๑๑. โสตาปตฺติสํยุตฺตํ

๑. เวฬุทฺวารวคฺโค

๑. จกฺกวตฺติราชสุตฺตํ

๙๙๗. สาวตฺถินิทานํ. ตตฺร โข ภควา…เป… เอตทโวจ – ‘‘กิญฺจาปิ, ภิกฺขเว, ราชา จกฺกวตฺตี [จกฺกวตฺติ (สฺยา. กํ. ปี. ก.)] จตุนฺนํ ทีปานํ อิสฺสริยาธิปจฺจํ รชฺชํ กาเรตฺวา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ เทวานํ ตาวตึสานํ สหพฺยตํ, โส ตตฺถ นนฺทเน วเน อจฺฉราสงฺฆปริวุโต ทิพฺเพหิ จ ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิโต สมงฺคีภูโต ปริจาเรติ, โส จตูหิ ธมฺเมหิ อสมนฺนาคโต, อถ โข โส อปริมุตฺโตว [อปริมุตฺโต จ (สฺยา. กํ. ก.)] นิรยา อปริมุตฺโต ติรจฺฉานโยนิยา อปริมุตฺโต เปตฺติวิสยา อปริมุตฺโต อปายทุคฺคติวินิปาตา. กิญฺจาปิ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก ปิณฺฑิยาโลเปน ยาเปติ, นนฺตกานิ จ ธาเรติ, โส จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต, อถ โข โส ปริมุตฺโต [ปริมุตฺโต จ (สฺยา. กํ. ก.)] นิรยา ปริมุตฺโต ติรจฺฉานโยนิยา ปริมุตฺโต เปตฺติวิสยา ปริมุตฺโต อปายทุคฺคติวินิปาตา’’.

‘‘กตเมหิ จตูหิ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – ‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา’ติ. ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – ‘สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม สนฺทิฏฺฐิโก อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปเนยฺยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหี’ติ. สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – ‘สุปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ, อุชุปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ, ญายปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ, สามีจิปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ, ยทิทํ – จตฺตาริ ปุริสยุคานิ อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา, เอส ภควโต สาวกสงฺโฆ อาหุเนยฺโย ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลิกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสา’ติ. อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ อจฺฉิทฺเทหิ อสพเลหิ อกมฺมาเสหิ ภุชิสฺเสหิ วิญฺญุปฺปสตฺเถหิ อปรามฏฺเฐหิ สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อิเมหิ จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต โหติ. โย จ, ภิกฺขเว, จตุนฺนํ ทีปานํ ปฏิลาโภ, โย จตุนฺนํ ธมฺมานํ ปฏิลาโภ จตุนฺนํ ทีปานํ ปฏิลาโภ จตุนฺนํ ธมฺมานํ ปฏิลาภสฺส กลํ นาคฺฆติ โสฬสิ’’นฺติ. ปฐมํ.

๒. พฺรหฺมจริโยคธสุตฺตํ

๙๙๘. ‘‘จตูหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ.

‘‘กตเมหิ จตูหิ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – ‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา’ติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’ติ.

อิทมโวจ ภควา. อิทํ วตฺวาน [วตฺวา (สี. ปี.) เอวมีทิเสสุ ฐาเนสุ] สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –

‘‘เยสํ สทฺธา จ สีลญฺจ, ปสาโท ธมฺมทสฺสนํ;

เต เว กาเลน ปจฺเจนฺติ, พฺรหฺมจริโยคธํ สุข’’นฺติ. ทุติยํ;

๓. ทีฆาวุอุปาสกสุตฺตํ

๙๙๙. เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน โข ปน สมเยน ทีฆาวุ อุปาสโก อาพาธิโก โหติ ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน. อถ โข ทีฆาวุ อุปาสโก ปิตรํ โชติกํ คหปตึ อามนฺเตสิ – ‘‘เอหิ ตฺวํ, คหปติ, เยน ภควา เตนุปสงฺกม; อุปสงฺกมิตฺวา มม วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺท – ‘ทีฆาวุ, ภนฺเต, อุปาสโก อาพาธิโก โหติ ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน. โส ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตี’ติ. เอวญฺจ วเทหิ – ‘สาธุ กิร, ภนฺเต, ภควา เยน ทีฆาวุสฺส อุปาสกสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายา’’’ติ. ‘‘เอวํ, ตาตา’’ติ โข โชติโก คหปติ ทีฆาวุสฺส อุปาสกสฺส ปฏิสฺสุตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โชติโก คหปติ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ทีฆาวุ, ภนฺเต, อุปาสโก อาพาธิโก โหติ ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน. โส ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทติ. เอวญฺจ วเทติ – ‘สาธุ กิร, ภนฺเต, ภควา เยน ทีฆาวุสฺส อุปาสกสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายา’’’ติ. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน.

อถ โข ภควา นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ทีฆาวุสฺส อุปาสกสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. นิสชฺช โข ภควา ทีฆาวุํ อุปาสกํ เอตทโวจ – ‘‘กจฺจิ เต, ทีฆาวุ, ขมนียํ, กจฺจิ ยาปนียํ? กจฺจิ ทุกฺขา เวทนา ปฏิกฺกมนฺติ, โน อภิกฺกมนฺติ; ปฏิกฺกโมสานํ ปญฺญายติ, โน อภิกฺกโม’’ติ? ‘‘น เม, ภนฺเต, ขมนียํ, น ยาปนียํ. พาฬฺหา เม ทุกฺขา เวทนา อภิกฺกมนฺติ, โน ปฏิกฺกมนฺติ; อภิกฺกโมสานํ ปญฺญายติ, โน ปฏิกฺกโม’’ติ. ‘‘ตสฺมาติห เต, ทีฆาวุ, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต ภวิสฺสามิ – อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต ภวิสฺสามิ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ’. เอวญฺหิ เต, ทีฆาวุ, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ.

‘‘ยานิมานิ, ภนฺเต, ภควตา จตฺตาริ โสตาปตฺติยงฺคานิ เทสิตานิ, สํวิชฺชนฺเต เต ธมฺมา มยิ, อหญฺจ เตสุ ธมฺเมสุ สนฺทิสฺสามิ. อหญฺหิ, ภนฺเต, พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหี’’ติ. ‘‘ตสฺมาติห ตฺวํ, ทีฆาวุ, อิเมสุ จตูสุ โสตาปตฺติยงฺเคสุ ปติฏฺฐาย ฉ วิชฺชาภาคิเย ธมฺเม อุตฺตริ ภาเวยฺยาสิ. อิธ ตฺวํ, ทีฆาวุ, สพฺพสงฺขาเรสุ อนิจฺจานุปสฺสี วิหราหิ, อนิจฺเจ ทุกฺขสญฺญี, ทุกฺเข อนตฺตสญฺญี ปหานสญฺญี วิราคสญฺญี นิโรธสญฺญีติ. เอวญฺหิ เต, ทีฆาวุ, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ.

‘‘เยเม, ภนฺเต, ภควตา ฉ วิชฺชาภาคิยา ธมฺมา เทสิตา, สํวิชฺชนฺเต เต ธมฺมา มยิ, อหญฺจ เตสุ ธมฺเมสุ สนฺทิสฺสามิ. อหญฺหิ, ภนฺเต, สพฺพสงฺขาเรสุ อนิจฺจานุปสฺสี วิหรามิ, อนิจฺเจ ทุกฺขสญฺญี, ทุกฺเข อนตฺตสญฺญี ปหานสญฺญี วิราคสญฺญี นิโรธสญฺญี. อปิ จ เม, ภนฺเต, เอวํ โหติ – ‘มา เหวายํ โชติโก คหปติ มมจฺจเยน วิฆาตํ อาปชฺชี’’’ติ [อาปชฺชติ (ก.)]. ‘‘มา ตฺวํ, ตาต ทีฆาวุ, เอวํ มนสากาสิ. อิงฺฆ ตฺวํ, ตาต ทีฆาวุ, ยเทว เต ภควา อาห, ตเทว ตฺวํ สาธุกํ มนสิ กโรหี’’ติ.

อถ โข ภควา ทีฆาวุํ อุปาสกํ อิมินา โอวาเทน โอวทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ. อถ โข ทีฆาวุ อุปาสโก อจิรปกฺกนฺตสฺส ภควโต กาลมกาสิ. อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘โย โส, ภนฺเต, ทีฆาวุ นาม อุปาสโก ภควตา สํขิตฺเตน โอวาเทน โอวทิโต โส กาลงฺกโต. ตสฺส กา คติ, โก อภิสมฺปราโย’’ติ? ‘‘ปณฺฑิโต, ภิกฺขเว, ทีฆาวุ อุปาสโก, ปจฺจปาทิ [อโหสิ สจฺจวาที (สฺยา. กํ. ปี. ก.)] ธมฺมสฺสานุธมฺมํ, น จ มํ ธมฺมาธิกรณํ [น จ ธมฺมาธิกรณํ (สฺยา. กํ. ปี. ก.)] วิเหเสสิ [วิเหเฐสิ (อิติปิ อญฺญตฺถ)]. ทีฆาวุ, ภิกฺขเว, อุปาสโก ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา’’ติ. ตติยํ.

๔. ปฐมสาริปุตฺตสุตฺตํ

๑๐๐๐. เอกํ สมยํ อายสฺมา จ สาริปุตฺโต อายสฺมา จ อานนฺโท สาวตฺถิยํ วิหรนฺติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข อายสฺมา อานนฺโท สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต…เป… เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กตินํ นุ โข, อาวุโส สาริปุตฺต, ธมฺมานํ สมนฺนาคมนเหตุ เอวมยํ ปชา ภควตา พฺยากตา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’ติ? ‘‘จตุนฺนํ โข, อาวุโส, ธมฺมานํ สมนฺนาคมนเหตุ เอวมยํ ปชา ภควตา พฺยากตา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’.

