๑๓. คหปติวคฺโค

๑. เวสาลีสุตฺตํ

๑๒๔. เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ. อถ โข อุคฺโค คหปติ เวสาลิโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อุคฺโค คหปติ เวสาลิโก ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ, โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม โน ปรินิพฺพายนฺติ? โก ปน, ภนฺเต, เหตุ, โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปรินิพฺพายนฺตี’’ติ?

‘‘สนฺติ โข, คหปติ, จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา. ตญฺเจ ภิกฺขุ อภินนฺทติ อภิวทติ อชฺโฌสาย ติฏฺฐติ. ตสฺส ตํ อภินนฺทโต อภิวทโต อชฺโฌสาย ติฏฺฐโต ตนฺนิสฺสิตํ วิญฺญาณํ โหติ ตทุปาทานํ. สอุปาทาโน, คหปติ, ภิกฺขุ โน ปรินิพฺพายติ…เป… สนฺติ โข, คหปติ, ชิวฺหาวิญฺเญยฺยา รสา…เป… สนฺติ โข, คหปติ, มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา. ตญฺเจ ภิกฺขุ อภินนฺทติ อภิวทติ อชฺโฌสาย ติฏฺฐติ. ตสฺส ตํ อภินนฺทโต อภิวทโต อชฺโฌสาย ติฏฺฐโต ตนฺนิสฺสิตํ วิญฺญาณํ โหติ ตทุปาทานํ. สอุปาทาโน, คหปติ, ภิกฺขุ โน ปรินิพฺพายติ. อยํ โข, คหปติ, เหตุ, อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม โน ปรินิพฺพายนฺติ.

‘‘สนฺติ จ โข, คหปติ, จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา, อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา. ตญฺเจ ภิกฺขุ นาภินนฺทติ นาภิวทติ นาชฺโฌสาย ติฏฺฐติ. ตสฺส ตํ อนภินนฺทโต อนภิวทโต อนชฺโฌสาย ติฏฺฐโต น ตนฺนิสฺสิตํ วิญฺญาณํ โหติ, น ตทุปาทานํ. อนุปาทาโน, คหปติ, ภิกฺขุ ปรินิพฺพายติ…เป… สนฺติ โข, คหปติ, ชิวฺหาวิญฺเญยฺยา รสา…เป… สนฺติ โข, คหปติ, มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา. ตญฺเจ ภิกฺขุ นาภินนฺทติ นาภิวทติ นาชฺโฌสาย ติฏฺฐติ, ตสฺส ตํ อนภินนฺทโต อนภิวทโต อนชฺโฌสาย ติฏฺฐโต. น ตนฺนิสฺสิตํ วิญฺญาณํ โหติ, น ตทุปาทานํ. อนุปาทาโน, คหปติ, ภิกฺขุ ปรินิพฺพายติ. อยํ โข, คหปติ, เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปรินิพฺพายนฺตี’’ติ. ปฐมํ.

๒. วชฺชีสุตฺตํ

๑๒๕. เอกํ สมยํ ภควา วชฺชีสุ วิหรติ หตฺถิคาเม. อถ โข อุคฺโค คหปติ หตฺถิคามโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อุคฺโค คหปติ หตฺถิคามโก ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม โน ปรินิพฺพายนฺติ? โก ปน, ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปรินิพฺพายนฺตี’’ติ? (ยถา ปุริมสุตฺตนฺตํ, เอวํ วิตฺถาเรตพฺพํ). อยํ โข, คหปติ, เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปรินิพฺพายนฺตีติ. ทุติยํ.

๓. นาฬนฺทสุตฺตํ

๑๒๖. เอกํ สมยํ ภควา นาฬนฺทายํ วิหรติ ปาวาริกมฺพวเน. อถ โข, อุปาลิ คหปติ, เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ…เป… เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข, อุปาลิ คหปติ, ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ, โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม โน ปรินิพฺพายนฺติ? โก ปน, ภนฺเต, เหตุ, โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปรินิพฺพายนฺตี’’ติ? (ยถา ปุริมสุตฺตนฺตํ, เอวํ วิตฺถาเรตพฺพํ). อยํ โข, คหปติ, เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปรินิพฺพายนฺตีติ. ตติยํ.

