๗. สมุจฺจยปริจฺเฉทวณฺณนา
๑. สลกฺขณา จินฺตนาทิสลกฺขณา จิตฺตเจตสิกนิปฺผนฺนรูปนิพฺพานวเสน ทฺวาสตฺตติปเภทา วตฺถุธมฺมา สภาวธมฺมา วุตฺตา, อิทานิ เตสํ ยถาโยคํ สภาวธมฺมานํ เอเกกสมุจฺจยวเสน โยคานุรูปโต อกุสลสงฺคหาทิเภทํ สมุจฺจยํ ราสึ ปวกฺขามีติ โยชนา.
๒. อกุสลานเมว สภาคธมฺมวเสน สงฺคโห อกุสลสงฺคโห. กุสลาทิวเสน มิสฺสกานํ สงฺคโห มิสฺสกสงฺคโห, สจฺจาภิสมฺโพธิสงฺขาตสฺส อริยมคฺคสฺส ปกฺเข ภวานํ โพธิปกฺขิยานํ ธมฺมานํ สติปฏฺฐานาทิเภทานํ สภาควตฺถุวเสน สงฺคโห โพธิปกฺขิยสงฺคโห. ขนฺธาทิวเสน สพฺเพสํ สงฺคโห สพฺพสงฺคโห.
อกุสลสงฺคหวณฺณนา
๓. ปุพฺพโกฏิยา อปญฺญายนโต จิรปาริวาสิยฏฺเฐน, วณโต วา วิสฺสนฺทมานยูสา วิย จกฺขาทิโต วิสเยสุ วิสฺสนฺทนโต อาสวา. อถ วา ภวโต อาภวคฺคํ ธมฺมโต อาโคตฺรภุํ สวนฺติ ปวตฺตนฺตีติ อาสวา. อวธิอตฺโถ เจตฺถ อา-กาโร, อวธิ จ มริยาทาภิวิธิวเสน ทุวิโธ. ตตฺถ ‘‘อาปาฏลิปุตฺตํ วุฏฺโฐ เทโว’’ตฺยาทีสุ วิย กิริยํ พหิ กตฺวา ปวตฺโต มริยาโท. ‘‘อาภวคฺคํ สทฺโท อพฺภุคฺคโต’’ตฺยาทีสุ วิย กิริยํ พฺยาเปตฺวา ปวตฺโต อภิวิธิ. อิธ ปน อภิวิธิมฺหิ ทฏฺฐพฺโพ. ตถา เหเต นิพฺพตฺติฏฺฐานภูเต จ ภวคฺเค, โคตฺรภุมฺหิ จ อารมฺมณภูเต ปวตฺตนฺติ. วิชฺชมาเนสุ จ อญฺเญสุ อาภวคฺคํ, อาโคตฺรภุญฺจ สวนฺเตสุ มานาทีสุ อตฺตตฺตนิยคฺคหณวเสน อภิพฺยาปนโต มทกรณฏฺเฐน อาสวสทิสตาย จ เอเตเยว อาสวภาเวน นิรุฬฺหาติ ทฏฺฐพฺพํ. กาโมเยว อาสโว กามาสโว, กามราโค. รูปารูปภเวสุ ฉนฺทราโค ภวาสโว. ฌานนิกนฺติสสฺสตทิฏฺฐิสหคโต จ ราโค เอตฺเถว สงฺคยฺหติ. ตตฺถ ปฐโม อุปปตฺติภเวสุ ราโค, ทุติโย กมฺมภเว, ตติโย ภวทิฏฺฐิสหคโต. ทฺวาสฏฺฐิวิธา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐาสโว. ทุกฺขาทีสุ จตูสุ สจฺเจสุ, ปุพฺพนฺเต, อปรนฺเต, ปุพฺพาปรนฺเต, ปฏิจฺจสมุปฺปาเทสุ จาติ อฏฺฐสุ ฐาเนสุ อญฺญาณํ อวิชฺชาสโว.
๔. โอตฺถริตฺวา หรณโต, โอหนนโต วา เหฏฺฐา กตฺวา หนนโต โอสีทาปนโต ‘‘โอโฆ’’ติ วุจฺจติ ชลปฺปวาโห, เอเต จ สตฺเต โอตฺถริตฺวา หนนฺตา วฏฺฏสฺมึ สตฺเต โอสีทาเปนฺตา วิย โหนฺตีติ โอฆสทิสตาย โอฆา, อาสวาเยว ปเนตฺถ ยถาวุตฺตฏฺเฐน ‘‘โอฆา’’ติ จ วุจฺจนฺติ.
๕. วฏฺฏสฺมึ, ภวยนฺตเก วา สตฺเต กมฺมวิปาเกน ภวนฺตราทีหิ, ทุกฺเขน วา สตฺเต โยเชนฺตีติ โยคา, เหฏฺฐา วุตฺตธมฺมาว.
๖. นามกาเยน รูปกายํ, ปจฺจุปฺปนฺนกาเยน วา อนาคตกายํ คนฺเถนฺติ ทุปฺปมุญฺจํ เวเฐนฺตีติ กายคนฺถา. โคสีลาทินา สีเลน, วเตน, ตทุภเยน จ สุทฺธีติ เอวํ ปรโต อสภาวโต อามสนํ ปรามาโส. ‘‘อิทเมว สจฺจํ, โมฆมญฺญ’’นฺติ อภินิวิสนํ ทฬฺหคฺคาโห อิทํ สจฺจาภินิเวโส.
๗. มณฺฑูกํ ปนฺนโค วิย ภุสํ ทฬฺหํ อารมฺมณํ อาทิยนฺตีติ อุปาทานานิ. กาโมเยว อุปาทานํ, กาเม อุปาทิยตีติ วา กามุปาทานํ. ‘‘อิมินา เม สีลวตาทินา สํสารสุทฺธี’’ติ เอวํ สีลวตาทีนํ คหณํ สีลพฺพตุปาทานํ. วทนฺติ เอเตนาติ วาโท, ขนฺเธหิ พฺยติริตฺตาพฺยติริตฺตวเสน วีสติ ปริกปฺปิตสฺส อตฺตโน วาโท อตฺตวาโท. โสเยว อุปาทานนฺติ อตฺตวาทุปาทานํ.
