาม กสิณนิมิตฺตสฺส อุคฺคหกุสลตา’’อิจฺเจว วุตฺตํ. กสิณนิมิตฺตสฺสาติ จ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. อสุภนิมิตฺตาทิกสฺสปิ หิ ยสฺส กสฺสจิ ฌานุปฺปตฺตินิมิตฺตสฺส อุคฺคหโกสลฺลํ นิมิตฺตกุสลตา เอวาติ. อติสิถิลวีริยตาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน ปญฺญาปโยคมนฺทตํ ปโยคเวกลฺลญฺจ สงฺคณฺหาติ. ตสฺส ปคฺคณฺหนนฺติ ตสฺส ลีนสฺส จิตฺตสฺส ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทิสมุฏฺฐาปเนน ลยาปตฺติโต สมุทฺธรณํ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘ยสฺมิญฺจ โข, ภิกฺขเว, สมเย ลีนํ จิตฺตํ โหติ, กาโล ตสฺมึ สมเย ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย. ตํ กิสฺส เหตุ? ลีนํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ, ตํ เอเตหิ ธมฺเมหิ สุสมุฏฺฐาปยํ โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส ปริตฺตํ อคฺคึ อุชฺชาเลตุกาโม อสฺส. โส ตตฺถ สุกฺขานิ เจว ติณานิ ปกฺขิเปยฺย, สุกฺขานิ จ โคมยานิ ปกฺขิเปยฺย, สุกฺขานิ จ กฏฺฐานิ ปกฺขิเปยฺย, มุขวาตญฺจ ทเทยฺย, น จ ปํสุเกน โอกิเรยฺย, ภพฺโพ นุ โข โส ปุริโส ปริตฺตํ อคฺคึ อุชฺชาเลตุนฺติ? เอวํ, ภนฺเต’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔).
เอตฺถ จ ยถาสกํ อาหารวเสน ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทีนํ ภาวนา สมุฏฺฐาปนาติ เวทิตพฺพา, สา อนนฺตรํ วิภาวิตา เอว.
อจฺจารทฺธวีริยตาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน ปญฺญาปโยคพลวตํ ปโมทุปฺปิลาปนญฺจ สงฺคณฺหาติ. ตสฺส นิคฺคณฺหนนฺติ ตสฺส อุทฺธตสฺส จิตฺตสฺส สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคาทิสมุฏฺฐาปเนน อุทฺธตาปตฺติโต นิเสธนํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ภควตา –
‘‘ยสฺมิญฺจ โข, ภิกฺขเว, สมเย อุทฺธตํ จิตฺตํ โหติ, กาโล ตสฺมึ สมเย ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย. ตํ กิสฺส เหตุ? อุทฺธตํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ, ตํ เอเตหิ ธมฺเมหิ สุวูปสมํ โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ นิพฺพาเปตุกาโม อสฺส, โส ตตฺถ อลฺลานิ เจว ติณานิ ปกฺขิเปยฺย, อลฺลานิ จ โคมยานิ นิกฺขิเปยฺย, อลฺลานิ จ กฏฺฐานิ ปกฺขิเปยฺย, มุขวาตญฺจ น ทเทยฺย, ปํสุเกน จ โอกิเรยฺย, ภพฺโพ นุ โข โส ปุริโส มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ นิพฺพาเปตุนฺติ? เอวํ, ภนฺเต’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔).
เอตฺถาปิ ยถาสกํ อาหารวเสน ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคาทีนํ ภาวนา สมุฏฺฐาปนาติ เวทิตพฺพา. ตตฺถ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนา วุตฺตา เอว, สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส วุจฺจมานา, อิตรสฺส อนนฺตรํ วกฺขติ.
ปญฺญาปโยคมนฺทตายาติ ปญฺญาพฺยาปารสฺส อปฺปกภาเวน. ยถา หิ ทานํ อโลภปฺปธานํ, สีลํ อโทสปฺปธานํ, เอวํ ภาวนา อโมหปฺปธานา. ตตฺถ ยทา ปญฺญา น พลวตี โหติ, ตทา ภาวนา ปุพฺเพนาปรํ วิเสสาวหา น โหติ. อนภิสงฺคโต วิย อาหาโร ปุริสสฺส, โยคิโน จิตฺตสฺส อภิรุจึ น ชเนติ, เตน ตํ นิรสฺสาทํ โหติ. ตถา ภาวนาย สมฺมเทว อวีถิปฏิปตฺติยา อุปสมสุขํ น วินฺทติ, เตนปิ จิตฺตํ นิรสฺสาทํ โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปญฺญาปโยคมนฺทตายา…เป… นิรสฺสาทํ โหตี’’ติ. ตสฺส สํเวคุปฺปาทนํ ปสาทุปฺปาทนญฺจ ติกิจฺฉนนฺติ ตํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘อฏฺฐ สํเวควตฺถูนี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ชาติชราพฺยาธิมรณานิ ยถารหํ สุคติยํ ทุคฺคติยญฺจ โหนฺตีติ ตทญฺญเมว ปญฺจวิธพนฺธนาทิขุปฺปิปาสาทิอญฺญมญฺญวิเหฐนาทิเหตุกํ อปายทุกฺขํ ทฏฺฐพฺพํ. ตยิทํ สพฺพํ เตสํ เตสํ สตฺตานํ ปจฺจุปฺปนฺนภวนิสฺสิตํ คหิตนฺติ อตีเต อนาคเต จ กาเล วฏฺฏมูลกทุกฺขานิ วิสุํ คหิตานิ. เย ปน สตฺตา อาหารูปชีวิโน, ตตฺถ จ อุฏฺฐานผลูปชีวิโน, เตสํ อญฺเญหิ อสาธารณชีวิตทุกฺขํ อฏฺฐมํ สํเวควตฺถุ คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อยํ วุจฺจติ สมเย สมฺปหํสนตาติ อยํ ภาวนาจิตฺตสฺส สมฺปหํสิตพฺพสมเย วุตฺตนเยเนว สํเวคชนนวเสน เจว ปสาทุปฺปาทนวเสน จ สมฺมเทว ปหํสนา, สํเวคชนนปุพฺพกปสาทุปฺปาทเนน โตสนาติ อตฺโถ.
สมฺมาปฏิปตฺตึ อาคมฺมาติ ลีนุทฺธจฺจวิรเหน สมถวีถิปฏิปตฺติยา จ สมฺมา อวิสมํ สมฺมเทว ภาวนาปฏิปตฺตึ อาคมฺม. อลีนนฺติอาทีสุ โกสชฺชปกฺขิยานํ ธมฺมานํ อนธิมตฺตตาย อลีนํ, อุทฺธจฺจปกฺขิกานํ อนธิมตฺตตาย อนุทฺธตํ, ปญฺญาปโยคสมฺปตฺติยา อุปสมสุขาธิคเมน จ อนิรสฺสาทํ, ตโต เอว อารมฺมเณ สมปฺปวตฺตํ สมถวีถิปฏิปนฺนํ. อลีนานุทฺธตาหิ วา อารมฺมเณ สมปฺปวตฺตํ, อนิรสฺสาทตาย สมถวีถิปฏิปนฺนํ. สมปฺปวตฺติยา วา อลีนํ อนุทฺธตํ, สมถวีถิปฏิปตฺติยา อนิรสฺสาทนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถ อลีนตาย ปคฺคเห, อนุทฺธตตาย นิคฺคเห, อนิรสฺสาทตาย สมฺปหํสเน น พฺยาปารํ อาปชฺชติ. อยํ วุจฺจติ สมเย อชฺฌุเปกฺขนตาติ อยํ อชฺฌุเปกฺขิตพฺพสมเย ภาวนาจิตฺตสฺส ปคฺคหนิคฺคหสมฺปหํสเนสุ พฺยาวฏตาสงฺขาตํ ปฏิปกฺขํ อภิภุยฺย อชฺฌุเปกฺขนา วุจฺจติ. ปฏิปกฺขวิกฺขมฺภนโต วิปสฺสนาย อธิฏฺฐานภาวูปคมนโต จ อุปจารชฺฌานมฺปิ สมาธานกิจฺจนิปฺผตฺติยา ปุคฺคลสฺส สมาหิตภาวสาธนเมวาติ ตตฺถ สมธุรภาเวนาห – ‘‘อุปจารํ วา อปฺปนํ วา’’ติ. เอส อุปฺปชฺชตีติ เอส สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค อนุปฺปนฺโน อุปฺปชฺชติ.