๔. ภารทฺวาชสุตฺตํ

๑๒๗. เอกํ สมยํ อายสฺมา ปิณฺโฑลภารทฺวาโช โกสมฺพิยํ วิหรติ โฆสิตาราเม. อถ โข ราชา อุเทโน เยนายสฺมา ปิณฺโฑลภารทฺวาโช เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา ปิณฺโฑลภารทฺวาเชน สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา อุเทโน อายสฺมนฺตํ ปิณฺโฑลภารทฺวาชํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, โภ ภารทฺวาช, เหตุ โก ปจฺจโย เยนิเม ทหรา ภิกฺขู สุสู [สุสุ (สี. ก.)] กาฬเกสา ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคตา ปฐเมน วยสา อนิกีฬิตาวิโน กาเมสุ ยาวชีวํ ปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ, อทฺธานญฺจ อาปาเทนฺตี’’ติ? ‘‘วุตฺตํ โข เอตํ, มหาราช, เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน – ‘เอถ ตุเมฺห, ภิกฺขเว, มาตุมตฺตีสุ มาตุจิตฺตํ อุปฏฺฐเปถ, ภคินิมตฺตีสุ ภคินิจิตฺตํ อุปฏฺฐเปถ, ธีตุมตฺตีสุ ธีตุจิตฺตํ อุปฏฺฐเปถา’ติ. อยํ โข, มหาราช, เหตุ, อยํ ปจฺจโย เยนิเม ทหรา ภิกฺขู สุสู กาฬเกสา ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคตา ปฐเมน วยสา อนิกีฬิตาวิโน กาเมสุ ยาวชีวํ ปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ, อทฺธานญฺจ อาปาเทนฺตี’’ติ.

‘‘โลลํ [โลฬํ (สฺยา. กํ.)] โข, โภ ภารทฺวาช, จิตฺตํ. อปฺเปกทา มาตุมตฺตีสุปิ โลภธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, ภคินิมตฺตีสุปิ โลภธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, ธีตุมตฺตีสุปิ โลภธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ. อตฺถิ นุ โข, โภ ภารทฺวาช, อญฺโญ จ เหตุ, อญฺโญ จ ปจฺจโย เยนิเม ทหรา ภิกฺขู สุสู กาฬเกสา…เป… อทฺธานญฺจ อาปาเทนฺตี’’ติ?

‘‘วุตฺตํ โข เอตํ, มหาราช, เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน – ‘เอถ ตุเมฺห, ภิกฺขเว, อิมเมว กายํ อุทฺธํ ปาทตลา อโธ เกสมตฺถกา ตจปริยนฺตํ ปูรํ นานปฺปการสฺส อสุจิโน ปจฺจเวกฺขถ – อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย เกสา โลมา นขา ทนฺตา ตโจ มํสํ นฺหารุ [นหารุ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] อฏฺฐิ อฏฺฐิมิญฺชํ [อฏฺฐิมิญฺชา (สี.)] วกฺกํ หทยํ ยกนํ กิโลมกํ ปิหกํ ปปฺผาสํ อนฺตํ อนฺตคุณํ อุทริยํ กรีสํ ปิตฺตํ เสมฺหํ ปุพฺโพ โลหิตํ เสโท เมโท อสฺสุ วสา เขโฬ สิงฺฆาณิกา ลสิกา มุตฺต’นฺติ. อยมฺปิ โข, มหาราช, เหตุ, อยํ ปจฺจโย เยนิเม ทหรา ภิกฺขู สุสู กาฬเกสา…เป… อทฺธานญฺจ อาปาเทนฺตี’’ติ. ‘‘เย เต, โภ ภารทฺวาช, ภิกฺขู ภาวิตกายา ภาวิตสีลา ภาวิตจิตฺตา ภาวิตปญฺญา, เตสํ ตํ สุกรํ โหติ. เย จ โข เต, โภ ภารทฺวาช, ภิกฺขู อภาวิตกายา อภาวิตสีลา อภาวิตจิตฺตา อภาวิตปญฺญา, เตสํ ตํ ทุกฺกรํ โหติ. อปฺเปกทา, โภ ภารทฺวาช, อสุภโต มนสิ กริสฺสามีติ [มนสิ กริสฺสามาติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] สุภโตว [สุภโต วา (สี.), สุภโต จ (สฺยา. กํ.)] อาคจฺฉติ. อตฺถิ นุ โข, โภ ภารทฺวาช, อญฺโญ จ โข เหตุ อญฺโญ จ ปจฺจโย เยนิเม ทหรา ภิกฺขู สุสู กาฬเกสา…เป… อทฺธานญฺจ อาปาเทนฺตี’’ติ?

‘‘วุตฺตํ โข เอตํ, มหาราช, เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน – ‘เอถ ตุเมฺห, ภิกฺขเว, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารา วิหรถ. จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา มา นิมิตฺตคฺคาหิโน อหุวตฺถ, มานุพฺยญฺชนคฺคาหิโน. ยตฺวาธิกรณเมนํ จกฺขุนฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ, ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชถ. รกฺขถ จกฺขุนฺทฺริยํ; จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชถ. โสเตน สทฺทํ สุตฺวา…เป… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา… ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา… กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย มา นิมิตฺตคฺคาหิโน อหุวตฺถ, มานุพฺยญฺชนคฺคาหิโน. ยตฺวาธิกรณเมนํ มนินฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ, ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชถ. รกฺขถ มนินฺทฺริยํ; มนินฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชถา’ติ. อยมฺปิ โข, มหาราช, เหตุ อยํ ปจฺจโย เยนิเม ทหรา ภิกฺขู สุสู กาฬเกสา ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคตา ปฐเมน วยสา อนิกีฬิตาวิโน กาเมสุ ยาวชีวํ ปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ, อทฺธานญฺจ อาปาเทนฺตี’’ติ.