๘. ฌานาทิวเสน อุปฺปชฺชนกกุสลจิตฺตํ นิเสเธนฺติ ตถา ตสฺส อุปฺปชฺชิตุํ น เทนฺตีติ นีวรณานิ, ปญฺญาจกฺขุโน วา อาวรณฏฺเฐน นีวรณา. ปญฺจสุ กามคุเณสุ อธิมตฺตราคสงฺขาโต กาโมเยว ฉนฺทนฏฺเฐน ฉนฺโท จาติ กามจฺฉนฺโท. โสเยว นีวรณนฺติ กามจฺฉนฺทนีวรณํ. พฺยาปชฺชติ วินสฺสติ เอเตน จิตฺตนฺติ พฺยาปาโท, ‘‘อนตฺถํ เม อจรี’’ตฺยาทินยปฺปวตฺตนววิธอาฆาตวตฺถุปทฏฺฐานตาย นววิโธ, อฏฺฐานโกเปน สห ทสวิโธ วา โทโส, โสเยว นีวรณนฺติ พฺยาปาทนีวรณํ. ถินมิทฺธเมว นีวรณํ ถินมิทฺธนีวรณํ. ตถา อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจนีวรณํ. กสฺมา ปเนเต ภินฺนธมฺมา เทฺว เทฺว เอกนีวรณภาเวน วุตฺตาติ? กิจฺจาหารปฏิปกฺขานํ สมานภาวโต. ถินมิทฺธานญฺหิ จิตฺตุปฺปาทสฺส ลยาปาทนกิจฺจํ สมานํ, อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจานํ อวูปสนฺตภาวการณํ. ตถา ปุริมานํ ทฺวินฺนํ ตนฺทีวิชมฺภิตา อาหาโร, เหตูตฺยตฺโถ, ปจฺฉิมานํ ญาติพฺยสนาทิวิตกฺกนํ. ปุริมานญฺจ ทฺวินฺนํ วีริยํ ปฏิปกฺขภูตํ, ปจฺฉิมานํ สมโถติ, เตนาหุ โปราณา –
‘‘กิจฺจาหารวิปกฺขานํ, เอกตฺตา เอกเมตฺถ หิ;
กตมุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ, ถินมิทฺธญฺจ ตาทินา.
‘‘ลีนตาสนฺตตา กิจฺจํ, ตนฺที ญาติวิตกฺกนํ;
เหตุ วีริยสมถา, อิเม เตสํ วิโรธิโน’’ติ.
๙. อปฺปหีนฏฺเฐน อนุ อนุ สนฺตาเน เสนฺตีติ อนุสยา, อนุรูปํ การณํ ลภิตฺวา อุปฺปชฺชนฺตีตฺยตฺโถ. อปฺปหีนา หิ กิเลสา การณลาเภ สติ อุปชฺชนารหา สนฺตาเน อนุ อนุ สยิตา วิย โหนฺตีติ ตทวตฺถา ‘‘อนุสยา’’ติ วุจฺจนฺติ. เต ปน นิปฺปริยายโต อนาคตา กิเลสา, อตีตปจฺจุปฺปนฺนาปิ ตํสภาวตฺตา ตถา วุจฺจนฺติ. น หิ กาลเภเทน ธมฺมานํ สภาวเภโท อตฺถิ, ยทิ อปฺปหีนฏฺเฐน อนุสยา, นนุ สพฺเพปิ กิเลสา อปฺปหีนา อนุสยา ภเวยฺยุนฺติ? น มยํ อปฺปหีนตามตฺเตน ‘‘อนุสยา’’ติ วทาม, อถ โข อปฺปหีนฏฺเฐน ถามคตา กิเลสา อนุสยาติ. ถามคมนญฺจ อนญฺญสาธารโณ กามราคาทีนเมว อาเวณิโก สภาโวติ อลํ วิวาเทน. กามราโคเยว อนุสโย กามราคานุสโย.
๑๐. สํโยเชนฺติ พนฺธนฺตีติ สํโยชนานิ.
๑๒. จิตฺตํ กิลิสฺสติ อุปตปฺปติ, พาธียติ วา เอเตหีติ กิเลสา.
๑๓. กามภวนาเมนาติ กามภวสงฺขาตานํ อารมฺมณานํ นาเมน. ตถาปวตฺตนฺติ สีลพฺพตาทีนํ ปรโต อามสนาทิวเสน ปวตฺตํ.
๑๔. อาสวา จ โอฆา จ โยคา จ คนฺถา จ วตฺถุโต ธมฺมโต วุตฺตนเยน ตโย. ตถา อุปาทานา ทุเว วุตฺตา ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน. นีวรณา อฏฺฐ สิยุํ ถินมิทฺธอุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจานํ วิสุํ คหณโต. อนุสยา ฉเฬว โหนฺติ กามราคภวราคานุสยานํ ตณฺหาสภาเวน เอกโต คหิตตฺตา. นว สํโยชนา มตา อุภยตฺถ วุตฺตานํ ตณฺหาสภาวานํ, ทิฏฺฐิสภาวานญฺจ เอเกกํ สงฺคหิตตฺตา. กิเลสา ปน สุตฺตนฺตวเสน, อภิธมฺมวเสนปิ ทส. อิติ เอวํ ปาปานํ อกุสลานํ สงฺคโห นวธา วุตฺโต. เอตฺถ จ –
นวาฏฺฐสงฺคหา โลภ-ทิฏฺฐิโย สตฺตสงฺคหา;
อวิชฺชา ปฏิโฆ ปญฺจ-สงฺคโห จตุสงฺคหา;
กงฺขา ติสงฺคหา มานุทฺธจฺจา ถินํ ทฺวิสงฺคหํ.
กุกฺกุจฺจมิทฺธาหิริกา-โนตฺตปฺปิสฺสา นิคูหนา;
เอกสงฺคหิตา ปาปา, อิจฺเจวํ นวสงฺคหา.
อกุสลสงฺคหวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
มิสฺสกสงฺคหวณฺณนา
๑๕. เหตูสุ วตฺตพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว.
