อพฺยากตวณฺณนา
อญฺญมญฺญวิสิฏฺฐานํ กุสลากุสลานํ ปากนฺติ วิปากํ, วิปกฺกภาวมาปนฺนานมรูปธมฺมานเมตมธิวจนํ. ยถา หิ โลเก สาลิพีชาทีนํ ผลานิ ตํสทิสานิ นิพฺพตฺตานิ วิปกฺกานิ นาม โหนฺติ, วิปากนิรุตฺติญฺจ ลภนฺติ, น มูลงฺกุรปตฺตทณฺฑนฬาทีนิ, เอวํ กุสลากุสลานํ ผลานิ อรูปธมฺมภาเวน, สารมฺมณภาเวน จ ตํสทิสานิ วิปกฺกภาวมาปนฺนานีติ วิปากนิรุตฺตึ ลภนฺติ, น ปน กมฺมาภินิพฺพตฺตาปิ รูปธมฺมา กมฺมวิสทิสตฺตา. วิปากเมว จิตฺตํ วิปากจิตฺตํ. กรณมตฺตํ กิริยา ผลทานาสมฺภวโต. เยน ปน การเณน ตสฺส ผลทานํ น สมฺภวติ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. กิริยา เอว จิตฺตํ กิริยจิตฺตํ. วิปากสฺส กามาวจราทิภาโว กุสเล วุตฺตนเยน ยถาสมฺภวํ เวทิตพฺโพ. อโลภาทิสมฺปยุตฺตเหตูหิ สห วตฺตนโต สเหตุกํ. ตทภาวโต อเหตุกํ. นิพฺพตฺตกเหตุวเสน สิชฺฌมานมฺปิ เหตํ สมฺปยุตฺตเหตุวเสเนว ‘‘สเหตุกมเหตุก’’นฺติ วุจฺจติ, อิตรถา ววตฺถานาภาวโต.
สกกุสลํ วิยาติ อตฺตโน ชนกํ กามาวจรกุสลํ วิย. ชนกชนิตพฺพสมฺพนฺธวเสน หิ ตํ ตํ กุสลํ ตสฺส ตสฺส วิปากสฺส สกํ นามํ โหติ.
‘‘สกกุสลํ วิยา’’ติ วุตฺตตฺตา ปวตฺตาการอารมฺมณาทิโต จสฺส ตํสทิสตา อาปชฺเชยฺยาติ ตํนิวารณตฺถมาห ‘‘ยถา ปนา’’ติอาทิ. ฉสุ อารมฺมเณสูติ ปริตฺตาทิอตีตาทิอชฺฌตฺตาทิเภเทสุ ฉสุ รูปาทิอารมฺมเณสุ. ภวนฺตรปฏิสนฺธานโต ปฏิสนฺธิ. อวิจฺเฉทปฺปวตฺติเหตุภาเวน ภวสฺส องฺคนฺติ ภวงฺคํ. นิพฺพตฺติตภวโต ปริคญฺญตาย จุติเหตุตาย จุติ. ปริตฺตธมฺมปริยาปนฺเนสูติ กามาวจรธมฺมปริยาปนฺเนสุ. กามาวจรธมฺมา หิ กิเลสวิกฺขมฺภนาทีสุ อสมตฺถภาเวน ปริตฺตานุภาวตาย, โอฬาริกาหิ วา กามตณฺหาทีหิ ปริโต คหิตตฺตา ‘‘ปริตฺตา’’ติ วุจฺจนฺติ. วิปากสฺส สงฺกปฺเปตฺวา อารมฺมณคฺคหณาภาวโต กมฺมานุรูปเมว ปวตฺตตีติ ปริตฺตกมฺมวิปาโก ปริตฺตารมฺมเณเยว ปวตฺติตุมรหติ, น มหคฺคตอปฺปมาณารมฺมเณติ วุตฺตํ ‘‘ปริตฺตธมฺมปริยาปนฺเนสู’’ติ. ยทิ เอวํ มหคฺคตวิปาโกปิ มหคฺคตารมฺมเณเยว อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ, สญฺญายตฺตารมฺมณสฺส สมาธิปฺปธานสฺส กมฺมสฺส อปฺปนาปตฺตสฺส ตาทิเสเนว วิปาเกน ภวิตพฺพตฺตา. วณฺณลกฺขณาทิกญฺหิ อคฺคเหตฺวา โลกสญฺญานุโรเธเนว คหิเต ปถวาทิเก ปริกมฺมสญฺญาย สมุปฺปาทิตํ ปฏิภาคนิมิตฺตสงฺขาตมารมฺมณํ สญฺญาวสํ สญฺญายตฺตํ โหติ, ตสฺมา ตทารมฺมณสฺส สมาธิปฺปธานสฺส อปฺปนาปตฺตสฺส กมฺมสฺส วิปาเกน สมาธิปฺปธานอปฺปนาปตฺเตหิ วิย สญฺญายตฺตารมฺมณตาย นิพฺพิเสเสเนว ภวิตพฺพํ. ปริตฺตวิปาโก ปน มหคฺคตอปฺปมาณปญฺญตฺตารมฺมณกมฺมนิพฺพตฺโตปิ โหติ, โส ปรโต อาคมิสฺสติ.
มุขนิมิตฺตํ วิยาติ มุขํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนนิมิตฺตํ วิย. ยถา หิ ตํ นิรีหํ อปรํ มุขนิมิตฺตํ อุปฺปาเทตุํ, อญฺญํ วา กิญฺจิ อตฺตโน พเลน กาตุํ น สกฺโกติ, เอวเมตมฺปิ วิปากุปฺปาทนาทีสุ น อุสฺสหติ. เตนาห ‘‘นิรุสฺสาห’’นฺติ. อุสฺสาโหติ เจตฺถ อนุปจฺฉินฺนาวิชฺชาตณฺหามานานุสยสฺมึ สนฺตาเน วิปากุปฺปาทนสมตฺถตาสงฺขาโต, อาเสวนปจฺจยภาวสงฺขาโต, วิญฺญตฺติชนกตาสงฺขาโต จ พฺยาปาโร. โส วิปาเก นตฺถิ กมฺมเวคุกฺขิตฺตตฺตา ปติตํ วิย หุตฺวา ปวตฺตมานสฺส ตสฺส เอกนฺเตน ทุพฺพลภาวโตติ ตํ นิรุสฺสาหํ.