‘‘อจฺฉริยํ, โภ ภารทฺวาช; อพฺภุตํ, โภ ภารทฺวาช! ยาว สุภาสิตํ จิทํ [ยาว สุภาสิตมิทํ (สี.)], โภ ภารทฺวาช, เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน. เอโสว โข, โภ ภารทฺวาช, เหตุ, เอส ปจฺจโย เยนิเม ทหรา ภิกฺขู สุสู กาฬเกสา ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคตา ปฐเมน วยสา อนิกีฬิตาวิโน กาเมสุ ยาวชีวํ ปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ, อทฺธานญฺจ อาปาเทนฺตีติ. อหมฺปิ โข, โภ [อหมฺปิ โภ (สี. ปี.)] ภารทฺวาช, ยสฺมึ สมเย อรกฺขิเตเนว กาเยน, อรกฺขิตาย วาจาย, อรกฺขิเตน จิตฺเตน, อนุปฏฺฐิตาย สติยา, อสํวุเตหิ อินฺทฺริเยหิ อนฺเตปุรํ ปวิสามิ, อติวิย มํ ตสฺมึ สมเย โลภธมฺมา ปริสหนฺติ. ยสฺมิญฺจ ขฺวาหํ, โภ ภารทฺวาช, สมเย รกฺขิเตเนว กาเยน, รกฺขิตาย วาจาย, รกฺขิเตน จิตฺเตน, อุปฏฺฐิตาย สติยา, สํวุเตหิ อินฺทฺริเยหิ อนฺเตปุรํ ปวิสามิ, น มํ ตถา ตสฺมึ สมเย โลภธมฺมา ปริสหนฺติ. อภิกฺกนฺตํ, โภ ภารทฺวาช; อภิกฺกนฺตํ, โภ ภารทฺวาช! เสยฺยถาปิ, โภ ภารทฺวาช, นิกฺกุชฺชิตํ [นิกุชฺชิตํ (ปี.)] วา อุกฺกุชฺเชยฺย, ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย, มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย, จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ; เอวเมวํ โภตา ภารทฺวาเชน อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต. เอสาหํ, โภ ภารทฺวาช, ตํ ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ, ธมฺมญฺจ, ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. อุปาสกํ มํ ภวํ ภารทฺวาโช ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ. จตุตฺถํ.

๕. โสณสุตฺตํ

๑๒๘. เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. อถ โข โสโณ คหปติปุตฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โสโณ คหปติปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ, โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม โน ปรินิพฺพายนฺติ? โก ปน, ภนฺเต, เหตุ, โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปรินิพฺพายนฺตี’’ติ? (ยถา ปุริมสุตฺตนฺตํ, เอวํ วิตฺถาเรตพฺพํ). อยํ โข, โสณ, เหตุ, อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปรินิพฺพายนฺตีติ. ปญฺจมํ.

๖. โฆสิตสุตฺตํ

๑๒๙. เอกํ สมยํ อายสฺมา อานนฺโท โกสมฺพิยํ วิหรติ โฆสิตาราเม. อถ โข โฆสิโต คหปติ เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ…เป… เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โฆสิโต คหปติ อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ – ‘‘‘ธาตุนานตฺตํ, ธาตุนานตฺต’นฺติ, ภนฺเต อานนฺท, วุจฺจติ. กิตฺตาวตา นุ โข, ภนฺเต, ธาตุนานตฺตํ วุตฺตํ ภควตา’’ติ? ‘‘สํวิชฺชติ โข, คหปติ, จกฺขุธาตุ, รูปา จ มนาปา, จกฺขุวิญฺญาณญฺจ สุขเวทนิยํ. ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา. สํวิชฺชติ โข, คหปติ, จกฺขุธาตุ, รูปา จ อมนาปา, จกฺขุวิญฺญาณญฺจ ทุกฺขเวทนิยํ. ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา. สํวิชฺชติ โข, คหปติ, จกฺขุธาตุ, รูปา จ มนาปา อุเปกฺขาเวทนิยา, จกฺขุวิญฺญาณญฺจ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ. ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา…เป… สํวิชฺชติ โข, คหปติ, ชิวฺหาธาตุ, รสา จ มนาปา, ชิวฺหาวิญฺญาณญฺจ สุขเวทนิยํ. ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา. สํวิชฺชติ โข, คหปติ, ชิวฺหาธาตุ, รสา จ อมนาปา, ชิวฺหาวิญฺญาณญฺจ ทุกฺขเวทนิยํ. ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา. สํวิชฺชติ โข, คหปติ, ชิวฺหาธาตุ, รสา จ อุเปกฺขาเวทนิยา, ชิวฺหาวิญฺญาณญฺจ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ. ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา…เป… สํวิชฺชติ โข, คหปติ, มโนธาตุ, ธมฺมา จ มนาปา, มโนวิญฺญาณญฺจ สุขเวทนิยํ. ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา. สํวิชฺชติ โข, คหปติ, มโนธาตุ, ธมฺมา จ อมนาปา, มโนวิญฺญาณญฺจ ทุกฺขเวทนิยํ. ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา. สํวิชฺชติ โข, คหปติ, มโนธาตุ, ธมฺมา จ อุเปกฺขาเวทนิยา, มโนวิญฺญาณญฺจ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ. ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา. เอตฺตาวตา โข, คหปติ, ธาตุนานตฺตํ วุตฺตํ ภควตา’’ติ. ฉฏฺฐํ.