‘‘กตเมสํ จตุนฺนํ? อิธาวุโส, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อิเมสํ โข, อาวุโส, จตุนฺนํ ธมฺมานํ สมนฺนาคมนเหตุ เอวมยํ ปชา ภควตา พฺยากตา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’ติ. จตุตฺถํ.

๕. ทุติยสาริปุตฺตสุตฺตํ

๑๐๐๑. อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ ภควา เอตทโวจ – ‘‘‘โสตาปตฺติยงฺคํ, โสตาปตฺติยงฺค’นฺติ หิทํ, สาริปุตฺต, วุจฺจติ. กตมํ นุ โข สาริปุตฺต, โสตาปตฺติยงฺค’’นฺติ? ‘‘สปฺปุริสสํเสโว หิ, ภนฺเต, โสตาปตฺติยงฺคํ, สทฺธมฺมสฺสวนํ โสตาปตฺติยงฺคํ, โยนิโสมนสิกาโร โสตาปตฺติยงฺคํ, ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปตฺติ โสตาปตฺติยงฺค’’นฺติ. ‘‘สาธุ สาธุ, สาริปุตฺต! สปฺปุริสสํเสโว หิ, สาริปุตฺต, โสตาปตฺติยงฺคํ, สทฺธมฺมสฺสวนํ โสตาปตฺติยงฺคํ, โยนิโสมนสิกาโร โสตาปตฺติยงฺคํ, ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปตฺติ โสตาปตฺติยงฺคํ’’.

‘‘‘โสโต, โสโต’ติ หิทํ, สาริปุตฺต, วุจฺจติ. กตโม นุ โข, สาริปุตฺต, โสโต’’ติ? ‘‘อยเมว หิ, ภนฺเต, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค โสโต, เสยฺยถิทํ – สมฺมาทิฏฺฐิ, สมฺมาสงฺกปฺโป, สมฺมาวาจา, สมฺมากมฺมนฺโต, สมฺมาอาชีโว, สมฺมาวายาโม, สมฺมาสติ, สมฺมาสมาธี’’ติ. ‘‘สาธุ สาธุ, สาริปุตฺต! อยเมว หิ, สาริปุตฺต, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค โสโต, เสยฺยถิทํ – สมฺมาทิฏฺฐิ…เป… สมฺมาสมาธิ’’.

‘‘‘โสตาปนฺโน, โสตาปนฺโน’ติ หิทํ, สาริปุตฺต, วุจฺจติ. กตโม นุ โข, สาริปุตฺต, โสตาปนฺโน’’ติ? ‘‘โย หิ, ภนฺเต, อิมินา อริเยน อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน สมนฺนาคโต อยํ วุจฺจติ โสตาปนฺโน, สฺวายํ อายสฺมา เอวํนาโม เอวํโคตฺโต’’ติ. ‘‘สาธุ สาธุ, สาริปุตฺต! โย หิ, สาริปุตฺต, อิมินา อริเยน อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน สมนฺนาคโต อยํ วุจฺจติ โสตาปนฺโน, สฺวายํ อายสฺมา เอวํนาโม เอวํโคตฺโต’’ติ. ปญฺจมํ.

๖. ถปติสุตฺตํ

๑๐๐๒. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู ภควโต จีวรกมฺมํ กโรนฺติ – ‘‘นิฏฺฐิตจีวโร ภควา เตมาสจฺจเยน จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’’ติ. เตน โข ปน สมเยน อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย สาธุเก ปฏิวสนฺติ เกนจิเทว กรณีเยน. อสฺโสสุํ โข อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย – ‘‘สมฺพหุลา กิร ภิกฺขู ภควโต จีวรกมฺมํ กโรนฺติ – ‘นิฏฺฐิตจีวโร ภควา เตมาสจฺจเยน จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’’’ติ.

อถ โข อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย มคฺเค ปุริสํ ฐเปสุํ – ‘‘ยทา ตฺวํ, อมฺโภ ปุริส, ปสฺเสยฺยาสิ ภควนฺตํ อาคจฺฉนฺตํ อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ, อถ อมฺหากํ อาโรเจยฺยาสี’’ติ. ทฺวีหตีหํ ฐิโต โข โส ปุริโส อทฺทส ภควนฺตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ. ทิสฺวาน เยน อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อิสิทตฺตปุราเณ ถปตโย เอตทโวจ – ‘‘อยํ โส, ภนฺเต, ภควา อาคจฺฉติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ. ยสฺส ทานิ กาลํ มญฺญถา’’ติ.

อถ โข อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ภควนฺตํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธึสุ. อถ โข ภควา มคฺคา โอกฺกมฺม เยน อญฺญตรํ รุกฺขมูลํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย ภควนฺตํ เอตทโวจุํ –

‘‘ยทา มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘สาวตฺถิยา โกสเลสุ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ – ‘ทูเร โน ภควา ภวิสฺสตี’ติ. ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘สาวตฺถิยา โกสเลสุ จาริกํ ปกฺกนฺโต’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ – ‘ทูเร โน ภควา’’’ติ.

‘‘ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘โกสเลหิ มลฺเลสุ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ – ‘ทูเร โน ภควา ภวิสฺสตี’ติ. ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘โกสเลหิ มลฺเลสุ จาริกํ ปกฺกนฺโต’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ – ‘ทูเร โน ภควา’’’ติ.

‘‘ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘มลฺเลหิ วชฺชีสุ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ – ‘ทูเร โน ภควา ภวิสฺสตี’ติ. ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘มลฺเลหิ วชฺชีสุ จาริกํ ปกฺกนฺโต’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ – ‘ทูเร โน ภควา’’’ติ.

‘‘ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘วชฺชีหิ กาสีสุ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ – ‘ทูเร โน ภควา ภวิสฺสตี’ติ. ยทา ปน มยํ, ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม – ‘วชฺชีหิ กาสีสุ จาริกํ ปกฺกนฺโต’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ – ‘ทูเร โน ภควา’’’ติ.

‘‘ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘กาสีหิ มาคเธ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ – ‘ทูเร โน ภควา ภวิสฺสตี’ติ. ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘กาสีหิ มาคเธ จาริกํ ปกฺกนฺโต’ติ, โหติ อนปฺปกา โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ อนปฺปกํ โทมนสฺสํ – ‘ทูเร โน ภควา’’’ติ.

‘‘ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘มาคเธหิ กาสีสุ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ – ‘อาสนฺเน โน ภควา ภวิสฺสตี’ติ. ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘มาคเธหิ กาสีสุ จาริกํ ปกฺกนฺโต’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ – ‘อาสนฺเน โน ภควา’’’ติ.

‘‘ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘กาสีหิ วชฺชีสุ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ – ‘อาสนฺเน โน ภควา ภวิสฺสตี’ติ. ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘กาสีหิ วชฺชีสุ จาริกํ ปกฺกนฺโต’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ – ‘อาสนฺเน โน ภควา’’’ติ.

‘‘ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘วชฺชีหิ มลฺเลสุ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ – ‘อาสนฺเน โน ภควา ภวิสฺสตี’ติ. ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘วชฺชีหิ มลฺเลสุ จาริกํ ปกฺกนฺโต’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ – ‘อาสนฺเน โน ภควา’’’ติ.

‘‘ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘มลฺเลหิ โกสเล จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ – ‘อาสนฺเน โน ภควา ภวิสฺสตี’ติ. ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘มลฺเลหิ โกสเล จาริกํ ปกฺกนฺโต’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ – ‘อาสนฺเน โน ภควา’’’ติ.

‘‘ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘โกสเลหิ สาวตฺถึ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ – ‘อาสนฺเน โน ภควา ภวิสฺสตี’ติ. ยทา ปน มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สุณาม – ‘สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม’ติ, โหติ อนปฺปกา โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ อนปฺปกํ โสมนสฺสํ – ‘อาสนฺเน โน ภควา’’’ติ.

‘‘ตสฺมาติห, ถปตโย, สมฺพาโธ ฆราวาโส รชาปโถ, อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา. อลญฺจ ปน โว, ถปตโย, อปฺปมาทายา’’ติ. ‘‘อตฺถิ โข โน, ภนฺเต, เอตมฺหา สมฺพาธา อญฺโญ สมฺพาโธ สมฺพาธตโร เจว สมฺพาธสงฺขาตตโร จา’’ติ. ‘‘กตโม ปน โว, ถปตโย, เอตมฺหา สมฺพาธา อญฺโญ สมฺพาโธ สมฺพาธตโร เจว สมฺพาธสงฺขาตตโร จา’’ติ?

‘‘อิธ มยํ, ภนฺเต, ยทา ราชา ปเสนทิ โกสโล อุยฺยานภูมึ นิยฺยาตุกาโม โหติ, เย เต รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส นาคา โอปวยฺหา เต กปฺเปตฺวา, ยา ตา รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส ปชาปติโย ปิยา มนาปา ตา เอกํ ปุรโต เอกํ ปจฺฉโต นิสีทาเปม. ตาสํ โข ปน, ภนฺเต, ภคินีนํ เอวรูโป คนฺโธ โหติ, เสยฺยถาปิ นาม คนฺธกรณฺฑกสฺส ตาวเทว วิวริยมานสฺส, ยถา ตํ ราชกญฺญานํ คนฺเธน วิภูสิตานํ. ตาสํ โข ปน, ภนฺเต, ภคินีนํ เอวรูโป กายสมฺผสฺโส โหติ, เสยฺยถาปิ นาม ตูลปิจุโน วา กปฺปาสปิจุโน วา, ยถา ตํ ราชกญฺญานํ สุเขธิตานํ. ตสฺมึ โข ปน, ภนฺเต, สมเย นาโคปิ รกฺขิตพฺโพ โหติ, ตาปิ ภคินิโย รกฺขิตพฺพา โหนฺติ, อตฺตาปิ รกฺขิตพฺโพ โหติ. น โข ปน มยํ, ภนฺเต, อภิชานาม ตาสุ ภคินีสุ ปาปกํ จิตฺตํ อุปฺปาเทตา. อยํ โข โน, ภนฺเต, เอตมฺหา สมฺพาธา อญฺโญ สมฺพาโธ สมฺพาธตโร เจว สมฺพาธสงฺขาตตโร จา’’ติ.