๑๖. อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา จินฺตนสงฺขาเตน อุปนิชฺฌายนฏฺเฐน ยถารหํ ปจฺจนีกธมฺมฌาปนฏฺเฐน จ ฌานานิ จ ตานิ องฺคานิ จ สมุทิตานํ อวยวภาเวน องฺคียนฺติ ญายนฺตีติ ฌานงฺคานิ. อวยววินิมุตฺตสฺส จ สมุทายสฺส อภาเวปิ เสนงฺครถงฺคาทโย วิย วิสุํ วิสุํ องฺคภาเวน วุจฺจนฺติ เอกโต หุตฺวา ฌานภาเวน. โทมนสฺสญฺเจตฺถ อกุสลฌานงฺคํ, เสสานิ กุสลากุสลาพฺยากตฌานงฺคานิ.
๑๗. สุคติทุคฺคตีนํ, นิพฺพานสฺส จ อภิมุขํ ปาปนโต มคฺคา, เตสํ ปถภูตานิ องฺคานิ, มคฺคสฺส วา อฏฺฐงฺคิกสฺส องฺคานิ มคฺคงฺคานิ. สมฺมา อวิปรีตโต ปสฺสตีติ สมฺมาทิฏฺฐิ. สา ปน ‘‘อตฺถิ ทินฺน’’นฺตฺยาทิวเสน ทสวิธา, ปริญฺญาทิกิจฺจวเสน จตุพฺพิธา วา. สมฺมา สงฺกปฺเปนฺติ เอเตนาติ สมฺมาสงฺกปฺโป. โส เนกฺขมฺมสงฺกปฺปอพฺยาปาทสงฺกปฺปอวิหึสาสงฺกปฺปวเสน ติวิโธ. สมฺมาวาจาทโย เหฏฺฐา วิภาวิตาว. สมฺมา วายมนฺติ เอเตนาติ สมฺมาวายาโม. สมฺมา สรนฺติ เอตายาติ สมฺมาสติ. อิเมสํ ปน เภทํ อุปริ วกฺขติ. สมฺมา สามญฺจ อาธียติ เอเตน จิตฺตนฺติ สมฺมาสมาธิ, ปฐมชฺฌานาทิวเสน ปญฺจวิธา เอกคฺคตา. มิจฺฉาทิฏฺฐิอาทโย ทุคฺคติมคฺคตฺตา มคฺคงฺคานิ.
๑๘. ทสฺสนาทีสุ จกฺขุวิญฺญาณาทีหิ, เยภุยฺเยน ตํสหิตสนฺตานปฺปวตฺติยํ ลิงฺคาทีหิ, ชีวเน ชีวนฺเตหิ กมฺมชรูปสมฺปยุตฺตธมฺเมหิ, มนเน ชานเน สมฺปยุตฺตธมฺเมหิ, สุขิตาทิภาเว สุขิตาทีหิ สหชาเตหิ, สทฺทหนาทีสุ สทฺทหนาทิวสปฺปวตฺเตหิ เตเหว, ‘‘อนญฺญาตํ ญสฺสามี’’ติ ปวตฺติยํ ตถาปวตฺเตหิ สหชาเตหิ, อาชานเน อญฺญภาวิภาเว จ อาชานนาทิวสปฺปวตฺเตหิ สหชาเตหิ อตฺตานํ อนุวตฺตาเปนฺตา ธมฺมา อิสฺสรฏฺเฐน อินฺทฺริยานิ นามาติ อาห ‘‘จกฺขุนฺทฺริย’’นฺตฺยาทิ. อฏฺฐกถายํ (วิภ. อฏฺฐ. ๒๑๙; วิสุทฺธิ. ๒.๕๒๕) ปน อปเรปิ อินฺทลิงฺคฏฺฐาทโย อินฺทฺริยฏฺฐา วุตฺตา. ชีวิตินฺทฺริยนฺติ รูปารูปวเสน ทุวิธํ ชีวิตินฺทฺริยํ. ‘‘อนมตคฺเค สํสาเร อนญฺญาตํ อมตํ ปทํ, จตุสจฺจธมฺมเมว วา ญสฺสามี’’ติ เอวมชฺฌาสเยน ปฏิปนฺนสฺส อินฺทฺริยํ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ. อาชานาติ ปฐมมคฺเคน ทิฏฺฐมริยาทํ อนติกฺกมิตฺวา ชานาติ อินฺทฺริยญฺจาติ อญฺญินฺทฺริยํ. อญฺญาตาวิโน จตฺตาริ สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิตสฺส อรหโต อินฺทฺริยํ อญฺญาตาวินฺทฺริยํ. ธมฺมสรูปวิภาวนตฺถญฺเจตฺถ ปญฺญินฺทฺริยคฺคหณํ, ปุคฺคลชฺฌาสยกิจฺจวิเสสวิภาวนตฺถํ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยาทีนํ คหณํ.
เอตฺถ จ สตฺตปญฺญตฺติยา วิเสสนิสฺสยตฺตา อชฺฌตฺติกายตนานิ อาทิโต วุตฺตานิ, มนินฺทฺริยํ ปน อชฺฌตฺติกายตนภาวสามญฺเญน เอตฺเถว วตฺตพฺพมฺปิ อรูปินฺทฺริเยหิ สห เอกโต ทสฺสนตฺถํ ชีวิตินฺทฺริยานนฺตรํ วุตฺตํ, สายํ ปญฺญตฺติ อิเมสํ วเสน ‘‘อิตฺถี ปุริโส’’ติ วิภาคํ คจฺฉตีติ ทสฺสนตฺถํ ตทนนฺตรํ ภาวทฺวยํ, ตยิเม อุปาทินฺนธมฺมา อิมสฺส วเสน ติฏฺฐนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ ตโต ปรํ ชีวิตินฺทฺริยํ, สตฺตสญฺญิโต ธมฺมปุญฺโช ปพนฺธวเสน ปวตฺตมาโน อิมาหิ เวทนาหิ สํกิลิสฺสตีติ ทสฺสนตฺถํ ตโต เวทนาปญฺจกํ, ตาหิ ปน วิสุทฺธิกามานํ โวทานสมฺภารทสฺสนตฺถํ ตโต สทฺธาทิปญฺจกํ, สมฺภูตโวทานสมฺภารา จ อิเมหิ วิสุชฺฌนฺตีติ วิสุทฺธิปฺปตฺตา, นิฏฺฐิตกิจฺจา จ โหนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ อนฺเต ตีณิ วุตฺตานิ. เอตฺตาวตา อธิปฺเปตตฺถสิทฺธีติ อญฺเญสํ อคฺคหณนฺติ อิทเมเตสํ อนุกฺกเมน เทสนาย การณนฺติ อลมติปฺปปญฺเจน.
