๒. เจตสิกปริจฺเฉทวณฺณนา
สมฺปโยคลกฺขณวณฺณนา
๑. เอวํ ตาว จิตฺตํ ภูมิชาติสมฺปโยคสงฺขารฌานารมฺมณมคฺคเภเทน ยถารหํ วิภชิตฺวา อิทานิ เจตสิกวิภาคสฺส อนุปฺปตฺตตฺตา ปฐมํ ตาว จตุพฺพิธสมฺปโยคลกฺขณสนฺทสฺสนวเสน เจตสิกลกฺขณํ ฐเปตฺวา, ตทนนฺตรํ อญฺญสมานอกุสลโสภนวเสน ตีหิ ราสีหิ เจตสิกธมฺเม อุทฺทิสิตฺวา, เตสํ โสฬสหากาเรหิ สมฺปโยคํ, เตตฺตึสวิเธน สงฺคหญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกุปฺปาทนิโรธา จา’’ตฺยาทิ อารทฺธํ. จิตฺเตน สห เอกโต อุปฺปาโท จ นิโรโธ จ เยสํ เต เอกุปฺปาทนิโรธา. เอกํ อาลมฺพณญฺจ วตฺถุ จ เยสํ เต เอกาลมฺพณวตฺถุกา. เอวํ จตูหิ ลกฺขเณหิ เจโตยุตฺตา จิตฺเตน สมฺปยุตฺตา ทฺวิปญฺญาส ลกฺขณา ธารณโต ธมฺมา นิยตโยคิโน, อนิยตโยคิโน จ เจตสิกา มตา.
ตตฺถ ยทิ เอกุปฺปาทมตฺเตเนว เจโตยุตฺตาติ อธิปฺเปตา, ตทา จิตฺเตน สห อุปฺปชฺชมานานํ รูปธมฺมานมฺปิ เจโตยุตฺตตา อาปชฺเชยฺยาติ เอกนิโรธคฺคหณํ. เอวมฺปิ จิตฺตานุปริวตฺติโน วิญฺญตฺติทฺวยสฺส ปสงฺโค นสกฺกา นิวาเรตุํ, ตถา ‘‘เอกโต อุปฺปาโท วา นิโรโธ วา เอเตสนฺติ เอกุปฺปาทนิโรธา’’ติ ปริกปฺเปนฺตสฺส ปุเรตรมุปฺปชฺชิตฺวา จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิรุชฺฌมานานมฺปิ รูปธมฺมานนฺติ เอกาลมฺพณคฺคหณํ. เย เอวํ ติวิธลกฺขณา, เต นิยมโต เอกวตฺถุเยวาติทสฺสนตฺถํ เอกวตฺถุกคฺคหณนฺติ อลมติปฺปปญฺเจน.
สมฺปโยคลกฺขณวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อญฺญสมานเจตสิกวณฺณนา
๒. กถนฺติ สรูปสมฺปโยคาการานํ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. ผุสตีติ ผสฺโส (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑ ธมฺมุเทสวารผสฺสปญฺจมกราสิวณฺณนา), สฺวายํ ผุสนลกฺขโณ. อยญฺหิ อรูปธมฺโมปิ สมาโน อารมฺมเณ ผุสนากาเรเนว ปวตฺตติ, สา จสฺส ผุสนาการปฺปวตฺติ อมฺพิลขาทกาทีนํ ปสฺสนฺตสฺส ปรสฺส เขฬุปฺปาทาทิ วิย ทฏฺฐพฺพา. เวทยติ อารมฺมณรสํ อนุภวตีติ เวทนา, สา เวทยิตลกฺขณา. อารมฺมณรสานุภวนญฺหิ ปตฺวา เสสสมฺปยุตฺตธมฺมา เอกเทสมตฺเตเนว รสํ อนุภวนฺติ, เอกํสโต ปน อิสฺสรวตาย เวทนาว อนุภวติ. ตถา เหสา ‘‘สุโภชนรสานุภวนกราชา วิยา’’ติ วุตฺตา. สุขาทิวเสน ปนสฺสา เภทํ สยเมว วกฺขติ. นีลาทิเภทํ อารมฺมณํ สญฺชานาติ สญฺญํ กตฺวา ชานาตีติ สญฺญา, สา สญฺชานนลกฺขณา. สา หิ อุปฺปชฺชมานา ทารุอาทีสุ วฑฺฒกิอาทีนํ สญฺญาณกรณํ วิย ปจฺฉา สญฺชานนสฺส การณภูตํ อาการํ คเหตฺวา อุปฺปชฺชติ. นิมิตฺตการิกาย ตาเวตํ ยุชฺชติ, นิมิตฺเตน สญฺชานนฺติยา ปน กถนฺติ? สาปิ ปุน อปราย สญฺญาย สญฺชานนสฺส นิมิตฺตํ อาการํ คเหตฺวา อุปฺปชฺชตีติ น เอตฺถ โกจิ อสมฺภโว.
เจเตติ อตฺตนา สมฺปยุตฺตธมฺเม อารมฺมเณ อภิสนฺทหติ, สงฺขตาภิสงฺขรเณ วา พฺยาปารมาปชฺชตีติ เจตนา. ตถา หิ อยเมว อภิสงฺขรเณ ปธานตฺตา วิภงฺเค สุตฺตนฺตภาชนิเย สงฺขารกฺขนฺธํ วิภชนฺเตน ‘‘สงฺขตมภิสงฺขโรนฺตีติ สงฺขารา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๗๙) วตฺวา ‘‘จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา’’ตฺยาทินา (วิภ. ๒๑) นิทฺทิฏฺฐา. สา เจตยิตลกฺขณา, เชฏฺฐสิสฺสมหาวฑฺฒกิอาทโย วิย สกิจฺจปรกิจฺจสาธิกาติ ทฏฺฐพฺพํ. เอกคฺคตาวิตกฺกวิจารปีตีนํ สรูปวิภาวนํ เหฏฺฐา อาคตเมว.