วิปจฺจนฏฺฐานนฺติ วิปจฺจนวเสน ปวตฺตนฏฺฐานํ, ปฏิสนฺธิภวงฺคจุติตทารมฺมณวเสน จตุกิจฺจานเมเตสํ ปวตฺติโอกาโสติ อตฺโถ. ตตฺถ จุติภวงฺคานํ อนฺตราฬํ ปฏิสนฺธิกิจฺจานํ ฐานํ, ปฏิสนฺธิอาวชฺชนานํ, ตทารมฺมณาวชฺชนานํ, ชวนาวชฺชนานํ, โวฏฺฐพฺพนาวชฺชนานญฺจ อนฺตราฬํ ภวงฺคกิจฺจานํ ฐานํ, ตทารมฺมณปฏิสนฺธีนํ, ชวนปฏิสนฺธีนํ, ภวงฺคปฏิสนฺธีนํ วา อนฺตราฬํ จุติกิจฺจานํ ฐานํ, ชวนภวงฺคานํ อนฺตราฬํ ตทารมฺมณกิจฺจานํ ฐานนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ยสฺมา ปเนตํ ฐานํ ธมฺมานํ ตํตํกิจฺจวเสน ปากฏํ โหติ, ตสฺมา ฐานํ เวทิตพฺพนฺติ ฐานํ อุทฺธริตฺวา ปากฏกิจฺจวเสเนว ตํ ปกาเสตุํ ‘‘อิมานิหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อถ วา กิจฺจมฺปิ กิจฺจวนฺตานํ ปวตฺติฏฺฐานภาเวน คยฺหตีติ ฐานนฺติปิ กิจฺจเมว อุทฺธฏนฺติ ตํ สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘อิมานิ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
๓๒. อณฺฑชชลาพุชโยนิสมฺภวานํ มนุสฺสานํ, วินิปาติกาสุรานญฺจ อเหตุกปฏิสนฺธิยาปิ สพฺภาวโต อาห ‘‘ทุเหตุกติเหตูน’’นฺติ. ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสมฺปยุตฺตา เทฺว อโลภาทโย เหตู เยสํ เต ทุเหตุกา. เอส นโย ติเหตุเกสุปิ. ตตฺถ ทุเหตุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานิ จตฺตาริ, ติเหตุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานิ จตฺตาริ ปฏิสนฺธิโย โหนฺติ, ตถา ภวงฺคจุติโยปิ. เยน เยน หิ จิตฺเตน ปฏิสนฺธิ โหติ, ตํ ตเทว ภวงฺคจุติวเสนปิ ปวตฺตติ. ตทารมฺมณํ ปน อวิเสเสน ทฏฺฐพฺพํ ทุเหตุกานมฺปิ ติเหตุกตทารมฺมณสฺส อิจฺฉิตตฺตา. นนุ เจตํ อสมเปกฺขิตาภิธานํ อาจริเยเนว อิมสฺส ปฏิสิทฺธตฺตา. ตถา หิ วกฺขติ –
‘‘อเหตุปฏิสนฺธิสฺส, น ตทารมฺมณํ ภเว;
ทุเหตุกํ ติเหตุํ วา, ทุเหตุปฏิสนฺธิโน’’ติ. (อภิธ. ๔๔๓);
นยิทมสมเปกฺขิตาภิธานํ ปฏิสนฺธิชนกกมฺมํ สนฺธาย ตตฺถ ปฏิสิทฺธตฺตา. เยน หิ กมฺเมน ยา ปฏิสนฺธิ อาทินฺนา, น ตํ ตโต อธิกตรํ ตทารมฺมณํ ปวตฺเต อภินิปฺผาเทติ. ยํ ปน อญฺญมฺปิ กิญฺจิ กมฺมํ ตทาลทฺธาวกาสํ สิยา, น ตํ ตตฺถ ตโต อธิกตรมฺปิ วิปากํ น นิพฺพตฺเตตีติ อตฺถิ. ‘‘สเหตุกํ ภวงฺคํ อเหตุกสฺส ภวงฺคสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๓.๑.๑๐๒) หิ ปฏฺฐานวจเนน อเหตุกสฺสาปิ นานากมฺเมน สุคติยํ สเหตุกตทารมฺมณมนุญฺญาตํ. เตนาหุ อาจริยา –
‘‘โหติ อญฺเญน กมฺเมน, สเหตุกํ อเหตุน’’นฺติ.
ยถา จ อเหตุกสฺส สเหตุกํ, เอวํ ทุเหตุกสฺส ติเหตุกมฺปิ อิจฺฉนฺติ. อาจริยโชติปาลตฺเถโร ปน ‘‘สเหตุก’’นฺติ อวิเสเสน วุตฺตตฺตา อเหตุกานมฺปิ ติเหตุกตทารมฺมณํ อิจฺฉติ. วุตฺตญฺหิ เตน ‘‘สเหตุก’’นฺติ อวิเสโสปเทเสน ทุเหตุกํ, ติเหตุกญฺจ คเหตพฺพํ. ตถา หิ อฏฺฐกถายํ ‘‘อเหตุกสฺสาปิ ติเหตุกตทารมฺมณมภิหิตํ, ยญฺจรหิ อตฺถสมาเส อเหตุกานํ ติเหตุกผลานิ เทตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ กถํ? โส เอว ปุจฺฉิตพฺโพ, โย ตสฺส กตฺตาติ. อปเร ปน ‘‘มูลสนฺธิยา ชฬตฺตา ตสฺส ติเหตุกตทาลมฺพณํ น ลพฺภติเยวา’’ติ วทนฺติ.
