๑. ตโปกมฺมสุตฺตํ

๑๓๗. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา อุรุเวลายํ วิหรติ นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร อชปาลนิโคฺรธมูเล ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ. อถ โข ภควโต รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘‘มุตฺโต วตมฺหิ ตาย ทุกฺกรการิกาย. สาธุ มุตฺโต วตมฺหิ ตาย อนตฺถสํหิตาย ทุกฺกรการิกาย. สาธุ วตมฺหิ มุตฺโต โพธึ สมชฺฌค’’นฺติ [สาธุ ฐิโต สโต โพธึ สมชฺเฌคนฺติ (สี. ปี.), สาธุ วตมฺหิ สตฺโต โพธิสมชฺฌคูติ (สฺยา. กํ.)].

อถ โข มาโร ปาปิมา ภควโต เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘ตโปกมฺมา อปกฺกมฺม, เยน น สุชฺฌนฺติ มาณวา;

อสุทฺโธ มญฺญสิ สุทฺโธ, สุทฺธิมคฺคา อปรทฺโธ’’ [สุทฺธิมคฺคมปรทฺโธ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ติ.

อถ โข ภควา ‘‘มาโร อยํ ปาปิมา’’ อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –

‘‘อนตฺถสํหิตํ ญตฺวา, ยํ กิญฺจิ อมรํ ตปํ [อปรํ ตปํ (ก.)];

สพฺพํ นตฺถาวหํ โหติ, ผิยาริตฺตํว ธมฺมนิ [วมฺมนิ (สี.), ธมฺมนึ (ปี.), ชมฺมนึ (ก.) เอตฺถายํ ธมฺมสทฺโท สกฺกเต ธนฺวนํ-สทฺเทน สทิโส มรุวาจโกติ เวทิตพฺโพ, ยถา ทฬฺหธมฺมาติปทํ].

‘‘สีลํ สมาธิ ปญฺญญฺจ, มคฺคํ โพธาย ภาวยํ;

ปตฺโตสฺมิ ปรมํ สุทฺธึ, นิหโต ตฺวมสิ อนฺตกา’’ติ.

อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ, ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.