ชีวนฺติ เตน สมฺปยุตฺตธมฺมาติ ชีวิตํ, ตเทว สหชาตานุปาลเน อาธิปจฺจโยเคน อินฺทฺริยนฺติ ชีวิตินฺทฺริยํ, ตํ อนุปาลนลกฺขณํ อุปฺปลาทิอนุปาลกํ อุทกํ วิย. กรณํ กาโร, มนสฺมึ กาโร มนสิกาโร, โส เจตโส อารมฺมเณ สมนฺนาหารลกฺขโณ. วิตกฺโก หิ สหชาตธมฺมานํ อารมฺมเณ อภินิโรปนสภาวตฺตา เต ตตฺถ ปกฺขิปนฺโต วิย โหติ, เจตนา อตฺตนา อารมฺมณคฺคหเณน ยถารุเฬฺห ธมฺเมปิ ตตฺถ ตตฺถ นิโยเชนฺตี พลนายโก วิย โหติ, มนสิกาโร เต อารมฺมณาภิมุขํ ปโยชนโต อาชานียานํ ปโยชนกสารถิ วิยาติ อยเมเตสํ วิเสโส. ธมฺมานญฺหิ ตํ ตํ ยาถาวสรสลกฺขณํ สภาวโต ปฏิวิชฺฌิตฺวา ภควตา เต เต ธมฺมา วิภตฺตาติ ภควติ สทฺธาย ‘‘เอวํ วิเสสา อิเม ธมฺมา’’ติ โอกปฺเปตฺวา อุคฺคหณปริปุจฺฉาทิวเสน เตสํ สภาวสมธิคมาย โยโค กรณีโย, น ปน ตตฺถ ตตฺถ วิปฺปฏิปชฺชนฺเตหิ สมฺโมโห อาปชฺชิตพฺโพติ อยเมตฺถ อาจริยานํ อนุสาสนี. สพฺเพสมฺปิ เอกูนนวุติจิตฺตานํ สาธารณา นิยมโต เตสุ อุปฺปชฺชนโตติ สพฺพจิตฺตสาธารณา นาม.
๓. อธิมุจฺจนํ อธิโมกฺโข, โส สนฺนิฏฺฐานลกฺขโณ, อารมฺมเณ นิจฺจลภาเวน อินฺทขีโล วิย ทฏฺฐพฺโพ. วีรานํ ภาโว, กมฺมํ, วิธินา อีรยิตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ วา วีริยํ, อุสฺสาโห, โส สหชาตานํ อุปตฺถมฺภนลกฺขโณ. วีริยวเสน หิ เตสํ โอลีนวุตฺติตา น โหติ. เอวญฺจ กตฺวา อิมสฺส วิตกฺกาทีหิ วิเสโส สุปากโฏ โหติ. ฉนฺทนํ ฉนฺโท, อารมฺมเณน อตฺถิกตา, โส กตฺตุกามตาลกฺขโณ. ตถา เหส ‘‘อารมฺมณคฺคหเณ เจตโส หตฺถปฺปสารณํ วิยา’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑ เยวาปนกวณฺณนา) วุจฺจติ. ทานวตฺถุวิสฺสชฺชนวเสน ปวตฺตกาเลปิ เจส วิสฺสชฺชิตพฺเพน เตน อตฺถิโกว ขิปิตพฺพอุสูนํ คหเณ อตฺถิโก อิสฺสาโส วิย. โสภเนสุ ตทิตเรสุ จ ปกาเรน กิณฺณา วิปฺปกิณฺณาติ ปกิณฺณกา.
๔. โสภนาเปกฺขาย อิตเร, อิตราเปกฺขาย โสภนา จ อญฺเญ นาม, เตสํ สมานา น อุทฺธจฺจสทฺธาทโย วิย อกุสลาทิสภาวาเยวาติ อญฺญสมานา.
อญฺญสมานเจตสิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อกุสลเจตสิกวณฺณนา
๕. เอวํ ตาว สพฺพจิตฺตสาธารณวเสน, ปกิณฺณกวเสน จ โสภเนตรสภาเว เตรส ธมฺเม อุทฺทิสิตฺวา อิทานิ เหฏฺฐา จิตฺตวิภาเค นิทฺทิฏฺฐานุกฺกเมน อกุสลธมฺมปริยาปนฺเน ปฐมํ, ตโต โสภนธมฺมปริยาปนฺเน จ ทสฺเสตุํ ‘‘โมโห’’ตฺยาทิ วุตฺตํ. อเหตุกา ปน อาเวณิกธมฺมา นตฺถีติ น เต วิสุํ วุตฺตา. อารมฺมเณ มุยฺหตีติ โมโห, อญฺญาณํ, โส อารมฺมณสภาวจฺฉาทนลกฺขโณ. อารมฺมณคฺคหณวสปฺปวตฺโตปิ เหส ตสฺส ยถาสภาวปฺปฏิจฺฉาทนากอาเรเนว ปวตฺตติ. น หิรียติ น ลชฺชตีติ อหิริโก, ปุคฺคโล, ธมฺมสมูโห วา. อหิริกสฺส ภาโว อหิริกฺกํ, ตเทว อหิริกํ. น โอตฺตปฺปตีติ อโนตฺตปฺปํ. ตตฺถ คูถโต คามสูกโร วิย กายทุจฺจริตาทิโต อชิคุจฺฉนลกฺขณํ อหิริกํ, อคฺคิโต สลโภ วิย ตโต อนุตฺตาสลกฺขณํ อโนตฺตปฺปํ. เตนาหุ โปราณา –
‘‘ชิคุจฺฉติ นาหิริโก, ปาปา คูถาว สูกโร;
น ภายติ อโนตฺตปฺปี, สลโภ วิย ปาวกา’’ติ.
