๒. ทุติยวคฺโค

๑. สตฺตชฏิลสุตฺตํ

๑๒๒. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท. เตน โข ปน สมเยน ภควา สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต พหิทฺวารโกฏฺฐเก นิสินฺโน โหติ. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ.

เตน โข ปน สมเยน สตฺต จ ชฏิลา สตฺต จ นิคณฺฐา สตฺต จ อเจลกา สตฺต จ เอกสาฏกา สตฺต จ ปริพฺพาชกา ปรูฬฺหกจฺฉนขโลมา ขาริวิวิธมาทาย [ขาริวิธํ อาทาย (ปี.) ที. นิ. ๑.๒๘๐ ตทฏฺฐกถาปิ โอโลเกตพฺพา] ภควโต อวิทูเร อติกฺกมนฺติ. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา ทกฺขิณชาณุมณฺฑลํ ปถวิยํ นิหนฺตฺวา เยน เต สตฺต จ ชฏิลา สตฺต จ นิคณฺฐา สตฺต จ อเจลกา สตฺต จ เอกสาฏกา สตฺต จ ปริพฺพาชกา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา ติกฺขตฺตุํ นามํ สาเวสิ – ‘‘ราชาหํ, ภนฺเต, ปเสนทิ โกสโล…เป… ราชาหํ, ภนฺเต, ปเสนทิ โกสโล’’ติ.

อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล อจิรปกฺกนฺเตสุ เตสุ สตฺตสุ จ ชฏิเลสุ สตฺตสุ จ นิคณฺเฐสุ สตฺตสุ จ อเจลเกสุ สตฺตสุ จ เอกสาฏเกสุ สตฺตสุ จ ปริพฺพาชเกสุ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘เย เต, ภนฺเต, โลเก อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนา เอเต เตสํ อญฺญตรา’’ติ.

‘‘ทุชฺชานํ โข เอตํ, มหาราช, ตยา คิหินา กามโภคินา ปุตฺตสมฺพาธสยนํ อชฺฌาวสนฺเตน กาสิกจนฺทนํ ปจฺจนุโภนฺเตน มาลาคนฺธวิเลปนํ ธารยนฺเตน ชาตรูปรชตํ สาทิยนฺเตน – ‘อิเม วา อรหนฺโต, อิเม วา อรหตฺตมคฺคํ สมาปนฺนา’’’ติ.

‘‘สํวาเสน โข, มหาราช, สีลํ เวทิตพฺพํ. ตญฺจ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญน. สํโวหาเรน โข, มหาราช, โสเจยฺยํ เวทิตพฺพํ. ตญฺจ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญน. อาปทาสุ โข, มหาราช, ถาโม เวทิตพฺโพ. โส จ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญน. สากจฺฉาย, โข, มหาราช, ปญฺญา เวทิตพฺพา. สา จ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญนา’’ติ.

‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต, อพฺภุตํ ภนฺเต! ยาว สุภาสิตมิทํ, ภนฺเต, ภควตา – ‘ทุชฺชานํ โข เอตํ, มหาราช, ตยา คิหินา กามโภคินา ปุตฺตสมฺพาธสยนํ อชฺฌาวสนฺเตน กาสิกจนฺทนํ ปจฺจนุโภนฺเตน มาลาคนฺธวิเลปนํ ธารยนฺเตน ชาตรูปรชตํ สาทิยนฺเตน – อิเม วา อรหนฺโต, อิเม วา อรหตฺตมคฺคํ สมาปนฺนา’ติ. สํวาเสน โข, มหาราช, สีลํ เวทิตพฺพํ. ตญฺจ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญน. สํโวหาเรน โข มหาราช, โสเจยฺยํ เวทิตพฺพํ. ตญฺจ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญน. อาปทาสุ โข, มหาราช, ถาโม เวทิตพฺโพ. โส จ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญน. สากจฺฉาย โข, มหาราช, ปญฺญา เวทิตพฺพา. สา จ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญนา’’ติ.

‘‘เอเต, ภนฺเต, มม ปุริสา จรา โอจรกา ชนปทํ โอจริตฺวา อาคจฺฉนฺติ. เตหิ ปฐมํ โอจิณฺณํ อหํ ปจฺฉา โอสาปยิสฺสามิ [โอยายิสฺสามิ (สี.), โอหยิสฺสามิ (สฺยา. กํ.)]. อิทานิ เต, ภนฺเต, ตํ รโชชลฺลํ ปวาเหตฺวา สุนฺหาตา สุวิลิตฺตา กปฺปิตเกสมสฺสู โอทาตวตฺถา [โอทาตวตฺถวสนา (สี.)] ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตา สมงฺคีภูตา ปริจาเรสฺสนฺตี’’ติ.

อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมา คาถาโย อภาสิ –

‘‘น วณฺณรูเปน นโร สุชาโน,

น วิสฺสเส อิตฺตรทสฺสเนน;

สุสญฺญตานญฺหิ วิยญฺชเนน,

อสญฺญตา โลกมิมํ จรนฺติ.

‘‘ปติรูปโก มตฺติกากุณฺฑโลว,

โลหฑฺฒมาโสว สุวณฺณฉนฺโน;

จรนฺติ โลเก [เอเก (สี. ปี.)] ปริวารฉนฺนา,

อนฺโต อสุทฺธา พหิ โสภมานา’’ติ.

๒. ปญฺจราชสุตฺตํ

๑๒๓. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน ปญฺจนฺนํ ราชูนํ ปเสนทิปมุขานํ ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตานํ สมงฺคีภูตานํ ปริจารยมานานํ อยมนฺตรากถา อุทปาทิ – ‘‘กึ นุ โข กามานํ อคฺค’’นฺติ? ตเตฺรกจฺเจ [ตเตฺรเก (สี. ปี.)] เอวมาหํสุ – ‘‘รูปา กามานํ อคฺค’’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘‘สทฺทา กามานํ อคฺค’’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘‘คนฺธา กามานํ อคฺค’’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘‘รสา กามานํ อคฺค’’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘‘โผฏฺฐพฺพา กามานํ อคฺค’’นฺติ. ยโต โข เต ราชาโน นาสกฺขึสุ อญฺญมญฺญํ สญฺญาเปตุํ.

อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล เต ราชาโน เอตทโวจ – ‘‘อายาม, มาริสา, เยน ภควา เตนุปสงฺกมิสฺสาม; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตมตฺถํ ปฏิปุจฺฉิสฺสาม. ยถา โน ภควา พฺยากริสฺสติ ตถา นํ ธาเรสฺสามา’’ติ [ธาเรยฺยามาติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)]. ‘‘เอวํ, มาริสา’’ติ โข เต ราชาโน รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส ปจฺจสฺโสสุํ.

อถ โข เต ปญฺจ ราชาโน ปเสนทิปมุขา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิธ, ภนฺเต, อมฺหากํ ปญฺจนฺนํ ราชูนํ ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตานํ สมงฺคีภูตานํ ปริจารยมานานํ อยมนฺตรากถา อุทปาทิ – ‘กึ นุ โข กามานํ อคฺค’นฺติ? เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘รูปา กามานํ อคฺค’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘สทฺทา กามานํ อคฺค’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘คนฺธา กามานํ อคฺค’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘รสา กามานํ อคฺค’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘โผฏฺฐพฺพา กามานํ อคฺค’นฺติ. กึ นุ โข, ภนฺเต, กามานํ อคฺค’’นฺติ?

‘‘มนาปปริยนฺตํ ขฺวาหํ, มหาราช, ปญฺจสุ กามคุเณสุ อคฺคนฺติ วทามิ. เตว [เต จ (สี. ปี. ก.), เย จ (สฺยา. กํ.)], มหาราช, รูปา เอกจฺจสฺส มนาปา โหนฺติ, เตว [เต จ (สี. ปี. ก.)] รูปา เอกจฺจสฺส อมนาปา โหนฺติ. เยหิ จ โย รูเปหิ อตฺตมโน โหติ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป, โส เตหิ รูเปหิ อญฺญํ รูปํ อุตฺตริตรํ วา ปณีตตรํ วา น ปตฺเถติ. เต ตสฺส รูปา ปรมา โหนฺติ. เต ตสฺส รูปา อนุตฺตรา โหนฺติ.

‘‘เตว, มหาราช, สทฺทา เอกจฺจสฺส มนาปา โหนฺติ, เตว สทฺทา เอกจฺจสฺส อมนาปา โหนฺติ. เยหิ จ โย สทฺเทหิ อตฺตมโน โหติ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป, โส เตหิ สทฺเทหิ อญฺญํ สทฺทํ อุตฺตริตรํ วา ปณีตตรํ วา น ปตฺเถติ. เต ตสฺส สทฺทา ปรมา โหนฺติ. เต ตสฺส สทฺทา อนุตฺตรา โหนฺติ.

‘‘เตว, มหาราช, คนฺธา เอกจฺจสฺส มนาปา โหนฺติ, เตว คนฺธา เอกจฺจสฺส อมนาปา โหนฺติ. เยหิ จ โย คนฺเธหิ อตฺตมโน โหติ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป, โส เตหิ คนฺเธหิ อญฺญํ คนฺธํ อุตฺตริตรํ วา ปณีตตรํ วา น ปตฺเถติ. เต ตสฺส คนฺธา ปรมา โหนฺติ. เต ตสฺส คนฺธา อนุตฺตรา โหนฺติ.

‘‘เตว, มหาราช, รสา เอกจฺจสฺส มนาปา โหนฺติ, เตว รสา เอกจฺจสฺส อมนาปา โหนฺติ. เยหิ จ โย รเสหิ อตฺตมโน โหติ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป, โส เตหิ รเสหิ อญฺญํ รสํ อุตฺตริตรํ วา ปณีตตรํ วา น ปตฺเถติ. เต ตสฺส รสา ปรมา โหนฺติ. เต ตสฺส รสา อนุตฺตรา โหนฺติ.

‘‘เตว, มหาราช, โผฏฺฐพฺพา เอกจฺจสฺส มนาปา โหนฺติ, เตว โผฏฺฐพฺพา เอกจฺจสฺส อมนาปา โหนฺติ. เยหิ จ โย โผฏฺฐพฺเพหิ อตฺตมโน โหติ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป, โส เตหิ โผฏฺฐพฺเพหิ อญฺญํ โผฏฺฐพฺพํ อุตฺตริตรํ วา ปณีตตรํ วา น ปตฺเถติ. เต ตสฺส โผฏฺฐพฺพา ปรมา โหนฺติ. เต ตสฺส โผฏฺฐพฺพา อนุตฺตรา โหนฺตี’’ติ.

เตน โข ปน สมเยน จนฺทนงฺคลิโก อุปาสโก ตสฺสํ ปริสายํ นิสินฺโน โหติ. อถ โข จนฺทนงฺคลิโก อุปาสโก อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา เยน ภควา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ปฏิภาติ มํ ภควา, ปฏิภาติ มํ สุคตา’’ติ. ‘‘ปฏิภาตุ ตํ จนฺทนงฺคลิกา’’ติ ภควา อโวจ.

อถ โข จนฺทนงฺคลิโก อุปาสโก ภควโต สมฺมุขา ตทนุรูปาย คาถาย อภิตฺถวิ –

‘‘ปทุมํ ยถา โกกนทํ สุคนฺธํ,

ปาโต สิยา ผุลฺลมวีตคนฺธํ;

องฺคีรสํ ปสฺส วิโรจมานํ,

ตปนฺตมาทิจฺจมิวนฺตลิกฺเข’’ติ.

อถ โข เต ปญฺจ ราชาโน จนฺทนงฺคลิกํ อุปาสกํ ปญฺจหิ อุตฺตราสงฺเคหิ อจฺฉาเทสุํ. อถ โข จนฺทนงฺคลิโก อุปาสโก เตหิ ปญฺจหิ อุตฺตราสงฺเคหิ ภควนฺตํ อจฺฉาเทสีติ.