อนุโรธวิโรธปฺปหานวเสน มชฺฌตฺตภาโว อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส การณํ ตสฺมึ สติ สิชฺฌนโต, อสติ จ อสิชฺฌนโต, โส จ มชฺฌตฺตภาโว วิสยวเสน ทุวิโธติ อาห – ‘‘สตฺตมชฺฌตฺตตา สงฺขารมชฺฌตฺตตา’’ติ. ตทุภเยน จ วิรุชฺฌนํ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคภาวนาย เอว ทูรีกตนฺติ อนุรุชฺฌนสฺเสว ปหานวิธึ ทสฺเสตุํ – ‘‘สตฺตมชฺฌตฺตตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตนาห – ‘‘สตฺตสงฺขารเกลายนปุคฺคลปริวชฺชนตา’’ติ. อุเปกฺขาย หิ วิเสสโต ราโค ปฏิปกฺโข. ตถา จาห – ‘‘อุเปกฺขา ราคพหุลสฺส วิสุทฺธิมคฺโค’’ติ (วิสุทฺธิ. ๑.๒๖๙). ทฺวีหากาเรหีติ กมฺมสฺสกตาปจฺจเวกฺขณํ, อตฺตสุญฺญตาปจฺจเวกฺขณนฺติ, อิเมหิ ทฺวีหิ การเณหิ. ทฺวีเหวาติ อวธารณํ สงฺขฺยาสมานตาทสฺสนตฺถํ. สงฺขฺยา เอว เหตฺถ สมานา, น สงฺเขฺยยฺยํ สพฺพถา สมานนฺติ. อสฺสามิกภาโว อนตฺตนิยตา. สติ หิ อตฺตนิ ตสฺส กิญฺจนภาเวน จีวรํ อญฺญํ วา กิญฺจิ อตฺตนิยํ นาม สิยา, โส ปน โกจิ นตฺเถวาติ อธิปฺปาโย. อนทฺธนิยนฺติ น อทฺธานกฺขมํ, น จิรฏฺฐายี อิตฺตรํ อนิจฺจนฺติ อตฺโถ. ตาวกาลิกนฺติ ตสฺเสว เววจนํ.
มมายตีติ มมตฺตํ กโรติ, มมาติ ตณฺหาย ปริคฺคยฺห ติฏฺฐติ. ธนายนฺตาติ ธนํ ทพฺพํ กโรนฺตา.
๔๑๙. สมฺมาทสฺสนลกฺขณาติ สมฺมา อวิปรีตํ อนิจฺจาทิวเสน ทสฺสนสภาวา. สมฺมาอภินิโรปนลกฺขโณติ สมฺมเทว อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อภินิโรปนสภาโว. จตุรงฺคสมนฺนาคตา วาจา ชนํ สงฺคณฺหาตีติ ตพฺพิปกฺขวิรติสภาวา สมฺมาวาจา เภทกรมิจฺฉาวาจาปหาเนน ชเน สมฺปยุตฺเต จ ปริคฺคณฺหนกิจฺจวตี โหตีติ ‘‘ปริคฺคหลกฺขณา’’ติ วุตฺตา. วิสํวาทนาทิกิจฺจตาย หิ ลูขานํ อปริคฺคาหกานํ มุสาวาทาทีนํ ปฏิปกฺขภูตา สินิทฺธภาเวน ปริคฺคหณสภาวา สมฺมาชปฺปนกิจฺจา สมฺมาวาจา ตปฺปจฺจยสุภาสิตสมฺปฏิคฺคาหเก ชเน สมฺปยุตฺตธมฺเม จ ปริคฺคณฺหนฺตี ปวตฺตตีติ ปริคฺคหลกฺขณา. ยถา จีวรกมฺมาทิปฺปโยคสงฺขาโต กมฺมนฺโต กาตพฺพํ จีวรรชนาทิกํ สมุฏฺฐาเปติ นิปฺผาเทติ, ตํตํกิริยานิปฺผาทโก วา เจตนาสงฺขาโต กมฺมนฺโต หตฺถจลนาทิกํ กิริยํ สมุฏฺฐาเปติ, เอวํ สาวชฺชกตฺตพฺพกิริยาสมุฏฺฐาปกมิจฺฉากมฺมนฺตปฺปหาเนน สมฺมากมฺมนฺโต นิรวชฺชสฺส กตฺตพฺพสฺส นิรวชฺชากาเรน สมุฏฺฐาปนกิจฺจวา โหตีติ อาห – ‘‘สมฺมาสมุฏฺฐาปนลกฺขโณ’’ติ. สมฺปยุตฺตธมฺมานํ วา อุกฺขิปนํ สมุฏฺฐาปนํ กายิกกิริยาย ภารุกฺขิปนํ วิย. สมฺมาโวทาปนลกฺขโณติ ชีวมานสฺส ปุคฺคลสฺส, สมฺปยุตฺตธมฺมานํ วา ชีวิตินฺทฺริยวุตฺติยา, อาชีวสฺเสว วา สมฺมเทว โสธนํ โวทาปนํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ สมฺมาโวทาปนลกฺขโณ. อถ วา กายวาจานํ ขนฺธสนฺตานสฺส จ สํกิเลสภูตมิจฺฉาอาชีวปฺปหาเนน สมฺมาอาชีโว ‘‘โวทาปนลกฺขโณ’’ติ วุตฺโต. สมฺมาวายามสติสมาธีสุ วตฺตพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว.
ปญฺญาย กุสลานํ ธมฺมานํ ปุพฺพงฺคมภาวโต สพฺเพปิ อกุสลา ธมฺมา ตสฺสา ปฏิปกฺขาวาติ วุตฺตํ – ‘‘อญฺเญหิปิ อตฺตโน ปจฺจนีกกิเลเสหิ สทฺธิ’’นฺติ. อถ วา อตฺตโน ปจฺจนีกกิเลสา ทิฏฺเฐกฏฺฐา อวิชฺชาทโย ปญฺญาย อุชุปจฺจนีกภาวโต. ปสฺสตีติ ปสฺสนฺตี วิย โหติ วิพนฺธาภาวโต. เตนาห – ‘‘ตปฺปฏิจฺฉาทก…เป… อสมฺโมหโต’’ติ. สมฺมาสงฺกปฺปาทีนํ มิจฺฉาสงฺกปฺปาทโย อุชุวิปจฺจนีกาติ อาห – ‘‘สมฺมาสงฺกปฺปาทโย…เป… ปชหนฺตี’’ติ. ตเถวาติ อิมินา อตฺตโน ปจฺจนีกกิเลเสหิ สทฺธินฺติ อิมมตฺถํ อนุกฑฺฒติ. วิเสสโตติ สมฺมาทิฏฺฐิยา วุตฺตกิจฺจโต วิเสเสน. เอตฺถาติ เอเตสุ สมฺมาสงฺกปฺปาทีสุ.