อุทฺธตสฺส ภาโว อุทฺธจฺจํ, ตํ จิตฺตสฺส อวูปสมลกฺขณํ ปาสาณาภิฆาตสมุทฺธตภสฺมํ วิย. ลุพฺภตีติ โลโภ, โส อารมฺมเณ อภิสงฺคลกฺขโณ มกฺกฏาเลโป วิย. จิตฺตสฺส อาลมฺพิตุกามตามตฺตํ ฉนฺโท, โลโภ ตตฺถ อภิคิชฺฌนนฺติ อยเมเตสํ วิเสโส. ‘‘อิทเมว สจฺจํ, โมฆมญฺญ’’นฺติ มิจฺฉาภินิเวสลกฺขณา ทิฏฺฐิ. ญาณญฺหิ อารมฺมณํ ยถาสภาวโต ชานาติ, ทิฏฺฐิ ยถาสภาวํ วิชหิตฺวา อยาถาวโต คณฺหาตีติ อยเมเตสํ วิเสโส. ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ตฺยาทินา มญฺญตีติ มาโน, โส อุณฺณติลกฺขโณ. ตถา เหส ‘‘เกตุกมฺยตาปจฺจุปฏฺฐาโน’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๔๐๐) วุตฺโต. ทุสฺสตีติ โทโส, โส จณฺฑิกฺกลกฺขโณ ปหฏาสีวิโส วิย, อิสฺสตีติ อิสฺสา, สา ปรสมฺปตฺติอุสูยนลกฺขณา. มจฺฉรสฺส ภาโว มจฺฉริยํ, ‘‘มา อิทํ อจฺฉริยํ อญฺเญสํ โหตุ, มยฺหเมว โหตู’’ติ ปวตฺตํ วา มจฺฉริยํ, ตํ อตฺตสมฺปตฺตินิคูหนลกฺขณํ. กุจฺฉิตํ กตนฺติ กุกตํ. กตากตทุจฺจริตสุจริตํ. อกตมฺปิ หิ กุกต’’นฺติ โวหรนฺติ ‘‘ยํ มยา อกตํ. ตํ กุกต’’นฺติ. อิธ ปน กตากตํ อารพฺภ อุปฺปนฺโน วิปฺปฏิสารจิตฺตุปฺปาโท กุกตํ, ตสฺส ภาโว กุกฺกุจฺจํ, ตํ กตากตทุจฺจริตสุจริตานุโสจนลกฺขณํ. ถินนํ ถินํ, อนุสฺสาหนาวสํสีทนวเสน สํหตภาโว. มิทฺธนํ มิทฺธํ, วิคตสามตฺถิยตา, อสตฺติวิฆาโต วา, ตตฺถ ถินํ จิตฺตสฺส อกมฺมญฺญตาลกฺขณํ, มิทฺธํ เวทนาทิกฺขนฺธตฺตยสฺสาติ อยเมเตสํ วิเสโส. ตถา หิ ปาฬิยํ (ธ. ส. ๑๑๖๒-๑๑๖๓) ‘‘ตตฺถ กตมํ ถินํ? ยา จิตฺตสฺส อกลฺลตา อกมฺมญฺญตา. ตตฺถ กตมํ มิทฺธํ? ยา กายสฺส อกลฺลตา อกมฺมญฺญตา’’ตฺยาทินา อิเมสํ นิทฺเทโส ปวตฺโต. นนุ จ ‘‘กายสฺสา’’ติ วจนโต รูปกายสฺสปิ อกมฺมญฺญตา มิทฺธนฺติ ตสฺส รูปภาโวปิ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ, ตตฺถ ตตฺถ อาจริเยหิ อานีตการณวเสเนวสฺส ปฏิกฺขิตฺตตฺตา. ตถา หิ มิทฺธวาทิมตปฺปฏิกฺเขปนตฺถํ เตสํ วาทนิกฺเขปปุพฺพกํ อฏฺฐกถาทีสุ พหุธา วิตฺถาเรนฺติ อาจริยา. อยํ ปเนตฺถ สงฺคโห –
‘‘เกจิ มิทฺธมฺปิ รูปนฺติ, วทนฺเตตํ น ยุชฺชติ;
ปหาตพฺเพสุ วุตฺตตฺตา, กามจฺฉนฺทาทโย วิย.
‘‘ปหาตพฺเพสุ อกฺขาต-เมตํ นีวรเณสุ หิ;
รูปนฺตุ น ปหาตพฺพ-มกฺขาตํ ทสฺสนาทินา.
‘‘‘น ตุมฺหํ ภิกฺขเว รูปํ, ปชเหถา’ติ ปาฐโต;
ปเหยฺยภาวเลโสปิ, ยตฺถ รูปสฺส ทิสฺสติ.
‘‘ตตฺถ ตพฺพิสยจฺฉนฺท-ราคหานิ ปกาสิตา;
วุตฺตญฺหิ ตตฺถ โย ฉนฺท-ราคกฺเขโปติอาทิกํ.
‘‘รูปารูเปสุ มิทฺเธสุ, อรูปํ ตตฺถ เทสิตํ;
อิติ เจ นตฺถิ ตํ ตตฺถ, อวิเสเสน ปาฐโต.
‘‘สกฺกา หิ อนุมาตุํ ยํ, มิทฺธํ รูปนฺติ จินฺติตํ;
ตมฺปิ นีวรณํ มิทฺธ-ภาวโต อิตรํ วิย.
‘‘สมฺปโยคาภิธานา จ, น ตํ รูปนฺติ นิจฺฉโย;
อรูปีนญฺหิ ขนฺธานํ, สมฺปโยโค ปวุจฺจติ.
‘‘ตถารุปฺเป สมุปฺปตฺติ, ปาฐโต นตฺถิ รูปตา;
นิทฺทา ขีณาสวานนฺตุ, กายเคลญฺญโต สิยา’’ติ.
อกุสลเจตสิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
โสภนเจตสิกวณฺณนา
๖. สทฺทหตีติ สทฺธา, พุทฺธาทีสุ ปสาโท, สา สมฺปยุตฺตธมฺมานํ ปสาทนลกฺขณา อุทกปฺปสาทกมณิ วิย. สรณํ สติ, อสมฺโมโส, สา สมฺปยุตฺตธมฺมานํ สารณลกฺขณา. หิรียติ กายทุจฺจริตาทีหิ ชิคุจฺฉตีติ หิรี, สา ปาปโต ชิคุจฺฉนลกฺขณา. โอตฺตปฺปตีติ โอตฺตปฺปํ, ตํ ปาปโต อุตฺตาสลกฺขณํ. อตฺตคารววเสน ปาปโต ชิคุจฺฉนโต กุลวธู วิย หิรี, ปรคารววเสน ปาปโต อุตฺตาสนโต เวสิยา วิย โอตฺตปฺปํ. โลภปฺปฏิปกฺโข อโลโภ, โส อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อลคฺคตาลกฺขโณ มุตฺตภิกฺขุ วิย. โทสปฺปฏิปกฺโข อโทโส, โส อจณฺฑิกฺกลกฺขโณ อนุกูลมิตฺโต วิย. เตสุ ธมฺเมสุ มชฺฌตฺตตา ตตฺรมชฺฌตฺตตา, สา จิตฺตเจตสิกานํ อชฺฌุเปกฺขนลกฺขณา สมปฺปวตฺตานํ อสฺสานํ อชฺฌุเปกฺขโก สารถิ วิย.
กายสฺส ปสฺสมฺภนํ กายปฺปสฺสทฺธิ. จิตฺตสฺส ปสฺสมฺภนํ จิตฺตปฺปสฺสทฺธิ. อุโภปิ เจตา กายจิตฺตทรถวูปสมลกฺขณา. กายสฺส ลหุภาโว กายลหุตา. ตถา จิตฺตลหุตา. ตา กายจิตฺตครุภาววูปสมลกฺขณา. กายสฺส มุทุภาโว กายมุทุตา. ตถา จิตฺตมุทุตา. ตา กายจิตฺตถทฺธภาววูปสมลกฺขณา. กมฺมนิ สาธุ กมฺมญฺญํ, ตสฺส ภาโว กมฺมญฺญตา, กายสฺส กมฺมญฺญตา กายกมฺมญฺญตา. ตถา จิตฺตกมฺมญฺญตา. ตา กายจิตฺตอกมฺมญฺญภาววูปสมลกฺขณา. ปคุณสฺส ภาโว ปาคุญฺญํ, ตเทว ปาคุญฺญตา, กายสฺส ปาคุญฺญตา กายปาคุญฺญตา. ตถา จิตฺตปาคุญฺญตา. ตา กายจิตฺตานํ เคลญฺญวูปสมลกฺขณา. กายสฺส อุชุกภาโว กายุชุกตา. ตถา จิตฺตุชุกตา. ตา กายจิตฺตานํ อชฺชวลกฺขณา. ยถากฺกมํ ปเนตา กายจิตฺตานํ สารมฺภาทิกรธาตุกฺโขภปฏิปกฺขปจฺจยสมุฏฺฐานา, กาโยติ เจตฺถ เวทนาทิกฺขนฺธตฺตยสฺส คหณํ. ยสฺมา เจเต เทฺว เทฺว ธมฺมาว เอกโต หุตฺวา ยถาสกํ ปฏิปกฺขธมฺเม หนนฺติ, ตสฺมา อิเธว ทุวิธตา วุตฺตา, น สมาธิอาทีสุ. อปิจ จิตฺตปฺปสฺสทฺธิอาทีหิ จิตฺตสฺเสว ปสฺสทฺธาทิภาโว โหติ, กายปฺปสฺสทฺธิอาทีหิ ปน รูปกายสฺสปิ ตํสมุฏฺฐานปณีตรูปผรณวเสนาติ ตทตฺถสนฺทสฺสนตฺถญฺเจตฺถ ทุวิธตา วุตฺตา. โสภนานํ สพฺเพสมฺปิ สาธารณา นิยเมน เตสุ อุปฺปชฺชนโตติ โสภนสาธารณา.
๗. สมฺมา วทนฺติ เอตายาติ สมฺมาวาจา, วจีทุจฺจริตวิรติ. สา จตุพฺพิธา มุสาวาทา เวรมณิ, ปิสุณวาจา เวรมณิ, ผรุสวาจา เวรมณิ, สมฺผปฺปลาปา เวรมณีติ. กมฺมเมว กมฺมนฺโต สุตฺตนฺตวนนฺตาทโย วิย. สมฺมา ปวตฺโต กมฺมนฺโต สมฺมากมฺมนฺโต, กายทุจฺจริตวิรติ. สา ติวิธา ปาณาติปาตา เวรมณิ, อทินฺนาทานา เวรมณิ, กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณีติ. สมฺมา อาชีวนฺติ เอเตนาติ สมฺมาอาชีโว, มิจฺฉาชีววิรติ. โส ปน อาชีวเหตุกกายวจีทุจฺจริตโต วิรมณวเสน สตฺตวิโธ, กุหนลปนาทิมิจฺฉาชีววิรมณวเสน พหุวิโธ วา. ติวิธาปิ ปเนตา ปจฺเจกํ สมฺปตฺตสมาทานสมุจฺเฉทวิรติวเสน ติวิธา วิรติโย นาม ยถาวุตฺตทุจฺจริเตหิ วิรมณโต.
๘. กโรติ ปรทุกฺเข สติ สาธูนํ หทยเขทํ ชเนติ, กิรติ วา วิกฺขิปติ ปรทุกฺขํ, กิณาติ วา ตํ หึสติ, กิริยติ วา ทุกฺขิเตสุ ปสาริยตีติ กรุณา, สา ปรทุกฺขาปนยนกามตาลกฺขณา. ตาย หิ ปรทุกฺขํ อปนียตุ วา, มา วา, ตทากาเรเนว สา ปวตฺตติ. โมทนฺติ เอตายาติ มุทิตา, สา ปรสมฺปตฺติอนุโมทนลกฺขณา, อปฺปมาณสตฺตารมฺมณตฺตา อปฺปมาณา, ตา เอว อปฺปมญฺญา. นนุ จ ‘‘จตสฺโส อปฺปมญฺญา’’ติ วกฺขติ, กสฺมา ปเนตฺถ เทฺวเยว วุตฺตาติ? อโทสตตฺรมชฺฌตฺตตาหิ เมตฺตุเปกฺขานํ คหิตตฺตา. อโทโสเยว หิ สตฺเตสุ หิตชฺฌาสยวสปฺปวตฺโต เมตฺตา นาม. ตตฺรมชฺฌตฺตตาเยว เตสุ ปฏิฆานุนยวูปสมปฺปวตฺตา อุเปกฺขา นาม. เตนาหุ โปราณา –
‘‘อพฺยาปาเทน เมตฺตา หิ, ตตฺรมชฺฌตฺตตาย จ;
อุเปกฺขา คหิตา ยสฺมา, ตสฺมา น คหิตา อุโภ’’ติ. (อภิธ. ๗๐);
ปกาเรน ชานาติ อนิจฺจาทิวเสน อวพุชฺฌตีติ ปญฺญา, สา เอว ยถาสภาวาวโพธเน อาธิปจฺจโยคโต อินฺทฺริยนฺติ ปญฺญินฺทฺริยํ. อถ สญฺญาวิญฺญาณปญฺญานํ กึ นานากรณนฺติ? สญฺญา ตาว นีลาทิวเสน สญฺชานนมตฺตํ กโรติ, ลกฺขณปฺปฏิเวธํ กาตุํ น สกฺโกติ. วิญฺญาณํ ลกฺขณปฺปฏิเวธมฺปิ สาเธติ, อุสฺสกฺกิตฺวา ปน มคฺคํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ. ปญฺญา ปน ติวิธมฺปิ กโรติ, พาลคามิกเหรญฺญิกานํ กหาปณาวโพธนเมตฺถ นิทสฺสนนฺติ. ญาณวิปฺปยุตฺตสญฺญาย เจตฺถ อาการคฺคหณวเสน อุปฺปชฺชนกาเล วิญฺญาณํ อพฺโพหาริกํ, เสสกาเล พลวํ. ญาณสมฺปยุตฺตา ปน อุโภปิ ตทนุคติกา โหนฺติ. สพฺพถาปิ ปญฺจวีสตีติ สมฺพนฺโธ.
๙. ‘‘เตรสญฺญสมานา’’ตฺยาทิ ตีหิ ราสีหิ วุตฺตานํ สงฺคโห.
โสภนเจตสิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สมฺปโยคนยวณฺณนา
๑๐. จิตฺเตน สห อวิยุตฺตา จิตฺตาวิยุตฺตา, เจตสิกาติ วุตฺตํ โหติ. อุปฺปชฺชตีติ อุปฺปาโท, จิตฺตเมว อุปฺปาโท จิตฺตุปฺปาโท. อญฺญตฺถ ปน สสมฺปยุตฺตํ จิตฺตํ จิตฺตุปฺปาโทติ วุจฺจติ ‘‘อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ เอเตนาติ อุปฺปาโท, ธมฺมสมูโห, จิตฺตญฺจ ตํ อุปฺปาโท จาติ จิตฺตุปฺปาโท’’ติ กตฺวา. สมาหารทฺวนฺเทปิ หิ ปุลฺลิงฺคํ กตฺถจิ สทฺทวิทู อิจฺฉนฺติ. เตสํ จิตฺตาวิยุตฺตานํ จิตฺตุปฺปาเทสุ ปจฺเจกํ สมฺปโยโค อิโต ปรํ ยถาโยคํ ปวุจฺจตีติ สมฺพนฺโธ.
อญฺญสมานเจตสิกสมฺปโยคนยวณฺณนา
๑๓. สภาเวน อวิตกฺกตฺตา ทฺวิปญฺจวิญฺญาณานิ วชฺชิตานิ เอเตหิ, เตหิ วา เอตานิ วชฺชิตานีติ ทฺวิปญฺจวิญฺญาณวชฺชิตานิ, จตุจตฺตาลีส กามาวจรจิตฺตานิ. เตสุ เจว เอกาทสสุ ปฐมชฺฌานจิตฺเตสุ จ วิตกฺโก ชายติ เสสานํ ภาวนาพเลน อวิตกฺกตฺตาติ อธิปฺปาโย.
๑๔. เตสุ เจว ปญฺจปญฺญาสสวิตกฺกจิตฺเตสุ, เอกาทสสุ ทุติยชฺฌานจิตฺเตสุ จาติ ฉสฏฺฐิจิตฺเตสุ วิจาโร ชายติ.
๑๕. ทฺวิปญฺจวิญฺญาเณหิ, วิจิกิจฺฉาสหคเตน จาติ เอกาทสหิ วชฺชิเตสุ อฏฺฐสตฺตติจิตฺเตสุ อธิโมกฺโข ชายติ.
๑๖. ปญฺจทฺวาราวชฺชเนน, ทฺวิปญฺจวิญฺญาเณหิ, สมฺปฏิจฺฉนทฺวเยน, สนฺตีรณตฺตเยน จาติ โสฬสหิ วชฺชิเตสุ เตสตฺตติยา จิตฺเตสุ วีริยํ ชายติ.
๑๗. โทมนสฺสสหคเตหิทฺวีหิ, อุเปกฺขาสหคเตหิ ปญฺจปญฺญาสจิตฺเตหิ, กายวิญฺญาณทฺวเยน, เอกาทสหิ จตุตฺถชฺฌาเนหิ จาติ สตฺตติจิตฺเตหิ วชฺชิเตสุ เอกปญฺญาสจิตฺเตสุ ปีติ ชายติ.
๑๘. อเหตุเกหิ อฏฺฐารสหิ, โมมูเหหิ ทฺวีหิ จาติ วีสติยา จิตฺเตหิ วชฺชิเตสุ เอกูนสตฺตติจิตฺเตสุ ฉนฺโท ชายติ.
๑๙. เต ปนาติ ปกิณฺณกวิวชฺชิตา ตํสหคตา จ. ยถากฺกมนฺติ วิตกฺกาทิฉปกิณฺณกวชฺชิตตํสหิตกมานุรูปโต. ‘‘ฉสฏฺฐิ ปญฺจปญฺญาสา’’ตฺยาทิ เอกวีสสตคณนวเสน, เอกูนนวุติคณนวเสน จ ยถารหํ โยเชตพฺพํ.
อญฺญสมานเจตสิกสมฺปโยคนยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อกุสลเจตสิกสมฺปโยคนยวณฺณนา
๒๐. ‘‘สพฺพากุสลสาธารณา’’ติ วตฺวา ตเทว สมตฺเถตุํ ‘‘สพฺเพสุปี’’ตฺยาทิ วุตฺตํ. โย หิ โกจิ ปาณาติปาตาทีสุ ปฏิปชฺชติ, โส สพฺโพปิ โมเหน ตตฺถ อนาทีนวทสฺสาวี อหิริเกน ตโต อชิคุจฺฉนฺโต, อโนตฺตปฺเปน อโนตฺตปฺปนฺโต, อุทฺธจฺเจน อวูปสนฺโต จ โหติ, ตสฺมา เต สพฺพากุสเลสุ อุปลพฺภนฺติ.
๒๑. โลภสหคตจิตฺเตเสฺววาติ เอว-กาโร อธิการตฺถายปิ โหตีติ ‘‘ทิฏฺฐิสหคตจิตฺเตสู’’ติอาทีสุปิ อวธารณํ ทฏฺฐพฺพํ. สกฺกายาทีสุ หิ อภินิวิสนฺตสฺส ตตฺถ มมายนสมฺภวโต ทิฏฺฐิ โลภสหคตจิตฺเตเสฺวว ลพฺภติ. มาโนปิ อหํมานวเสน ปวตฺตนโต ทิฏฺฐิสทิโสว ปวตฺตตีติ ทิฏฺฐิยา สห เอกจิตฺตุปฺปาเทน ปวตฺตติ เกสรสีโห วิย อปเรน ตถาวิเธน สห เอกคุหายํ, น จาปิ โทสมูลาทีสุ อุปฺปชฺชติ อตฺตสิเนหสนฺนิสฺสยภาเวน เอกนฺตโลภปทฏฺฐานตฺตาติ โส ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺเตเสฺวว ลพฺภติ.
๒๔. ตถา ปรสมฺปตฺตึ อุสูยนฺตสฺส, อตฺตสมฺปตฺติยา จ ปเรหิ สาธารณภาวํ อนิจฺฉนฺตสฺส, กตากตทุจฺจริตสุจริเต อนุโสจนฺตสฺส จ ตตฺถ ตตฺถ ปฏิหนนวเสเนว ปวตฺตนโต อิสฺสามจฺฉริยกุกฺกุจฺจานิ ปฏิฆจิตฺเตเสฺวว.
๒๕. อกมฺมญฺญตาปกติกสฺส ตถา สภาวติกฺเขสุ อสงฺขาริเกสุ ปวตฺตนาโยคโต ถินมิทฺธํ สสงฺขาริเกเสฺวว ลพฺภติ.
