๖. สูกรขตวคฺโค
๑. สาลสุตฺตํ
๕๒๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ วิหรติ สาลาย พฺราหฺมณคาเม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, เย เกจิ ติรจฺฉานคตา ปาณา, สีโห มิคราชา เตสํ อคฺคมกฺขายติ, ยทิทํ – ถาเมน ชเวน สูเรน [สูริเยน (สี. สฺยา. กํ.)]; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, เย เกจิ โพธิปกฺขิยา ธมฺมา, ปญฺญินฺทฺริยํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ, ยทิทํ – โพธาย’’.
‘‘กตเม จ, ภิกฺขเว, โพธิปกฺขิยา ธมฺมา? สทฺธินฺทฺริยํ, ภิกฺขเว, โพธิปกฺขิโย ธมฺโม, ตํ โพธาย สํวตฺตติ; วีริยินฺทฺริยํ โพธิปกฺขิโย ธมฺโม, ตํ โพธาย สํวตฺตติ; สตินฺทฺริยํ โพธิปกฺขิโย ธมฺโม, ตํ โพธาย สํวตฺตติ; สมาธินฺทฺริยํ โพธิปกฺขิโย ธมฺโม, ตํ โพธาย สํวตฺตติ; ปญฺญินฺทฺริยํ โพธิปกฺขิโย ธมฺโม, ตํ โพธาย สํวตฺตติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, เย เกจิ ติรจฺฉานคตา ปาณา, สีโห มิคราชา เตสํ อคฺคมกฺขายติ, ยทิทํ – ถาเมน ชเวน สูเรน; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, เย เกจิ โพธิปกฺขิยา ธมฺมา, ปญฺญินฺทฺริยํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ, ยทิทํ – โพธายา’’ติ. ปฐมํ.
๒. มลฺลิกสุตฺตํ
๕๒๒. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา มลฺเลสุ [มลฺลเกสุ (สี. สฺยา. กํ.), มลฺลิเกสุ (ก.)] วิหรติ อุรุเวลกปฺปํ นาม มลฺลานํ นิคโม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ยาวกีวญฺจ, ภิกฺขเว, อริยสาวกสฺส อริยญาณํ น อุปฺปนฺนํ โหติ เนว ตาว จตุนฺนํ อินฺทฺริยานํ สณฺฐิติ โหติ, เนว ตาว จตุนฺนํ อินฺทฺริยานํ อวฏฺฐิติ โหติ. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, อริยสาวกสฺส อริยญาณํ อุปฺปนฺนํ โหติ, อถ จตุนฺนํ อินฺทฺริยานํ สณฺฐิติ โหติ, อถ จตุนฺนํ อินฺทฺริยานํ อวฏฺฐิติ โหติ’’.
‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ยาวกีวญฺจ กูฏาคารสฺส กูฏํ น อุสฺสิตํ โหติ, เนว ตาว โคปานสีนํ สณฺฐิติ โหติ, เนว ตาว โคปานสีนํ อวฏฺฐิติ โหติ. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, กูฏาคารสฺส กูฏํ อุสฺสิตํ โหติ, อถ โคปานสีนํ สณฺฐิติ โหติ, อถ โคปานสีนํ อวฏฺฐิติ โหติ. เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ยาวกีวญฺจ อริยสาวกสฺส อริยญาณํ น อุปฺปนฺนํ โหติ, เนว ตาว จตุนฺนํ อินฺทฺริยานํ สณฺฐิติ โหติ, เนว ตาว จตุนฺนํ อินฺทฺริยานํ อวฏฺฐิติ โหติ. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, อริยสาวกสฺส อริยญาณํ อุปฺปนฺนํ โหติ, อถ จตุนฺนํ อินฺทฺริยานํ…เป… อวฏฺฐิติ โหติ.
‘‘กตเมสํ จตุนฺนํ? สทฺธินฺทฺริยสฺส, วีริยินฺทฺริยสฺส, สตินฺทฺริยสฺส, สมาธินฺทฺริยสฺส. ปญฺญวโต, ภิกฺขเว, อริยสาวกสฺส ตทนฺวยา สทฺธา สณฺฐาติ, ตทนฺวยํ วีริยํ สณฺฐาติ, ตทนฺวยา สติ สณฺฐาติ, ตทนฺวโย สมาธิ สณฺฐาตี’’ติ. ทุติยํ.