๓๓-๔. ตโตติ ปฏิสนฺธิโต ปรํ, ทุติยจิตฺตโต ปฏฺฐาย. สติปิ อนฺตรนฺตรา วีถิจิตฺตุปฺปาเท ตทวสาเน อุปฺปชฺชมานสฺส ยาวตายุกํ อนิวตฺตนโต วุตฺตํ ‘‘ยาวตายุก’’นฺติ. พลวารมฺมเณติ อติมหนฺตวิภูตารมฺมเณ. ปญฺจทฺวาเร หิ อติมหนฺตารมฺมเณ มโนทฺวาเร วิภูตารมฺมเณ ตทารมฺมณมุปฺปชฺชติ, น อญฺเญสุ. เอการมฺมณปฺปวตฺติยา ปฏิสนฺธาทีนํ ติณฺณมฺปิ เอกฏฺฐาเน ทสฺสนตฺถํ อุทฺเทเส ตทารมฺมณสฺส อวสานกรณํ, อิธ ปน ปวตฺติกฺกมวเสน จุติยา อวสานกรณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
๓๕-๖. กมฺมทฺวารนฺติ กายวจีกมฺมทฺวารสฺส ชนกวเสน น ปวตฺตนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ กาโยติ กายวิญฺญตฺติ. กมฺมนฺติ ตํสมุฏฺฐาปิกา เจตนา, กาเยน กตํ กมฺมํ กายกมฺมํ. กิญฺจาปิ หิ กาโย กมฺมสฺส จตุวีสติยา ปจฺจเยสุ น เกนจิ ปจฺจเยน ปจฺจโย โหติ, ตถาปิ ตํสมุฏฺฐานสฺส ตสฺส สพฺภาเวเยว กายกมฺมาทิโวหาโรติ ตํ เตน กตนฺติ วุจฺจติ. กายกมฺมสฺส ปวตฺติฏฺฐานภูตํ ทฺวารํ กายกมฺมทฺวารํ. ยทิ เอวํ กมฺมทฺวารววตฺถานํ น สิยา. กายทฺวาเรน หิ สิทฺธํ กมฺมํ ‘‘กายกมฺม’’นฺติ วุจฺจติ. ตํ ปน ‘‘ทฺวาเร จรนฺติ กมฺมานี’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑ กายกมฺมทฺวาร) วจนโต วจีทฺวาเรปิ สิชฺฌตีติ ทฺวาเรน กมฺมววตฺถานํ น สิยา, ตถา วจีกมฺมํ กายทฺวาเรปิ สิชฺฌตีติ กมฺเมน ทฺวารววตฺถานมฺปิ น สิยาติ? ตํ น, ตพฺพหุลวุตฺติยา เจว เยภุยฺเยน วุตฺติยา จ ววตฺถิตตฺตา. กายกมฺมญฺหิ กายทฺวาเรเยว พหุลํ ปวตฺตติ, อปฺปํ วจีทฺวาเร, ตสฺมา กายทฺวาเร พหุลปฺปวตฺตนโต เอตสฺส กายกมฺมภาโว สิทฺโธ วนจรกาทีนํ วนจรกาทิภาโว วิย. ตถา กายกมฺมเมว เยภุยฺเยน กายทฺวาเร ปวตฺตติ, น อิตรํ, ตสฺมา กายกมฺมสฺส เยภุยฺเยน เอตฺเถว ปวตฺติโต อสฺส กายกมฺมทฺวารภาโว สิทฺโธ พฺราหฺมณคามาทีนํ พฺราหฺมณคามาทิภาโว วิยาติ เนตฺถ กมฺมทฺวารววตฺถาเน โกจิ วิพนฺโธติ. วจีกมฺมทฺวาเรปิ เอส ปพนฺโธ ยถาสมฺภวํ ทฏฺฐพฺโพ.
มโนกมฺมทฺวารํ ปน สยํ มโนเยว สมานํ อตฺตนา สหคตเจตนาอนภิชฺฌาทิกมฺมานํ ปวตฺติทฺวารภาเวน มโนทฺวารสงฺขํ ลภตีติ น ตํ จิตฺตสฺส อุปฺปตฺติทฺวารวเสน คณฺหาติ. น หิ สยํ อตฺตโตว ปวตฺตติ. ยทิ ปน จิตฺตสมฺปยุตฺตา กมฺมทฺวารภาเวน อธิปฺเปตา, ตทา เตสํ กมฺมทฺวารภาโว มนสฺมึ น อุปจารียตีติ สมฺปยุตฺตธมฺมานํ จิตฺตาธิปติภาโว จิตฺเต วิยาติ จิตฺตํ ‘‘มโนกมฺมทฺวาร’’นฺติ วุจฺจติ. สภาวโต ปน กมฺมทฺวารํ นาม สมฺปยุตฺตธมฺมาเยวาติ จิตฺตํ ตโต ปวตฺตนโต มโนกมฺมทฺวารวเสน ปวตฺตติ. อนนฺตรปจฺจยภูตสฺส ปน มโนกมฺมทฺวารภาเว วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. อิธ ปน ‘‘อวิญฺญตฺติชนตฺตา’’ติ วจเนน กายวจีกมฺมทฺวารวเสเนว อปฺปวตฺติยา สาธิตตฺตา มโนกมฺมทฺวารํ น คหิตเมว. น หิ ‘‘อวิญฺญตฺติชนตฺตา’’ติ การณํ มโนกมฺมทฺวารวเสนปิ อปฺปวตฺตึ สาเธติ. อถ วา ‘‘อวิปากสภาวโต’’ติ วจเนน มโนกมฺมทฺวารวเสนปิ อปฺปวตฺติ สาธิตา โหติ. ‘‘กมฺมทฺวาร’’นฺติ เอตฺถ กมฺมคฺคหเนน นานกฺขณิกกมฺมสฺส อธิปฺเปตตฺตา ตสฺสาปิ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ. อิติ อิเมสุ กายวจีกมฺมทฺวารสงฺขาเตสุ ทฺวีสุ ทฺวาเรสุ, มโนกมฺมทฺวาเรน สห ตีสุ เอว วา ยถา กุสลํ ปวตฺตติ, น เอวํ วิปาโก, ยถา จ กุสลํ กายวจีมโนกมฺมสฺส อายูหนวเสน ทานาทิปุญฺญกิริยวตฺถุวเสน ปวตฺตติ, น เอวมยํ. อยํ ปน เนว กายวจีกมฺมทฺวาเรสุ ปวตฺตติ วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกตฺตาภาวโต, น กมฺมวเสน, มโนกมฺมทฺวารวเสนาปิ จ ปวตฺตติ วิปากุปฺปาทนภาวาภาวโต, น ปุญฺญกิริยวเสน ปวตฺตติ ทานาทิวเสน อปฺปวตฺตนโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘กมฺมทฺวารญฺจ…เป… โน สมา’’ติ วุตฺตํ. เอวนฺติ ทานาทิวเสน.