เอสา สมฺมาทิฏฺฐิ นามาติ โลกิยํ โลกุตฺตรญฺจ เอกชฺฌํ กตฺวา วทติ มิสฺสกตาภาวโต. เตนาห – ‘‘ปุพฺพภาเค’’ติอาทิ. เอการมฺมณา นิพฺพานารมฺมณตฺตา. กิจฺจโตติ ปุพฺพภาเค ทุกฺขาทีหิ ญาเณหิ กาตพฺพกิจฺจสฺส อิธ นิปฺผตฺติโต, อิมสฺเสว วา ญาณสฺส ทุกฺขาทิปฺปกาสนกิจฺจโต. จตฺตาริ นามานิ ลภติ ทุกฺขปริญฺญาทิจตุกิจฺจสาธนโต. ตีณิ นามานิ ลภติ กามสงฺกปฺปาทิปฺปหานกิจฺจนิปฺผตฺติโต. สิกฺขาปทวิภงฺเค (วิภ. ๗๐๓ อาทโย) ‘‘วิรติเจตนา ตํสมฺปยุตฺตา จ ธมฺมา สิกฺขาปทานี’’ติ วุตฺตานิ, ตตฺถ ปธานานํ วิรติเจตนานํ วเสน ‘‘วิรติโยปิ โหนฺติ เจตนาทโยปี’’ติ อาห. ‘‘สมฺมา วทติ เอตายา’’ติอาทินา อตฺถสมฺภวโต สมฺมาวาจาทโย ตโย วิรติโยปิ โหนฺติ เจตนาทโยปิ. มุสาวาทาทีหิ วิรมณกาเล วิรติโย, สุภาสิตาทิวาจาภาสนาทิกาเล เจตนาทโย โยเชตพฺพา. มคฺคกฺขเณ ปน วิรติโยว มคฺคลกฺขณปฺปตฺติโต. น หิ เจตนา นิยฺยานสภาวา. อถ วา เอกสฺส ญาณสฺส ทุกฺขาทิญาณตา วิย เอกาย วิรติยา มุสาวาทาทิวิรติภาโว วิย จ เอกาย เจตนาย สมฺมาวาจาทิกิจฺจตฺตยสาธนสภาวา สมฺมาวาจาทิภาวาสิทฺธิโต ‘‘มคฺคกฺขเณ วิรติโยวา’’ติ วุตฺตํ.
จตฺตาริ นามานิ ลภตีติ จตุสมฺมปฺปธานจตุสติปฏฺฐานวเสน ลภติ. มคฺคกฺขเณติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. ปุพฺพภาเคปิ มคฺคกฺขเณปิ สมฺมาสมาธิ เอวาติ ยทิปิ สมาธิอุปการกานํ อภินิโรปนานุมชฺชนสมฺปิยายนพฺรูหนสนฺตสุขานํ วิตกฺกาทีนํ วเสน จตูหิ ฌาเนหิ สมฺมาสมาธิ วิภตฺโต, ตถาปิ วายาโม วิย อนุปฺปนฺนากุสลานุปฺปาทนาทิจตุวายามกิจฺจํ, สติ วิย จ อสุภาสุขานิจฺจานตฺเตสุ กายาทีสุ สุภาทิสญฺญาปหานลกฺขณํ จตุสติกิจฺจํ, เอโก สมาธิ จตุชฺฌานสมาธิกิจฺจํ น สาเธตีติ ปุพฺพภาเคปิ ปฐมชฺฌานสมาธิ, ปฐมชฺฌานสมาธิ เอว มคฺคกฺขเณปิ, ตถา ปุพฺพภาเคปิ จตุตฺถชฺฌานสมาธิ, จตุตฺถชฺฌานสมาธิ เอว มคฺคกฺขเณปีติ อตฺโถ.
‘‘กึ ปนายํ มคฺคธมฺมานํ เทสนานุกฺกโม, เกวลํ วาจาย กมวตฺตินิภาวโต, อุทาหุ กญฺจิ วิเสสํ อุปาทายา’’ติ วิจารณายํ กญฺจิ วิเสสํ อุปาทายาติ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘อิเมสู’’ติอาทิ. ตตฺถ ภาวนานุภาวา หิตผลาย สาติสยํ ติกฺขวิสทภาวปฺปตฺติยา อจฺฉริยพฺภุตสมตฺถตาโยเคน สพฺพโส ปฏิปกฺขวิธมเนน ยาถาวโต ธมฺมสภาวโพธเนน จ สมฺมาทิฏฺฐิยา พหุการตา เวทิตพฺพา. เตนาห – ‘‘อยํ หี’’ติอาทิ.
ตสฺสาติ สมฺมาทิฏฺฐิยา. พหุกาโรติ ธมฺมสมฺปฏิเวเธ พหูปกาโร. อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาหิ วิภาเวตุํ, ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
วจีเภทสฺส การโก วิตกฺโก สาวชฺชานวชฺชวจีเภทนิวตฺตนปฺปวตฺตนาการาย สมฺมาวาจายปิ อุปการโก เอวาติ อาห – ‘‘สฺวายํ…เป… สมฺมาวาจายปิ อุปการโก’’ติ. สมฺมาสงฺกปฺโป หิ สจฺจวาจาย วิรติวาจายปิ วิเสสปจฺจโย มิจฺฉาสงฺกปฺปตเทกฏฺฐกิเลสปฺปหานโต.
สํวิทหิตฺวาติอาทีสุ สมฺมา วิทหนํ กมฺมนฺตปฺปโยชนญฺจ เอกนฺตานวชฺชวจีกายกมฺมวเสน อิจฺฉิตพฺพนฺติ วิรติวาจาวเสน สํวิทหนํ วิรติกมฺมนฺตสฺเสว ปโยชนญฺจ นิทสฺสิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ หิสฺส สมฺมาวาจาย สมฺมากมฺมนฺตสฺสาปิ พหุการตา โชติตา สิยา. วจีเภทนิยามิกา หิ วจีทุจฺจริตวิรติ กายิกกิริยนิยามิกาย กายทุจฺจริตวิรติยา อุปการิกา. ตถา หิ วิสํวาทนาทิมิจฺฉาวาจโต อวิรโต มิจฺฉากมฺมนฺตโตปิ น วิรมเตว. ยถาห – ‘‘เอกํ ธมฺมํ อตีตสฺส…เป… นตฺถิ ปาปํ อการิย’’นฺติ. ตสฺมา อวิสํวาทนาทิสมฺมาวาจาย ฐิโต สมฺมากมฺมนฺตมฺปิ ปูเรติเยวาติ วจีทุจฺจริตวิรติ กายทุจฺจริตวิรติยา อุปการิกา.
ยสฺมา อาชีวปาริสุทฺธิ นาม ทุสฺสีลฺยปฺปหานปุพฺพิกา, ตสฺมา สมฺมาวาจากมฺมนฺตานนฺตรํ สมฺมาอาชีโว เทสิโตติ ทสฺเสตุํ – ‘‘จตุพฺพิธํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺตาวตาติ ปริสุทฺธสีลาชีวิกามตฺเตน. อิทํ วีริยนฺติ จตุสมฺมปฺปธานวีริยํ.
