๑๐. ตติยสมณพฺราหฺมณสุตฺตํ

๑๒๓. สาวตฺถิยํ วิหรติ…เป… ‘‘เย หิ เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา ปถวีธาตุํ นปฺปชานนฺติ, ปถวีธาตุสมุทยํ นปฺปชานนฺติ, ปถวีธาตุนิโรธํ นปฺปชานนฺติ, ปถวีธาตุนิโรธคามินึ ปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ…เป… อาโปธาตุํ นปฺปชานนฺติ… เตโชธาตุํ นปฺปชานนฺติ… วาโยธาตุํ นปฺปชานนฺติ, วาโยธาตุสมุทยํ นปฺปชานนฺติ, วาโยธาตุนิโรธํ นปฺปชานนฺติ, วาโยธาตุนิโรธคามินึ ปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ, น เม เต, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ วา สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ วา พฺราหฺมณสมฺมตา; น จ ปน เต อายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถํ วา พฺรหฺมญฺญตฺถํ วา ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺติ’’.

‘‘เย จ โข เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา ปถวีธาตุํ ปชานนฺติ, ปถวีธาตุสมุทยํ ปชานนฺติ, ปถวีธาตุนิโรธํ ปชานนฺติ, ปถวีธาตุนิโรธคามินึ ปฏิปทํ ปชานนฺติ… เย จ โข เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา…เป… อาโปธาตุํ ปชานนฺติ… เตโชธาตุํ ปชานนฺติ… วาโยธาตุํ ปชานนฺติ, วาโยธาตุสมุทยํ ปชานนฺติ, วาโยธาตุนิโรธํ ปชานนฺติ, วาโยธาตุนิโรธคามินึ ปฏิปทํ ปชานนฺติ, เต จ โข เม, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ เจว สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ จ พฺราหฺมณสมฺมตา; เต จ ปนายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถญฺจ พฺรหฺมญฺญตฺถญฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตี’’ติ. ทสมํ.

จตุตฺโถ วคฺโค.

ตสฺสุทฺทานํ –

จตสฺโส ปุพฺเพ อจรึ, โนเจทญฺจ ทุกฺเขน จ;

อภินนฺทญฺจ อุปฺปาโท, ตโย สมณพฺราหฺมณาติ.

ธาตุสํยุตฺตํ สมตฺตํ.