๑๙. อสทฺธิยโกสชฺชปมาทอุทฺธจฺจอวิชฺชาอหิริกอโนตฺตปฺปสงฺขาเตหิ ปฏิปกฺขธมฺเมหิ อกมฺปิยฏฺเฐน, สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ ถิรภาเวน จ สทฺธาทีนิ สตฺต พลานิ, อหิริกาโนตฺตปฺปทฺวยํ ปน สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ ถิรภาเวเนว.
๒๐. อตฺตาธีนปฺปวตฺตีนํ ปติภูตา ธมฺมา อธิปตี. ‘‘ฉนฺทวโต กึนาม น สิชฺฌตี’’ตฺยาทิกํ หิ ปุพฺพาภิสงฺขารูปนิสฺสยํ ลภิตฺวา อุปฺปชฺชมาเน จิตฺเต ฉนฺทาทโย ธุรภูตา สยํ สมฺปยุตฺตธมฺเม สาธยมานา หุตฺวา ปวตฺตนฺติ, เต จ เตสํ วเสน ปวตฺตนฺติ, เตน เต อตฺตาธีนานํ ปติภาเวน ปวตฺตนฺติ. อญฺเญสํ อธิปติธมฺมานํ อธิปติภาวนิวารณวเสน อิสฺสริยํ อธิปติตา. สนฺเตสุปิ อินฺทฺริยนฺตเรสุ เกวลํ ทสฺสนาทีสุ จกฺขุวิญฺญาณาทีหิ อนุวตฺตาปนมตฺตํ อินฺทฺริยตาติ อยํ อธิปติอินฺทฺริยานํ วิเสโส.
๒๑. โอชฏฺฐมกรูปาทโย อาหรนฺตีติ อาหารา. กพฬีการาหาโร หิ โอชฏฺฐมกรูปํ อาหรติ, ผสฺสาหาโร ติสฺโส เวทนา, มโนสญฺเจตนาหารสงฺขาตํ กุสลากุสลกมฺมํ ตีสุ ภเวสุ ปฏิสนฺธึ. วิญฺญาณาหารสงฺขาตํ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ สหชาตนามรูเปอาหรติ, กิญฺจาปิ สกสกปจฺจยุปฺปนฺเน อาหรนฺตา อญฺเญปิ อตฺถิ. อชฺฌตฺติกสนฺตติยา ปน วิเสสปจฺจยตฺตา อิเมเยว จตฺตาโร ‘‘อาหารา’’ติ วุตฺตา.
กพฬีการาหารภกฺขานญฺหิ สตฺตานํ รูปกายสฺส กพฬีการาหาโร วิเสสปจฺจโย กมฺมาทิชนิตสฺสปิ ตสฺส กพฬีการาหารูปตฺถมฺภพเลเนว ทสวสฺสาทิปฺปวตฺติสมฺภวโต. ตถา เหส ‘‘ธาติ วิย กุมารสฺส, อุปตฺถมฺภนกยนฺตํ วิย เคหสฺสา’’ติ วุตฺโต. ผสฺโสปิ สุขาทิวตฺถุภูตํ อารมฺมณํ ผุสนฺโตเยว สุขาทิเวทนาปวตฺตเนน สตฺตานํ ฐิติยา ปจฺจโย โหติ. มโนสญฺเจตนา กุสลากุสลกมฺมวเสน อายูหมานาเยว ภวมูลนิปฺผาทนโต สตฺตานํ ฐิติยา ปจฺจโย โหติ. วิญฺญาณํ วิชานนฺตเมว นามรูปปฺปวตฺตเนน สตฺตานํ ฐิติยา ปจฺจโย โหตีติ เอวเมเตเยว อชฺฌตฺตสนฺตานสฺส วิเสสปจฺจยตฺตา ‘‘อาหารา’’ติ วุตฺตา, ผสฺสาทีนํ ทุติยาทิภาโว เทสนากฺกมโต, น อุปฺปตฺติกฺกมโต.
๒๖. ปญฺจวิญฺญาณานํ วิตกฺกวิรเหน อารมฺมเณสุ อภินิปาตมตฺตตฺตา เตสุ วิชฺชมานานิปิ อุเปกฺขาสุขทุกฺขานิ อุปนิชฺฌานาการสฺส อภาวโต ฌานงฺคภาเวน น อุทฺธฏานิ. ‘‘วิตกฺกปจฺฉิมกํ หิ ฌานงฺค’’นฺติ วุตฺตํ. ทฺวิปญฺจวิญฺญาณมโนธาตุตฺติกสนฺตีรณตฺติกวเสน โสฬสจิตฺเตสุ วีริยาภาวโต ตตฺถ วิชฺชมาโนปิ สมาธิ พลภาวํ น คจฺฉติ. ‘‘วีริยปจฺฉิมกํ พล’’นฺติ หิ วุตฺตํ. ตถา อฏฺฐารสาเหตุเกสุ เหตุวิรหโต มคฺคงฺคานิ น ลพฺภนฺติ. ‘‘เหตุปจฺฉิมกํ มคฺคงฺค’’นฺติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๔๓๘) หิ วุตฺตนฺติ อิมมตฺถํ มนสิ นิธายาห ‘‘ทฺวิปญฺจวิญฺญาเณสู’’ตฺยาทิ. ฌานงฺคานิ น ลพฺภนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
๒๗. อธิโมกฺขวิรหโต วิจิกิจฺฉาจิตฺเต เอกคฺคตา จิตฺตฏฺฐิติมตฺตํ, น ปน มิจฺฉาสมาธิสมาธินฺทฺริยสมาธิพลโวหารํ คจฺฉตีติ อาห ‘‘ตถา วิจิกิจฺฉาจิตฺเต’’ตฺยาทิ.