‘‘ตสฺมาติห, ถปตโย, สมฺพาโธ ฆราวาโส รชาปโถ, อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา. อลญฺจ ปน โว, ถปตโย, อปฺปมาทาย. จตูหิ โข, ถปตโย, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ.

‘‘กตเมหิ จตูหิ? อิธ, ถปตโย, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… วิคตมลมจฺเฉเรน เจตสา อชฺฌาคารํ วสติ มุตฺตจาโค ปยตปาณิ โวสฺสคฺครโต ยาจโยโค ทานสํวิภาครโต. อิเมหิ โข, ถปตโย, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ.

‘‘ตุเมฺห โข, ถปตโย, พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคตา – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… ยํ โข ปน กิญฺจิ กุเล เทยฺยธมฺมํ สพฺพํ ตํ อปฺปฏิวิภตฺตํ สีลวนฺเตหิ กลฺยาณธมฺเมหิ. ตํ กึ มญฺญถ, ถปตโย, กติวิธา เต โกสเลสุ มนุสฺสา เย ตุมฺหากํ สมสมา, ยทิทํ – ทานสํวิภาเค’’ติ? ‘‘ลาภา โน, ภนฺเต, สุลทฺธํ โน, ภนฺเต! เยสํ โน ภควา เอวํ ปชานาตี’’ติ. ฉฏฺฐํ.

๗. เวฬุทฺวาเรยฺยสุตฺตํ

๑๐๐๓. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ จาริกํ จรมาโน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ เยน เวฬุทฺวารํ นาม โกสลานํ พฺราหฺมณคาโม ตทวสริ. อสฺโสสุํ โข เต เวฬุทฺวาเรยฺยกา พฺราหฺมณคหปติกา – ‘‘สมโณ ขลุ, โภ, โคตโม สกฺยปุตฺโต สกฺยกุลา ปพฺพชิโต โกสเลสุ จาริกํ จรมาโน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ เวฬุทฺวารํ อนุปฺปตฺโต. ตํ โข ปน ภวนฺตํ โคตมํ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต – ‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา [ภควาติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)]. โส อิมํ โลกํ สเทวกํ สมารกํ สพฺรหฺมกํ สสฺสมณพฺราหฺมณึ ปชํ สเทวมนุสฺสํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทติ. โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ, เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ’. สาธุ โข ปน ตถารูปานํ อรหตํ ทสฺสนํ โหตี’’ติ.

อถ โข เต เวฬุทฺวาเรยฺยกา พฺราหฺมณคหปติกา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา อปฺเปกจฺเจ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. อปฺเปกจฺเจ ภควตา สทฺธึ สมฺโมทึสุ; สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. อปฺเปกจฺเจ เยน ภควา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. อปฺเปกจฺเจ ภควโต สนฺติเก นามโคตฺตํ สาเวตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. อปฺเปกจฺเจ ตุณฺหีภูตา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต เวฬุทฺวาเรยฺยกา พฺราหฺมณคหปติกา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘มยํ, โภ โคตม, เอวํกามา เอวํฉนฺทา เอวํอธิปฺปายา – ปุตฺตสมฺพาธสยนํ อชฺฌาวเสยฺยาม, กาสิกจนฺทนํ ปจฺจนุภเวยฺยาม, มาลาคนฺธวิเลปนํ ธาเรยฺยาม, ชาตรูปรชตํ สาทิเยยฺยาม, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺเชยฺยาม. เตสํ โน ภวํ โคตโม อมฺหากํ เอวํกามานํ เอวํฉนฺทานํ เอวํอธิปฺปายานํ ตถา ธมฺมํ เทเสตุ ยถา มยํ ปุตฺตสมฺพาธสยนํ อชฺฌาวเสยฺยาม…เป… สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺเชยฺยามา’’ติ.

‘‘อตฺตูปนายิกํ โว, คหปตโย, ธมฺมปริยายํ เทเสสฺสามิ. ตํ สุณาถ, สาธุกํ มนสิ กโรถ; ภาสิสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวํ, โภ’’ติ โข เต เวฬุทฺวาเรยฺยกา พฺราหฺมณคหปติกา ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –

‘‘กตโม จ, คหปตโย, อตฺตุปนายิโก ธมฺมปริยาโย? อิธ, คหปตโย, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘อหํ โขสฺมิ ชีวิตุกาโม อมริตุกาโม สุขกาโม ทุกฺขปฺปฏิกูโล. โย โข มํ ชีวิตุกามํ อมริตุกามํ สุขกามํ ทุกฺขปฺปฏิกูลํ ชีวิตา โวโรเปยฺย, น เมตํ อสฺส ปิยํ มนาปํ. อหญฺเจว โข ปน ปรํ ชีวิตุกามํ อมริตุกามํ สุขกามํ ทุกฺขปฺปฏิกูลํ ชีวิตา โวโรเปยฺยํ, ปรสฺสปิ ตํ อสฺส อปฺปิยํ อมนาปํ. โย โข มฺยายํ ธมฺโม อปฺปิโย อมนาโป, ปรสฺส เปโส ธมฺโม อปฺปิโย อมนาโป. โย โข มฺยายํ ธมฺโม อปฺปิโย อมนาโป, กถาหํ ปรํ เตน สํโยเชยฺย’นฺติ! โส อิติ ปฏิสงฺขาย อตฺตนา จ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ, ปรญฺจ ปาณาติปาตา เวรมณิยา สมาทเปติ, ปาณาติปาตา เวรมณิยา จ วณฺณํ ภาสติ. เอวมสฺสายํ กายสมาจาโร ติโกฏิปริสุทฺโธ โหติ.

‘‘ปุน จปรํ, คหปตโย, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘โย โข เม อทินฺนํ เถยฺยสงฺขาตํ อาทิเยยฺย, น เมตํ อสฺส ปิยํ มนาปํ. อหญฺเจว โข ปน ปรสฺส อทินฺนํ เถยฺยสงฺขาตํ อาทิเยยฺยํ, ปรสฺสปิ ตํ อสฺส อปฺปิยํ อมนาปํ. โย โข มฺยายํ ธมฺโม อปฺปิโย อมนาโป, ปรสฺส เปโส ธมฺโม อปฺปิโย อมนาโป. โย โข มฺยายํ ธมฺโม อปฺปิโย อมนาโป, กถาหํ ปรํ เตน สํโยเชยฺย’นฺติ! โส อิติ ปฏิสงฺขาย อตฺตนา จ อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ, ปรญฺจ อทินฺนาทานา เวรมณิยา สมาทเปติ, อทินฺนาทานา เวรมณิยา จ วณฺณํ ภาสติ. เอวมสฺสายํ กายสมาจาโร ติโกฏิปริสุทฺโธ โหติ.

‘‘ปุน จปรํ, คหปตโย, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘โย โข เม ทาเรสุ จาริตฺตํ อาปชฺเชยฺย, น เมตํ อสฺส ปิยํ มนาปํ. อหญฺเจว โข ปน ปรสฺส ทาเรสุ จาริตฺตํ อาปชฺเชยฺยํ, ปรสฺสปิ ตํ อสฺส อปฺปิยํ อมนาปํ. โย โข มฺยายํ ธมฺโม อปฺปิโย อมนาโป, ปรสฺส เปโส ธมฺโม อปฺปิโย อมนาโป. โย โข มฺยายํ ธมฺโม อปฺปิโย อมนาโป, กถาหํ ปรํ เตน สํโยเชยฺย’นฺติ! โส อิติ ปฏิสงฺขาย อตฺตนา จ กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ, ปรญฺจ กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณิยา สมาทเปติ, กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณิยา จ วณฺณํ ภาสติ. เอวมสฺสายํ กายสมาจาโร ติโกฏิปริสุทฺโธ โหติ.

‘‘ปุน จปรํ, คหปตโย, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘โย โข เม มุสาวาเทน อตฺถํ ภญฺเชยฺย, น เมตํ อสฺส ปิยํ มนาปํ. อหญฺเจว โข ปน ปรสฺส มุสาวาเทน อตฺถํ ภญฺเชยฺยํ, ปรสฺสปิ ตํ อสฺส อปฺปิยํ อมนาปํ. โย โข มฺยายํ ธมฺโม อปฺปิโย อมนาโป, ปรสฺส เปโส ธมฺโม อปฺปิโย อมนาโป. โย โข มฺยายํ ธมฺโม อปฺปิโย อมนาโป, กถาหํ ปรํ เตน สํโยเชยฺย’นฺติ! โส อิติ ปฏิสงฺขาย อตฺตนา จ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ, ปรญฺจ มุสาวาทา เวรมณิยา สมาทเปติ, มุสาวาทา เวรมณิยา จ วณฺณํ ภาสติ. เอวมสฺสายํ วจีสมาจาโร ติโกฏิปริสุทฺโธ โหติ.

‘‘ปุน จปรํ, คหปตโย, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – โย โข มํ ปิสุณาย วาจาย มิตฺเต ภินฺเทยฺย [มิตฺเตหิ เภเทยฺย (สฺยา. กํ. ปี. ก.)], น เมตํ อสฺส ปิยํ มนาปํ. อหญฺเจว โข ปน ปรํ ปิสุณาย วาจาย มิตฺเต ภินฺเทยฺยํ, ปรสฺสปิ ตํ อสฺส อปฺปิยํ อมนาปํ…เป… เอวมสฺสายํ วจีสมาจาโร ติโกฏิปริสุทฺโธ โหติ.

‘‘ปุน จปรํ, คหปตโย, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – โย โข มํ ผรุสาย วาจาย สมุทาจเรยฺย, น เมตํ อสฺส ปิยํ มนาปํ. อหญฺเจว โข ปน ปรํ ผรุสาย วาจาย สมุทาจเรยฺยํ, ปรสฺสปิ ตํ อสฺส อปฺปิยํ อมนาปํ. โย โข มฺยายํ ธมฺโม…เป… เอวมสฺสายํ วจีสมาจาโร ติโกฏิปริสุทฺโธ โหติ.

