จิตฺตนิทฺเทโส

กามาวจรกุสลวณฺณนา

๘. เอวํ ตาว รตนตฺตยปฺปณามาทิกํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยถารทฺธปฺปกรณสฺส อตฺถสรีรภูตมภิธมฺมํ สงฺเขปโต อุทฺทิสนฺโต อาห ‘‘จิตฺตํ เจตสิก’’นฺติอาทิ. ตตฺถ จิตฺตสทฺทสฺส ตาว วจนตฺถํ สยเมว อนนฺตรํ วิปญฺเจติ. ‘‘เจตสิก’’นฺติอาทีสุ ปน อวิปฺปโยคีภาเวน เจตสิ จิตฺเต นิยุตฺตํ, ตตฺถ วา ภวํ ตทายตฺตวุตฺติตายาติ เจตสิกํ, เวทนาทิกฺขนฺธตฺตยสฺเสตํ อธิวจนํ. รุปฺปติ, รูปียตีติ วา รูปํ, สีตุณฺหาทีหิ วิการมาปชฺชติ, อาปาทียตีติ อตฺโถ, จตุนฺนํ มหาภูตานํ, จตุวีสติอุปาทารูปานญฺจ วเสน อฏฺฐวีสติวิธสฺส รูปกฺขนฺธสฺเสตํ อธิวจนํ. ภวาภวํ วินนโต สํสิพฺพนโต วานํ วุจฺจติ ตณฺหา, น วิชฺชติ สา เอตฺถ, ตโต วา นิกฺขนฺตํ เอตนฺติ นิพฺพานํ, อมตํ อสงฺขตํ วตฺถุ. อิติ-สทฺโท นิทสฺสเน. นตฺถิ เอตสฺส อุตฺตริตโรติ นิรุตฺตโร. อถ วา จตุเวสารชฺชวิหารตฺตา นตฺถิ เอตสฺส อุตฺตรํ ปจฺจนีกวจนนฺติ นิรุตฺตโร. ญาณปฺปหานอนฺตรายนิยฺยานิเกสุ หิ สเทวเก โลเก น โกจิ สตฺถุ สหธมฺมิกํ อุตฺตรํ วจนํ กเถตุํ สมตฺโถ อตฺถีติ. ตตฺร ภควา อุตฺราสาภาวโต วิสารโทว โหติ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –

‘‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโต อิเม ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธาติ ตตฺร วต มํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา โกจิ วา โลกสฺมึ สหธมฺเมน ปฏิโจเทสฺสตีติ นิมิตฺตเมตํ, สาริปุตฺต, น สมนุปสฺสามิ, เอตมหํ, สาริปุตฺต, นิมิตฺตํ อสมนุปสฺสนฺโต เขมปฺปตฺโต อภยปฺปตฺโต เวสารชฺชปฺปตฺโต วิหรามิ.

‘‘ขีณาสวสฺส เต ปฏิชานโต อิเม อาสวา อปริกฺขีณาติ ตตฺร วต มํ…เป… วิหรามิ.

‘‘เย จ โข ปน เต อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา, เต ปฏิเสวโต นาลํ อนฺตรายายาติ ตตฺร วต มํ…เป… วิหรามิ.

‘‘ยสฺส โข ปน เต อตฺถาย ธมฺโม เทสิโต, โส น นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายาติ ตตฺร วต มํ…เป… วิหรามี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๕๐).

จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ปกาเสตีติ จตุสจฺจปฺปกาสโน. ทุกฺขสมุทยนิโรธมคฺควเสน หิ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ. ยถาห, ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, อริยสจฺจานิ. กตมานิ จตฺตาริ? ทุกฺขํ อริยสจฺจํ, ทุกฺขสมุทยํ อริยสจฺจํ, ทุกฺขนิโรธํ อริยสจฺจํ, ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจ’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๓). ตตฺถ เตภูมกา ธมฺมา อเนกุปทฺทวาธิฏฺฐานตาย ธุวสุภาทิวิรเหน, กุจฺฉิตตุจฺฉฏฺเฐน จ ทุกฺขํ นาม. กมฺมาทิวิเสสปจฺจยสมวาเย ทุกฺขุปฺปตฺติการณภาเวน ตณฺหา สมุทโย นาม ‘‘สเมจฺจ อุเทติ ทุกฺขํ อิมสฺมา’’ติ กตฺวา. ทุกฺขสฺส อนุปฺปาทนิโรธปจฺจยตฺตา ทุกฺขนิโรโธ นิพฺพานํ. ตํ ปน ทุกฺขนิโรธํ อาลมฺพณกรณวเสน คมนโต ปาปุณนโต, ตทธิคมาย ปฏิปทาภาวโต จาติ ‘‘ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ โลกุตฺตรมคฺโค วุจฺจติ. สจฺจฏฺโฐ ปน เตสํ ตจฺฉาวิปรีตภูตภาวโต เวทิตพฺโพ. วุตฺตญฺหิ ‘‘‘อิทํ ทุกฺขนฺติ, ภิกฺขเว, ตถเมตํ อวิตถเมตํ อนญฺญถเมต’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๐) วิตฺถาโร. เอตฺถ ปน จตุนฺนํ อริยผลานํ, อริยมคฺคสมฺปยุตฺตานญฺจ สจฺจวินิสฺสฏภาเวปิ อิธ มคฺคนิพฺพานปฺปกาสนตาวจเนเนว ตปฺปกาสนตฺถมฺปิ วุตฺตํ โหติ, อนาสวภาเวน เอกลกฺขณตฺตา ตํตํเหตุกวิสยภาวโต จาติ ทฏฺฐพฺพํ.

เอตฺถ จ ‘‘นิรุตฺตโร จตุสจฺจปฺปกาสโน’’ติ อิเมหิ ภควโต จิตฺตาทิจตุพฺพิธธมฺมเทสนานุกูลคุณวิเสสํ ทสฺเสติ อตถาวิธสฺส ตํเทสนาสามตฺถิยาโยคโต. อถ วา ‘‘นิรุตฺตโร’’ติ วจเนน จตุพฺพิธธมฺมสฺส อนญฺญถตฺตํ ทีเปติ. ‘‘จตุสจฺจปฺปกาสโน’’ติ ปน อิมินา เย เต ธมฺมา ภควตา วิเนยฺยปริปาจนตฺถํ เทสิตา, น เต อิธ อธิปฺเปตา. เย ปน ปริปาจิเตหิ เตหิ อภิสเมตพฺพวเสน ทุกฺขาทโย จตุพฺพิธา วุตฺตา, เตเยว อุทฺทิสิตพฺพตฺเถน อธิปฺเปตาติ ทสฺเสติ.

เอวํ สงฺเขปโต จตฺตาโร ธมฺเม อุทฺทิสิตฺวา อิทานิ อุทฺเทโส นาม นิทฺเทสตฺถาย โหตีติ ยถาอุทฺทิฏฺฐธมฺเม นิทฺทิสิตุํ ‘‘ตตฺถ จิตฺต’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ตตฺถาติ เตสุ จิตฺตาทีสุ ธมฺเมสุ. วิสยวิชานนํ จิตฺตนฺติ ยํ วิสยสงฺขาตสฺส อารมฺมณสฺส วิชานนํ อุปลทฺธิ, ตํ จิตฺตนฺติ อตฺโถ. อิมินา ปน จิตฺตสฺส อารมฺมณปฏิพทฺธวุตฺติตํ, อนิจฺจตํ, อการกตญฺจ ทีเปติ. ‘‘วิสยวิชานน’’นฺติ หิ อารมฺมเณน จิตฺตํ อุปลกฺเขนฺโต ตสฺส ตทายตฺตวุตฺติตํ, ตํทีปเนน จ ตทภิมุขกาเลเยว อุปฺปตฺติทีปนโต อนิจฺจภาวญฺจ ทีเปติ. ภาวนิทฺเทเสน ปน วิชานนมตฺตทีปนโต อการกภาวํ. ยถาปจฺจยญฺหิ ปวตฺติมตฺตเมเวตํ, ยทิทํ สภาวธมฺโม นามาติ. เอวญฺจ กตฺวา สพฺเพสมฺปิ จิตฺตเจตสิกธมฺมานํ ภาวสาธนเมว นิปฺปริยายโต ลพฺภติ. ยํ ปน ‘‘จินฺเตตีติ จิตฺตํ, เตน จิตฺตํ วิจรตีติ วิจาโร’’ติอาทินา กตฺตุกรณวเสน นิพฺพจนํ วุจฺจติ, ตํ ปริยายกถนนฺติ เวทิตพฺพํ. สกสกกิจฺเจสุ หิ ธมฺมานํ อตฺตปฺปธานตาสมาโรปเนน กตฺตุภาโว, ตทนุกูลภาเวน ตํสมฺปยุตฺตธมฺมสมูเห กตฺตุภาวสมาโรปเนน กรณตฺตญฺจ ปริยายโตว ลพฺภตีติ. ตถา นิทสฺสนํ ปน ธมฺมสภาวโต อญฺญสฺส กตฺตาทิโน อภาวปริทีปนตฺถนฺติ เวทิตพฺพํ.

‘‘วิสยวิชานน’’นฺติ จ เอเตน จิตฺตสฺส อารมฺมณูปลทฺธิลกฺขณตา วุตฺตาติ อิทานิสฺส รสาทีนิ วุจฺจนฺติ. ปุพฺพงฺคมรสญฺหิ จิตฺตํ สนฺธานปจฺจุปฏฺฐานํ นามรูปปทฏฺฐานํ. ทฺวารํ ปตฺวา ตทารมฺมณญฺหิ วิภาวนฏฺเฐน จิตฺตํ ปุพฺพงฺคมํ ปุเรจาริกํ. ตถา หิ จกฺขุทฺวาเรน ทฏฺฐพฺพํ รูปารมฺมณํ จิตฺเตเนว ชานาติ…เป… มโนทฺวาเรน วิญฺญาตพฺพํ ธมฺมารมฺมณํ จิตฺเตเนว ชานาติ. ยถา หิ นครคุตฺติโก นครมชฺเฌ สิงฺฆาฏเก นิสีทิตฺวา ‘‘อยํ เนวาสิโก, อยํ อาคนฺตุโก’’ติ อาคตาคตํ ชนํ อุปธาเรติ, เอวํ สมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ, ตสฺมา ทฺวารํ ปตฺวา ตทารมฺมณํ วิภาวนฏฺเฐน ปุเรจาริกนฺติ ปุพฺพงฺคมรสํ. ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ อุปฺปชฺชมานํ ปุริมํ ปุริมํ นิรนฺตรํ กตฺวา สนฺทหมานมิว อุปฏฺฐาติ, คหณภาวํ คจฺฉตีติ สนฺธานปจฺจุปฏฺฐานํ. ปญฺจโวกาเร ปนสฺส นิยมโต นามรูปํ, จตุโวการภเว นามเมว ปทฏฺฐานนฺติ นามรูปปทฏฺฐานญฺจ โหติ. นานตฺตํ ปน ลกฺขณาทีนํ อุปริ วกฺขมานนเยน เวทิตพฺพํ. วกฺขติ หิ รูปปริจฺเฉเท –

‘‘สามญฺญํ วา สภาโว วา, ธมฺมานํ ลกฺขณํ มตํ;

กิจฺจํ วา ตสฺส สมฺปตฺติ, รโสติ ปริทีปิโต.

‘‘ผลํ วา ปจฺจุปฏฺฐานํ, อุปฏฺฐานนโยปิ วา;

อาสนฺนการณํ ยํ ตุ, ตํ ปทฏฺฐานสญฺญิต’’นฺติ. (อภิธ. ๖๓๓-๖๓๔);

ยตฺถ ยตฺถ ปน ลกฺขณาทีนิ วุจฺจนฺติ, ตตฺถ ตตฺถ อิมินาว นเยน เตสํ นานตฺตํ เวทิตพฺพํ.

วจนตฺถวิชานเนน วิทิตจิตฺตสามญฺญสฺส อุตฺตริ จิตฺตวิภาโค วุจฺจมาโน โสเภยฺยาติ วจนตฺถวิชานนเมว ตาว อาทิมฺหิ ยุตฺตตรนฺติ ตํ ตาว กเถตุกมฺยตาย ปุจฺฉติ ‘‘ตสฺส ปน โก วจนตฺโถ’’ติ. ปญฺจวิธา หิ ปุจฺฉา – (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๔๙; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๑; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๗๐) อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา อนุมติปุจฺฉา กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาติ. ตตฺถ ยํ อญฺญาตํ อทิฏฺฐํ, ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ปญฺหากรณํ อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา นาม. ยํ ปน ญาตํ ทิฏฺฐํ, ตสฺส อญฺเญหิ ปณฺฑิเตหิ สํสนฺทนตฺถาย ปญฺหากรณํ ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา นาม. ปกติยา ปน สํสยปกฺขนฺทนสฺส อตฺตโน สํสยสมุคฺฆาฏนตฺถํ ปญฺหากรณํ วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา นาม. ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติ? อนิจฺจํ, ภนฺเต. ยํ ปนานิจฺจํ, ทุกฺขํ วา ตํ สุขํ วา’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๓.๗๙; มหาว. ๒๑) อนุมติคฺคหณตฺถํ ปญฺหากรณํ อนุมติปุจฺฉา นาม. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, สติปฏฺฐานา. กตเม จตฺตาโร’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๓๗๓; สํ. นิ. ๕.๔๐๒-๔๐๔) ปน ตํตํธมฺมานํ เทสนาธิปฺปาเยน ปญฺหากรณํ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา นาม.

ตาสุ ปุริมา ติสฺโส อาจริยานํ น สมฺภวนฺติ. น หิ เต คนฺถกรณตฺถาย อารภิตฺวา อิทานิ อทิฏฺฐํ โชเตนฺติ, ทิฏฺฐํ สํสนฺเทนฺติ, สํสยํ วา ปกฺขนฺทนฺติ ตพฺพิโสธนปุพฺพกเมว คนฺถกรเณ อภินิเวสนโต. อิตรา ปน เทฺว สมฺภวนฺติ. ตาสุ อยํ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. อปิจ โจทนํ สมุฏฺฐาเปนฺตา อาจริยา อญฺญํ โจทกํ ปริกปฺเปตฺวา ตสฺส วจนวเสน สมุฏฺฐาเปนฺตีติ ตํวเสเนตฺถ อทิฏฺฐโชตนาวิมติจฺเฉทนาปุจฺฉาปิ ลพฺภนฺเตวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ตสฺสาติ ตสฺส จิตฺต-สทฺทสฺส. จิตฺเต หิ อธิคเต ตสฺส วาจโก สทฺโทปิ สหจริยโต อธิคโตว โหตีติ ตสฺส อิธ ต-สทฺเทน ปริคฺคโห. เกจิ ปน ‘‘ตสฺส จิตฺตสฺสา’’ติ อตฺถํ วทนฺติ, ตํ ‘‘ตสฺส โก วจนตฺโถ’’ติ อิมินา น สเมติ. น หิ จิตฺตสฺส ‘‘โก วจนตฺโถ’’ติ ปุจฺฉา สมฺภวตีติ.

อิทานิ ยถาปุจฺฉิตมตฺถํ วิสฺสชฺเชตุํ ‘‘วุจฺจเต’’ติ ตาว ปฏิญฺญํ กตฺวา ‘‘สพฺพสงฺคาหกวเสนา’’ติอาทินา วิสฺสชฺชนมารทฺธํ. ตตฺถ สพฺพสงฺคาหกวเสนาติ เหฏฺฐิมนฺตโต จกฺขุวิญฺญาณาทโย อุปาทาย สพฺเพสํ อารมฺมณวิชานนสภาวตฺตา เตสํ สพฺเพสเมว สงฺคาหกวเสน, น ปน วกฺขมานนิพฺพจเนสุ วิย ยถาลาภวเสนาติ อตฺโถ. จินฺเตตีติ วิชานาติ. จินฺเตนฺติ เตน โคจรนฺติ วา จิตฺตํ. สมฺปยุตฺตธมฺมานํ กตฺตุตาสมาโรปเนน หิสฺส กรณภาโว ลพฺภติ. สพฺพสงฺคาหกวเสน ตาว อตฺถํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยถาลาภวเสนปิ ทสฺเสตุํ ‘‘อตฺตสนฺตานํ วา จิโนตีติปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สพฺพจิตฺตสาธารณตฺตา หิ จิตฺต-สทฺทสฺส ยตฺถ ยตฺถ ยถา ยถา อตฺโถ ลพฺภติ, ตตฺถ ตตฺถ ตถา ตถา คเหตพฺโพ. ยสฺส ปน จิตฺตสฺส ยถาวุตฺตอตฺถวิเสโส น ลพฺภติ, ตํ รุฬฺหีวเสน จิตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยถา กิลญฺชาทีหิ กตมฺปิ ตาลปณฺเณหิ กตสริกฺขกตาย รุฬฺหีสทฺเทน ‘‘ตาลวณฺฏ’’นฺเตฺวว วุจฺจตีติ. อตฺตสนฺตานนฺติ สกสนฺตานํ, ชวนสนฺตานนฺติ อตฺโถ. อตฺต-สทฺทสฺส หิ ปรปจฺจนีกวจนตฺตา อตฺตโน สนฺตาโนติ สทิสวเสน อุปฺปชฺชมาโน ชวนสนฺตาโน วุจฺจติ. ตํ จิโนติ ราสึ กโรตีติ อยมตฺโถ สาเสวนกานํ ชวนจิตฺตานํ วเสน ทฏฺฐพฺโพ. ตานิ หิ ปุเรชาตานิ ปจฺฉาชาตานํ อาเสวนปจฺจยา หุตฺวา อตฺตโน ชวนสนฺตานสฺส ปคุณพลวภาวกรเณน ตํ จินนฺติ นาม. วา-สทฺโท อสพฺพสงฺคาหกตฺถวิกปฺปเน. ปิ-สทฺโท กิริยาสมฺปิณฺฑนตฺเถ. อถ วา ‘‘สพฺพสงฺคาหกวเสนา’’ติ อิมสฺส อิธาปิ สมฺพนฺโธ โหตีติ อิทมฺปิ สพฺพสงฺคาหกวเสน วุตฺตนฺติ คยฺหมาเน อตฺตสนฺตานนฺติ วิญฺญาณวจนสฺส อตฺต-สทฺทสฺส สกตฺถวุตฺติตฺตาเยว ตํวเสน จิตฺตสนฺตานนฺติ อตฺโถ. อนนฺตราทิปจฺจยวเสน หิ จิตฺตสนฺตานสฺส อพฺโพจฺฉินฺนปฺปวตฺติกรณโต สพฺพเมว จิตฺตชาตํ จิตฺตสนฺตานํ จิโนติ นาม. อิมสฺมึ ปนตฺเถ วา-สทฺโท กิริยาวิกปฺปนตฺโถ. ปิ-สทฺโท ‘‘จิตฺต’’นฺติ อิมสฺส อากฑฺฒนตฺโถติ ทฏฺฐพฺพํ. ปุริมปกฺเข ปน จิตฺตนฺติ อธิการโตว คเหตพฺพํ.

๙. วิจิตฺตํ กโรติ, วิจิตฺตสฺส วา กรณนฺติ วิจิตฺตกรณํ, ตโต วิจิตฺตกรณา, วิจิตฺตจิตฺตกมฺมาทีนํ กรณโตติ อตฺโถ. โลกสฺมิญฺหิ ยํ กิญฺจิ จิตฺตกมฺมาทิเภทํ วิจิตฺตํ สิปฺปชาตํ, สพฺพํ ตํ จิตฺเตเนว จินฺเตตฺวา กรียตีติ. เตนาห ภควา – ‘‘ทิฏฺฐํ โว, ภิกฺขเว, จรณํ นาม จิตฺตนฺติ? เอวํ, ภนฺเต. ตมฺปิ โข, ภิกฺขเว, จรณํ นาม จิตฺตํ จิตฺเตเนว จินฺติต’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๑๐๐). สฺวายมตฺโถ สวิญฺญตฺติกานํ พาตฺตึสจิตฺตานมุปลพฺภติ. สาสวกุสลากุสลํ วา วิจิตฺตคติอาทิกรณโต วา วิจิตฺตกรณฏฺเฐน จิตฺตํ. นนุ จ วิจิตฺตคติอาทโย กมฺมวเสน นิปฺผชฺชนฺติ. ยถาห –

‘‘กมฺมนานากรณํ ปฏิจฺจ สตฺตานํ คติยา นานากรณํ ปญฺญายติ อปทา ทฺวิปทา จตุปฺปทา พหุปฺปทา รูปิโน อรูปิโน สญฺญิโน อสญฺญิโน เนวสญฺญีนาสญฺญิโน, กมฺมนานากรณํ ปฏิจฺจ สตฺตานํ อุปปตฺติยา นานากรณํ ปญฺญายติ อุจฺจนีจตา หีนปณีตตา สุคตทุคฺคตตา, กมฺมนานากรณํ ปฏิจฺจ สตฺตานํ อตฺตภาเว นานากรณํ ปญฺญายติ สุวณฺณทุพฺพณฺณตา สุชาตทุชฺชาตตา สุสณฺฐิตทุสฺสณฺฐิตตา, กมฺมนานากรณํ ปฏิจฺจ สตฺตานํ โลกธมฺเม นานากรณํ ปญฺญายติ ลาภาลาเภ ยสายเส นินฺทาปสํสายํ สุขทุกฺเข’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑).

ตสฺมา กมฺมเภทนิพฺพตฺตตฺตา คติอาทีนํ จิตฺตตา. กมฺมนฺติ จ เจตสิกธมฺมภูตา เจตนา, อภิชฺฌาทโย จ วุจฺจนฺติ, น จิตฺตนฺติ. กถํ จิตฺตสฺส วิจิตฺตคติอาทิกรณนฺติ? วุจฺจเต – กมฺมสฺส จิตฺตสนฺนิสฺสิตตฺตา ตนฺนิปฺผาทิตมฺปิ จิตฺเตเนว กตํ โหติ, ยถา ราชโยเธน ปราชิโต สตฺตุรญฺญา ชิโตติ วุจฺจติ. วิจิตฺตํ กรณมสฺสาติ วา วิจิตฺตกรณํ. ตโต เอกฏฺฐานิกวชฺชิตญฺหิ จิตฺตํ ปจฺเจกํ ปฏิสนฺธาทิวิจิตฺตกิริยวนฺตตาย, สพฺพเมว วา จิตฺตํ อาวชฺชนาทิอญฺญมญฺญวิสทิสกิริยวนฺตตาย วิจิตฺตกรณํ ยุตฺตนฺติ. สพฺพวิกปฺเปสุปิ ‘‘รูปภโว รูป’’นฺติอาทีสุ วิย อุตฺตรปทโลโป จิตฺตปริยาเยน จ วิจิตฺต-สทฺเทน วา วิคฺคโห วิ-สทฺทโลโป วา ทฏฺฐพฺโพ. อถ วา ‘‘วิจิตฺตกรณา’’ติ อิทํ จิตฺตวิจิตฺตภาวสฺส ญาปกเหตุนิทสฺสนํ. เตน ยสฺมา อิทํ วิจิตฺตกรณํ, ตสฺมา ตสฺส วิจิตฺตสฺส นิปฺผาทกํ สยมฺปิ ตเถว วิจิตฺตนฺติ วิญฺญาตพฺพนฺติ เอวํ กรณวิจิตฺตตาย วิจิตฺตตฺตา จิตฺตนฺติ อตฺโถ. ฐเปตฺวา ตํ กรณวิจิตฺตตาย วิจิตฺตภาวํ อตฺตโน เอว ชาติภูมิสมฺปโยคาทิวเสน วิจิตฺตตาย จิตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อตฺตโน จิตฺตตาย วา’’ติ. ตตฺถ ยสฺมา อญฺญเทว กุสลํ, อญฺญํ อกุสลํ, อญฺญํ อพฺยากตํ, อญฺญํ กามาวจรํ, อญฺญํ รูปาวจราทิเภทํ, อญฺญํ สราคํ, อญฺญํ วีตราคํ, อญฺญํ สโทสํ, อญฺญํ วีตโทสํ, อญฺญํ สโมหํ, อญฺญํ วีตโมหํ, อญฺญํ รูปารมฺมณํ, อญฺญํ สทฺทาทิอารมฺมณํ, รูปารมฺมเณสุ จ อญฺญํ นีลารมฺมณํ, อญฺญํ ปีตาทิอารมฺมณํ. เอวํ สทฺทารมฺมณาทีสุปิ ยถาสมฺภวํ. สพฺเพสุ เจว เตสุ อญฺญํ หีนํ, อญฺญํ มชฺฌิมํ, อญฺญํ ปณีตํ, หีนาทีสุ จ อญฺญํ ฉนฺทาธิปเตยฺยํ, อญฺญํ จิตฺตาธิปเตยฺยํ, อญฺญํ วีริยาธิปเตยฺยํ, อญฺญํ วีมํสาธิปเตยฺยนฺติ เอวมาทินา ชาติภูมิสมฺปยุตฺตอารมฺมณหีนมชฺฌิมปณีตอธิปติอาทีนํ วเสน วิจิตฺตมเนกปฺปการํ, ตสฺมา อิมาย อตฺตวิจิตฺตตาย วา จิตฺตนฺติ วุจฺจตีติ.