๗. หาลิทฺทิกานิสุตฺตํ

๑๓๐. เอกํ สมยํ อายสฺมา มหากจฺจาโน อวนฺตีสุ วิหรติ กุรรฆเร [กุลฆเร (สฺยา. ก.)] ปปาเต [ปวตฺเต (สี. ปี.), สมฺปวตฺเต (สฺยา. กํ. ก.) เอตฺเถว อฏฺฐมปิฏฺเฐปิ] ปพฺพเต. อถ โข หาลิทฺทิกานิ [หาลิทฺทกานิ (สี. สฺยา. กํ.)] คหปติ เยนายสฺมา มหากจฺจาโน เตนุปสงฺกมิ…เป… เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข หาลิทฺทิกานิ คหปติ อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ เอตทโวจ – ‘‘วุตฺตมิทํ, ภนฺเต, ภควตา – ‘ธาตุนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ผสฺสนานตฺตํ; ผสฺสนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เวทนานานตฺต’นฺติ. กถํ นุ โข, ภนฺเต, ธาตุนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ผสฺสนานตฺตํ; ผสฺสนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เวทนานานตฺต’’นฺติ? ‘‘อิธ, คหปติ, ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา ‘มนาปํ อิตฺเถต’นฺติ ปชานาติ จกฺขุวิญฺญาณํ สุขเวทนิยญฺจ [สุขเวทนิยํ, สุขเวทนิยํ (สี. ปี.), สุขเวทนิยญฺจ, สุขเวทนิยํ (สฺยา. กํ. ก.) เอวํ ‘‘ทุกฺขเวทนิยญฺจ อทุกฺขมสุขเวทนิยญฺจา’’ติ ปเทสุปิ. อฏฺฐกถาฏีกา โอโลเกตพฺพา]. ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา. จกฺขุนา โข ปเนว [ปเนวํ (สฺยา. กํ. ก.)] รูปํ ทิสฺวา ‘อมนาปํ อิตฺเถต’นฺติ ปชานาติ จกฺขุวิญฺญาณํ ทุกฺขเวทนิยญฺจ. ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา. จกฺขุนา โข ปเนว รูปํ ทิสฺวา ‘อุเปกฺขาฏฺฐานิยํ [อุเปกฺขาเวทนิยํ (ก.)] อิตฺเถต’นฺติ ปชานาติ จกฺขุวิญฺญาณํ อทุกฺขมสุขเวทนิยญฺจ. ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา.

‘‘ปุน จปรํ, คหปติ, ภิกฺขุ โสเตน สทฺทํ สุตฺวา…เป… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา…เป… ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา…เป… กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา…เป… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย ‘มนาปํ อิตฺเถต’นฺติ ปชานาติ มโนวิญฺญาณํ สุขเวทนิยญฺจ. ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา. มนสา โข ปเนว ธมฺมํ วิญฺญาย ‘อมนาปํ อิตฺเถต’นฺติ ปชานาติ มโนวิญฺญาณํ ทุกฺขเวทนิยญฺจ. ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา. มนสา โข ปเนว ธมฺมํ วิญฺญาย ‘อุเปกฺขาฏฺฐานิยํ อิตฺเถต’นฺติ ปชานาติ มโนวิญฺญาณํ อทุกฺขมสุขเวทนิยญฺจ. ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา. เอวํ โข, คหปติ, ธาตุนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ผสฺสนานตฺตํ; ผสฺสนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เวทนานานตฺต’’นฺติ. สตฺตมํ.

๘. นกุลปิตุสุตฺตํ

๑๓๑. เอกํ สมยํ ภควา ภคฺเคสุ วิหรติ สุสุมารคิเร เภสกฬาวเน มิคทาเย. อถ โข นกุลปิตา คหปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ…เป… เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข นกุลปิตา คหปติ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ, โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม โน ปรินิพฺพายนฺติ? โก ปน, ภนฺเต, เหตุ, โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปรินิพฺพายนฺตี’’ติ? ‘‘สนฺติ โข, คหปติ, จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา. ตญฺเจ ภิกฺขุ อภินนฺทติ อภิวทติ อชฺโฌสาย ติฏฺฐติ. ตสฺส ตํ อภินนฺทโต อภิวทโต อชฺโฌสาย ติฏฺฐโต ตนฺนิสฺสิตํ วิญฺญาณํ โหติ ตทุปาทานํ. สอุปาทาโน, คหปติ, ภิกฺขุ โน ปรินิพฺพายติ…เป… สนฺติ โข, คหปติ, ชิวฺหาวิญฺเญยฺยา รสา…เป… สนฺติ โข, คหปติ, มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา. ตญฺเจ ภิกฺขุ อภินนฺทติ อภิวทติ อชฺโฌสาย ติฏฺฐติ. ตสฺส ตํ อภินนฺทโต อภิวทโต อชฺโฌสาย ติฏฺฐโต ตนฺนิสฺสิตํ วิญฺญาณํ โหติ ตทุปาทานํ. สอุปาทาโน, คหปติ, ภิกฺขุ โน ปรินิพฺพายติ. อยํ โข, คหปติ, เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม โน ปรินิพฺพายนฺติ’’.

