๑๙. กายคตาสติวคฺควณฺณนา
๕๖๓. เจตสา ผุโฏติ จิตฺเตน ผริโต. จิตฺเตน ผรณญฺจ สมุทฺทสฺส ทฺวิธา สมฺภวตีติ อาห – ‘‘ทุวิธํ ผรณ’’นฺติอาทิ. ปุริเมน อตฺเถนาติ ‘‘สมฺปโยควเสน วิชฺชํ ภชนฺตี’’ติ วุตฺเตน อตฺเถน. ปจฺฉิเมนาติ ‘‘วิชฺชาภาเค วิชฺชาโกฏฺฐาเส วตฺตนฺตี’’ติ วุตฺเตน.
๕๖๔. มหโต สํเวคาย สํวตฺตตีติอาทีสุ อยํ ปน อปโร นโย. ยาถาวโต กายสภาวปฺปเวทนโต มหโต สํเวคาย สํวตฺตติ. อตฺถายาติ ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอตฺถาย. โยคกฺเขมายาติ จตูหิ โยเคหิ เขมภาวาย. สติสมฺปชญฺญายาติ สพฺพตฺถ สติอวิปฺปวาสาย สตฺตฏฺฐานิยสมฺปชญฺญาย จ. ญาณทสฺสนปฺปฏิลาภายาติ วิปสฺสนาญาณาธิคมาย. วิชฺชาวิมุตฺติผลสจฺฉิกิริยายาติ ติสฺโส วิชฺชา จิตฺตสฺส อธิมุตฺติ นิพฺพานํ จตฺตาริ สามญฺญผลานีติ เอเตสํ ปจฺจกฺขกรณาย.
๕๘๔. ปญฺญาปฏิลาภายาติอาทีสุ โสฬสสุ ปเทสุ ปญฺญาปฏิลาภาย ปญฺญาวุทฺธิยา ปญฺญาเวปุลฺลาย ปญฺญาพาหุลฺลายาติ อิมานิ จตฺตาริ ปญฺญาวเสน ภาววจนานิ, เสสานิ ทฺวาทส ปุคฺคลวเสน ภาววจนานิ. สปฺปุริสสํเสโวติ สปฺปุริสานํ ภชนํ. สทฺธมฺมสฺสวนนฺติ เตสํ สปฺปุริสานํ สนฺติเก สีลาทิปฺปฏิปตฺติทีปกสฺส สทฺธมฺมวจนสฺส สวนํ. โยนิโส มนสิกาโรติ สุตานํ ธมฺมานํ อตฺถูปปริกฺขาวเสน อุปาเยน มนสิกาโร. ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปตฺตีติ โลกุตฺตรธมฺเม อนุคตสฺส สีลาทิปฺปฏิปทาธมฺมสฺส ปฏิปชฺชนํ.
ฉนฺนํ อภิญฺญาญาณานนฺติ อิทฺธิวิธทิพฺพโสตเจโตปริยปุพฺเพนิวาสทิพฺพจกฺขุอาสวกฺขยญาณานํ. เตสตฺตตีนํ ญาณานนฺติ ปฏิสมฺภิทาปาฬิยํ (ปฏิ. ม. ๑.๑-๒ มาติกา) ‘‘โสตาวธาเน ปญฺญา สุตมเย ญาณํ, สุตฺวาน สํวเร ปญฺญา สีลมเย ญาณ’’นฺติอาทินา ญาณกถาย นิทฺทิฏฺฐานํ สาวกสาธารณาสาธารณานํ ญาณานํ. อิเมสญฺหิ เตสตฺตติญาณานํ สุตมยญาณาทีนิ สตฺตสฏฺฐิญาณานิ สาวกสฺส สาธารณานิ, ‘‘อินฺทฺริยปโรปริยตฺเต ญาณํ, สตฺตานํ อาสยานุสเย ญาณํ, ยมกปาฏิหีเร ญาณํ, มหากรุณาสมาปตฺติยา ญาณํ, สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, อนาวรณญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๖๘-๗๓ มาติกา) อิมานิ ฉ อสาธารณญาณานิ สาวเกหิ.
สตฺตสตฺตตีนํ ญาณานนฺติ เอตฺถ –
‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ญาณํ, อสติ ชาติยา นตฺถิ ชรามรณนฺติ ญาณํ. อตีตมฺปิ อทฺธานํ ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ญาณํ, อสติ ชาติยา นตฺถิ ชรามรณนฺติ ญาณํ. อนาคตมฺปิ อทฺธานํ ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ญาณํ, อสติ ชาติยา นตฺถิ ชรามรณนฺติ ญาณํ. ยมฺปิสฺส ตํ ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, ตมฺปิ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺมนฺติ ญาณํ. ภวปจฺจยา ชาตีติ ญาณํ…เป… อุปาทานปจฺจยา ภโวติ ญาณํ, ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานนฺติ ญาณํ, เวทนาปจฺจยา ตณฺหาติ ญาณํ, ผสฺสปจฺจยา เวทนาติ ญาณํ, สฬายตนปจฺจยา ผสฺโสติ ญาณํ, นามรูปปจฺจยา สฬายตนนฺติ ญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปนฺติ ญาณํ, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณนฺติ ญาณํ, อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ญาณํ, อสติ อวิชฺชาย นตฺถิ สงฺขาราติ ญาณํ, อตีตมฺปิ อทฺธานํ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ญาณํ, อสติ อวิชฺชาย นตฺถิ สงฺขาราติ ญาณํ, อนาคตมฺปิ อทฺธานํ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ญาณํ, อสติ อวิชฺชาย นตฺถิ สงฺขาราติ ญาณํ, ยมฺปิสฺส ตํ ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, ตมฺปิ ขยธมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺมนฺติ ญาณ’’นฺติ –
ภควตา นิทานวคฺเค (สํ. นิ. ๒.๓๔-๓๕) ชรามรณาทีสุ เอกาทสสุ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺเคสุ ปจฺเจกํ สตฺต สตฺต กตฺวา วุตฺตานิ สตฺตสตฺตติญาณานิ.