๓๗. ‘‘ปริตฺตารมฺมณตฺตา’’ติอาทิ สมฺปยุตฺตธมฺมวเสน วิเสสทสฺสนํ. ยสฺมา เอเต ปริตฺตารมฺมณา, กรุณามุทิตา จ ปญฺญตฺตารมฺมณา สตฺตปญฺญตฺติยํ ปวตฺตนโต, ตสฺมา ทฺวินฺนมาลมฺพณานํ เอกจิตฺตสฺส วิสยภาวานนุคมนโต น เตสุ กรุณามุทิตา กทาจิปิ ชายนฺตีติ อยเมตฺถ ปฐมคาถาย อธิปฺปาโย.
๓๘. ทุติยคาถาย ปน หิ-สทฺโท ยสฺมาติ อิมสฺส อตฺเถ. ยสฺมา ‘‘ปญฺจ สิกฺขาปทา กุสลา’’ติ (วิภ. ๗๑๕) วุตฺตา, ตสฺมาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ภควตา หิ สิกฺขาปทวิภงฺเค ‘‘ปญฺจ สิกฺขาปทา กุสลา’’ติ (วิภ. ๗๑๕) เอวํ ‘‘ปาณาติปาตา เวรมณี’’ติอาทีนํ ปญฺจนฺนํ สิกฺขาปทานํ กุสลภาโว วุตฺโต, เต จ วิรติสภาวา เอว อาทิโต ติณฺณํ สิกฺขาปทานํ, ปจฺฉิมสฺส จ สมฺมากมฺมนฺเต, อิตรสฺส สมฺมาวาจายํ, ปญฺจนฺนมฺปิ มิจฺฉาชีวเหตุกปญฺจทุจฺจริตโต วิรมณวเสน ปวตฺตานํ สมฺมาอาชีเว จ อนฺโตภาวโต, ตสฺมา ตา เอกนฺตกุสลภูตานํ กทาจิ อพฺยากเต ลภนฺติ, อิตรถา สทฺธาสติอาทโย วิย ‘‘สิยา กุสลา, สิยา อพฺยากตา’’ติ วุจฺเจยฺยุนฺติ. ยทิ เอวํ โลกุตฺตรผเลสุ อฏฺฐ, สตฺต วา มคฺคงฺคา น ลพฺภนฺตีติ? โน น ลพฺภนฺติ โลกิยวิรตีนเมว ตตฺถ เอกนฺตกุสลภาวสฺส วุตฺตตฺตา, โลกุตฺตรวิรติโย ปน ผลสฺส มคฺคปฏิพิมฺพภูตตฺตา มคฺคสทิสโต อฏฺฐงฺคิกตาย, สตฺตงฺคิกตาย จ ภวิตพฺพนฺติ น จ เอกนฺตกุสลภาเวน ววตฺถาเปตุํ ยุตฺตา. เอวญฺจ กตฺวา อุปริ โลกุตฺตรผเลสุปิ อฏฺฐงฺคิกตาทิเภโท มคฺโค อุทฺธโฏติ.
๓๙. ‘‘ตถาธิปติโน’’ติอาทิ อธิปติวเสน วิเสสทสฺสนํ. สพฺเพสมฺปิ หิ เตภูมกกุสลานํ อญฺโญ อายูหนกาโล, อญฺโญ วิปจฺจนกาโล, ตสฺมา น ตานิ อตฺตโน วิปาเกหิ อธิปตึ คาหาเปตุํ สกฺโกนฺตีติ น เต ฉนฺทาทีนิ ธุรํ กตฺวา ปวตฺตนฺติ. โลกุตฺตรกุสลานิ จ ปน อายูหนกาลสฺส, วิปจฺจนกาลสฺส จ อนฺตราภาวโต อตฺตโน ฉนฺทาทีนํ พลสฺส อวูปสนฺตกาเลเยว วิปากํ นิพฺพตฺเตนฺตีติ อนนฺตรปจฺจยา หุตฺวา วิปาเกหิ อธิปตึ คาหาเปตุํ สกฺโกนฺตีติ. เอวญฺจ กตฺวา อุปริ โลกุตฺตรวิปากานํ อธิปติโยคํ วกฺขติ.