วีริยารมฺโภปิ สมฺมาสติปริคฺคหิโต เอว นิพฺพานาวโห, น เกวโลติ ทสฺเสตุํ – ‘‘ตโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. สูปฏฺฐิตาติ พหิทฺธาวิกฺเขปํ ปหาย สุฏฺฐุ อุปฏฺฐิตา กาตพฺพา. สมาธิสฺส อุปการธมฺมา นาม ยถาวุตฺตวตฺถุวิสทกิริยาทโย. ตปฺปฏิปกฺขโต อนุปการธมฺมา เวทิตพฺพา. คติโยติ นิปฺผตฺติโย. สมเนฺวสิตฺวาติ สมฺมา ปริเยสิตฺวา.
๔๒๗. ยถา อิตฺถีสุ กถา ปวตฺตา อธิตฺถีติ วุจฺจติ, เอวํ อตฺตานํ อธิกิจฺจ ปวตฺตา อชฺฌตฺตํ. ‘‘เอวํ ปวตฺตมานา มยํ ‘อตฺตา’ติ คหณํ คมิสฺสามา’’ติ อิมินา วิย อธิปฺปาเยน อตฺตานํ อธิกิจฺจ อุทฺทิสฺส ปวตฺตา สตฺตสนฺตติปริยาปนฺนา อชฺฌตฺตํ. ตสฺมึ อชฺฌตฺตรูเป, อตฺตโน เกสาทิวตฺถุเก กสิณรูเปติ อตฺโถ. ปริกมฺมวเสน อชฺฌตฺตํรูปสญฺญีติ ปริกมฺมกรณวเสน อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี, น อปฺปนาวเสน. น หิ ปฏิภาคนิมิตฺตารมฺมณา อปฺปนา อชฺฌตฺตวิสยา สมฺภวติ. ตํ ปน อชฺฌตฺตํ ปริกมฺมวเสน ลทฺธํ กสิณนิมิตฺตํ อวิสุทฺธเมว โหติ, น พหิทฺธา ปริกมฺมวเสน ลทฺธํ วิย วิสุทฺธํ. เตนาห – ‘‘ตํ ปนา’’ติอาทิ.
ยสฺเสวํ ปริกมฺมํ อชฺฌตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ ยสฺส ปุคฺคลสฺส เอวํ วุตฺตปฺปกาเรน อชฺฌตฺตํ ปริกมฺมํ ชาตํ. นิมิตฺตํ ปน พหิทฺธาติ ปฏิภาคนิมิตฺตํ สสนฺตติปริยาปนฺนํ น โหตีติ พหิทฺธา. ปริตฺตานีติ ยถาลทฺธานิ สุปฺปสราวมตฺตานิ. เตนาห – ‘‘อวฑฺฒิตานี’’ติ. ปริตฺตวเสเนวาติ วณฺณวเสน อาโภเค วิชฺชมาเนปิ ปริตฺตวเสเนว อิทํ อภิภายตนํ วุตฺตํ ปริตฺตตา เหตฺถ อภิภวนสฺส การณํ. วณฺณาโภเค สติปิ อสติปิ อภิภวตีติ อภิภุ, ปริกมฺมํ, ญาณํ วา. อภิภุ อายตนํ เอตสฺสาติ อภิภายตนํ, ฌานํ. อภิภวิตพฺพํ วา อารมฺมณสงฺขาตํ อายตนํ เอตสฺสาติ อภิภายตนํ. อถ วา อารมฺมณาภิภวนโต อภิภุ จ ตํ อายตนญฺจ โยคิโน สุขวิเสสานํ อธิฏฺฐานภาวโต มนายตนธมฺมายตนภาวโต จาติ สสมฺปยุตฺตชฺฌานํ อภิภายตนํ. อภิภายตนภาวนา นาม ติกฺขปญฺญสฺเสว สมฺภวติ, น อิตรสฺสาติ อาห – ‘‘ญาณุตฺตริโก ปุคฺคโล’’ติ. อภิภวิตฺวา สมาปชฺชตีติ เอตฺถ อภิภวนํ สมาปชฺชนญฺจ อุปจารชฺฌานาธิคมนสมนนฺตรเมว อปฺปนาฌานุปฺปาทนนฺติ อาห – ‘‘สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนเวตฺถ อปฺปนํ ปาเปตี’’ติ. สห นิมิตฺตุปฺปาเทนาติ จ อปฺปนาปริวาสาภาวสฺส ลกฺขณวจนเมตํ. โย ขิปฺปาภิญฺโญติ วุจฺจติ, ตโตปิ ญาณุตฺตรสฺเสว อภิภายตนภาวนา. เอตฺถาติ เอตสฺมึ นิมิตฺเต. อปฺปนํ ปาเปตีติ ภาวนาอปฺปนํ เนติ.
เอตฺถ จ เกจิ ‘‘อุปฺปนฺเน อุปจารชฺฌาเน ตํ อารพฺภ เย เหฏฺฐิมนฺเตน เทฺว ตโย ชวนวารา ปวตฺตนฺติ, เต อุปจารชฺฌานปกฺขิกา เอว, ตทนนฺตรํ ภวงฺคปริวาเสน อุปจารเสวนาย จ วินา อปฺปนา โหติ, สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนว อปฺปนํ ปาเปตี’’ติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ. น หิ ปาริวาสิกปริกมฺเมน อปฺปนาวาโร อิจฺฉิโต, นาปิ มหคฺคตปฺปมาณชฺฌาเนสุ วิย อุปจารชฺฌาเน เอกนฺตโต ปจฺจเวกฺขณา อิจฺฉิตพฺพา. ตสฺมา อุปจารชฺฌานาธิคมโต ปรํ กติปยภวงฺคจิตฺตาวสาเน อปฺปนํ ปาปุณนฺโต ‘‘สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนเวตฺถ อปฺปนํ ปาเปตี’’ติ วุตฺโต. สห นิมิตฺตุปฺปาเทนาติ จ อธิปฺปายิกมิทํ วจนํ, น นีตตฺถํ, ตตฺถ อธิปฺปาโย วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. น อนฺโตสมาปตฺติยํ ตทา ตถารูปสฺส อาโภคสฺส อสมฺภวโต. สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตสฺส อาโภโค ปุพฺพภาคภาวนาวเสน ฌานกฺขเณ ปวตฺตํ อภิภวนาการํ คเหตฺวา ปวตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ. อภิธมฺมฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อิมินาสฺส ปุพฺพาโภโค กถิโต’’ติ วุตฺตํ. อนฺโตสมาปตฺติยํ ตทา ตถา อาโภคาภาเว กสฺมา ฌานสญฺญายปีติ วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘อภิภวสญฺญา หิสฺส อนฺโตสมาปตฺติยมฺปิ อตฺถี’’ติ.
วฑฺฒิตปฺปมาณานีติ วิปุลปฺปมาณานีติ อตฺโถ, น เอกงฺคุลทฺวงฺคุลาทิวฑฺฒึ ปาปิตานิ ตถา วฑฺฒนสฺเสเวตฺถ อสมฺภวโต. เตนาห – ‘‘มหนฺตานี’’ติ. ภตฺตวฑฺฒิตกนฺติ ภุญฺชนภาชเน วฑฺเฒตฺวา ทินฺนํ ภตฺตํ, เอกาสเน ปุริเสน ภุญฺชิตพฺพภตฺตโต อุปฑฺฒภตฺตนฺติ อตฺโถ.
