๑๐. อาปณสุตฺตํ

๕๒๐. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา องฺเคสุ วิหรติ อาปณํ นาม องฺคานํ นิคโม. ตตฺร โข ภควา อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ อามนฺเตสิ – ‘‘โย โส, สาริปุตฺต, อริยสาวโก ตถาคเต เอกนฺตคโต [เอกนฺติคโต (สี.)] อภิปฺปสนฺโน, น โส ตถาคเต วา ตถาคตสาสเน วา กงฺเขยฺย วา วิจิกิจฺเฉยฺย วา’’ติ?

‘‘โย โส, ภนฺเต, อริยสาวโก ตถาคเต เอกนฺตคโต อภิปฺปสนฺโน, น โส ตถาคเต วา ตถาคตสาสเน วา กงฺเขยฺย วา วิจิกิจฺเฉยฺย วา. สทฺธสฺส หิ, ภนฺเต, อริยสาวกสฺส เอวํ ปาฏิกงฺขํ ยํ อารทฺธวีริโย วิหริสฺสติ – อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย, กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทาย, ถามวา ทฬฺหปรกฺกโม อนิกฺขิตฺตธุโร กุสเลสุ ธมฺเมสุ. ยํ หิสฺส, ภนฺเต, วีริยํ ตทสฺส วีริยินฺทฺริยํ.

‘‘สทฺธสฺส หิ, ภนฺเต, อริยสาวกสฺส อารทฺธวีริยสฺส เอตํ ปาฏิกงฺขํ ยํ สติมา ภวิสฺสติ, ปรเมน สติเนปกฺเกน สมนฺนาคโต, จิรกตมฺปิ จิรภาสิตมฺปิ สริตา อนุสฺสริตา. ยา หิสฺส, ภนฺเต, สติ ตทสฺส สตินฺทฺริยํ.

‘‘สทฺธสฺส หิ, ภนฺเต, อริยสาวกสฺส อารทฺธวีริยสฺส อุปฏฺฐิตสฺสติโน เอตํ ปาฏิกงฺขํ ยํ โวสฺสคฺคารมฺมณํ กริตฺวา ลภิสฺสติ สมาธึ, ลภิสฺสติ จิตฺตสฺส เอกคฺคตํ. โย หิสฺส, ภนฺเต, สมาธิ ตทสฺส สมาธินฺทฺริยํ.

‘‘สทฺธสฺส หิ, ภนฺเต, อริยสาวกสฺส อารทฺธวีริยสฺส อุปฏฺฐิตสฺสติโน สมาหิตจิตฺตสฺส เอตํ ปาฏิกงฺขํ ยํ เอวํ ปชานิสฺสติ – อนมตคฺโค โข สํสาโร. ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสํโยชนานํ สนฺธาวตํ สํสรตํ. อวิชฺชาย เตฺวว ตโมกายสฺส อเสสวิราคนิโรโธ สนฺตเมตํ ปทํ ปณีตเมตํ ปทํ, ยทิทํ – สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหากฺขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพานํ [นิพฺพานนฺติ (?)]. ยา หิสฺส, ภนฺเต, ปญฺญา ตทสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ.

‘‘สทฺโธ โส [ส โข โส (สี. สฺยา. กํ.)], ภนฺเต, อริยสาวโก เอวํ ปทหิตฺวา ปทหิตฺวา เอวํ สริตฺวา สริตฺวา เอวํ สมาทหิตฺวา สมาทหิตฺวา เอวํ ปชานิตฺวา ปชานิตฺวา เอวํ อภิสทฺทหติ – ‘อิเม โข เต ธมฺมา เย เม ปุพฺเพ สุตวา อเหสุํ. เตนาหํ เอตรหิ กาเยน จ ผุสิตฺวา วิหรามิ, ปญฺญาย จ อติวิชฺฌ [ปฏิวิชฺฌ (สี. ก.) ตทฏฺฐกถาสุ ปน อติวิชฺฌิตฺวาติ วณฺณิตํ] ปสฺสามี’ติ. ยา หิสฺส, ภนฺเต, สทฺธา ตทสฺส สทฺธินฺทฺริย’’นฺติ.