๒๘. ทฺวิเหตุกติเหตุกคฺคหเณน เอกเหตุเกสุ อธิปตีนํ อภาวํ ทสฺเสติ. ชวเนเสฺววาติ อวธารณํ โลกิยวิปาเกสุ อธิปตีนํ อสมฺภวทสฺสนตฺถํ. น หิ เต ฉนฺทาทีนิ ปุรกฺขตฺวา ปวตฺตนฺติ. วีมํสาธิปติโน ทฺวิเหตุกชวเนสุ อสมฺภวโต จิตฺตาภิสงฺขารูปนิสฺสยสฺส จ สมฺภวานุรูปโต ลพฺภมานตํ สนฺธายาห ‘‘ยถาสมฺภว’’นฺติ. เอโกว ลพฺภติ, อิตรถา อธิปติภาวาโยคโต, เตเนว หิ ภควตา ‘‘เหตู เหตุสมฺปยุตฺตกานํ ธมฺมานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย’’ตฺยาทินา (ปฏฺฐา. ๑.๑.๑) เหตุปจฺจยนิทฺเทเส วิย ‘‘อธิปตี อธิปติสมฺปยุตฺตกาน’’นฺตฺยาทินา อวตฺวา ‘‘ฉนฺทาธิปติ ฉนฺทสมฺปยุตฺตกาน’’นฺตฺยาทินา (ปฏฺฐา. ๑.๑.๓) เอเกกาธิปติวเสเนว อธิปติปจฺจโย อุทฺธโฏ.
๒๙. วตฺถุโต ธมฺมวเสน เหตุธมฺมา ฉ, ฌานงฺคานิ ปญฺจ โสมนสฺสโทมนสฺสุเปกฺขานํ เวทนาวเสน เอกโต คหิตตฺตา, มคฺคงฺคา นว มิจฺฉาสงฺกปฺปวายามสมาธีนํ วิตกฺกวีริยจิตฺเตกคฺคตาสภาเวน สมฺมาสงฺกปฺปาทีหิ เอกโต คหิตตฺตา. อินฺทฺริยธมฺมา โสฬส ปญฺจนฺนํ เวทนินฺทฺริยานํ เวทนาสามญฺเญน, ติณฺณํ โลกุตฺตรินฺทฺริยานํ ปญฺญินฺทฺริยสฺส จ ญาณสามญฺเญน เอกโต คหิตตฺตา, รูปารูปชีวิตินฺทฺริยานญฺจ วิสุํ คหิตตฺตา, พลธมฺมา ปน ยถาวุตฺตนเยเนว นว อีริตา, อธิปติธมฺมา จตฺตาโร วุตฺตา, อาหารา ตถา จตฺตาโร วุตฺตาติ กุสลาทีหิ ตีหิ สมากิณฺโณ ตโตเยว มิสฺสกสงฺคโห เอวํนามโก สงฺคโห สตฺตธา วุตฺโต. เอตฺถ จ –
ปญฺจสงฺคหิตา ปญฺญา, วายาเมกคฺคตา ปน;
จตุสงฺคหิตา จิตฺตํ, สติ เจว ติสงฺคหา.
สงฺกปฺโป เวทนา สทฺธา, ทุกสงฺคหิตา มตา;
เอเกกสงฺคหา เสสา, อฏฺฐวีสติ ภาสิตา.
มิสฺสกสงฺคหวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
โพธิปกฺขิยสงฺคหวณฺณนา
๓๐. ปฏฺฐาตีติ ปฏฺฐานํ, อสุภคฺคหณาทิวเสน อนุปวิสิตฺวา กายาทิอารมฺมเณ ปวตฺตตีตฺยตฺโถ, สติเยว ปฏฺฐานํ สติปฏฺฐานํ. ตํ ปน กายเวทนาจิตฺตธมฺเมสุ อสุภทุกฺขานิจฺจานตฺตาการคฺคหณวเสน, สุภสุขนิจฺจอตฺตสญฺญาวิปลฺลาสปฺปหานวเสน จ จตุพฺพิธนฺติ วุตฺตํ ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติ. กุจฺฉิตานํ เกสาทีนํ อาโยติ กาโย, สรีรํ, อสฺสาสปสฺสาสานํ วา สมูโห กาโย, ตสฺส อนุปสฺสนา ปริกมฺมวเสน, วิปสฺสนาวเสน จ สรณํ กายานุปสฺสนา. ทุกฺขทุกฺขวิปริณามทุกฺขสงฺขารทุกฺขภูตานํ เวทนานํ วเสน อนุปสฺสนา เวทนานุปสฺสนา. ตถา สราคมหคฺคตาทิวเสน สมฺปโยคภูมิเภเทน ภินฺนสฺเสว จิตฺตสฺส อนุปสฺสนา จิตฺตานุปสฺสนา. สญฺญาสงฺขารานํ ธมฺมานํ ภินฺนลกฺขณานเมว อนุปสฺสนา ธมฺมานุปสฺสนา.
๓๑. สมฺมา ปทหนฺติ เอเตนาติ สมฺมปฺปธานํ, วายาโม. โส จ กิจฺจเภเทน จตุพฺพิโธติ อาห ‘‘จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา’’ตฺยาทิ. อสุภมนสิการกมฺมฏฺฐานานุยุญฺชนาทิวเสน วายมนํ วายาโม. ภิยฺโยภาวายาติ อภิวุทฺธิยา.
๓๒. อิชฺฌติ อธิฏฺฐานาทิกํ เอตายาหิ อิทฺธิ, อิทฺธิวิธญาณํ อิทฺธิยา ปาโท อิทฺธิปาโท, ฉนฺโทเยว อิทฺธิปาโท ฉนฺทิทฺธิปาโท.
๓๕. พุชฺฌตีติ โพธิ, อารทฺธวิปสฺสกโต ปฏฺฐาย โยคาวจโร. ยาย วา โส สติอาทิกาย ธมฺมสามคฺคิยา พุชฺฌติ สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌติ, กิเลสนิทฺทาโต วา วุฏฺฐาติ, กิเลสสงฺโกจาภาวโต วา มคฺคผลปฺปตฺติยา วิกสติ, สา ธมฺมสามคฺคี โพธิ, ตสฺส โพธิสฺส, ตสฺสา วา โพธิยา องฺคภูตา การณภูตาติ โพชฺฌงฺคา, เต ปน ธมฺมวเสน สตฺตวิธาติ อาห ‘‘สติสมฺโพชฺฌงฺโค’’ตฺยาทิ. สติเยว สุนฺทโร โพชฺฌงฺโค, สุนฺทรสฺส วา โพธิสฺส, สุนฺทราย วา โพธิยา องฺโคติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค. ธมฺเม วิจินาติ อุปปริกฺขตีติ ธมฺมวิจโย, วิปสฺสนาปญฺญา. อุเปกฺขาติ อิธ ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขา.