‘‘ปุน จปรํ, คหปตโย, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘โย โข มํ สมฺผภาเสน สมฺผปฺปลาปภาเสน สมุทาจเรยฺย, น เมตํ อสฺส ปิยํ มนาปํ. อหญฺเจว โข ปน ปรํ สมฺผภาเสน สมฺผปฺปลาปภาเสน สมุทาจเรยฺยํ, ปรสฺสปิ ตํ อสฺส อปฺปิยํ อมนาปํ. โย โข มฺยายํ ธมฺโม อปฺปิโย อมนาโป, ปรสฺส เปโส ธมฺโม อปฺปิโย อมนาโป. โย โข มฺยายํ ธมฺโม อปฺปิโย อมนาโป, กถาหํ ปรํ เตน สํโยเชยฺย’นฺติ! โส อิติ ปฏิสงฺขาย อตฺตนา จ สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ, ปรญฺจ สมฺผปฺปลาปา เวรมณิยา สมาทเปติ, สมฺผปฺปลาปา เวรมณิยา จ วณฺณํ ภาสติ. เอวมสฺสายํ วจีสมาจาโร ติโกฏิปริสุทฺโธ โหติ.

‘‘โส พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ; ธมฺเม …เป… สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ สุปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ…เป… อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ. อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. ยโต โข, คหปตโย, อริยสาวโก อิเมหิ สตฺตหิ สทฺธมฺเมหิ [ธมฺเมหิ (สี.)] สมนฺนาคโต โหติ อิเมหิ จตูหิ อากงฺขิเยหิ ฐาเนหิ, โส อากงฺขมาโน อตฺตนาว อตฺตานํ พฺยากเรยฺย – ‘ขีณนิรโยมฺหิ ขีณติรจฺฉานโยนิ [ขีณติรจฺฉานโยนิโย (สี. สฺยา. กํ. ปี.), ขีณติรจฺฉานโยนิโก (ก.)] ขีณเปตฺติวิสโย ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต, โสตาปนฺโนหมสฺมิ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’’ติ.

เอวํ วุตฺเต เวฬุทฺวาเรยฺยกา พฺราหฺมณคหปติกา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม…เป… เอเต มยํ ภวนฺตํ โคตมํ สรณํ คจฺฉาม ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. อุปาสเก โน ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปเต [ปาณุเปตํ (ก.)] สรณํ คเต’’ติ. สตฺตมํ.

๘. ปฐมคิญฺชกาวสถสุตฺตํ

๑๐๐๔. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ญาติเก วิหรติ คิญฺชกาวสเถ. อถ โข อายสฺมา อานนฺโท เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ –

‘‘สาโฬฺห นาม, ภนฺเต, ภิกฺขุ กาลงฺกโต; ตสฺส กา คติ โก อภิสมฺปราโย? นนฺทา นาม, ภนฺเต, ภิกฺขุนี กาลงฺกตา; ตสฺสา กา คติ โก อภิสมฺปราโย? สุทตฺโต นาม, ภนฺเต, อุปาสโก กาลงฺกโต; ตสฺส กา คติ โก อภิสมฺปราโย? สุชาตา นาม, ภนฺเต, อุปาสิกา กาลงฺกตา; ตสฺสา กา คติ, โก อภิสมฺปราโย’’ติ?

‘‘สาโฬฺห, อานนฺท, ภิกฺขุ กาลงฺกโต อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหาสิ. นนฺทา, อานนฺท, ภิกฺขุนี กาลงฺกตา ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติกา ตตฺถ ปรินิพฺพายินี อนาวตฺติธมฺมา ตสฺมา โลกา. สุทตฺโต, อานนฺท, อุปาสโก กาลงฺกโต ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตา สกทาคามี; สกิเทว อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสติ. สุชาตา, อานนฺท, อุปาสิกา กาลงฺกตา ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา.

‘‘อนจฺฉริยํ โข ปเนตํ, อานนฺท, ยํ มนุสฺสภูโต กาลํ กเรยฺย; ตสฺมึ ตสฺมึ เจ มํ กาลงฺกเต อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปฏิปุจฺฉิสฺสถ. วิเหสา เปสา, อานนฺท, อสฺส ตถาคตสฺส. ตสฺมาติหานนฺท, ธมฺมาทาสํ นาม ธมฺมปริยายํ เทเสสฺสามิ; เยน สมนฺนาคโต อริยสาวโก อากงฺขมาโน อตฺตนาว อตฺตานํ พฺยากเรยฺย – ‘ขีณนิรโยมฺหิ ขีณติรจฺฉานโยนิ ขีณเปตฺติวิสโย ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต, โสตาปนฺโนหมสฺมิ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’’.

‘‘กตโม จ โส, อานนฺท, ธมฺมาทาโส ธมฺมปริยาโย; เยน สมนฺนาคโต อริยสาวโก อากงฺขมาโน อตฺตนาว อตฺตานํ พฺยากเรยฺย – ‘ขีณนิรโยมฺหิ ขีณติรจฺฉานโยนิ ขีณเปตฺติวิสโย ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต, โสตาปนฺโนหมสฺมิ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’’?

‘‘อิธ, อานนฺท, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อยํ โข โส, อานนฺท, ธมฺมาทาโส ธมฺมปริยาโย; เยน สมนฺนาคโต อริยสาวโก อากงฺขมาโน อตฺตนาว อตฺตานํ พฺยากเรยฺย – ‘ขีณนิรโยมฺหิ ขีณติรจฺฉานโยนิ ขีณเปตฺติวิสโย ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต, โสตาปนฺโนหมสฺมิ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’’ติ. อฏฺฐมํ.

(ตีณิปิ สุตฺตนฺตานิ เอกนิทานานิ).

๙. ทุติยคิญฺชกาวสถสุตฺตํ

๑๐๐๕. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อโสโก นาม, ภนฺเต, ภิกฺขุ กาลงฺกโต; ตสฺส กา คติ, โก อภิสมฺปราโย? อโสกา นาม, ภนฺเต, ภิกฺขุนี กาลงฺกตา…เป… อโสโก นาม, ภนฺเต, อุปาสโก กาลงฺกโต…เป… อโสกา นาม, ภนฺเต, อุปาสิกา กาลงฺกตา; ตสฺสา กา คติ, โก อภิสมฺปราโย’’ติ?

‘‘อโสโก, อานนฺท, ภิกฺขุ กาลงฺกโต อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหาสิ…เป… (ปุริมเวยฺยากรเณน เอกนิทานํ).

‘‘อยํ โข โส, อานนฺท, ธมฺมาทาโส ธมฺมปริยาโย; เยน สมนฺนาคโต อริยสาวโก อากงฺขมาโน อตฺตนาว อตฺตานํ พฺยากเรยฺย – ‘ขีณนิรโยมฺหิ ขีณติรจฺฉานโยนิ ขีณเปตฺติวิสโย ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต, โสตาปนฺโนหมสฺมิ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’’ติ. นวมํ.

๑๐. ตติยคิญฺชกาวสถสุตฺตํ

๑๐๐๖. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กกฺกโฏ นาม, ภนฺเต, ญาติเก อุปาสโก กาลงฺกโต; ตสฺส กา คติ, โก อภิสมฺปราโย? กฬิโภ นาม, ภนฺเต, ญาติเก อุปาสโก…เป… นิกโต นาม, ภนฺเต, ญาติเก อุปาสโก…เป… กฏิสฺสโห นาม, ภนฺเต, ญาติเก อุปาสโก…เป… ตุฏฺโฐ นาม, ภนฺเต, ญาติเก อุปาสโก…เป… สนฺตุฏฺโฐ นาม, ภนฺเต, ญาติเก อุปาสโก…เป… ภทฺโท นาม, ภนฺเต, ญาติเก อุปาสโก…เป… สุภทฺโท นาม, ภนฺเต, ญาติเก อุปาสโก กาลงฺกโต; ตสฺส กา คติ โก อภิสมฺปราโย’’ติ?

‘‘กกฺกโฏ, อานนฺท, อุปาสโก กาลงฺกโต ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา. กฬิโภ, อานนฺท …เป… นิกโต, อานนฺท…เป… กฏิสฺสโห, อานนฺท …เป… ตุฏฺโฐ, อานนฺท…เป… สนฺตุฏฺโฐ, อานนฺท…เป… ภทฺโท, อานนฺท…เป… สุภทฺโท, อานนฺท, อุปาสโก กาลงฺกโต ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา. (สพฺเพ เอกคติกา กาตพฺพา).

‘‘ปโรปญฺญาส, อานนฺท, ญาติเก อุปาสกา กาลงฺกตา ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติกา ตตฺถ ปรินิพฺพายิโน อนาวตฺติธมฺมา ตสฺมา โลกา. สาธิกนวุติ, อานนฺท, ญาติเก อุปาสกา กาลงฺกตา ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตา สกทาคามิโน; สกิเทว อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสนฺติ. ฉาติเรกานิ โข, อานนฺท, ปญฺจสตานิ ญาติเก อุปาสกา กาลงฺกตา ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา.

‘‘อนจฺฉริยํ โข ปเนตํ, อานนฺท, ยํ มนุสฺสภูโต กาลํ กเรยฺย; ตสฺมึ ตสฺมึ เจ มํ กาลงฺกเต อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปฏิปุจฺฉิสฺสถ. วิเหสา เปสา, อานนฺท, อสฺส ตถาคตสฺส. ตสฺมาติหานนฺท, ธมฺมาทาสํ นาม ธมฺมปริยายํ เทเสสฺสามิ; เยน สมนฺนาคโต อริยสาวโก อากงฺขมาโน อตฺตนาว อตฺตานํ พฺยากเรยฺย – ‘ขีณนิรโยมฺหิ ขีณติรจฺฉานโยนิ ขีณเปตฺติวิสโย ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต, โสตาปนฺโนหมสฺมิ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’’.