ตตฺถ ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ ปจฺจยาการญาณํ. ปจฺจยากาโร หิ ธมฺมานํ ปวตฺติสงฺขาตาย ฐิติยา การณตฺตา ‘‘ธมฺมฏฺฐิตี’’ติ วุจฺจติ, ตตฺถ ญาณํ ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติอาทินา วุตฺตสฺเสว ฉพฺพิธสฺส ญาณสฺเสตํ อธิวจนํ. ขยธมฺมนฺติ ขยคมนสภาวํ. วยธมฺมนฺติ วยคมนสภาวํ. วิราคธมฺมนฺติ วิรชฺชนสภาวํ. นิโรธธมฺมนฺติ นิรุชฺฌนสภาวนฺติ อตฺโถ.
ลาโภติอาทีสุ ลาโภเยว อุปสคฺเคน วิเสเสตฺวา ‘‘ปฏิลาโภ’’ติ วุตฺโต. ปุน ตสฺเสว อตฺถวิวรณวเสน ‘‘ปตฺติ สมฺปตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ผุสนาติ อธิคมนวเสน ผุสนา. สจฺฉิกิริยาติ ปฏิลาภสจฺฉิกิริยา. อุปสมฺปทาติ นิปฺผาทนา.
สตฺตนฺนญฺจ เสกฺขานนฺติ ติสฺโส สิกฺขา สิกฺขนฺตีติ เสกฺขสญฺญิตานํ โสตาปตฺติมคฺคฏฺฐาทีนํ สตฺตนฺนํ. ปุถุชฺชนกลฺยาณกสฺส จาติ นิพฺพานคามินิยา ปฏิปทาย ยุตฺตตฺตา สุนฺทรฏฺเฐน กลฺยาณสญฺญิตสฺส ปุถุชฺชนสฺส. วฑฺฒิตํ วฑฺฒนํ เอกายาติ วฑฺฒิตวฑฺฒนา. ยถาวุตฺตานํ อฏฺฐนฺนมฺปิ ปญฺญานํ วเสน วิเสสโตว อรหโต ปญฺญาวเสน ปญฺญาวุทฺธิยา. ตถา ปญฺญาเวปุลฺลาย.
ยสฺส กสฺสจิปิ วิเสสโต อนุรูปธมฺมสฺส มหนฺตํ นาม กิจฺจสิทฺธิยา เวทิตพฺพนฺติ ตทสฺส กิจฺจสิทฺธิยา ทสฺเสนฺโต ‘‘มหนฺเต อตฺเถ ปริคฺคณฺหาตี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อตฺถาทีนํ มหนฺตภาโว มหาวิสยตาย เวทิตพฺโพ, มหาวิสยตา จ เตสํ ปฏิสมฺภิทามคฺเค อาคตนเยน เวทิตพฺพา. สีลกฺขนฺธสฺส ปน เหตุมหนฺตตาย, ปจฺจยมหนฺตตาย, นิสฺสยมหนฺตตาย, ปเภทมหนฺตตาย, กิจฺจมหนฺตตาย, ผลมหนฺตตาย, อานิสํสมหนฺตตาย จ มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. ตตฺถ เหตุ อโลภาทโย. ปจฺจโย หิโรตฺตปฺปสทฺธาสติวีริยาทโย. นิสฺสโย สาวกโพธิปจฺเจกโพธินิยตตา ตํสมงฺคิโน จ ปุริสวิเสสา. ปเภโท จาริตฺตวาริตฺตาทิวิภาโค. กิจฺจํ ตทงฺคาทิวเสน ปฏิปกฺขวิธมนํ. ผลํ สคฺคสมฺปทา นิพฺพานสมฺปทา จ. อานิสํโส ปิยมนาปตาทิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๙) อากงฺเขยฺยสุตฺตาทีสุ (ม. นิ. ๑.๖๔ อาทโย) จ อาคตนเยน เวทิตพฺโพ. อิมินา นเยน สมาธิกฺขนฺธาทีนมฺปิ มหนฺตตา ยถารหํ นิทฺธาเรตฺวา วตฺตพฺพา. ฐานาฏฺฐานาทีนํ มหนฺตภาโว ปน มหาวิสยตาย เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ฐานาฏฺฐานานํ มหาวิสยตา พหุธาตุกสุตฺตาทีสุ อาคตนเยน เวทิตพฺพา.
วิหารสมาปตฺตีนํ มหาวิสยตา สมาธิกฺขนฺเธ มหาวิสยตานิทฺธารณนเยน เวทิตพฺพา, อริยสจฺจานํ สกลยานสงฺคาหกโต สจฺจวิภงฺเค (วิภ. ๑๘๙ อาทโย) ตํสํวณฺณนาสุ (วิภ. อฏฺฐ. ๑๘๙ อาทโย) จ อาคตนเยน, สติปฏฺฐานาทีนํ สติปฏฺฐานวิภงฺคาทีสุ (วิภ. ๓๕๕ อาทโย) ตํสํวณฺณนาทีสุ (วิภ. อฏฺฐ. ๓๕๕ อาทโย) จ อาคตนเยน, สามญฺญผลานํ มหโต หิตสฺส มหโต สุขสฺส มหโต อตฺถสฺส มหโต โยคกฺเขมสฺส นิปฺผตฺติภาวโต สนฺตปณีตอตกฺกาวจรปณฺฑิตเวทนียภาวโต, อภิญฺญานํ มหาสมฺภารโต มหาวิสยโต มหากิจฺจโต มหานุภาวโต มหานิปฺผตฺติโต, นิพฺพานสฺส มทนิมฺมทนาทิมหตฺถสิทฺธิโต จ มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. ปริคฺคณฺหาตีติ สภาวาทิโต ปริจฺฉิชฺช คณฺหาติ ชานาติ, ปฏิวิชฺฌตีติ อตฺโถ.