๓. เสขสุตฺตํ
๕๒๓. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา โกสมฺพิยํ วิหรติ โฆสิตาราเม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อตฺถิ นุ โข, ภิกฺขเว, ปริยาโย ยํ ปริยายํ อาคมฺม เสโข ภิกฺขุ เสขภูมิยํ ฐิโต ‘เสโขสฺมี’ติ ปชาเนยฺย, อเสโข ภิกฺขุ อเสขภูมิยํ ฐิโต ‘อเสโขสฺมี’ติ ปชาเนยฺยา’’ติ?
ภควํมูลกา โน, ภนฺเต, ธมฺมา…เป… ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, ปริยาโย ยํ ปริยายํ อาคมฺม เสโข ภิกฺขุ เสขภูมิยํ ฐิโต ‘เสโขสฺมี’ติ ปชาเนยฺย, อเสโข ภิกฺขุ อเสขภูมิยํ ฐิโต ‘อเสโขสฺมี’ติ ปชาเนยฺย’’.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปริยาโย ยํ ปริยายํ อาคมฺม เสโข ภิกฺขุ เสขภูมิยํ ฐิโต ‘เสโขสฺมี’ติ ปชานาติ? อิธ, ภิกฺขเว, เสโข ภิกฺขุ ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ – อยมฺปิ โข, ภิกฺขเว, ปริยาโย ยํ ปริยายํ อาคมฺม เสโข ภิกฺขุ เสขภูมิยํ ฐิโต ‘เสโขสฺมี’ติ ปชานาติ’’.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, เสโข ภิกฺขุ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘อตฺถิ นุ โข อิโต พหิทฺธา อญฺโญ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา โย เอวํ ภูตํ ตจฺฉํ ตถํ ธมฺมํ เทเสติ ยถา ภควา’ติ? โส เอวํ ปชานาติ – ‘นตฺถิ โข อิโต พหิทฺธา อญฺโญ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา โย เอวํ ภูตํ ตจฺฉํ ตถํ ธมฺมํ เทเสติ ยถา ภควา’ติ. อยมฺปิ โข, ภิกฺขเว, ปริยาโย ยํ ปริยายํ อาคมฺม เสโข ภิกฺขุ เสขภูมิยํ ฐิโต ‘เสโขสฺมี’ติ ปชานาติ’’.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, เสโข ภิกฺขุ ปญฺจินฺทฺริยานิ ปชานาติ – สทฺธินฺทฺริยํ, วีริยินฺทฺริยํ, สตินฺทฺริยํ, สมาธินฺทฺริยํ, ปญฺญินฺทฺริยํ – ยํคติกานิ ยํปรมานิ ยํผลานิ ยํปริโยสานานิ. น เหว โข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ; ปญฺญาย จ อติวิชฺฌ ปสฺสติ. อยมฺปิ โข, ภิกฺขเว, ปริยาโย ยํ ปริยายํ อาคมฺม เสโข ภิกฺขุ เสขภูมิยํ ฐิโต ‘เสโขสฺมี’ติ ปชานาติ’’.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปริยาโย ยํ ปริยายํ อาคมฺม อเสโข ภิกฺขุ อเสขภูมิยํ ฐิโต ‘อเสโขสฺมี’ติ ปชานาติ? อิธ, ภิกฺขเว, อเสโข ภิกฺขุ ปญฺจินฺทฺริยานิ ปชานาติ – สทฺธินฺทฺริยํ, วีริยินฺทฺริยํ, สตินฺทฺริยํ, สมาธินฺทฺริยํ, ปญฺญินฺทฺริยํ – ยํคติกานิ ยํปรมานิ ยํผลานิ ยํปริโยสานานิ. กาเยน จ ผุสิตฺวา วิหรติ; ปญฺญาย จ อติวิชฺฌ ปสฺสติ. อยมฺปิ โข, ภิกฺขเว, ปริยาโย ยํ ปริยายํ อาคมฺม อเสโข ภิกฺขุ อเสขภูมิยํ ฐิโต ‘อเสโขสฺมี’ติ ปชานาติ’’.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อเสโข ภิกฺขุ ฉ อินฺทฺริยานิ ปชานาติ. ‘จกฺขุนฺทฺริยํ, โสตินฺทฺริยํ, ฆานินฺทฺริยํ, ชิวฺหินฺทฺริยํ, กายินฺทฺริยํ, มนินฺทฺริยํ – อิมานิ โข ฉ อินฺทฺริยานิ สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อปริเสสํ นิรุชฺฌิสฺสนฺติ, อญฺญานิ จ ฉ อินฺทฺริยานิ น กุหิญฺจิ กิสฺมิญฺจิ อุปฺปชฺชิสฺสนฺตี’ติ ปชานาติ. อยมฺปิ โข, ภิกฺขเว, ปริยาโย ยํ ปริยายํ อาคมฺม อเสโข ภิกฺขุ อเสขภูมิยํ ฐิโต ‘อเสโขสฺมี’ติ ปชานาตี’’ติ. ตติยํ.