‘‘สนฺติ จ โข, คหปติ, จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา. ตญฺเจ ภิกฺขุนาภินนฺทติ นาภิวทติ นาชฺโฌสาย ติฏฺฐติ. ตสฺส ตํ อนภินนฺทโต อนภิวทโต อนชฺโฌสาย ติฏฺฐโต น ตนฺนิสฺสิตํ วิญฺญาณํ โหติ, น ตทุปาทานํ. อนุปาทาโน, คหปติ, ภิกฺขุ ปรินิพฺพายติ…เป… สนฺติ โข, คหปติ, ชิวฺหาวิญฺเญยฺยา รสา…เป… สนฺติ โข, คหปติ, มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา. ตญฺเจ ภิกฺขุ นาภินนฺทติ นาภิวทติ นาชฺโฌสาย ติฏฺฐติ. ตสฺส ตํ นาภินนฺทโต นาภิวทโต อนชฺโฌสาย ติฏฺฐโต น ตนฺนิสฺสิตํ วิญฺญาณํ โหติ น ตทุปาทานํ. อนุปาทาโน, คหปติ, ภิกฺขุ ปรินิพฺพายติ. อยํ โข, คหปติ, เหตุ, อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ สตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปรินิพฺพายนฺตี’’ติ. อฏฺฐมํ.

๙. โลหิจฺจสุตฺตํ

๑๓๒. เอกํ สมยํ อายสฺมา มหากจฺจาโน อวนฺตีสุ วิหรติ มกฺกรกเต [มกฺกรกเฏ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] อรญฺญกุฏิกายํ. อถ โข โลหิจฺจสฺส พฺราหฺมณสฺส สมฺพหุลา อนฺเตวาสิกา กฏฺฐหารกา มาณวกา เยนายสฺมโต มหากจฺจานสฺส อรญฺญกุฏิกา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ปริโต ปริโต กุฏิกาย อนุจงฺกมนฺติ อนุวิจรนฺติ อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา กานิจิ กานิจิ เสเลยฺยกานิ กโรนฺติ [เสลิสฺสกานิ กโรนฺตา (สี.)] – ‘‘อิเม ปน มุณฺฑกา สมณกา อิพฺภา กณฺหา [กิณฺหา (สี. ปี.)] พนฺธุปาทาปจฺจา, อิเมสํ ภรตกานํ สกฺกตา ครุกตา มานิตา ปูชิตา อปจิตา’’ติ. อถ โข อายสฺมา มหากจฺจาโน วิหารา นิกฺขมิตฺวา เต มาณวเก เอตทโวจ – ‘‘มา มาณวกา สทฺทมกตฺถ; ธมฺมํ โว ภาสิสฺสามี’’ติ. เอวํ วุตฺเต, เต มาณวกา ตุณฺหี อเหสุํ. อถ โข อายสฺมา มหากจฺจาโน เต มาณวเก คาถาหิ อชฺฌภาสิ –

‘‘สีลุตฺตมา ปุพฺพตรา อเหสุํ,

เต พฺราหฺมณา เย ปุราณํ สรนฺติ;

คุตฺตานิ ทฺวารานิ สุรกฺขิตานิ,

อเหสุํ เตสํ อภิภุยฺย โกธํ.

‘‘ธมฺเม จ ฌาเน จ รตา อเหสุํ,

เต พฺราหฺมณา เย ปุราณํ สรนฺติ;

อิเม จ โวกฺกมฺม ชปามเสติ,

โคตฺเตน มตฺตา วิสมํ จรนฺติ.

‘‘โกธาภิภูตา ปุถุอตฺตทณฺฑา [โกธาภิภูตาสุปุถุตฺตทณฺฑา (สฺยา. กํ. ก.)],

วิรชฺชมานา สตณฺหาตเณฺหสุ;

อคุตฺตทฺวารสฺส ภวนฺติ โมฆา,

สุปิเนว ลทฺธํ ปุริสสฺส วิตฺตํ.

‘‘อนาสกา ถณฺฑิลสายิกา จ;

ปาโต สินานญฺจ ตโย จ เวทา.

‘‘ขราชินํ ชฏาปงฺโก, มนฺตา สีลพฺพตํ ตโป;

กุหนา วงฺกทณฺฑา จ, อุทกาจมนานิ จ.

‘‘วณฺณา เอเต พฺราหฺมณานํ, กตา กิญฺจิกฺขภาวนา;

จิตฺตญฺจ สุสมาหิตํ, วิปฺปสนฺนมนาวิลํ;

อขิลํ สพฺพภูเตสุ, โส มคฺโค พฺรหฺมปตฺติยา’’ติ.