ปุถุปญฺญาติ เอตฺถาปิ วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยํ ปน วิเสโส – ปุถุ นานากฺขนฺเธสุ ญาณํ ปวตฺตตีติ ‘‘อยํ รูปกฺขนฺโธ นาม…เป… อยํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ นามา’’ติ เอวํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ นานากรณํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ. เตสุปิ เอกวิเธน รูปกฺขนฺโธ…เป… เอกาทสวิเธน รูปกฺขนฺโธ. เอกวิเธน เวทนากฺขนฺโธ…เป… พหุวิเธน เวทนากฺขนฺโธ. เอกวิเธน สญฺญากฺขนฺโธ…เป… พหุวิเธน สญฺญากฺขนฺโธ. เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ…เป… พหุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ. เอกวิเธน วิญฺญาณกฺขนฺโธ…เป… พหุวิเธน วิญฺญาณกฺขนฺโธติ เอวํ เอเกกสฺส ขนฺธสฺส เอกวิธาทิวเสน อตีตาทิวเสนปิ นานากรณํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ.
ปุถุ นานาธาตูสูติ ‘‘อยํ จกฺขุธาตุ นาม…เป… อยํ มโนวิญฺญาณธาตุ นาม. ตตฺถ โสฬส ธาตุโย กามาวจรา, เทฺว จาตุภูมิกา’’ติ เอวํ ธาตูสุ นานากรณํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ. ตยิทํ อุปาทินฺนธาตุวเสน วุตฺตํ. ปจฺเจกพุทฺธานญฺหิ ทฺวินฺนญฺจ อคฺคสาวกานํ อุปาทินฺนธาตูสุ เอว นานากรณํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ, ตญฺจ โข เอกเทสโตว, น นิปฺปเทสโต. พหิทฺธา อนุปาทินฺนธาตูนํ นานากรณํ เตสํ อวิสโยว, สพฺพญฺญุพุทฺธานํเยว ปน ‘‘อิมาย ธาตุยา อุสฺสนฺนตฺตา อิมสฺส รุกฺขสฺส ขนฺโธ เสโต โหติ, อิมสฺส กาโฬ, อิมสฺส มฏฺโฐ, อิมสฺส ขโร, อิมสฺส พหลตโจ, อิมสฺส สุกฺขตโจ. อิมสฺส ปตฺตํ วณฺณสณฺฐานาทิวเสน เอวรูปํ. อิมสฺส ปุปฺผํ นีลํ, ปีตํ, โลหิตํ, โอทาตํ, สุคนฺธํ, ทุคฺคนฺธํ, มิสฺสกคนฺธํ. ผลํ ขุทฺทกํ, มหนฺตํ, ทีฆํ, วฏฺฏํ, สุวณฺณํ, ทุพฺพณฺณํ, มฏฺฐํ, ผรุสํ, สุคนฺธํ, ทุคฺคนฺธํ, มธุรํ, ติตฺตกํ, อมฺพิลํ, กฏุกํ, กสาวํ. กณฺฏโก ติขิโณ, อติขิโณ, อุชุโก, กุฏิโล, ตมฺโพ, นีโล, โลหิโต, โอทาโต’’ติอาทินา ธาตุนานตฺตํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ.
ปุถุ นานาอายตเนสูติ ‘‘อิทํ จกฺขายตนํ นาม…เป… อิทํ ธมฺมายตนํ นาม. ตตฺถ ทสายตนา กามาวจรา, เทฺว จาตุภูมกา’’ติ เอวํ อายตนนานตฺตํ ปฏิจฺจ ญาณํ ปวตฺตติ.
ปุถุ นานาปฏิจฺจสมุปฺปาเทสูติ อชฺฌตฺตพหิทฺธาเภทโต สนฺตานเภทโต จ นานปฺปเภเทสุ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺเคสุ. อวิชฺชาทิองฺคานิ หิ ปจฺเจกํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสญฺญิตานิ. เตนาห – สงฺขารปิฏเก ‘‘ทฺวาทส ปจฺจยา ทฺวาทส ปฏิจฺจสมุปฺปาทา’’ติ (สํ. นิ. ฏี. ๑.๑.๑๑๐).
ปุถุ นานาสุญฺญตมนุปลพฺเภสูติ นานาสภาเวสุ นิจฺจสาราทิวิรหิเตสุ สุญฺญสภาเวสุ, ตโต เอว อิตฺถิปุริสอตฺตตฺตนิยาทิวเสน อนุปลพฺภมานสภาเวสุ. ม-กาโร เหตฺถ ปทสนฺธิกโร.
ปุถุ นานาอตฺเถสูติ อตฺถปฏิสมฺภิทาวิสเยสุ ปจฺจยุปฺปนฺนาทินานาอตฺเถสุ. ธมฺเมสูติ ธมฺมปฏิสมฺภิทาวิสเยสุ ปจฺจยาทินานาธมฺเมสุ. นิรุตฺตีสูติ เตสํเยว อตฺถธมฺมานํ นิทฺธารณวจนสงฺขาเตสุ นานานิรุตฺตีสุ. ปุถุ นานาปฏิภาเนสูติ อตฺถปฏิสมฺภิทาทิวิสเยสุ อิมานิ ญาณานิ อิทมตฺถโชตกานีติ ตถา ตถา ปฏิภานโต อุปติฏฺฐนโต ปฏิภานานีติ ลทฺธนาเมสุ นานาญาเณสุ.
ปุถุ นานาสีลกฺขนฺเธสูติอาทีสุ สีลสฺส ปุถุตฺตํ นานตฺตญฺจ วุตฺตเมว, อิตเรสํ ปน วุตฺตนยานุสาเรน สุวิญฺเญยฺยตฺตา ปากฏเมว. ยํ ปน อภินฺนํ เอกเมว นิพฺพานํ, ตตฺถ อุปจารวเสน ปุถุตฺตํ คเหตพฺพนฺติ อาห – ‘‘ปุถุ นานาชนสาธารเณ ธมฺเม สมติกฺกมฺมา’’ติ. เตนสฺส มทนิมฺมทนาทิปริยาเยน ปุถุตฺตํ ปริทีปิตํ โหติ.
