รูปปวตฺติกฺกมวณฺณนา
๕๒. อิทานิ เนสํ สมฺภววเสน, ปวตฺติปฏิสนฺธิวเสน, โยนิวเสน จ ปวตฺตึ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพานิปิ ปเนตานี’’ตฺยาทิ วุตฺตํ. ยถารหนฺติ สภาวกปริปุณฺณายตนานํ อนุรูปโต.
๕๓. กมลกุหรคพฺภมลาทิสํเสทฏฺฐาเนสุ ชาตา สํเสทชา. อุปปาโต เนสํ อตฺถีติ โอปปาติกา, อุกฺกํสคติปริจฺเฉทวเสน เจตฺถ วิสิฏฺฐอุปปาโต คหิโต ยถา ‘‘อภิรูปสฺส กญฺญา ทาตพฺพา’’ติ. สตฺต ทสกานิ ปาตุภวนฺติ ปริปุณฺณายตนภาเวน อุปลพฺภนโต. กทาจิ น ลพฺภนฺติ ชจฺจนฺธชจฺจพธิรชจฺจาฆานนปุํสกอาทิกปฺปิกานํ วเสน. ตตฺถ สุคติยํ มหานุภาเวน กมฺมุนา นิพฺพตฺตมานานํ โอปปาติกานํ อินฺทฺริยเวกลฺลาโยคโต จกฺขุโสตฆานาลาโภ สํเสทชานํ, ภาวาลาโภ ปฐมกปฺปิกโอปปาติกานํ วเสนปิ. ทุคฺคติยํ ปน จกฺขุโสตภาวาลาโภ ทฺวินฺนมฺปิ วเสน, ฆานาลาโภ สํเสทชานเมว วเสน, น โอปปาติกานํ วเสนาติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา หิ ธมฺมหทยวิภงฺเค ‘‘กามธาตุยา อุปปตฺติกฺขเณ กสฺสจิ เอกาทสายตนานิ ปาตุภวนฺติ, กสฺสจิ ทส, กสฺสจิ อปรานิปิ ทส, กสฺสจิ นว, กสฺสจิ สตฺตา’’ติ (วิภ. ๑๐๐๗) วจนโต ปริปุณฺณินฺทฺริยสฺส โอปปาติกสฺส สทฺทายตนวชฺชิตานิ เอกาทสายตนานิ วุตฺตานิ. อนฺธสฺส จกฺขายตนวชฺชิตานิ ทส, ตถา พธิรสฺส โสตายตนวชฺชิตานิ, อนฺธพธิรสฺส ตทุภยวชฺชิตานิ นว, คพฺภเสยฺยกสฺส จกฺขุโสตฆานชิวฺหาสทฺทายตนวชฺชิตานิสตฺตายตนานิ วุตฺตานิ. ยทิ ปน อฆานโกปิ โอปปาติโก สิยา, อนฺธพธิราฆานกานํ วเสน ติกฺขตฺตุํ ทส, อนฺธพธิรอนฺธาฆานกพธิราฆานกานํ วเสน ติกฺขตฺตุํ นว, อนฺธพธิราฆานกสฺส วเสน จ อฏฺฐ อายตนานิ วตฺตพฺพานิ สิยุํ, น ปเนวํ วุตฺตานิ. ตสฺมา นตฺถิ โอปปาติกสฺส ฆานเวกลฺลนฺติ. ตถา จ วุตฺตํ ยมกฏฺฐกถายํ ‘‘อฆานโก โอปปาติโก นตฺถิ. ยทิ ภเวยฺย, กสฺสจิ อฏฺฐายตนานีติ วเทยฺยา’’ติ (ยม. อฏฺฐ. อายตนยมก. ๑๘-๒๑).
สํเสทชานํ ปน ฆานาภาโว น สกฺกา นิวาเรตุํ ‘‘กามธาตุยา อุปปตฺติกฺขเณ’’ตฺยาทิปาฬิยา (วิภ. ๑๐๐๗) โอปปาติกโยนิเมว สนฺธาย, สตฺตายตนคฺคหณสฺส จ อญฺเญสํ อสมฺภวโต คพฺภเสยฺยกเมว สนฺธาย วุตฺตตฺตา. ยํ ปน ‘‘สํเสทชโยนิกา ปริปุณฺณายตนภาเวน โอปปาติกสงฺคหํ กตฺวา วุตฺตา’’ติ อฏฺฐกถาวจนํ, ตมฺปิ ปริปุณฺณายตนํเยว สํเสทชานํ โอปปาติเกสุ สงฺคหวเสน วุตฺตํ. อปเร ปน ยมเก ฆานชิวฺหานํ สหจาริตา วุตฺตาติ อชิวฺหสฺส อสมฺภวโต อฆานกสฺสปิ อภาวเมว วณฺเณนฺติ, ตตฺถาปิ ยถา จกฺขุโสตานิ รูปภเว ฆานชิวฺหาหิ วินา ปวตฺตนฺติ, น เอวํ ฆานชิวฺหา อญฺญมญฺญํ วินา ปวตฺตนฺติ ทฺวินฺนมฺปิ รูปภเว อนุปฺปชฺชนโตติ เอวํ วิสุํ วิสุํ กามภเว อปฺปวตฺติวเสน เตสํ สหจาริตา วุตฺตาติ น น สกฺกา วตฺตุนฺติ.
