วิปากจิตฺตวณฺณนา
๕๕. ปากสฺส อสุรกญฺญานํ คพฺภปริปากสฺส สาสนโต วินาสนโต, ปากสงฺขาตสฺส วา อสุรสฺส วินาสนโต ปากสาสโน วุจฺจติ สกฺโก เทวราชา, เตน ปูชิโต ปากสาสนปูชิโต. ปากํ วา ปริปกฺกํ สาสนเมเตสูติ ปากสาสนา, ขีณาสวา, เตหิ ปูชิโตติ ปากสาสนปูชิโต.
วิปากจิตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทานาทิวเสนาติ ปวตฺตาการมตฺตโต ทานาทิวเสน, น ปน ปุญฺญกิริยวตฺถุวเสน ขีณาสวสนฺตานคตสฺส ปุญฺญกิริยภาวาภาวโตติ วุตฺโตวายมตฺโถ.
อาวชฺชตีติ อาวชฺชนํ, อาภุญฺชติ โอโณเชติ ปริณาเมติ วาเรตีติ วา อตฺโถ. ตญฺหิ อาปาถคตํ อารมฺมณํ ปฐมมาภุญฺชติ, จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ วีถิจิตฺตานิ อาปาถคตารมฺมณาภิมุขํ โอโณเชติ, จิตฺตสนฺตานํ วา ปุริมาการโต อญฺญถา ปริณาเมติ, อนุปฺปพนฺธโต ปวตฺตนกํ ภวงฺคจิตฺตสนฺตานํ ปรโต ปวตฺติตุํ อทตฺวา อาปาถคตํ วา อารมฺมณํ อญฺญตฺถ คนฺตุํ อทตฺวา วาเรติ. หสิตํ อุปฺปชฺชติ, อุปฺปาทียติ วา เอเตนาติ หสิตุปฺปาทํ, ตเทว จิตฺตนฺติ หสิตุปฺปาทจิตฺตํ. โวฏฺฐเปตีติ โวฏฺฐพฺพนํ. กสฺมา ปเนตฺถ อาวชฺชนโวฏฺฐพฺพนานิ อุเปกฺขาสหคตานิ, หสิตุปฺปาทญฺจ โสมนสฺสสหคตนฺติ? วุจฺจเต – อาวชฺชนํ ตาว อปุพฺพารมฺมเณ สกิเทว จ ปวตฺตมานสนฺตติวิจฺเฉทวเสน ปวตฺตนโต, ทุพฺพลภวงฺคปจฺจยํ วา สพฺพถา วิสยรสมนุภวิตุํ น สกฺโกตีติ อิฏฺฐาทีสุ สพฺพตฺถ อุเปกฺขายุตฺตเมว โหติ. โวฏฺฐพฺพนญฺจ วุตฺตวิปริยาเยน เวทนาเภทารหมฺปิ สมานํ วิปากปฺปพนฺธํ วิจฺฉินฺทิตฺวา วิสทิสจิตฺตปฺปพนฺธสฺส นิพฺพตฺตนโต สนฺตติปริณามเนเยว กิจฺจนฺตเร พฺยาวฏตฺตา วิปากํ วิย อารมฺมณรสสฺสาเท อสมตฺถเมวาติ สพฺพตฺถ อุเปกฺขาสหคตเมว. หสิตุปฺปาทํ ปน วุตฺตวิปรีตโต ปริหีนวิปลฺลาสานํ ขีณาสวานํ สนฺตาเน อิฏฺฐารมฺมเณเยว อุปฺปชฺชนโต สพฺพถา โสมนสฺสสหคตเมวาติ.