กามญฺเจตฺถ เอกเมว จิตฺตํ เอวํ วิจิตฺตํ นาม น โหติ, วิจิตฺตานํ ปน อนฺโตคธตฺตา เอเตสุ ยํ กิญฺจิ เอกมฺปิ วิจิตฺตตาย จิตฺตนฺติ วตฺตุํ วฏฺฏติ สมุทายโวหาเรน อวยวสฺสาปิ โวหริยมานตฺตา ยถา ปพฺพตนทีสมุทฺทาทีนเมกเทสา ทิฏฺฐา ปพฺพตาทโย ทิฏฺฐาติ, ยถา จ เอเกกจิตฺตสมฺปยุตฺตาปิ เวทนาทโย ราสฏฺเฐน ขนฺธโวหาเรน ‘‘เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ’’ติอาทินา วุจฺจนฺติ. อปิเจตฺถ วิปากวิญฺญาณํ กมฺมกิเลเสหิ จิตนฺติ จิตฺตํ, ตํ กิเลสสหาเยน กมฺมุนา ผลภาเวน นิพฺพตฺติตํ เตหิ จิตํ นาม โหติ. โหตุ ตาวิทํ โลกิยวิปากํ สนฺธาย, โลกุตฺตรํ ปน ปตฺวา กถนฺติ? วุจฺจเต – ‘‘กตเม ธมฺมา กุสลา, ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ…เป… ตสฺมึ สมเย อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา อริยมคฺคเจตนายปิ อวิชฺชูปนิสฺสยภาวสฺส ปกาสิตตฺตา โลกุตฺตรกุสลสฺสาปิ อนุสยา อุปนิสฺสยา โหนฺตีติ ตนฺนิพฺพตฺติตสฺส วิปากสฺส กมฺมกิเลสสญฺจิตตาปริยาโย ลพฺภตีติ. จิตํ ตายตีติ วา จิตฺตํ. กมฺมาทิสญฺจิโตปิ หิ อตฺตภาโว วิญฺญาณูปรเม มโตติ วุจฺจติ. ยถาห –

‘‘อายุ อุสฺมา จ วิญฺญาณํ, ยทา กายํ ชหนฺติมํ;

อปฺปวิทฺโธ ตทา เสติ, นิรตฺถํว กลิงฺคร’’นฺติ. (สํ. นิ. ๓.๙๕);

โส ปนายํ จิตฺต-สทฺโท กิญฺจาปิ อเนกตฺเถสุ ทิสฺสติ. ตถา เหส ‘‘จิตฺโต จ คหปตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๒.๑๓๓; ๔.๑๗๖) ปญฺญตฺติยํ อาคโต. ‘‘สพฺโพ โลโก ปรจิตฺเตน อจิตฺโต’’ติอาทีสุ วิญฺญาเณ. ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกนิกายมฺปิ สมนุปสฺสามิ, เอวํ จิตฺต’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๑๐๐) วิจิตฺเต, นานปฺปกาเรติ อตฺโถ. ‘‘จรณํ นาม จิตฺต’’นฺติอาทีสุ จิตฺตกมฺมเก. อิธ ปน จตุพฺพิธธมฺเม นิทฺเทสโต ปกรณวเสน ยถาวุตฺตวจนตฺถยุตฺโต วิญฺญาณวจโนว ทฏฺฐพฺโพติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปญฺญตฺติยมฺปี’’ติอาทิ. ปญฺญาปียติ เอตายาติ ปญฺญตฺติ, ตสฺสํ นามปญฺญตฺติยนฺติ อตฺโถ. จิตฺโตติ หิ เอกสฺส คหปติโน นามํ. ปิ-สทฺโท วกฺขมานสมฺปิณฺฑนตฺโถ. วิญฺญาเณติ สวิปากาวิปากเภเท จิตฺเต. ตญฺหิ วิชานนฏฺเฐน ‘‘วิญฺญาณ’’นฺติ วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘วิชานาตีติ โข, ภิกฺขเว, วิญฺญาณํ, ตสฺมา วิญฺญาณนฺติ วุจฺจตี’’ติ. จิตฺตสมฺมุตีติ จิตฺตโวหาโร. ทฏฺฐพฺพาติ วิญฺญาตพฺพา. อิธาติ อิมสฺมึ จตุพฺพิธธมฺมนิทฺเทสฏฺฐาเน. วิญฺญุนาติ วิชานตา, อาภิธมฺมิเกนาติ อตฺโถ.

วิภาควนฺตานํ ธมฺมานํ สภาววิภาวนํ วิภาเคน วินา น โหตีติ จิตฺตสฺส วิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘สารมฺมณโต’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อาลมฺพนฺติ ตํ นิสฺสาย ปวตฺตนฺตีติ อารมฺมณํ, ปจฺจโย, โคจโร จ. ตถา หิ ‘‘ลภติ มาโร อารมฺมณํ, ลภติ มาโร โอตาร’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๘๐) ปจฺจโย ‘‘อารมฺมณ’’นฺติ วุจฺจติ. ‘‘นิมิตฺตํ อสฺสาสปสฺสาสา, อนารมฺมณเมกจิตฺตสฺสา’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๑.๑๕๙) โคจโร. อิธ ปน อุภยมฺปิ วฏฺฏติ สพฺพสฺเสว จิตฺตสฺส สปฺปจฺจยสโคจรตฺตา. สห อารมฺมเณน วตฺตติ ตทวินาภาวโตติ สารมฺมณํ. ภาวปฺปธานนิทฺเทสวเสน เจตฺถ สารมฺมณภาโว สารมฺมณ-สทฺเทน วุตฺโต ยถา ‘‘อิทมฺปิ พุทฺเธ รตนํ ปณีตํ (ขุ. ปา. ๖.๓). จกฺขุ สุญฺญํ อตฺเตน วา อตฺตนิเยน วา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๘๕) รตนอตฺตตฺตนิยาทิภาโว รตนาทีหิ สทฺเทหีติ, ตโต สารมฺมณภาวโตติ อตฺโถ. เอวมญฺญตฺถาปิ ยถานุรูปํ ทฏฺฐพฺพํ. เอกวิธนฺติ เอกปฺปการํ, เอกโกฏฺฐาสนฺติ อตฺโถ.

สวิปากาวิปากโตติ วิปากุปฺปาทนสภาวสฺส วิชฺชมานาวิชฺชมานภาวโต. วิปาก-สทฺโท หิ ทฺวีสุ อตฺเถสุ ปวตฺตติ. กตฺถจิ วิปกฺกภาวมาปนฺเนสุ อรูปธมฺเมสุ, กตฺถจิ วิปากุปฺปาทนสภาเว. ตถา เหส ‘‘วิปากา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ติกมาติกา ๓) วิปกฺกภาวมาปนฺเนสุ อรูปธมฺเมสุ ปวตฺตติ. ‘‘วิปากธมฺมธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ติกมาติกา ๓) วิปากุปฺปาทนสภาเว. อิธ ปน วิปากุปฺปาทนสภาโว ทฏฺฐพฺโพ. อิตรถา หิ อภิญฺญากุสลาทีนํ สวิปาก-ปเท อสงฺคหิตภาวาปตฺติ สิยา. ตถา หิ ยทิ วิปกฺกภาวมาปนฺนา เอว ธมฺมา อิธ คหิตา สิยุํ, เต ยสฺส สนฺติ, ตํ สวิปากมิตรมวิปากนฺติ อภิญฺญากุสลสฺส เจว กทาจิ อวิปากสฺส ทิฏฺฐธมฺมเวทนียาทิกมฺมสฺส ภาวนายปหาตพฺพากุสลสฺส จ วิปากุปฺปตฺติยา อภาวโต อวิปาก-ปทสงฺคโห สิยา, เอวญฺจ สติ ‘‘อวิปากํ อพฺยากต’’นฺติ วกฺขมานตฺตา เนสํ อพฺยากตภาโว อาปชฺชติ, น เจตมิฏฺฐํ กุสลากุสลนิทฺเทเสเยว เตสํ นิทฺเทสโต. วิปากุปฺปาทนสภาเว ปน คหิเต ตํสภาโว นาม อนุปจฺฉินฺนาวิชฺชมานตณฺหานุสยสฺมึ สนฺตาเน สพฺยาปารปฺปวตฺติ เอวาติ ตสฺสา เตสุปิ อตฺถิตาย อสติปิ วิปากุปฺปาทเน สวิปาก-ปทสงฺคโห สิทฺโธติ น โกจิ อิฏฺฐวิฆาโต อาปชฺชติ. เยน ปน การเณน อภิญฺญากุสลาทิกมวิปากํ, โย เจตฺถ วตฺตพฺโพ วินิจฺฉโย, ตํ สพฺพํ ตสฺส ตสฺส อาคตฏฺฐาเนเยว ทสฺสยิสฺสาม.

กตมํ ปเนตฺถ สวิปากํ, กตมมวิปากนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ตตฺถ สวิปาก’’นฺติอาทิ. อพฺยากตนฺติ วิปากกิริยาวเสน ทุวิธมพฺยากตํ. เตสุ วิปากจิตฺตํ ตาว อาทาสตเล มุขนิมิตฺตํ วิย นิรุสฺสาหตฺตา วิปากุปฺปาทเน อสมตฺถํ. กิริยจิตฺเตสุ จ ยเทตํ ขีณาสวสนฺตาเนเยว นิยตมฏฺฐารสวิธํ วิญฺญาณํ, ตํ อุปจฺฉินฺนภวมูลาย สนฺตติยํ ปวตฺตตีติ สมุจฺฉินฺนมูลาย ลตาย ปุปฺผํ วิย ผลทายี น โหติ. อาวชฺชนทฺวยํ ปน อนุปจฺฉินฺนภวมูเลปิ สนฺตาเน ปวตฺตมานํ อนาเสวนภาเวน ทุพฺพลตฺตา โมฆปุปฺผมิว พีชภาเว อสมตฺถํ อผลเมว. อิติ สพฺพเมตํ อพฺยากตํ วิปาการหตาภาวโต อวิปากนฺติ วุตฺตํ ‘‘อวิปากํ อพฺยากต’’นฺติ. ชายนฺติ เอตฺถ อสทิสาปิ สทิสาการาติ ชาติ, สมานากาโร, กุสลากุสลาพฺยากตานํ ชาติ กุสลากุสลาพฺยากตชาติ, ตสฺสา เภทโต ติวิธํ กุสลํ อกุสลํ อพฺยากตนฺติ. วจนตฺถปุจฺฉาย ปโยชนํ วุตฺตเมว.

๑๐. ‘‘กุจฺฉิตาน’’นฺติอาทิ วิสฺสชฺชนํ. ตตฺถ กุจฺฉิตานนฺติ นินฺทิตานํ, อสุจิ วิย นาคริเกหิ วิญฺญูหิ ครหิตพฺพานํ ปาปธมฺมานนฺติ อตฺโถ. สลนโตติ หึสนโต, อปนยนโต วา. กุสลญฺหิ ยถานุรูปํ ตทงฺคาทิวเสน อกุสลธมฺเม ปชหนฺตํ เต หึสติ, อปนยตีติ วา วุจฺจติ. อถ วา สลนโต สํวรณโต, ปิทหนโตติ อตฺโถ. กุสลธมฺมวเสน หิ อกุสลปฺปวตฺตินิวารเณน, อปฺปวตฺติธมฺมตาปาทเนน จ มนจฺฉฏฺเฐสุ ทฺวาเรสุ อปฺปวตฺติยา สํวุตา ปิหิตา โหนฺติ. กุสานนฺติ ราคาทิอสุจิสมฺปโยเคน นานาวิธทุกฺขเหตุตาย จ กุจฺฉิเตนากาเรน อปฺปหีนภาเวน สนฺตาเน สยนฺติ ปวตฺตนฺตีติ กุสา, ปาปธมฺมา. อถ วา กุจฺฉิตานํ ปาณาติปาตาทีนํ สาวชฺชธมฺมานํ สานโต นิสานโต เตชนโต กุสา, โทสโลภาทโย. โทสาทีนญฺหิ วเสน เจตนาย ติกฺขภาวปฺปตฺติยา ปาณาติปาตาทีนํ มหาสาวชฺชตาติ. เตสํ ลวเนน ฉินฺทเนน ยถานุรูปํ ปชหเนนาติ อตฺโถ. กุเสนาติ กุจฺฉิตานํ สานโต ตนุกรณโต, โอสานกรณโต วา ‘‘กุสา’’ติ ลทฺธนาเมน ญาเณน. ลาตพฺพตฺตาติ อาทาตพฺพตฺตา, สหชาตอุปนิสฺสยภาเวน สนฺตาเน ปวตฺเตตพฺพตฺตา. ญาณญฺหิ ติเหตุกกุสลํ สหชาตภาเวน เจว อุปนิสฺสยภาเวน จ, ทุเหตุกกุสลํ อุปนิสฺสยภาเวเนว สนฺตาเน ปวตฺเตติ. เอวญฺจ กตฺวา โกสลฺลสมฺภูตฏฺโฐ กุสลฏฺโฐติ สพฺพกุสลานํ สาธารณวเสน อตฺโถ วุจฺจติ. อถ วา กุเสนาติ ชาติสทฺทตาย เอกวจนนิทฺเทโส, กุเสหีติ ปน อตฺโถ. ปุญฺญกิริยาวเสน หิ ปวตฺตานิ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ ยถาวุตฺตนเยน ‘‘กุสานี’’ติ วุจฺจนฺติ, เตหิ ลาตพฺพตฺตา วุตฺตนเยน ปวตฺเตตพฺพตฺตา. อปิเจตฺถ –

‘‘กุโส วิย ลุนาตีติ, กุสา วิย ลุนาติ วา;

กุสลํ กุํ สเลตีติ, ลุนาติ กุสมิจฺจปี’’ติ.

ตตฺถ ยถา กุโส คหิโต อุภยภาคคตํ หตฺถปเทสํ ลุนาติ, เอวมิทมฺปิ อุปฺปนฺนานุปฺปนฺนวเสน อุภยภาคคตํ กิเลสปกฺขํ ลุนาติ ฉินฺทติ, เสยฺยถาปิ – ‘‘อนุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปาทาย ฉนฺทํ ชเนติ, วายมติ, อุปฺปนฺนานํ…เป… ปหานายา’’ติ อาคตํ สมฺมปฺปธานํ. ตสฺมา กุโส วิย ลุนาตีติ กุสลํ. กุสา วิย ลุนาตีติ เอตฺถ ‘‘กุ’’อิติ ภูมิ วุจฺจติ, ธมฺมานํ อธิฏฺฐานภาเวน ตํสทิสตาย อิธ รูปารูปกฺขนฺโธ วุตฺโต. อตฺตโน นิสฺสยภูตสฺส ตสฺส เอตรหิ, อายติญฺจ อนุทหนโต วินาสนโต กุํ สายนฺตีติ กุสา, ราคาทโย, เต วิย อตฺตโน นิสฺสยํ ลุนาติ ฉินฺทตีติ กุสลํ. ปโยคสมฺปาทิตา หิ กุสลธมฺมา อจฺจนฺตเมว รูปารูปธมฺเม อปฺปวตฺติกรเณน สมุจฺฉินฺทนฺติ อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุปาปนโตติ. วุตฺตนเยน ปน ‘‘กุ’’นฺติ ลทฺธนามสฺส รูปารูปกฺขนฺธสฺส สลนโต อปนยนโต กุํ สเลตีติ กุสลํ. กุสํ ลุนาตีติ ปน กุจฺฉิตา เอตฺถ สยนฺตีติ กุโส, กาโย, ตํ ลุนาติ ยถาวุตฺตวเสเนวาติ กุสลํ.

๑๑. อิทานิ กุสล-สทฺทสฺส อตฺถุทฺธารทสฺสนตฺถมาห ‘‘เฉเก กุสล-สทฺโทย’’นฺติอาทิ. ตตฺถ ‘‘กุสโล ตฺวํ รถสฺส องฺคปจฺจงฺคานํ (ม. นิ. ๒.๘๗), กุสลานจฺจคีตสฺส, สิกฺขิตา จาตุริตฺถิโย’’ติอาทีสุ (ชา. ๒.๒๒.๙๔) เฉเก ทิฏฺโฐ, เฉกปริยาโย ปวีณตฺโถติ อตฺโถ. ‘‘กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ, กจฺจิ โภโต อนามย’’นฺติอาทีสุ (ชา. ๑.๑๕.๑๔๖; ๒.๒๐.๑๒๙) อาโรเคฺย. ‘‘กตโม ปน, ภนฺเต, กายสมาจาโร กุสโล? โย โข, มหาราช, กายสมาจาโร อนวชฺโช’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๖๑) จ ‘‘อปรํ ปน, ภนฺเต, เอตทานุตฺตริยํ, ยถา ภควา ธมฺมํ เทเสติ กุสเลสุ ธมฺเมสู’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๔๕) จ เอวมาทีสุ อนวชฺเช. ‘‘กุสลานํ ธมฺมานํ สมาทานเหตุ เอวมิทํ ปุญฺญํ วฑฺฒติ (ที. นิ. ๓.๘๐), กุสลสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตา’’ติ (ธ. ส. ๔๓๑) จ อาทีสุ อิฏฺฐวิปาเก. อนวชฺชาทิเกติ อนวชฺชอิฏฺฐวิปาเก, ‘‘อนวชฺชาทิเก’’ติ จ อตฺตนา วกฺขมานลกฺขณสฺส อนุรูปตฺตา วุตฺตํ, น ปน อาโรคฺยตฺถสฺส อสมฺภวโต. กิเลสโรคสฺส หิ อภาวโต กุสลํ อาโรคฺยํ โหติ.

วชฺชา ราคาทโย, เต ยสฺส น สนฺติ, ตํ อนวชฺชํ, อิฏฺโฐ วิปาโก จตุกฺขนฺธสงฺขาโต ยสฺส, ตํ อิฏฺฐวิปากํ, อิฏฺฐวิปากตา จสฺส ตํสภาววนฺตตาย ทฏฺฐพฺพา, น ตสฺส อวสฺสํ อิฏฺฐวิปากสมฺภวโตเยว, ลกฺขียติ อเนนาติ ลกฺขณํ, อนวชฺชญฺจ ตํ อิฏฺฐวิปากญฺจาติ อนวชฺชอิฏฺฐวิปากํ. ตํ ลกฺขณมสฺสาติ อนวชฺชอิฏฺฐวิปากลกฺขณํ.

นนุ จ กุสลเมว อนวชฺชอิฏฺฐวิปากํ, วุตฺตนิยาเมน ปน อนวชฺชอิฏฺฐวิปากโต อญฺญํ กุสลํ สิยา. น หิ สยเมว อตฺตโน ลกฺขณนฺติ สกฺกา วตฺตุนฺติ? นายํ โทโส ปริญฺญาตาปริญฺญาตวจนตฺถภาวเภเท เอกสฺสาปิ ลกฺขิตพฺพลกฺขณภาวปริกปฺปนโต. ‘‘อนวชฺชอิฏฺฐวิปาก’’นฺติ หิ ปริญฺญาตวจนตฺถํ. ‘‘กุสล’’นฺติ อปริญฺญาตวจนตฺถํ. เอวญฺจ เยน สภาเวน ปริญฺญาตวจนตฺถสฺส สทฺทสฺส อตฺโถ โหติ, เยน จ อปริญฺญาตวจนตฺถสฺส, เตสํ ปริญฺญาตาปริญฺญาตวจนตฺถสภาวานํ เภเทน ตํสมงฺคิสฺส กุสลสฺส เอกสฺสาปิ เภโท ปริกปฺปียติ ยถา ‘‘ปุเร ภวํ ปฏุ อาสิ, ปฏุตโร เอตรหี’’ติ คุณเภเทน, วตฺถุเภเทน จ ปริกปฺปียติ, ตสฺมา ปริญฺญาตวจนตฺถภาเวน ลกฺขณํ, อปริญฺญาตวจนตฺถภาเวน ลกฺขิตพฺพนฺติ เอวํ ปริกปฺปิตเภเท ปริคฺคยฺหมาเน น โกจิ โทโส อาปชฺชติ.

อถ วา ลกฺขียตีติ ลกฺขณํ, อนวชฺชอิฏฺฐวิปากญฺจ ตํ ลกฺขณญฺจาติ อนวชฺชอิฏฺฐวิปากลกฺขณํ, ยํ อนวชฺชอิฏฺฐวิปากํ หุตฺวา ลกฺขียติ, ตํ กุสลนฺติ อตฺโถ. อถ วา อนวชฺช-สทฺเทน อนวชฺชภาโว วุตฺโต, อิฏฺฐวิปากสทฺเทน อิฏฺฐวิปากภาโว, ตสฺมา อนวชฺโช จ อิฏฺฐวิปาโก จ อนวชฺชอิฏฺฐวิปากํ, ตํ ลกฺขณเมตสฺสาติ กรณตฺเถ, กมฺมตฺเถ วา ลกฺขณ-สทฺเทน อนวชฺชอิฏฺฐวิปากลกฺขณนฺติ อนวชฺชอิฏฺฐวิปากสภาววนฺตํ, อนวชฺชอิฏฺฐวิปากภาเวน ลกฺขิตพฺพํ วาติ อตฺโถ. กึ ปเนตฺถ การณํ ปททฺวยปริคฺคเหน, นนุ เอเกเนว ปเทน อธิปฺเปตตฺถสิทฺธิ สิยา. กิญฺจาปิ หิ ‘‘อนวชฺชลกฺขณ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อปรํ ปน, ภนฺเต, เอตทานุตฺตริยํ, ยถา ภควา ธมฺมํ เทเสติ กุสเลสุ ธมฺเมสู’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๑๔๕) วิย วชฺชรหิตตฺตา อพฺยากตสฺสาปิ ปสงฺโค สิยาติ อิฏฺฐวิปาก-ปทํ วตฺตพฺพเมว, ‘‘อิฏฺฐวิปากลกฺขณ’’นฺติ ปน วุตฺเต อิตรํ น วตฺตพฺพํ อพฺยากตสฺส วิปาการหภาเวน อิฏฺฐวิปากตาปสงฺคภาวโต? สจฺจเมตํ, อนวชฺช-ปเทน กุสลสฺส ปวตฺติสุขตํ, อิฏฺฐวิปาก-ปเทน จ วิปากสุขตํ ทสฺเสตุํ ปททฺวยํ วุตฺตํ. อนวชฺชปทญฺหิ อตฺตโน ปวตฺติสภาววเสน ลกฺขณวจนํ, อิตรํ กาลนฺตเร วิปากุปฺปาทนสมตฺถตาวเสนาติ. อถ วา กุสลสฺส อตฺถวิสุทฺธึ ทสฺเสตุํ ปุริมปทํ วุตฺตํ, ปริสุทฺธวิปากตํ ทสฺเสตุํ ปจฺฉิมํ. ปุริมํ วา กุสลสฺส อกุสลสภาวโต นิวตฺตนํ, ปจฺฉิมํ อพฺยากตสภาวโตติ อลมติปปญฺเจน. เอตฺถ จ ‘‘อนวชฺช…เป… ลกฺขณ’’นฺติ วจเนน กุสลสฺส สามญฺญลกฺขณํ วุตฺตํ อนวชฺชอิฏฺฐวิปากสภาวสฺส กุสลชาติยา สาธารณตฺตา. อกุสลาทีนมสาธารณภาเวน สภาวลกฺขณํ วาติ ทฏฺฐพฺพํ.