๕๔. คพฺเภ มาตุกุจฺฉิยํ เสนฺตีติ คพฺภเสยฺยกา, เตเยว รูปาทีสุ สตฺตตาย สตฺตาติ คพฺภเสยฺยกสตฺตา. เอเต อณฺฑชชลาพุชา. ตีณิ ทสกานิ ปาตุภวนฺติ, ยานิ ‘‘กลลรูป’’นฺติ วุจฺจนฺติ, ปริปิณฺฑิตานิ จ ตานิ ชาติอุณฺณาย เอกสฺส อํสุโน ปสนฺนติลเตเล ปกฺขิปิตฺวา อุทฺธฏสฺส ปคฺฆริตฺวา อคฺเค ฐิตพินฺทุมตฺตานิ อจฺฉานิ วิปฺปสนฺนานิ. กทาจิ น ลพฺภติ อภาวกสตฺตานํ วเสน. ตโต ปรนฺติ ปฏิสนฺธิโต ปรํ. ปวตฺติกาเลติ สตฺตเม สตฺตาเห, ฏีกาการมเตน เอกาทสเม สตฺตาเห วา. กเมนาติ จกฺขุทสกปาตุภาวโต สตฺตาหาติกฺกเมน โสตทสกํ, ตโต สตฺตาหาติกฺกเมน ฆานทสกํ, ตโต สตฺตาหาติกฺกเมน ชิวฺหาทสกนฺติ เอวํ อนุกฺกเมน. อฏฺฐกถายมฺปิ หิ อยมตฺโถ ทสฺสิโตว.
๕๕. ฐิติกาลนฺติ ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺส ฐิติกาลํ. ปฏิสนฺธิจิตฺตสหชาตา หิ อุตุ ฐานปฺปตฺตา ตสฺส ฐิติกฺขเณ สุทฺธฏฺฐกํ สมุฏฺฐาเปติ, ตทา อุปฺปนฺนา ภงฺคกฺขเณตฺยาทินา อนุกฺกเมน อุตุ รูปํ ชเนติ. โอชาผรณมุปาทายาติ คพฺภเสยฺยกสฺส มาตุ อชฺโฌหฏาหารโต สํเสทโชปปาติกานญฺจ มุขคตเสมฺหาทิโต โอชาย รสหรณีอนุสาเรน สรีเร ผรณกาลโต ปฏฺฐาย.
๕๖. จุติจิตฺตํ อุปริมํ เอตสฺสาติ จุติจิตฺโตปริ. กมฺมชรูปานิ น อุปฺปชฺชนฺติ ตทุปฺปตฺติยํ มรณาภาวโต. กมฺมชรูปวิจฺเฉเท หิ ‘‘มโต’’ติ วุจฺจติ. ยถาห –
‘‘อายุ อุสฺมา จ วิญฺญาณํ, ยทา กายํ ชหนฺติมํ;
อปวิทฺโธ ตทา เสติ, นิรตฺถํว กลิงฺคร’’นฺติ. (สํ. นิ. ๓.๙๕ โถกํ วิสทิสํ);
ปุเรตรนฺติ สตฺตรสมสฺส อุปฺปาทกฺขเณ. ตโตปรํ จิตฺตชาหารชรูปญฺจ โวจฺฉิชฺชตีติ อชีวกสนฺตาเน เตสํ อุปฺปตฺติยา อภาวโต ยถานิพฺพตฺตํ จิตฺตชํ, อาหารชญฺจ ตโต ปรํ กิญฺจิ กาลํ ปวตฺติตฺวา นิรุชฺฌติ. อปเร ปน อาจริยา ‘‘จิตฺตชรูปํ จุติจิตฺตโต ปุเรตรเมว โวจฺฉิชฺชตี’’ติ วณฺเณนฺติ.
๕๘. รูปโลเก ฆานชิวฺหากายานํ อภาเว การณํ วุตฺตเมว. ภาวทฺวยํ ปน พหลกามราคูปนิสฺสยตฺตา พฺรหฺมานญฺจ ตทภาวโต ตตฺถ น ปวตฺตติ. อาหารชกลาปานิ จ น ลพฺภนฺติ อชฺโฌหฏาหาราภาเวน สรีรคตสฺสปิ อาหารสฺส รูปสมุฏฺฐาปนาภาวโต. พาหิรญฺหิ อุตุํ, อาหารญฺจ อุปนิสฺสยํ ลภิตฺวา อุตุอาหารา รูปํ สมุฏฺฐาเปนฺติ. ชีวิตนวกนฺติ กายาภาวโต กายทสกฏฺฐานิยํ ชีวิตนวกํ.
๕๙. อติริจฺฉติ เสสพฺรหฺมานํ ปฏิสนฺธิยํ, ปวตฺเต จ อุปลภิตพฺพรูปโต อวสิฏฺฐํ โหติ, มรณกาเล ปน พฺรหฺมานํ สรีรนิกฺเขปาภาวโต สพฺเพสมฺปิ ติสมุฏฺฐานานิ, ทฺวิสมุฏฺฐานานิ จ สเหว นิรุชฺฌนฺติ.
๖๑. รูเปสุ เตวีสติ ฆานชิวฺหากายภาวทฺวยวเสน ปญฺจนฺนํ อภาวโต. เกจิ ปน ‘‘ลหุตาทิตฺตยมฺปิ เตสุ นตฺถิ ทนฺธตฺตกราทิธาตุกฺโขภาภาวโต’’ติ วทนฺติ, ตํ อการณํ. น หิ วูปสเมตพฺพาเปกฺขา ตพฺพิโรธิธมฺมปฺปวตฺติ ตถา สติ สเหตุกกิริยจิตฺเตสุ ลหุตาทีนํ อภาวปฺปสงฺคโต. ‘‘สทฺโท วิกาโร’’ตฺยาทิ สพฺเพสมฺปิ สาธารณวเสน วุตฺตํ.
รูปปวตฺติกฺกมวณฺณนา นิฏฺฐิตา.