๔. ปทสุตฺตํ
๕๒๔. ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ยานิ กานิจิ ชงฺคลานํ [ชงฺคมานํ (สี. ปี.)] ปาณานํ ปทชาตานิ สพฺพานิ ตานิ หตฺถิปเท สโมธานํ คจฺฉนฺติ, หตฺถิปทํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ, ยทิทํ – มหนฺตตฺเตน; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ยานิ กานิจิ ปทานิ โพธาย สํวตฺตนฺติ, ปญฺญินฺทฺริยํ ปทํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ, ยทิทํ – โพธาย. กตมานิ จ, ภิกฺขเว, ปทานิ โพธาย สํวตฺตนฺติ? สทฺธินฺทฺริยํ, ภิกฺขเว, ปทํ, ตํ โพธาย สํวตฺตติ; วีริยินฺทฺริยํ ปทํ, ตํ โพธาย สํวตฺตติ; สตินฺทฺริยํ ปทํ, ตํ โพธาย สํวตฺตติ; สมาธินฺทฺริยํ ปทํ, ตํ โพธาย สํวตฺตติ; ปญฺญินฺทฺริยํ ปทํ, ตํ โพธาย สํวตฺตติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ยานิ กานิจิ ชงฺคลานํ ปาณานํ ปทชาตานิ สพฺพานิ ตานิ หตฺถิปเท สโมธานํ คจฺฉนฺติ, หตฺถิปทํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ, ยทิทํ – มหนฺตตฺเตน; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ยานิ กานิจิ ปทานิ โพธาย สํวตฺตนฺติ, ปญฺญินฺทฺริยํ ปทํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ, ยทิทํ – โพธายา’’ติ. จตุตฺถํ.
๕. สารสุตฺตํ
๕๒๕. ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, เย เกจิ สารคนฺธา, โลหิตจนฺทนํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ; เอวเมว โข ภิกฺขเว, เย เกจิ โพธิปกฺขิยา ธมฺมา, ปญฺญินฺทฺริยํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ, ยทิทํ – โพธาย. กตเม จ, ภิกฺขเว, โพธิปกฺขิยา ธมฺมา? สทฺธินฺทฺริยํ, ภิกฺขเว, โพธิปกฺขิโย ธมฺโม, ตํ โพธาย สํวตฺตติ. วีริยินฺทฺริยํ…เป… สตินฺทฺริยํ …เป… สมาธินฺทฺริยํ…เป… ปญฺญินฺทฺริยํ โพธิปกฺขิโย ธมฺโม, ตํ โพธาย สํวตฺตติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, เย เกจิ สารคนฺธา, โลหิตจนฺทนํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, เย เกจิ โพธิปกฺขิยา ธมฺมา, ปญฺญินฺทฺริยํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ, ยทิทํ – โพธายา’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. ปติฏฺฐิตสุตฺตํ
๕๒๖. ‘‘เอกธมฺเม ปติฏฺฐิตสฺส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ โหนฺติ สุภาวิตานิ. กตมสฺมึ เอกธมฺเม? อปฺปมาเท. กตโม จ ภิกฺขเว, อปฺปมาโท? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ จิตฺตํ รกฺขติ อาสเวสุ จ สาสเวสุ จ ธมฺเมสุ. ตสฺส จิตฺตํ รกฺขโต อาสเวสุ จ สาสเวสุ จ ธมฺเมสุ สทฺธินฺทฺริยมฺปิ ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉติ. วีริยินฺทฺริยมฺปิ ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉติ. สตินฺทฺริยมฺปิ ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉติ. สมาธินฺทฺริยมฺปิ ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉติ. ปญฺญินฺทฺริยมฺปิ ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉติ. เอวมฺปิ โข, ภิกฺขเว, เอกธมฺเม ปติฏฺฐิตสฺส ภิกฺขุโน ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ โหนฺติ สุภาวิตานี’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. สหมฺปติพฺรหฺมสุตฺตํ
๕๒๗. เอกํ สมยํ ภควา อุรุเวลายํ วิหรติ นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร อชปาลนิโคฺรเธ ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ. อถ โข ภควโต รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘‘ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ พหุลีกตานิ อมโตคธานิ โหนฺติ อมตปรายณานิ อมตปริโยสานานิ. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธินฺทฺริยํ ภาวิตํ พหุลีกตํ อมโตคธํ โหติ อมตปรายณํ อมตปริโยสานํ. วีริยินฺทฺริยํ…เป… สตินฺทฺริยํ…เป… สมาธินฺทฺริยํ…เป… ปญฺญินฺทฺริยํ ภาวิตํ พหุลีกตํ อมโตคธํ โหติ อมตปรายณํ อมตปริโยสานํ. อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ พหุลีกตานิ อมโตคธานิ โหนฺติ อมตปรายณานิ อมตปริโยสานานี’’ติ.