รูเป สญฺญา รูปสญฺญา, สา อสฺส อตฺถีติ รูปสญฺญี, น รูปสญฺญี อรูปสญฺญี. สญฺญาสีเสน ฌานํ วทติ. รูปสญฺญาย อนุปฺปาทนเมเวตฺถ อลาภิตา. พหิทฺธาว อุปฺปนฺนนฺติ พหิทฺธาวตฺถุสฺมึเยว อุปฺปนฺนํ. เอตฺถ จ –
‘‘อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ปริตฺตานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ. อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ อปฺปมาณานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ. อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ปริตฺตานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ. อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ อปฺปมาณานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๓๘, ๓๕๘; อ. นิ. ๘.๖๕; ๑๐.๒๙) –
เอวมิธ จตฺตาริ อภิภายตนานิ อาคตานิ. อภิธมฺเม (ธ. ส. ๒๔๔-๒๔๕) ปน ‘‘อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ปริตฺตานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ, อปฺปมาณานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานี’’ติ เอวมาคตานิ. ตตฺถ จ การณํ อภิธมฺมฏฺฐกถายํ วุตฺตเมว. ตถา หิ วุตฺตํ อฏฺฐสาลินิยํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๒๐๔) –
‘‘กสฺมา ปน ยถา สุตฺตนฺเต ‘อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ปริตฺตานี’ติอาทิ วุตฺตํ, เอวํ อวตฺวา อิธ จตูสุปิ อภิภายตเนสุ อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญิตาว วุตฺตาติ. อชฺฌตฺตรูปานํ อนภิภวนียโต. ตตฺถ วา หิ อิธ วา พหิทฺธา รูปาเนว อภิภวิตพฺพานิ, ตสฺมา ตานิ นิยมโต วตฺตพฺพานี’’ติ.
ตตฺราปิ อิธปิ วุตฺตานิ ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญีติ อิทํ ปน สตฺถุ เทสนาวิลาสมตฺตเมวา’’ติ. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย – อิธ วณฺณาโภครหิตานิ สหิตานิ จ สพฺพานิ ปริตฺตานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ อภิภุยฺยาติ. ปริยายกถา หิ สุตฺตนฺตเทสนาติ. อภิธมฺเม ปน นิปฺปริยายเทสนตฺตา วณฺณาโภครหิตานิ วิสุํ วุตฺตานิ, ตถา สหิตานิ. อตฺถิ หิ อุภยตฺถ อภิภวนวิเสโสติ. ตถา อิธ ปริยายเทสนตฺตา วิโมกฺขานมฺปิ อภิภวนปริยาโย อตฺถีติ ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี’’ติอาทินา ปฐมทุติยอภิภายตเนสุ ปฐมวิโมกฺโข, ตติยจตุตฺถอภิภายตเนสุ ทุติยวิโมกฺโข, วณฺณาภิภายตเนสุ ตติยวิโมกฺโข จ อภิภวนปตฺติโต สงฺคหิโต. อภิธมฺเม ปน นิปฺปริยายเทสนตฺตา วิโมกฺขาภิภายตนานิ อสงฺกรโต เทเสตุํ วิโมกฺเข วชฺเชตฺวา อภิภายตนานิ กถิตานิ. สพฺพานิ จ วิโมกฺขกิจฺจานิ ฌานานิ วิโมกฺขเทสนายํ วุตฺตานิ. ตเทตํ ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี’’ติ อาคตสฺส อภิภายตนทฺวยสฺส อภิธมฺเม อภิภายตเนสุ อวจนโต ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทีนญฺจ สพฺพวิโมกฺขกิจฺจสาธารณวจนภาวโต ววตฺถานํ กตนฺติ วิญฺญายติ.
อชฺฌตฺตรูปานํ อนภิภวนียโตติ อิทํ อภิธมฺเม กตฺถจิปิ ‘‘อชฺฌตฺตรูปานิ ปสฺสตี’’ติ อวตฺวา สพฺพตฺถ ยํ วุตฺตํ – ‘‘พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตี’’ติ, ตสฺส การณวจนํ. เตน ยํ อญฺญเหตุกํ สุตฺตนฺเต ‘‘พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตี’’ติ วจนํ, ตํ เตน เหตุนา วุตฺตํ. ยํ ปน เทสนาวิลาสเหตุกํ อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญิตาย เอว อภิธมฺเม วจนํ, น ตสฺส อญฺญํ การณํ มคฺคิตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. อชฺฌตฺตรูปานํ อนภิภวนียตา จ เตสํ พหิทฺธารูปานํ วิย อวิภูตตฺตา. เทสนาวิลาโส จ ยถาวุตฺตววตฺถานวเสน เวทิตพฺโพ เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน วิชฺชมานปริยายกถนภาวโต. เทสนาวิลาโส หิ นาม เวเนยฺยชฺฌาสยานุรูปํ วิชฺชมานสฺส จ ปริยายสฺส วิภาวนํ, น ยสฺส กสฺสจิ, ตสฺมา ‘‘อิธ ปริยายเทสนตฺตา’’ติอาทินา วุตฺตปฺปการํ ววตฺถานํ เทสนาวิลาสนิพนฺธนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
สุวณฺณทุพฺพณฺณานีติ เอเตเนว สิทฺธตฺตา น นีลาทิอภิภายตนานิ วตฺตพฺพานีติ เจ? น นีลาทีสุ กตาธิการานํ นีลาทิภาวสฺเสว อภิภวนการณตฺตา. น หิ เตสํ ปริสุทฺธาปริสุทฺธวณฺณานํ ปริตฺตตา อปฺปมาณตา วา อภิภวนการณํ, อถ โข นีลาทิภาโว เอวาติ. เอเตสุ จ ปริตฺตาทิกสิณรูเปสุ ยํยํจริตสฺส อิมานิ อภิภายตนานิ อิชฺฌนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ – ‘‘อิเมสุ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
สพฺพสงฺคาหิกวเสนาติ นีลวณฺณนีลนิทสฺสนนีลนิภาสานํ สาธารณวเสน. วณฺณวเสนาติ สภาววณฺณวเสน. นิทสฺสนวเสนาติ ปสฺสิตพฺพตาวเสน, จกฺขุวิญฺญาณวีถิยา คเหตพฺพตาวเสน. โอภาสวเสนาติ สปฺปภาสตาย อวภาสนวเสน. วณฺณธาตุยา วาติ อญฺชนรชตวตฺถาทิวณฺณธาตุยา. โลกิยาเนว รูปาวจรชฺฌานภาวโต.
๔๓๕. รูปีติ เอตฺถ เยนายํ สสนฺตติปริยาปนฺเนน รูเปน สมนฺนาคโต, ตํ ยสฺส ฌานสฺส เหตุภาเวน วิสิฏฺฐรูปํ โหติ. เยน วิสิฏฺเฐน รูปีติ วุจฺเจยฺย, ตเทว สสนฺตติปริยาปนฺนรูปนิมิตฺตํ ฌานํ. อิธ ปน ปรมตฺถโต รูปิภาวสาธกนฺติ อาห – ‘‘อชฺฌตฺตํ เกสาทีสู’’ติอาทิ. รูปชฺฌานํ รูปนฺติ อุตฺตรปทโลเปน วุตฺตํ – ‘‘รูปูปปตฺติยา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๖๐-๑๖๑, ๑๘๕-๑๙๐ อาทโย, ๒๔๔-๒๔๕ อาทโย; วิภ. ๖๒๕) วิย.