ลกฺขณาทิโต ปเนตาสุ ปุริมํ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ปุเรจรํ รูปาทิวิชานนลกฺขณํ, อาวชฺชนรสํ, ตถาภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, ภวงฺควิจฺเฉทปทฏฺฐานํ. ทุติยํ ฉฬารมฺมณวิชานนลกฺขณํ, อรหตํ อโนฬาริเกสุ วตฺถูสุ หสิตุปฺปาทรสํ, ตถาภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, เอกนฺตโต หทยวตฺถุปทฏฺฐานํ. ตติยมฺปิ ฉฬารมฺมณวิชานนลกฺขณํ, ปญฺจทฺวารมโนทฺวาเรสุ โวฏฺฐพฺพนาวชฺชนรสํ, ตถาภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, อเหตุกวิปากมโนวิญฺญาณธาตุภวงฺคานํ อญฺญตราปคมปทฏฺฐานนฺติ.
ภวงฺคํ อาวฏฺฏยมานาติ ภวงฺคสนฺตานํ อาวฏฺฏยนฺตี วิย. สาธารณาติ เสกฺขาเสกฺขปุถุชฺชนานํ สาธารณา. อสาธารณาติ อเสกฺขานํเยว อาเวณิกา. เตนาห ‘‘ขีณาสวสฺสา’’ติ. ฉสุ ทฺวาเรสุ…เป…อารมฺมเณสูติ จกฺขาทีสุ ฉสุ ทฺวาเรสุ, ปธานสารุปฺปฏฺฐานาทิคเตสุ ฉสุ รูปาทิอารมฺมเณสุ. ปธานสารุปฺปญฺหิ ฐานํ ทิสฺวา ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารตฺถาย ‘‘สารุปฺปมิทํ ฐานํ มยา ลทฺธ’’นฺติ ตุสนฺตสฺส จกฺขุทฺวาเร รูปารมฺมเณ, ภณฺฑภาชนฏฺฐาเน มหาสทฺทํ สุตฺวา ‘‘เอวรูปา โลลุปฺปตณฺหา เม ปหีนา’’ติ ตุสนฺตสฺส โสตทฺวาเร สทฺทารมฺมเณ, คนฺเธหิ วา ปุปฺเผหิ วา เจติยปูชนกาเล ‘‘เอวรูเปน วต สุคนฺเธน ภควนฺตํ ปูเชมี’’ติ ตุสนฺตสฺส ฆานทฺวาเร คนฺธารมฺมเณ, รสสมฺปนฺนํ ปิณฺฑปาตํ สพฺรหฺมจารีหิ สห ภาเชตฺวา ปริภุญฺชนกาเล ‘‘สารณียธมฺโม วต เม ปูริโต’’ติ ตุสนฺตสฺส ชิวฺหาทฺวาเร รสารมฺมเณ, อาภิสมาจาริกวตฺตปูรณกาเล ‘‘กาเยน วตฺตปฏิวตฺตํ ปูเรมี’’ติ ตุสนฺตสฺส กายทฺวาเร โผฏฺฐพฺพารมฺมเณติ เอวํ ปญฺจทฺวาเรสุ ปญฺจารมฺมเณสุ ปวตฺตติ.
มโนทฺวาเร ปน ยถาวุตฺเตเสฺวว ปญฺจสุ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมเณสุ ฆฏิการสุตฺตาทีสุ (ม. นิ. ๒.๒๘๒ อาทโย) วิย ภควโต ปุพฺเพนิวาสญาเณน ปริญฺญาเต อตีตารมฺมเณ, ‘‘อฏฺฐิสฺสโร นาม ปจฺเจกพุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๑๖ เทวทตฺตวตฺถุ) อาคตฏฺฐานาทีสุ วิย อนาคตํสญาเณน ปริจฺฉินฺเน อนาคตารมฺมเณ จาติ เอวํ ฉเสฺววารมฺมเณสุ หสิตํ อุปฺปาเทตีติ เวทิตพฺพํ. นนุ จ อตีตํสาทีสุ อปฺปฏิหตาทีสุ อปฺปฏิหตญาณํ วตฺวา ‘‘อิเมหิ ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตสฺส พุทฺธสฺส ภควโต สพฺพํ กายกมฺมํ ญาณปุพฺพงฺคมํ ญาณานุปริวตฺต’’นฺติ วจนโต วิจารณปญฺญารหิตาย เอตาย กถํ ภควโต อุปฺปตฺติ ยุชฺเชยฺยาติ? หสิตุปฺปาทจิตฺเตน ปวตฺติยมานมฺปิ ภควโต สิตกรณํ ปุพฺเพนิวาสอนาคตํสสพฺพญฺญุตญฺญาณานํ อนุวตฺตกตฺตา ญาณานุปริวตฺติเยว, เอวํ ปน ญาณานุปริวตฺติภาเว สติ น โกจิ ปาฬิวิโรโธ. เอวญฺจ กตฺวา อฏฺฐกถายํ ‘‘เตสํ ญาณานํ จิณฺณปริยนฺเต อิทํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ. อวสฺสญฺเจตํ เอวํ อิจฺฉิตพฺพํ, อิตรถา อญฺญสฺสาปิ วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกสฺส อเหตุกจิตฺตสฺส ภควโต อุปฺปตฺติ น ยุชฺเชยฺย. น หิ วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกสฺส ตํสมุฏฺฐิตาย วิญฺญตฺติยา กายกมฺมาทิภาวํ อาปชฺชนภาโว วิพนฺธตีติ. เอวญฺจ กตฺวา ปญฺจทฺวาเร อิมินา จิตฺเตน โสมนสฺสุปฺปาทนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ, น หาสุปฺปาทนํ ปญฺจทฺวาริกจิตฺตานํ อวิญฺญตฺติชนกตฺตา. มโนทฺวาเร ปน หาสุปฺปาทนํ. เตเนว หิ อฏฺฐกถายํ ปญฺจทฺวาเร ‘‘โสมนสฺสิโต โหตี’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๕๖๘) เอตฺตกเมว วุตฺตํ, มโนทฺวาเร จ ‘‘หาสยมาน’’นฺติ. อิธ ปน ‘‘หสิตุปฺปาทกิจฺจา’’ติ อวิเสสวจนํ ปญฺจทฺวาเร โสมนสฺสกรณวเสน ปวตฺตสฺสปิ มโนทฺวาเร หาสชนนสฺส ปจฺจยภาวํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. หสิตุปฺปาทกิจฺจาติ หสิตสฺเสว อุปฺปาทนกิจฺจา. เตเนว หิ ตํ ‘‘หสิตุปฺปาท’’นฺติ วุจฺจติ, น ปน อญฺเญสํ หสิตุปฺปาทจิตฺตานํ อภาวโต. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘กุสลโต จตูหี’’ติอาทิ.
ฉ อสาธารณญาณานีติ อาสยานุสยญาณํ, อินฺทฺริยปโรปริยญาณํ, ยมกปาฏิหาริยญาณํ, มหากรุณาสมาปตฺติญาณํ, สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, อนาวรณญาณนฺติ อิมานิ ฉ ปจฺเจกพุทฺธาทีหิ อสาธารณานิ ญาณานิ. นนุ จ สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว อนาวรณญาณํ, อิตรถา สพฺพญฺญุตานาวรณญาณานํ อสพฺพญฺญุตสาวรณญาณตา จ อาปชฺเชยฺย, ตถา หิ ยทิ สพฺพญฺญุตญฺญาณโต อญฺญมนาวรณญาณํ สิยา, ตสฺส สาวรณตฺตา สาวรเณ จ วิสเย สภาวปฏิเวธาภาวโต สพฺพญฺญุภาวํ น สิชฺเฌยฺย, อนาวรณญาณสฺส จ อสพฺพธมฺมารมฺมณภาเวน ยตฺถ ตํ น ปวตฺตติ, ตตฺถาวรณสมฺภวโต อนาวรณภาโวปิ น สิยาติ? สจฺจเมตํ, เอกเมว ตํ ญาณํ อนวเสสสงฺขตาสงฺขตสมฺมุติธมฺมวิสยตฺตา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ตตฺถ จ อาวรณาภาวโต นิสฺสงฺควารมุปาทาย อนาวรณญาณนฺติ เอวํ วิสยปวตฺติเภเทน อญฺเญหิ อสาธารณภาวทสฺสนตฺถํ เทฺวธา วุตฺตนฺติ. ยถาห –
‘‘สพฺพํ สงฺขตมสงฺขตํ อนวเสสํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณญาณ’’นฺติอาทิ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๙).