๒๗. สพฺพาปุญฺเญเสฺวว จตฺตาโร เจตสิกา คตา, โลภมูเลเยว ยถาสมฺภวํ ตโย คตา, โทสมูเลเสฺวว ทฺวีสุ จตฺตาโร คตา, ตถา สสงฺขาเรเยว ทฺวยนฺติ โยชนา. วิจิกิจฺฉา วิจิกิจฺฉาจิตฺเต จาติ จ-สทฺโท อวธารเณ. วิจิกิจฺฉา วิจิกิจฺฉาจิตฺเตเยวาติ สมฺพนฺโธ.
อกุสลเจตสิกสมฺปโยคนยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
โสภนเจตสิกสมฺปโยคนยวณฺณนา
๒๙. โลกุตฺตรจิตฺเตสุ ปาทกชฺฌานาทิวเสน กทาจิ สมฺมาสงฺกปฺปวิรโห สิยา, น ปน วิรตีนํ อภาโว มคฺคสฺส กายทุจฺจริตาทีนํ สมุจฺเฉทวเสน, ผลสฺส จ ตทนุกูลวเสน ปวตฺตนโตติ วุตฺตํ ‘‘วิรติโย ปนา’’ตฺยาทิ. สพฺพถาปีติ สพฺเพหิปิ ตํตํทุจฺจริตทุราชีวานํ วิธมนวสปฺปวตฺเตหิ อากาเรหิ. น หิ เอตาสํ โลกิเยสุ วิย โลกุตฺตเรสุปิ มุสาวาทาทีนํ วิสุํ วิสุํ ปหานวเสน ปวตฺติ โหติ สพฺเพสเมว ทุจฺจริตทุราชีวานํ เตน เตน มคฺเคน เกสญฺจิ สพฺพโส, เกสญฺจิ อปายคมนียาทิอวตฺถาย ปหานวเสน เอกกฺขเณ สมุจฺฉินฺทนโต. นนุ จายมตฺโถ ‘‘เอกโตวา’’ติ อิมินาว สิทฺโธติ? ตํ น, ติสฺสนฺนํ เอกโตวุตฺติปริทีปนมตฺเตน จตุพฺพิธวจีทุจฺจริตาทีนํ ปฏิปกฺขาการปฺปวตฺติยา อทีปิตตฺตา. เกจิ ปน อิมมตฺถํ อสลฺลกฺเขตฺวาว ‘‘‘สพฺพถาปี’ติ อิทํ อติริตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตตฺถ เตสํ อญฺญาณเมว การณํ. ‘‘นิยตา’’ติ อิมินาปิ โลกิเยสุ วิย กทาจิ สมฺภวํ นิวาเรติ. ตถา เหตา โลกิเยสุ เยวาปนกวเสน เทสิตา, อิธ ปน สรูเปเนว. กามาวจรกุสเลเสฺววาติ อวธารเณน กามาวจรวิปากกิริเยสุ มหคฺคเตสุ จ สมฺภวํ นิวาเรติ. ตถา เจว อุปริ วกฺขติ. กทาจีติ มุสาวาทาทิเอเกกทุจฺจริเตหิ ปฏิวิรมณกาเล. กทาจิ อุปฺปชฺชนฺตาปิ น เอกโต อุปฺปชฺชนฺติ วีติกฺกมิตพฺพวตฺถุสงฺขาตานํ อตฺตโน อารมฺมณานํ สมฺภวาเปกฺขตฺตาติ วุตฺตํ ‘‘วิสุํ วิสุ’’นฺติ.
๓๐. อปฺปนาปฺปตฺตานํ อปฺปมญฺญานํ น กทาจิ โสมนสฺสรหิตา ปวตฺติ อตฺถีติ ‘‘ปญฺจม…เป… จิตฺเตสุ จา’’ติ วุตฺตํ. วินีวรณาทิตาย มหตฺตํ คตานิ, มหนฺเตหิ วา ฌายีหิ คตานิ ปตฺตานีติ มหคฺคตานิ. นานา หุตฺวาติ ภินฺนารมฺมณตฺตา อตฺตโน อารมฺมณภูตานํ ทุกฺขิตสุขิตสตฺตานํ อาปาถคมนาเปกฺขตาย วิสุํ วิสุํ หุตฺวา. เอตฺถาติ อิเมสุ กามาวจรกุสลจิตฺเตสุ, กรุณามุทิตาภาวนากาเล อปฺปนาวีถิโต ปุพฺเพ ปริจยวเสน อุเปกฺขาสหคตจิตฺเตหิปิ ปริกมฺมํ โหติ, ยถา ตํ ปคุณคนฺถํ สชฺฌายนฺตสฺส กทาจิ อญฺญวิหิตสฺสปิ สชฺฌายนํ, ยถา จ ปคุณวิปสฺสนาย สงฺขาเร สมฺมสนฺตสฺส กทาจิ ปริจยพเลน ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺเตหิปิ สมฺมสนนฺติ อุเปกฺขาสหคตกามาวจเรสุ กรุณามุทิตานํ อสมฺภววาโท เกจิวาโท กโต. อปฺปนาวีถิยํ ปน ตาสํ เอกนฺตโต โสมนสฺสสหคเตเสฺวว สมฺภโว ทฏฺฐพฺโพ ภินฺนชาติกสฺส วิย ภินฺนเวทนสฺสปิ อาเสวนปจฺจยาภาวโต.
๓๒. ตโย โสฬสจิตฺเตสูติ สมฺมาวาจาทโย ตโย ธมฺมา อฏฺฐโลกุตฺตรกามาวจรกุสลวเสน โสฬสจิตฺเตสุ ชายนฺติ.
๓๓. เอวํ นิยตานิยตสมฺปโยควเสน วุตฺเตสุ อนิยตธมฺเม เอกโต ทสฺเสตฺวา เสสานํ นิยตภาวํ ทีเปตุํ ‘‘อิสฺสามจฺเฉรา’’ตฺยาทิ วุตฺตํ. อิสฺสามจฺเฉรกุกฺกุจฺจวิรติกรุณาทโย นานา กทาจิ ชายนฺติ, มาโน จ กทาจิ ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ตฺยาทิวสปฺปวตฺติยํ ชายติ. ถินมิทฺธํ ตถา กทาจิ อกมฺมญฺญตาวสปฺปวตฺติยํ สห อญฺญมญฺญํ อวิปฺปโยคิวเสน ชายตีติ โยชนา. อถ วา มาโน จาติ เอตฺถ จ-สทฺทํ ‘‘สหา’’ติ เอตฺถาปิ โยเชตฺวา ถินมิทฺธํ ตถา กทาจิ สห จ สสงฺขาริกปฏิเฆ, ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตสสงฺขาริเกสุ จ อิสฺสามจฺฉริยกุกฺกุจฺเจหิ, มาเนน จ สทฺธึ, กทาจิ ตทิตรสสงฺขาริกจิตฺตสมฺปโยคกาเล, ตํสมฺปโยคกาเลปิ วา นานา จ ชายตีติ โยชนา ทฏฺฐพฺพา. อปเร ปน อาจริยา ‘‘มาโน จ ถินมิทฺธญฺจ ตถา กทาจิ นานา กทาจิ สห จ ชายตี’’ติ เอตฺตกเมว โยเชสุํ.
