รูปสมุฏฺฐานนยวณฺณนา

๒๙. กานิ ปน ตานิ กมฺมาทีนิ, กถํ, กตฺถ, กทา จ รูปสมุฏฺฐานานีติ อาห ‘‘ตตฺถา’’ตฺยาทิ. ปฏิสนฺธิมุปาทายาติ ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขณํ อุปาทาย. ขเณ ขเณติ เอเกกสฺส จิตฺตสฺส ตีสุ ตีสุ ขเณสุ, นิรนฺตรเมวาติ วุตฺตํ โหติ. อปเร ปน จิตฺตสฺส ฐิติกฺขณํ (วิภ. มูลฏี. ๒๐ ปกิณฺณกกถาวณฺณนา), ภงฺคกฺขเณ จ รูปุปฺปาทํ (วิภ. มูลฏี. ๒๐ ปกิณฺณกกถาวณฺณนา) ปฏิเสเธนฺติ. ตตฺถ กิญฺจาปิ ฐิติกฺขณาภาเว เตสํ อุปปตฺติ เจว ตตฺถ วตฺตพฺพญฺจ เหฏฺฐา กถิตเมว, อิธาปิ ปน ภงฺคกฺขเณ รูปุปฺปาทาภาเว อุปปตฺติยา ตตฺถ วตฺตพฺเพน จ สห สุขคฺคหณตฺถํ สงฺคเหตฺวา วุจฺจติ –

‘‘อุปฺปนฺนุปฺปชฺชมานนฺติ, วิภงฺเค เอวมาทินํ;

ภงฺคกฺขณสฺมึ อุปฺปนฺนํ, โน จ อุปฺปชฺชมานกํ.

‘‘อุปฺปชฺชมานมุปฺปาเท, อุปฺปนฺนญฺจาติอาทินา;

ภงฺคุปฺปาทาว อกฺขาตา, น จิตฺตสฺส ฐิติกฺขโณ.

‘‘‘อุปฺปาโท จ วโย เจว, อญฺญถตฺตํ ฐิตสฺส จ;

ปญฺญายตี’ติ (อ. นิ. ๓.๔๗) วุตฺตตฺตา, ฐิติ อตฺถีติ เจ มตํ.

‘‘อญฺญถตฺตสฺส เอกสฺมึ, ธมฺเม อนุปลทฺธิโต;

ปญฺญาณวจนา เจว, ปพนฺธฏฺฐิติ ตตฺถปิ.

‘‘วุตฺตา ตสฺมา น จิตฺตสฺส, ฐิติ ทิสฺสติ ปาฬิยํ;

อภิธมฺเม อภาโวปิ, นิเสโธเยว สพฺพถา.

‘‘ยทา สมุทโย ยสฺส, นิรุชฺฌติ ตทาสฺส กึ;

ทุกฺขมุปฺปชฺชตีเตฺยตฺถ, ปเญฺห โนติ นิเสธโต.

‘‘รูปุปฺปาโท น ภงฺคสฺมึ, ตสฺมา สพฺเพปิ ปจฺจยา;

อุปฺปาเทเยว จิตฺตสฺส, รูปเหตูติ เกจน.

‘‘วุจฺจเต ตตฺถ เอกสฺมึ, ธมฺเมเยว ยถา มตา;

อุปฺปาทาวตฺถโต ภินฺนา, ภงฺคาวตฺถา ตเถว ตุ.

‘‘ภงฺคสฺสาภิมุขาวตฺถา, อิจฺฉิตพฺพา อยํ ฐิติ;

นยทสฺสนโต เอสา, วิภงฺเค น ตุ เทสิตา.

‘‘ลกฺขณํ สงฺขตสฺเสว, วตฺตุมุปฺปาทอาทินํ;

เทสิตตฺตา น ตตฺถาปิ, ปพนฺธสฺส ฐิตีริตา.

‘‘อุปสคฺคสฺส ธาตูนมตฺเถเยว ปวตฺติโต;

ปญฺญายตีติ เจตสฺส, อตฺโถ วิญฺญายเต อิติ.

‘‘ภงฺเค รูปสฺส นุปฺปาโท, จิตฺตชานํ วเสน วา;

อารุปฺปํวาภิสนฺธาย, ภาสิโต ยมกสฺส หิ.

‘‘สภาโวยํ ยถาลาภ-โยชนาติ ตโต นหิ;

น จิตฺตฏฺฐิติ ภงฺเค จ, น รูปสฺส อสมฺภโว’’ติ.