๓. โทณปากสุตฺตํ

๑๒๔. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน ราชา ปเสนทิ โกสโล โทณปากกุรํ [โทณปากสุทํ (สี.), โทณปากํ สุทํ (ปี.)] ภุญฺชติ. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภุตฺตาวี มหสฺสาสี เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ.

อถ โข ภควา ราชานํ ปเสนทึ โกสลํ ภุตฺตาวึ มหสฺสาสึ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘มนุชสฺส สทา สตีมโต,

มตฺตํ ชานโต ลทฺธโภชเน;

ตนุกสฺส [ตนุ ตสฺส (สี. ปี.)] ภวนฺติ เวทนา,

สณิกํ ชีรติ อายุปาลย’’นฺติ.

เตน โข ปน สมเยน สุทสฺสโน มาณโว รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส ปิฏฺฐิโต ฐิโต โหติ. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล สุทสฺสนํ มาณวํ อามนฺเตสิ – ‘‘เอหิ ตฺวํ, ตาต สุทสฺสน, ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ ปริยาปุณิตฺวา มม ภตฺตาภิหาเร (ภตฺตาภิหาเร) [( ) สี. สฺยา. กํ. ปี. โปตฺถเกสุ นตฺถิ] ภาส. อหญฺจ เต เทวสิกํ กหาปณสตํ (กหาปณสตํ) [( ) สี. สฺยา. กํ. โปตฺถเกสุ นตฺถิ] นิจฺจํ ภิกฺขํ ปวตฺตยิสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวํ เทวา’’ติ โข สุทสฺสโน มาณโว รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ ปริยาปุณิตฺวา รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส ภตฺตาภิหาเร สุทํ ภาสติ –

‘‘มนุชสฺส สทา สตีมโต,

มตฺตํ ชานโต ลทฺธโภชเน;

ตนุกสฺส ภวนฺติ เวทนา,

สณิกํ ชีรติ อายุปาลย’’นฺติ.

อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล อนุปุพฺเพน นาฬิโกทนปรมตาย [นาฬิโกทนมตฺตาย (ก.)] สณฺฐาสิ. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล อปเรน สมเยน สุสลฺลิขิตคตฺโต ปาณินา คตฺตานิ อนุมชฺชนฺโต ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ – ‘‘อุภเยน วต มํ โส ภควา อตฺเถน อนุกมฺปิ – ทิฏฺฐธมฺมิเกน เจว อตฺเถน สมฺปรายิเกน จา’’ติ.

๔. ปฐมสงฺคามสุตฺตํ

๑๒๕. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา ราชานํ ปเสนทึ โกสลํ อพฺภุยฺยาสิ เยน กาสิ. อสฺโสสิ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล – ‘‘ราชา กิร มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา มมํ อพฺภุยฺยาโต เยน กาสี’’ติ. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา ราชานํ มาคธํ อชาตสตฺตุํ เวเทหิปุตฺตํ ปจฺจุยฺยาสิ เยน กาสิ. อถ โข ราชา จ มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต ราชา จ ปเสนทิ โกสโล สงฺคาเมสุํ. ตสฺมึ โข ปน สงฺคาเม ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต ราชานํ ปเสนทึ โกสลํ ปราเชสิ. ปราชิโต จ ราชา ปเสนทิ โกสโล สกเมว [สงฺคามา (ก.)] ราชธานึ สาวตฺถึ ปจฺจุยฺยาสิ [ปายาสิ (สี. ปี.)].

อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ –

‘‘อิธ, ภนฺเต, ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา ราชานํ ปเสนทึ โกสลํ อพฺภุยฺยาสิ เยน กาสิ. อสฺโสสิ โข, ภนฺเต, ราชา ปเสนทิ โกสโล – ‘ราชา กิร มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา มมํ อพฺภุยฺยาโต เยน กาสี’ติ. อถ โข, ภนฺเต, ราชา ปเสนทิ โกสโล จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา ราชานํ มาคธํ อชาตสตฺตุํ เวเทหิปุตฺตํ ปจฺจุยฺยาสิ เยน กาสิ. อถ โข, ภนฺเต, ราชา จ มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต ราชา จ ปเสนทิ โกสโล สงฺคาเมสุํ. ตสฺมึ โข ปน, ภนฺเต, สงฺคาเม ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต ราชานํ ปเสนทึ โกสลํ ปราเชสิ. ปราชิโต จ, ภนฺเต, ราชา ปเสนทิ โกสโล สกเมว ราชธานึ สาวตฺถึ ปจฺจุยฺยาสี’’ติ.

‘‘ราชา, ภิกฺขเว, มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต ปาปมิตฺโต ปาปสหาโย ปาปสมฺปวงฺโก; ราชา จ โข, ภิกฺขเว, ปเสนทิ โกสโล กลฺยาณมิตฺโต กลฺยาณสหาโย กลฺยาณสมฺปวงฺโก. อชฺเชว [อชฺชตญฺจ (สี. ปี.), อชฺเชวํ (สฺยา. กํ.)], ภิกฺขเว, ราชา ปเสนทิ โกสโล อิมํ รตฺตึ ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต’’ติ. อิทมโวจ…เป…

‘‘ชยํ เวรํ ปสวติ, ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต;

อุปสนฺโต สุขํ เสติ, หิตฺวา ชยปราชย’’นฺติ.