วิปุเล อตฺเถติ มหนฺเต อตฺเถ. มหนฺตปริยาโย หิ วิปุลสทฺโท. คมฺภีเรสูติ สสาทีหิ วิย มหาสมุทฺโท อนุปจิตญาณสมฺภาเรหิ อลพฺภเนยฺยปฺปติฏฺเฐสุ ขนฺเธสุ ญาณํ ปวตฺตตีติ วิสยสฺส คมฺภีรตาย ญาณสฺส คมฺภีรตา วิภาวิตา.
ติกฺขวิสทภาวาทิคุเณหิ อสาธารณตฺตา ปเรสํ ปญฺญาย น สามนฺตา, อถ โข สุวิทูรวิทูเรติ อสมนฺตปญฺญา อาการสฺส รสฺสตฺตํ กตฺวา. เกจิ ‘‘อสมตฺถปญฺญา’’ติ ปฐนฺติ, เตสํ ยถาวุตฺตคุเณหิ อญฺเญหิ อสาธารณตฺตา นตฺถิ เอติสฺสา กายจิ สมตฺถนฺติ อสมตฺถา ปญฺญาติ โยชนา. อตฺถววตฺถานโตติ อตฺถปฺปเภทสฺส ยาถาวโต สนฺนิฏฺฐานโต. น อญฺโญ โกจิ สกฺโกติ อภิสมฺภวิตุนฺติ ญาณคติยา สมฺปาปุณิตุํ น อญฺโญ โกจิปิ สกฺโกติ, ตสฺมา อยํ สุวิทูรวิทูเรติ อสมนฺตปญฺญา. อิทานิ ปุคฺคลนฺตรวเสน อสมนฺตปญฺญํ วิภาเวตุํ, ‘‘ปุถุชฺชนกลฺยาณกสฺสา’’ติอาทิ อารทฺธํ.
‘‘ปญฺญาปเภทกุสโล อภินฺนญาโณ อธิคตปฺปฏิสมฺภิโท จตุเวสารชฺชปฺปตฺโต ทสพลธารี ปุริสาสโภ ปุริสสีโห ปุริสนาโค ปุริสาชญฺโญ ปุริสโธรโยฺห อนนฺตญาโณ อนนฺตเตโช อนนฺตยโส อฑฺโฒ มหทฺธโน พลวา เนตา วิเนตา อนุเนตา ปญฺญาเปตา วินิชฺฌาเปตา เปกฺขตา ปสาเทตา. โส หิ ภควา อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา, อสญฺชาตสฺส มคฺคสฺส สญฺชเนตา, อนกฺขาตสฺส มคฺคสฺส อกฺขาตา, มคฺคญฺญู มคฺควิทู มคฺคโกวิโท. มคฺคานุคามี จ ปน เอตรหิ สาวกา วิหรนฺติ ปจฺฉา สมนฺนาคตา.
‘‘โส หิ ภควา ชานํ ชานาติ, ปสฺสํ ปสฺสติ, จกฺขุภูโต ญาณภูโต ธมฺมภูโต พฺรหฺมภูโต วตฺตา ปวตฺตา อตฺถสฺส นินฺเนตา อมตสฺส ทาตา ธมฺมสฺสามี ตถาคโต, นตฺถิ ตสฺส ภควโต อญฺญาตํ อทิฏฺฐํ อวิทิตํ อสจฺฉิกตํ อผสฺสิตํ ปญฺญาย. อตีตํ อนาคตํ ปจฺจุปฺปนฺนํ อุปาทาย สพฺเพ ธมฺมา สพฺพากาเรน พุทฺธสฺส ภควโต ญาณมุเข อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ, ยํ กิญฺจิ เนยฺยํ นาม อตฺถิ ตํ สพฺพํ ชานิตพฺพํ, อตฺตตฺโถ วา ปรตฺโถ วา อุภยตฺโถ วา ทิฏฺฐธมฺมิโก วา อตฺโถ สมฺปรายิโก วา อตฺโถ อุตฺตาโน วา อตฺโถ คมฺภีโร วา อตฺโถ คูโฬฺห วา อตฺโถ ปฏิจฺฉนฺโน วา อตฺโถ เนยฺโย วา อตฺโถ นีโต วา อตฺโถ อนวชฺโช วา อตฺโถ นิกฺกิเลโส วา อตฺโถ โวทาโน วา อตฺโถ ปรมตฺโถ วา อตฺโถ, สพฺพํ ตํ อนฺโตพุทฺธญาเณ ปริวตฺตติ.
‘‘สพฺพํ กายกมฺมํ พุทฺธสฺส ภควโต ญาณานุปริวตฺติ, สพฺพํ วจีกมฺมํ พุทฺธสฺส ภควโต ญาณานุปริวตฺติ, สพฺพํ มโนกมฺมํ พุทฺธสฺส ภควโต ญาณานุปริวตฺติ. อตีเต พุทฺธสฺส ภควโต อปฺปฏิหตํ ญาณํ, อนาคเต พุทฺธสฺส ภควโต อปฺปฏิหตํ ญาณํ, ปจฺจุปฺปนฺเน พุทฺธสฺส ภควโต อปฺปฏิหตํ ญาณํ, ยาวตกํ เนยฺยํ, ตาวตกํ ญาณํ. ยาวตกํ ญาณํ, ตาวตกํ เนยฺยํ. เนยฺยปริยนฺติกํ ญาณํ, ญาณปริยนฺติกํ เนยฺยํ, เนยฺยํ อติกฺกมิตฺวา ญาณํ นปฺปวตฺตติ, ญาณํ อติกฺกมิตฺวา เนยฺยปโถ นตฺถิ, อญฺญมญฺญปริยนฺตฏฺฐายิโน เต ธมฺมา, ยถา ทฺวินฺนํ สมุคฺคปฏลานํ สมฺมา ผุสิตานํ เหฏฺฐิมํ สมุคฺคปฏลํ อุปริมํ นาติวตฺตติ, อุปริมํ สมุคฺคปฏลํ เหฏฺฐิมํ นาติวตฺตติ, อญฺญมญฺญปริยนฺตฏฺฐายิโน, เอวเมวํ พุทฺธสฺส ภควโต เนยฺยญฺจ ญาณญฺจ อญฺญมญฺญปริยนฺตฏฺฐายิโน. ยาวตกํ เนยฺยํ, ตาวตกํ ญาณํ. ยาวตกํ ญาณํ, ตาวตกํ เนยฺยํ, เนยฺยปริยนฺติกํ ญาณํ, ญาณปริยนฺติกํ เนยฺยํ, เนยฺยํ อติกฺกมิตฺวา ญาณํ นปฺปวตฺตติ, ญาณํ อติกฺกมิตฺวา เนยฺยปโถ นตฺถิ. อญฺญมญฺญปริยนฺตฏฺฐายิโน เต ธมฺมา. สพฺพธมฺเมสุ พุทฺธสฺส ภควโต ญาณํ ปวตฺตติ.