‘‘กตโม จ โส, อานนฺท, ธมฺมาทาโส ธมฺมปริยาโย; เยน สมนฺนาคโต อริยสาวโก อากงฺขมาโน อตฺตนาว อตฺตานํ พฺยากเรยฺย – ‘ขีณนิรโยมฺหิ ขีณติรจฺฉานโยนิ ขีณเปตฺติวิสโย ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต, โสตาปนฺโนหมสฺมิ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’’.

‘‘อิธานนฺท, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อยํ โข โส, อานนฺท, ธมฺมาทาโส ธมฺมปริยาโย; เยน สมนฺนาคโต อริยสาวโก อากงฺขมาโน อตฺตนาว อตฺตานํ พฺยากเรยฺย – ‘ขีณนิรโยมฺหิ ขีณติรจฺฉานโยนิ ขีณเปตฺติวิสโย ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต, โสตาปนฺโนหมสฺมิ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’’ติ. ทสมํ.

เวฬุทฺวารวคฺโค ปฐโม.

ตสฺสุทฺทานํ –

ราชา โอคธทีฆาวุ, สาริปุตฺตาปเร ทุเว;

ถปตี เวฬุทฺวาเรยฺยา, คิญฺชกาวสเถ ตโยติ.

๒. ราชการามวคฺโค

๑. สหสฺสภิกฺขุนิสงฺฆสุตฺตํ

๑๐๐๗. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ ราชการาเม. อถ โข สหสฺสภิกฺขุนิสงฺโฆ [สหสฺโส ภิกฺขุนิสํโฆ (สี.)] เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข ตา ภิกฺขุนิโย ภควา เอตทโวจ –

‘‘จตูหิ โข, ภิกฺขุนิโย, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ. กตเมหิ จตูหิ? อิธ, ภิกฺขุนิโย, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม …เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ, อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อิเมหิ โข, ภิกฺขุนิโย, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’ติ. ปฐมํ.

๒. พฺราหฺมณสุตฺตํ

๑๐๐๘. สาวตฺถินิทานํ. ‘‘พฺราหฺมณา, ภิกฺขเว, อุทยคามินึ นาม ปฏิปทํ ปญฺญเปนฺติ. เต สาวกํ เอวํ สมาทเปนฺติ – ‘เอหิ ตฺวํ, อมฺโภ ปุริส, กาลสฺเสว อุฏฺฐาย ปาจีนมุโข ยาหิ. โส ตฺวํ มา โสพฺภํ ปริวชฺเชหิ, มา ปปาตํ, มา ขาณุํ, มา กณฺฑกฐานํ [กณฺฑกํ ฐานํ (ปี. ก.)], มา จนฺทนิยํ, มา โอฬิคลฺลํ. ยตฺถ [ยตฺเถว (สฺยา. กํ.), ยานิ วา (สี.)] ปปเตยฺยาสิ ตตฺเถว มรณํ อาคเมยฺยาสิ. เอวํ ตฺวํ, อมฺโภ ปุริส, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชิสฺสสี’’’ติ.

‘‘ตํ โข ปเนตํ, ภิกฺขเว, พฺราหฺมณานํ พาลคมนเมตํ [พาลานํ คมนเมตํ (สี.)] มูฬฺหคมนเมตํ น นิพฺพิทาย น วิราคาย น นิโรธาย น อุปสมาย น อภิญฺญาย น สมฺโพธาย น นิพฺพานาย สํวตฺตติ. อหญฺจ โข, ภิกฺขเว, อริยสฺส วินเย อุทยคามินึ ปฏิปทํ ปญฺญเปมิ; ยา เอกนฺตนิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตติ.

‘‘กตมา จ สา, ภิกฺขเว, อุทยคามินี ปฏิปทา; ยา เอกนฺตนิพฺพิทาย…เป… นิพฺพานาย สํวตฺตติ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ; ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อยํ โข สา, ภิกฺขเว, อุทยคามินี ปฏิปทา เอกนฺตนิพฺพิทาย…เป… นิพฺพานาย สํวตฺตตี’’ติ. ทุติยํ.

๓. อานนฺทตฺเถรสุตฺตํ

๑๐๐๙. เอกํ สมยํ อายสฺมา จ อานนฺโท อายสฺมา จ สาริปุตฺโต สาวตฺถิยํ วิหรนฺติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา อานนฺเทน สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สาริปุตฺโต อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ – ‘‘กตินํ โข, อาวุโส อานนฺท, ธมฺมานํ ปหานา, กตินํ ธมฺมานํ สมนฺนาคมนเหตุ, เอวมยํ ปชา ภควตา พฺยากตา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’ติ? ‘‘จตุนฺนํ โข, อาวุโส, ธมฺมานํ ปหานา, จตุนฺนํ ธมฺมานํ สมนฺนาคมนเหตุ, เอวมยํ ปชา ภควตา พฺยากตา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’ติ.

‘‘กตเมสํ จตุนฺนํ? ยถารูเปน โข, อาวุโส, พุทฺเธ อปฺปสาเทน สมนฺนาคโต อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ตถารูปสฺส พุทฺเธ อปฺปสาโท น โหติ. ยถารูเปน จ โข, อาวุโส, พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต สุตวา อริยสาวโก กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ตถารูปสฺส พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาโท โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา’’ติ.

‘‘ยถารูเปน จ โข, อาวุโส, ธมฺเม อปฺปสาเทน สมนฺนาคโต อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ตถารูปสฺส ธมฺเม อปฺปสาโท น โหติ. ยถารูเปน จ โข, อาวุโส, ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต สุตวา อริยสาวโก กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ตถารูปสฺส ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาโท โหติ – สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม…เป… วิญฺญูหีติ.

‘‘ยถารูเปน จ โข, อาวุโส, สงฺเฆ อปฺปสาเทน สมนฺนาคโต อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ตถารูปสฺส สงฺเฆ อปฺปสาโท น โหติ. ยถารูเปน จ โข, อาวุโส, สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต สุตวา อริยสาวโก กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ตถารูปสฺส สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาโท โหติ – สุปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ…เป… อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ.

‘‘ยถารูเปน จ โข, อาวุโส, ทุสฺสีเลฺยน สมนฺนาคโต อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ตถารูปสฺส ทุสฺสีลฺยํ น โหติ. ยถารูเปหิ จ โข, อาวุโส, อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต สุตวา อริยสาวโก กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ตถารูปานิ อริยกนฺตานิ สีลานิ โหนฺติ อขณฺฑานิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิกานิ. อิเมสํ โข, อาวุโส, จตุนฺนํ ธมฺมานํ ปหานา อิเมสํ จตุนฺนํ ธมฺมานํ สมนฺนาคมนเหตุ เอวมยํ ปชา ภควตา พฺยากตา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’ติ. ตติยํ.

๔. ทุคฺคติภยสุตฺตํ

๑๐๑๐. ‘‘จตูหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก สพฺพทุคฺคติภยํ สมติกฺกนฺโต โหติ. กตเมหิ จตูหิ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก สพฺพทุคฺคติภยํ สมติกฺกนฺโต โหตี’’ติ. จตุตฺถํ.

๕. ทุคฺคติวินิปาตภยสุตฺตํ

๑๐๑๑. ‘‘จตูหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก สพฺพทุคฺคติวินิปาตภยํ สมติกฺกนฺโต โหติ. กตเมหิ จตูหิ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก สพฺพทุคฺคติวินิปาตภยํ สมติกฺกนฺโต โหตี’’ติ. ปญฺจมํ.

๖. ปฐมมิตฺตามจฺจสุตฺตํ

๑๐๑๒. ‘‘เย เต, ภิกฺขเว, อนุกมฺเปยฺยาถ, เย จ โสตพฺพํ มญฺเญยฺยุํ – มิตฺตา วา อมจฺจา วา ญาตี วา สาโลหิตา วา – เต, ภิกฺขเว, จตูสุ โสตาปตฺติยงฺเคสุ สมาทเปตพฺพา, นิเวเสตพฺพา, ปติฏฺฐาเปตพฺพา. กตเมสุ จตูสุ? พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเท สมาทเปตพฺพา, นิเวเสตพฺพา, ปติฏฺฐาเปตพฺพา – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตสุ สีเลสุ สมาทเปตพฺพา, นิเวเสตพฺพา, ปติฏฺฐาเปตพฺพา อขณฺเฑสุ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกสุ. เย เต, ภิกฺขเว, อนุกมฺเปยฺยาถ, เย จ โสตพฺพํ มญฺเญยฺยุํ – มิตฺตา วา อมจฺจา วา ญาตี วา สาโลหิตา วา – เต, ภิกฺขเว, อิเมสุ จตูสุ โสตาปตฺติยงฺเคสุ สมาทเปตพฺพา, นิเวเสตพฺพา, ปติฏฺฐาเปตพฺพา’’ติ. ฉฏฺฐํ.

๗. ทุติยมิตฺตามจฺจสุตฺตํ

๑๐๑๓. ‘‘เย เต, ภิกฺขเว, อนุกมฺเปยฺยาถ, เย จ โสตพฺพํ มญฺเญยฺยุํ – มิตฺตา วา อมจฺจา วา ญาตี วา สาโลหิตา วา – เต, ภิกฺขเว, จตูสุ โสตาปตฺติยงฺเคสุ สมาทเปตพฺพา, นิเวเสตพฺพา, ปติฏฺฐาเปตพฺพา. กตเมสุ จตูสุ? พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเท สมาทเปตพฺพา, นิเวเสตพฺพา, ปติฏฺฐาเปตพฺพา – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา’’ติ.