อกุสลวิทฺธํสนรสนฺติ ยถานุรูปํ อกุสลปฺปชหนกิจฺจํ. กุสลญฺหิ ปริตฺตมหคฺคตโลกุตฺตรเภทภินฺนํ ยถากฺกมํ ตทงฺควิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทปฺปหานวเสน อกุสลปกฺขํ ปชหติ. อถ ตทงฺคาทิปฺปหานานํ กึ นานากรณนฺติ? วุจฺจเต – ทานาทิปุญฺญกิริยวตฺถุคเตน เตน เตน กุสลงฺเคน ตสฺส ตสฺส มจฺเฉราทิอกุสลงฺคสฺส ปหานํ ตทงฺคปฺปหานํ, ตํ ทีปาโลเกน อนฺธการวิทฺธํสนํ วิย ทฏฺฐพฺพํ, กามาวจรกุสลานํ ปริตฺตานุภาวตาย เตหิ อตฺตโน ฐิติกฺขเณ วิทฺธํสิตานมกุสลานํ ตทปคเม สติ ปุน อาคเมน โวตฺถรณโต. เตสํ เตสํ นีวรณธมฺมานํ วิกฺขมฺภนสงฺขาตํ ปวตฺตินิวารณวเสน ปหานํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ, ตํ ฆฏปฺปหาเรน ชลตเล เสวาลวิยูหนํ วิย ทฏฺฐพฺพํ. ยถา หิ พลวตา ฆฏปฺปหาเรน ทูรีกตํ เสวาลํ ตสฺมึ อปนีเตปิ ตํปหารเวเคน สหสา น โอตฺถรติ, เอวเมว อุปจารปฺปนาเภเทน ฌาเนน วิกฺขมฺภิตา กามจฺฉนฺทาทโย ตทปฺปวตฺติกาเลปิ ตสฺส พเลน สหสา น โอตฺถรนฺตีติ. อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนสงฺขาตํ สมฺมา อุจฺเฉทวเสน ปหานํ สมุจฺเฉทปฺปหานํ, ตํ ปน อสนิสมฺปาเตน รุกฺขาทีนํ สมูลวิทฺธํสนํ วิย ทฏฺฐพฺพํ. น หิ อริยมคฺเคน สมุจฺฉินฺนกิเลสา อนุสยมตฺตเกนาปิ สนฺตาเน ปวตฺตนฺติ. ยถา ปน เอกวารปฺปวตฺเตนปิ อินฺทคฺคินา สห มูเลหิ วิทฺธํสิตา รุกฺขาทโย น ปุน วิรุหนฺติ, เอวเมวํ เอกจิตฺตกฺขณิเกนปิ เตน อตฺตโน อุปฺปาทมตฺเตเนว อนุสยมตฺตฏฺฐายิโนปิ กิเลสา สพฺเพน สพฺพํ วิทฺธํสิตาเยว โหนฺติ.

โวทานํ วิสุทฺธิ, สํกิเลสมลวิมุตฺตีติ อตฺโถ, ตถา หุตฺวา ปจฺจุปฏฺฐานมสฺสาติ โวทานปจฺจุปฏฺฐานํ, ปริสุทฺธากาเรน โยคิโน ญาณสฺส อุปฏฺฐาตีติ วุตฺตํ โหติ.

เอวํ กุสลสฺส วชฺชรหิตอิฏฺฐวิปากสภาเวหิ ลกฺขณํ, กิจฺจอุปฏฺฐานาการวเสน จ รสปจฺจุปฏฺฐานานิ วตฺวา ปุน วชฺชปฏิปกฺขภาววเสน จ ลกฺขณํ, สมฺปตฺติผลวเสน จ รสาทิกํ ทสฺเสตุํ ‘‘วชฺชปฏิปกฺขตฺตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ วชฺชานํ ปฏิปกฺขภาโว วชฺชปฏิปกฺขตฺตํ, ตโต. เอเตน ‘‘อนวชฺชลกฺขณ’’นฺติ เอตฺถ อ-กาโร ปฏิปกฺขตฺโถติ ทสฺเสติ, เตน ปนสฺส อพฺยากตโต นิวตฺตนํ กตํ. อิตรถา หิ นาสฺส วชฺชํ, วชฺชโต อญฺญํ วา อนวชฺชนฺติ อพฺยากตสฺสาปิ ตํลกฺขณตาปสงฺโค สิยา. ‘‘วชฺชปฏิปกฺขตฺตา’’ติ ปน วุตฺเต ยสฺมา กุสลากุสลานเมว ปหายกปฺปหาตพฺพภาเวน อาโลกนฺธการานํ วิย อญฺญมญฺญํ อุชุวิปจฺจนีกภาโว, ตสฺมา กุสลเมว วชฺชปฏิปกฺขตฺตา อนวชฺชลกฺขณํ, น อญฺญนฺติ อยมตฺโถ สิทฺโธ โหติ. โวทานภาวรสนฺติ โวทานภาวสมฺปตฺติกํ, กิเลสมเลหิ อสํกิลิฏฺฐภาเวน สมฺปชฺชนกนฺติ อตฺโถ. ปจฺจุปฏฺฐาปียติ อุปนียติ การเณน, อตฺตโน วา การณํ ปฏิจฺจ, ตปฺปฏิพทฺธภาเวน ปฏิมุขํ วา อุปฏฺฐาตีติ ปจฺจุปฏฺฐานํ, อิฏฺโฐ วิปาโก ปจฺจุปฏฺฐานมสฺสาติ อิฏฺฐวิปากปจฺจุปฏฺฐานํ.

อสติ โยนิโสมนสิกาเร กุสลสฺส อนุปฺปชฺชนโต, สติ จ ตสฺมึ อุปฺปชฺชนโต ตสฺส โส อาสนฺนการณนฺติ อาห ‘‘โยนิโสมนสิการปทฏฺฐาน’’นฺติ. ตตฺถ โยนิโส ปเถน อุปาเยน มนสิกาโร โยนิโสมนสิกาโร, อตฺถโต ปน สานุสยสนฺตานวโต ฉนฺนํ ทฺวารานมาปาถคเตสฺวารมฺมเณสุ ปติรูปเทสวาสาทิสมฺปตฺติยา กุสลธมฺมานํ ปจฺจยภาเวน ภวงฺคํ อาวฏฺเฏตฺวา อุปฺปนฺนมาวชฺชนํ โยนิโสมนสิกาโร นาม. วุตฺตปฏิปกฺขวเสน อโยนิโสมนสิกาโรปิ ทฏฺฐพฺโพ. ยํ ปน นิรนุสยสนฺตานสมงฺคิสฺส กิริยจิตฺตานํ ปจฺจยภาเวน อุปฺปนฺนํ, ตํ ฐเปตฺวา นิรวชฺชธมฺมํ สาวชฺชธมฺมสฺส กสฺสจิ ปจฺจยภาวานุปคมนโต โยนิโสมนสิการปกฺขํ วา ภเชยฺย. ขีณาสวสนฺตานคตตฺตา โยนิโสอโยนิโสภาวมนเปกฺขิตฺวา อาปาถคตารมฺมเณสุ อุปฺปตฺติมตฺตํ วินา น กสฺสจิ กุสลากุสลภาวสฺส ปจฺจโย โหตีติ ตทุภยวเสน นวตฺตพฺพตฺตา อพฺยากตมนสิกาโรติ วา สงฺขํ คจฺเฉยฺยาติ.

สาวชฺชานิฏฺฐวิปากลกฺขณมกุสลนฺติ เอตฺถาปิ ‘‘วชฺชา ราคาทโย, เต ยสฺส สนฺติ, ตํ สาวชฺชํ, อนิฏฺโฐ วิปาโก ยสฺส, ตํ อนิฏฺฐวิปาก’’นฺติอาทินา วุตฺตนยานุสาเรน ปฏิปกฺขโยชนา ทฏฺฐพฺพา. รสาทิโต ปเนตํ อนตฺถชนนรสํ, สํกิเลสปจฺจุปฏฺฐานํ. อถ วา คารยฺหภาวโต สาวชฺชลกฺขณเมว, สํกิเลสภาวรสํ, อนิฏฺฐวิปากปจฺจุปฏฺฐานํ, อโยนิโสมนสิการปทฏฺฐานํ. วจนตฺถโต ปน น กุสลนฺติ อกุสลํ, กุสลปฏิปกฺขนฺติ อตฺโถ. ปฏิปกฺขตฺเถ หิ อยํ อกาโร, น ปน อญฺญตฺเถ, นาปิ อภาเว. อิตรถา หิ ติกํ น สิยา, ทุกํ, จตุกฺกํ วา อาปชฺเชยฺย. ตถา หิ ยทิ กุสลโต อญฺญมกุสลํ สิยา, ตทา อพฺยากตสฺสาปิ ตโต อญฺญภาเวน อกุสล-สทฺทสงฺคโหติ กุสลากุสลชาติเภทโต ทุวิธนฺติ ทุกํ วตฺตพฺพํ. ยทิ จ กุสลาภาโว อกุสลํ, เตน น กาจิ ชาติ คยฺหตีติ กุสลาพฺยากตชาติเภทโต ทุกเมว วตฺตพฺพํ. อถ สิยา ‘‘อภาโวปิ วิสุํ คเหตพฺโพ’’ติ, เอวํ สติ ตสฺส ชาติยา อภาวโต ชาติ-สทฺเทน สห สมฺพนฺโธ น สิยา. วิชฺชมานสฺส หิ ชาติ นาม โหติ. ยเถว วา กุสลสฺส อภาโว, เอวํ อพฺยากตสฺสาปิ อภาโว อตฺถีติ อนพฺยากตชาติปิ วตฺตพฺพาติ จตุกฺกํ อาปชฺเชยฺย. น เจตมิฏฺฐํ กุสลาทิวเสน ติวิธชาติยา เอว อิจฺฉิตตฺตา, ปาฬิยญฺจ ‘‘กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อพฺยากตา ธมฺมา’’ติ ติกวเสเนว วุตฺตตฺตา ‘‘กุสลปฏิปกฺข’’นฺติ ปน วุจฺจมาเน มิตฺตปฏิปกฺโข อมิตฺโต วิย, โลภปฏิปกฺโข อโลโภ วิย จ ยํ ธมฺมชาตํ กุสลสฺส อุชุวิปจฺจนีกภูตํ, ตํ อกุสลนฺติ ตสฺส วเสน ติกํ อุปปนฺนํ โหติ, อุชุวิปจฺจนีกตา จสฺส สาวชฺชานิฏฺฐวิปากตฺตา, เตน ปหาตพฺพภาวโต จ เวทิตพฺพา, น ปน กุสลวินาสนโต. น หิ อกุสเลน กุสลํ ปหียติ, มหาพลตฺตา ปน กุสลเมว ตํ ปชหติ. กุสลญฺหิ มหาพลํ, อกุสลํ ทุพฺพลํ. เตเนวาห ‘‘อพลา นํ พลียนฺติ, มทฺทนฺเตนํ ปริสฺสยา’’ติ (สุ. นิ. ๗๗๖), ตสฺมา กุสลเมว ยถาวุตฺตนเยน อกุสลสฺส ปหายกํ, นากุสลํ อิตรสฺสาติ เวทิตพฺพํ.

ตทุภย…เป… อพฺยากตนฺติ ยํ ธมฺมชาตํ กุสลํ วิย น อนวชฺชอิฏฺฐวิปากลกฺขณํ, นาปิ อกุสลํ วิย สาวชฺชานิฏฺฐวิปากลกฺขณํ, อถ โข อวิปากตฺตา ตทุภยวิปรีตลกฺขณํ, ตํ อพฺยากตนฺติ อตฺโถ. นนุ จ ‘‘ตทุภยวิปรีตลกฺขณ’’นฺติ วุตฺเต สุขทุกฺขเวทนานํ วิปรีตา อุเปกฺขาเวทนา วิย อิฏฺฐานิฏฺฐวิปากานํ วิปรีโต อญฺโญ โกจิ วิปาโก ยสฺส อตฺถิ, ตํ อพฺยากตนฺติ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ ตถา อสมฺภวโต. ยถา หิ อาโลกนฺธการานํ วิปรีโต อญฺโญ โกจิ นตฺถิ, เอวมิฏฺฐานิฏฺฐวิปากานํ วิปรีโต น โกจิ วิปาโก อตฺถีติ. อถ วา ตํ-สทฺโท อิธ อิฏฺฐานิฏฺฐวิปากนิรเปกฺขํ กุสลากุสลมตฺตเมว ปจฺจามสตีติ กุสลากุสลานํ สวิปากตฺตา ตทุภยวิปรีตลกฺขณํ, ตํ อวิปากลกฺขณนฺติ อตฺโถติ อลเมตฺถ อนุโยเคน. กุสลากุสลภาเวน น พฺยากตนฺติ อพฺยากตํ. กุสลากุสลญฺหิ วตฺวา อพฺยากตสฺส วุตฺตตฺตา กุสลากุสลภาเวเนว อวุตฺตตฺตาติ วิญฺญายติ, น ปการนฺตเรน. ตถา อวจนญฺจ ตสฺส ตทุภยวิปรีตลกฺขณตฺตาเยว, น ปน อวตฺตพฺพตฺตามตฺเตนาติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา วิ-สทฺโท วิโรธิวจโน. อา-สทฺโท อภิมุขภาวปฺปกาสโน, ตสฺมา อตฺตโน ปจฺจเยหิ อญฺญมญฺญํ วิโรธาภิมุขตํ กตํ ลกฺขณวิโรธโต ปหายกปฺปหาตพฺพภาวโต วาติ พฺยากตํ, กุสลากุสลํ. ตโต อญฺญํ อพฺยากตํ. ตญฺหิ ลกฺขณโต อญฺญมญฺญํ กุสลากุสลํ วิย น ตสฺส วิรุทฺธํ. น หิ อวิปากตํ อนิฏฺฐวิปากตา วิย, อิฏฺฐวิปากตาย อิฏฺฐวิปากตา วิย จ อนิฏฺฐวิปากตาย อิฏฺฐานิฏฺฐวิปากตาหิ วิรุชฺฌติ, น จาปิ อพฺยากตํ กุสลากุสเลสุ กิญฺจิ ปชหติ, น จ เกนจิ ปหาตพฺพนฺติ. ‘‘ตทุภยวิปรีตลกฺขณมพฺยากต’’นฺติ วิญฺญายมาเน อโหสิ กมฺมํ, นาโหสิ กมฺมวิปาโก, นตฺถิ กมฺมวิปาโก, น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโกติ อิมินา ติเกน สงฺคหิตสฺส คติอุปธิกาลปฺปโยควิปตฺตีหิ อวิปากสฺส ทิฏฺฐธมฺมเวทนียาทิกมฺมสฺส ภาวนายปหาตพฺพสฺส อกุสลสฺส จ อภิญฺญากุสลสฺส จ วิปากุปฺปาทนาภาวโต ‘‘สิยา นุ โข อพฺยากตภาโว วา’’ติ กทาจิ โกจิ จินฺเตยฺยาติ ตนฺนิวารณตฺถมาห ‘‘อวิปาการหํ วา’’ติ, วิปากํ ทาตุํ นารหติ ตตฺถ สามตฺถิยาภาวโตติ อวิปาการหํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ทิฏฺฐธมฺมเวทนียาทโย ตาว ปจฺจยเวกลฺลาทีหิ การเณหิ อวิปากา, สเจ ปเนเต ตพฺพิทูรา อสฺสุ, ตทา วิปากทาเน สมตฺถตาย วิปาการหาเยว, ตํ ปน น ตถา, อถ โข เยน เกนจิ อากาเรน วิปากทาเน อสมตฺถตาเยว วิปาการหํ น โหติ, ตํ อพฺยากตํ นามาติ.

อิทานิ เอวํ ติกวเสน นิทฺทิฏฺเฐสุ กุสลาทีสุ ปฐมํ ตาว กุสลจิตฺตํ วิภชนฺโต ‘‘ตตฺถ กุสลจิตฺต’’นฺติอาทินา ตสฺส คณนปริจฺเฉทํ ทสฺเสติ. เอกวีสติวิธนฺติ อฏฺฐ กามาวจรานิ, ปญฺจ รูปาวจรานิ, จตฺตาริ อรูปาวจรานิ, จตฺตาริ โลกุตฺตรานีติ เอวํ สงฺเขปโต เอกวีสติวิธํ. ภูมิโต จตุพฺพิธนฺติ กามรูปารูปโลกุตฺตรภูมิสงฺขาตานํ จตุนฺนํ ภูมีนํ วเสน ตตฺถ ปวตฺตมานํ จิตฺตมฺปิ จตุพฺพิธํ โหติ. ตตฺถ ภวนฺติ เอตฺถาติ ภูมิ, ฐานํ, อวตฺถา จ. อวตฺถาปิ หิ อวตฺถวนฺตานํ ปวตฺติฏฺฐานํ วิย คยฺหติ. เอวญฺหิ เนสํ สุขคฺคหณํ โหติ. อวตฺถาติ เจตฺถ ธมฺมานํ กามตณฺหาทีหิ ปริจฺฉินฺนาปริจฺฉินฺนภาโว. ตตฺถ ปุริมา ติสฺโส ภูมิโย อุภยวเสน เวทิตพฺพา, อิตรา อวตฺถาวเสเนว. น หิ โลกุตฺตรธมฺมานํ กามภวาทิโต อญฺญํ ฐานมุปลพฺภตีติ.

อญฺญตฺถ ปวตฺตมานสฺสาปิ วกฺขมานนเยน กามภูมิปริยาปนฺนตฺตา ภูมิโต เอกวิธนฺติ. สวตฺถุกาวตฺถุกเภทโตติ จกฺขาทีนิ ปญฺจ, หทยญฺจาติ ฉ วตฺถูนิ. กุสลสฺส ปน จกฺขาทินิสฺสิตตฺตาภาวโต หทยวตฺถุ อิธ วตฺถูติ อธิปฺเปตํ. เตน สหิตํ เอกนฺเตน ตนฺนิสฺสิตปฺปวตฺติโตติ สวตฺถุกํ, กามรูปธาตุยํ ปวตฺตมานวิญฺญาณํ. ตตฺถ หิ อรูปสฺส รูปปฏิพนฺธปฺปวตฺติ, อรูปธาตุยํ ปน รูปาภาวโต วตฺถุวิรหิตเมว ปวตฺตตีติ ตตฺถ ปวตฺตมานํ อวตฺถุกํ. หีน…เป… ติวิธนฺติ เอตฺถ ปจฺจยโต, ผลโต จ มชฺฌิมปณีเตหิ นิหีนํ, เตสํ วา คุเณหิ ปริหีนนฺติ หีนํ, อตฺตโน ปจฺจเยหิ ปธานภาวํ นีตนฺติ ปณีตํ, อุภินฺนํ เวมชฺเฌ ภวํ มชฺฌิมํ. ตตฺถ หีเนน ฉนฺเทน จิตฺเตน วีริเยน วีมํสาย วา ปวตฺติตํ หีนํ, มชฺฌิเมหิ ฉนฺทาทีหิ ปวตฺติตํ มชฺฌิมํ, ปณีเตหิ ปณีตํ. ฉนฺทาทีนํ ปน หีนาทิภาโว อธิมุตฺติวเสน ทฏฺฐพฺโพ. หีนาธิมุตฺติวเสน หิ เนสํ หีนตา, ปณีตาธิมุตฺติวเสน ปณีตตา, ตทุภยเวมชฺฌวเสน มชฺฌิมตา. ยสกามตาย วา กตํ กุสลํ หีนํ, ปุญฺญผลกามตาย มชฺฌิมํ, ‘‘ปุญฺญํ นาเมตํ สาธูหิ กตฺตพฺพเมวา’’ติ เอวํ อริยภาวํ นิสฺสาย กตํ ปณีตํ. ‘‘อหมสฺมิ ทานปติ, อิเม ปนญฺเญ ทานทาสาทโย’’ติอาทินา อตฺตุกฺกํสนปรวมฺภนาหิ อุปกฺกิลิฏฺฐํ ปวตฺติตํ วา หีนํ, ตถา อนุปกฺกิลิฏฺฐํ มชฺฌิมํ, มคฺคผลปทฏฺฐานํ ปณีตํ. ภวโภคสมฺปตฺตินิมิตฺตํ วา กตํ หีนํ, สาวกปจฺเจกโพธิปารมิตาวเสน อตฺตโน วิโมกฺขตฺถาย กตํ มชฺฌิมํ, สมฺมาสมฺโพธิปารมิตาวเสน สพฺเพสํ วิโมกฺขตฺถาย กตํ ปณีตนฺติ.

โสมนสฺสุ…เป… เภทโตติ เภท-สทฺโท ปจฺเจกํ สมฺพนฺธิตพฺโพ ‘‘โสมนสฺสุเปกฺขาเภทโต ญาณเภทโต ปโยคเภทโต’’ติ. ตตฺถ ปโยคเภทโตติ สงฺขารเภทโตติ อตฺโถ. นนุ จ โสมนสฺสุเปกฺขาเภโท ตาว ยุตฺโต เตสํ ภินฺนสภาวตฺตา. ญาณปฺปโยคเภโท ปน กถนฺติ? วุจฺจเต – ญาณปฺปโยคกโต เภโท ญาณปฺปโยคเภโท เตสํ ภาวาภาวมุปาทาย ปวตฺตตฺตา. อิทานิ ตเมว โสมนสฺสุเปกฺขาทิเภทํ วิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘เสยฺยถิท’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘โสมนสฺสสหคต’’นฺติอาทินา วิสฺสชฺเชติ. ตตฺถ เสยฺยถิทนฺติ ตํ กตมํ, ตํ กถนฺติ วา อตฺโถ.

โสภนํ มโน, โสภนํ วา มโน เอตสฺสาติ สุมโน, ตสฺส ภาโว โสมนสฺสํ, มานสิกสุขเวทนาเยตํ อธิวจนํ, โสมนสฺเสน อุปฺปาทโต ยาว นิโรธา สหคตํ ปวตฺตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตนฺติ อตฺโถ. อถ วา โสมนสฺเสน สห เอกุปฺปาทาทิภาวํ คตนฺติ โสมนสฺสสหคตํ. ชานาติ ยถาสภาวํ ปฏิวิชฺฌตีติ ญาณํ, เตน สมํ เอกุปฺปาทาทีหิ ปกาเรหิ ยุตฺตนฺติ ญาณสมฺปยุตฺตํ. นาสฺส สงฺขาโร อตฺถีติ อสงฺขารํ, อสงฺขารเมว อสงฺขาริกํ. สห สงฺขาเรน ปวตฺตมานํ สสงฺขารํ, ตเทว สสงฺขาริกํ. สงฺขาโรติ เจตฺถ อตฺตโน, ปรสฺส วา ปุพฺพปฺปโยโค ‘‘สงฺขโรติ ติกฺขภาวสงฺขาเตน มณฺฑนวิเสเสน สชฺเชติ, สงฺขรียติ วา สชฺชียติ จิตฺตํ เอเตนา’’ติ กตฺวา. ตตฺถ ทานาทิปุญฺญกรณกาเล มจฺเฉรมลถินมิทฺธาทีหิ อุปกฺกิเลเสหิ สํสีทมาเน จิตฺเต อุปกฺกิเลสวูปสมวเสน, จิตฺตสฺส จ อุสฺสาหชนนวเสน ตีสุ ทฺวาเรสุ ปวตฺโต สมฺมาวายาโม อตฺตโน ปโยโค นาม. กุสลกรเณ นิรุสฺสาหสฺส ปน ‘‘อมฺโภ, สปฺปุริส, กุสลกรณํ นาม ปณฺฑิเตหิ อาเสวิตมคฺโค, ตตฺถ ตยาปิ ปฏิปชฺชิตุํ วฏฺฏติ, ตสฺมา ทานํ เทหิ, สีลํ รกฺข, ตญฺหิ เต อตฺถาย หิตาย สุขาย ภวิสฺสตี’’ติอาทินา กุสลกรณตฺถาย อุสฺสาหชนนวเสน ปเรสํ กายวจีทฺวาเรสุ ปวตฺตา อาณตฺติ ปรปฺปโยโค นาม. เตสุ ปน ปุริโม ปุพฺพภาคปฺปวตฺตจิตฺตสนฺตาเน, ปจฺฉิโม ปเรสํ จิตฺตสนฺตาเนเยว สมฺภวตีติ ตนฺนิพฺพตฺติโต จิตฺตสฺส ติกฺขภาวสงฺขาโต วิเสโส อิธ อุปจารโต สงฺขาโรติ เวทิตพฺโพ. เตนาหุ อาจริยา –

‘‘ปุพฺพปฺปโยคสมฺภูโต, วิเสโส จิตฺตสมฺภวี;

สงฺขาโร อิติ สงฺขาร-สภาวญฺญูหิ กิตฺติโต’’ติ.