‘‘สพฺเพ ธมฺมา พุทฺธสฺส ภควโต อาวชฺชนปฺปฏิพทฺธา อากงฺขปฺปฏิพทฺธา มนสิการปฺปฏิพทฺธา จิตฺตุปฺปาทปฺปฏิพทฺธา, สพฺพสตฺเตสุ พุทฺธสฺส ภควโต ญาณํ ปวตฺตติ. สพฺเพสํ สตฺตานํ พุทฺโธ อาสยํ ชานาติ, อนุสยํ ชานาติ, จริตํ ชานาติ, อธิมุตฺตึ ชานาติ, อปฺปรชกฺเข มหารชกฺเข ติกฺขินฺทฺริเย มุทินฺทฺริเย สฺวากาเร ทฺวากาเร สุวิญฺญาปเย ทุวิญฺญาปเย ภพฺพา สพฺเพ สตฺเต ปชานาติ, สเทวโก โลโก สมารโก สพฺรหฺมโก สสฺสมณพฺราหฺมณี ปชา สเทวมนุสฺสา อนฺโตพุทฺธญาเณ ปริวตฺตติ.
‘‘ยถา เย เกจิ มจฺฉกจฺฉปา อนฺตมโส ติมิติมิงฺคลํ อุปาทาย อนฺโตมหาสมุทฺเท ปริวตฺตนฺติ, เอวเมว สเทวโก โลโก สมารโก สพฺรหฺมโก สสฺสมณพฺราหฺมณี ปชา สเทวมนุสฺสา อนฺโตพุทฺธญาเณ ปริวตฺตติ. ยถา เย เกจิ ปกฺขิโน อนฺตมโส ครุฬํ เวนเตยฺยํ อุปาทาย อากาสสฺส ปเทเส ปริวตฺตนฺติ, เอวเมว เยปิ เต สาริปุตฺตสมา ปญฺญาย, เตปิ พุทฺธญาณสฺส ปเทเส ปริวตฺตนฺติ, พุทฺธญาณํ เทวมนุสฺสานํ ปญฺญํ ผริตฺวา อติฆํสิตฺวา ติฏฺฐติ. เยปิ เต ขตฺติยปณฺฑิตา พฺราหฺมณปณฺฑิตา คหปติปณฺฑิตา สมณปณฺฑิตา นิปุณา กตปรปฺปวาทา วาลเวธิรูปา, โวภินฺทนฺตา มญฺเญ จรนฺติ ปญฺญาคเตน ทิฏฺฐิคตานิ, เต เต ปญฺหํ อภิสงฺขริตฺวา อภิสงฺขริตฺวา’’ติ (ปฏิ. ม. ๓.๕) –
อาทินา นิทฺทิฏฺฐปาฬึ เปยฺยาลมุเขน สํขิปิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ปญฺญาปเภทกุสโล ปภินฺนญาโณ…เป… เต ปญฺหํ อภิสงฺขริตฺวา อภิสงฺขริตฺวา’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ ปภินฺนญาโณติ อตฺถาทีสุ ปเภทคตญาโณ. ‘‘ปเภทญาโณ’’ติปิ ปฐนฺติ, โสเยว อตฺโถ. เต ปญฺหนฺติ เต เต อตฺตนา อธิปฺเปตํ ปญฺหํ. นิทฺทิฏฺฐการณาติ วิสฺสชฺชิตการณา. อุปกฺขิตฺตกาติ ภควโต ปญฺญาเวยฺยตฺติเยน สมีเป ขิตฺตกา อนฺเตวาสิกา สมฺปชฺชนฺติ.
ภวติ อภิภวตีติ ภูริ. กึ? ราคาทึ. อุปสคฺเค สติปิ ตเทว ปทํ ตมตฺถํ วทตีติ อุปสคฺเคน วินาปิ โส อตฺโถ วิญฺเญยฺโย อเนกตฺถตฺตา ธาตูนนฺติ วุตฺตํ – ‘‘อภิภุยฺยตี’’ติ. การกพฺยตฺตเยน เจตํ วุตฺตํ, ตสฺมา ราคํ อภิภุยฺยตีติ สา สา มคฺคปญฺญา อตฺตนา อตฺตนา วชฺฌํ ราคํ อภิภุยฺยติ อภิภวติ, มทตีติ อตฺโถ. อภิภวตีติ สา สา ผลปญฺญา ตํ ตํ ราคํ ภวิ อภิภวิ มทฺทีติ ภูริปญฺญา. ‘‘อภิภวิตา’’ติ วา ปาโฐ, ‘‘อภิภวิตฺวา’’ติปิ ปฐนฺติ. อภิภวิตฺวาติ จ กิริยาย สิทฺธภาวทสฺสนํ. ปญฺญา เจ สิทฺธา, ราคาภิภโว จ สิทฺโธ เอวาติ. เสเสสุปิ เอเสว นโย.