สุภนฺเตฺวว อธิมุตฺโต โหตีติ อยํ ตติยวิโมกฺโข. อิธ สุปริสุทฺธนีลาทิวณฺณกสิณชฺฌานวเสน วุตฺโตติ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปฏิสมฺภิทาปาฬิยํ ตสฺส พฺรหฺมวิหารชฺฌานวเสน อาคตภาวํ ทสฺเสตุํ – ‘‘ปฏิสมฺภิทามคฺเค ปนา’’ติอาทิ อารทฺธํ. อิธ ปน อุปริปาฬิยํเยว พฺรหฺมวิหารานํ อาคตตฺตา ตํ นยํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ปริสุทฺธนีลาทิวณฺณกสิณวเสเนว สุภวิโมกฺโข อนุญฺญาโต.
๔๔๓. ปริกมฺมปถวิยาปีติ อกตาย วา กตาย วา ทฬฺหมณฺฑลาทิสงฺขาตปริกมฺมปถวิยาปิ. อุคฺคหนิมิตฺตาทีนํ ปถวีกสิณนฺติ นามํ นิสฺสิเต นิสฺสยโวหารวเสน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ, ยถา ‘‘มญฺจา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺตี’’ติ.
สีลานีติ ปาติโมกฺขสํวราทีนิ จตฺตาริ สีลานิ. โสเธตฺวาติ อนาปชฺชเนน อาปนฺนวุฏฺฐาปเนน กิเลเสหิ อปฺปฏิปีฬเนน จ วิโสเธตฺวา. ติวิธญฺหิ สีลสฺส วิโสธนํ นาม – อนาปชฺชนํ อาปนฺนวุฏฺฐาปนํ กิเลเสหิ จ อปฺปฏิปีฬนนฺติ. กมฺมฏฺฐานภาวนํ ปริพุนฺเธติ อุปโรเธติ ปวตฺติตุํ น เทตีติ ปลิโพโธ รการสฺส ลการํ กตฺวา, ปริพนฺโธติ อตฺโถ. อุปจฺฉินฺทิตฺวาติ สมาปนฺเนน สงฺคาหเณน วา อุปรุนฺธิตฺวา, อปลิโพธํ กตฺวาติ อตฺโถ. กลฺยาณมิตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวาติ –
‘‘ปิโย ครุ ภาวนีโย, วตฺตา จ วจนกฺขโม;
คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา, โน จฏฺฐาเน นิโยชโก’’ติ. (อ. นิ. ๗.๓๗) –
เอวมาทิคุณสมนฺนาคตํ เอกนฺตหิเตสึ วุทฺธิปกฺเข ฐิตํ กลฺยาณมิตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา.
อนนุรูปํ วิหารนฺติ อฏฺฐารสนฺนํ โทสานํ อญฺญตเรน สมนฺนาคตํ. วุตฺตเญฺหตํ อฏฺฐกถาสุ –
‘‘มหาวาสํ นวาวาสํ, ชราวาสญฺจ ปนฺถนึ;
โสณฺฑึ ปณฺณญฺจ ปุปฺผญฺจ, ผลํ ปตฺถิตเมว จ.
‘‘นครํ ทารุนา เขตฺตํ, วิสภาเคน ปฏฺฏนํ;
ปจฺจนฺตสีมา สปฺปายํ, ยตฺถ มิตฺโต น ลพฺภติ.
‘‘อฏฺฐารเสตานิ ฐานานิ, อิติ วิญฺญาย ปณฺฑิโต;
อารกา ปริวชฺเชยฺย, มคฺคํ สปฺปฏิภยํ ยถา’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๕๒);
อนุรูเปติ โคจรคามโต นาติทูรนจฺจาสนฺนตาทีหิ ปญฺจหิ องฺเคหิ สมนฺนาคเต. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, เสนาสนํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, เสนาสนํ นาติทูรํ โหติ นจฺจาสนฺนํ คมนาคมนสมฺปนฺนํ ทิวา อปฺปากิณฺณํ รตฺตึ อปฺปสทฺทํ อปฺปนิคฺโฆสํ อปฺปฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺสํ. ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน วิหรนฺตสฺส อปฺปกสิเรน อุปฺปชฺชนฺติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารา. ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน เถรา ภิกฺขู วิหรนฺติ พหุสฺสุตา อาคตาคมา ธมฺมธรา วินยธรา มาติกาธรา. เต กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปริปุจฺฉติ ปริปญฺหติ ‘อิทํ, ภนฺเต, กถํ อิมสฺส โก อตฺโถ’ติ. ตสฺส เต อายสฺมนฺโต อวิวฏญฺเจว วิวรนฺติ, อนุตฺตานีกตญฺจ อุตฺตานึ กโรนฺติ, อเนกวิหิเตสุ จ กงฺขาฐานิเยสุ ธมฺเมสุ กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, เสนาสนํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ โหตี’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๑๑).
เอตฺถ จ นาติทูรํ นจฺจาสนฺนํ คมนาคมนสมฺปนฺนนฺติ เอกํ องฺคํ, ทิวา อปฺปากิณฺณํ รตฺตึ อปฺปสทฺทํ อปฺปนิคฺโฆสนฺติ เอกํ, อปฺปฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺสนฺติ เอกํ, ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน วิหรนฺตสฺส…เป… ปริกฺขาราติ เอกํ, ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน เถรา…เป… กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺตีติ เอกนฺติ เอวํ ปญฺจงฺคานิ เวทิตพฺพานิ.
ขุทฺทกปลิโพธํ อุปจฺฉินฺทิตฺวาติ ทีฆเกสนขโลมานํ เฉทเนน จีวรกมฺมจีวรรชนปตฺตปจนมญฺจปีฐาทิโสธนวเสน ขุทฺทกปลิโพธํ อุปจฺฉินฺทิตฺวา.
๔๕๓. อุทฺธุมาตกาทีสูติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน วินีลกวิปุพฺพกวิจฺฉิทฺทกวิกฺขายิตกหตวิกฺขิตฺตกโลหิตกปุฬวกอฏฺฐิกานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺถ ภสฺตา วิย วายุนา อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานา ยถานุกฺกมํ สมุคฺคเตน สูนภาเวน ธุมาตตฺตา อุทฺธุมาตํ, อุทฺธุมาตเมว อุทฺธุมาตกํ, ปฏิกูลตฺตา วา กุจฺฉิตํ อุทฺธุมาตนฺติ อุทฺธุมาตกํ, ตถารูปสฺส ฉวสรีรสฺเสตํ อธิวจนํ. วินีลํ วุจฺจติ วิปริภินฺนนีลวณฺณํ, วินีลเมว วินีลกํ, ปฏิกูลตฺตา วา กุจฺฉิตํ วินีลนฺติ วินีลกํ, มํสุสฺสทฏฺฐาเนสุ รตฺตวณฺณสฺส, ปุพฺพสนฺนิจยฏฺฐาเนสุ เสตวณฺณสฺส, เยภุยฺเยน จ นีลวณฺณสฺส นิลฏฺฐาเน นีลสาฏกปารุตสฺเสว ฉวสรีรสฺเสตํ อธิวจนํ. ปริภินฺนฏฺฐาเนสุ วิสฺสนฺทมานปุพฺพํ วิปุพฺพํ, วิปุพฺพเมว วิปุพฺพกํ, ปฏิกูลตฺตา วา กุจฺฉิตํ วิปุพฺพนฺติ วิปุพฺพกํ, ตถารูปสฺส ฉวสรีรสฺเสตํ อธิวจนํ. วิจฺฉิทฺทํ วุจฺจติ ทฺวิธา ฉินฺทเนน อปธาริตํ, วิจฺฉิทฺทเมว วิจฺฉิทฺทกํ, ปฏิกูลตฺตา วา กุจฺฉิตํ วิจฺฉิทฺทนฺติ วิจฺฉิทฺทกํ, เวมชฺเฌ ฉินฺนสฺส ฉวสรีรสฺเสตํ อธิวจนํ. อิโต จ เอตฺโต จ วิวิธากาเรน โสณสิงฺคาลาทีหิ ขายิตํ วิกฺขายิตํ, วิกฺขายิตเมว วิกฺขายิตกํ, ปฏิกูลตฺตา วา กุจฺฉิตํ วิกฺขายิตนฺติ วิกฺขายิตกํ, ตถารูปสฺส ฉวสรีรสฺเสตํ อธิวจนํ.