๕. ทุติยสงฺคามสุตฺตํ

๑๒๖. [เอตฺถ ‘‘อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา ราชานํ มาคธํ อชาตสตฺตุํ เวเทหิปุตฺตํ อพฺภุยฺยาสี’’ติ อาทินา ปาเฐน ภวิตพฺพํ. อฏฺฐกถายํ หิ ‘‘อพฺภุยฺยาสีติ ปราชเย ครหปฺปตฺโต…เป… วุตฺตชยการณํ สุตฺวา อภิอุยฺยาสี’’ติ วุตฺตํ] อถ โข ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา ราชานํ ปเสนทึ โกสลํ อพฺภุยฺยาสิ เยน กาสิ. อสฺโสสิ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล – ‘‘ราชา กิร มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา มมํ อพฺภุยฺยาโต เยน กาสี’’ติ. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา ราชานํ มาคธํ อชาตสตฺตุํ เวเทหิปุตฺตํ ปจฺจุยฺยาสิ เยน กาสิ. อถ โข ราชา จ มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต ราชา จ ปเสนทิ โกสโล สงฺคาเมสุํ. ตสฺมึ โข ปน สงฺคาเม ราชา ปเสนทิ โกสโล ราชานํ มาคธํ อชาตสตฺตุํ เวเทหิปุตฺตํ ปราเชสิ, ชีวคฺคาหญฺจ นํ อคฺคเหสิ. อถ โข รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส เอตทโหสิ – ‘‘กิญฺจาปิ โข มฺยายํ ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต อทุพฺภนฺตสฺส ทุพฺภติ, อถ จ ปน เม ภาคิเนยฺโย โหติ. ยํนูนาหํ รญฺโญ มาคธสฺส อชาตสตฺตุโน เวเทหิปุตฺตสฺส สพฺพํ หตฺถิกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ อสฺสกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ รถกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ ปตฺติกายํ ปริยาทิยิตฺวา ชีวนฺตเมว นํ โอสชฺเชยฺย’’นฺติ [โอสฺสชฺเชยฺยนฺติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)].

อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล รญฺโญ มาคธสฺส อชาตสตฺตุโน เวเทหิปุตฺตสฺส สพฺพํ หตฺถิกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ อสฺสกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ รถกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ ปตฺติกายํ ปริยาทิยิตฺวา ชีวนฺตเมว นํ โอสชฺชิ [โอสฺสชิ (สี.), โอสฺสชฺชิ (สฺยา. กํ. ปี.)].

อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ –

‘‘อิธ, ภนฺเต, ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา ราชานํ ปเสนทึ โกสลํ อพฺภุยฺยาสิ เยน กาสิ. อสฺโสสิ โข, ภนฺเต, ราชา ปเสนทิ โกสโล – ‘ราชา กิร มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา มมํ อพฺภุยฺยาโต เยน กาสี’ติ. อถ โข, ภนฺเต, ราชา ปเสนทิ โกสโล จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา ราชานํ มาคธํ อชาตสตฺตุํ เวเทหิปุตฺตํ ปจฺจุยฺยาสิ เยน กาสิ. อถ โข, ภนฺเต, ราชา จ มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต ราชา จ ปเสนทิ โกสโล สงฺคาเมสุํ. ตสฺมึ โข ปน, ภนฺเต, สงฺคาเม ราชา ปเสนทิ โกสโล ราชานํ มาคธํ อชาตสตฺตุํ เวเทหิปุตฺตํ ปราเชสิ, ชีวคฺคาหญฺจ นํ อคฺคเหสิ. อถ โข, ภนฺเต, รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส เอตทโหสิ – ‘กิญฺจาปิ โข มฺยายํ ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต อทุพฺภนฺตสฺส ทุพฺภติ, อถ จ ปน เม ภาคิเนยฺโย โหติ. ยํนูนาหํ รญฺโญ มาคธสฺส อชาตสตฺตุโน เวเทหิปุตฺตสฺส สพฺพํ หตฺถิกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ อสฺสกายํ สพฺพํ รถกายํ สพฺพํ ปตฺติกายํ ปริยาทิยิตฺวา ชีวนฺตเมว นํ โอสชฺเชยฺย’’’นฺติ.

‘‘อถ โข, ภนฺเต, ราชา ปเสนทิ โกสโล รญฺโญ มาคธสฺส อชาตสตฺตุโน เวเทหิปุตฺตสฺส สพฺพํ หตฺถิกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ อสฺสกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ รถกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ ปตฺติกายํ ปริยาทิยิตฺวา ชีวนฺตเมว นํ โอสชฺชี’’ติ. อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมา คาถาโย อภาสิ –

‘‘วิลุมฺปเตว ปุริโส, ยาวสฺส อุปกปฺปติ;

ยทา จญฺเญ วิลุมฺปนฺติ, โส วิลุตฺโต วิลุปฺปติ [วิลุมฺปติ (สี. ปี. ก.)].

‘‘ฐานญฺหิ มญฺญติ พาโล, ยาว ปาปํ น ปจฺจติ;

ยทา จ ปจฺจติ ปาปํ, อถ ทุกฺขํ นิคจฺฉติ.

‘‘หนฺตา ลภติ [ลภติ หนฺตา (สี. สฺยา. กํ.)] หนฺตารํ, เชตารํ ลภเต ชยํ;

อกฺโกสโก จ อกฺโกสํ, โรเสตารญฺจ โรสโก;

อถ กมฺมวิวฏฺเฏน, โส วิลุตฺโต วิลุปฺปตี’’ติ.

๖. มลฺลิกาสุตฺตํ

๑๒๗. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. อถ โข อญฺญตโร ปุริโส เยน ราชา ปเสนทิ โกสโล เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส อุปกณฺณเก อาโรเจสิ – ‘‘มลฺลิกา, เทว, เทวี ธีตรํ วิชาตา’’ติ. เอวํ วุตฺเต, ราชา ปเสนทิ โกสโล อนตฺตมโน อโหสิ.

อถ โข ภควา ราชานํ ปเสนทึ โกสลํ อนตฺตมนตํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมา คาถาโย อภาสิ –

‘‘อิตฺถีปิ หิ เอกจฺจิยา, เสยฺยา โปส ชนาธิป;

เมธาวินี สีลวตี, สสฺสุเทวา ปติพฺพตา.

‘‘ตสฺสา โย ชายติ โปโส, สูโร โหติ ทิสมฺปติ;

ตาทิสา สุภคิยา [สุภริยาปุตฺโต (ก.)] ปุตฺโต, รชฺชมฺปิ อนุสาสตี’’ติ.