อถ วา ‘‘สสงฺขาริกมสงฺขาริก’’นฺติ จ เอตํ เกวลํ สงฺขารสฺส ภาวาภาวมตฺตาเปกฺขาย วุตฺตํ, น ตสฺส สหปฺปวตฺติสพฺภาวาภาวโตติ ภินฺนสนฺตานปฺปวตฺติโนปิ สงฺขารสฺส อิทมตฺถิตาย ตํวเสน นิพฺพตฺตํ จิตฺตํ สงฺขาโร อสฺส อตฺถีติ สสงฺขาริกํ สห-สทฺทสฺส วิชฺชมานตฺถปริทีปนโต ‘‘สโลมโก สปกฺขโก’’ติอาทีสุ วิย. ตพฺพิปรีตํ ปน ตทภาวโต ยถาวุตฺตวเสเนว อสงฺขาริกํ. อถ วา สงฺขรณํ, สงฺขรียติ วา เอเตน อาคนฺตุกสมฺภูเตน จิตฺตสํสีทนสภาวาปนยนวเสเนว สชฺชียติ, สงฺขโรติ วา ตํ ยถาวุตฺตวเสเนวาติ สงฺขาโรติ อุชุกเมว ปุพฺพปฺปโยคชนิโต ติกฺขภาโว วุจฺจติ, ตทภาวโต อสงฺขาริกํ, สภาวติกฺขนฺติ อตฺโถ. ตํสหคตาย สสงฺขาริกํ, อถ วา มจฺเฉรมลาทีหิ สงฺขรียตีติ สงฺขาโร, จิตฺตสฺส สํสีทนสภาโว, โส ยสฺส นตฺถีติ อสงฺขาริกํ, อิตรํ สสงฺขาริกํ. ปณีตอุตุโภชนาทิโก วา พลวปจฺจโย สงฺขาโร ‘‘สงฺขโรติ จิตฺตํ ติกฺขภาเวน, สงฺขรียติ วา ตํ เอเตนา’’ติ กตฺวา. อ-การสฺส วุฑฺฒตฺถวุตฺติตาย วุฑฺฒิปฺปตฺโต สงฺขาโร อสฺสาติ อสงฺขาริกํ, พลวปจฺจยวนฺตนฺติ อตฺโถ. วุฑฺฒิปริทีปเกน ปน อ-กาเรน อวิเสสิตตฺตา สสงฺขาริกํ สปฺปจฺจยํ ทุพฺพลปจฺจยนฺติ อธิปฺปาโย. ญาเณน วิปฺปยุตฺตํ วิรหิตนฺติ ญาณวิปฺปยุตฺตํ.

อุเปกฺขตีติ อุเปกฺขา, เวทิยมานาปิ อารมฺมณํ อชฺฌุเปกฺขติ, มชฺฌตฺตาการสณฺฐิติยาติ อตฺโถ. อถ วา อิฏฺเฐ, อนิฏฺเฐ จ อารมฺมเณ ปกฺขปาตาภาเวน อุปปตฺติโต ยุตฺติโต อิกฺขติ อนุภวตีติ อุเปกฺขา. อถ วา อุเปตา สุขทุกฺขานํ อวิรุทฺธา อิกฺขา อนุภวนนฺติ อุเปกฺขา. อวิรุทฺธตฺตาเยว เหสา เตสํ อนนฺตรมฺปิ ปวตฺตติ. สุขทุกฺขเวทนา ปน วิสุํ วิสุํ วิรุทฺธสภาวตฺตา นาญฺญมญฺญํ อนนฺตรํ ปวตฺตนฺติ. เตเนว หิ ปฏฺฐาเน โสมนสฺสสฺส อนนฺตรํ โทมนสฺสสฺส, โทมนสฺสสฺส อนนฺตรํ โสมนสฺสสฺส จ อุปฺปตฺติ ปฏิสิทฺธา. อยญฺจ อตฺโถ โลภสหคตจิตฺตสมฺปยุตฺตเวทนายปิ ลพฺภติ, ปุริมา ปน เทฺว น ตถา. น หิ โลภสหคตาทีนํ มชฺฌตฺตากาเรน อชฺฌุเปกฺขนํ, อุปปตฺติโต อิกฺขนํ วา อตฺถีติ. อุเปกฺขาสหคตนฺติ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.

นนุ จ อญฺเญปิ ผสฺสาทโย สมฺปยุตฺตธมฺมา อตฺถีติ โสมนสฺสาทีนํ วเสเนว ปน อฏฺฐวิธตา กสฺมา คหิตาติ? เภทกรภาวโต. ผสฺสาทีนญฺหิ สพฺพจิตฺตสาธารณตฺตา, สทฺธาทีนญฺจ สพฺพกุสลสาธารณตฺตา น เตหิ จิตฺตสฺส วิภาโค, โสมนสฺสาทโย ปน กตฺถจิ จิตฺเต โหนฺติ, กตฺถจิ น โหนฺตีติ ปากโฏว เตหิ จิตฺตสฺส วิภาโคติ. กสฺมา ปเนเต กตฺถจิ จิตฺเต โหนฺติ, กตฺถจิ น โหนฺตีติ? การณสฺส สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวโต. กึ ปน เนสํ การณนฺติ? วุจฺจเต – ตตฺถ โสมนสฺสสหคตภาโว ตาว อารมฺมณวเสน โหติ. อิฏฺฐารมฺมณสฺมิญฺหิ โสมนสฺสสหคตจิตฺตมุปฺปชฺชติ. นนุ จ อิฏฺฐารมฺมณํ โลภสฺส วตฺถุ รชฺชนียตฺตาติ กถํ ตตฺถ กุสลํ อุปฺปชฺชตีติ? นยิทเมกนฺติกํ อิฏฺเฐปิ อารมฺมเณ นิยมิตาทิวเสน กุสลสฺส อุปฺปชฺชนโต. ยสฺส หิ ‘‘กุสลเมว มยา กตฺตพฺพ’’นฺติ กุสลกรเณเยว จิตฺตํ นิยมิตํ โหติ, อกุสลปฺปวตฺติโตว นิวตฺเตตฺวา กุสลกรเณเยว ปริณามิตํ, อภิณฺหกรเณน จ กุสลํ สมุทาจิณฺณํ, ปฏิรูปเทสวาสสทฺธมฺมสฺสวนสปฺปุริสูปนิสฺสยปุพฺเพกตปุญฺญตาสงฺขาตจตุจกฺกูปนิสฺสยวเสน, โยนิโส จ อาโภโค ปวตฺตติ, ตสฺส อิฏฺเฐปิ อารมฺมเณ อโลภสมฺปยุตฺตเมว จิตฺตมุปฺปชฺชติ, น โลภสมฺปยุตฺตํ. โหติ เจตฺถ –

‘‘นิยามปริณาเมหิ, สมุทาจิณฺณตาย จ;

ญาณปุพฺพงฺคมาโภคา, อิฏฺเฐปิ กุสลํ สิยา’’ติ.

อปิจ สทฺธาพหุลตาทีหิ จ การเณหิ จิตฺตสฺส โสมนสฺสสหคตตา เวทิตพฺพา. อสฺสทฺธานํ, หิ มิจฺฉาทิฏฺฐิกานญฺจ เอกนฺตมิฏฺฐารมฺมณภูตํ ตถาคตรูปมฺปิ ทิสฺวา โสมนสฺสํ น อุปฺปชฺชติ. เย จ กุสลปฺปวตฺติยํ อานิสํสํ น ปสฺสนฺติ, เตสํ ปเรหิ อุสฺสาหิตานํ กุสลํ กโรนฺตานมฺปิ โสมนสฺสํ น อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา สทฺธาพหุลตา วิสุทฺธิทิฏฺฐิตา อานิสํสทสฺสาวิตาติ อิเมหิปิ การเณหิ จิตฺตสฺส โสมนสฺสสหคตตา โหติ.

อปิจ เย เต เอกาทส ธมฺมา ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ. เสยฺยถิทํ – พุทฺธานุสฺสติ ธมฺมานุสฺสติ สํฆานุสฺสติ สีลานุสฺสติ จาคานุสฺสติ เทวตานุสฺสติ อุปสมานุสฺสติ ลูขปุคฺคลปริวชฺชนํ สินิทฺธปุคฺคลเสวนา ปสาทนียสุตฺตนฺตปจฺจเวกฺขณา ตทธิมุตฺตตาติ อิเมหิปิ การเณหิ จิตฺตสฺส โสมนสฺสสหคตภาโว เวทิตพฺโพ. พุทฺธาทิคุเณ อนุสฺสรนฺตสฺส หิ ยาว อุปจารุปฺปาทา สกลสรีรํ ผรมานา ปีติ อุปฺปชฺชติ. ตถา ทีฆรตฺตํ อกฺขณฺฑตาทิวเสน อตฺตนา รกฺขิตํ จตุปาริสุทฺธิสีลํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส, คิหิโน ทสสีลํ ปญฺจสีลํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส, ทุพฺภิกฺขภยาทีสุ ปณีตํ โภชนํ สพฺรหฺมจารีนํ ทตฺวา ‘‘เอวํนาม ทานํ อทาสิ’’นฺติ อตฺตโนจาคํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส, คิหิโนปิ ตถารูเป กาเล สีลวนฺตานํ ทินฺนทานํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส, เยหิ คุเณหิ สมนฺนาคตา เทวา เทวตฺตํ คตา, ตถารูปานํ คุณานํ อตฺตนิ อตฺถิตํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส, สมถวิปสฺสนาหิ วิกฺขมฺภิตกิเลเส สฏฺฐิปิ สตฺตติปิ วสฺสานิ อสมุทาจรนฺเต ทิสฺวา ‘‘อโห มยฺหํ กิเลสา น สมุทาจรนฺตี’’ติ จินฺเตนฺตสฺส, เจติยทสฺสนเถรทสฺสเนสุ อสกฺกจฺจกิริยาย สํสุจิตลูขภาเวน พุทฺธาทีสุ ปสาทสิเนหาภาเวน คทฺรภปิฏฺเฐ รชสทิเส ลูขปุคฺคเล ปริวชฺชนฺตสฺส, พุทฺธาทีสุ ปสาทพหุเล มุทุจิตฺเต สินิทฺธปุคฺคเล ปฏิเสวนฺตสฺส, รตนตฺตยคุณปริทีปเก ปสาทนียสุตฺตนฺเต ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส, ฐานนิสชฺชาทีสุปิ ปีติอุปฺปาทนตฺถํ ตนฺนินฺนตาทิวเสน ปวตฺเตนฺตสฺส เยภุยฺเยน ปีติ อุปฺปชฺชติ. ปีติยา จ โสมนสฺเสน สห อวินาภาวโต ตทุปฺปตฺติยา ตสฺสาปิ อุปฺปตฺติ นิยตาติ เอวํ ปีติการณานิปิ โสมนสฺสการณานีติ ทฏฺฐพฺพานิ. กิญฺจ – อคมฺภีรปกติตา, โสมนสฺสปฏิสนฺธิกตาติ อิเมหิ ทฺวีหิ การเณหิ โสมนสฺสสหคตตา โหติ. โย หิ อคมฺภีรปกติโก โหติ, อปฺปมตฺตเกปิ หิโตปกรเณ ตุสฺสติ, โย จ โสมนสฺสปฏิสนฺธิโก อปฺปสนฺเนสุ อารมฺมเณสุปิ อปฺปฏิกฺกูลทสฺสาวี, ตสฺส เยภุยฺเยน โสมนสฺสสหคตจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ยถาวุตฺตานํ ปน โสมนสฺสการณานมภาเวน มชฺฌตฺตารมฺมณตาย จ อุเปกฺขาสหคตตา เวทิตพฺพา.

ญาณสมฺปยุตฺตสฺส ปน กมฺมโต อุปปตฺติโต อินฺทฺริยปริปากโต กิเลสทูรีภาวโตติ อิเมหิ การเณหิ โหติ. โย หิ ปเรสํ หิตชฺฌาสเยน ธมฺมํ เทเสติ หีนุกฺกฏฺฐาทีนิ จ นฬการมุทฺทาคณนาทีนิ สิปฺปายตนานิ, วฑฺฒกีกสิวาณิชฺชาทีนิ จ กมฺมายตนานิ, วิสหรณาทีนิ จ วิชฺชายตนานีติ เอวํ นิรวชฺชสิปฺปายตนาทีนิ สิกฺขาเปติ, สยํ วา สิกฺขติ, ธมฺมกถิกสฺส สกฺการํ กตฺวา ธมฺมํ กถาเปติ, ‘‘อายตึ ปญฺญวา ภวิสฺสามี’’ติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปตฺวา นานปฺปการํ ปุญฺญกมฺมํ กโรติ, ตสฺเสวํ นานปฺปการํ ปญฺญาสํวตฺตนิกกมฺมํ สมฺปาเทนฺตสฺส ตํ กมฺมํ อุปนิสฺสาย อุปฺปชฺชมานํ กุสลํ ญาณสมฺปยุตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ตถา อพฺยาปชฺเช โลเก อุปฺปนฺนสฺส อุปฺปชฺชมานํ กุสลํ ญาณสมฺปยุตฺตํ โหติ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘ตสฺส ตตฺถ สุขิโน ธมฺมปทานิ ปิลวนฺติ, ทนฺโธ, ภิกฺขเว, สตุปฺปาโท, อถ โส สตฺโต ขิปฺปเมว วิเสสภาคี โหตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๙๑).

ตถา ปญฺญาทสกํ สมฺปตฺตสฺส อินฺทฺริยปริปากํ นิสฺสาย อุปฺปชฺชมานํ กุสลํ ญาณสมฺปยุตฺตํ โหติ. เยน ปน สมถวิปสฺสนาภาวนาหิ กิเลสา วิกฺขมฺภิตา, ตสฺส กิเลสทูรีภาวํ นิสฺสาย อุปฺปชฺชมานํ จิตฺตํ ญาณสมฺปยุตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ยถาห –

‘‘โยคา เว ชายเต ภูริ, อโยคา ภูริสงฺขโย’’ติ. (ธ. ป. ๒๘๒).

อปิจ เย เต ธมฺมา ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ. เสยฺยถิทํ – ปริปุจฺฉกตา วตฺถุวิสทกิริยา อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนา ทุปฺปญฺญปุคฺคลปริวชฺชนา ปญฺญวนฺตปุคฺคลเสวนา คมฺภีรญาณจริยปจฺจเวกฺขณา ตทธิมุตฺตตาติ อิเมหิ การเณหิ ญาณสมฺปยุตฺตภาโว โหติ. ตถา หิ โย ปญฺญวนฺเต อุปสงฺกมฺม ขนฺธธาตุอายตนอินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคมคฺคงฺคฌานงฺคสมถวิปสฺสนาทีนํ ปริปุจฺฉาพหุโล โหติ, ตสฺส ตํวเสน อุปฺปนฺนํ สุตมยญาณํ อาทึ กตฺวา อุปฺปชฺชมานํ จิตฺตํ ญาณสหคตํ โหติ. เยน ปน นขเกสจีวรเสนาสนาทีนิ อชฺฌตฺติกพาหิรวตฺถูนิ ปุพฺเพ อวิสทานิ เฉทนมลหรณาทินา วิสทานิ กตานิ, ตสฺเสวํ วิสทวตฺถุกสฺส อุปฺปนฺเนสุ จิตฺตเจตสิเกสุ วิสทํ ญาณํ โหติ ปริสุทฺธานิ ทีปกปลฺลกาทีนิ นิสฺสาย อุปฺปนฺนทีปสิขาย โอภาโส วิย. ยสฺส จ สทฺธินฺทฺริยาทีสุ อญฺญตรํ พลวํ โหติ, อิตรานิ มนฺทานิ, ตโต ตานิ สกสกกิจฺจํ กาตุํ น สกฺโกนฺติ, ตสฺมา โส ตสฺส โพชฺฌงฺควิภงฺเค อาคตนเยน เตน เตน อากาเรน สมตฺตํ ปฏิปาเทติ, ตสฺเสวํ อินฺทฺริยานํ สมตฺตํ ปฏิปาเทนฺตสฺส วิปสฺสนาญาณาทีนํ วเสน จิตฺตํ ญาณสหคตํ โหติ. โย ปน ทุปฺปญฺญปุคฺคเล ปริวชฺเชติ, ปญฺญวนฺตปุคฺคเล วา ปยิรุปาสติ, ขนฺธาทีสุ โอคาฬฺหํ ภควโต คมฺภีรญาณจริยํ วา ปจฺจเวกฺขติ, ฐานนิสชฺชาทีสุ ตทธิมุตฺตจิตฺโต วา วิหรติ, อิเมสมฺปิ อุปฺปชฺชมานํ กุสลํ ญาณสมฺปยุตฺตํ โหติ. อปิจ พุทฺธาทิคุณานุสฺสรเณนปิ จิตฺตํ ญาณสหคตํ โหติ. ยถาห –

‘‘ยสฺมึ, มหานาม, สมเย อริยสาวโก ตถาคตํ อนุสฺสรติ, เนวสฺส ตสฺมึ สมเย ราคปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหติ, น โทส…เป… น โมหปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหติ, อุชุคตเมวสฺส ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ โหติ ตถาคตํ อารพฺภ. อุชุคตจิตฺโต โข ปน, มหานาม, อริยสาวโก ลภติ อตฺถเวทํ, ลภติ ธมฺมเวทํ, ลภติ ธมฺมูปสํหิตํ ปาโมชฺชํ, ปมุทิตสฺส ปีติ ชายติ, ปีติมนสฺส กาโย ปสฺสมฺภติ, ปสฺสทฺธกาโย สุขํ เวเทติ, สุขิโน จิตฺตํ สมาธิยติ, สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๖.๑๐; ๑๑.๑๑).

เอวํ พุทฺธานุสฺสติอาทโยปิ ราคาทิมลวิโสธเนน ญาณุปฺปตฺติเหตุกาเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. กิญฺจ – ติเหตุกปฏิสนฺธิกตา ญาณุปฺปตฺติการณํ. ปฏิสนฺธิปญฺญา หิ อาทิโต ปฏฺฐาย ภวงฺคสนฺตติวเสน พหุลํ ปวตฺตมานา สนฺตานปริภาวเนน ญาณุปฺปตฺติยา สวิเสสอุปนิสฺสโย โหติ. อสงฺขาริกตฺตํ ปน สปฺปายอุตุโภชนอาวาสาทิปจฺจเยหิ โหตีติ. โหนฺติ เจตฺถ –

‘‘อิฏฺฐารมฺมณตา สทฺธาพาหุลฺยํ ทิฏฺฐิสุทฺธิ จ;

ผลทสฺสาวิตา เจว, ปีติโพชฺฌงฺคเหตุโย.

‘‘เอกาทส ตถา ธมฺมา, อคมฺภีรสภาวตา;

โสมนสฺสยุตฺตา สนฺธิ, อิจฺเจเต สุขเหตุโย.

‘‘อภาโว สุขเหตูนํ, มชฺฌตฺตารมฺมณนฺติ จ;

อุเปกฺขุปฺปตฺติเหตุ จ, เอวํ เญยฺยา วิภาวินา.

‘‘กมฺมูปปตฺติโต เจว, ตถา อินฺทฺริยปากโต;

กิเลสูปสมา ธมฺม-วิจยสฺส จ เหตุหิ.

‘‘สตฺตธมฺเมหิ พุทฺธาทิ-คุณานุสฺสรเณน จ;

สปฺปญฺญสนฺธิโต เจว, จิตฺตํ ญาณยุตํ สิยา.

‘‘อุตุโภชนอาวาส-สปฺปายาทีหิ เหตุหิ;

อสงฺขาริกภาโวปิ, วิญฺญาตพฺโพ วิภาวินา’’ติ.

เอวํ เวทนาญาณปฺปโยคเภทโต อฏฺฐวิธํ กามาวจรจิตฺตํ นิทฺทิสิตฺวา อิทานิ ตํ นิคเมนฺโต อาห ‘‘อิทํ…เป… นามา’’ติ.

๑๒. เยน ปนตฺเถน อิทํ ‘‘กามาวจร’’นฺติ วุจฺจติ, ตํ ทานิ ทสฺเสตุํ ‘‘อุทฺทานโต’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อุทฺทานโตติ อุทฺเทสโต, สงฺเขปโตติ อตฺโถ. กิญฺจาปิ อวสิฏฺฐกิเลสาทโย วิย กิเลสกาโมปิ อสฺสาเทตพฺพตาย วตฺถุกาเม สงฺคหิโต ญาณํ วิย เญยฺเยติ สงฺเขปโต เอโกเยว กาโม สิยา, ตถาปิ กิเลสกาโม วตฺถุกามภาวํ คจฺฉนฺโต กามนียฏฺเฐน คจฺฉติ, น กามนวเสน. กามนวเสน จ ปน กิเลสกาโมว โหติ, น ปน วตฺถุกาโมติ อาห ‘‘เกฺลสวตฺถุวสา’’ติอาทิ. โก ปเนตฺถ วตฺถุกาโม, โก กิเลสกาโมติ โจทนํ มนสิ นิธาย ‘‘ฉนฺโท กาโม, ราโค กาโม, ฉนฺทราโค กาโม, สงฺกปฺโป กาโม, ราโค กาโม, สงฺกปฺปราโค กาโม’’ติ (มหานิ. ๑) เอวํ นิทฺเทสปาฬิยํ อาคตา นิทฺทิฏฺฐา กามตณฺหาว อิธ กิเลสกาโม. วตฺถุกาโมติ จ ‘‘มนาปิกา รูปา…เป… มนาปิกา โผฏฺฐพฺพา…เป… สพฺเพปิ กามาวจรา ธมฺมา…เป… สพฺเพปิ รูปาวจรา…เป… สพฺเพปิ อรูปาวจรา…เป… กามา’’ติ (มหานิ. ๑) ตตฺเถว นิทฺทิฏฺฐา สวิญฺญาณาวิญฺญาณปฺปเภทา เตภูมกธมฺมาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กิเลโส…เป… วฏฺฏก’’นฺติ. ‘‘ฉนฺทราโควา’’ติ อวธารเณน กิเลสภาเวน นิรุเฬฺหสุ โลภโทสโมหาทีสุ ทสสุ โทสโมหาทโย นว กิเลเส ปฏิกฺขิปติ. กามรูปารูปตณฺหาย วตฺถุ ปติฏฺฐานํ, การณภูตนฺติ วา วตฺถุ.