วิวิธา ขิตฺตํ วิกฺขิตฺตํ, วิกฺขิตฺตเมว วิกฺขิตฺตกํ, ปฏิกูลตฺตา วา กุจฺฉิตํ วิกฺขิตฺตนฺติ วิกฺขิตฺตกํ, อญฺเญน หตฺถํ, อญฺเญน ปาทํ, อญฺเญน สีสนฺติ เอวํ ตโต ตโต วิกฺขิตฺตสฺส ฉวสรีรสฺเสตํ อธิวจนํ. หตญฺจ ตํ ปุริมนเยเนว วิกฺขิตฺตกญฺจาติ หตวิกฺขิตฺตกํ, กากปทากาเรน องฺคปจฺจงฺเคสุ สตฺเถน หนิตฺวา วุตฺตนเยเนว วิกฺขิตฺตสฺส ฉวสรีรสฺเสตํ อธิวจนํ. โลหิตํ กิรติ วิกฺขิปติ อิโต จิโต จ ปคฺฆรตีติ โลหิตกํ, ปคฺฆริตโลหิตมกฺขิตสฺส ฉวสรีรสฺเสตํ อธิวจนํ. ปุฬวา วุจฺจนฺติ กิมโย, ปุฬเว กิรตีติ ปุฬวกํ, กิมิปริปุณฺณสฺส ฉวสรีรสฺเสตํ อธิวจนํ. อฏฺฐิเยว อฏฺฐิกํ, ปฏิกูลตฺตา วา กุจฺฉิตํ อฏฺฐีติ อฏฺฐิกํ, อฏฺฐิสงฺขลิกายปิ เอกฏฺฐิกสฺสปิ เอตํ อธิวจนํ. อิเมสุ ทสสุ อสุเภสุ ปฐมชฺฌานเมว อุปฺปชฺชติ, น ทุติยาทีนิ. เตนาห – อิธ ‘‘ปฐมชฺฌานสหคตา สญฺญา’’ติ. ตถา หิ อปริสณฺฐิตชลาย สีฆโสตาย นทิยา อริตฺตพเลเนว นาวา ติฏฺฐติ, วินา อริตฺเตน น สกฺกา ฐเปตุํ. เอวเมวํ ทุพฺพลตฺตา อารมฺมณสฺส วิตกฺกพเลเนว จิตฺตํ เอกคฺคํ หุตฺวา ติฏฺฐติ, วินา วิตกฺเกน น สกฺกา ฐเปตุํ. ตสฺมา ปฐมชฺฌานเมเวตฺถ โหติ, น ทุติยาทีนิ. อารมฺมณสฺส ทุพฺพลตา เจตฺถ ปฏิกูลภาเวน จิตฺตํ ฐเปตุํ อสมตฺถตา.
‘‘รุกฺโข มโต, โลหํ มต’’นฺติอาทีสุ ยํ ขนฺธปฺปพนฺธํ อุปาทาย รุกฺขาทิสมญฺญา, ตสฺมึ อนุปจฺฉินฺเนปิ อลฺลตาทิวิคมนํ นิสฺสาย มตโวหาโร สมฺมุติมรณํ. สงฺขารานํ ขณภงฺคสงฺขาตํ ขณิกมรณํ. สมุจฺเฉทมรณนฺติ อรหโต สนฺตานสฺส สพฺพโส อุจฺเฉทภูตํ มรณํ. วิปสฺสนาภาวนาวเสน เจตํ วุตฺตํ. มรณานุสฺสติภาวนายํ ปน ติวิธมฺเปตํ นาธิปฺเปตํ อสํเวควตฺถุโต อนุปฏฺฐหนโต อพาหุลฺลโต จ. มรณานุสฺสติยญฺหิ เอเกน ภเวน ปริจฺฉินฺนสฺส ชีวิตินฺทฺริยปฺปพนฺธสฺส วิจฺเฉโท มรณนฺติ อธิปฺเปโต สํเวควตฺถุโต อุปฏฺฐหนโต พาหุลฺลโต จ. อิทานิ อิมเมว มรณํ สนฺธาย วิกปฺปนฺตรํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘เหฏฺฐา วุตฺตลกฺขณา วา’’ติอาทิมาห.
อสิตปีตาทิเภเทติ อสิตปีตขายิตสายิตปฺปเภเท, อสิตพฺพขาทิตพฺพสายิตพฺพวิภาเคติ อตฺโถ กาลเภทวจนิจฺฉาย อภาวโต ยถา ‘‘ทุทฺธ’’นฺติ. กพฬํ กรียตีติ กพฬีกาโร, อาหรียตีติ อาหาโร, กพฬีกาโร จ โส อาหาโร จาติ กพฬีการาหาโร. วตฺถุวเสน เจตํ วุตฺตํ. สวตฺถุโก เอว หิ อาหาโร อิธ กมฺมฏฺฐานภาเวน อธิปฺเปโต. โอชาลกฺขโณ ปน อาหาโร โอชฏฺฐมกํ รูปํ อาหรตีติ อาหาโรติ วุจฺจติ. โส อิธ นาธิปฺเปโต ปฏิกูลาการคฺคหณสฺส อสมฺภวโต. นว ปฏิกูลานีติ คมนปริเยสนปริโภคาสยนิทานอปริปกฺกปริปกฺกผลนิสฺสนฺทปฺปฏิกูลวเสน นว ปฏิกูลานิ. สมกฺขนปฺปฏิกูลํ ปน ปริโภคาทีสุ ลพฺภมานตฺตา อิธ วิสุํ น คหิตํ, อญฺญถา เตน สทฺธึ ‘‘ทส ปฏิกูลานี’’ติ วตฺตพฺพํ. วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๓๐๓-๓๐๔) ปน สมกฺขนํ ปริโภคาทีสุ ลพฺภมานมฺปิ นิสฺสนฺทวเสน วิเสสโต ปฏิกูลนฺติ วิสุํ คเหตฺวา ทสหากาเรหิ ปฏิกูลตา วุตฺตา.
อุปฺปชฺชนกสญฺญนฺติ ปฏิกูลาการคฺคหณวเสน อุปฺปชฺชนกสญฺญํ. สญฺญาสทฺโท จายํ ‘‘รูปสญฺญา สทฺทสญฺญา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๕๗) สญฺชานนลกฺขเณ ธมฺเม อาคโต, ‘‘อนิจฺจสญฺญา ทุกฺขสญฺญา’’ติอาทีสุ วิปสฺสนาย อาคโต, ‘‘อุทฺธุมาตกสญฺญาติ วา โสปากรูปสญฺญาติ วา อิเม ธมฺมา เอกฏฺฐา, อุทาหุ นานฏฺฐา’’ติอาทีสุ สมเถ อาคโต. อิธ ปน สมถสฺส ปริกมฺเม ทฏฺฐพฺโพ. อาหาเรหิ ปฏิกูลาการคฺคหณํ, ตปฺปภาวิตํ วา อุปจารชฺฌานํ อิธ ‘‘อาหาเร ปฏิกูลสญฺญา’’ติ อธิปฺเปตํ.