๗. อปฺปมาทสุตฺตํ

๑๒๘. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อตฺถิ นุ โข, ภนฺเต, เอโก ธมฺโม โย อุโภ อตฺเถ สมธิคฺคยฺห ติฏฺฐติ – ทิฏฺฐธมฺมิกญฺเจว อตฺถํ สมฺปรายิกญฺจา’’ติ?

‘‘อตฺถิ โข, มหาราช, เอโก ธมฺโม โย อุโภ อตฺเถ สมธิคฺคยฺห ติฏฺฐติ – ทิฏฺฐธมฺมิกญฺเจว อตฺถํ สมฺปรายิกญฺจา’’ติ.

‘‘กตโม ปน, ภนฺเต, เอโก ธมฺโม, โย อุโภ อตฺเถ สมธิคฺคยฺห ติฏฺฐติ – ทิฏฺฐธมฺมิกญฺเจว อตฺถํ สมฺปรายิกญฺจา’’ติ?

‘‘อปฺปมาโท โข, มหาราช, เอโก ธมฺโม, โย อุโภ อตฺเถ สมธิคฺคยฺห ติฏฺฐติ – ทิฏฺฐธมฺมิกญฺเจว อตฺถํ สมฺปรายิกญฺจาติ. เสยฺยถาปิ, มหาราช, ยานิ กานิจิ ชงฺคลานํ [ชงฺคมานํ (สี. ปี.)] ปาณานํ ปทชาตานิ, สพฺพานิ ตานิ หตฺถิปเท สโมธานํ คจฺฉนฺติ, หตฺถิปทํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ – ยทิทํ มหนฺตตฺเตน; เอวเมว โข, มหาราช, อปฺปมาโท เอโก ธมฺโม, โย อุโภ อตฺเถ สมธิคฺคยฺห ติฏฺฐติ – ทิฏฺฐธมฺมิกญฺเจว อตฺถํ สมฺปรายิกญฺจา’’ติ. อิทมโวจ…เป…

‘‘อายุํ อโรคิยํ วณฺณํ, สคฺคํ อุจฺจากุลีนตํ;

รติโย ปตฺถยนฺเตน, อุฬารา อปราปรา.

‘‘อปฺปมาทํ ปสํสนฺติ, ปุญฺญกิริยาสุ ปณฺฑิตา;

อปฺปมตฺโต อุโภ อตฺเถ, อธิคฺคณฺหาติ ปณฺฑิโต.

‘‘ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ โย อตฺโถ, โย จตฺโถ สมฺปรายิโก;

อตฺถาภิสมยา ธีโร, ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจตี’’ติ.

๘. กลฺยาณมิตฺตสุตฺตํ

๑๒๙. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิธ มยฺหํ, ภนฺเต, รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม, โส จ โข กลฺยาณมิตฺตสฺส กลฺยาณสหายสฺส กลฺยาณสมฺปวงฺกสฺส, โน ปาปมิตฺตสฺส โน ปาปสหายสฺส โน ปาปสมฺปวงฺกสฺสา’’’ติ.

‘‘เอวเมตํ, มหาราช, เอวเมตํ, มหาราช! สฺวากฺขาโต, มหาราช, มยา ธมฺโม. โส จ โข กลฺยาณมิตฺตสฺส กลฺยาณสหายสฺส กลฺยาณสมฺปวงฺกสฺส, โน ปาปมิตฺตสฺส โน ปาปสหายสฺส โน ปาปสมฺปวงฺกสฺสาติ.

‘‘เอกมิทาหํ, มหาราช, สมยํ สกฺเกสุ วิหรามิ นครกํ นาม สกฺยานํ นิคโม. อถ โข, มหาราช, อานนฺโท ภิกฺขุ เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข, มหาราช, อานนฺโท ภิกฺขุ มํ เอตทโวจ – ‘อุปฑฺฒมิทํ, ภนฺเต, พฺรหฺมจริยสฺส – ยทิทํ กลฺยาณมิตฺตตา กลฺยาณสหายตา กลฺยาณสมฺปวงฺกตา’’’ติ.

‘‘เอวํ วุตฺตาหํ, มหาราช, อานนฺทํ ภิกฺขุํ เอตทโวจํ – ‘มา เหวํ, อานนฺท, มา เหวํ, อานนฺท! สกลเมว หิทํ, อานนฺท, พฺรหฺมจริยํ – ยทิทํ กลฺยาณมิตฺตตา กลฺยาณสหายตา กลฺยาณสมฺปวงฺกตา. กลฺยาณมิตฺตสฺเสตํ, อานนฺท, ภิกฺขุโน ปาฏิกงฺขํ กลฺยาณสหายสฺส กลฺยาณสมฺปวงฺกสฺส อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวสฺสติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกริสฺสติ’’’.

‘‘กถญฺจ, อานนฺท, ภิกฺขุ กลฺยาณมิตฺโต กลฺยาณสหาโย กลฺยาณสมฺปวงฺโก อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ, อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรติ? อิธานนฺท, ภิกฺขุ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ, สมฺมาสงฺกปฺปํ ภาเวติ…เป… สมฺมาวาจํ ภาเวติ…เป… สมฺมากมฺมนฺตํ ภาเวติ…เป… สมฺมาอาชีวํ ภาเวติ…เป… สมฺมาวายามํ ภาเวติ…เป… สมฺมาสตึ ภาเวติ…เป… สมฺมาสมาธึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ. เอวํ โข, อานนฺท, ภิกฺขุ กลฺยาณมิตฺโต กลฺยาณสหาโย กลฺยาณสมฺปวงฺโก อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ, อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรติ. ตทมินาเปตํ, อานนฺท, ปริยาเยน เวทิตพฺพํ ยถา สกลเมวิทํ พฺรหฺมจริยํ – ยทิทํ กลฺยาณมิตฺตตา กลฺยาณสหายตา กลฺยาณสมฺปวงฺกตา’’ติ.