๓๔. เสสาติ ยถาวุตฺเตหิ เอกาทสหิ อนิยเตหิ อิตเร เอกจตฺตาลีส. เกจิ ปน ‘‘ยถาวุตฺเตหิ อนิยตเยวาปนเกหิ เสสา นิยตเยวาปนกา’’ติ วณฺเณนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ, อิธ เยวาปนกนาเมน เกสญฺจิ อนุทฺธฏตฺตา. เกวลเญฺหตฺถ นิยตานิยตวเสน จิตฺตุปฺปาเทสุ ยถารหํ ลพฺภมานเจตสิกมตฺตสนฺทสฺสนํ อาจริเยน กตํ, น เยวาปนกนาเมน เกจิ อุทฺธฏาติ.
เอวํ ตาว ‘‘ผสฺสาทีสุ อยํ ธมฺโม เอตฺตเกสุ จิตฺเตสุ อุปลพฺภตี’’ติ จิตฺตปริจฺเฉทวเสน สมฺปโยคํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ‘‘อิมสฺมึ จิตฺตุปฺปาเท เอตฺตกา เจตสิกา’’ติ เจตสิกราสิปริจฺเฉทวเสน สงฺคหํ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺคหญฺจา’’ตฺยาทิ วุตฺตํ.
โสภนเจตสิกสมฺปโยคนยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สมฺปโยคนยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สงฺคหนยวณฺณนา
๓๕. ‘‘ฉตฺตึสา’’ตฺยาทิ ตตฺถ ตตฺถ ยถารหํ ลพฺภมานกธมฺมวเสน คณนสงฺคโห.
๓๖. ปฐมชฺฌาเน นิยุตฺตานิ จิตฺตานิ, ตํ วา เอเตสํ อตฺถีติ ปฐมชฺฌานิกจิตฺตานิ. อปฺปมญฺญานํ สตฺตารมฺมณตฺตา, โลกุตฺตรานญฺจ นิพฺพานารมฺมณตฺตา วุตฺตํ ‘‘อปฺปมญฺญาวชฺชิตา’’ติ. ‘‘ตถา’’ติ อิมินา อญฺญสมานา, อปฺปมญฺญาวชฺชิตา โสภนเจตสิกา จ สงฺคหํ คจฺฉนฺตีติ อากฑฺฒติ. อุเปกฺขาสหคตาติ วิตกฺกวิจารปีติสุขวชฺชา สุขฏฺฐานํ ปวิฏฺฐอุเปกฺขาย สหคตา. ปญฺจกชฺฌานวเสนาติ วิตกฺกวิจาเร วิสุํ วิสุํ อติกฺกมิตฺวา ภาเวนฺตสฺส นาติติกฺขญาณสฺส วเสน เทสิตสฺส ฌานปญฺจกสฺส วเสน. เต ปน เอกโต อติกฺกมิตฺวา ภาเวนฺตสฺส ติกฺขญาณสฺส วเสน เทสิตจตุกฺกชฺฌานวเสน ทุติยชฺฌานิเกสุ วิตกฺกวิจารวชฺชิตานํ สมฺภวโต จตุธา เอว สงฺคโห โหตีติ อธิปฺปาโย.
๓๗. เตตฺตึสทฺวยํ จตุตฺถปญฺจมชฺฌานจิตฺเตสุ.
มหคฺคตจิตฺตสงฺคหนยวณฺณนา
๓๘. ตีสูติ กุสลวิปากกิริยวเสน ติวิเธสุ สีลวิสุทฺธิวเสน สุวิโสธิตกายวจีปโยคสฺส เกวลํ จิตฺตสมาธานมตฺเตน มหคฺคตชฺฌานานิ ปวตฺตนฺติ, น ปน กายวจีกมฺมานํ วิโสธนวเสน, นาปิ ทุจฺจริตทุราชีวานํ สมุจฺฉินฺทนปฏิปฺปสฺสมฺภนวเสนาติ วุตฺตํ ‘‘วิรติวชฺชิตา’’ติ. ปจฺเจกเมวาติ วิสุํ วิสุํเยว. ปนฺนรสสูติ รูปาวจรวเสน ตีสุ, อารุปฺปวเสน ทฺวาทสสูติ ปนฺนรสสุ. อปฺปมญฺญาโย น ลพฺภนฺตีติ เอตฺถ การณํ วุตฺตเมว.
มหคฺคตจิตฺตสงฺคหนยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
กามาวจรโสภนจิตฺตสงฺคหนยวณฺณนา
๔๐. ปจฺเจกเมวาติ เอเกกาเยว. อปฺปมญฺญานํ หิ สตฺตารมฺมณตฺตา, วิรตีนญฺจ วีตกฺกมิตพฺพวตฺถุวิสยตฺตา นตฺถิ ตาสํ เอกจิตฺตุปฺปาเท สมฺภโวติ โลกิยวิรตีนํ เอกนฺตกุสลสภาวตฺตา นตฺถิ อพฺยากเตสุ สมฺภโวติ วุตฺตํ ‘‘วิรติวชฺชิตา’’ติ. เตนาห ‘‘ปญฺจ สิกฺขาปทา กุสลาเยวา’’ติ (วิภ. ๗๑๕). อิตรถา สทฺธาสติอาทโย วิย ‘‘สิยา กุสลา, สิยา อพฺยากตา’’ติ วเทยฺย. ผลสฺส ปน มคฺคปฏิพิมฺพภูตตฺตา, ทุจฺจริตทุราชีวานํ ปฏิปฺปสฺสมฺภนโต จ น โลกุตฺตรวิรตีนํ เอกนฺตกุสลตา ยุตฺตาติ ตาสํ ตตฺถ อคฺคหณํ. กามาวจรวิปากานมฺปิ เอกนฺตปริตฺตารมฺมณตฺตา, อปฺปมญฺญานญฺจ สตฺตารมฺมณตฺตา, วิรตีนมฺปิ เอกนฺตกุสลตฺตา วุตฺตํ ‘‘อปฺปมญฺญาวิรติวชฺชิตา’’ติ.