อถ โข พฺรหฺมา สหมฺปติ ภควโต เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย – เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย, ปสาริตํ วา พาหํ สมิญฺเชยฺย; เอวเมว พฺรหฺมโลเก อนฺตรหิโต ภควโต ปุรโต ปาตุรโหสิ. อถ โข พฺรหฺมา สหมฺปติ เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา เยน ภควา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘เอวเมตํ, ภควา, เอวเมตํ สุคต! ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ พหุลีกตานิ อมโตคธานิ โหนฺติ อมตปรายณานิ อมตปริโยสานานิ. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธินฺทฺริยํ ภาวิตํ พหุลีกตํ อมโตคธํ โหติ อมตปรายณํ อมตปริโยสานํ…เป… ปญฺญินฺทฺริยํ ภาวิตํ พหุลีกตํ อมโตคธํ โหติ อมตปรายณํ อมตปริโยสานํ. อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ พหุลีกตานิ อมโตคธานิ โหนฺติ อมตปรายณานิ อมตปริโยสานานิ’’.
‘‘ภูตปุพฺพาหํ, ภนฺเต, กสฺสเป สมฺมาสมฺพุทฺเธ พฺรหฺมจริยํ อจรึ. ตตฺรปิ มํ เอวํ ชานนฺติ – ‘สหโก ภิกฺขุ, สหโก ภิกฺขู’ติ. โส ขฺวาหํ, ภนฺเต, อิเมสํเยว ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา กาเมสุ กามจฺฉนฺทํ วิราเชตฺวา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ พฺรหฺมโลกํ อุปปนฺโน. ตตฺรปิ มํ เอวํ ชานนฺติ – ‘พฺรหฺมา สหมฺปติ, พฺรหฺมา สหมฺปตี’’’ติ. ‘‘เอวเมตํ, ภควา, เอวเมตํ สุคต! อหเมตํ ชานามิ, อหเมตํ ปสฺสามิ ยถา อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ พหุลีกตานิ อมโตคธานิ โหนฺติ อมตปรายณานิ อมตปริโยสานานี’’ติ. สตฺตมํ.
๘. สูกรขตสุตฺตํ
๕๒๘. เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต สูกรขตายํ. ตตฺร โข ภควา อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ อามนฺเตสิ – ‘‘กึ นุ โข, สาริปุตฺต, อตฺถวสํ สมฺปสฺสมาโน ขีณาสโว ภิกฺขุ ตถาคเต วา ตถาคตสาสเน วา ปรมนิปจฺจการํ ปวตฺตมาโน ปวตฺตตี’’ติ [ปวตฺเตตีติ (สี.)]? ‘‘อนุตฺตรญฺหิ, ภนฺเต, โยคกฺเขมํ สมฺปสฺสมาโน ขีณาสโว ภิกฺขุ ตถาคเต วา ตถาคตสาสเน วา ปรมนิปจฺจการํ ปวตฺตมาโน ปวตฺตตี’’ติ. ‘‘สาธุ สาธุ, สาริปุตฺต! อนุตฺตรญฺหิ, สาริปุตฺต, โยคกฺเขมํ สมฺปสฺสมาโน ขีณาสโว ภิกฺขุ ตถาคเต วา ตถาคตสาสเน วา ปรมนิปจฺจการํ ปวตฺตมาโน ปวตฺตตี’’ติ.
