๒. พฺราหฺมณสุตฺตํ
๑๐๐๘. สาวตฺถินิทานํ. ‘‘พฺราหฺมณา, ภิกฺขเว, อุทยคามินึ นาม ปฏิปทํ ปญฺญเปนฺติ. เต สาวกํ เอวํ สมาทเปนฺติ – ‘เอหิ ตฺวํ, อมฺโภ ปุริส, กาลสฺเสว อุฏฺฐาย ปาจีนมุโข ยาหิ. โส ตฺวํ มา โสพฺภํ ปริวชฺเชหิ, มา ปปาตํ, มา ขาณุํ, มา กณฺฑกฐานํ [กณฺฑกํ ฐานํ (ปี. ก.)], มา จนฺทนิยํ, มา โอฬิคลฺลํ. ยตฺถ [ยตฺเถว (สฺยา. กํ.), ยานิ วา (สี.)] ปปเตยฺยาสิ ตตฺเถว มรณํ อาคเมยฺยาสิ. เอวํ ตฺวํ, อมฺโภ ปุริส, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชิสฺสสี’’’ติ.
‘‘ตํ โข ปเนตํ, ภิกฺขเว, พฺราหฺมณานํ พาลคมนเมตํ [พาลานํ คมนเมตํ (สี.)] มูฬฺหคมนเมตํ น นิพฺพิทาย น วิราคาย น นิโรธาย น อุปสมาย น อภิญฺญาย น สมฺโพธาย น นิพฺพานาย สํวตฺตติ. อหญฺจ โข, ภิกฺขเว, อริยสฺส วินเย อุทยคามินึ ปฏิปทํ ปญฺญเปมิ; ยา เอกนฺตนิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตติ.
‘‘กตมา จ สา, ภิกฺขเว, อุทยคามินี ปฏิปทา; ยา เอกนฺตนิพฺพิทาย…เป… นิพฺพานาย สํวตฺตติ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ; ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อยํ โข สา, ภิกฺขเว, อุทยคามินี ปฏิปทา เอกนฺตนิพฺพิทาย…เป… นิพฺพานาย สํวตฺตตี’’ติ. ทุติยํ.