๓๑. รูปวิราคภาวนานิพฺพตฺตตฺตา เหตุโน ตพฺพิธุรตาย, อโนกาสตาย จ อรูปวิปากา, รูปชนเน วิเสสปจฺจเยหิ ฌานงฺเคหิ สมฺปโยคาภาวโต ทฺวิปญฺจวิญฺญาณานิ จาติ จุทฺทส จิตฺตานิ รูปํ น สมุฏฺฐาเปนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘อารุปฺปวิปากทฺวิปญฺจวิญฺญาณวชฺชิต’’นฺติ. ปฏิสนฺธิจิตฺตํ, ปน จุติจิตฺตญฺจ เอกูนวีสติ ภวงฺคสฺเสว อนฺโตคธตฺตา จิตฺตนฺตรํ น โหตีติ น ตสฺส วชฺชนํ กตํ. กิญฺจาปิ น กตํ, ปจฺฉาชาตปจฺจยรหิตํ, ปน อาหาราทีหิ จ อนุปตฺถทฺธํ ทุพฺพลวตฺถุํ นิสฺสาย ปวตฺตตฺตา, อตฺตโน จ อาคนฺตุกตาย กมฺมชรูเปหิ จิตฺตสมุฏฺฐานรูปานํ ฐานํ คเหตฺวา ฐิตตฺตา จ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ รูปสมุฏฺฐาปกํ น โหติ. จุติจิตฺเต ปน อฏฺฐกถายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๖๓๖; วิภ. อฏฺฐ. ๒๖ ปกิณฺณกกถา) ตาว ‘‘วูปสนฺตวฏฺฏมูลสฺมึ สนฺตาเน สาติสยํ สนฺตวุตฺติตาย ขีณาสวสฺเสว จุติจิตฺตํ รูปํ น สมุฏฺฐาเปตี’’ติ (ธ. ส. มูลฏี. ๖๓๖) วุตฺตํ. อานนฺทาจริยาทโย ปน ‘‘สพฺเพสมฺปิ จุติจิตฺตํ รูปํ น สมุฏฺฐาเปตี’’ติ วทนฺติ. วินิจฺฉโย ปน เนสํ สงฺเขปโต มูลฏีกาทีสุ, วิตฺถารโต จ อภิธมฺมตฺถวิกาสินิยํ วุตฺตนเยน ทฏฺฐพฺโพ. ปฐมภวงฺคมุปาทายาติ ปฏิสนฺธิยา อนนฺตรนิพฺพตฺตปฐมภวงฺคโต ปฏฺฐาย. ชายนฺตเมว สมุฏฺฐาเปติ, น ปน ฐิตํ, ภิชฺชมานํ วา อนนฺตราทิปจฺจยลาเภน อุปฺปาทกฺขเณเยว ชนกสามตฺถิยโยคโต.

๓๒. อิริยาย กายิกกิริยาย ปวตฺติปถภาวโต อิริยาปโถ, คมนาทิ, อตฺถโต ตทวตฺถา รูปปฺปวตฺติ. ตมฺปิ สนฺธาเรติ ยถาปวตฺตํ อุปตฺถมฺเภติ. ยถา หิ วีถิจิตฺเตหิ อพฺโพกิณฺเณ ภวงฺเค ปวตฺตมาเน องฺคานิ โอสีทนฺติ, น เอวเมเตสุ ทฺวตฺตึสวิเธสุ, วกฺขมาเนสุ จ ฉพฺพีสติยา ชาครณจิตฺเตสุ ปวตฺตมาเนสุ. ตทา ปน องฺคานิ อุปตฺถทฺธานิ ยถาปวตฺตอิริยาปถภาเวเนว ปวตฺตนฺติ.

๓๓. วิญฺญตฺติมฺปิ สมุฏฺฐาเปนฺติ, น เกวลํ รูปิริยาปถาเนว. อวิเสสวจเนปิ ปเนตฺถ มโนทฺวารปฺปวตฺตาเนว โวฏฺฐพฺพนชวนานิ วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกานิ, ตถา หาสชนกานิ จ ปญฺจทฺวารปฺปวตฺตานํ ปริทุพฺพลภาวโตติ ทฏฺฐพฺพํ. กามญฺเจตฺถ รูปวินิมุตฺโต อิริยาปโถ, วิญฺญตฺติ วา นตฺถิ, ตถาปิ น สพฺพํ รูปสมุฏฺฐาปกํ จิตฺตํ อิริยาปถูปตฺถมฺภกํ, วิญฺญตฺติวิการชนกญฺจ โหติ. ยํ ปน จิตฺตํ วิญฺญตฺติชนกํ, ตํ เอกํสโต อิริยาปถูปตฺถมฺภกํ อิริยาปถสฺส วิญฺญตฺติยา สห อวินาภาวโต. อิริยาปถูปตฺถมฺภกญฺจ รูปชนกนฺติ อิมสฺส วิเสสทสฺสนตฺถํ รูปโต อิริยาปถวิญฺญตฺตีนํ วิสุํ คหณํ.