อุกฺกณฺฐิตสญฺญนฺติ นิพฺพินฺทนากาเรน อุปฺปชฺชนกสญฺญํ. อนิจฺจสญฺญนฺติ เอตฺถ อนิจฺจํ ขนฺธปญฺจกํ อุปฺปาทวยญฺญถตฺตภาวโต, หุตฺวา อภาวโต วา, ตสฺมึ อนิจฺเจ ขนฺธปญฺจเก อนิจฺจนฺติ อุปฺปชฺชมานา อนิจฺจลกฺขณปริคฺคาหิกา สญฺญา อนิจฺจสญฺญา. เตนาห – ‘‘ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธาน’’นฺติอาทิ. ตตฺถ อุทโย นิพฺพตฺติลกฺขณํ, วโย วิปริณามลกฺขณํ, อญฺญถตฺตํ ชรา. อุทยพฺพยญฺญถตฺตคฺคหเณน อนิจฺจลกฺขณํ ทสฺเสติ. อุปฺปาทวยญฺญถตฺตภาวโต หิ ขนฺธปญฺจกํ อนิจฺจนฺติ วุจฺจติ. ยสฺส จ สภาเวน ขนฺธปญฺจกํ อนิจฺจนฺติ วุจฺจติ, ตํ อนิจฺจลกฺขณํ. เตน หิ ตํ อนิจฺจนฺติ ลกฺขียติ, อนิจฺจลกฺขณญฺจ อุทยพฺพยานํ อมนสิการา สนฺตติยา ปฏิจฺฉนฺนตฺตา น อุปฏฺฐาติ, อุทยพฺพยํ ปน ปริคฺคเหตฺวา สนฺตติยา วิโกปิตาย อนิจฺจลกฺขณํ ยาถาวสรสโต อุปฏฺฐาติ. น หิ สมฺมเทว อุทยพฺพยํ สลฺลกฺเขนฺตสฺส ปุพฺพาปริเยน ปวตฺตมานานํ ธมฺมานํ อญฺโญญฺญภาวํ สลฺลกฺขเณน สนฺตติยา อุคฺฆาฏิตาย ธมฺมา สมฺพนฺธภาเวน อุปฏฺฐหนฺติ, อถ โข อโยสลากา วิย อสมฺพนฺธภาเวนาติ สุฏฺฐุตรํ อนิจฺจลกฺขณํ ปากฏํ โหติ.
‘‘ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺข’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๑๕, ๔๕, ๔๖, ๗๖, ๗๗, ๘๕; ๒.๔.๑, ๔) วจนโต ตเทว ขนฺธปญฺจกํ อภิณฺหปฺปฏิปีฬนโต ทุกฺขํ, อภิณฺหปฺปฏิปีฬนากาโร ปน ทุกฺขลกฺขณํ. เตเนวาห – ‘‘อนิจฺเจ ขนฺธปญฺจเก…เป… สญฺญํ ภาเวตี’’ติ. ตตฺถ ปฏิปีฬนํ นาม ยถาปริคฺคหิตํ อุทยวยวเสน สงฺขารานํ นิรนฺตรํ ปฏิปีฬิยมานตา วิพาธิยมานตา. ทุกฺขลกฺขณญฺจ อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนสฺส อมนสิการา อิริยาปเถหิ ปฏิจฺฉนฺนตฺตา น อุปฏฺฐาติ, อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนํ ปน มนสิ กริตฺวา อิริยาปเถ ลพฺภมานทุกฺขปฺปฏิจฺฉาทกภาเว อุคฺฆาฏิเต ทุกฺขลกฺขณํ ยาถาวสรสโต อุปฏฺฐาติ. ตถา หิ อิริยาปเถหิ ปฏิจฺฉนฺนตฺตา ทุกฺขลกฺขณํ น อุปฏฺฐาติ, เต จ อิริยาปถา อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนามนสิกาเรน ปฏิจฺฉาทกา ชาตา. เอกสฺมิญฺหิ อิริยาปเถ อุปฺปนฺนสฺส ทุกฺขสฺส วิโนทกํ อิริยาปถนฺตรํ ตสฺส ปฏิจฺฉาทกํ วิย โหติ, เอวํ เสสาปิ. อิริยาปถานํ ปน ตํตํทุกฺขปติตาการภาเว ยาถาวโต ญาเต เตสํ ทุกฺขปฺปฏิจฺฉาทกภาโว อุคฺฆาฏิโต นาม โหติ สงฺขารานํ นิรนฺตรํ ทุกฺขาภิตุนฺนตาย ปากฏภาวโต. ตสฺมา อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนํ มนสิ กริตฺวา อิริยาปเถ ลพฺภมานทุกฺขปฺปฏิจฺฉาทกภาเว อุคฺฆาฏิเต ทุกฺขลกฺขณํ ยาถาวสรสโต อุปฏฺฐาติ.
‘‘ยํ ทุกฺขํ, ตทนตฺตา’’ติ วจนโต ตเทว ขนฺธปญฺจกํ อวสวตฺตนโต อนตฺตา, อวสวตฺตนากาโร ปน อนตฺตลกฺขณํ. เตนาห – ‘‘ปฏิปีฬนฏฺเฐนา’’ติอาทิ. อนตฺตลกฺขณญฺจ นานาธาตุวินิพฺโภคสฺส อมนสิการา ฆเนน ปฏิจฺฉนฺนตฺตา น อุปฏฺฐาติ, นานาธาตุโย ปน วินิพฺภุชฺชิตฺวา ‘‘อญฺญา ปถวีธาตุ, อญฺญา อาโปธาตู’’ติอาทินา, ‘‘อญฺโญ ผสฺโส, อญฺญา เวทนา’’ติอาทินา จ วิสุํ วิสุํ กตฺวา ฆนวินิพฺโภเค กเต สมูหฆเน กิจฺจารมฺมณฆเน จ เภทิเต อนตฺตลกฺขณํ ยาถาวสรสโต อุปฏฺฐาติ. ยา เหสา อญฺญมญฺญูปตฺถมฺเภสุ สมุทิเตสุ รูปารูปธมฺเมสุ เอกตฺตาภินิเวสวเสน อปริมทฺทิตสงฺขาเรหิ มมายมานา สมูหฆนตา, ตถา เตสํ เตสํ ธมฺมานํ กิจฺจเภทสฺส สติปิ ปฏินิยตภาเว เอกโต คยฺหมานา กิจฺจฆนตา, ตถา สารมฺมณธมฺมานํ สติปิ อารมฺมณกรณเภเท เอกโต คยฺหมานา อารมฺมณฆนตา. สา จตูสุ ธาตูสุ ญาเณน วินิพฺภุชิตฺวา ทิสฺสมานาสุ หตฺเถน ปริมทฺทิยมาโน เผณปิณฺโฑ วิย วิลีนํ อาคจฺฉติ, ยถาปจฺจยํ ปวตฺตมานา สุญฺญา เอเต ธมฺมมตฺตาติ อวสวตฺตนาการสงฺขาตํ อนตฺตลกฺขณํ ปากฏตรํ โหติ.
อปรอจฺฉราสงฺฆาตวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.