‘‘มมญฺหิ, อานนฺท, กลฺยาณมิตฺตํ อาคมฺม ชาติธมฺมา สตฺตา ชาติยา ปริมุจฺจนฺติ, ชราธมฺมา สตฺตา ชราย ปริมุจฺจนฺติ, พฺยาธิธมฺมา สตฺตา พฺยาธิโต ปริมุจฺจนฺติ, มรณธมฺมา สตฺตา มรเณน ปริมุจฺจนฺติ, โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสธมฺมา สตฺตา โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาเสหิ ปริมุจฺจนฺติ. อิมินา โข เอตํ, อานนฺท, ปริยาเยน เวทิตพฺพํ ยถา สกลเมวิทํ พฺรหฺมจริยํ – ยทิทํ กลฺยาณมิตฺตตา กลฺยาณสหายตา กลฺยาณสมฺปวงฺกตา’’ติ.

‘‘ตสฺมาติห เต, มหาราช, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘กลฺยาณมิตฺโต ภวิสฺสามิ กลฺยาณสหาโย กลฺยาณสมฺปวงฺโก’ติ. เอวญฺหิ เต, มหาราช, สิกฺขิตพฺพํ.

‘‘กลฺยาณมิตฺตสฺส เต, มหาราช, กลฺยาณสหายสฺส กลฺยาณสมฺปวงฺกสฺส อยํ เอโก ธมฺโม อุปนิสฺสาย วิหาตพฺโพ – อปฺปมาโท กุสเลสุ ธมฺเมสุ.

‘‘อปฺปมตฺตสฺส เต, มหาราช, วิหรโต อปฺปมาทํ อุปนิสฺสาย, อิตฺถาคารสฺส อนุยนฺตสฺส เอวํ ภวิสฺสติ – ‘ราชา โข อปฺปมตฺโต วิหรติ, อปฺปมาทํ อุปนิสฺสาย. หนฺท, มยมฺปิ อปฺปมตฺตา วิหราม, อปฺปมาทํ อุปนิสฺสายา’’’ติ.

‘‘อปฺปมตฺตสฺส เต, มหาราช, วิหรโต อปฺปมาทํ อุปนิสฺสาย, ขตฺติยานมฺปิ อนุยนฺตานํ เอวํ ภวิสฺสติ – ‘ราชา โข อปฺปมตฺโต วิหรติ อปฺปมาทํ อุปนิสฺสาย. หนฺท, มยมฺปิ อปฺปมตฺตา วิหราม, อปฺปมาทํ อุปนิสฺสายา’’’ติ.

‘‘อปฺปมตฺตสฺส เต, มหาราช, วิหรโต อปฺปมาทํ อุปนิสฺสาย, พลกายสฺสปิ เอวํ ภวิสฺสติ – ‘ราชา โข อปฺปมตฺโต วิหรติ อปฺปมาทํ อุปนิสฺสาย. หนฺท, มยมฺปิ อปฺปมตฺตา วิหราม, อปฺปมาทํ อุปนิสฺสายา’’’ติ.

‘‘อปฺปมตฺตสฺส เต, มหาราช, วิหรโต อปฺปมาทํ อุปนิสฺสาย, เนคมชานปทสฺสปิ เอวํ ภวิสฺสติ – ‘ราชา โข อปฺปมตฺโต วิหรติ, อปฺปมาทํ อุปนิสฺสาย. หนฺท, มยมฺปิ อปฺปมตฺตา วิหราม, อปฺปมาทํ อุปนิสฺสายา’’’ติ?

‘‘อปฺปมตฺตสฺส เต, มหาราช, วิหรโต อปฺปมาทํ อุปนิสฺสาย, อตฺตาปิ คุตฺโต รกฺขิโต ภวิสฺสติ – อิตฺถาคารมฺปิ คุตฺตํ รกฺขิตํ ภวิสฺสติ, โกสโกฏฺฐาคารมฺปิ คุตฺตํ รกฺขิตํ ภวิสฺสตี’’ติ. อิทมโวจ…เป…

‘‘โภเค ปตฺถยมาเนน, อุฬาเร อปราปเร;

อปฺปมาทํ ปสํสนฺติ, ปุญฺญกิริยาสุ ปณฺฑิตา.

‘‘อปฺปมตฺโต อุโภ อตฺเถ, อธิคฺคณฺหาติ ปณฺฑิโต;

ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ โย อตฺโถ, โย จตฺโถ สมฺปรายิโก;

อตฺถาภิสมยา ธีโร, ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจตี’’ติ.

๙. ปฐมอปุตฺตกสุตฺตํ

๑๓๐. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ทิวา ทิวสฺส เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ราชานํ ปเสนทึ โกสลํ ภควา เอตทโวจ – ‘‘หนฺท, กุโต นุ ตฺวํ, มหาราช, อาคจฺฉสิ ทิวา ทิวสฺสา’’ติ?

‘‘อิธ, ภนฺเต, สาวตฺถิยํ เสฏฺฐิ คหปติ กาลงฺกโต. ตมหํ อปุตฺตกํ สาปเตยฺยํ ราชนฺเตปุรํ อติหริตฺวา อาคจฺฉามิ. อสีติ, ภนฺเต, สตสหสฺสานิ หิรญฺญสฺเสว, โก ปน วาโท รูปิยสฺส! ตสฺส โข ปน, ภนฺเต, เสฏฺฐิสฺส คหปติสฺส เอวรูโป ภตฺตโภโค อโหสิ – กณาชกํ ภุญฺชติ พิลงฺคทุติยํ. เอวรูโป วตฺถโภโค อโหสิ – สาณํ ธาเรติ ติปกฺขวสนํ. เอวรูโป ยานโภโค อโหสิ – ชชฺชรรถเกน ยาติ ปณฺณฉตฺตเกน ธาริยมาเนนา’’ติ.