‘‘สิยา, ภิกฺขเว, จตุนฺนํ มหาภูตานํ อญฺญถตฺตํ – ปถวีธาตุยา, อาโปธาตุยา, เตโชธาตุยา, วาโยธาตุยา – น เตฺวว พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคตสฺส อริยสาวกสฺส สิยา อญฺญถตฺตํ. ตตฺริทํ อญฺญถตฺตํ – โส วต พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต อริยสาวโก นิรยํ วา ติรจฺฉานโยนึ วา เปตฺติวิสยํ วา อุปปชฺชิสฺสตี’’ติ – เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ‘‘ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตสุ สีเลสุ สมาทเปตพฺพา, นิเวเสตพฺพา, ปติฏฺฐาเปตพฺพา อขณฺเฑสุ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกสุ. สิยา, ภิกฺขเว, จตุนฺนํ มหาภูตานํ อญฺญถตฺตํ – ปถวีธาตุยา, อาโปธาตุยา, เตโชธาตุยา, วาโยธาตุยา – น เตฺวว อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคตสฺส อริยสาวกสฺส สิยา อญฺญถตฺตํ. ตตฺริทํ อญฺญถตฺตํ – โส วต อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก นิรยํ วา ติรจฺฉานโยนึ วา เปตฺติวิสยํ วา อุปปชฺชิสฺสตีติ – เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. เย เต, ภิกฺขเว, อนุกมฺเปยฺยาถ, เย จ โสตพฺพํ มญฺเญยฺยุํ – มิตฺตา วา อมจฺจา วา ญาตี วา สาโลหิตา วา – เต, ภิกฺขเว, อิเมสุ จตูสุ โสตาปตฺติยงฺเคสุ สมาทเปตพฺพา, นิเวเสตพฺพา, ปติฏฺฐาเปตพฺพา’’ติ. สตฺตมํ.

๘. ปฐมเทวจาริกสุตฺตํ

๑๐๑๔. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน – เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย, ปสาริตํ วา พาหํ สมิญฺเชยฺย, เอวเมว – เชตวเน อนฺตรหิโต เทเวสุ ตาวตึเสสุ ปาตุรโหสิ. อถ โข สมฺพหุลา ตาวตึสกายิกา เทวตาโย เยนายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข ตา เทวตาโย อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เอตทโวจ –

‘‘สาธุ โข, อาวุโส, พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนํ โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนเหตุ โข, อาวุโส, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ. สาธุ โข, อาวุโส, ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… สาธุ โข, อาวุโส, อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนํ โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนเหตุ โข, อาวุโส, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺตี’’ติ.

‘‘สาธุ โข, มาริส โมคฺคลฺลาน, พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนํ โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนเหตุ โข, มาริส โมคฺคลฺลาน, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ. สาธุ โข, มาริส โมคฺคลฺลาน, ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนํ โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนเหตุ โข, มาริส โมคฺคลฺลาน, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺตี’’ติ. อฏฺฐมํ.

๙. ทุติยเทวจาริกสุตฺตํ

๑๐๑๕. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน – เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย, ปสาริตํ วา พาหํ สมิญฺเชยฺย, เอวเมว – เชตวเน อนฺตรหิโต เทเวสุ ตาวตึเสสุ ปาตุรโหสิ. อถ โข สมฺพหุลา ตาวตึสกายิกา เทวตาโย เยนายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข ตา เทวตาโย อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เอตทโวจ –

‘‘สาธุ โข, อาวุโส, พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนํ โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนเหตุ โข, อาวุโส, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปนฺนา. สาธุ โข, อาวุโส, ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนํ โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนเหตุ โข, อาวุโส, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปนฺนา’’ติ.

‘‘สาธุ โข, มาริส โมคฺคลฺลาน, พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนํ โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนเหตุ โข, มาริส โมคฺคลฺลาน, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปนฺนา. สาธุ โข, มาริส โมคฺคลฺลาน, ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนํ โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนเหตุ โข, มาริส โมคฺคลฺลาน, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปนฺนา’’ติ. นวมํ.

๑๐. ตติยเทวจาริกสุตฺตํ

๑๐๑๖. อถ โข ภควา – เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย, ปสาริตํ วา พาหํ สมิญฺเชยฺย, เอวเมว – เชตวเน อนฺตรหิโต เทเวสุ ตาวตึเสสุ ปาตุรโหสิ. อถ โข สมฺพหุลา ตาวตึสกายิกา เทวตาโย เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข ตา เทวตาโย ภควา เอตทโวจ –

‘‘สาธุ โข, อาวุโส, พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนํ โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนเหตุ โข, อาวุโส, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา. สาธุ โข, อาวุโส, ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนํ โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนเหตุ โข, อาวุโส, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’ติ.

‘‘สาธุ โข, มาริส, พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนํ โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคมนเหตุ โข, มาริส, เอวมยํ ปชา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา. สาธุ โข, มาริส, ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนํ โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคมนเหตุ โข, มาริส, เอวมยํ ปชา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’ติ. ทสมํ.

ราชการามวคฺโค ทุติโย.

ตสฺสุทฺทานํ –

สหสฺสพฺราหฺมณานนฺท, ทุคฺคติ อปเร ทุเว;

มิตฺตามจฺจา ทุเว วุตฺตา, ตโย จ เทวจาริกาติ.

๓. สรณานิวคฺโค

๑. ปฐมมหานามสุตฺตํ

๑๐๑๗. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ กปิลวตฺถุสฺมึ นิโคฺรธาราเม. อถ โข มหานาโม สกฺโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มหานาโม สกฺโก ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิทํ, ภนฺเต, กปิลวตฺถุ อิทฺธญฺเจว ผีตญฺจ พาหุชญฺญํ อากิณฺณมนุสฺสํ สมฺพาธพฺยูหํ. โส ขฺวาหํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ วา ปยิรุปาสิตฺวา มโนภาวนีเย วา ภิกฺขู สายนฺหสมยํ กปิลวตฺถุํ ปวิสนฺโต; ภนฺเตนปิ [วิพฺภนฺเตนปิ (สี.), ภมนฺเตนปิ (ก.)] หตฺถินา สมาคจฺฉามิ; ภนฺเตนปิ อสฺเสน สมาคจฺฉามิ; ภนฺเตนปิ รเถน สมาคจฺฉามิ; ภนฺเตนปิ สกเฏน สมาคจฺฉามิ; ภนฺเตนปิ ปุริเสน สมาคจฺฉามิ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, ตสฺมึ สมเย มุสฺสเตว [มุสเตว (?)] ภควนฺตํ อารพฺภ สติ, มุสฺสติ [มุสติ (?)] ธมฺมํ อารพฺภ สติ, มุสฺสติ สงฺฆํ อารพฺภ สติ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอวํ โหติ – ‘อิมมฺหิ จาหํ สมเย กาลํ กเรยฺยํ, กา มยฺหํ คติ, โก อภิสมฺปราโย’’’ติ?

‘‘มา ภายิ, มหานาม, มา ภายิ, มหานาม! อปาปกํ เต มรณํ ภวิสฺสติ อปาปิกา กาลํกิริยา [กาลกิริยา (สี. สฺยา. กํ.)]. ยสฺส กสฺสจิ, มหานาม, ทีฆรตฺตํ สทฺธาปริภาวิตํ จิตฺตํ สีลปริภาวิตํ จิตฺตํ สุตปริภาวิตํ จิตฺตํ จาคปริภาวิตํ จิตฺตํ ปญฺญาปริภาวิตํ จิตฺตํ, ตสฺส โย หิ ขฺวายํ กาโย รูปี จาตุมหาภูติโก [จาตุมฺมหาภูติโก (สี. สฺยา. กํ.)] มาตาเปตฺติกสมฺภโว โอทนกุมฺมาสูปจโย อนิจฺจุจฺฉาทนปริมทฺทนเภทนวิทฺธํสนธมฺโม. ตํ อิเธว กากา วา ขาทนฺติ คิชฺฌา วา ขาทนฺติ กุลลา วา ขาทนฺติ สุนขา วา ขาทนฺติ สิงฺคาลา [สิคาลา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] วา ขาทนฺติ วิวิธา วา ปาณกชาตา ขาทนฺติ; ยญฺจ ขฺวสฺส จิตฺตํ ทีฆรตฺตํ สทฺธาปริภาวิตํ…เป… ปญฺญาปริภาวิตํ ตํ อุทฺธคามิ โหติ วิเสสคามิ.

‘‘เสยฺยถาปิ, มหานาม, ปุริโส สปฺปิกุมฺภํ วา เตลกุมฺภํ วา คมฺภีรํ อุทกรหทํ โอคาหิตฺวา ภินฺเทยฺย. ตตฺร ยา อสฺส สกฺขรา วา กฐลา [กถลา (ปี. ก.)] วา สา อโธคามี อสฺส, ยญฺจ ขฺวสฺส ตตฺร สปฺปิ วา เตลํ วา ตํ อุทฺธคามิ อสฺส วิเสสคามิ. เอวเมว โข, มหานาม, ยสฺส กสฺสจิ ทีฆรตฺตํ สทฺธาปริภาวิตํ จิตฺตํ…เป… ปญฺญาปริภาวิตํ จิตฺตํ ตสฺส โย หิ ขฺวายํ กาโย รูปี จาตุมหาภูติโก มาตาเปตฺติกสมฺภโว โอทนกุมฺมาสูปจโย อนิจฺจุจฺฉาทนปริมทฺทนเภทนวิทฺธํสนธมฺโม ตํ อิเธว กากา วา ขาทนฺติ คิชฺฌา วา ขาทนฺติ กุลลา วา ขาทนฺติ สุนขา วา ขาทนฺติ สิงฺคาลา วา ขาทนฺติ วิวิธา วา ปาณกชาตา ขาทนฺติ; ยญฺจ ขฺวสฺส จิตฺตํ ทีฆรตฺตํ สทฺธาปริภาวิตํ…เป… ปญฺญาปริภาวิตํ ตํ อุทฺธคามิ โหติ วิเสสคามิ. ตุยฺหํ โข ปน, มหานาม, ทีฆรตฺตํ สทฺธาปริภาวิตํ จิตฺตํ…เป… ปญฺญาปริภาวิตํ จิตฺตํ. มา ภายิ, มหานาม, มา ภายิ, มหานาม! อปาปกํ เต มรณํ ภวิสฺสติ, อปาปิกา กาลํกิริยา’’ติ. ปฐมํ.