อถ โข เต มาณวกา กุปิตา อนตฺตมนา เยน โลหิจฺโจ พฺราหฺมโณ เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา โลหิจฺจํ พฺราหฺมณํ เอตทโวจุํ – ‘‘ยคฺเฆ! ภวํ ชาเนยฺย, สมโณ มหากจฺจาโน พฺราหฺมณานํ มนฺเต [มนฺตํ (ก.)] เอกํเสน อปวทติ, ปฏิกฺโกสตี’’ติ? เอวํ วุตฺเต, โลหิจฺโจ พฺราหฺมโณ กุปิโต อโหสิ อนตฺตมโน. อถ โข โลหิจฺจสฺส พฺราหฺมณสฺส เอตทโหสิ – ‘‘น โข ปน เมตํ ปติรูปํ โยหํ อญฺญทตฺถุ มาณวกานํเยว สุตฺวา สมณํ มหากจฺจานํ อกฺโกเสยฺยํ [อกฺโกเสยฺยํ วิรุชฺเฌยฺยํ (สฺยา. กํ. ก.)] ปริภาเสยฺยํ. ยํนูนาหํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺเฉยฺย’’นฺติ.

อถ โข โลหิจฺโจ พฺราหฺมโณ เตหิ มาณวเกหิ สทฺธึ เยนายสฺมา มหากจฺจาโน เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา มหากจฺจาเนน สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โลหิจฺโจ พฺราหฺมโณ อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ เอตทโวจ – ‘‘อาคมํสุ นุ ขฺวิธ, โภ กจฺจาน, อมฺหากํ สมฺพหุลา อนฺเตวาสิกา กฏฺฐหารกา มาณวกา’’ติ? ‘‘อาคมํสุ ขฺวิธ เต, พฺราหฺมณ, สมฺพหุลา อนฺเตวาสิกา กฏฺฐหารกา มาณวกา’’ติ. ‘‘อหุ ปน โภโต กจฺจานสฺส เตหิ มาณวเกหิ สทฺธึ โกจิเทว กถาสลฺลาโป’’ติ? ‘‘อหุ โข เม, พฺราหฺมณ, เตหิ มาณวเกหิ สทฺธึ โกจิเทว กถาสลฺลาโป’’ติ. ‘‘ยถา กถํ ปน โภโต กจฺจานสฺส เตหิ มาณวเกหิ สทฺธึ อโหสิ กถาสลฺลาโป’’ติ? ‘‘เอวํ โข เม, พฺราหฺมณ, เตหิ มาณวเกหิ สทฺธึ อโหสิ กถาสลฺลาโป –

‘‘สีลุตฺตมา ปุพฺพตรา อเหสุํ,

เต พฺราหฺมณา เย ปุราณํ สรนฺติ;…เป…;

อขิลํ สพฺพภูเตสุ,

โส มคฺโค พฺรหฺมปตฺติยา’’ติ.

‘‘เอวํ โข เม, พฺราหฺมณ, เตหิ มาณวเกหิ สทฺธึ อโหสิ กถาสลฺลาโป’’ติ.

‘‘‘อคุตฺตทฺวาโร’ติ [อคุตฺตทฺวาโร อคุตฺตทฺวาโรติ (ก.)] ภวํ กจฺจาโน อาห. กิตฺตาวตา นุ โข, โภ กจฺจาน, อคุตฺตทฺวาโร โหตี’’ติ? ‘‘อิธ, พฺราหฺมณ, เอกจฺโจ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา ปิยรูเป รูเป อธิมุจฺจติ, อปฺปิยรูเป รูเป พฺยาปชฺชติ, อนุปฏฺฐิตกายสฺสติ [อนุปฏฺฐิตาย สติยา (สฺยา. กํ. ปี. ก.) อุปริ อาสีวิสวคฺเค อวสฺสุตสุตฺเต ปน ‘‘อนุปฏฺฐิตกายสฺสตี’’เตฺวว สพฺพตฺถ ทิสฺสติ] จ วิหรติ, ปริตฺตเจตโส ตญฺจ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ ยตฺถสฺส เต อุปฺปนฺนา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อปริเสสา นิรุชฺฌนฺติ. โสเตน สทฺทํ สุตฺวา… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา… ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา… กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย ปิยรูเป ธมฺเม อธิมุจฺจติ, อปฺปิยรูเป จ ธมฺเม พฺยาปชฺชติ, อนุปฏฺฐิตกายสฺสติ จ วิหรติ, ปริตฺตเจตโส ตญฺจ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ ยตฺถสฺส เต อุปฺปนฺนา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อปริเสสา นิรุชฺฌนฺติ. เอวํ โข, พฺราหฺมณ, อคุตฺตทฺวาโร โหตี’’ติ. ‘‘อจฺฉริยํ, โภ กจฺจาน; อพฺภุตํ, โภ กจฺจาน! ยาวญฺจิทํ โภตา กจฺจาเนน อคุตฺตทฺวาโรว สมาโน อคุตฺตทฺวาโรติ อกฺขาโต.