๔๐. ‘‘สตฺตธา ตตฺถ สงฺคโห’’ติ วตฺวาน ปุน ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺกปฺปปสฺสทฺธิ จา’’ตฺยาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ วีริยํ นวฏฺฐานํ สมฺมปฺปธานจตุกฺกวีริยิทฺธิปาทวีริยินฺทฺริยวีริยพลสมฺโพชฺฌงฺคสมฺมาวายามวเสน นวกิจฺจตฺตา, สติ อฏฺฐฏฺฐานา สติปฏฺฐานจตุกฺกสตินฺทฺริยสติพลสติสมฺโพชฺฌงฺคสมฺมาสติวเสน อฏฺฐกิจฺจตฺตา. สมาธิ จตุฏฺฐาโน สมาธินฺทฺริยสมาธิพลสมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสมฺมาสมาธิวเสน จตุกิจฺจตฺตา, ปญฺญา ปญฺจฏฺฐานา วีมํสิทฺธิปาทปญฺญินฺทฺริยปญฺญาพลธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสมฺมาทิฏฺฐิวเสน ปญฺจกิจฺจตฺตา, สทฺธา ทฺวิฏฺฐานา สทฺธินฺทฺริยสทฺธาพลวเสน ทฺวิกิจฺจตฺตา. เอโส อุตฺตมานํ โพธิปกฺขิยภาเวน วิสิฏฺฐานํ สตฺตตึส ธมฺมานํ ปวโร อุตฺตโม วิภาโค.
๔๑. โลกุตฺตเร อฏฺฐวิเธปิ สพฺเพ สตฺตตึส ธมฺมา โหนฺติ, สงฺกปฺปปีติโย น วา โหนฺติ, ทุติยชฺฌานิเก สงฺกปฺปสฺส, จตุตฺถปญฺจมชฺฌานิเก ปีติยา จ อสมฺภวโต น โหนฺติ วา, โลกิเยปิ จิตฺเต สีลวิสุทฺธาทิ ฉพฺพิสุทฺธิปวตฺติยํ ยถาโยคํ ตํตํกิจฺจสฺส อนุรูปวเสน เกจิ กตฺถจิ วิสุํ วิสุํ โหนฺติ, กตฺถจิ น วา โหนฺติ.
โพธิปกฺขิยสงฺคหวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สพฺพสงฺคหวณฺณนา
๔๒. อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนาทิเภทภินฺนา เต เต สภาคธมฺมา เอกชฺฌํ ราสฏฺเฐน ขนฺธา. เตนาห ภควา – ‘‘ตเทกชฺฌํ อภิสํยูหิตฺวา อภิสงฺขิปิตฺวา อยํ วุจฺจติ รูปกฺขนฺโธ’’ตฺยาทิ (วิภ. ๒), เต ปเนเต ขนฺธา ภาชนโภชนพฺยญฺชนภตฺตการกภุญฺชกวิกปฺปวเสน ปญฺเจว วุตฺตาติ อาห ‘‘รูปกฺขนฺโธ’’ตฺยาทิ. รูปญฺหิ เวทนานิสฺสยตฺตา ภาชนฏฺฐานิยํ, เวทนา ภุญฺชิตพฺพตฺตา โภชนฏฺฐานิยา, สญฺญา เวทนาสฺสาทลาภเหตุตฺตา พฺยญฺชนฏฺฐานิยา, สงฺขารา อภิสงฺขรณโต ภตฺตการกฏฺฐานิยา, วิญฺญาณํ อุปภุญฺชกตฺตา ภุญฺชกฏฺฐานิยํ. เอตฺตาวตา จ อธิปฺเปตตฺถสิทฺธีติ ปญฺเจว วุตฺตา. เทสนากฺกเมปิ อิทเมว การณํ ยตฺถ ภุญฺชติ, ยญฺจ ภุญฺชติ, เยน จ ภุญฺชติ, โย จ โภชโก, โย จ ภุญฺชิตา, เตสํ อนุกฺกเมน ทสฺเสตุกามตฺตา.
๔๓. อุปาทานานํ โคจรา ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา, เต ปน อุปาทานวิสยภาเวน คหิตา รูปาทโย ปญฺเจวาติ วุตฺตํ ‘‘รูปุปาทานกฺขนฺโธ’’ตฺยาทิ. สพฺพสภาคธมฺมสงฺคหตฺถํ หิ สาสวา, อนาสวาปิ ธมฺมา อวิเสสโต ‘‘ปญฺจกฺขนฺธา’’ติ เทสิตา. วิปสฺสนาภูมิสนฺทสฺสนตฺถํ ปน สาสวาว ‘‘อุปาทานกฺขนฺธา’’ติ. ยถา ปเนตฺถ เวทนาทโย สาสวา, อนาสวา จ, น เอวํ รูปํ, เอกนฺตกามาวจรตฺตา. สภาคราสิวเสน ปน ตํ ขนฺเธสุ เทสิตํ, อุปาทานิยภาเวน, ปน ราสิวเสน จ อุปาทานกฺขนฺเธสูติ ทฏฺฐพฺพํ.
๔๔. อายตนฺติ เอตฺถ ตํตํทฺวารารมฺมณา จิตฺตเจตสิกา เตน เตน กิจฺเจน ฆฏฺเฏนฺติ วายมนฺติ, อายภูเต วา เต ธมฺเม เอตานิ ตโนนฺติ วิตฺถาเรนฺติ, อายตํ วา สํสารทุกฺขํ นยนฺติ ปวตฺเตนฺติ, จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ การณภูตานีติ วา อายตนานิ. อปิจ โลเก นิวาสอากรสโมสรณสญฺชาติฏฺฐานํ ‘‘อายตน’’นฺติ วุจฺจติ, ตสฺมา เอเตปิ ตํตํทฺวาริกานํ, ตํตทารมฺมณานญฺจ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ นิวาสฏฺฐานตาย, เตสเมว อากิณฺณภาเวน ปวตฺตานํ อากรฏฺฐานตาย, ทฺวารารมฺมณโต สโมสรนฺตานํ สโมสรณฏฺฐานตาย, ตตฺเถว อุปฺปชฺชนฺตานํ สญฺชาติฏฺฐานตาย จ อายตนานิ. ตานิ ปน ทฺวารภูตานิ อชฺฌตฺติกายตนานิ ฉ, อารมฺมณภูตานิ จ พาหิรายตนานิ ฉาติ ทฺวาทสวิธานีติ อาห ‘‘จกฺขายตน’’นฺตฺยาทิ. จกฺขุ จ ตํ อายตนญฺจาติ จกฺขายตนํ. เอวํ เสเสสุปิ.