ราคาทีสุ ปน รชฺชนลกฺขโณ ราโค. ทุสฺสนลกฺขโณ โทโส. มุยฺหนลกฺขโณ โมโห. กุชฺฌนลกฺขโณ โกโธ, อุปนนฺธนลกฺขโณ อุปนาโห. ปุพฺพกาลํ โกโธ, อปรกาลํ อุปนาโห. ปรคุณมกฺขนลกฺขโณ มกฺโข, ยุคคฺคาหลกฺขโณ ปลาโส. ปรสมฺปตฺติขียนลกฺขณา อิสฺสา, อตฺตโน สมฺปตฺตินิคฺคูหนลกฺขณํ มจฺฉริยํ. อตฺตนา กตปาปปฺปฏิจฺฉาทนลกฺขณา มายา, อตฺตโน อวิชฺชมานคุณปฺปกาสนลกฺขณํ สาเฐยฺยํ. จิตฺตสฺส อุทฺธุมาตภาวลกฺขโณ ถมฺโภ, กรณุตฺตริยลกฺขโณ สารมฺโภ. อุนฺนติลกฺขโณ มาโน, อพฺภุนฺนติลกฺขโณ อติมาโน. มตฺตภาวลกฺขโณ มโท, ปญฺจกามคุเณสุ จิตฺตโวสฺสคฺคลกฺขโณ ปมาโท. ภวติ อภิภวติ อรินฺติ ภูริ อสรูปโต ปรสฺส อการสฺส โลปํ กตฺวา. เตนาห – ‘‘อรึ มทฺทนิปญฺญาติ ภูริปญฺญา’’ติ. ภวติ เอตฺถ ถาวรชงฺคมนฺติ ภูริ วุจฺจติ ปถวี ยถา ‘‘ภูมี’’ติ ภูริ วิยาติ ภูริปญฺญา วิตฺถตวิปุลฏฺเฐน สพฺพํ สหตาย จ. เตนาห – ‘‘ตายา’’ติอาทิ. ตตฺถ ปถวิสมายาติ วิตฺถตวิปุลฏฺเฐเนว ปถวิสมาย. วิตฺถตายาติ ปชานิตพฺเพ วิสเย วิตฺถตาย, น เอกเทเส วตฺตมานาย. วิปุลายาติ อุฬารภูตาย. สมนฺนาคโตติ ปุคฺคโล. อิติ-สทฺโท การณตฺเถ, อิมินา การเณน ปุคฺคลสฺส ภูริปญฺญาย สมนฺนาคตตฺตา ตสฺส ปญฺญา ภูริปญฺญา นามาติ อตฺโถ. ‘‘ภูริปญฺญสฺส ปญฺญา ภูริปญฺญปญฺญา’’ติ วตฺตพฺเพ เอกสฺส ปญฺญาสทฺทสฺส โลปํ กตฺวา ‘‘ภูริปญฺญา’’ติ วุตฺตํ.
อปิจาติ ปญฺญาปริยายทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ปญฺญายเมตนฺติ ปญฺญาย เอตํ. อธิวจนนฺติ อธิกํ วจนํ. ภูรีติ ภูเต อตฺเถ ขนฺธาทิเก รมติ สจฺจสภาเวน, ทิฏฺฐิ วิย น อภูเตติ ภูริ. เมธาติ อสนิ วิย สิลุจฺจเย กิเลเส เมธติ หึสตีติ เมธา, ขิปฺปํ คหณธารณฏฺเฐน วา เมธา. ปริณายิกาติ ยสฺสุปฺปชฺชติ, ตํ สตฺตํ อตฺตหิตปฺปฏิปตฺติยํ สมฺปยุตฺตธมฺเม จ ยาถาวลกฺขณปฺปฏิเวเธ ปริเณตีติ ปริณายิกา. อิเมเหว อญฺญานิปิ ปญฺญาปริยายวจนานิ โหนฺติ.
ปญฺญาพาหุลฺลนฺติ ปญฺญา พหุลา อสฺสาติ ปญฺญาพหุโล, ตสฺส ภาโว ปญฺญาพาหุลฺลํ. ตญฺจ ปญฺญาย พาหุลฺลํ ปวตฺติ เอวาติ ตมตฺถํ ปญฺญาครุกสฺส ปุคฺคลสฺส วเสน ทสฺเสนฺโต, ‘‘อิเธกจฺโจ ปญฺญาครุโก โหตี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อิเธกจฺโจติ ปุถุชฺชนกลฺยาณโก, อริโย วา. ปญฺญา ครุ เอกสฺสาติ ปญฺญาครุโก. ปญฺญาย จริโต ปวตฺติโต ปญฺญาจริโต, ปญฺญาย จริตํ ปวตฺตํ อสฺสาติ วา ปญฺญาจริโต. อนุโลมิกขนฺติอาทิวิภาคา ปญฺญา อาสโย เอตสฺสาติ ปญฺญาสโย. ปญฺญาย อธิมุตฺโต ตนฺนินฺโนติ ปญฺญาธิมุตฺโต. สมุสฺสิตฏฺเฐน ปญฺญา ธโช เอตสฺสาติ ปญฺญาธโช. ปญฺญาเกตูติ ตสฺเสว เววจนํ. ปญฺญานิมิตฺตํ อาธิปเตยฺยํ เอตสฺสาติ ปญฺญาธิปเตยฺโย. ปญฺญาสงฺขาโต วิจโย, ธมฺมสภาววิจินนํ วา พหุลํ เอตสฺสาติ วิจยพหุโล. นานปฺปกาเรน ธมฺมสภาววิจินนํ พหุลํ อสฺสาติ ปวิจยพหุโล. โอกฺขายนํ ยาถาวโต ธมฺมานํ อุปฏฺฐานํ พหุลํ เอตสฺสาติ โอกฺขายนพหุโล. ปญฺญาย ตสฺส ตสฺส ธมฺมสฺส สมฺมาเปกฺขนา สมฺเปกฺขา, สมฺเปกฺขาย อยนํ ปวตฺตนํ สมฺเปกฺขายนํ, สมฺเปกฺขายนํ ธมฺโม ปกติ อสฺสาติ สมฺเปกฺขายนธมฺโม. สมฺเปกฺขายนํ วา ยาถาวโต ทสฺสนธมฺโม สภาโว เอตสฺสาติ สมฺเปกฺขายนธมฺโม. สพฺพํ ธมฺมชาตํ วิภูตํ วิภาวิตํ กตฺวา วิหรณสีโลติ วิภูตวิหารี.