๒. ทุติยมหานามสุตฺตํ

๑๐๑๘. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ กปิลวตฺถุสฺมึ นิโคฺรธาราเม. อถ โข มหานาโม สกฺโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มหานาโม สกฺโก ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิทํ, ภนฺเต, กปิลวตฺถุ อิทฺธญฺเจว ผีตญฺจ พาหุชญฺญํ อากิณฺณมนุสฺสํ สมฺพาธพฺยูหํ. โส ขฺวาหํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ วา ปยิรุปาสิตฺวา มโนภาวนีเย วา ภิกฺขู สายนฺหสมยํ กปิลวตฺถุํ ปวิสนฺโต; ภนฺเตนปิ หตฺถินา สมาคจฺฉามิ; ภนฺเตนปิ อสฺเสน สมาคจฺฉามิ; ภนฺเตนปิ รเถน สมาคจฺฉามิ; ภนฺเต, นปิ สกเฏน สมาคจฺฉามิ; ภนฺเต, นปิ ปุริเสน สมาคจฺฉามิ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, ตสฺมึ สมเย มุสฺสเตว ภควนฺตํ อารพฺภ สติ, มุสฺสติ ธมฺมํ อารพฺภ สติ, มุสฺสติ สงฺฆํ อารพฺภ สติ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอวํ โหติ – ‘อิมมฺหิ จาหํ สมเย กาลํ กเรยฺยํ, กา มยฺหํ คติ, โก อภิสมฺปราโย’’’ติ?

‘‘มา ภายิ, มหานาม, มา ภายิ, มหานาม! อปาปกํ เต มรณํ ภวิสฺสติ อปาปิกา กาลํกิริยา. จตูหิ โข, มหานาม, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก นิพฺพานนินฺโน โหติ นิพฺพานโปโณ นิพฺพานปพฺภาโร. กตเมหิ จตูหิ? อิธ, มหานาม, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ …เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ.

‘‘เสยฺยถาปิ, มหานาม, รุกฺโข ปาจีนนินฺโน ปาจีนโปโณ ปาจีนปพฺภาโร, โส มูลจฺฉินฺโน กตเมน ปปเตยฺยา’’ติ? ‘‘เยน, ภนฺเต, นินฺโน เยน โปโณ เยน ปพฺภาโร’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหานาม, อิเมหิ จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก นิพฺพานนินฺโน โหติ นิพฺพานโปโณ นิพฺพานปพฺภาโร’’ติ. ทุติยํ.

๓. โคธสกฺกสุตฺตํ

๑๐๑๙. กปิลวตฺถุนิทานํ. อถ โข มหานาโม สกฺโก เยน โคธา สกฺโก เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา โคธํ สกฺกํ เอตทโวจ – ‘‘กติหิ [กตีหิ (ปี. ก.) รูปสิทฺธิ โอโลเกตพฺพา] ตฺวํ, โคเธ, ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ โสตาปนฺนปุคฺคลํ อาชานาสิ อวินิปาตธมฺมํ นิยตํ สมฺโพธิปรายณ’’นฺติ?

‘‘ตีหิ ขฺวาหํ, มหานาม, ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ โสตาปนฺนปุคฺคลํ อาชานามิ อวินิปาตธมฺมํ นิยตํ สมฺโพธิปรายณํ. กตเมหิ ตีหิ? อิธ, มหานาม, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – สุปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ…เป… อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ. อิเมหิ ขฺวาหํ, มหานาม, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ โสตาปนฺนปุคฺคลํ อาชานามิ อวินิปาตธมฺมํ นิยตํ สมฺโพธิปรายณํ.

‘‘ตฺวํ ปน, มหานาม, กติหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ โสตาปนฺนปุคฺคลํ อาชานาสิ อวินิปาตธมฺมํ นิยตํ สมฺโพธิปรายณ’’นฺติ? ‘‘จตูหิ ขฺวาหํ, โคเธ, ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ โสตาปนฺนปุคฺคลํ อาชานามิ อวินิปาตธมฺมํ นิยตํ สมฺโพธิปรายณํ. กตเมหิ จตูหิ? อิธ, โคเธ, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อิเมหิ ขฺวาหํ, โคเธ, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ โสตาปนฺนปุคฺคลํ อาชานามิ อวินิปาตธมฺมํ นิยตํ สมฺโพธิปรายณ’’นฺติ.

‘‘อาคเมหิ ตฺวํ, มหานาม, อาคเมหิ ตฺวํ, มหานาม! ภควาว เอตํ ชาเนยฺย เอเตหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ วา อสมนฺนาคตํ วา’’ติ. ‘‘อายาม, โคเธ, เยน ภควา เตนุปสงฺกเมยฺยาม; อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสฺสามา’’ติ. อถ โข มหานาโม สกฺโก โคธา จ สกฺโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มหานาโม สกฺโก ภควนฺตํ เอตทโวจ –

‘‘อิธาหํ, ภนฺเต, เยน โคธา สกฺโก เตนุปสงฺกมึ; อุปสงฺกมิตฺวา โคธํ สกฺกํ เอตทโวจํ – ‘กติหิ ตฺวํ, โคเธ, ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ โสตาปนฺนปุคฺคลํ อาชานาสิ อวินิปาตธมฺมํ นิยตํ สมฺโพธิปรายณํ’? เอวํ วุตฺเต, ภนฺเต, โคธา สกฺโก มํ เอตทโวจ –

‘‘ตีหิ ขฺวาหํ, มหานาม, ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ โสตาปนฺนปุคฺคลํ อาชานามิ อวินิปาตธมฺมํ นิยตํ สมฺโพธิปรายณํ. กตเมหิ ตีหิ? อิธ, มหานาม, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – สุปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ…เป… อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ. อิเมหิ ขฺวาหํ, มหานาม, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ โสตาปนฺนปุคฺคลํ อาชานามิ อวินิปาตธมฺมํ นิยตํ สมฺโพธิปรายณํ. ตฺวํ ปน, มหานาม, กตเมหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ โสตาปนฺนปุคฺคลํ อาชานาสิ อวินิปาตธมฺมํ นิยตํ สมฺโพธิปรายณ’’นฺติ?

‘‘เอวํ วุตฺตาหํ, ภนฺเต, โคธํ สกฺกํ เอตทโวจํ – ‘จตูหิ ขฺวาหํ, โคเธ, ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ โสตาปนฺนปุคฺคลํ อาชานามิ อวินิปาตธมฺมํ นิยตํ สมฺโพธิปรายณํ. กตเมหิ จตูหิ? อิธ, โคเธ, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. อิเมหิ ขฺวาหํ, โคเธ, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ โสตาปนฺนปุคฺคลํ อาชานามิ อวินิปาตธมฺมํ นิยตํ สมฺโพธิปรายณ’’’นฺติ.

‘‘เอวํ วุตฺเต, ภนฺเต, โคธา สกฺโก มํ เอตทโวจ – ‘อาคเมหิ ตฺวํ, มหานาม, อาคเมหิ ตฺวํ, มหานาม! ภควาว เอตํ ชาเนยฺย เอเตหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ วา อสมนฺนาคตํ วา’’’ติ. ‘‘อิธ, ภนฺเต, โกจิเทว ธมฺโม สมุปฺปาโท อุปฺปชฺเชยฺย, เอกโต อสฺส ภควา เอกโต ภิกฺขุสงฺโฆ จ. เยเนว ภควา เตเนวาหํ อสฺสํ. เอวํ ปสนฺนํ มํ, ภนฺเต, ภควา ธาเรตุ. อิธ, ภนฺเต, โกจิเทว ธมฺโม สมุปฺปาโท อุปฺปชฺเชยฺย, เอกโต อสฺส ภควา เอกโต ภิกฺขุสงฺโฆ ภิกฺขุนิสงฺโฆ จ. เยเนว ภควา เตเนวาหํ อสฺสํ. เอวํ ปสนฺนํ มํ, ภนฺเต, ภควา ธาเรตุ. อิธ, ภนฺเต, โกจิเทว ธมฺโม สมุปฺปาโท อุปฺปชฺเชยฺย, เอกโต อสฺส ภควา เอกโต ภิกฺขุสงฺโฆ ภิกฺขุนิสงฺโฆ จ อุปาสกา จ. เยเนว ภควา เตเนวาหํ อสฺสํ. เอวํ ปสนฺนํ มํ, ภนฺเต, ภควา ธาเรตุ. อิธ, ภนฺเต, โกจิเทว ธมฺโม สมุปฺปาโท อุปฺปชฺเชยฺย, เอกโต อสฺส ภควา เอกโต ภิกฺขุสงฺโฆ ภิกฺขุนิสงฺโฆ อุปาสกา อุปาสิกาโย จ. เยเนว ภควา เตเนวาหํ อสฺสํ. เอวํ ปสนฺนํ มํ, ภนฺเต, ภควา ธาเรตุ. อิธ, ภนฺเต, โกจิเทว ธมฺโม สมุปฺปาโท อุปฺปชฺเชยฺย, เอกโต อสฺส ภควา เอกโต ภิกฺขุสงฺโฆ ภิกฺขุนิสงฺโฆ อุปาสกา อุปาสิกาโย สเทวโก จ โลโก สมารโก สพฺรหฺมโก สสฺสมณพฺราหฺมณี ปชา สเทวมนุสฺสา. เยเนว ภควา เตเนวาหํ อสฺสํ. เอวํ ปสนฺนํ มํ, ภนฺเต, ภควา ธาเรตู’’ติ. ‘‘เอวํวาที ตฺวํ, โคเธ, มหานามํ สกฺกํ กึ วเทสี’’ติ? ‘‘เอวํวาทาหํ, ภนฺเต, มหานามํ สกฺกํ น กิญฺจิ วทามิ, อญฺญตฺร กลฺยาณา อญฺญตฺร กุสลา’’ติ. ตติยํ.

