๑๐. อุปาทานิยธมฺมสุตฺตํ

๑๒๓. ‘‘อุปาทานิเย จ, ภิกฺขเว, ธมฺเม เทเสสฺสามิ อุปาทานญฺจ. ตํ สุณาถ. กตเม จ, ภิกฺขเว, อุปาทานิยา ธมฺมา, กตมญฺจ อุปาทานํ? สนฺติ, ภิกฺขเว, จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา. อิเม วุจฺจนฺติ, ภิกฺขเว, อุปาทานิยา ธมฺมา. โย ตตฺถ ฉนฺทราโค, ตํ ตตฺถ อุปาทานํ…เป… สนฺติ, ภิกฺขเว, ชิวฺหาวิญฺเญยฺยา รสา…เป… สนฺติ, ภิกฺขเว, มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา. อิเม วุจฺจนฺติ, ภิกฺขเว, อุปาทานิยา ธมฺมา. โย ตตฺถ ฉนฺทราโค ตํ ตตฺถ อุปาทาน’’นฺติ. ทสมํ.

โลกกามคุณวคฺโค ทฺวาทสโม.

ตสฺสุทฺทานํ –

มารปาเสน เทฺว วุตฺตา, โลกกามคุเณน จ;

สกฺโก ปญฺจสิโข เจว, สาริปุตฺโต จ ราหุโล;

สํโยชนํ อุปาทานํ, วคฺโค เตน ปวุจฺจตีติ.