๔๐. ยสฺมา โมรวาปิวาสิมหาทตฺตตฺเถเรน วิปากานํ อาคมนโต อสงฺขาริกสสงฺขาริกภาโว อิจฺฉิโต, ติปิฏกจูฬนาคตฺเถเรน ปจฺจยโต, ตสฺมา อุภินฺนมฺปิ มติทสฺสนตฺถมาห ‘‘อสงฺขารสสงฺขารวิธาน’’นฺติอาทิ. ปุริมตฺเถโร หิ ยถา มุเข จลิเต อาทาสตเล มุขนิมิตฺตํ จลติ, เอวํ อสงฺขาริกสฺส กุสลสฺส วิปาโก อสงฺขาริโก, สสงฺขาริกสฺส วิปาโก สสงฺขาริโกติ อาห, ตสฺมา ตสฺส มติทสฺสนตฺถํ ‘‘อสงฺขาร…เป… ปุญฺญโต’’ติ วุตฺตํ. ทุติยตฺเถโร ปน อสงฺขาริกาทีสุ เยน เกนจิปิ จิตฺเตน กมฺเม อายูหิเต อาสนฺนมรณสฺส อตฺตโน, ปเรสํ วา ปโยเคน วินา อสงฺขาเรน อปฺปโยเคน กมฺมกมฺมนิมิตฺตคตินิมิตฺตปจฺจุปฏฺฐาเน ปฏิสนฺธิ อุปฺปชฺชมานา อสงฺขาริกา. ยสฺส กสฺสจิ สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน กมฺมาทิปจฺจุปฏฺฐาเน สสงฺขาริกา. ตถา ภวงฺคจุติโยปิ. ตทารมฺมณญฺจ ปณีตาปณีตอุตุโภชนาทิปจฺจยวเสน, อนนฺตรนิรุทฺธกุสลากุสลสฺส วเสน วา อสงฺขารสสงฺขารนฺติ เอวํ ปจฺจยโต อสงฺขาริกาทิวิธานตมาห, ตสฺมา ตสฺส มติทสฺสนตฺถํ ‘‘เญยฺยํ ปจฺจยโต เจวา’’ติ วุตฺตํ. อิทเมว จ ปน อาจริยา ปสํสนฺติ.
๔๑-๒. หีนาทีนํ วิปากตฺตาติ อธิปติโยคาภาเวปิ หีนมชฺฌิมปณีตานํ กุสลานํ วิปากตฺตา. เอเตน อาคมนโต หีนาทิภาวํ วิภาเวติ. วิเนยฺยสนฺตานคตกิเลสมลวิธมเนน ตสฺส ปุนนโต ปุญฺโญ วาโท วจีโฆโส เอตสฺส, วุตฺตนเยเนว ปุญฺญํ วทตีติ วา ปุญฺญวาที, เตน ปุญฺญวาทินา. ‘‘เอกนฺเตน สวตฺถุก’’นฺติ วุตฺเตปิ รูปโลเก ปวตฺติ อนิวาริตาติ อาห ‘‘กามโลกสฺมิ’’นฺติ. ‘‘น ปนญฺญตฺถ ชายเต’’ติ อิมินา ปน พฺยติเรกโต ลทฺธมตฺถํ ทสฺเสตีติ.
เอวํ ตาว สเหตุกวิปาเก นิทฺทิสิตฺวา อิทานิ อเหตุเก นิทฺทิสิตุํ ‘‘อเหตุกวิปากจิตฺตํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. กสฺมา ปน สเหตุกสฺส กมฺมสฺส อเหตุกวิปาโก โหตีติ? วุจฺจเต – จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ตาว ปญฺจนฺนํ อารมฺมณาภินิปาตมตฺตตฺตา อโลภาทิสมฺปโยโค น สมฺภวติ, ตถา มนฺทตรกิจฺเจสุ สมฺปฏิจฺฉนสนฺตีรเณสูติ เอวํ เหตูนํ อุปฺปตฺติยา อสมฺภวโต จ เนสํ อเหตุกตา ทฏฺฐพฺพา. อุเปกฺขาทิโยเค ปน จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ตาว จตุนฺนํ อิฏฺฐารมฺมเณปิ ปวตฺตมานานํ วตฺถารมฺมณสงฺฆฏฺฏนาย ทุพฺพลภาวโต อุเปกฺขาสหคตตา, กายวิญฺญาณสฺส จ ตาย พลวภาวโต สุขสหคตตา โหติ. สมฺปฏิจฺฉนํ ปน อารมฺมณฆฏฺฏนโยคฺยภาเวน โอฬาริกตฺตา, จตุจิตฺตกฺขณาตีตวเสน จิรชาตตฺตา จ ทุพฺพลมตฺตโน นิสฺสเยน สห อสมานชาติกญฺจ จกฺขาทิวตฺถุํ นิสฺสาย อุปฺปนฺเนหิ จกฺขุวิญฺญาณาทีหิ ลทฺธานนฺตรปจฺจยตาย, อปุพฺพนิสฺสยตาย จ อารมฺมณรสสฺสาเท ทุพฺพลนฺติ อิฏฺฐาทีสุ อารมฺมเณสุ อุเปกฺขาสหคตเมว. สนฺตีรณํ ปน วุตฺตวิปรีตโต อิฏฺฐารมฺมเณ สุขสหคตํ, อิฏฺฐมชฺฌตฺเต จ อุเปกฺขาสหคตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. มโนวิญฺญาณธาตุ วิย วิสิฏฺฐมนนกิจฺจาภาวโต มโนมตฺตา นิสฺสตฺตนิชฺชีวาทิอตฺเถหิ ธาตุ จาติ มโนธาตุ. สา หิ สติปิ วิญฺญาณภาเว มโนวิญฺญาณโต สมฺภวสฺส วิสิฏฺฐมนนกิจฺจสฺส อกรณโต มนนมตฺตาเยว โหติ. วุตฺตลกฺขณวิปรีตโต ปน มโน จ ตํ วิญฺญาณญฺจาติ มโนวิญฺญาณํ, ตเทว ยถาวุตฺตฏฺเฐน ธาตูติ มโนวิญฺญาณธาตุ.
วิญฺญาณปญฺจกํ นิยตารมฺมณํ ยถากฺกมํ รูปาทิเอเกกสฺเสว อารมฺมณกรณโต. เสสตฺตยมนิยตารมฺมณํ ปญฺจารมฺมณิกฉฬารมฺมณิกภาวโต.