๑๓. กถํ ปน กิเลสกาโม นาม, กถญฺจ วตฺถุกาโมติ อาห ‘‘กิเลสกาโม’’ติอาทิ. กาเมตีติ วตฺถุกามํ ปตฺเถติ. กามียตีติ กิเลสกาเมน ปตฺถียติ. อิติ-สทฺโท ‘‘ตสฺมา’’ติ อิมสฺส อตฺเถ. จ-สทฺโท เอว-การตฺเถ, เตน ยสฺมา กิเลสกาโม กาเมตีติ กาโม, วตฺถุกาโม จ กามียตีติ, ตสฺมา เอว กิเลสกาโม, วตฺถุกาโม จาติ ทุวิโธปิ เอส กาโม การกทฺวเย กตฺตริ, กมฺมนิ จ สิชฺฌติ, กตฺตุภาวํ, กมฺมภาวญฺจ ปจฺจนุโภตีติ อตฺโถ. อถ วา ทุวิโธติ ทฺวินฺนํ กามานํ วาจกโต ทุวิโธ. ‘‘กาโม’’ติ อยํ สทฺโท การกทฺวเย สิชฺฌติ ยถาวุตฺตการกยุคเฬ นิปฺผชฺชติ, กตฺตริ, กมฺมนิ จ ‘‘กาโม’’ติ ปทสมฺภโว โหตีติ อตฺโถ. โว-กาโร ปน นิปาตมตฺตํ ‘‘เอวํ โว กาลามา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๖๖) วิย. อถ วา โวการกทฺวเยติ ขนฺธทฺวเยติ อตฺโถ. กิเลสกาโม หิ สงฺขารสภาวตฺตา สงฺขารกฺขนฺเธ, วตฺถุกาโม จ วกฺขมานนเยน ปญฺจกามคุณภูโต รูปสภาวตฺตา รูปกฺขนฺเธติ เอวํ ทุวิโธเปส กาโม ขนฺธทฺวเย สิชฺฌติ นิปฺผชฺชติ, อนฺโตภาวํ คจฺฉตีติ.

๑๔. สมฺปชฺชนานิ สมฺปตฺติโย, ตาสํ วเสน วิสยวิสยีภาเวน อญฺญมญฺญํ สโมสรณวเสน, สมฺปาปุณนวเสนาติ อตฺโถ. อิมินา ปน อิทํ ทีเปติ – ยตฺถ ทุวิโธปิ กาโม วิสยวิสยีภาเวน สหิโต ปวตฺตติ, โสเยว เอกาทสวิโธ ปเทโส กามาวจรสญฺญิโต. ยตฺถ ปน รูปารูปธาตุยํ เกวลํ วตฺถุกาโมว ปวตฺตติ, น โส ปเทโส กามาวจโร นามาติ. นนุ จ ทุวิโธปิ สหิโต รูปารูปธาตูสุ ปวตฺตติ, รูปารูปาวจรธมฺมานํ วตฺถุกามตฺตา, ตทารมฺมณภูตานญฺจ รูปารูปตณฺหานํ ตํโยเคน กิเลสกามภาวสิทฺธิโตติ? นยิทเมวํ โอรมฺภาคิยภูตสฺส พหลกิเลสสฺเสว กามราคสฺส อิธ กิเลสกามภาเวน อธิปฺเปตตฺตา. ‘‘อุทฺทานโต ทุเว กามา’’ติ สพฺเพ กาเม อุทฺทิสิตฺวาปิ หิ ‘‘ปเทโส จตุปายาน’’นฺติอาทินา วิสยนิยมเนน ‘‘ทุวิโธปิ อย’’นฺติ เอตฺถ กาเมกเทสภูโต นีวรณาวตฺถาย กถิโต กามราโค กิเลสกามภาเวน, ตพฺพตฺถุกาเยว ธมฺมา วตฺถุกามภาเวน คหิตา, น รูปารูปตณฺหา, ตพฺพตฺถุกธมฺมา จาติ ญาปียติ. เอวญฺจ กตฺวา อุปริ วกฺขมานา สสตฺถาวจรูปมา อุปปนฺนา โหติ, ยถาวุตฺตานเมว กามานํ อิธ อธิปฺเปตตฺตา รูปารูปธาตูสุ วิมานกปฺปรุกฺขวตฺถาลงฺการปริตฺตกุสลาทิเภเทสุ กามาวจรธมฺเมสุ ปวตฺโต ฉนฺทราโค กิเลสกาโม นาม น โหติ, น จ ตพฺพตฺถุภูตํ วิมานกปฺปรุกฺขาทิปริตฺตธมฺมชาตํ วตฺถุกาโม นามาติ สิทฺธํ. เตเนวาห ‘‘กาโม วา กามสญฺญา วา พฺรหฺมโลเก น วิชฺชตี’’ติ. กามาวจรสตฺตสนฺตานคตตณฺหาย วิสยภาเว สติ ปน ตํโยเคน รูปารูปธาตูสุปิ ปวตฺตมาโน ปริตฺตธมฺโม วตฺถุกาโมเยวาติ เวทิตพฺพํ. อถ วา นิทฺเทเส อาคตนเยน นิรวเสโส กิเลสกาโม กามตณฺหาภวตณฺหาวิภวตณฺหานิโรธตณฺหาปเภโท อิธ ปวตฺตติ. วตฺถุกาเมสุปิ อปฺปกํ รูปารูปวิปากมตฺตํ ฐเปตฺวา สพฺโพเยว อิธ ปวตฺตตีติ อนวเสสปฺปวตฺตึ สนฺธาย ‘‘กาโมยํ ทุวิโธปิ จา’’ติ วุตฺตํ. กิญฺจาปิ เอวํ วุตฺตํ, เตสุ ปน พหลกิเลสกามภูโต พหลกามราโค จ ตพฺพตฺถุกา ปญฺจ กามคุณา จ อิธ คหิตาติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘สมฺปตฺตีนํ วเสนา’’ติ วุตฺตํ. สมฺปชฺชนวเสน, สมิชฺฌนวเสนาติ อตฺโถ. อวจรตีติ ปวตฺตติ. อิติ-สทฺโท เหตุมฺหิ, ยสฺมา ทุวิโธปิ อยํ กาโม อวจรติ, ตสฺมา กาโม เอตฺถ อวจรตีติ กามาวจรสญฺญิโตติ อตฺโถ.

๑๕. สคฺคโมกฺขเหตุภูตา ปุญฺญสมฺมตา อยา เยภุยฺเยน อเปตาติ อปายา. นิรยาทิวเสน จตฺตาโร อปายา จตุปายา. ฉนฺนนฺติ จาตุมหาราชิกตาวตึสยามาตุสิตานิมฺมานรติปรนิมฺมิตวสวตฺติสงฺขาตานํ ฉนฺนํ เทวโลกานํ. เมรุปาทวาสิโน ปน อสุรา ตาวตึเสสุเยว สงฺคยฺหนฺตีติ น เตหิ สทฺธึ สตฺตนฺนนฺติ วุตฺตํ. มนโส อุสฺสนฺนตาย มนุสฺสา, สติสูรภาวพฺรหฺมจริยโยคฺยตาทิคุณวเสน อุปจิตมานสตาย อุกฺกฏฺฐคุณจิตฺตตายาติ อตฺโถ, เต ปน นิปฺปริยายโต ชมฺพุทีปวาสิโน เวทิตพฺพา. ยถาห –

‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ฐาเนหิ ชมฺพุทีปกา มนุสฺสา อุตฺตรกุรุเก จ มนุสฺเส อธิคฺคณฺหนฺติ เทเว จ ตาวตึเส. กตเมหิ ตีหิ? สูรา สติมนฺโต อิธ พฺรหฺมจริยวาโส’’ติ (อ. นิ. ๙.๒๑).

เตหิ ปน สมานรูปาทิตาย สทฺธึ ปริตฺตทีปวาสีหิ อิตรมหาทีปวาสิโนปิ ‘‘มนุสฺสา’’อิจฺเจว ปญฺญายึสุ. โลกิยา ปน มนุโน อปจฺจภาเวเนว ‘‘มนุสฺสา’’ติ วทนฺติ. เอกาทสวิโธติ จตุราปาเยสุ ติรจฺฉานเปตฺติวิสยานํ วิสุํ ปริจฺฉินฺนสฺส โอกาสสฺส อภาเวปิ ยตฺถ เต อรญฺญสมุทฺทปพฺพตปาทาทิเก นิพทฺธวาสํ วสนฺติ, ตาทิสสฺส ฐานสฺส คหิตตฺตา เอกาทสวิโธ.

๑๖. นนุ เจตฺถ อญฺเญสมฺปิ ธมฺมานํ ปวตฺติสมฺภวโต กามสฺเสว อวจรณวเสน กถํ นามลาโภติ อาห ‘‘อสฺสาภิลกฺขิตตฺตา’’ติอาทิ. ตตฺถ อสฺสาติ อิมสฺส ทุวิธสฺส กามสฺส. อภิลกฺขิตตฺตาติ เอกาทสวิเธ ปเทเส ปากฏตฺตา. อถ วา อสฺสาติ กรณตฺเถ สามิวจนํ, ตสฺมา อเนน ทุวิเธน กาเมน เอกาทสวิธสฺส ปเทสสฺส อภิลกฺขิตตฺตา, ปญฺญาปิตตฺตาติ อตฺโถ. อถ วา อุปโยคตฺเถ สามิวจนวเสน อสฺส เอกาทสวิธสฺส ปเทสสฺส เตน ทุวิเธน อภิลกฺขิตตฺตาติ อตฺโถ. สห สตฺเถหีติ สสตฺถา, ยตฺถ เต อวจรนฺติ, โส สสตฺถาวจโร, ปเทโส. โส วิย. ยถา หิ ยสฺมึ ปเทเส สสตฺถา ปุริสา อวจรนฺติ, โส วิชฺชมาเนสุปิ อญฺเญสุ ทฺวิปทจตุปฺปทาทีสุ อวจรนฺเตสุ เตสํ ตตฺถ ปากฏตฺตา, เตหิ วา อภิลกฺขิตตฺตา ‘‘สสตฺถาวจโร’’เตฺวว ปญฺญายติ, เอวํ วิชฺชมาเนสุปิ อญฺเญสุ รูปาวจราทีสุ อวจรนฺเตสุ อภิลกฺขณวเสน อยํ ปเทโส ‘‘กามาวจโร’’เตฺวว สญฺญิโตติ. เอส นโย รูปารูปาวจเรสุ.

๑๗-๘. นนุ จ จิตฺตํ กามาวจรนฺติ วุตฺตํ, ยถาวุตฺตนเยน ปน ปเทสสฺส คหิตตฺตา กถํ ตตฺถ อวจรนฺตํ กามาวจรํ นามาติ อาห ‘‘สฺวาย’’นฺติอาทิ. โส อยํ กามาวจโร ‘‘กาโม’’ติ สญฺญิโตติ สมฺพนฺโธ. รูปภโว รูปนฺติ ยถา รูปภโว รูปํ. อวุตฺโตปิ หิ ยถาสทฺโท เอวํ-สทฺทสนฺนิฏฺฐานโต ลพฺภติ. ยถา ‘‘รูปูปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวตี’’ติ เอตฺถ ‘‘รูปภวูปปตฺติยา’’ติ วตฺตพฺเพ รูปภโว ‘‘รูป’’นฺติ สญฺญิโตติ อยเมตฺถ อตฺโถ. กถํ ปเนส เอวํ สญฺญิโตติ อาห ‘‘อุตฺตรสฺสา’’ติอาทิ. อถ วา ยถา อุตฺตรสฺส ปทสฺส โลปํ กตฺวา อุทีริโต เอส รูปภโว ‘‘รูป’’นฺติ สญฺญิโต, เอวํ สฺวายํ กามาวจโร กาโมติ สมฺพนฺโธ. ตสฺมึ กาเมติ ตสฺมึ อุตฺตรปทโลปวเสน กามสญฺญิเต ปเทเส. อิทนฺติ อิทํ อฏฺฐวิธํ จิตฺตํ. อธิการวเสน ปน ตสฺส คหเณปิ สพฺเพสเมว ปริตฺตจิตฺตานมยมตฺโถ ลพฺภติ สพฺเพสมฺปิ กาเม อวจรณโต. สทาติ สพฺพกาลํ, พาหุเลฺยนาติ อธิปฺปาโย. อิมินา ปน อิทํ ทีเปติ – ยถา สงฺคาเม เยภุยฺเยน อวจรนฺโต ‘‘สงฺคามาวจโร’’ติ ลทฺธนาโม หตฺถี อญฺญตฺถ อวจรนฺโตปิ พาหุลฺลปฺปวตฺติวเสน ‘‘สงฺคามาวจโร’’เตฺวว ปญฺญายติ, เอวมิทํ อญฺญตฺถ อวจรนฺตมฺปิ กามโลเก พาหุลฺลวุตฺติโต ‘‘กามาวจร’’มิจฺเจว วุตฺตนฺติ. เตน ปน นนุ เจตํ รูปารูปภเวสุปิ อวจรณโต รูปาวจราทินามมฺปิ ลเภยฺยาติ อิทํ โจทนํ ปริหรติ. โหติ เจตฺถ –

‘‘กาเมวจรตีเตฺยตํ, กามาวจรสญฺญิตํ;

เสเส อวจรนฺตมฺปิ, สงฺคามาวจโร ยถา’’ติ.

อิติ-สทฺโท เหตุมฺหิ. จ-สทฺโท วตฺตพฺพนฺตรสมุจฺจเย. เตน ยสฺมา อุตฺตรปทโลเปน กามาวจโร ‘‘กาโม’’ติ สญฺญิโต, ยสฺมา จ ตสฺมึ กาเม อิทํ จิตฺตํ สทา อวจรติ, ตสฺมา ‘‘กามาวจร’’มิจฺเจว กถิตํ, น ปน กามาวจราวจรํ, นาปิ รูปารูปาวจรนฺติ วาติ อธิปฺปาโย. กามฆาตินาติ เทสนาญาเณน วิเนยฺยสนฺตานคตสฺส กิเลสกามสฺส หนนสีเลน สมฺมาสมฺพุทฺเธน.

๑๙. ปฏิสนฺธึ …เป… อวจารยตีติ วาติ อถ วา ยสฺมา ยตฺถ กตฺถจิ อุปฺปนฺนมฺปิ กาเม ภเวเยว ปฏิสนฺธึ อวจารยติ, ตสฺมา อิทํ กาเม อวจารยตีติ ‘‘กามาวจร’’นฺติ กถิตํ จา-สทฺทสฺส รสฺสตฺตํ กตฺวาติ อตฺโถ. เอวํ อุตฺตรปทโลปวเสน ปทสมฺภวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วินาปิ อุตฺตรปทโลปํ กามาวจร-สทฺทสฺส สมฺภวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปริยาปนฺนนฺติ ตตฺร วา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺราติ ตสฺมึ กามภเว. ปริยาปนฺนนฺติ อนฺโตคธํ. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย –

‘‘กตเม ธมฺมา กามาวจรา? เหฏฺฐโต อวีจินิรยํ ปริยนฺตํ กตฺวา อุปริโต ปรนิมฺมิตวสวตฺตี เทเว อนฺโตกริตฺวา ยํ เอตสฺมึ อนฺตเร เอตฺถาวจรา เอตฺถ ปริยาปนฺนา ขนฺธธาตุอายตนา รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ. อิเม ธมฺมา กามาวจรา’’ติ (ธ. ส. ๑๒๘๗) –

วุตฺตตฺตา ยถา มนุสฺสิตฺถิยา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺโตปิ ติรจฺฉานคติโก ติรจฺฉานโยนิยเมว ปริยาปนฺนตฺตา ‘‘ติรจฺฉาโน’’เตฺวว วุจฺจติ, เอวมิทํ รูปารูปภเวสุ อุปฺปนฺนมฺปิ กามภวปริยาปนฺนตฺตา ‘‘กามาวจร’’มิจฺเจว กถิตนฺติ. ตปฺปริยาปนฺนตา จสฺส อวีจิปรนิมฺมิตปริจฺฉินฺโนกาสนินฺนาย กามตณฺหาย วิสยภาวโตติ เวทิตพฺพา. ตถา หิ วุตฺตํ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน นิกฺเขปกณฺเฑปิ ‘‘‘เอตฺถาวจรา’ติ วจนํ อวีจิปรนิมฺมิตปริจฺฉินฺโนกาสาย กามตณฺหาย วิสยภาวํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. ปทสมฺภโว ปเนตฺถ เอวํ เวทิตพฺโพ – กามตณฺหา กาโม, โส เอตฺถ อารมฺมณกรณวเสน อวจรตีติ กามาวจรนฺติ. นนุ เจตฺถ กตมา กามตณฺหา, ยา กามาวจรธมฺมารมฺมณา ตณฺหา. กตเม กามาวจรธมฺมา, เย กามตณฺหาวิสยาติ เอวํ อิตรีตรนิสฺสยตาโทโส อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ, อวีจิอาทิเอกาทโสกาสนินฺนตาย ยํกิญฺจิ ตณฺหํ กามตณฺหาภาเวน คเหตฺวา ตํสภาวาย ตณฺหาย วิสยภาเวน กามาวจรธมฺมานํ อุปลกฺเขตพฺพภาวโต. อถ วา กิเลสวตฺถุวเสน ทุวิโธปิ กาโม ยถารหํ สหชาตวเสน เอตฺถ อวจรตีติ กามาวจรํ, อารมฺมณกรณวเสน วา ทุวิเธปิ กาเม เอตํ อวจรตีติ กามาวจรํ. อถ วา มญฺจนิสฺสิตเกสุ อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺเตสุ นิสฺสยนิสฺสิตานํ อเภทสฺส พุทฺธิยา คหิตตฺตา นิสฺสิตเกสุ นิสฺสยูปจารวเสน ‘‘มญฺจา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺตี’’ติ วุจฺจติ, เอวเมตมฺปิ กามาวจรภเว ปวตฺตนวเสน ตนฺนิสฺสิตตฺตา นิสฺสยโวหาเรน ‘‘กามาวจร’’นฺติ วุจฺจติ. โหติ เจตฺถ –

‘‘กาโมวจรตีเตฺยตฺถ, กาเมวจรตีติ วา;

ฐานูปจารโต วาปิ, ตํ กามาวจรํ ภเว’’ติ.

๒๐. ปุชฺชผลนิพฺพตฺตนโต, อตฺตสนฺตานํ ปุนนโต จ ปุญฺญานิ, กตฺตพฺพตาย กิริยา, เตสํ เตสํ อานิสํสานํ วตฺถุตาย วตฺถูนิ จาติ ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ. คณนโต ทสปริมาณตฺตา ทส จ ตานิ ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ จาติ ทส ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ, เตสํ วเสนาติ ทสปุญฺญกฺริยวตฺถุวเสน, ทสปุญฺญกิริยวตฺถุภาเวน ตํมยํ หุตฺวาติ อตฺโถ. เอว-กาเรน ปน รูปารูปโลกุตฺตรํ วิย น เกวลํ ภาวนาวเสเนวาติ ทสฺเสติ. อถ วา ทสปุญฺญกิริยวตฺถุวเสเนว ปวตฺตติ, น ปน ปเรหิ ปริกปฺปิตปรปสํสาทิปุญฺญกิริยวตฺถุวเสนาติ เอว-สทฺเทน อวธารณํ. ยโต วกฺขติ ‘‘สพฺพานุสฺสติปุญฺญญฺจา’’ติอาทิ.

๒๑. กานิ ปน ตานิ ทสปุญฺญกิริยวตฺถูนิ, เยสํ วเสน อิทํ อฏฺฐวิธํ จิตฺตํ ปวตฺตตีติ วุตฺตนฺติ อิมํ อนุโยคํ สนฺธาย ตานิ สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘ทานํ สีล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ทิยฺยติ เอเตนาติ ทานํ, ปริจฺจาคเจตนา. อิธ ปน จิตฺตาธิการวเสน ตํสมฺปยุตฺตํ คเหตพฺพํ. ตถา ‘‘สีลา’’ทีสุปิ. สีลตีติ สีลํ, กายวจีกมฺมานิ สมาทหตีติ อตฺโถ. สุสิลฺยวเสน หิ กายกมฺมาทีนิ อวิปฺปกิณฺณานิ สมฺปติ, อายติญฺจ หิตสุขาวหานิ สมฺมา ฐปิตานิ สมาหิตานิ โหนฺติ, สีลยติ อุปธาเรตีติ วา สีลํ. อุปธารณํ ปเนตฺถ กุสลานํ อธิฏฺฐานภาโว. ภาเวติ กุสลธมฺเม อาเสวติ วฑฺเฒติ เอตายาติ ภาวนา. อตฺตโน สนฺตาเน นิปฺผนฺนา ปตฺติ ทิยฺยติ เอเตนาติ ปตฺติทานํ. ตํตํกิจฺจกรเณ พฺยาวฏสฺส ภาโว เวยฺยาวจฺจํ. เทเสติ เอตายาติ เทสนา. ปตฺตึ อนุโมทติ เอเตนาติ ปตฺตานุโมโท. ปุพฺพปทโลเปน ปน ‘‘อนุโมโท’’ติ วุตฺตํ. ทิฏฺฐิยา อุชุภาโว ทิฏฺฐิชุตฺตํ, สมฺมาทิฏฺฐิยา อุชุกรณนฺติ อตฺโถ. อตฺตโน, ปรสฺส วา หิตชฺฌาสยวเสน สมฺมา สุณนฺติ เอตายาติ สํสุติ. ปูชาวเสน อปจายติ สามีจึ กโรติ เอเตนาติ อปจาโย. ปุญฺญกิริยวตฺถูนํ ปเภโท ปุญฺญกิริยวตฺถุปฺปเภโท. มชฺฌปทโลปวเสน ปน ‘‘ปุญฺญวตฺถุปฺปเภโท’’ติ วุตฺตํ ยถา อาชญฺญยุตฺโต รโถ ‘‘อาชญฺญรโถ’’ติ. อยํ ตาเวตฺถ ปทวิจาโร.

อยํ ปน วินิจฺฉโย – ตตฺถ เสขปุถุชฺชนานํ ปรํ อุทฺทิสฺส ปูชานุคฺคหกามตาย อตฺตโน วิชฺชมานวตฺถุปริจฺจชนวเสน ปวตฺตา เจตนา ทานมยปุญฺญกิริยวตฺถุ นาม. ขีณาสวานมฺปิ ตถา ปวตฺตา ทานเมว, สา ปน ปุญฺญกิริยา นาม น โหตีติ น อิธ อธิปฺเปตา. ปุชฺชผลนิพฺพตฺตนโต, หิ อตฺตสนฺตานํ ปุนนโต จ ปุญฺญํ, น จ ขีณาสวสนฺตาเน ปวตฺตา ผลนิพฺพตฺติกา โหติ, น จ ตํ ปุนาติ วิสุทฺธสนฺตานปฺปวตฺตตฺตาติ. เอวํ เสเสสุปิ.

ยา ปน นิจฺจสีลอุโปสถสีลาทิวเสน ปญฺจสีลํ อฏฺฐสีลํ ทสสีลํ สมาทิยนฺตสฺส, อสมาทิยนฺตสฺสปิ กุลจาริตฺตวเสน สมฺปตฺตกายทุจฺจริตาทีหิ วิรมนฺตสฺส, อุปสมฺปทมาฬเก สํวรํ สมาทิยนฺตสฺส, ปาติโมกฺขํ ปริปูเรนฺตสฺส, อาปาถคตวิสเยสุ จกฺขาทีนิ อินฺทฺริยานิ ถเกนฺตสฺส, จีวราทิเก จ ปจฺจเย ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส, กุหนาทิวตฺถุโต อาชีวํ ปริโสเธนฺตสฺส ปวตฺตา เจตนา, อยํ สีลมยปุญฺญกิริยวตฺถุนาม. เอตฺถาห – ‘‘ทานํ นาเมตํ มยฺหํ กุลวํโส กุลจาริตฺต’’นฺติ เอวํ จาริตฺตสีเล ฐตฺวา เทนฺตสฺส ปวตฺตา ทานมยปุญฺญกิริยวตฺถุ กึ, อุทาหุ สีลมยนฺติ? สีลมยเมว จาริตฺตสีลภาวโต. เทยฺยธมฺมปริจฺจาควเสน ปวตฺตาปิ เหสา ปุพฺพาภิสงฺขารสฺส อปรภาเค เจตนาย จ ตถา ปวตฺตตฺตา สีลมยเมว ปุญฺญกิริยวตฺถุ, น ทานมยํ. ปูชานุคฺคหกามตาย หิ ทินฺนํ ทานมยนฺติ.