นนุ จ ปญฺญตฺตาทิอารมฺมณมฺปิ กามาวจรกุสลํ โหตีติ ตสฺส วิปาเกนปิ กุสลสทิสารมฺมเณน ภวิตพฺพํ ยถา ตํ มหคฺคตโลกุตฺตรวิปาเกหีติ? นยิทเมวํ, กามตณฺหาธีนสฺส ผลภูตตฺตา. ยถา หิ ทาสิยา ปุตฺโต มาตรา อิจฺฉิตํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต สามิเกเนว อิจฺฉิติจฺฉิตํ กโรติ, เอวํ กามตณฺหายตฺตตาย ทาสิสทิสสฺส กามาวจรกมฺมสฺส วิปากภูตํ จิตฺตํ เตน คหิตารมฺมณํ อคฺคเหตฺวา กามตณฺหารมฺมณเมว คณฺหาตีติ. ทฺวาทสธาติ กุสลวิปากกิริยเภเทสุ ปจฺเจกํ จตฺตาโร จตฺตาโร ทุกาติ กตฺวา ตีสุ ทฺวาทสธา.
๔๒. อิทานิ อิเมสุ ปฐมชฺฌานิกาทีหิ ทุติยชฺฌานิกาทีนํ เภทกรธมฺเม ทสฺเสตุํ ‘‘อนุตฺตเร ฌานธมฺมา’’ตฺยาทิ วุตฺตํ. อนุตฺตเร จิตฺเต วิตกฺกวิจารปีติสุขวเสน ฌานธมฺมา วิเสสกา เภทกา. มชฺฌิเม มหคฺคเต อปฺปมญฺญา, ฌานธมฺมา จ. ปริตฺเตสุ กามาวจเรสุ วิรตี, ญาณปีตี จ อปฺปมญฺญา จ วิเสสกา, ตตฺถ วิรตี กุสเลหิ วิปากกิริยานํ วิเสสกา, อปฺปมญฺญา กุสลกิริเยหิ วิปากานํ, ญาณปีตี ปน ตีสุ ปฐมยุคฬาทีหิ ทุติยยุคฬาทีนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
กามาวจรโสภนจิตฺตสงฺคหนยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อกุสลจิตฺตสงฺคหนยวณฺณนา
๔๔. ทุติเย อสงฺขาริเกติ ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺเต อสงฺขาริเก โลภมาเนน ตเถว อญฺญสมานา, อกุสลสาธารณา จ เอกูนวีสติ ธมฺมาติ สมฺพนฺโธ.
๔๕. ตติเยติ อุเปกฺขาสหคตทิฏฺฐิสมฺปยุตฺเต อสงฺขาริเก.
๔๖. จตุตฺเถติ ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺเต อสงฺขาริเก.
๔๗. อิสฺสามจฺฉริยกุกฺกุจฺจานิ ปเนตฺถ ปจฺเจกเมว โยเชตพฺพานิ ภินฺนารมฺมณตฺตาเยวาติ อธิปฺปาโย.
๕๐. อธิโมกฺขสฺส นิจฺฉยาการปฺปวตฺติโต เทฺวฬฺหกสภาเว วิจิกิจฺฉาจิตฺเต สมฺภโว นตฺถีติ ‘‘อธิโมกฺขวิรหิตา’’ติ วุตฺตํ.
๕๑. เอกูนวีสติ ปฐมทุติยอสงฺขาริเกสุ, อฏฺฐารส ตติยจตุตฺถอสงฺขาริเกสุ, วีส ปญฺจเม อสงฺขาริเก, เอกวีส ปฐมทุติยสสงฺขาริเกสุ, วีสติ ตติยจตุตฺถสสงฺขาริเกสุ, ทฺวาวีส ปญฺจเม สสงฺขาริเก, ปนฺนรส โมมูหทฺวเยติ เอวํ อกุสเล สตฺตธา ฐิตาติ โยชนา.
๕๒. สาธารณาติ อกุสลานํ สพฺเพสเมว สาธารณภูตา จตฺตาโร สมานา จ ฉนฺทปีติอธิโมกฺขวชฺชิตา อญฺญสมานา อปเร ทสาติ เอเต จุทฺทส ธมฺมา สพฺพากุสลโยคิโนติ ปวุจฺจนฺตีติ โยชนา.
อกุสลจิตฺตสงฺคหนยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อเหตุกจิตฺตสงฺคหนยวณฺณนา
๕๔. ‘‘ตถา’’ติ อิมินา อญฺญสมาเน ปจฺจามสติ.
๕๖. มโนวิญฺญาณธาตุยา วิย วิสิฏฺฐมนนกิจฺจาโยคโต มนนมตฺตา ธาตูติ มโนธาตุ. อเหตุกปฏิสนฺธิยุคเฬติ อุเปกฺขาสนฺตีรณทฺวเย.
๕๘. ทฺวาทส หสนจิตฺเต, เอกาทส โวฏฺฐพฺพนสุขสนฺตีรเณสุ, ทส มโนธาตุตฺติกาเหตุกปฏิสนฺธิยุคฬวเสน ปญฺจสุ, สตฺต ทฺวิปญฺจวิญฺญาเณสูติ อฏฺฐารสาเหตุเกสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ สงฺคโห จตุพฺพิโธ โหตีติ โยชนา.
๕๙. เตตฺตึสวิธสงฺคโหติ อนุตฺตเร ปญฺจ, ตถา มหคฺคเต, กามาวจรโสภเน ทฺวาทส, อกุสเล สตฺต, อเหตุเก จตฺตาโรติ เตตฺตึสวิธสงฺคโห.
๖๐. อิตฺถํ ยถาวุตฺตนเยน จิตฺตาวิยุตฺตานํ เจตสิกานํ จิตฺตปริจฺเฉทวเสน วุตฺตํ สมฺปโยคญฺจ เจตสิกราสิปริจฺเฉทวเสน วุตฺตํ สงฺคหญฺจ ญตฺวา ยถาโยคํ จิตฺเตน สมํ เภทํ อุทฺทิเส ‘‘สพฺพจิตฺตสาธารณา ตาว สตฺต เอกูนนวุติจิตฺเตสุ อุปฺปชฺชนโต ปจฺเจกํ เอกูนนวุติวิธา, ปกิณฺณเกสุ วิตกฺโก ปญฺจปญฺญาสจิตฺเตสุ อุปฺปชฺชนโต ปญฺจปญฺญาสวิโธ’’ตฺยาทินา กเถยฺยาติ อตฺโถ.
อเหตุกจิตฺตสงฺคหนยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อิติ อภิธมฺมตฺถวิภาวินิยา นาม อภิธมฺมตฺถสงฺคหวณฺณนาย
เจตสิกปริจฺเฉทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.