‘‘เอวเมตํ, มหาราช, เอวเมตํ, มหาราช! อสปฺปุริโส โข, มหาราช, อุฬาเร โภเค ลภิตฺวา เนวตฺตานํ สุเขติ ปีเณติ, น มาตาปิตโร สุเขติ ปีเณติ, น ปุตฺตทารํ สุเขติ ปีเณติ, น ทาสกมฺมกรโปริเส สุเขติ ปีเณติ, น มิตฺตามจฺเจ สุเขติ ปีเณติ, น สมณพฺราหฺมเณสุ อุทฺธคฺคิกํ ทกฺขิณํ ปติฏฺฐาเปติ โสวคฺคิกํ สุขวิปากํ สคฺคสํวตฺตนิกํ. ตสฺส เต โภเค เอวํ สมฺมา อปริภุญฺชิยมาเน [อปริภุญฺชมาโน (สพฺพตฺถ)] ราชาโน วา หรนฺติ โจรา วา หรนฺติ อคฺคิ วา ฑหติ อุทกํ วา วหติ อปฺปิยา วา ทายาทา หรนฺติ. เอวํส เต [เอวํ สนฺเต (สี. ปี.)], มหาราช, โภคา สมฺมา อปริภุญฺชิยมานา ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ, โน ปริโภคํ.

‘‘เสยฺยถาปิ, มหาราช, อมนุสฺสฏฺฐาเน โปกฺขรณี อจฺโฉทกา สีโตทกา สาโตทกา เสโตทกา สุปติตฺถา รมณียา. ตํ ชโน เนว หเรยฺย น ปิเวยฺย น นหาเยยฺย น ยถาปจฺจยํ วา กเรยฺย. เอวญฺหิ ตํ, มหาราช, อุทกํ สมฺมา อปริภุญฺชิยมานํ [อปริภุญฺชมานํ (สฺยา. กํ.)] ปริกฺขยํ คจฺเฉยฺย, โน ปริโภคํ. เอวเมว โข, มหาราช, อสปฺปุริโส อุฬาเร โภเค ลภิตฺวา เนวตฺตานํ สุเขติ ปีเณติ, น มาตาปิตโร สุเขติ ปีเณติ, น ปุตฺตทารํ สุเขติ ปีเณติ, น ทาสกมฺมกรโปริเส สุเขติ ปีเณติ, น มิตฺตามจฺเจ สุเขติ ปีเณติ, น สมณพฺราหฺมเณสุ อุทฺธคฺคิกํ ทกฺขิณํ ปติฏฺฐาเปติ โสวคฺคิกํ สุขวิปากํ สคฺคสํวตฺตนิกํ. ตสฺส เต โภเค เอวํ สมฺมา อปริภุญฺชิยมาเน ราชาโน วา หรนฺติ โจรา วา หรนฺติ อคฺคิ วา ฑหติ อุทกํ วา วหติ อปฺปิยา วา ทายาทา หรนฺติ. เอวํส เต [เอวํ สนฺเต (สี. ปี.)], มหาราช, โภคา สมฺมา อปริภุญฺชิยมานา ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ, โน ปริโภคํ.

‘‘สปฺปุริโส จ โข, มหาราช, อุฬาเร โภเค ลภิตฺวา อตฺตานํ สุเขติ ปีเณติ, มาตาปิตโร สุเขติ ปีเณติ, ปุตฺตทารํ สุเขติ ปีเณติ, ทาสกมฺมกรโปริเส สุเขติ ปีเณติ, มิตฺตามจฺเจ สุเขติ ปีเณติ, สมณพฺราหฺมเณสุ อุทฺธคฺคิกํ ทกฺขิณํ ปติฏฺฐาเปติ โสวคฺคิกํ สุขวิปากํ สคฺคสํวตฺตนิกํ. ตสฺส เต โภเค เอวํ สมฺมา ปริภุญฺชิยมาเน เนว ราชาโน หรนฺติ, น โจรา หรนฺติ, น อคฺคิ ฑหติ, น อุทกํ วหติ, น อปฺปิยา ทายาทา หรนฺติ. เอวํส เต, มหาราช, โภคา สมฺมา ปริภุญฺชิยมานา ปริโภคํ คจฺฉนฺติ, โน ปริกฺขยํ.

‘‘เสยฺยถาปิ, มหาราช, คามสฺส วา นิคมสฺส วา อวิทูเร โปกฺขรณี อจฺโฉทกา สีโตทกา สาโตทกา เสโตทกา สุปติตฺถา รมณียา. ตญฺจ อุทกํ ชโน หเรยฺยปิ ปิเวยฺยปิ นหาเยยฺยปิ ยถาปจฺจยมฺปิ กเรยฺย. เอวญฺหิ ตํ, มหาราช, อุทกํ สมฺมา ปริภุญฺชิยมานํ ปริโภคํ คจฺเฉยฺย, โน ปริกฺขยํ. เอวเมว โข, มหาราช, สปฺปุริโส อุฬาเร โภเค ลภิตฺวา อตฺตานํ สุเขติ ปีเณติ, มาตาปิตโร สุเขติ ปีเณติ, ปุตฺตทารํ สุเขติ ปีเณติ, ทาสกมฺมกรโปริเส สุเขติ ปีเณติ, มิตฺตามจฺเจ สุเขติ ปีเณติ, สมณพฺราหฺมเณสุ อุทฺธคฺคิกํ ทกฺขิณํ ปติฏฺฐาเปติ โสวคฺคิกํ สุขวิปากํ สคฺคสํวตฺตนิกํ. ตสฺส เต โภเค เอวํ สมฺมา ปริภุญฺชิยมาเน เนว ราชาโน หรนฺติ, น โจรา หรนฺติ, น อคฺคิ ฑหติ, น อุทกํ วหติ, น อปฺปิยา ทายาทา หรนฺติ. เอวํส เต, มหาราช, โภคา สมฺมา ปริภุญฺชิยมานา ปริโภคํ คจฺฉนฺติ, โน ปริกฺขย’’นฺติ.

‘‘อมนุสฺสฏฺฐาเน อุทกํว สีตํ,

ตทเปยฺยมานํ ปริโสสเมติ;

เอวํ ธนํ กาปุริโส ลภิตฺวา,

เนวตฺตนา ภุญฺชติ โน ททาติ.

ธีโร จ วิญฺญู อธิคมฺม โภเค,

โส ภุญฺชติ กิจฺจกโร จ โหติ;

โส ญาติสงฺฆํ นิสโภ ภริตฺวา,

อนินฺทิโต สคฺคมุเปติ ฐาน’’นฺติ.