‘‘จกฺขุ อนิจฺจ’’นฺติอาทินา ปน จกฺขาทิเก ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สมฺมสนฺตสฺส ปวตฺตา โคตฺรภุโวทานปริโยสานา วิปสฺสนาเจตนา, กสิณาทีสุ อารมฺมเณสุ อปฺปนํ อปฺปตฺตา โคตฺรภุปริโยสานา ปริกมฺมเจตนา จาติ อยํ ภาวนามยปุญฺญกิริยวตฺถุ นาม. อปฺปนาปฺปตฺตาปิ ภาวนาเยว, สา ปน น กามาวจราติ อิธ น คหิตา. นิรวชฺชวิชฺชายตนกมฺมายตนสิปฺปายตนานํ สิกฺขนเจตนาปิ ภาวนามเยเยว สโมธานํ คจฺฉตีติ อาจริยา. ยา เจตฺถ เทยฺยธมฺมํ ขยโต วยโต สมฺมสิตฺวา ททโต ปวตฺตา, สาปิ ปุพฺเพ วิย อุภยภาเค เจตนานํ ตถา ปวตฺตตฺตา ภาวนามยปุญฺญกิริยวตฺถุเยวาติ เวทิตพฺพํ.

ทานาทิกํ ยํ กิญฺจิ สุจริตกมฺมํ กตฺวา ‘‘อสุกสฺส จ นาม ปตฺติ โหตุ, สพฺพสตฺตานํ วา โหตู’’ติ เอวํ อตฺตนา กตสฺส ปเรหิ สาธารณภาวํ ปจฺจาสีสนวเสน ปวตฺตา ปตฺติทานมยปุญฺญกิริยวตฺถุ นาม. กึ ปเนวํ ปตฺตึ ททโต ปุญฺญกฺขโย โหตีติ? น โหติ, ยถา ปน เอกํ ทีปํ ชาเลตฺวา ตโต ทีปสหสฺสํ ชาเลนฺตสฺส ปฐมทีโป ขีโณติ น วตฺตพฺโพ, ปุริมาโลเกน ปน สทฺธึ ปจฺฉิมาโลกสฺส เอกีภาเว อติมหาว โหติ, เอวเมว ปตฺตึ ททโต ปริหานิ นาม น โหติ, วุฑฺฒิเยว ปน โหตีติ ทฏฺฐพฺพา. กถํ ปเนสา ทินฺนา นาม โหตีติ? ‘‘อิทํ เม ปุญฺญกมฺมํ สพฺพสตฺตานํ, อสุกสฺส วา ปริณมตู’’ติ เอวํ ปุพฺพภาเค, ปจฺฉาปิ วา วจีเภทํ กโรนฺเตน มนสา เอว วา จินฺเตนฺเตน ทินฺนา นาม โหติ. เกจิ ปน ‘‘ยํ มยา กตํ สุจริตํ, ตสฺส ผลํ ‘ทมฺมี’ติ วุตฺเตปิ ปตฺติ ทินฺนาว โหตี’’ติ วทนฺติ. กุสลกมฺมาธิการตฺตา ปน ปเรหิ จ กมฺมสฺเสว อนุโมทิตพฺพตฺตา กมฺมเมว ทาตพฺพํ, อนุโมเทนฺเตนปิ กมฺมเมว อนุโมทิตพฺพนฺติ อิทเมตฺถ อาจริยานํ สนฺนิฏฺฐานํ.

จีวราทีสุ ปจฺจาสารหิตสฺส อสํกิลิฏฺเฐน อชฺฌาสเยน สมณพฺราหฺมณานํ วตฺตปฏิวตฺตกรณวเสน, คิลานุปฏฺฐานวเสน จ ปวตฺตา เวยฺยาวจฺจมยปุญฺญกิริยวตฺถุ นาม.

อามิสกิญฺจกฺขาทินิรเปกฺขจิตฺตสฺส อตฺตโน ปคุณํ ธมฺมํ วิมุตฺตายตนสีเส ฐตฺวา เทเสนฺตสฺส, ตเถว นิรวชฺชวิชฺชายตนาทิกํ อุปทิสนฺตสฺส จ ปวตฺตา เทสนามยปุญฺญกิริยวตฺถุ นาม. ปเรหิ กตํ ยํ กิญฺจิ สุจริตกมฺมํ ทินฺนมทินฺนมฺปิ วา อิสฺสามจฺเฉรมลํ ปหาย ‘‘สาธุ สุฏฺฐู’’ติ อนุโมทนฺตสฺส ปวตฺตา อนุโมทนปุญฺญกิริยวตฺถุ นาม, ‘‘อตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินา กมฺมสฺสกตาญาณวเสน ทิฏฺฐึ อุชุํ กโรนฺตสฺส ปวตฺตา ทิฏฺฐิชุกมฺมปุญฺญกิริยวตฺถุ นาม. ยทิ เอวํ ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ทิฏฺฐิชุกมฺมปุญฺญกิริยตา น ลพฺภตีติ? โน น ลพฺภติ ปุริมปจฺฉิมเจตนานมฺปิ ตํตํปุญฺญกิริยาเสฺวว สงฺคณฺหนโต. ตถา หิ วกฺขติ –

‘‘ปุริมา มุญฺจนา เจว, ปรา ติสฺโสปิ เจตนา;

โหติ ทานมยํ ปุญฺญํ, เอวํ เสเสสุ ทีปเย’’ติ.

ตสฺมา กิญฺจาปิ อุชุกรณเวลายํ ญาณสมฺปยุตฺตเมว จิตฺตํ โหติ, ปุริมปจฺฉาภาเค ปน ญาณวิปฺปยุตฺตมฺปิ โหตีติ ตสฺสาปิ ทิฏฺฐิชุกมฺมปุญฺญกิริยภาโว อุปฺปชฺชติ.

อปเร ปนาหุ – วิญฺญาณปญฺญาณวเสน ทสฺสนํ ทิฏฺฐิ, จิตฺตํ ปญฺญา จ. ทิฏฺฐิยา อุชุภาโว ทิฏฺฐิชุตฺตํ. กึ ตํ? กุสลญฺจ วิญฺญาณํ กมฺมสฺสกตาญาณาทิ จ สมฺมาทสฺสนํ. ตตฺถ กุสลวิญฺญาเณน ญาณุปฺปาเทปิ อตฺตโน สุจริตานุสฺสรณปรคุณปสํสาสรณคมนานํ สงฺคโห, กมฺมสฺสกตาญาเณน กมฺมปถสมฺมาทิฏฺฐิยาติ. ทานาทิสมฺปยุตฺตํ ปน ญาณํ ทานาทีเสฺวว อนฺโตคธนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘เอวมิมํ ธมฺมํ สุตฺวา ตตฺถ วุตฺตนเยน ปฏิปชฺชนฺโต โลกิยโลกุตฺตรคุณวิเสสํ อธิคมิสฺสามิ, พหุสฺสุโต วา หุตฺวา ปเร ธมฺมเทสนาย อนุคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ เอวํ อตฺตโน, ปเรสํ วา วิมุตฺตายตนสีเสน สทฺธมฺมํ สุณนฺตสฺส ปวตฺตา สวนมยปุญฺญกิริยวตฺถุ นาม. นิรวชฺชวิชฺชายตนาทิสวนเจตนาปิ เอตฺเถว สงฺคยฺหติ. ปูชารเห, ครุฏฺฐานิเย, มหลฺลเก จ ทิสฺวา อาสนา วุฏฺฐหนฺตสฺส ปตฺตจีวรปฏิคฺคหณมคฺคทานอภิวาทนอญฺชลิกมฺมกรณอาสนปุปฺผคนฺธาทิอภิหารํ กโรนฺตสฺส จ ปวตฺตา พหุมานเจตนา อปจิติสหคตปุญฺญกิริยวตฺถุ นาม. เวยฺยาวจฺจาปจายนานญฺหิ อยํ วิเสโส – วยสา, คุเณน จ เชฏฺฐานํ, คิลานานญฺจ ตํตํกิจฺจกรณํ เวยฺยาวจฺจํ, สามีจิกิริยา อปจายนนฺติ.

๒๒-๓. เอวํ อฏฺฐกถาย อาคตนเยน ทสปุญฺญกิริยวตฺถูนิ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สุตฺเต อาคตนเยน ทานํ สีลํ ภาวนาติ ตีณิเยว ทสฺเสตุํ เตสุ อิตเรสมฺปิ สงฺคหํ ทีเปนฺโต อาห ‘‘คจฺฉนฺติ สงฺคห’’นฺติอาทิ. ตตฺถ ปตฺติทานานุโมทนา ทาเน สงฺคหํ คจฺฉนฺติ ตํสภาวตฺตา. ทานมฺปิ หิ อิสฺสามจฺเฉรานํ ปฏิปกฺขํ, เอเตปิ, ตสฺมา สมานปฏิปกฺขตาย ทาเนน สห เอกลกฺขณตฺตา เอเต ทานมยปุญฺญกิริยวตฺถุมฺหิ สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. เวยฺยาวจฺจาปจายนา สีลมเย ปุญฺเญ สงฺคหํ คจฺฉนฺติ จาริตฺตสีลสภาวตฺตา. เทสนาสวนทิฏฺฐิอุชุกา ปน กุสลธมฺมาเสวนโต ภาวนโต ภาวนามเย สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. เกจิ ปน ‘‘เทเสนฺโต, สุณนฺโต จ เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา ลกฺขณํ ปฏิวิชฺฌ เทเสติ, สุณาติ จ, ตานิ จ เทสนาสวนานิ ปฏิเวธเมว อาหรนฺตีติ เทสนาสวนํ ภาวนามเย สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติ วทนฺติ. ธมฺมทานภาวโต ‘‘เทสนา ทานมเย สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติปิ สกฺกา วตฺตุํ. ตถา ทิฏฺฐิชุกมฺมํ สพฺพตฺถาปิ สพฺเพสํ นิยมนลกฺขณตฺตาติ. ทานาทีสุ หิ ยํ กิญฺจิ ‘‘อตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินยปฺปวตฺตาย สมฺมาทิฏฺฐิยาว วิโสธิตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสนฺติ. เอวญฺจ กตฺวา ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ ‘‘ทิฏฺฐิชุกมฺมํ ปน สพฺเพสํ นิยมนลกฺขณ’’นฺติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๓๐๕) วุตฺตํ. มหาสํฆิยา ปน อภยคิริวาสิโน จ ทิฏฺฐิชุกมฺมํ วิสุํ ปุญฺญกิริยภาเวน น คณฺหนฺติ. ตถา หิ เต ทานํ สีลํ ภาวนา สํสุติ เทสนานุสฺสติโมทนํ เวยฺยาวจฺจปูชาสรณปฺปตฺติปสํสา จาติ อตฺตนา กตปุญฺญานุสฺสรณํ พุทฺธาทีสุ สรณคมนํ ปรคุณปสํสาติ อิมานิ ตีณิ ปกฺขิปิตฺวา ทิฏฺฐิชุกมฺมํ อคฺคเหตฺวา ทฺวาทส ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ ปญฺญาเปนฺติ. ปุน ตีเณวาติ ปฐมํ ทสาปิ สมานา ปุน สงฺเขปโต ตีเณว สมฺโภนฺติ.

๒๔. อิทานิ ปเรหิ นิทฺทิสิยมานานํ ปุญฺญานุสฺสรณาทีนํ อตฺตนา นิทฺทิฏฺเฐเสฺวว สโมธานํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพานุสฺสติปุญฺญญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สพฺพสฺเสว อตฺตนา กตสุจริตสฺส อนุสฺสรณํ สพฺพานุสฺสติปุญฺญํ นาม. ปสํสาติ ปเรหิ กตาย ปุญฺญกิริยาย, สมฺมาปฏิปตฺติยา จ วิปฺปสนฺนจิตฺเตน ปสํสนํ, สนฺตุสฺสนนฺติ อตฺโถ. สรณตฺตยนฺติ เอตฺถ สรนฺติ หึสนฺตีติ สรณานิ, พุทฺธาทีนิ ตีณิ รตนานิ. ตานิ หิ สรณคตานํ เตเนว สรณคมเนน ภยํ สนฺตาสํ ทุคฺคติปริกฺกิเลสํ หึสนฺติ วินาเสนฺติ. ตโย อวยวา อสฺสาติ ตยํ, ตีหิ อวยเวหิ ยุตฺตสมุทายสฺเสตํ อธิวจนํ, สรณานํ ตยํ สรณตฺตยํ, ตีณิ สรณานีติ วุตฺตํ โหติ. น หิ อวยววินิมุตฺโต สมุทาโย นาม โกจิ อตฺถีติ. อิธ ปน สรณตฺตยคฺคหเณน อุปจารโต, อุตฺตรปทโลปโต วา สรณคมนํ อธิปฺเปตํ. น หิ สรณตฺตยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ นาม โหติ. อตฺถโต ปเนตํ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ วต โส ภควา, สฺวากฺขาโต ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สํโฆ’’ติอาทินา พุทฺธาทีสุ ปสาทปฏิลาภวเสน ปวตฺตา เจตนา ทิฏฺฐิชุกมฺมสฺมึ สงฺคหํ ยนฺติ ตํวเสเนว เตสํ อิชฺฌโต. น หิ วิปรีตทิฏฺฐิกสฺส อิมานิ ตีณิ สมฺภวนฺติ, ตสฺมา เต เอกนฺเตน ทิฏฺฐิชุกมฺมปุญฺญกิริยวตฺถุสฺมึ สงฺคหํ คจฺฉนฺติ, น วิสุํ ปุญฺญกิริยภาเวน คเหตพฺพาติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘นตฺถิ สํสโย’’ติ. ทิฏฺฐิชุกมฺมสฺส ภาวนามยสงฺคเหปิ สงฺเขปนเยน ภาวนามเย สงฺคยฺหนฺติ, วิตฺถารนเยน ปน ‘‘กตฺถ นุ โข’’ติ สํสโย สิยาติ อิเมสํ ภาวนามยสงฺคโห น วุตฺโต. ทิฏฺฐิชุกมฺมสฺส วา สพฺเพสํ มหปฺผลภาวนิยามกตฺเตน มูลภูตตฺตา ตสฺส ปธานภาวํ ทสฺเสตุํ วิสุํ ตตฺถ สงฺคยฺหนฺตีติ วุตฺตํ. อปเร ปน ‘‘สงฺคณฺหนฺโต สงฺคณฺหาติ, คณฺหนฺโต ‘มุญฺจตี’ติ วจนโต สรณคมนสฺส สีลสมาทาเน วิย คหณํ สมฺภวตีติ สีลมเย สงฺคยฺหตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘สรณคมนํ ปณิปาตภาวโต อปจิติสหคเต สงฺคยฺหตี’’ติ เกจิ.

๒๕. อิทานิ ยถาวุตฺตปุญฺญกิริยวตฺถูนํ ปุริมปจฺฉิมภาควเสน ปวตฺตมานาปิ เจตนา ตตฺถ ตตฺเถว สงฺคหํ คจฺฉนฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปุริมา มุญฺจนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปุริมาติ ทานตฺถาย เทยฺยธมฺมํ ธมฺเมน สเมน อุปฺปาเทนฺตสฺส, อุปฺปนฺนํ ‘‘ปริจฺจชิสฺสามี’’ติ จินฺเตนฺตสฺส, ทกฺขิเณยฺยํ ปริเยสนฺตสฺส จ ยาว วตฺถุโน ปฏิคฺคาหกสฺส หตฺเถ วิสฺสชฺชนํ, ปริณามนํ วา, ตาว ปวตฺตา ปุพฺพภาคเจตนา. ปฏิคฺคาหกสฺส ปน หตฺเถ วิสฺสชฺชนเจตนา, ปริณามนเจตนา วา มุญฺจนเจตนา นาม. สาเยว นิคฺคหีตโลเปน ‘‘มุจนา’’ติ วุตฺตา. ‘‘มุญฺจนา’’อิติเยว วา ปาโฐ. ปราติ อตฺตนา วิสฺสฏฺฐวตฺถุมฺหิ อาลยํ อกตฺวา ‘‘สาธุ สุฏฺฐุ อคฺคํ ทานํ เม ทินฺน’’นฺติ โสมนสฺสจิตฺเตน ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส อุปฺปนฺนา อปรภาคเจตนา. ติสฺโสปิ เจตนาติ อิติ อยญฺจ ปุริมา เจตนา, อยญฺจ มุญฺจนเจตนา, อยญฺจ อปรเจตนาติ ติสฺโสปิ เจตนา เอกโต หุตฺวา ทานมยํ ปุญฺญํ โหติ, ทานมยปุญฺญกิริยวตฺถุ นาม โหตีติ อตฺโถ. ‘‘ปุญฺญ’’นฺติ ปทํ อเปกฺขิตฺวา ‘‘โหตี’’ติ เอกวจนนิทฺเทโส. อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ เสเสสุปิ อติทิสนฺโต อาห ‘‘เอวํ เสเสสุ ทีปเย’’ติ. เสเสสูติ สีลาทีสุ ปุญฺญกิริยวตฺถูสุ เอวํ ยถาวุตฺตนเยน ‘‘สีลํ ‘รกฺขิสฺสามี’ติ จินฺเตนฺตสฺส, ‘ปพฺพชิสฺสามี’ติ วิหารํ คจฺฉนฺตสฺส ปวตฺตา ปุริมเจตนา, สีลํ สมาทิยนฺตสฺส, ปพฺพชนฺตสฺส, สีลํ ปริปูเรนฺตสฺส อุปฺปนฺนา มชฺฌิมเจตนา, ‘ปูริตํ เม’ติ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส อุปฺปนฺนา อปรเจตนาติ เอวํ ติสฺโสปิ เจตนา เอกโต หุตฺวา สีลมยปุญฺญกิริยวตฺถุ นามา’’ติอาทินา ทีปเย, ปกาเสยฺยาติ อตฺโถ. นนุ จ อตฺตนา กตปุญฺญานุสฺสรณเจตนา ทิฏฺฐิชุกมฺมสงฺคหิตา, อยญฺจ อปรเจตนา สาเยวาติ กถมสฺสา ตตฺถ สงฺคโหติ? นายํ โทโส, วิสยเภเทน อุภินฺนมฺปิ วิเสสสพฺภาวโต. ปุญฺญานุสฺสรณญฺหิ อตฺตนา กตปุญฺญวิสยเมว. อยํ ปน ตพฺพตฺถุวิสยาติ ปากโฏเยว ทฺวินฺนํ วิเสโสติ.

เอตฺตาวตา จ ยํ วุตฺตํ ‘‘ทสปุญฺญกิริยวตฺถุวเสเนว ปวตฺตตี’’ติ, ตตฺถ ทสปุญฺญกิริยวตฺถูนิ สรูปโต, สงฺคหโต จ นิทฺทิสิตฺวา อิทานิ ตถาปวตฺตมานสฺส จสฺส ปาเฏกฺกํ ปวตฺตาการวิสยํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิทานี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อยนฺติ วกฺขมานนิทสฺสนํ. ทาตพฺโพ ธมฺโม เทยฺยธมฺโม, อนฺนาทิทสวิธํ วตฺถุ. วุตฺตญฺหิ –

‘‘อนฺนํ ปานํ วตฺถํ ยานํ, มาลาคนฺธวิเลปนํ;

เสยฺยาวสถปทีเปยฺยํ, ทานวตฺถู ทสาวิเม’’ติ.

ปฏิคฺคาหโก อาทิ เยสํ เทสกาลมิตฺตาทีนํ เต ปฏิคฺคาหกาทโย, เทยฺยธมฺมสฺส, ปฏิคฺคาหกาทีนญฺจ สมฺปตฺติ สมฺปนฺนตา เทยฺยธมฺมปฏิคฺคาหกาทิสมฺปตฺติ. ตตฺถ เทยฺยธมฺมสฺส ปณีตมนาปภาโว ธมฺเมน สเมน อุปฺปนฺนภาโว เทยฺยธมฺมสมฺปตฺติ. ปฏิคฺคาหกานํ อคฺคทกฺขิเณยฺยภาโว ปฏิคฺคาหกสมฺปตฺติ. ทุลฺลภอนฺนปานาทิโก เทโส เทสสมฺปตฺติ. ตาทิโสว กาโล กาลสมฺปตฺติ. ทุลฺลภอนฺนปานาทิเก หิ เทเส, กาเล วา ทินฺนํ อชฺฌาสยสฺส พลวตาย มหปฺผลํ, โสมนสฺสเหตุกญฺจ โหติ, ตสฺมา เต ทานสฺส สมฺปตฺติวเสน วุตฺตา. มิตฺตสมฺปตฺติ ปน กลฺยาณมิตฺตภาโว. กลฺยาณมิตฺตญฺหิ นิสฺสาย ทานาทีสุ จิตฺตํ โอทคฺยปฺปตฺตํ โหติ. ปริจาริกสมฺปตฺติ ปน อนาณตฺติยาปิ ตํตํกิจฺจสมฺปาทเน อปฺปมตฺตสฺส ปริจาริกชนสฺส ปฏิลาโภ. อญฺญํ วา โสมนสฺสเหตุนฺติ สทฺธาพหุลตาวิสุทฺธิทิฏฺฐิตาทิเภทํ อญฺญํ โสมนสฺสการณํ วา. อาคมฺมาติ อุปาคมฺม, ปฏิจฺจาติ อตฺโถ. หฏฺฐปหฏฺโฐติ โสมนสฺสวเสน หฏฺโฐ เจว ปหฏฺโฐ จ. อุภเยนปิ อธิกโสมนสฺสํ วุตฺตํ. อตฺถิ…เป… ปวตฺตนฺติ ‘‘อตฺถิ ทินฺนํ, อตฺถิ ยิฏฺฐํ, อตฺถิ หุตํ, อตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก, อตฺถิ อยํ โลโก, อตฺถิ ปโร โลโก, อตฺถิ มาตา, อตฺถิ ปิตา, อตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา, อตฺถิ โลเก สมณพฺราหฺมณา สมฺมคฺคตา สมฺมาปฏิปนฺนา, เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๔๑) เอวํ ปวตฺตํ ทสวิธํ สมฺมาทิฏฺฐิวตฺถุวเสน เจว ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานิยาทีนํ วเสน จ ปวตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน หิ น เกวลํ นวนฺนํเยว สมฺมาทิฏฺฐิวตฺถูนํ คหณํ, อถ โข ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานิยานมฺปิ สงฺคโห. สมฺมา ญาเยน ปวตฺตา ทิฏฺฐิ, ปสตฺถา วา ทิฏฺฐีติ สมฺมาทิฏฺฐิ, ตํ. ปุรกฺขตฺวาติ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา. ตญฺจ โข สหชาตปุพฺพงฺคมวเสน ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑-๒) วิย สมฺปโยคสฺส อธิปฺเปตตฺตา.

