๖. จาลาสุตฺตํ
๑๖๗. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข จาลา ภิกฺขุนี ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา…เป… อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสีทิ. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน จาลา ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา จาลํ ภิกฺขุนึ เอตทโวจ – ‘‘กึ นุ ตฺวํ, ภิกฺขุนิ, น โรเจสี’’ติ? ‘‘ชาตึ ขฺวาหํ, อาวุโส, น โรเจมี’’ติ.
‘‘กึ นุ ชาตึ น โรเจสิ, ชาโต กามานิ ภุญฺชติ;
โก นุ ตํ อิทมาทปยิ, ชาตึ มา โรจ [มา โรเจสิ (สี. ปี.)] ภิกฺขุนี’’ติ.
‘‘ชาตสฺส มรณํ โหติ, ชาโต ทุกฺขานิ ผุสฺสติ [ปสฺสติ (สี. ปี.)];
พนฺธํ วธํ ปริเกฺลสํ, ตสฺมา ชาตึ น โรจเย.
‘‘พุทฺโธ ธมฺมมเทเสสิ, ชาติยา สมติกฺกมํ;
สพฺพทุกฺขปฺปหานาย, โส มํ สจฺเจ นิเวสยิ.
‘‘เย จ รูปูปคา สตฺตา, เย จ อรูปฏฺฐายิโน;
นิโรธํ อปฺปชานนฺตา, อาคนฺตาโร ปุนพฺภว’’นฺติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ จาลา ภิกฺขุนี’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.