ตจฺจริโตติอาทีสุ ตํ-สทฺเทน ปญฺญา ปจฺจามฏฺฐา, ตสฺมา ตตฺถ ‘‘ปญฺญาจริโต’’ติอาทินา อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สา ปญฺญา จริตา ครุกา พหุลา อสฺสาติ ตจฺจริโต ตคฺครุโก ตพฺพหุโล. ตสฺสํ ปญฺญายํ นินฺโน โปโณ ปพฺภาโร อธิมุตฺโตติ ตนฺนินฺโน ตปฺโปโณ ตปฺปพฺภาโร ตทธิมุตฺโต. สา ปญฺญา อธิปติ ตทธิปติ, ตทธิปติโต อาคโต ตทาธิปเตยฺโย. ปญฺญาครุโกติอาทีนิ ‘‘กามํ เสวนฺตํเยว ชานาติ, อยํ ปุคฺคโล เนกฺขมฺมครุโก’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๔) วิย ปุริมชาติโต ปภุติ วุตฺตานิ. ตจฺจริโตติอาทีนิ อิมิสฺสา ชาติยา วุตฺตานิ. อิทานิ วุตฺตเมวตฺถํ นิทสฺสนวเสนปิ ทสฺเสตุํ – ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวเมวนฺติอาทีนิ ทสฺสิตพฺพนิคมนํ.
สีฆปญฺญาติ อตฺตโน วิสเย สีฆปฺปวตฺติกา ปญฺญา, ยา สมารทฺธา อตฺตโน ปญฺญากิจฺจํ อทนฺธายนฺตี อวิตฺถายนฺตี ขิปฺปเมว สมฺปาเปติ. เตนาห – ‘‘สีฆํ สีฆํ สีลานิ ปริปูเรตี’’ติอาทิ. ตตฺถ สีฆํ สีฆนฺติ พหูนํ สีลาทีนํ สงฺคหตฺถํ ทฺวิกฺขตฺตุํ วุตฺตํ. สีลานีติ จาริตฺตวาริตฺตวเสน ปญฺญตฺตานิ ปาติโมกฺขสํวรสีลานิ, ฐเปตฺวา วา อินฺทฺริยสํวรํ ตสฺส วิสุํ คหิตตฺตา อิตรานิ ติวิธสีลานิ. อินฺทฺริยสํวรนฺติ จกฺขาทีนํ ฉนฺนํ อินฺทฺริยานํ ราคปฺปฏิฆปฺปเวสํ อกตฺวา สติกวาเฏน นิวารณํ ถกนํ. โภชเน มตฺตญฺญุตนฺติ ปจฺจเวกฺขิตปริโภควเสน โภชเน ปมาณญฺญุภาวํ. ชาคริยานุโยคนฺติ ทิวสสฺส ตีสุ โกฏฺฐาเสสุ รตฺติยา ปฐมมชฺฌิมโกฏฺฐาเสสุ จ ชาครติ น นิทฺทายติ, สมณธมฺมเมว กโรตีติ ชาคโร, ชาครสฺส ภาโว, กมฺมํ วา ชาคริยํ, ชาคริยสฺส อนุโยโค ชาคริยานุโยโค, ตํ ชาคริยานุโยคํ. สีลกฺขนฺธนฺติ เสกฺขํ วา อเสกฺขํ วา สีลกฺขนฺธํ. เอวมิตเรปิ ขนฺธา เวทิตพฺพา. ปญฺญากฺขนฺธนฺติ มคฺคปญฺญา จ เสกฺขาเสกฺขานํ โลกิยปญฺญา จ. วิมุตฺติกฺขนฺธนฺติ ผลวิมุตฺติ. วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺธนฺติ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. สีฆปญฺญานิทฺเทสสทิโสเยว ลหุปญฺญานิทฺเทโส, ตถา หาสปญฺญานิทฺเทโส. ชวนปญฺญานิทฺเทโส ปน กลาปสมฺมสนนเยน ปวตฺโต. ติกฺขปญฺญานิทฺเทโส วีริยสฺส อุสฺสุกฺกาปนวเสน, นิพฺเพธิกปญฺญานิทฺเทโส สพฺพโลเก อนภิรตสญฺญาวเสน ปวตฺโต. ตตฺถ ตุริตกิริยา สีฆตา. อทนฺธตา ลหุตา. เวคายิตตฺตํ ขิปฺปตา.
หาสพหุโลติ ปีติพหุโล. เสสปทานิ ตสฺเสว เววจนานิ. อถ วา หาสพหุโลติ มูลปทํ. เวทพหุโลติ ตสฺสา เอว ปีติยา สมฺปยุตฺตโสมนสฺสเวทนาวเสน นิทฺเทสปทํ. ตุฏฺฐิพหุโลติ นาติพลวปีติยา ตุฏฺฐาการวเสน. ปาโมชฺชพหุโลติ พลวปีติยา ปมุทิตภาววเสน. สีลานิ ปริปูเรตีติ หฏฺฐปฺปหฏฺโฐ อุทคฺคูทคฺโค สมฺปิยายมาโน สีลานิ สมฺปาเทติ. ปีติโสมนสฺสสหคตา หิ ปญฺญา อภิรติวเสน อารมฺมเณ ผุลฺลิตา วิกสิตา วิย ปวตฺตติ, น เอวํ อุเปกฺขาสหคตาติ.