‘‘สาธุ สาธุ, สาริปุตฺต! โย โส, สาริปุตฺต, อริยสาวโก ตถาคเต เอกนฺตคโต อภิปฺปสนฺโน, น โส ตถาคเต วา ตถาคตสาสเน วา กงฺเขยฺย วา วิจิกิจฺเฉยฺย วา. สทฺธสฺส หิ, สาริปุตฺต, อริยสาวกสฺส เอตํ ปาฏิกงฺขํ ยํ อารทฺธวีริโย วิหริสฺสติ – อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย, กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทาย, ถามวา ทฬฺหปรกฺกโม อนิกฺขิตฺตธุโร กุสเลสุ ธมฺเมสุ. ยํ หิสฺส, สาริปุตฺต, วีริยํ ตทสฺส วีริยินฺทฺริยํ.

‘‘สทฺธสฺส หิ, สาริปุตฺต, อริยสาวกสฺส อารทฺธวีริยสฺส เอตํ ปาฏิกงฺขํ ยํ สติมา ภวิสฺสติ, ปรเมน สติเนปกฺเกน สมนฺนาคโต, จิรกตมฺปิ จิรภาสิตมฺปิ สริตา อนุสฺสริตา. ยา หิสฺส, สาริปุตฺต, สติ ตทสฺส สตินฺทฺริยํ.

‘‘สทฺธสฺส หิ, สาริปุตฺต, อริยสาวกสฺส อารทฺธวีริยสฺส อุปฏฺฐิตสฺสติโน เอตํ ปาฏิกงฺขํ ยํ โวสฺสคฺคารมฺมณํ กริตฺวา ลภิสฺสติ สมาธึ, ลภิสฺสติ จิตฺตสฺส เอกคฺคตํ. โย หิสฺส, สาริปุตฺต, สมาธิ ตทสฺส สมาธินฺทฺริยํ.

‘‘สทฺธสฺส หิ, สาริปุตฺต, อริยสาวกสฺส อารทฺธวีริยสฺส อุปฏฺฐิตสฺสติโน สมาหิตจิตฺตสฺส เอตํ ปาฏิกงฺขํ ยํ เอวํ ปชานิสฺสติ – อนมตคฺโค โข สํสาโร. ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสํโยชนานํ สนฺธาวตํ สํสรตํ. อวิชฺชาย เตฺวว ตโมกายสฺส อเสสวิราคนิโรโธ สนฺตเมตํ ปทํ ปณีตเมตํ ปทํ, ยทิทํ – สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหากฺขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพานํ. ยา หิสฺส, สาริปุตฺต, ปญฺญา ตทสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ.

‘‘สทฺโธ โส [ส โข โส (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], สาริปุตฺต, อริยสาวโก เอวํ ปทหิตฺวา ปทหิตฺวา เอวํ สริตฺวา สริตฺวา เอวํ สมาทหิตฺวา สมาทหิตฺวา เอวํ ปชานิตฺวา ปชานิตฺวา เอวํ อภิสทฺทหติ – ‘อิเม โข เต ธมฺมา เย เม ปุพฺเพ สุตวา อเหสุํ. เตนาหํ เอตรหิ กาเยน จ ผุสิตฺวา วิหรามิ, ปญฺญาย จ อติวิชฺฌ [ปฏิวิชฺฌ (ก. สี. ก.)] ปสฺสามี’ติ. ยา หิสฺส, สาริปุตฺต, สทฺธา ตทสฺส สทฺธินฺทฺริย’’นฺติ. ทสมํ.

ชราวคฺโค ปญฺจโม.

ตสฺสุทฺทานํ –

ชรา อุณฺณาโภ พฺราหฺมโณ, สาเกโต ปุพฺพโกฏฺฐโก;

ปุพฺพาราเม จ จตฺตาริ, ปิณฺโฑโล อาปเณน จาติ [สทฺเธน เต ทสาติ (สฺยา. กํ. ก.)].