ทฏฺฐพฺพตาย ทิฏฺฐํ, รูปายตนํ. โสตพฺพตาย สุตํ, สทฺทายตนํ. มุนิตพฺพตาย มุตํ, สมฺปตฺตสฺเสว คเหตพฺพตายาติ อตฺโถ, คนฺธาทิตฺตยสฺเสตํ นามํ. จกฺขาทีหิ วินา เกวลํ มนสา เอว วิชานิตพฺพตาย วิญฺญาตํ, ธมฺมายตนํ. อนามฏฺฐกาลวิเสสวจนตฺตา จ เนสํ อตีตานาคตาปิ รูปาทโย ทิฏฺฐาทิสทฺเทหิ วุจฺจนฺติ. เตเนว หิ ‘‘ทฏฺฐพฺพตายา’’ติอาทินา กาลสามญฺเญน เนสํ นิพฺพจนํ วุตฺตํ. ทิฏฺฐํ อารมฺมณํ ยสฺส ตํ ทิฏฺฐารมฺมณํ. เอวํ สุตารมฺมณาทีสุ.
จกฺขุโต ปวตฺตนฺติ จกฺขุทฺวารโตว ปวตฺตํ สพฺพวากฺยานํ อวธารณผลตฺตา. เตน มโนธาตุอาทีนํ จกฺขุวิญฺญาณภาโว นิวาริโต โหติ เตสํ ทฺวารนฺตรโตปิ ปวตฺติสมฺภวโต. อถ วา ‘‘จกฺขุโต ปวตฺต’’นฺติ อิทํ สญฺชาติปฺปวตฺตึ สนฺธาย วุตฺตํ, น สญฺจรณปฺปวตฺตึ, ตสฺมา ยถา กุณฺฑมุขโต อุทกํ สญฺจรณวเสน ปวตฺตติ, น เอวํ ปวตฺตมิธ คหิตํ. ยถา ปน จนฺทกนฺตปาสาณโต อุทกํ สญฺชาติวเสน ปวตฺตติ, เอวํ ปวตฺตเมว จกฺขุโต ปวตฺตนฺติ คหิตํ. ยถา จ กึ? ยถา กุจฺฉิโต สมุฏฺฐิตํ ปิตฺตเสมฺหรุหิราทิ มุขโต สนฺทนฺตมฺปิ ‘‘มุขสฺสโว’’ติ น วุจฺจติ, มุขโตเยว ปน สมุฏฺฐหิตฺวา ตโต สวนฺตํ เขฬํ ‘‘มุขสฺสโว’’ติ วุจฺจติ, เอวํ หทยวตฺถุสนฺนิสฺสยโต สมุฏฺฐหิตฺวา จกฺขุโต ปวตฺตมานํ จกฺขุวิญฺญาณํ นาม น โหติ. จกฺขุโตเยว ปน สมุฏฺฐหิตฺวา ตโต ปวตฺตมานํ จกฺขุวิญฺญาณํ นามาติ. โย ปน อิมมตฺถํ อสลฺลกฺเขตฺวา พฺยญฺชนมตฺตสฺเสว อภินิวิสิตฺวา ตํทฺวารปฺปวตฺตานํ เสสานมฺปิ จกฺขุวิญฺญาณภาวํ มญฺเญยฺย, ตํ นิวาเรตุํ ปการนฺตเรนปิ วิคฺคหํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘จกฺขุมฺหิ สนฺนิสฺสิต’’นฺติ. ยถา จกฺขุโต ปวตฺตํ, จกฺขุสนฺนิสฺสิตํ วา วิญฺญาณํ จกฺขุวิญฺญาณํ, เอวํ โสตวิญฺญาณาทีสุปิ ‘‘โสตโต ปวตฺตํ, โสตสฺมึ สนฺนิสฺสิตํ วา วิญฺญาณํ โสตวิญฺญาณ’’นฺติอาทินา โยชนํ อติทิสนฺโต อาห ‘‘ตถา โสตวิญฺญาณาทีนี’’ติ.
จกฺขุสนฺนิสฺสิตํ หุตฺวา รูปสฺส วิชานนลกฺขณเมตสฺสาติ จกฺขุสนฺนิสฺสิตรูปวิชานนลกฺขณํ. ตตฺถ จกฺขุสนฺนิสฺสิตวจเนน ทิพฺพจกฺขาทิกํ อญฺญํ รูปารมฺมณํ วิญฺญาณํ นิวตฺเตติ. วิชานน-คฺคหเณน จกฺขุสนฺนิสฺสิเต ผสฺสาทิธมฺเม นิวตฺเตติ. จกฺขุรูป-คฺคหเณน นิสฺสยโต, อารมฺมณโต จ จิตฺตํ วิภาเวติ อุภยาธีนวุตฺติกตฺตา. ยทิ หิ จกฺขุ นาม น สิยา, อนฺธาปิ รูปํ ปสฺเสยฺยุํ, น จ ปสฺสนฺติ. ยทิ จ นีลาทิรูปํ นาม น สิยา, เทสาทินิยเมน น ภวิตพฺพํ, อตฺเถว จ นิยโม. เอกนฺตสารมฺมณตา จ จิตฺตสฺส วุตฺตาติ อารมฺมเณน วินา นีลาทิอาภาสํ จิตฺตํ ปวตฺตตีติ เอวํ ปวตฺโต วาโท มิจฺฉาวาโทติ คเหตพฺโพ. เตนาห ภควา ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติอาทิ (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ๓.๔๒๑, ๔๒๕; สํ. นิ. ๔.๖๐; กถา. ๔๖๕). เอตฺถ สิยา – กึ ปเนตํ จกฺขุ, รูปญฺจ วิญฺญาณสฺส ปจฺจโย โหนฺตํ เอกเมว ปจฺจโย โหติ, อุทาหุ อเนกนฺติ? จกฺขุ ตาว เอกมฺปิ, รูปํ ปน อเนกเมว สงฺคตํ. กึ การณํ? ปจฺจยภาววิเสสโต. จกฺขุ หิ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นิสฺสยปุเรชาตอินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหนฺตํ อตฺถิภาเวเนว โหติ ตสฺมึ สติ ตสฺส ภาวโต, อสติ อภาวโต. ยโต ตํ อตฺถิอวิคตปจฺจเยหิสฺส ปจฺจโยติ วุตฺตํ, สฺวายํ ปจฺจยภาโว น