อนิจฺจโต ขิปฺปํ ชวตีติ ‘‘ขนฺธปญฺจกํ อนิจฺจ’’นฺติ เวคายิเตน ปวตฺตติ, ปฏิปกฺขทูรีภาเวน ปุพฺพาภิสงฺขารสฺส สาติสยตฺตา อินฺเทน วิสฺสฏฺฐวชิรํ วิย ลกฺขณํ อวิรชฺฌนฺตี อทนฺธายนฺตี อนิจฺจลกฺขณํ เวคสา ปฏิวิชฺฌติ, ตสฺมา สา ชวนปญฺญา นามาติ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เอวํ ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาวเสน ชวนปญฺญํ ทสฺเสตฺวา พลววิปสฺสนาวเสน ทสฺเสตุํ – ‘‘รูป’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ขยฏฺเฐนาติ ยตฺถ ยตฺถ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชนโต ขยสภาวตฺตา. ภยฏฺเฐนาติ ภยานกภาวโต. อสารกฏฺเฐนาติ อตฺตสารวิรหโต นิจฺจสาราทิวิรหโต จ. ตุลยิตฺวาติ ตุลาภูตาย วิปสฺสนาปญฺญาย ตุเลตฺวา. ตีรยิตฺวาติ ตาย เอว ตีรณภูตาย ตีเรตฺวา. วิภาวยิตฺวาติ ยาถาวโต ปกาเสตฺวา ปากฏํ กตฺวา. อถ วา ตุลยิตฺวาติ กลาปสมฺมสนวเสน ตุลยิตฺวา. ตีรยิตฺวาติ อุทยพฺพยานุปสฺสนาวเสน ตีเรตฺวา. วิภาวยิตฺวาติ ภงฺคานุปสฺสนาทิวเสน ปากฏํ กตฺวา. วิภูตํ กตฺวาติ สงฺขารุเปกฺขานุโลมวเสน ผุฏํ กตฺวา. รูปนิโรเธติ รูปกฺขนฺธสฺส นิโรธภูเต นิพฺพาเน. ขิปฺปํ ชวตีติ นินฺนโปณปพฺภารวเสน ชวติ ปวตฺตติ. อิทานิ สิขาปฺปตฺตวิปสฺสนาวเสน ชวนปญฺญํ ทสฺเสตุํ, ปุน ‘‘รูป’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
ญาณสฺส ติกฺขภาโว นาม สวิเสสํ ปฏิปกฺขสมุจฺฉินฺทเนน เวทิตพฺโพติ ‘‘ขิปฺปํ กิเลเส ฉินฺทตีติ ติกฺขปญฺญา’’ติ วตฺวา เต ปน กิเลเส วิภาเคน ทสฺเสนฺโต, ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺก’’นฺติอาทิมาห. สมถวิปสฺสนาหิ วิกฺขมฺภนตทงฺควเสน ปหีนมฺปิ อริยมคฺเคน อสมูหตตฺตา อุปฺปตฺติธมฺมตํ อนตีตตาย อสมูหตุปฺปนฺนนฺติ วุจฺจติ, ตํ อิธ ‘‘อุปฺปนฺน’’นฺติ อธิปฺเปตํ. นาธิวาเสตีติ สนฺตานํ อาโรเปตฺวา น วาเสติ. ปชหตีติ สมุจฺเฉทวเสน ปชหติ. วิโนเทตีติ ขิปติ. พฺยนฺตึ กโรตีติ วิคตนฺตํ กโรติ. อนภาวํ คเมตีติ อนุ อภาวํ คเมติ, วิปสฺสนากฺกเมน อริยมคฺคํ ปตฺวา สมุจฺเฉทวเสเนว อภาวํ คมยตีติ อตฺโถ. เอตฺถ จ กามปฺปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก กามวิตกฺโก. ‘‘อิเม สตฺตา มรนฺตู’’ติ ปเรสํ มรณปฺปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก พฺยาปาทวิตกฺโก. ‘‘อิเม สตฺตา วิหึสิยนฺตู’’ติ ปเรสํ วิหึสาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก วิหึสาวิตกฺโก. ปาปเกติ ลามเก. อกุสเล ธมฺเมติ อโกสลฺลสมฺภูเต ธมฺเม. ติกฺขปญฺโญ นาม ขิปฺปาภิญฺโญ โหติ, ปฏิปทา จสฺส น จลตีติ อาห – ‘‘เอกมฺหิ อาสเน จตฺตาโร อริยมคฺคา’’ติอาทิ.
‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา สงฺขตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ขยธมฺมา วยธมฺมา วิราคธมฺมา นิโรธธมฺมา’’ติ ยาถาวโต ทสฺสเนน สจฺจปฺปฏิเวโธ อิชฺฌติ, น อญฺญถาติ การณมุเขน นิพฺเพธิกปญฺญํ ทสฺเสตุํ – ‘‘สพฺพสงฺขาเรสุ อุพฺเพคพหุโล โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุพฺเพคพหุโลติ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติอาทินา (ธ. ป. ๒๗๗) นเยน สพฺพสงฺขาเรสุ อภิณฺหปฺปวตฺตสํเวโค. อุตฺตาสพหุโลติ ญาณภยวเสน สพฺพสงฺขาเรสุ พหุโส อุตฺรสฺตมานโส. เตน อาทีนวานุปสฺสนมาห. อุกฺกณฺฐนพหุโลติ สงฺขารโต อุทฺธํ วิสงฺขาราภิมุขตาย อุกฺกณฺฐนพหุโล. อิมินา นิพฺพิทานุปสฺสนมาห. อรติพหุโลติอาทินา ตสฺสา เอว อปราปรูปปตฺตึ. พหิมุโขติ สพฺพสงฺขารโต พหิภูตํ นิพฺพานํ อุทฺทิสฺส ปวตฺตญาณมุโข. ตถา ปวตฺติตวิโมกฺขมุโข. นิพฺพิชฺฌนํ ปฏิวิชฺฌนํ นิพฺเพโธ, โส เอติสฺสา อตฺถีติ นิพฺเพธิกา, นิพฺพิชฺฌตีติ วา นิพฺเพธิกา, สา เอว ปญฺญา นิพฺเพธิกปญฺญา. อนิพฺพิทฺธปุพฺพนฺติ อนมตคฺเค สํสาเร อนฺตํ ปาเปตฺวา อนิวิทฺธปุพฺพํ. อปฺปทาลิตปุพฺพนฺติ ตสฺเสว อตฺถวจนํ, อนฺตกรเณเนว อปฺปทาลิตปุพฺพนฺติ อตฺโถ. โลภกฺขนฺธนฺติ โลภราสึ, โลภโกฏฺฐาสํ วา.
กายคตาสติวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.