๓๔. เตรสาติ กุสลโต จตฺตาริ, อกุสลโต จตฺตาริ, กิริยโต ปญฺจาติ เตรส. เตสุ หิ ปุถุชฺชนา อฏฺฐหิ กุสลากุสเลหิ หสนฺติ, เสกฺขา ทิฏฺฐิสหคตวชฺชิเตหิ, อเสกฺขา ปน ปญฺจหิ กิริยจิตฺเตหิ, ตตฺถาปิ พุทฺธา จตูหิ สเหตุกกิริยจิตฺเตเหว หสนฺติ, น อเหตุเกน ‘‘อตีตํสาทีสุ อปฺปฏิหตญาณํ ปตฺวา อิเมหิ ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตสฺส พุทฺธสฺส ภควโต สพฺพํ กายกมฺมํ ญาณปุพฺพงฺคมํ ญาณานุปริวตฺตี’’ติ วจนโต (มหานิ. ๖๙; จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕). น หิ วิจารณปญฺญารหิตสฺส หสิตุปฺปาทสฺส พุทฺธานํ ปวตฺติ ยุตฺตาติ วทนฺติ. หสิตุปฺปาทจิตฺเตน ปน ปวตฺติยมานมฺปิ เตสํ สิตกรณํ ปุพฺเพนิวาสอนาคตํสสพฺพญฺญุตญฺญาณานํ อนุวตฺตกตฺตา ญาณานุปริวตฺติเยวาติ. เอวญฺจ กตฺวา อฏฺฐกถายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๕๖๘) ‘‘เตสํ ญาณานํ จิณฺณปริยนฺเต อิทํ จิตฺตํ หาสยมานํ อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา น ตสฺส พุทฺธานํ ปวตฺติ สกฺกา นิวาเรตุํ.

๓๕. ปจฺฉาชาตาทิปจฺจยูปตฺถมฺภลาเภน ฐิติกฺขเณเยว อุตุโอชานํ พลวภาโวติ วุตฺตํ ‘‘เตโชธาตุ ฐิติปฺปตฺตา’’ตฺยาทิ.

๓๗. ตตฺถ หทยอินฺทฺริยรูปานิ นว กมฺมโตเยว ชาตตฺตา กมฺมชาเนว. ยญฺหิ ชาตํ, ชายติ, ชายิสฺสติ จ, ตํ ‘‘กมฺมช’’นฺติ วุจฺจติ ยถา ทุทฺธนฺติ.

๔๐. ปจฺจุปฺปนฺนปจฺจยาเปกฺขตฺตา ลหุตาทิตฺตยํ กมฺมชํ น โหติ, อิตรถา สพฺพทาภาวีหิ ภวิตพฺพนฺติ วุตฺตํ ‘‘ลหุตาทิตฺตยํ อุตุจิตฺตาหาเรหิ สมฺโภตี’’ติ.

๔๓. เอกนฺตกมฺมชานิ นว, จตุเชสุ กมฺมชานิ นวาติ อฏฺฐารส กมฺมชานิ, ปญฺจวิการรูปสทฺทอวินิพฺโภครูปอากาสวเสน ปนฺนรส จิตฺตชานิ, สทฺโท, ลหุตาทิตฺตยํ, อวินิพฺโภคากาสรูปานิ นวาติ เตรส อุตุชานิ, ลหุตาทิตฺตยอวินิพฺโภคากาสวเสน ทฺวาทส อาหารชานิ.

๔๔. เกวลํ ชายมานาทิรูปานํ ชายมานปริปจฺจมานภิชฺชมานรูปานํ สภาวตฺตา สภาวมตฺตํ วินา อตฺตโน ชาติอาทิลกฺขณาภาวโต ลกฺขณานิ เกหิจิ ปจฺจเยหิ น ชายนฺตีติ ปกาสิตํ. อุปฺปาทาทิยุตฺตานญฺหิ จกฺขาทีนํ ชาติอาทีนิ ลกฺขณานิ วิชฺชนฺติ, น เอวํ ชาติอาทีนํ. ยทิ เตสมฺปิ ชาติอาทีนิ สิยุํ, เอวํ อนวตฺถานเมว อาปชฺเชยฺย. ยํ ปน ‘‘รูปายตนํ…เป… กพฬีกาโร อาหาโร. อิเม ธมฺมา จิตฺตสมุฏฺฐานา’’ตฺยาทีสุ (ธ. ส. ๑๒๐๑) ชาติยา กุโตจิชาตตฺตํ อนุญฺญาตํ, ตมฺปิ รูปชนกปจฺจยานํ รูปุปฺปาทนํ ปติ อนุปรตพฺยาปารานํ ปจฺจยภาวูปคมนกฺขเณ ชายมานธมฺมวิการภาเวน อุปลพฺภมานตํ สนฺธายาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยมฺปิ ‘‘ชาติ, ภิกฺขเว, อนิจฺจา สงฺขตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา. ชรามรณํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺน’’นฺติ วจนํ (สํ. นิ. ๒.๒๐), ตตฺถาปิ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนานํ ลกฺขณภาวโตติ อยเมตฺถาภิสนฺธิ. เตนาหุ โปราณา –

‘‘ปาเฐ กุโตจิ ชาตตฺตํ, ชาติยา ปริยายโต;

สงฺขตานํ สภาวตฺตา, ตีสุ สงฺขตโตทิตา’’ติ.

รูปสมุฏฺฐานนยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.