๒. มลฺลิกสุตฺตํ

๕๒๒. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา มลฺเลสุ [มลฺลเกสุ (สี. สฺยา. กํ.), มลฺลิเกสุ (ก.)] วิหรติ อุรุเวลกปฺปํ นาม มลฺลานํ นิคโม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ยาวกีวญฺจ, ภิกฺขเว, อริยสาวกสฺส อริยญาณํ น อุปฺปนฺนํ โหติ เนว ตาว จตุนฺนํ อินฺทฺริยานํ สณฺฐิติ โหติ, เนว ตาว จตุนฺนํ อินฺทฺริยานํ อวฏฺฐิติ โหติ. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, อริยสาวกสฺส อริยญาณํ อุปฺปนฺนํ โหติ, อถ จตุนฺนํ อินฺทฺริยานํ สณฺฐิติ โหติ, อถ จตุนฺนํ อินฺทฺริยานํ อวฏฺฐิติ โหติ’’.

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ยาวกีวญฺจ กูฏาคารสฺส กูฏํ น อุสฺสิตํ โหติ, เนว ตาว โคปานสีนํ สณฺฐิติ โหติ, เนว ตาว โคปานสีนํ อวฏฺฐิติ โหติ. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, กูฏาคารสฺส กูฏํ อุสฺสิตํ โหติ, อถ โคปานสีนํ สณฺฐิติ โหติ, อถ โคปานสีนํ อวฏฺฐิติ โหติ. เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ยาวกีวญฺจ อริยสาวกสฺส อริยญาณํ น อุปฺปนฺนํ โหติ, เนว ตาว จตุนฺนํ อินฺทฺริยานํ สณฺฐิติ โหติ, เนว ตาว จตุนฺนํ อินฺทฺริยานํ อวฏฺฐิติ โหติ. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, อริยสาวกสฺส อริยญาณํ อุปฺปนฺนํ โหติ, อถ จตุนฺนํ อินฺทฺริยานํ…เป… อวฏฺฐิติ โหติ.

‘‘กตเมสํ จตุนฺนํ? สทฺธินฺทฺริยสฺส, วีริยินฺทฺริยสฺส, สตินฺทฺริยสฺส, สมาธินฺทฺริยสฺส. ปญฺญวโต, ภิกฺขเว, อริยสาวกสฺส ตทนฺวยา สทฺธา สณฺฐาติ, ตทนฺวยํ วีริยํ สณฺฐาติ, ตทนฺวยา สติ สณฺฐาติ, ตทนฺวโย สมาธิ สณฺฐาตี’’ติ. ทุติยํ.