อนุสฺสาหิโตติ โลภมจฺฉริยาทิวเสน ปุญฺญกิริยาย สงฺโกจํ อนาปชฺชนโต อตฺตนา, ปเรน วา เกนจิ อนุสฺสาหิโต หุตฺวา. สภาวโต หิ ปุญฺญปฺปวตฺติทสฺสนมิทํ. ปเรหีติ ปน ปรปากฏุสฺสาหทสฺสนวเสน วุตฺตํ. ปฐมนฺติ เทสนากฺกเมน, อิธ นิทฺทิฏฺฐกฺกเมน วา ปฐมํ. มหากุสลจิตฺตนฺติ โสมนสฺสสหคตตาทิองฺคปาริปูริยา มหนฺตํ กุสลจิตฺตํ. อถ วา ปจฺฉิมภวิกโพธิสตฺตานํ ปฏิสนฺธิอากฑฺฒนโต มหนฺตํ ปูชิตํ กุสลจิตฺตนฺติ มหากุสลจิตฺตํ. สพฺเพสมฺปิ หิ สพฺพญฺญุโพธิสตฺตานํ ปฏิสนฺธิ เมตฺตาปุพฺพงฺคมสฺส ติเหตุกโสมนสฺสมยสฺส อสงฺขาริกจิตฺตสฺส วิปาโกติ วุตฺตํ. เอตฺถ ‘‘เทยฺยธมฺม…เป… หฏฺฐปหฏฺโฐ’’ติ เอตฺตาวตา อิมสฺส โสมนสฺสสหคตภาวมาห, ‘‘สมฺมาทิฏฺฐึ ปุรกฺขตฺวา’’ติ ญาณสมฺปยุตฺตภาวํ, ‘‘อนุสฺสาหิโต’’ติ ปน อิมินา อสงฺขาริกภาวนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘เทยฺยธมฺมปฏิคฺคาหกาทิสมฺปตฺตึ, อญฺญํ วา โสมนสฺสการณํ อาคมฺมา’’ติ เอวํ วุตฺตนเยน. อุสฺสาหิโตติ เทยฺยธมฺเม สาเปกฺขาทิตาย, สีลสมฺปทาทีสุ อนธิมุตฺตตาทีหิ จ ปุญฺญกิริยาย สงฺโกจาปชฺชนโต อตฺตนา, ปเรน วา เกนจิ อุสฺสาหิโต. ปเรหีติ ปน วุตฺตนยเมว. กโรติ ทานาทีนิ ปุญฺญานีติ สมฺพนฺโธ. ตเมวาติ โสมนสฺสสหคตาทินา ตํสทิสตาย วุตฺตํ. โหติ หิ ตํสทิเสปิ ตํโวหาโร ยถา จ ‘‘สาเยว ติตฺติรี, ตานิเยว โอสธานี’’ติ. เอตฺถ ปน ‘‘อุสฺสาหิโต’’ติ อิมินา สสงฺขาริกตํ ทสฺเสติ. เสสํ วุตฺตนยเมว. อิมสฺมึ ปนตฺเถติ อิมสฺมึ สสงฺขาริกสทฺทาภิเธยฺเย, อุสฺสาหิตพฺพจิตฺตสงฺขาเต อตฺเถ ตํวิสเยติ อตฺโถ. ปุพฺพปฺปโยคสฺสาติ ปุญฺญกิริยาย สงฺโกเจ ชายมาเน ตโต วิเวเจตฺวา สมุสฺสาหนวเสน ปวตฺตสฺส จิตฺตปฺปโยคสฺส. ปุพฺพ-คฺคหณํ ปเนตฺถ ตถาปวตฺตปุพฺพาภิสงฺขารวเสน โส ปโยโค โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ, น ตสฺส ปุพฺพกาลิกตายาติ วุตฺโตวายมตฺโถ.

ปฏิปตฺติทสฺสเนนาติ ภิกฺขู ทิสฺวา เทยฺยธมฺมปริจฺจชนวนฺทนาทิปฏิปตฺติทสฺสเนน. พลนฺติ อนนฺตีติ พาลา, อสฺสาสิตปสฺสาสิตมตฺเตเนว ชีวนฺติ, น ปญฺญาชีวิเตนาติ อธิปฺปาโย. พาลาเยว พาลกา. เต ปน อิธ ‘‘อตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินยปฺปวตฺตาย สมฺมาทิฏฺฐิยา อภาเวน อสญฺชาตพุทฺธิโน ทารกา. ปากฏวเสน เจตฺถ พาลก-คฺคหณํ. สหสา กรณาทิกาเล ปน อิตเรสมฺปิ ญาณวิปฺปยุตฺตํ โหตีติ. โสมนสฺสํ ชาตํ เอเตสนฺติ โสมนสฺสชาตา, ชาตโสมนสฺสาติ อตฺโถ. สหสาติ สีฆํ สีฆํ ทาตุกามตาย อุปฺปตฺติสมกาลเมว.

เอตฺถ จ ‘‘ปฏิปตฺติทสฺสเนนา’’ติ อิมินา ปเรสํ ปโยคาภาวมาห, ‘‘ชาตปริจยา’’ติ อตฺตโน ปโยคาภาวํ. อุภเยนาปิ อิมสฺส อสงฺขาริกภาวํ ทีเปติ. ‘‘พาลกา, สหสา’’ติ จ อิเมหิ ญาณวิปฺปยุตฺตภาวมาห, ‘‘ภิกฺขู…เป… ชาตา’’ติ โสมนสฺสสหคตภาวํ. อถ วา ‘‘ปฏิปตฺติ…เป… ปริจยา’’ติ อิมินา อสงฺขาริกภาวสฺส ‘‘พาลกา ภิกฺขู…เป… ชาตา’’ติ จ อิเมหิ ญาณวิปฺปยุตฺตโสมนสฺสสหคตภาวสฺส จ ทีปิตตฺตา ‘‘สหสา’’ติ วจเนน ยถาวุตฺตเมว ญาณวิปฺปยุตฺตอสงฺขาริกภาวํ ปกาเสติ. เอวํ สติ ปฏิโลมโต โสมนสฺสสหคตาทิภาโว ทสฺสิโต โหติ. อนุโลมโต ปน ‘‘โสมนสฺสชาตา’’ติ อิมินา โสมนสฺสสหคตภาวํ, สหสา-คฺคหเณน ญาณวิปฺปยุตฺตาสงฺขาริกภาวํ ทีเปติ. ‘‘ปฏิปตฺติ…เป… ทิสฺวา’’ติ เอตฺตาวตา ปน โสมนสฺสสหคตาทิภาวสฺส การณํ วุตฺตนฺติ. เตติ เต ญาตกา, เต พาลกาติ วา อตฺโถ. ‘‘โสมนสฺสเหตูนํ อภาวํ อาคมฺมา’’ติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. มชฺฌตฺตารมฺมณํ ตถารูเป เจโตภิสงฺขาราทโยปิ หิ อุเปกฺขาสหคตตาย การณเมวาติ. จิตฺตสฺส โสมนสฺสาภาเว ปุคฺคลสฺสปิ โสมนสฺสรหิตตา โหตีติ ‘‘จตูสุปิ…เป… โหนฺตี’’ติ ปุคฺคลาธิฏฺฐานํ กตฺวา วุตฺตํ, โสมนสฺสรหิตา โหนฺติ ปุญฺญํ กโรนฺตาติ อธิปฺปาโย. ‘‘เอว’’นฺติอาทิ นิคมนํ.

อิเมสุ ปน อฏฺฐสุ วิญฺญาเณสุ โสมนสฺสสหคตโต อุเปกฺขาสหคตํ พลวตรํ, ญาณวิปฺปยุตฺตโต ญาณสมฺปยุตฺตํ, สสงฺขาริกโต อสงฺขาริกํ สทิสํ พลวตรํ. วิสทิสํ ปน เวทนาญาณปฺปโยควเสน พลวํ, ทุพฺพลญฺจ โหติ. โสมนสฺสสหคตติเหตุกอสงฺขาริกโต หิ อุเปกฺขาสหคตติเหตุกสสงฺขาริกํ พลวตรํ, อุเปกฺขาสหคตทุเหตุกอสงฺขาริกโต โสมนสฺสสหคตติเหตุกอสงฺขาริกํ พลวตรํ. อิติ จตุตฺถจิตฺตโต ตติยจิตฺตํ พลวตรํ, ตโต อฏฺฐมจิตฺตํ, ตโต สตฺตมจิตฺตํ, ตโต ทุติยจิตฺตํ, ตโต ปฐมจิตฺตํ, ตโต ฉฏฺฐจิตฺตํ, ตโต ปญฺจมจิตฺตนฺติ เอวมิเมสํ พลวพลวตรภาโว เวทิตพฺโพ.

๒๖. เอวํ ปาฬิยํ อาคตนเยน เวทนาญาณปฺปโยคเภทโต อฏฺฐวิธตํ นิทฺทิสิตฺวา อิทานิ อฏฺฐกถายํ อาคตปุญฺญกิริยาทีนํ วเสนปิ ปเภทํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทส ปุญฺญกฺริยาทีน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน ฉนฺนํ อารมฺมณานํ, จตุนฺนํ อธิปตีนํ, ติณฺณํ กมฺมานํ, หีนาทิเภทสฺส จ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. เตเนวาหุ –

‘‘กเมน ปุญฺญวตฺถูหิ, โคจราธิปตีหิ จ;

กมฺมหีนาทิโต จาปิ, คเณยฺย นยโกวิโท’’ติ.

๒๗. อิทานิ ตถาปวตฺตมานสฺส ตสฺส โย โย เตสํ เตสํ วเสน ลพฺภมาโน คณนปริจฺเฉโท, ตํ สมฺปิณฺฑิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘สตฺตรส สหสฺสานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺเถวํ คณนา เวทิตพฺพา – อิมานิ ตาว อฏฺฐ วิญฺญาณานิ ทสนฺนํ ปุญฺญกิริยวตฺถูนํ วเสน ปวตฺตนโต ปจฺเจกํ ทส ทสาติ กตฺวา อสีติ จิตฺตานิ โหนฺติ, ตานิ จ ฉสุ อารมฺมเณสุ ปวตฺตนโต ฉคฺคุณิตานิ สาสีติกานิ จตฺตาริ สตานิ โหนฺติ, ตานิ จตุนฺนํ อธิปตีนํ สหโยควเสน จตุคฺคุณิตานิ สหสฺสํ, วีสาธิกานิ จ นว สตานิ โหนฺติ, ตานิ จ กายวจีมโนสงฺขาตานํ ติณฺณํ กมฺมานํ วเสน ติคุณิตานิ สสฏฺฐิสตฺตสตาธิกานิ ปญฺจ สหสฺสานิ โหนฺติ, ตานิ จ หีนมชฺฌิมปณีตเภทโต ติคุณิตานิ สาสีติกทฺวิสตาธิกานิ สตฺตรส สหสฺสานิ โหนฺตีติ. นนุ จ ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตานํ วีมํสาธิปติสหโยคาภาวโต อธิปติวเสน สหสฺสํ, สาสีติกานิ จ ฉ สตานิ โหนฺตีติ ตานิ กมฺมาทีนํ วเสน สมฺปิณฺฑิตานิ วีสสตาธิกานิ ปนฺนรส สหสฺสานิ ภวนฺตีติ? สจฺจเมตํ, โสตปติตวเสน ปน ตํ อนาทิยิตฺวา อธิปติคณนา คหิตาติ น ตสฺส วเสน คณนหานิ กตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

นนุ จ ‘‘สวิปากํ กุสล’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ ปน กถํ, กุหึ, กึ ผลตีติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ตํ ปนา’’ติอาทิ. ยสฺมา ติเหตุกํ กุสลํ ติเหตุกํ วา ทุเหตุกํ วา ปฏิสนฺธึ เทติ, นาเหตุกํ ปฏิสนฺธึ เทติ. ยทา จ ติเหตุกํ ปฏิสนฺธึ ชเนติ, ตทา ปวตฺเต โสฬส วิปากานิ อภินิปฺผาเทติ. ยทา ทฺวิเหตุกํ, ตทา ทฺวาทส. ทุเหตุกํ ปน ทุเหตุกมเหตุกญฺจ ปฏิสนฺธึ ชเนติ, น ติเหตุกํ. ยทา จ ทุเหตุกํ ชเนติ, ตทา ปวตฺติยํ ทฺวาทส. ยทา อเหตุกํ, ตทา อฏฺฐ. เย ปน อาคมนโต วิปากสฺส สงฺขารเภทมิจฺฉนฺติ, เตสํ มเตน ติเหตุกํ ทฺวาทส, ทส วา วิปจฺจติ, ทุเหตุกํ ทส, อฏฺฐ วา, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ยถานุรูป’’นฺติ. นานาวิธสมฺปตฺติฏฺฐานภาวโต โสภนา, คนฺตพฺพโต คติ จาติ สุคติ, กามาวจรภโวว สุคติ กามาวจรสุคติ. ตสฺสํ กามาวจรสุคติยํ. ภวโภคสมฺปตฺตินฺติ เอตฺถ จ ภวตีติ ภโว, อุปปตฺติภวสงฺขาตานํ วิปากกฺขนฺธกฏตฺตารูปานเมตํ คหณํ, ภุญฺชิตพฺพโต โภโค, ปวตฺติยํ ปฏิลภิตพฺพสมฺปตฺติ, ภโวติ วา ปฏิสนฺธิ, โภโค เสสวิปากกฏตฺตารูเปหิ สห ปวตฺติยํ ปฏิลภิตพฺพา สมฺปตฺติ, ภโว จ โภโค จ ภวโภโค, เตเยว สมฺปนฺนภาวโต สมฺปตฺติ, เตสํ วา สมฺปตฺติ ภวโภคสมฺปตฺติ, ตํ อภินิปฺผาเทติ, ชนกวเสน จ อุปนิสฺสยวเสน จ สาเธตีติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ภวโภคสมฺปตฺตีนํ นิรวเสสโต ลพฺภมานฏฺฐานํ สนฺธาย ‘‘กามาวจรสุคติย’’นฺติ วุตฺตํ. สเหตุกวิปากวชฺชํ ปน ปวตฺติวิปากกฏตฺตารูปสภาวํ ภวสมฺปตฺตึ, เอกจฺจโภคสมฺปตฺติญฺจ, โภคสมฺปทเมว วา อวิเสเสน สุคติยํ ทุคฺคติยมฺปิ อภินิปฺผาเทติเยว. นาคสุปณฺณาทีนมฺปิ หิสฺส เทวสมฺปตฺติสทิสํ มนุญฺญํ โภคชาตํ, ตพฺพิสยานิ จ วิปากจิตฺตานิ, สุวณฺณตาสุสฺสรตาทิ จ ตํ สพฺพํ กามาวจรกุสลสฺเสว ผลํ. น หิ อกุสลสฺส อิฏฺฐผลํ อตฺถิ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส, ยํ อกุสลสฺส อิฏฺโฐ กนฺโต วิปาโก สํวิชฺชตี’’ติ.

กามาวจรกุสลวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

รูปาวจรกุสลวณฺณนา

อิทานิ ยสฺมา กามาวจรกุสลานนฺตรํ อุทฺทิฏฺฐสฺส รูปาวจรกุสลสฺส นิทฺเทสาวกาโส อนุปฺปตฺโต, ตสฺมา ตํ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อิตเรสู’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อิตเรสูติ ยถาวุตฺตกามาวจรกุสลโต อิตเรสุ, รูปาวจราทีสูติ อตฺโถ. สวตฺถุกโต เอกวิธํ เอกนฺเตน วตฺถุสนฺนิสฺสิตตฺตา. น หิ อรูปธาตุยํ รูปาวจรธมฺมา ลพฺภนฺติ รูปวิราคภาวนาย นิพฺพตฺตตฺตา ปุน รูปาวจรชฺฌานสมาปตฺติยา อภาวโต.

หีนมชฺฌิมปณีตเภทโตติ เอตฺถ ปุพฺเพ วิย อธิปตีนํ หีนาทิภาเวหิ ฌานสฺส หีนาทิภาโว โยเชตพฺโพ. อถ วา ปฏิลทฺธมตฺตมนาเสวิตํ หีนํ ปริทุพฺพลภาวโต, นาติสุภาวิตํ อปริปุณฺณวสิภาวํ มชฺฌิมํ, อติวิย สุภาวิตํ ปน สพฺพโส ปริปุณฺณวสิภาวํ ปณีตํ. ตถา อุฬารปุญฺญผลกามตาวเสน ปวตฺติตํ หีนํ, โลกิยาภิญฺญตฺถาย ปวตฺติตํ มชฺฌิมํ, วิเวกกามตาย อริยภาเว ฐิเตน ปวตฺติตํ ปณีตํ. อตฺตหิตาย วา ปวตฺติตํ หีนํ, เกวลํ อโลภชฺฌาสเยน ปวตฺติตํ มชฺฌิมํ, ปรหิตาย ปวตฺติตํ ปณีตํ. วฏฺฏชฺฌาสเยน วา ปวตฺติตํ หีนํ, วิเวกชฺฌาสเยน ปวตฺติตํ มชฺฌิมํ, วิวฏฺฏชฺฌาสเยน โลกุตฺตรปาทกตฺถํ ปวตฺติตํ ปณีตํ.

ปฏิปทาทิเภทโตติ ทุกฺขปฏิปทาทนฺธาภิญฺญาทีนํ ปฏิปทาภิญฺญานํ เภเทน. ปฏิปทาวจเนเนว วา ตทวินาภาวโต อภิญฺญาปิ ลพฺภติ. ตถา เหตฺถ ปฏิปทาจตุกฺกนฺติ โวหรนฺตีติ อาทิ-สทฺเทน อธิปติอาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ, ตสฺมา ปฏิปทาทิเภทโตติ ปฏิปทาเภทโต, อธิปติเภทโต, อารมฺมณเภทโต, หานภาคิยาทิเภทโตติ อตฺโถ. ตตฺถ ปฏิปทาเภทโต ตาว ทุกฺขปฏิปทํ ทนฺธาภิญฺญํ, ทุกฺขปฏิปทํ ขิปฺปาภิญฺญํ, สุขปฏิปทํ ทนฺธาภิญฺญํ, สุขปฏิปทํ ขิปฺปาภิญฺญนฺติ เอวํ จตุพฺพิธํ โหติ. ตตฺถ ทุกฺขา ปฏิปทา อสฺสาติ ทุกฺขปฏิปทํ. ทนฺธา อภิญฺญา อสฺสาติ ทนฺธาภิญฺญํ. เอส นโย ‘‘ทุกฺขปฏิปทํ ขิปฺปาภิญฺญ’’นฺติอาทีสุปิ.

ตตฺถ อปฺปหีนนีวรณสฺส, อวิกฺขมฺภิตฌานนิกนฺติกสฺส จ ญาณกิจฺจสฺส อปริพฺยตฺตตาย ปรินิฏฺฐิตสกลปุพฺพกิจฺจสฺส ‘‘ปถวี ปถวี’’ติ วา ‘‘อาโป อาโป’’ติ วา เอวํ ปวตฺตปฐมสมนฺนาหารโต ปฏฺฐาย ยาว ตสฺส ตสฺส ฌานสฺส อุปจารุปฺปตฺติยา นีวรณปฺปหานํ, นิกนฺติวิกฺขมฺภนญฺจ โหติ, ตาว ปวตฺตา ปุพฺพภาคภาวนา ปฏิปทา นาม ‘‘ปฏิปชฺชติ ฌานํ เอตายา’’ติ กตฺวา. ปหีนนีวรณสฺส, ปน วิกฺขมฺภิตฌานนิกนฺติกสฺส จ ญาณกิจฺจสฺส ปริพฺยตฺตภาวโต อุปจารชฺฌานํ อาทึ กตฺวา ยาว อปฺปนาย อุปฺปตฺติ, ตาว ปวตฺตา ปญฺญา ปุพฺพภาคปญฺญาย วิสิฏฺฐภาวโต อภิญฺญา นาม, ตสฺมา โย อาทิโต กิเลเส ฌานนิกนฺติญฺจ วิกฺขมฺเภนฺโต ทุกฺเขน สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน กิลมนฺโต วิกฺขมฺเภติ, วิกฺขมฺภิตกิเลสฌานนิกนฺติ จ อปฺปนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน องฺคปาตุภาวํ ปาปุณาติ, ตสฺส ทุกฺขปฏิปทํ, ทนฺธาภิญฺญญฺจ ฌานํ โหติ. โย ปน สสงฺขาเรน กิเลสาทิเก วิกฺขมฺเภตฺวา น จิเรน องฺคปาตุภาวํ ปาปุณาติ, ตสฺส ทุกฺขปฏิปทํ, ขิปฺปาภิญฺญญฺจ. โย กิเลสาทิเก วิกฺขมฺเภนฺโต สุเขน อกิลมนฺโต วิกฺขมฺเภติ, อปฺปนาปริวาสํ ปน จิรายติ, ตสฺส สุขปฏิปทํ, ทนฺธาภิญฺญํ. โย ปน สุเขเนว กิเลสาทิเก วิกฺขมฺเภตฺวา สีฆเมว อปฺปนํ ปาปุณาติ, ตสฺส สุขปฏิปทํ, ขิปฺปาภิญฺญนฺติ เวทิตพฺพํ.

โส ปนายํ ปฏิปทาภิญฺญานํ เภโท กิเลสินฺทฺริยาธิการวเสน เวทิตพฺโพ. ยสฺส หิ ราคาทโย กิเลสา ติพฺพา โหนฺติ, สทฺธาปญฺจมกานิ จ อินฺทฺริยานิ มุทูนิ. โย จ สมถวิปสฺสนาสุ อกตาธิกาโร, ตสฺส ปวตฺตฌานํ ทุกฺขปฏิปทํ, ทนฺธาภิญฺญญฺจ โหติ. ตสฺส หิ กิเลสสมุทาจารติพฺพตาย นีวรณวิกฺขมฺภนสฺส กิจฺเฉน กสิเรน สมิชฺฌนโต ปฏิปทา ทุกฺขา อสุขา, ตสฺเสว สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ มุทุตาย อภิญฺญาปิ ทนฺธา มนฺทา อสีฆปฺปวตฺตินี โหติ. ภวนฺตเร วา สมเถ อกตาธิการตฺตา ปฏิปทา ทุกฺขา, วิปสฺสนาย อกตาธิการตฺตา อภิญฺญาปิ ทนฺธา. โย ปน วุตฺตวิปรีโต โหติ, ตสฺส กิเลสานํ อติพฺพสมุทาจารตาย, อินฺทฺริยานญฺจ ติขีณตาย สมถวิปสฺสนาสุ กตาธิการตาย ยถากฺกมํ สุขปฏิปทา, ขิปฺปาภิญฺญา จ โหติ. ภวนฺตเร กตปริจยสฺส หิ ยถา ปคุณํ กตฺวา วิสฺสฏฺฐคนฺโถ อปฺปมตฺตเกน ปโยเคน สุปฺปวตฺติ วาจุคฺคโต จ โหติ, เอวํ ภาวนา อปฺปกสิเรเนว อิชฺฌตีติ. สฺวายํ อกโต, กโต จ อธิกาโร สมถนิสฺสิโต ปฏิปทายํ วุตฺโต สมาธิปฺปธานตฺตา ปฏิปทาย. วิปสฺสนานิสฺสิโต อภิญฺญาย ญาณปฺปธานตฺตา อปฺปนายาติ ทฏฺฐพฺพํ.

โย ปน ติพฺพกิเลโส ติกฺขินฺทฺริโย วิปสฺสนายเมว วา กตาธิกาโร โหติ, ตสฺส วุตฺตนเยน ทุกฺขา ปฏิปทา, ขิปฺปา ปน อภิญฺญา โหติ, ตพฺพิปรีตสฺส สุขปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญาติ. ตสฺมา กิเลสานํ ติพฺพมนฺทภาวโต, อินฺทฺริยานํ ติขิณมุทุภาวโต, ปุพฺพปริจยสฺส จ สมฺภวาสมฺภววเสนาติ เอวํ กิเลสินฺทฺริยาธิการวเสน อิมาสํ เภโท เวทิตพฺโพ.

อปิจ ยานิ ปรโต สปฺปายาสปฺปายานิ, ปลิโพธุปจฺเฉทาทีนิ ปุพฺพกิจฺจานิ, อปฺปนาโกสลฺลานิ จ อาคมิสฺสนฺติ, เตสุ โย อุปจาราธิคมโต ปุพฺเพ, ปจฺฉา จ อสปฺปายเสวี โหติ, ตสฺส ทุกฺขา ปฏิปทา, ทนฺธา จ อภิญฺญา โหติ. อุภยตฺถ สปฺปายเสวิโน สุขา ปฏิปทา, ขิปฺปา จ อภิญฺญา. โย ปน ตโต ปุพฺพภาเค อสปฺปายํ เสวิตฺวา อปรภาเค สปฺปายเสวี โหติ, ตสฺส ทุกฺขา ปฏิปทา, ขิปฺปา อภิญฺญา. ตพฺพิปรีตสฺส สุขา ปฏิปทา, ทนฺธา อภิญฺญา จ เวทิตพฺพา.