‘‘กตโม จ, สาริปุตฺต, อนุตฺตโร โยคกฺเขโม ยํ สมฺปสฺสมาโน ขีณาสโว ภิกฺขุ ตถาคเต วา ตถาคตสาสเน วา ปรมนิปจฺจการํ ปวตฺตมาโน ปวตฺตตี’’ติ? ‘‘อิธ, ภนฺเต, ขีณาสโว ภิกฺขุ สทฺธินฺทฺริยํ ภาเวติ อุปสมคามึ สมฺโพธคามึ, วีริยินฺทฺริยํ ภาเวติ…เป… สตินฺทฺริยํ ภาเวติ…เป… สมาธินฺทฺริยํ ภาเวติ…เป… ปญฺญินฺทฺริยํ ภาเวติ อุปสมคามึ สมฺโพธคามึ. อยํ โข, ภนฺเต, อนุตฺตโร โยคกฺเขโม ยํ สมฺปสฺสมาโน ขีณาสโว ภิกฺขุ ตถาคเต วา ตถาคตสาสเน วา ปรมนิปจฺจการํ ปวตฺตมาโน ปวตฺตตี’’ติ. ‘‘สาธุ สาธุ, สาริปุตฺต! เอโส หิ, สาริปุตฺต, อนุตฺตโร โยคกฺเขโม ยํ สมฺปสฺสมาโน ขีณาสโว ภิกฺขุ ตถาคเต วา ตถาคตสาสเน วา ปรมนิปจฺจการํ ปวตฺตมาโน ปวตฺตตี’’ติ.
‘‘กตโม จ, สาริปุตฺต, ปรมนิปจฺจกาโร ยํ ขีณาสโว ภิกฺขุ ตถาคเต วา ตถาคตสาสเน วา ปรมนิปจฺจการํ ปวตฺตมาโน ปวตฺตตี’’ติ? ‘‘อิธ, ภนฺเต, ขีณาสโว ภิกฺขุ สตฺถริ สคารโว วิหรติ สปฺปติสฺโส [สปฺปฏิสฺโส (สฺยา. กํ. ก.)], ธมฺเม สคารโว วิหรติ สปฺปติสฺโส, สงฺเฆ สคารโว วิหรติ สปฺปติสฺโส, สิกฺขาย สคารโว วิหรติ สปฺปติสฺโส, สมาธิสฺมึ สคารโว วิหรติ สปฺปติสฺโส. อยํ โข, ภนฺเต, ปรมนิปจฺจกาโร ยํ ขีณาสโว ภิกฺขุ ตถาคเต วา ตถาคตสาสเน วา ปรมนิปจฺจการํ ปวตฺตมาโน ปวตฺตตี’’ติ. ‘‘สาธุ สาธุ, สาริปุตฺต! เอโส หิ, สาริปุตฺต, ปรมนิปจฺจกาโร ยํ ขีณาสโว ภิกฺขุ ตถาคเต วา ตถาคตสาสเน วา ปรมนิปจฺจการํ ปวตฺตมาโน ปวตฺตตี’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. ปฐมอุปฺปาทสุตฺตํ
๕๒๙. สาวตฺถินิทานํ. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, อินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ พหุลีกตานิ อนุปฺปนฺนานิ อุปฺปชฺชนฺติ, นาญฺญตฺร ตถาคตสฺส ปาตุภาวา อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธินฺทฺริยํ, วีริยินฺทฺริยํ, สตินฺทฺริยํ, สมาธินฺทฺริยํ, ปญฺญินฺทฺริยํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ พหุลีกตานิ อนุปฺปนฺนานิ อุปฺปชฺชนฺติ, นาญฺญตฺร ตถาคตสฺส ปาตุภาวา อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’ติ. นวมํ.
๑๐. ทุติยอุปฺปาทสุตฺตํ
๕๓๐. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, อินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ พหุลีกตานิ อนุปฺปนฺนานิ อุปฺปชฺชนฺติ, นาญฺญตฺร สุคตวินยา. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธินฺทฺริยํ, วีริยินฺทฺริยํ, สตินฺทฺริยํ, สมาธินฺทฺริยํ, ปญฺญินฺทฺริยํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ พหุลีกตานิ อนุปฺปนฺนานิ อุปฺปชฺชนฺติ, นาญฺญตฺร สุคตวินยา’’ติ. ทสมํ.
สูกรขตวคฺโค ฉฏฺโฐ.
ตสฺสุทฺทานํ –
สาลํ มลฺลิกํ เสโข จ, ปทํ สารํ ปติฏฺฐิตํ;
พฺรหฺมสูกรขตาโย, อุปฺปาทา อปเร ทุเวติ.