‘‘‘คุตฺตทฺวาโร’ติ ภวํ กจฺจาโน อาห. กิตฺตาวตา นุ โข, โภ กจฺจาน, คุตฺตทฺวาโร โหตี’’ติ? ‘‘อิธ, พฺราหฺมณ, ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา ปิยรูเป รูเป นาธิมุจฺจติ, อปฺปิยรูเป รูเป น พฺยาปชฺชติ, อุปฏฺฐิตกายสฺสติ จ วิหรติ, อปฺปมาณเจตโส ตญฺจ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ยถาภูตํ ปชานาติ ยตฺถสฺส เต อุปฺปนฺนา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อปริเสสา นิรุชฺฌนฺติ. โสเตน สทฺทํ สุตฺวา… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา… ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา… กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย ปิยรูเป ธมฺเม นาธิมุจฺจติ, อปฺปิยรูเป ธมฺเม น พฺยาปชฺชติ, อุปฏฺฐิตกายสฺสติ จ วิหรติ, อปฺปมาณเจตโส ตญฺจ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ยถาภูตํ ปชานาติ, ยตฺถสฺส เต อุปฺปนฺนา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อปริเสสา นิรุชฺฌนฺติ. เอวํ โข, พฺราหฺมณ, คุตฺตทฺวาโร โหตี’’ติ.

‘‘อจฺฉริยํ, โภ กจฺจาน; อพฺภุตํ, โภ กจฺจาน! ยาวญฺจิทํ โภตา กจฺจาเนน คุตฺตทฺวาโรว สมาโน คุตฺตทฺวาโรติ อกฺขาโต. อภิกฺกนฺตํ, โภ กจฺจาน; อภิกฺกนฺตํ, โภ กจฺจาน! เสยฺยถาปิ, โภ กจฺจาน, นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย, ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย, มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย, จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ; เอวเมวํ โภตา กจฺจาเนน อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต. เอสาหํ, โภ กจฺจาน, ตํ ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ, ธมฺมญฺจ, ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. อุปาสกํ มํ ภวํ กจฺจาโน ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คตํ. ยถา จ ภวํ กจฺจาโน มกฺกรกเต อุปาสกกุลานิ อุปสงฺกมติ; เอวเมว โลหิจฺจกุลํ อุปสงฺกมตุ. ตตฺถ เย มาณวกา วา มาณวิกา วา ภวนฺตํ กจฺจานํ อภิวาเทสฺสนฺติ ปจฺจุฏฺฐิสฺสนฺติ อาสนํ วา อุทกํ วา ทสฺสนฺติ, เตสํ ตํ ภวิสฺสติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ. นวมํ.

๑๐. เวรหจฺจานิสุตฺตํ

๑๓๓. เอกํ สมยํ อายสฺมา อุทายี กามณฺฑายํ วิหรติ โตเทยฺยสฺส พฺราหฺมณสฺส อมฺพวเน. อถ โข เวรหจฺจานิโคตฺตาย พฺราหฺมณิยา อนฺเตวาสี มาณวโก เยนายสฺมา อุทายี เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา อุทายินา สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ตํ มาณวกํ อายสฺมา อุทายี ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ. อถ โข โส มาณวโก อายสฺมตา อุทายินา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิโต สมาทปิโต สมุตฺเตชิโต สมฺปหํสิโต อุฏฺฐายาสนา เยน เวรหจฺจานิโคตฺตา พฺราหฺมณี เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เวรหจฺจานิโคตฺตํ พฺราหฺมณึ เอตทโวจ – ‘‘ยคฺเฆ, โภติ, ชาเนยฺยาสิ [โภติ ชาเนยฺย (สี. ปี. ก.), โภตี ชาเนยฺย (สฺยา. กํ.)]! สมโณ อุทายี ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ, สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสตี’’ติ.

‘‘เตน หิ ตฺวํ, มาณวก, มม วจเนน สมณํ อุทายึ นิมนฺเตหิ สฺวาตนาย ภตฺเตนา’’ติ. ‘‘เอวํ โภตี’’ติ โข โส มาณวโก เวรหจฺจานิโคตฺตาย พฺราหฺมณิยา ปฏิสฺสุตฺวา เยนายสฺมา อุทายี เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุทายึ เอตทโวจ – ‘‘อธิวาเสตุ กิร, ภวํ, อุทายิ, อมฺหากํ อาจริยภริยาย เวรหจฺจานิโคตฺตาย พฺราหฺมณิยา สฺวาตนาย ภตฺต’’นฺติ. อธิวาเสสิ โข อายสฺมา อุทายี ตุณฺหีภาเวน. อถ โข อายสฺมา อุทายี ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน เวรหจฺจานิโคตฺตาย พฺราหฺมณิยา นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. อถ โข เวรหจฺจานิโคตฺตา พฺราหฺมณี อายสฺมนฺตํ อุทายึ ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปสิ สมฺปวาเรสิ. อถ โข เวรหจฺจานิโคตฺตา พฺราหฺมณี อายสฺมนฺตํ อุทายึ ภุตฺตาวึ โอนีตปตฺตปาณึ ปาทุกา อาโรหิตฺวา อุจฺเจ อาสเน นิสีทิตฺวา สีสํ โอคุณฺฐิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุทายึ เอตทโวจ – ‘‘ภณ, สมณ, ธมฺม’’นฺติ. ‘‘ภวิสฺสติ, ภคินิ, สมโย’’ติ วตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกมิ [ปกฺกามิ (สฺยา. กํ. ปี.)].