เอตฺถ อชฺฌตฺติกายตเนสุ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆารมฺมณตฺตา จกฺขายตนํ วิภูตนฺติ ตํ ปฐมํ วุตฺตํ, ตทนนฺตรํ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆารมฺมณานิ อิตรานิ, ตตฺถาปิ อสมฺปตฺตคฺคาหกสามญฺเญน จกฺขายตนานนฺตรํ โสตายตนํ วุตฺตํ, อิตเรสุ สีฆตรํ อารมฺมณคฺคหณสมตฺถตฺตา ฆานายตนํ ปฐมํ วุตฺตํ. ปุรโต ฐปิตมตฺตสฺส หิ โภชนาทิกสฺส คนฺโธ วาตานุสาเรน ฆาเน ปฏิหญฺญติ, ตทนนฺตรํ ปน ปเทสวุตฺติสามญฺเญน ชิวฺหายตนํ วุตฺตํ, ตโต สพฺพฏฺฐานิกํ กายายตนํ, ตโต ปญฺจนฺนมฺปิ โคจรคฺคหณสมตฺถํ มนายตนํ, ยถาวุตฺตานํ ปน อนุกฺกเมน เตสํ เตสํ อารมฺมณานิ รูปายตนาทีนิ วุตฺตานิ.
๔๕. อตฺตโน สภาวํ ธาเรนฺตีติ ธาตุโย. อถ วา ยถาสมฺภวํ อเนกปฺปการํ สํสารทุกฺขํ วิทหนฺติ, ภารหาเรหิ วิย จ ภาโร สตฺเตหิ ธียนฺติ ธาริยนฺติ, อวสวตฺตนโต ทุกฺขวิธานมตฺตเมว เจตา, สตฺเตหิ จ สํสารทุกฺขํ อนุวิธียติ เอตาหิ, ตถาวิหิตญฺจ เอตาเสฺวว มียติ ฐปิยติ, รสโสณิตาทิสรีราวยวธาตุโย วิย, หริตาลมโนสิลาทิเสลาวยวธาตุโย วิย จ เญยฺยาวยวภูตา จาติ ธาตุโย. ยถาหุ –
‘‘วิทหติ วิธานญฺจ, ธียเต จ วิธียเต;
เอตาย ธียเต เอตฺถ, อิติ วา ธาตุสมฺมตา;
สรีรเสลาวยว-ธาตุโย วิย ธาตุโย’’ติ.
ตา ปน มนายตนํ สตฺตวิญฺญาณธาตุวเสน สตฺตธา ภินฺทิตฺวา อวเสเสหิ เอกาทสายตเนหิ สห อฏฺฐารสธาตู วุตฺตาติ อาห ‘‘จกฺขุธาตู’’ตฺยาทิ. กมการณํ วุตฺตนเยน ทฏฺฐพฺพํ.
๔๖. อริยกรตฺตา อริยานิ, ตจฺฉภาวโต สจฺจานีติ อริยสจฺจานิ. อิมานิ หิ จตฺตาโร ปฏิปนฺนเก, จตฺตาโร ผลฏฺเฐติ อฏฺฐอริยปุคฺคเล สาเธนฺติ อสติ สจฺจปฺปฏิเวเธ เตสํ อริยภาวานุปคมนโต, สติ จ ตสฺมึ เอกนฺเตน ตพฺภาวูปคมนโต จ. ทุกฺขสมุทยนิโรธมคฺคานเมว ปน ยถากฺกมํ พาธกตฺตํ ปภวตฺตํ นิสฺสรณตฺตํ นิยฺยานิกตฺตํ, นาญฺเญสํ, พาธกาทิภาโวเยว จ ทุกฺขาทีนํ, น อพาธกาทิภาโว, ตสฺมา อญฺญตฺถาภาวตตฺถพฺยาปิตาสงฺขาเตน ลกฺขเณน เอตานิ ตจฺฉานิ. เตนาหุ โปราณา –
‘‘โพธานุรูปํ จตฺตาโร, ฉินฺทนฺเต จตุโร มเล;
ขีณโทเส จ จตฺตาโร, สาเธนฺตาริยปุคฺคเล.
‘‘อญฺญตฺถ พาธกตฺตาทิ, น หิ เอเตหิ ลพฺภติ;
นาพาธกตฺตเมเตสํ, ตจฺฉาเนตานิเวตโต’’ติ.
อริยานํ วา สจฺจานิ เตหิ ปฏิวิชฺฌิตพฺพตฺตา, อริยสฺส วา สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สจฺจานิ เตน เทสิตตฺตาติ อริยสจฺจานิ. ตานิ ปน สํกิลิฏฺฐาสํกิลิฏฺฐผลเหตุวเสน จตุพฺพิธานีติ อาห ‘‘จตฺตาริ อริยสจฺจานี’’ตฺยาทิ. ตตฺถ กุจฺฉิตตฺตา, ตุจฺฉตฺตา จ ทุกฺขํ. กมฺมาทิปจฺจยสนฺนิฏฺฐาเน ทุกฺขุปฺปตฺตินิมิตฺตตาย สมุทโย สมุเทติ เอตสฺมา ทุกฺขนฺติ กตฺวา, ทุกฺขสฺส สมุทโย ทุกฺขสมุทโย. ทุกฺขสฺส อนุปฺปาทนิโรโธ เอตฺถ, เอเตนาติ วา ทุกฺขนิโรโธ. ทุกฺขนิโรธํ คจฺฉติ, ปฏิปชฺชนฺติ จ ตํ เอตายาติ ทุกฺขนิโรธคามินิปฏิปทา.
๔๗. เจตสิกานํ, โสฬสสุขุมรูปานํ, นิพฺพานสฺส จ วเสน เอกูนสตฺตติ ธมฺมา อายตเนสุ ธมฺมายตนํ, ธาตูสุ ธมฺมธาตูติ จ สงฺขํ คจฺฉนฺติ.