อิธ ฐตฺวาติ หสิตสฺส อุปฺปาทนโต หสิตสฺส อุปฺปาทนนฺติ วุตฺตจิตฺตสฺส อาคตฏฺฐาเน ฐตฺวา. ปริคฺคณฺหิตพฺพานีติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา คณฺหิตพฺพานิ. กิญฺจาปิ รูปาวจรกิริยานํ ฌานงฺคปฺปหานํ วิปาเก วิย อาคมนโต อหุตฺวา กุสเล วิย ภาวนาวิเสเสน ปวตฺตาการมตฺตํว โหติ, ปฐมชฺฌานสฺส ปน ปหานงฺคสมฺภวาภาวโต เอกสฺส วเสเนว นิทฺทิสิตุํ เสสานมฺปิ ปหานงฺคํ อวตฺวา สมฺปโยคงฺคเมว เตสุ ทสฺสิตนฺติ.
๕๗. ยสฺมา ปน ภาวนาวเสน ปวตฺตาการมตฺตํ วินา ภาวนาย กาตพฺพสฺส นีวรณปฺปหานาทิกิจฺจสฺส อภาวโต อุชุกํ ภาวนา นาม น โหติ, ตสฺมา ‘‘ภาวนาการวสปฺปวตฺตานี’’ติ อาการ-คฺคหณํ กตนฺติ.
๕๘-๙. นนฺติ ตํ ยถาวุตฺตรูปารูปสมาปตฺตึ. สมาปนฺนา สเจ กฺริยาติ เอตฺถ กิญฺจาปิ สา เอว สมาปตฺติ สมาปชฺชิตุํ น สกฺกา, นิรุทฺธานํ อนุปฺปนฺนโต, ปฏิลทฺธสมาปตฺติกสฺเสว สมาปชฺชิตุกามตาย สทฺธึเยว สมาปชฺชนโต, ปฐมชฺฌานาทิกเมว ปฏิลภิตฺวา ทุติยชฺฌานาทิกํ สมาปชฺชิตุํ อสกฺกุเณยฺยภาวโต จ, ปุพฺเพ ปฏิลทฺธสมาปตฺติสทิสํ ปุน สมาปชฺชนโต ปุถุชฺชนกาลสฺมึ อภินิพฺพตฺติตสมาปตฺติสทิสา เอตฺถ สา เอว ตถา วุตฺตา.
๖๑. เอกจิตฺตกฺขณตฺตาติ เอกจิตฺตกฺขเณเยว ปวตฺตนโต. ยทิ หิ โส ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺเชยฺย, ตทาสฺส อรหโต อุปฺปตฺติยา กิริยภาโว อิจฺฉิตพฺโพ สิยา. สกึเยว ปน ปวตฺตติ จตุสจฺจปฏิเวธกิจฺจสฺส เอกวาเรเนว ปรินิฏฺฐานโต, ตกฺกิจฺเจน จ วินา ตสฺส อนุปลพฺภนียตฺตา. เตนาห – ‘‘น ปารํ ทิคุณํ ยนฺตี’’ติ (สุ. นิ. ๗๑๙), ตสฺมา นตฺถิ โลกุตฺตรํ กิริยจิตฺตนฺติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย.