เอกสฺมึ น สมฺภวตีติ เอกมฺปิ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ปจฺจโย โหติ. รูปํ ปน ยทิปิ จกฺขุ วิย ปุเรชาตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหติ ปุเรตรํ อุปฺปนฺนํ หุตฺวา วิชฺชมานกฺขเณเยว อุปการกตฺตา, ตถาปิ อเนกเมว สงฺคตํ หุตฺวา ปจฺจโย โหติ อารมฺมณภาวโต. ยญฺหิ ตํ อารมฺมณํ ตสฺส ยถา ตถา อุปลพฺภนียวเสเนว อารมฺมณปจฺจยภาโว, วิญฺญาณสฺส จ อินฺทฺริยาธีนวุตฺติกสฺส อารมฺมณสภาวูปลทฺธิ น เอกทฺวิกลาปคตวณฺณวเสน โหติ, นาปิ กติปยกลาปคตวณฺณวเสน, อถ โข อาโภคานุรูปํ อาปาถคตวณฺณวเสนาติ อเนกเมว รูปํ สํหจฺจการิตาย วิญฺญาณสฺส ปจฺจโย โหตีติ. อมุเมว หิ วิเสสํ วิภาเวตุํ ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ๓.๔๒๑, ๔๒๕; สํ. นิ. ๔.๖๐; กถา. ๔๖๕) ปาฬิยํ วจนเภโท กโตติ. เอวํ โสตวิญฺญาเณปิ ยถารหํ วตฺตพฺพํ. ฆานวิญฺญาณาทีนํ ปน สมฺปตฺตคฺคาหตาย อตฺตโน นิสฺสเยน สห อลฺลีนสฺเสว คหณโต เอกกลาปคตมฺปิ คนฺธาทิกํ เตสํ อุปฺปตฺติยา ปจฺจโย โหติ.
รูปมตฺตารมฺมณรสนฺติ รูปายตนมตฺตสฺเสว อารมฺมณกรณรสํ. มตฺต-สทฺเทน ยถา อารมฺมณนฺตรํ นิวตฺเตติ, เอวํ รูปายตเนปิ ลพฺภมาเน เอกจฺเจ วิเสเส นิวตฺเตติ. น หิ จกฺขุวิญฺญาณํ วณฺณมตฺตโต อญฺญํ กิญฺจิ นีลาทิวิเสสํ ตตฺถ คเหตุํ สกฺโกติ. เตนาห ภควา – ‘‘ปญฺจหิ วิญฺญาเณหิ น กิญฺจิ ธมฺมํ ปฏิวิชานาติ อญฺญตฺร อภินิปาตมตฺตา’’ติ. จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชมานํ รูปารมฺมเณ เอว อุปฺปชฺชนโต ตทภิมุขภาเวน คณฺหาตีติ วุตฺตํ ‘‘รูปาภิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐาน’’นฺติ. อตฺตโน อนนฺตรํ อุปฺปชฺชมานานํ อรูปธมฺมานํ สมนนฺตรวิคตา อรูปธมฺมา ปวตฺติโอกาสทาเนน อนนฺตรสมนนฺตรนตฺถิวิคตปจฺจเยหิ อุปการกา, นิสฺสยารมฺมณา ธมฺมา วิย อาสนฺนการณาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘รูปารมฺมณาย กิริยามโนธาตุยา อปคมปทฏฺฐาน’’นฺติ. โสตวิญฺญาณาทีสุปิ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. กิริยามโนธาตุยา อารมฺมณเภทโต ภินฺนสภาวตฺตา อาห ‘‘กิริยามโนธาตูน’’นฺติ. จกฺขุวิญฺญาณาทีหิ คหิตํ รูปาทิอารมฺมณํ ตทนนฺตรเมว อปริปตนฺตํ กตฺวา สมฺปฏิจฺฉนฺตํ คณฺหนฺตํ วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘รูปาทิสมฺปฏิจฺฉนรส’’นฺติ. ตถาภาเวน สมฺปฏิจฺฉนภาเวน ปจฺจุปฏฺฐาตีติ ตถาภาวปจฺจุปฏฺฐานํ.
ฉสุ อารมฺมเณสุ กทาจิ ปญฺจนฺนํ ชจฺจนฺธาทิวเสน ตโตปิ อูนานํ, พฺรหฺมโลเก จ ทฺวินฺนเมว วิชานนสภาวาปิ ฉฬารมฺมณวิชานนลกฺขณา วุตฺตา ตํสภาวานติวตฺตนโต, ฉเสฺวว วา อิตเรสํ อารมฺมณานํ อนฺโตคธตฺตา. สนฺตีรณาทิรสาติ ยถาสมฺภวํ สนฺตีรณตทารมฺมณาทิกิจฺจา, สนฺตีรณตทารมฺมณปฏิสนฺธิภวงฺคจุติกิจฺจาติ อธิปฺปาโย. ‘‘หทยวตฺถุปทฏฺฐานา’’ติ อิทํ อิมาสํ ทฺวินฺนํ มโนวิญฺญาณธาตูนํ อนิพทฺธฏฺฐานตาย นิพทฺธการณํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. วุตฺตนเยน ปน ‘‘ตํตํอนนฺตราตีตวิญฺญาณาปคมปทฏฺฐาน’’นฺติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติเยว. อเหตุกจิตฺตานํ วิสุํ วิสุํ ลกฺขณาทิกสฺส ทสฺสิตตฺตา ปริเสสโต สเหตุกจิตฺตานํ เอกสทิสเมว ลกฺขณาทิกนฺติ วิญฺญายติ. ตํ ปน เหฏฺฐา วิภาวิตเมว.
