๗. อุปจาลาสุตฺตํ

๑๖๘. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข อุปจาลา ภิกฺขุนี ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา…เป… อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสีทิ. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน อุปจาลา ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อุปจาลํ ภิกฺขุนึ เอตทโวจ – ‘‘กตฺถ นุ ตฺวํ, ภิกฺขุนิ, อุปฺปชฺชิตุกามา’’ติ? ‘‘น ขฺวาหํ, อาวุโส, กตฺถจิ อุปฺปชฺชิตุกามา’’ติ.

‘‘ตาวตึสา จ ยามา จ, ตุสิตา จาปิ เทวตา;

นิมฺมานรติโน เทวา, เย เทวา วสวตฺติโน;

ตตฺถ จิตฺตํ ปณิเธหิ, รตึ ปจฺจนุโภสฺสสี’’ติ.

‘‘ตาวตึสา จ ยามา จ, ตุสิตา จาปิ เทวตา;

นิมฺมานรติโน เทวา, เย เทวา วสวตฺติโน;

กามพนฺธนพทฺธา เต, เอนฺติ มารวสํ ปุน.

‘‘สพฺโพ อาทีปิโต [สพฺโพว อาทิตฺโต (สฺยา. กํ.)] โลโก, สพฺโพ โลโก ปธูปิโต;

สพฺโพ ปชฺชลิโต [ปชฺชลิโต (สพฺพตฺถ)] โลโก, สพฺโพ โลโก ปกมฺปิโต.

‘‘อกมฺปิตํ อปชฺชลิตํ [อจลิตํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], อปุถุชฺชนเสวิตํ;

อคติ ยตฺถ มารสฺส, ตตฺถ เม นิรโต มโน’’ติ.

อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ อุปจาลา ภิกฺขุนี’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.