๔. ปฐมสรณานิสกฺกสุตฺตํ

๑๐๒๐. กปิลวตฺถุนิทานํ. เตน โข ปน สมเยน สรณานิ [สรกานิ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] สกฺโก กาลงฺกโต โหติ. โส ภควตา พฺยากโต – ‘‘โสตาปนฺโน อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’ติ. ตตฺร สุทํ สมฺพหุลา สกฺกา สงฺคมฺม สมาคมฺม อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘อจฺฉริยํ วต, โภ, อพฺภุตํ วต, โภ! เอตฺถ ทานิ โก น โสตาปนฺโน ภวิสฺสติ! ยตฺร หิ นาม สรณานิ สกฺโก กาลงฺกโต; โส ภควตา พฺยากโต – ‘โสตาปนฺโน อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’ติ. สรณานิ สกฺโก สิกฺขาทุพฺพลฺยมาปาทิ, มชฺชปานํ อปายี’’ติ.

อถ โข มหานาโม สกฺโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มหานาโม สกฺโก ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิธ, ภนฺเต, สรณานิ สกฺโก กาลงฺกโต. โส ภควตา พฺยากโต – ‘โสตาปนฺโน อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’ติ. ตตฺร สุทํ, ภนฺเต, สมฺพหุลา สกฺกา สงฺคมฺม สมาคมฺม อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘อจฺฉริยํ วต โภ, อพฺภุตํ วต โภ! เอตฺถ ทานิ โก น โสตปนฺโน ภวิสฺสติ! ยตฺร หิ นาม สรณานิ สกฺโก กาลงฺกโต; โส ภควตา พฺยากโต – ‘โสตาปนฺโน อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’ติ. สรณานิ สกฺโก สิกฺขาทุพฺพลฺยมาปาทิ, มชฺชปานํ อปายี’’ติ.

‘‘โย โส, มหานาม, ทีฆรตฺตํ อุปาสโก พุทฺธํ สรณํ คโต ธมฺมํ สรณํ คโต สงฺฆํ สรณํ คโต, โส กถํ วินิปาตํ คจฺเฉยฺย! ยญฺหิ ตํ, มหานาม, สมฺมา วทมาโน วเทยฺย – ‘ทีฆรตฺตํ อุปาสโก พุทฺธํ สรณํ คโต ธมฺมํ สรณํ คโต สงฺฆํ สรณํ คโต’ติ, สรณานิ สกฺกํ สมฺมา วทมาโน วเทยฺย. สรณานิ, มหานาม, สกฺโก ทีฆรตฺตํ อุปาสโก พุทฺธํ สรณํ คโต ธมฺมํ สรณํ คโต สงฺฆํ สรณํ คโต. โส กถํ วินิปาตํ คจฺเฉยฺย!

‘‘อิธ, มหานาม, เอกจฺโจ ปุคฺคโล พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… หาสปญฺโญ ชวนปญฺโญ วิมุตฺติยา จ สมนฺนาคโต. โส อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อยมฺปิ โข, มหานาม, ปุคฺคโล ปริมุตฺโต นิรยา ปริมุตฺโต ติรจฺฉานโยนิยา ปริมุตฺโต เปตฺติวิสยา ปริมุตฺโต อปายทุคฺคติวินิปาตา.

‘‘อิธ ปน, มหานาม, เอกจฺโจ ปุคฺคโล พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… หาสปญฺโญ ชวนปญฺโญ น จ วิมุตฺติยา สมนฺนาคโต. โส ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก โหติ ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา [อสฺมา (สฺยา. กํ. ปี. ก.)] โลกา. อยมฺปิ โข, มหานาม, ปุคฺคโล ปริมุตฺโต นิรยา ปริมุตฺโต ติรจฺฉานโยนิยา ปริมุตฺโต เปตฺติวิสยา ปริมุตฺโต อปายทุคฺคติวินิปาตา.

‘‘อิธ ปน, มหานาม, เอกจฺโจ ปุคฺคโล พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… น หาสปญฺโญ น ชวนปญฺโญ น จ วิมุตฺติยา สมนฺนาคโต. โส ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตา สกทาคามี โหติ, สกิเทว อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กโรติ. อยมฺปิ โข, มหานาม, ปุคฺคโล ปริมุตฺโต นิรยา ปริมุตฺโต ติรจฺฉานโยนิยา ปริมุตฺโต เปตฺติวิสยา ปริมุตฺโต อปายทุคฺคติวินิปาตา.

‘‘อิธ ปน, มหานาม, เอกจฺโจ ปุคฺคโล พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ – อิติปิ โส ภควา…เป… สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ; ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… น หาสปญฺโญ น ชวนปญฺโญ น จ วิมุตฺติยา สมนฺนาคโต. โส ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณติ. อยมฺปิ โข, มหานาม, ปุคฺคโล ปริมุตฺโต นิรยา ปริมุตฺโต ติรจฺฉานโยนิยา ปริมุตฺโต เปตฺติวิสยา ปริมุตฺโต อปายทุคฺคติวินิปาตา.

‘‘อิธ ปน, มหานาม, เอกจฺโจ ปุคฺคโล น เหว โข พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ… น ธมฺเม…เป… น สงฺเฆ…เป… น หาสปญฺโญ น ชวนปญฺโญ น จ วิมุตฺติยา สมนฺนาคโต. อปิ จสฺส อิเม ธมฺมา โหนฺติ – สทฺธินฺทฺริยํ, วีริยินฺทฺริยํ, สตินฺทฺริยํ, สมาธินฺทฺริยํ, ปญฺญินฺทฺริยํ. ตถาคตปฺปเวทิตา จสฺส ธมฺมา ปญฺญาย มตฺตโส นิชฺฌานํ ขมนฺติ. อยมฺปิ โข, มหานาม, ปุคฺคโล อคนฺตา นิรยํ อคนฺตา ติรจฺฉานโยนึ อคนฺตา เปตฺติวิสยํ อคนฺตา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ.

‘‘อิธ ปน, มหานาม, เอกจฺโจ ปุคฺคโล น เหว โข พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ… น ธมฺเม…เป… น สงฺเฆ…เป… น หาสปญฺโญ น ชวนปญฺโญ น จ วิมุตฺติยา สมนฺนาคโต, อปิ จสฺส อิเม ธมฺมา โหนฺติ สทฺธินฺทฺริยํ…เป… ปญฺญินฺทฺริยํ. ตถาคเต จสฺส สทฺธามตฺตํ โหติ เปมมตฺตํ. อยมฺปิ โข, มหานาม, ปุคฺคโล อคนฺตา นิรยํ อคนฺตา ติรจฺฉานโยนึ อคนฺตา เปตฺติวิสยํ อคนฺตา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ. อิเม เจปิ, มหานาม, มหาสาลา สุภาสิตํ ทุพฺภาสิตํ อาชาเนยฺยุํ, อิเม จาหํ [อิเมวาหํ (สฺยา. กํ.), อิเมสาหํ (ก.)] มหาสาเล พฺยากเรยฺยํ – ‘โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’ติ; กิมงฺคํ [กิมงฺค (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ปน สรณานึ สกฺกํ. สรณานิ, มหานาม, สกฺโก มรณกาเล สิกฺขํ สมาทิยี’’ติ. จตุตฺถํ.

๕. ทุติยสรณานิสกฺกสุตฺตํ

๑๐๒๑. กปิลวตฺถุนิทานํ. เตน โข ปน สมเยน สรณานิ สกฺโก กาลงฺกโต โหติ. โส ภควตา พฺยากโต – ‘‘โสตาปนฺโน อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’ติ. ตตฺร สุทํ สมฺพหุลา สกฺกา สงฺคมฺม สมาคมฺม อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘อจฺฉริยํ วต, โภ, อพฺภุตํ วต, โภ! เอตฺถ ทานิ โก น โสตาปนฺโน ภวิสฺสติ! ยตฺร หิ นาม สรณานิ สกฺโก กาลงฺกโต. โส ภควตา พฺยากโต – ‘โสตาปนฺโน อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’ติ. สรณานิ สกฺโก สิกฺขาย อปริปูรการี อโหสี’’ติ. อถ โข มหานาโม สกฺโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มหานาโม สกฺโก ภควนฺตํ เอตทโวจ –

‘‘อิธ, ภนฺเต, สรณานิ สกฺโก กาลงฺกโต. โส ภควตา พฺยากโต – ‘โสตาปนฺโน อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’ติ. ตตฺร สุทํ, ภนฺเต, สมฺพหุลา สกฺกา สงฺคมฺม สมาคมฺม อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘อจฺฉริยํ วต, โภ, อพฺภุตํ วต, โภ! เอตฺถ ทานิ โก น โสตาปนฺโน ภวิสฺสติ! ยตฺร หิ นาม สรณานิ สกฺโก กาลงฺกโต. โส ภควตา พฺยากโต – โสตาปนฺโน อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณติ. สรณานิ สกฺโก สิกฺขาย อปริปูรการี อโหสี’’’ติ.

‘‘โย โส, มหานาม, ทีฆรตฺตํ อุปาสโก พุทฺธํ สรณํ คโต ธมฺมํ สรณํ คโต สงฺฆํ สรณํ คโต, โส กถํ วินิปาตํ คจฺเฉยฺย! ยญฺหิ ตํ, มหานาม, สมฺมา วทมาโน วเทยฺย – ‘ทีฆรตฺตํ อุปาสโก พุทฺธํ สรณํ คโต ธมฺมํ สรณํ คโต สงฺฆํ สรณํ คโต’, สรณานึ สกฺกํ สมฺมา วทมาโน วเทยฺย. สรณานิ, มหานาม, สกฺโก ทีฆรตฺตํ อุปาสโก พุทฺธํ สรณํ คโต ธมฺมํ สรณํ คโต สงฺฆํ สรณํ คโต, โส กถํ วินิปาตํ คจฺเฉยฺย!