ตถา ปลิโพธุปจฺเฉทาทิปุพฺพกิจฺจํ อสมฺปาเทตฺวา ภาวนมนุยุญฺชนฺตสฺส สปริปนฺถตาย ทุกฺขา ปฏิปทา, วิปริยาเยน อปริปนฺถตาย สุขา. อปฺปนาโกสลฺลานิ อสมฺปาเทนฺตสฺส ญาณสฺส อวิสทตาย ทนฺธา อภิญฺญา โหติ, สมฺปาเทนฺตสฺส วิปริยายโต ขิปฺปา อภิญฺญาติ. กิญฺจ – ตณฺหาวิชฺชาติภวนวเสน เอตาสํ เภโท เวทิตพฺโพ. ตณฺหาภิภูตสฺส หิ ทุกฺขา ปฏิปทา โหติ ตสฺสา สมาธิสฺส อุชุปฏิปกฺขตฺตา สมถปฏิปทาย ปริปนฺถกภาวโต, อนภิภูตสฺส ตทภาวโต สุขา. อวิชฺชาภิภูตสฺส จ ตสฺสา ปญฺญาย อุชุปฏิปกฺขภาวโต ทนฺธา อภิญฺญา, อิตรสฺส ขิปฺปา อภิญฺญาติ. โส ปนายํ ปฏิปทาเภโท เกวลํ สมถภาวนาวเสน ปฏิลทฺธชฺฌานสฺส, มคฺคาธิคมวเสน ปฏิลทฺธชฺฌานสฺส ปน นตฺถิ ทุกฺขปฏิปทาทิเภโท. เกจิ ปน มคฺควเสเนว ตสฺส ปฏิปทาทิเภทํ วณฺเณนฺติ ‘‘มคฺคสฺส หิ ทุกฺขปฏิปทาทิภาเว ตสฺมึ ทุกฺขปฏิปทาทิก’’นฺติ.

อธิปติเภทาทีสุ ปน ฉนฺทาธิปเตยฺยํ จิตฺตาธิปเตยฺยํ วีริยาธิปเตยฺยํ วีมํสาธิปเตยฺยนฺติ เอวํ อธิปติเภทโต, ปริตฺตํ ปริตฺตารมฺมณํ, ปริตฺตํ อปฺปมาณารมฺมณํ, อปฺปมาณํ ปริตฺตารมฺมณํ, อปฺปมาณํ อปฺปมาณารมฺมณนฺติ เอวํ อารมฺมณเภทโต, หานภาคิยํ ฐิติภาคิยํ วิเสสภาคิยํ นิพฺเพธภาคิยนฺติ เอวํ หานภาคิยาทิเภทโต จ จตุพฺพิธตา เวทิตพฺพา. ตตฺถ ‘‘ฉนฺทวโต เจ ฌานํ นิพฺพตฺติสฺสติ, มยฺหมฺปิ นิพฺพตฺติสฺสตี’’ติ เอวํ ฉนฺทํ ธุรํ กตฺวา อุปฺปนฺนํ ฉนฺทาธิปเตยฺยํ. เอส นโย ‘‘จิตฺตาธิปเตยฺยา’’ทีสุปิ. อปฺปคุณํ ปน อุปริฌานสฺส ปจฺจโย ภวิตุํ อสกฺโกนฺตํ ปริตฺตํ, สุปฺปสราวมตฺเตสุ อวฑฺฒิตารมฺมเณสุ นิพฺพตฺตํ ปริตฺตารมฺมณํ. วุตฺตปฏิปกฺขโต ปน ยถากฺกมํ อปฺปมาณารมฺมณาทีนิ เวทิตพฺพานิ. หานภาคิยาทิวิเสสํ สยเมว วกฺขติ.

ฌานงฺคโยคเภทโตติ กตฺถจิ ปญฺจ ฌานงฺคานิ, กตฺถจิ จตฺตาริ, กตฺถจิ ตีณิ, กตฺถจิ เทฺว, กตฺถจิ อปรานิ เทฺวติ เอวํ ฌานงฺคานํ สมฺปโยคเภทโต. นนุ เจตฺถ กามาวจรกุสเล วิย สงฺขารเภโท กสฺมา น คหิโต. อิทมฺปิ หิ เกวลํ สมถานุโยควเสน ปฏิลทฺธํ สสงฺขารํ, มคฺคาธิคมวเสน ปฏิลทฺธมสงฺขารํ, ตสฺมา ‘‘ฌานงฺคสงฺขารโยคเภทโต ทสวิธ’’นฺติ วตฺตพฺพนฺติ? นยิทเมวํ, มคฺคาธิคมวเสน สตฺติโต ปฏิลทฺธสฺสาปิ อปรภาเค ปริกมฺมวเสเนว อุปฺปชฺชนโต, ตสฺมา สพฺพสฺสปิ ฌานสฺส ปริกมฺมสงฺขาตปุพฺพาภิสงฺขาเรน วินา เกวลํ อธิการวเสน อนุปฺปชฺชนโต ‘‘อสงฺขาร’’นฺติปิ วตฺตุํ น สกฺกา, อธิกาเรน จ วินา เกวลํ ปริกมฺมาภิสงฺขาเรเนว อนุปฺปชฺชนโต ‘‘สสงฺขาร’’นฺติปิ วตฺตุํ น สกฺกาติ ฌานงฺคโยคเภทโต ปญฺจวิธตา จ วุตฺตาติ.

กามจฺฉนฺโท พฺยาปาโท ถินมิทฺธํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ วิจิกิจฺฉาติ อิมานิ ปญฺจ นีวรณานิ วิปฺปหีนานิ เอตสฺสาติ กามจฺฉนฺท…เป… วิปฺปหีนํ. ‘‘อคฺยาหิโต’’ติ เอตฺถ อาหิต-สทฺทสฺส วิย วิปฺปหีน-สทฺทสฺเสตฺถ ปรวจนํ ทฏฺฐพฺพํ. กามจฺฉนฺทาทีหิ วา วิปฺปหีนํ วิสํยุตฺตํ เตสํ ปหายกภาเวนาติ กามจฺฉนฺท…เป… วิปฺปหีนํ. ตตฺถ กาเมตีติ กาโม, ฉนฺทนฏฺเฐน ฉนฺโท จาติ กามจฺฉนฺโท, พหลกามราคสฺเสตํ อธิวจนํ. พฺยาปาทาทีนมตฺถํ วกฺขติ. ยสฺมา กามจฺฉนฺทาทีสุ อปฺปหีเนสุ ฌานํ นุปฺปชฺชติ, ตสฺมา ตานิสฺส ปหานงฺคานีติ เวทิตพฺพานิ. นนุ อญฺเญปิ อกุสลา ธมฺมา อิมินา ฌาเนน ปหียนฺติ, อถ กสฺมา ปญฺเจว ปหานงฺควเสน วุตฺตานีติ? วิเสเสน ฌานนฺตรายกรตฺตา. กามจฺฉนฺทวเสน หิ นานาวิสยปโลภิตํ จิตฺตํ น เอกตฺตารมฺมเณ สมาธิยติ. กามจฺฉนฺทาภิภูตํ วา นานาวิสยสมุปพฺยูฬฺหาย กามธาตุยา ปหานปฏิปทํ น ปฏิปชฺชติ, พฺยาปาเทน จ อารมฺมเณ ปฏิหญฺญมานํ น สมาหิตํ ปวตฺตติ, ถินมิทฺธาภิภูตํ อกมฺมญฺญํ โหติ, อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจปเรตํ อวูปสนฺตเมว หุตฺวา ปริพฺภมติ, วิจิกิจฺฉาอุปหตํ ฌานาธิคมปฏิปทํ นาโรหติ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ นุ โข, น นุ โข, ปถวี ปถวี’’ติอาทินา ปวตฺตมนสิกาเรน ‘‘ฌานํ สิยา นุ โข, น นุ โข’’ติอาทินา วิจิกิจฺฉนฺตสฺส ฌานาธิคมปฏิปทาย อสํสิชฺฌนโต. ยโต วกฺขติ –

‘‘ภาคี อสฺสมหํ อทฺธา, อิมาย ปฏิปตฺติยา;

ปวิเวกสุขสฺสาติ, กตฺวา อุสฺสาหมุตฺตม’’นฺติ.

ตสฺมา สมาธิอาทีนํ อุชุวิปจฺจนีกภาเวน วิเสเสน ฌานาธิคมสฺส อนฺตรายกรณโต เอตาเนว ปหานงฺคานีติ วุตฺตานิ. โหติ เจตฺถ –

‘‘ปจฺจนีกา ยโต ปญฺจ, สมาธาทีนเมตฺถ หิ;

ฌานนฺตรายิกา ตสฺมา, ปหานงฺเค นิยามิตา’’ติ.

เอวมิทํ ปหานงฺควเสน ทสฺเสตฺวา อิทานิ สมฺปโยคงฺควเสน ทสฺเสตุํ ‘‘วิตกฺก…เป… สมฺปยุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ วิตกฺกาทโย วจนตฺถลกฺขณาทิวเสน อุปริ อาคมิสฺสนฺติ. ยสฺมา ปน อิเมสุ อุปฺปนฺเนสุ ฌานํ อุปฺปนฺนํ นาม โหติ, เตนสฺส อิมานิ สมฺปโยคงฺคานีติ เวทิตพฺพานิ, ตสฺมา น เอเตหิ สมนฺนาคตํ อญฺญเทว ฌานํ นาม อตฺถีติ คเหตพฺพํ. ยถา ปน เนมิอาทิองฺคสมุทาเย รถาทิโวหาโร โหติ, เอวํ ฌานงฺคสมุทาเย ฌานโวหาโร. วุตฺตมฺปิ เหตํ วิภงฺเค ‘‘ฌานนฺติ วิตกฺโก วิจาโร ปีติ สุขํ จิตฺตสฺเสกคฺคตา’’ติ (วิภ. ๕๖๙). กสฺมา ปน อญฺเญสุปิ ผสฺสาทีสุ สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ วิชฺชมาเนสุ อิมานิเยว ปญฺจ ฌานงฺควเสน วุตฺตานีติ? วุจฺจเต – อุปนิชฺฌานกิจฺจวนฺตตาย, กามจฺฉนฺทาทีนํ อุชุปฏิปกฺขภาวโต จ. วิตกฺโก หิ อารมฺมเณ จิตฺตํ อภินิโรเปติ, วิจาโร อนุพนฺธติ. เอวํ ฌานาธิคมสฺส วิเสสปจฺจยภูเตหิ เตหิ อวิกฺเขปาย สมาทหิตปโยคสฺส เจตโส ปโยคสมฺปตฺติสมุฏฺฐานา ปีติ ปีณนํ, สุขญฺจ อุปพฺรูหนํ กโรติ. อถ นํ สสมฺปยุตฺตธมฺมํ เอเตหิ อภินิโรปนานุพนฺธนปีณนอุปพฺรูหเนหิ อนุคฺคหิตา เอกคฺคตา สมาธานกิจฺเจน อตฺตานํ อนุวตฺตาเปนฺตี เอกตฺตารมฺมเณ สมํ, สมฺมา จ อาธิยติ, อินฺทฺริยสมตาวเสน สมํ, ปฏิปกฺขธมฺมานํ ทูรีภาเวน ลีนุทฺธจฺจาภาเวน สมฺมา จ ฐเปตีติ เอวเมเตสเมว อุปนิชฺฌานกิจฺจํ อาเวณิกํ. กามจฺฉนฺทาทิปฏิปกฺขภาเวน ปน สยเมว วกฺขติ. เอวํ อุปนิชฺฌานกิจฺจวนฺตตาย, กามจฺฉนฺทาทีนํ อุชุปฏิปกฺขภาวโต จ อิเมเยว ปญฺจ ฌานงฺคภาเวน ววตฺถิตาติ. ยถาหุ –

‘‘อุปนิชฺฌานกิจฺจตฺตา, กามาทิปฏิปกฺขโต;

สนฺเตสุปิ จ อญฺเญสุ, ปญฺเจว ฌานสญฺญิตา’’ติ.

เทสนากฺกมโต, มหคฺคตธมฺเมสุ ปฐมํ อธิคนฺตพฺพโต จ ปฐมํ, ปฐมํ สมาปชฺชิตพฺพนฺติปิ ปฐมนฺติ วทนฺติ. ตํ ปน น เอกนฺตลกฺขณํ ฌานปฏิโลมาทิวเสน สมาปชฺชเน อสมฺภวโต.

ปุริมปจฺฉิมจิตฺเตสุ อุปฺปชฺชมานสฺสาปิ อปฺปนากฺขเณ อนุปฺปชฺชนโต วิตกฺโก วิปฺปหีโน เอตสฺส, ตโต วา เอตํ วิปฺปหีนนฺติ วิตกฺกวิปฺปหีนํ. ภาวนาย หิ ปหีนตฺตา วิตกฺโก ฌานกฺขเณ นุปฺปชฺชติ. อสํกิลิฏฺฐสภาวตฺตา ปน อุปจารภาวนาย จ ตํ ปหาตุํ อสมตฺถภาวโต ปุริมภาเค, ปจฺฉาภาเค จ อปจฺจนีกจิตฺตปฺปวตฺติโต อุปฺปชฺชติเยวาติ.

นนุ จ ‘‘อสํกิลิฏฺฐสภาวตฺตา’’ติ วุตฺตํ, อถ กถํ ฌาเนน เอส ปหียติ? น หิ กุสเลหิ อสํกิลิฏฺฐธมฺมสฺส ปหานํ อตฺถิ ราคาทิสํกิลิฏฺฐานํ ปาปธมฺมานเมตสฺส อุชุปฏิปกฺขภาวโตติ? วุจฺจเต – อสํกิลิฏฺฐสภาวสฺสาปิ เอตสฺส โอฬาริกตาย ทุพฺพลภาวโต ฌานกฺขเณ อนุปฺปตฺติสภาวาปาทนตฺถํ ตตฺถ นิกนฺติวิกฺขมฺภนวเสน ทุติยชฺฌานภาวนา โหตีติ ตสฺสา พเลน ตํ ฌานกฺขเณ อนุปฺปชฺชนฺตํ นิกนฺติวิกฺขมฺภนวเสน วา วิกฺขมฺภิตํ ปหีนํ นาม โหติ. ยทิ เอวํ อุปจาเรนปิ นิกนฺติ วิกฺขมฺภียตีติ ตตฺถปิสฺส ปหานํ สิยา, ยถา ปฐมชฺฌานสฺส อุปจาเร นีวรณานีติ? นยิทเมวํ, นีวรณปฺปหานสฺส วิย วิตกฺการมฺมณิกนิกนฺติ วิกฺขมฺภนสฺส อุปจาเรน สาติสยํ อนิปฺผชฺชนโต. สาติสยญฺหิ ตตฺถ นิกนฺติปฺปหานํ อปฺปนาย เอว โหติ, ตสฺมา ยทโวจุมฺหา ‘‘อุปจารภาวนาย จ ตํ ปหาตุํ อสมตฺถภาวโต’’ติ, ตํ สุฏฺฐุ อุปปริกฺขิตฺวา วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘วิจารวิปฺปหีน’’นฺติอาทีสุปิ วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ทุติยชฺฌาเนเยว ปหีนสฺส วิตกฺกสฺส อิธ อปฺปวตฺติมตฺตทสฺสนตฺถํ ‘‘วิตกฺกวิจารวิปฺปหีน’’นฺติ วิตกฺก-คฺคหณํ กตํ. เอวํ ‘‘วิตกฺกวิจารปีติวิปฺปหีน’’นฺติอาทีสุปิ.

ยถาสมฺภวนฺติ ปถวีกสิณาทีสุ ยํ ยํ อารมฺมณํ ยสฺส ยสฺส สมฺภวติ, ตทนติกฺกมโต. กสิณานาปาเนสุ หิ ปญฺเจว ฌานานิ ปวตฺตนฺติ, อสุภกายคตาสตีสุ ปฐมชฺฌานํ, อนุเปกฺขาพฺรหฺมวิหาเรสุ ปญฺจมชฺฌานวชฺชานิ, อุเปกฺขาพฺรหฺมวิหาเร ปญฺจมชฺฌานนฺติ.

ปถวีกสิณาทีสูติ เอตฺถ อาทิ-คฺคหเณน เกวลํ อาโปกสิณาทีนเมว, อถ โข อสุภาทีนมฺปิ อปฺปนาวหกมฺมฏฺฐานานํ สงฺคโหติ ทฏฺฐพฺพํ. เอตฺถ จ อภิภายตนวิโมกฺขฌานานิ ปวตฺตาการมตฺตโต ภินฺนานิ, อารมฺมณโต ปน กสิณายตนาเนว โหนฺตีติ กสิณายตนฌาเนเหว ตานิ สงฺคหิตานิ. ‘‘ยถาสมฺภวํ…เป… อเนกวิธ’’นฺติ วา วจเนน รูปาวจรชฺฌาเน สพฺโพปิ ลพฺภมานกเภโท สงฺคหิโตติ อภิภายตนวิโมกฺขฌานานิ วิสุํ น วุตฺตานิ, ตานิ ปน สรูปโต เอวํ เวทิตพฺพานิ.

ตตฺถ ญาณุตฺตรสฺส โยคาวจรสฺส ปถวีกสิณาทิอารมฺมณํ อภิภวิตฺวา ‘‘น เมตฺถ อปฺปนานิพฺพตฺตเน ภาโร’’ติ ปฏิปนฺนสฺส นิมิตฺตุปฺปตฺติโต อุทฺธํ ทุติยตติยวีถิยํ, จตุตฺถปญฺจมวีถิยํ วา ปฏิลทฺธํ ฌานํ อภิภายตนํ นาม. ตญฺหิ อารมฺมณํ อภิภวตีติ อภิภู, โยคิโน สุขวิเสสานํ อธิฏฺฐานตาย, มนายตนธมฺมายตนปริยาปนฺนตาย วา อายตนนฺติ อภิภายตนํ, อภิภวิตพฺพํ วา อภิภู, อาลมฺพณํ, ตํ อายตนมสฺสาติ อภิภายตนํ. อถ วา อาลมฺพณาภิภวนโตเยว อภิภู, ปริกมฺมํ, ญาณํ วา, ตํ อายตนํ การณมสฺสาติ อภิภายตนํ. ปริกมฺมํ, ญาณํ วา อาลมฺพณํ อภิภวิตฺวา ปวตฺตมานํ อุปจารุปฺปตฺติโต ปญฺจมวีถิมนติกฺกมิตฺวา อปฺปนํ นิพฺพตฺเตติ. ปญฺจมวีถิโต ปรํ นิพฺพตฺตํ ปน อภิภวิตุกามตาย นิพฺพตฺติตมฺปิ อภิภายตนํ นาม น โหติ. สามญฺญคติยา ปน กสิณายตนเมว โหติ. อิมเมว หิ สีฆตรปฺปวตฺตึ สนฺธาย อฏฺฐกถายํ ‘‘ตานิ อภิภวิตฺวา สมาปชฺชติ, สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนเวตฺถ อปฺปนํ นิพฺพตฺเตตี’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๒๐๔) วุตฺตํ. นนุ จ อฏฺฐกถายํ ยถารุตวเสเนว อตฺโถ กสฺมา น คยฺหติ. ‘‘สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนวา’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๒๐๔) หิ วุตฺตตฺตา นิมิตฺตุปฺปตฺติยา สหุปฺปนฺนํ ฌานมภิภายตนนฺติ วิญฺญายตีติ? นยิทเมวํ, นิมิตฺตุปฺปาเทน สห อปฺปนาย อสมฺภวโต. นิมิตฺตุปฺปาโทติ หิ อิธ ปฏิภาคนิมิตฺตสฺส อุปฺปตฺติ ตทารมฺมณสฺส วา อุปจารชฺฌานสฺส, กึ ตาว ปฏิภาคนิมิตฺตุปฺปตฺติยา สห อปฺปนาย นิพฺพตฺติ อุปจารชฺฌาเน อสติ ตสฺสา อสมฺภวโต, นาปิ อุปจารชฺฌาเนน สห เอกวีถิยํ นิพฺพตฺติ ตสฺสา อุปจารภาวนาปพนฺธเสวิตพฺพภาเวน ตทา อสมฺภวโต, ตสฺมา นาติจิรายนปฺปวตฺติทสฺสนตฺถํ สมีปิมฺหิ สมีปการียูปจาเรน อฏฺฐกถายํ ตถา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยทิ นิมิตฺตุปฺปตฺติโต นาติจิรปฺปวตฺตมภิภายตนํ, กถํ ตสฺส ทนฺธาภิญฺญาขิปฺปาภิญฺญาเภโท ปาฬิยํ วุตฺโตติ? วุจฺจเต – จตุตฺถปญฺจมชวนวีถิยํ อุปฺปนฺนํ จิรกาลนิพฺพตฺติตาย ทนฺธาภิญฺญํ, ทุติยตติยวีถิยํ อุปฺปนฺนํ ตพฺพิปรีตลกฺขณตาย ขิปฺปาภิญฺญนฺติ. เกจิ ปน ‘‘อภิภายตนํ นาม วสิภาวปฺปตฺตเมว, เนตร’’นฺติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ, วสิภาวปฺปตฺติยา นิมิตฺตุปฺปตฺติโต ทูรตรภาเวน ‘‘สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนเวตฺถ อปฺปนํ นิพฺพตฺเตตี’’ติ อฏฺฐกถาวจเนน สห วิรุชฺฌนโต.

อปิจ วสิภาวปฺปตฺตํ ฌานํ อภิภวนการณนิรเปกฺขํ วสิภาวพเลเนว สกฺกจฺจํ สมาปชฺชิตุํ น สกฺกาติ น ตํ อภิภายตนํ นาม โหติ, ตสฺมา อปฺปตฺตวสิภาวา ปฐมุปฺปนฺนาเยว อภิภายตนนฺติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ. ยทิ เอวํ กถํ ‘‘อปฺปมาณํ ปริตฺตารมฺมณํ, อปฺปมาณํ อปฺปมาณารมฺมณ’’นฺติ (ธ. ส. ๒๑๒-๒๑๓) อภิภายตนเทสนายํ วุตฺตํ. วสิภาวปฺปตฺตญฺหิ ฌานํ อปฺปมาณนฺติ วุจฺจติ. อิทญฺจ อุปฺปนฺนมตฺตตฺตา ปริตฺตเมวาติ? นายํ โทโส. ปฐมํ อภิภายตนวเสน ปฏิลทฺธชฺฌานํ ปจฺฉา วสิภาวปฺปตฺตมฺปิ อภิภายตนนามเมว ลภตีติ วสิภาวปฺปตฺตมภิภายตนํ อปฺปมาณํ, อิตรํ ปริตฺตํ.

อถ วา วสิภาวปฺปตฺตํ อปฺปมาณนฺติ อุกฺกํสคติปริคฺคหวเสน วุจฺจติ. ตํ ปน ยํ พลวตรํ, ตํ อปฺปมาณนฺติ อิมสฺส อตฺถสฺส อุปลกฺขณํ กตฺวา วทนฺติ. พลวภาวนิพนฺธนํ อปฺปมาณตฺตํ. พลวภาโว จ ปฐมอปฺปนาวารโต ปจฺฉิมปจฺฉิมอปฺปนาวารานํ พลวตาย อวสิตาปตฺเตปิ ฌาเน สมฺภวตีติ พลวนฺตํ อปฺปมาณํ, อิตรํ ปริตฺตนฺติ เอวํ อวสิตาปตฺเตปิ ฌาเน อปฺปมาณาทิภาโว เวทิตพฺโพ. อถ วา อปฺปนาย พลวภาโว นาม อุปจารสฺส พลวตาย สติ โหติ. อุปจารญฺจ ตํ พลวํ, ยํ สหสา อปฺปนํ อุปฺปาเทตุํ สกฺกุเณยฺย, ตสฺมา ขิปฺปาภิญฺญานํ ทฺวินฺนํ อภิภายตนฌานานํ อุปจารวีถิยา อนนฺตรํ ทุติยวีถิยํ อุปฺปนฺนํ อุปจารชฺฌานสฺส พลวตาย สยมฺปิ พลวตรนฺติ อปฺปมาณํ นาม โหติ. ทุติยวีถิมติกฺกมิตฺวา ตติยวีถิยํ อุปฺปนฺนํ ตทิตรสภาวตาย ปริตฺตํ. ตถา ทนฺธาภิญฺญานํ จตุตฺถวีถิยํ อุปฺปนฺนํ อปฺปมาณํ. ปญฺจมวีถิยํ อุปฺปนฺนํ ปริตฺตนฺติ. อถ วา ยตฺถ กตฺถจิ อปฺปนาวีถิยํ ปญฺจมํ อุปฺปชฺชนกอปฺปนาโต จตุตฺถํ อุปฺปชฺชมานาย พลวภาโวติ ตํวเสนาเปตฺถ ปริตฺตอปฺปมาณตา เวทิตพฺพา.