๑๐. ทุติยอปุตฺตกสุตฺตํ

๑๓๑. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ทิวา ทิวสฺส เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ราชานํ ปเสนทึ โกสลํ ภควา เอตทโวจ – ‘‘หนฺท, กุโต นุ ตฺวํ, มหาราช, อาคจฺฉสิ ทิวา ทิวสฺสา’’ติ?

‘‘อิธ, ภนฺเต, สาวตฺถิยํ เสฏฺฐิ คหปติ กาลงฺกโต. ตมหํ อปุตฺตกํ สาปเตยฺยํ ราชนฺเตปุรํ อติหริตฺวา อาคจฺฉามิ. สตํ, ภนฺเต, สตสหสฺสานิ หิรญฺญสฺเสว, โก ปน วาโท รูปิยสฺส! ตสฺส โข ปน, ภนฺเต, เสฏฺฐิสฺส คหปติสฺส เอวรูโป ภตฺตโภโค อโหสิ – กณาชกํ ภุญฺชติ พิลงฺคทุติยํ. เอวรูโป วตฺถโภโค อโหสิ – สาณํ ธาเรติ ติปกฺขวสนํ. เอวรูโป ยานโภโค อโหสิ – ชชฺชรรถเกน ยาติ ปณฺณฉตฺตเกน ธาริยมาเนนา’’ติ.

‘‘เอวเมตํ, มหาราช, เอวเมตํ, มหาราช! ภูตปุพฺพํ โส, มหาราช, เสฏฺฐิ คหปติ ตคฺครสิขึ นาม ปจฺเจกสมฺพุทฺธํ ปิณฺฑปาเตน ปฏิปาเทสิ. ‘เทถ สมณสฺส ปิณฺฑ’นฺติ วตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ. ทตฺวา จ ปน ปจฺฉา วิปฺปฏิสารี อโหสิ – ‘วรเมตํ ปิณฺฑปาตํ ทาสา วา กมฺมกรา วา ภุญฺเชยฺยุ’นฺติ. ภาตุ จ ปน เอกปุตฺตกํ สาปเตยฺยสฺส การณา ชีวิตา โวโรเปสิ.

‘‘ยํ โข โส, มหาราช, เสฏฺฐิ คหปติ ตคฺครสิขึ ปจฺเจกสมฺพุทฺธํ ปิณฺฑปาเตน ปฏิปาเทสิ, ตสฺส กมฺมสฺส วิปาเกน สตฺตกฺขตฺตุํ สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชิ. ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสน อิมิสฺสาเยว สาวตฺถิยา สตฺตกฺขตฺตุํ เสฏฺฐิตฺตํ กาเรสิ. ยํ โข โส, มหาราช, เสฏฺฐิ คหปติ ทตฺวา ปจฺฉา วิปฺปฏิสารี อโหสิ – ‘วรเมตํ ปิณฺฑปาตํ ทาสา วา กมฺมกรา วา ภุญฺเชยฺยุ’นฺติ, ตสฺส กมฺมสฺส วิปาเกน นาสฺสุฬาราย ภตฺตโภคาย จิตฺตํ นมติ, นาสฺสุฬาราย วตฺถโภคาย จิตฺตํ นมติ, นาสฺสุฬาราย ยานโภคาย จิตฺตํ นมติ, นาสฺสุฬารานํ ปญฺจนฺนํ กามคุณานํ โภคาย จิตฺตํ นมติ. ยํ โข โส, มหาราช, เสฏฺฐิ คหปติ ภาตุ จ ปน เอกปุตฺตกํ สาปเตยฺยสฺส การณา ชีวิตา โวโรเปสิ, ตสฺส กมฺมสฺส วิปาเกน พหูนิ วสฺสานิ พหูนิ วสฺสสตานิ พหูนิ วสฺสสหสฺสานิ พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ นิรเย ปจฺจิตฺถ. ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสน อิทํ สตฺตมํ อปุตฺตกํ สาปเตยฺยํ ราชโกสํ ปเวเสติ. ตสฺส โข, มหาราช, เสฏฺฐิสฺส คหปติสฺส ปุราณญฺจ ปุญฺญํ ปริกฺขีณํ, นวญฺจ ปุญฺญํ อนุปจิตํ. อชฺช ปน, มหาราช, เสฏฺฐิ คหปติ มหาโรรุเว นิรเย ปจฺจตี’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต, เสฏฺฐิ คหปติ มหาโรรุวํ นิรยํ อุปปนฺโน’’ติ. ‘‘เอวํ, มหาราช, เสฏฺฐิ คหปติ มหาโรรุวํ นิรยํ อุปปนฺโน’’ติ. อิทมโวจ…เป….

‘‘ธญฺญํ ธนํ รชตํ ชาตรูปํ, ปริคฺคหํ วาปิ ยทตฺถิ กิญฺจิ;

ทาสา กมฺมกรา เปสฺสา, เย จสฺส อนุชีวิโน.

‘‘สพฺพํ นาทาย คนฺตพฺพํ, สพฺพํ นิกฺขิปฺปคามินํ [นิกฺขีปคามินํ (สฺยา. กํ. ก.)];

ยญฺจ กโรติ กาเยน, วาจาย อุท เจตสา.

‘‘ตญฺหิ ตสฺส สกํ โหติ, ตญฺจ อาทาย คจฺฉติ;

ตญฺจสฺส อนุคํ โหติ, ฉายาว อนปายินี.

‘‘ตสฺมา กเรยฺย กลฺยาณํ, นิจยํ สมฺปรายิกํ;

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ, ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณิน’’นฺติ.

ทุติโย วคฺโค.

ตสฺสุทฺทานํ –

ชฏิลา ปญฺจ ราชาโน, โทณปากกุเรน จ;

สงฺคาเมน เทฺว วุตฺตานิ, มลฺลิกา [ธีตรา (พหูสุ)] เทฺว อปฺปมาเทน จ;

อปุตฺตเกน เทฺว วุตฺตา, วคฺโค เตน ปวุจฺจตีติ.