๖๒. กฺริยา…เป… เทสโกติ ยา อาปตฺติโย กายวาจาหิ อกาตพฺพํ กตฺวา อาปชฺชติ, ตา กิริยา, ยา ปน อาปตฺติโย กายวาจาหิ กาตพฺพํ อกโรนฺโต อาปชฺชติ, ตา อกิริยา, กิริยา จ อกิริยา จาติ กิริยากิริยา, กิริยากิริยา จ ตา อาปชฺชิตพฺพโต อาปตฺติโย จาติ กิริยากิริยาปตฺติโย, ตาสํ วิภาคํ เทเสตีติ กิริยา…เป… เทสโก. อถ วา กิริยาฌานภูตา สมาปตฺติโย กิริยาปตฺติโย, กุสลภูตา ปน สมาปตฺติโย อกิริยาปตฺติโย, ตาสํ วิภาคํ เทเสตีติ กฺริยา…เป… เทสโก. ยํ กิริยากิริยํ จิตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. ปญฺจนฺนํ มารานํ ชิตตฺตา ชิโน. หิตาหิตานนฺติ อตฺถานตฺถานํ. สาติ โส ชิโน. กฺริยากฺริยารโตติ สพฺพสตฺตานํ หิตสฺส กรเณ, อหิตสฺส จ อกรเณ นิรโต. อถ วา เอกนฺตมิฏฺฐวิปากตฺตา หิตาติ กุสลานเมตํ อธิวจนํ. ตปฺปฏิปกฺขตฺตา อหิตาติ อกุสลานเมตํ อธิวจนํ. ยถากฺกมํ เตสํ กิริยายํ, อกิริยายญฺจ รโตติ หิตาหิตานํ…เป… รโต. อถ วา หิตาหิตาติ กุสลากุสลา เอว, เตสํ กิริยากิริยามตฺตมวิปากภาวํ กาตุํ อิจฺฉตีติ หิตาหิตานํ…เป… รโต. อถ วา หิตาหิตานํ ปุคฺคลานํ สกิริยากิริยาย อตฺตโน อตฺตโน กิจฺจสฺส อิธโลกปรโลกนิปฺผาทนสฺส กรเณ รโต อภิรโตติ หิตาหิตานํ…เป… รโต.
๖๔-๖. สพฺเพ โลกุตฺตเร อฏฺฐ กตฺวา เย เอกูนนวุติ จิตฺตุปฺปาทา วุตฺตา, ตานิ จิตฺตานิ มยา นิทฺทิฏฺฐานีติ สมฺพนฺโธ. ปาฏวํ อตฺเถนฺติ ปตฺเถนฺติ, ปาฏวสงฺขาโต วา อตฺโถ เอเตสนฺติ ปาฏวตฺถิโน. อุคฺคเหตพฺโพติ สวนปฏิปุจฺฉาวเสน อุคฺคหิตพฺโพ, อุคฺคณฺหิตฺวา ปน น เกวลํ อุคฺคหณมตฺเตเยว ฐาตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘จินฺเตตพฺโพ ปุนปฺปุน’’นฺติ, น หิ สกฺกา อุคฺคหณมตฺเตเนเวตฺถ สพฺพถา สนฺนิฏฺฐานํ คนฺตุนฺติ อธิปฺปาโย. อภิธมฺมมโหทธินฺติ ธมฺมสงฺคณีอาทิสตฺตปฺปกรณวเสน ฐิตมภิธมฺมปิฏกมหณฺณวํ, ขนฺธายตนาทิวเสน ฐิตํ ปรมตฺถมหณฺณวํ วา. ตรนฺตีติ อตฺถคฺคหณวเสน อุตฺตรนฺติ, สุตมยญาณมูลเกน วา ภาวนาญาเณน โอตรนฺตีติ อตฺโถ. อิมํ โลกนฺติ ปจฺจุปฺปนฺนภวํ. ปรํ โลกนฺติ อนาคตภวํ. ตรนฺตีติ อติกฺกมนฺติ. อิธ โลกสฺมิญฺหิ ฉนฺทราคปฺปหานวเสน อิมํ โลกํ ตรนฺติ, อายตึ ภวูปปาทกสฺส กมฺมสฺส กมฺมกฺขยกรญาเณน วินาสนโต ปรโลกํ ตรนฺติ, อนุปาทาปรินิพฺพานวเสน ปรินิพฺพายนฺตีติ อตฺโถ.
อิติ อภิธมฺมตฺถวิกาสินิยา นาม
อภิธมฺมาวตารสํวณฺณนาย
จิตฺตนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.