ทุติยมฺปิ โข โส มาณวโก เยนายสฺมา อุทายี เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา อุทายินา สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ตํ มาณวกํ อายสฺมา อุทายี ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ. ทุติยมฺปิ โข โส มาณวโก อายสฺมตา อุทายินา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิโต สมาทปิโต สมุตฺเตชิโต สมฺปหํสิโต อุฏฺฐายาสนา เยน เวรหจฺจานิโคตฺตา พฺราหฺมณี เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เวรหจฺจานิโคตฺตํ พฺราหฺมณึ เอตทโวจ – ‘‘ยคฺเฆ, โภติ, ชาเนยฺยาสิ! สมโณ อุทายี ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ, สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสตี’’ติ.

‘‘เอวเมวํ ปน ตฺวํ, มาณวก, สมณสฺส อุทายิสฺส วณฺณํ ภาสสิ. สมโณ ปนุทายี ‘ภณ, สมณ, ธมฺม’นฺติ วุตฺโต สมาโน ‘ภวิสฺสติ, ภคินิ, สมโย’ติ วตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกนฺโต’’ติ. ‘‘ตถา หิ ปน ตฺวํ, โภติ, ปาทุกา อาโรหิตฺวา อุจฺเจ อาสเน นิสีทิตฺวา สีสํ โอคุณฺฐิตฺวา เอตทโวจ – ‘ภณ, สมณ, ธมฺม’นฺติ. ธมฺมครุโน หิ เต ภวนฺโต ธมฺมคารวา’’ติ. ‘‘เตน หิ ตฺวํ, มาณวก, มม วจเนน สมณํ อุทายึ นิมนฺเตหิ สฺวาตนาย ภตฺเตนา’’ติ. ‘‘เอวํ, โภตี’’ติ โข โส มาณวโก เวรหจฺจานิโคตฺตาย พฺราหฺมณิยา ปฏิสฺสุตฺวา เยนายสฺมา อุทายี เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุทายึ เอตทโวจ – ‘‘อธิวาเสตุ กิร ภวํ อุทายี อมฺหากํ อาจริยภริยาย เวรหจฺจานิโคตฺตาย พฺราหฺมณิยา สฺวาตนาย ภตฺต’’นฺติ. อธิวาเสสิ โข อายสฺมา อุทายี ตุณฺหีภาเวน.

อถ โข อายสฺมา อุทายี ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน เวรหจฺจานิโคตฺตาย พฺราหฺมณิยา นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. อถ โข เวรหจฺจานิโคตฺตา พฺราหฺมณี อายสฺมนฺตํ อุทายึ ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปสิ สมฺปวาเรสิ. อถ โข เวรหจฺจานิโคตฺตา พฺราหฺมณี อายสฺมนฺตํ อุทายึ ภุตฺตาวึ โอนีตปตฺตปาณึ ปาทุกา โอโรหิตฺวา นีเจ อาสเน นิสีทิตฺวา สีสํ วิวริตฺวา อายสฺมนฺตํ อุทายึ เอตทโวจ – ‘‘กิสฺมึ นุ โข, ภนฺเต, สติ อรหนฺโต สุขทุกฺขํ ปญฺญเปนฺติ, กิสฺมึ อสติ อรหนฺโต สุขทุกฺขํ น ปญฺญเปนฺตี’’ติ?

‘‘จกฺขุสฺมึ โข, ภคินิ, สติ อรหนฺโต สุขทุกฺขํ ปญฺญเปนฺติ, จกฺขุสฺมึ อสติ อรหนฺโต สุขทุกฺขํ น ปญฺญเปนฺติ…เป… ชิวฺหาย สติ อรหนฺโต สุขทุกฺขํ ปญฺญเปนฺติ, ชิวฺหาย อสติ อรหนฺโต สุขทุกฺขํ น ปญฺญเปนฺติ…เป…. มนสฺมึ สติ อรหนฺโต สุขทุกฺขํ ปญฺญเปนฺติ, มนสฺมึ อสติ อรหนฺโต สุขทุกฺขํ น ปญฺญเปนฺตี’’ติ.

เอวํ วุตฺเต, เวรหจฺจานิโคตฺตา พฺราหฺมณี อายสฺมนฺตํ อุทายึ เอตทโวจ – ‘‘อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต; อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต! เสยฺยถาปิ, ภนฺเต, นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย, ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย, มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย, จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ; เอวเมวํ อยฺเยน อุทายินา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต. เอสาหํ, อยฺย อุทายิ, ตํ ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ, ธมฺมญฺจ, ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. อุปาสิกํ มํ อยฺโย อุทายี ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ. ทสมํ.

คหปติวคฺโค เตรสโม.

ตสฺสุทฺทานํ –

เวสาลี วชฺชิ นาฬนฺทา, ภารทฺวาช โสโณ จ โฆสิโต;

หาลิทฺทิโก นกุลปิตา, โลหิจฺโจ เวรหจฺจานีติ.