๔๙. เสสา เจตสิกาติ เวทนาสญฺญาหิ เสสา ปญฺญาส เจตสิกา. กสฺมา ปน เวทนาสญฺญา วิสุํ กตาติ? วฏฺฏธมฺเมสุ อสฺสาทตทุปกรณภาวโต. เตภูมกธมฺเมสุ หิ อสฺสาทวสปฺปวตฺตา เวทนา, อสุเภ สุภาทิสญฺญาวิปลฺลาสวเสน จ ตสฺสา ตทาการปฺปวตฺตีติ ตทุปกรณภูตา สญฺญา, ตสฺมา สํสารสฺส ปธานเหตุตาย เอตา วินิภุชฺชิตฺวา เทสิตาติ. วุตฺตเญฺหตํ อาจริเยน –
‘‘วฏฺฏธมฺเมสุ อสฺสาทํ, ตทสฺสาทุปเสวนํ;
วินิภุชฺช นิทสฺเสตุํ, ขนฺธทฺวยมุทาหฏ’’นฺติ. (นาม. ปริ. ๖๔๙);
๕๐. นนุ จ อายตนธาตูสุ นิพฺพานํ สงฺคหิตํ, ขนฺเธสุ กสฺมา น สงฺคหิตนฺติ อาห ‘‘เภทาภาเวนา’’ตฺยาทิ. อตีตาทิเภทภินฺนานญฺหิ ราสฏฺเฐน ขนฺธโวหาโรติ นิพฺพานํ เภทาภาวโต ขนฺธสงฺคหโต นิสฺสฏํ, วินิมุตฺตนฺตฺยตฺโถ.
๕๑. ฉนฺนํ ทฺวารานํ, ฉนฺนํ อารมฺมณานญฺจ เภเทน อายตนานิ ทฺวาทส ภวนฺติ, ฉนฺนํ ทฺวารานํ ฉนฺนํ อารมฺมณานํ ตทุภยํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนานํ ตตฺตกานเมว วิญฺญาณานํ ปริยาเยน กเมน ธาตุโย อฏฺฐารส ภวนฺติ.
๕๒. ติสฺโส ภูมิโย อิมสฺสาติ ติภูมํ, ติภูมํเยว เตภูมกํ. วตฺตติ เอตฺถ กมฺมํ, ตพฺพิปาโก จาติ วฏฺฏํ. ตณฺหาติ กามตณฺหาทิวเสน ติวิธา, ปุน ฉฬารมฺมณวเสน อฏฺฐารสวิธา, อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนวเสน จตุปญฺญาสวิธา, อชฺฌตฺติกพาหิรวเสน อฏฺฐสตปฺปเภทา ตณฺหา. กสฺมา ปน อญฺเญสุปิ ทุกฺขเหตูสุ สนฺเตสุ ตณฺหาเยว สมุทโยติ วุตฺตาติ? ปธานการณตฺตา. กมฺมวิจิตฺตตาเหตุภาเวน, หิ กมฺมสหายภาวูปคมเนน จ ทุกฺขวิจิตฺตตาการณตฺตา ตณฺหา ทุกฺขสฺส วิเสสการณนฺติ. มคฺโค ทุกฺขนิโรธคามินิปฏิปทานาเมน วุตฺโต มคฺโค โลกุตฺตโร มโตติ มคฺโคติ ปุน มคฺคคฺคหณํ โยเชตพฺพํ.
๕๓. มคฺคยุตฺตา อฏฺฐงฺคิกวินิมุตฺตา เสสา มคฺคสมฺปยุตฺตา ผสฺสาทโย ผลญฺเจว สสมฺปยุตฺตนฺติ เอเต จตูหิ สจฺเจหิ วินิสฺสฏา วินิคฺคตา นิปฺปริยายโต, ปริยายโต ปน อญฺญาตาวินฺทฺริยนิทฺเทเสปิ ‘‘มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺน’’นฺติ (ธ. ส. ๕๕๕) วุตฺตตฺตา ผลธมฺเมสุ สมฺมาทิฏฺฐาทีนํ มคฺคสจฺเจ, อิตเรสญฺจ มคฺคผลสมฺปยุตฺตานํ สงฺขารทุกฺขสามญฺเญน ทุกฺขสจฺเจ สงฺคโห สกฺกา กาตุํ. เอวญฺหิ สติ สจฺจเทสนายปิ สพฺพสงฺคาหิกตา อุปปนฺนา โหติ. กสฺมา ปเนเต ขนฺธาทโย พหู ธมฺมา วุตฺตาติ? ภควตาปิ ตเถว เทสิตตฺตา. ภควตาปิ กสฺมา ตถา เทสิตาติ? ติวิธสตฺตานุคฺคหสฺส อธิปฺเปตตฺตา. นามรูปตทุภยสมฺมุฬฺหวเสน หิ ติกฺขนาภิติกฺขมุทินฺทฺริยวเสน, สงฺขิตฺตมชฺฌิมวิตฺถารรุจิวเสน จ ติวิธา สตฺตา. เตสุ นามสมฺมุฬฺหานํ ขนฺธคฺคหณํ นามสฺส ตตฺถ จตุธา วิภตฺตตฺตา, รูปสมฺมุฬฺหานํ อายตนคฺคหณํ รูปสฺส ตตฺถ อฑฺเฒกาทสธา วิภตฺตตฺตา, อุภยมุฬฺหานํ ธาตุคฺคหณํ อุภเยสมฺปิ ตตฺถ วิตฺถารโต วิภตฺตตฺตา, ตถา ติกฺขินฺทฺริยานํ, สงฺขิตฺตรุจิกานญฺจ ขนฺธาคฺคหณนฺตฺยาทิ โยเชตพฺพํ. ตํ ปเนตํ ติวิธมฺปิ ปวตฺตินิวตฺติตทุภยเหตุวเสน ทิฏฺฐเมว อุปการาวหํ. โน อญฺญถาติ สจฺจคฺคหณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
สพฺพสงฺคหวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อิติ อภิธมฺมตฺถวิภาวินิยา นาม อภิธมฺมตฺถสงฺคหวณฺณนาย
สมุจฺจยปริจฺเฉทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.