อิทานิ อิมาสํ อารมฺมณาทิโต เภทํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ปฐมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอกนฺตมิฏฺฐารมฺมเณติ เอกนฺเตเนว อิฏฺฐารมฺมเณ, อติอิฏฺฐารมฺมเณติ อตฺโถ. ปญฺจสุ ฐาเนสูติ สเหตุกวิปากานํ วุตฺเตสุ จตูสุ, สมฺปฏิจฺฉนโวฏฺฐพฺพนานํ อนฺตราฬสงฺขาตสนฺตีรณฏฺฐาเน จาติ ปญฺจสุ ฐาเนสุ, ปญฺจสุ กิจฺเจสูติ วา อตฺโถ. กิญฺจาปิ โสมนสฺสปฏิสนฺธิกสฺส โทมนสฺสชวนาวสาเน ตทารมฺมณสมฺภเว อสติ ยํ กิญฺจิ ปริจิตปุพฺพํ ปริตฺตารมฺมณมารพฺภ อุเปกฺขาสหคตสนฺตีรณมุปฺปชฺชตีติ อิจฺฉิตํ, ตถา ปน อุปฺปชฺชมานสฺส กทาจิเยว สมฺภวโต เยภุยฺยปฺปวตฺตึ คเหตฺวา ฉ ฐานานิ อวตฺวา ปญฺเจว วุตฺตานิ. อถ วา ตํ อุปฺปชฺชมานํ ตทารมฺมณฏฺฐาเนเยว นิพฺพตฺตตีติ ตํวเสเนว ตสฺสาปิ ฐานํ คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อจกฺขุสํวตฺตนิกกมฺมนิพฺพตฺตตาย ชาติยา อนฺโธ ชจฺจนฺโธ. กิญฺจาปิ หิ ชาติกฺขเณ อณฺฑชชลาพุชานํ สพฺเพสมฺปิ จกฺขุ นตฺถิ, ยสฺส ภาวาภาวโต อนฺธานนฺธวิจารณา ภเวยฺย, ตถาปิ จกฺขุสฺส อุปฺปชฺชมานารหกาเลปิ จกฺขุวิปตฺติวิพนฺธเกน กมฺมุนา ปฏิหตสามตฺถิเยน ปฏิสนฺธิทายเกน อิตเรนาปิ วา กมฺเมน ตสฺส อนุปาทิยมานตฺตา สตฺโต ‘‘ชจฺจนฺโธ’’ติ วุจฺจติ. อถ วา ชจฺจนฺโธติ ปสูติยํเยว อนฺโธ, มาตุกุจฺฉิยํเยว อนฺโธ หุตฺวา นิกฺขนฺโตติ อตฺโถ. เตน ทุเหตุกติเหตุกานํ มาตุกุจฺฉิคตกาเลปิ จกฺขุสฺส อวิปชฺชนํ สิทฺธํ โหติ, เอวํ ชาติพธิราทีสุปิ ยถารหํ วตฺตพฺพํ. ชจฺจชโฬติ ชาติยา อญฺญาณโก. กิญฺจาปิ ทุเหตุกปฏิสนฺธิโกปิ ชาติยํ อญฺญาณโก, ตสฺส ปน ปวตฺติยํ ปญฺญา สมฺภวตีติ วุตฺตนเยน เยภุยฺยโต ปวตฺติยมฺปิ ปญฺญายาสมฺภวโต ชจฺจชโฬ เวทิตพฺโพ. ชจฺจุมฺมตฺตโก สุราเมรยปานาทิอุมฺมตฺตกภาวสํวตฺตนิกกมฺมปริภาวิเตน กมฺเมน คหิตปฏิสนฺธิโก. ปณฺฑโกติ ปรทารคมนาทิกมฺมปริภาวิเตน กมฺมุนา คหิตปฏิสนฺธิโก. โส ปญฺจวิโธ อาสิตฺตปณฺฑโก อุสูยปณฺฑโก ปกฺขปณฺฑโก โอปกฺกมิกปณฺฑโก นปุํสกปณฺฑโกติ. อิธ ปน โอปกฺกมิกปณฺฑกสฺส สเหตุกสฺสาปิ ภาวโต, นปุํสกสฺส จ วิสุํ คหณโต ตโย ปณฺฑกา อธิปฺเปตา. อาทิ-สทฺเทน ชาติมูคชาติปงฺคุลมมฺมนาทีนํ สงฺคโห. เกจิ ปน ‘‘เอกจฺเจ อเหตุกปฏิสนฺธิกา อวิกลินฺทฺริยา หุตฺวา โถกํ วิจารณปกติกาปิ โหนฺติ, ตสฺมา ตาทิสานมฺปิ อิธ อาทิ-สทฺเทน สงฺคโห’’ติ วทนฺติ. เอตฺถ จ ชจฺจนฺธาทีนเมว อยํ ปฏิสนฺธีติ น คเหตพฺพา. ชจฺจนฺธาทโย ปน อิมินา ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺตีติ คเหตพฺพํ.
๔๓. ติเหตุกปุญฺญสฺสาติ ติเหตุกสฺสปิ อุกฺกฏฺฐปุญฺญสฺส. ทุเหตุกมฺมสฺส ปน สพฺพถาปิ โสฬสนฺนํ วิปากานํ อสมฺภวโต ตปฺปฏิกฺเขปปรตฺตา เจตนาย ‘‘ติเหตุกปุญฺญสฺสา’’ติ อวิเสสโต วุตฺตํ.
กามาวจรวิปากวณฺณนา นิฏฺฐิตา.