๙. ยญฺญสุตฺตํ

๑๒๐. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส มหายญฺโญ ปจฺจุปฏฺฐิโต โหติ, ปญฺจ จ อุสภสตานิ ปญฺจ จ วจฺฉตรสตานิ ปญฺจ จ วจฺฉตริสตานิ ปญฺจ จ อชสตานิ ปญฺจ จ อุรพฺภสตานิ ถูณูปนีตานิ โหนฺติ ยญฺญตฺถาย. เยปิสฺส เต โหนฺติ ทาสาติ วา เปสฺสาติ วา กมฺมกราติ วา, เตปิ ทณฺฑตชฺชิตา ภยตชฺชิตา อสฺสุมุขา รุทมานา ปริกมฺมานิ กโรนฺติ.

อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘อิธ, ภนฺเต, รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส มหายญฺโญ ปจฺจุปฏฺฐิโต โหติ, ปญฺจ จ อุสภสตานิ ปญฺจ จ วจฺฉตรสตานิ ปญฺจ จ วจฺฉตริสตานิ ปญฺจ จ อชสตานิ ปญฺจ จ อุรพฺภสตานิ ถูณูปนีตานิ โหนฺติ ยญฺญตฺถาย. เยปิสฺส เต โหนฺติ ทาสาติ วา เปสฺสาติ วา กมฺมกราติ วา, เตปิ ทณฺฑตชฺชิตา ภยตชฺชิตา อสฺสุมุขา รุทมานา ปริกมฺมานิ กโรนฺตี’’ติ.

อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมา คาถาโย อภาสิ –

‘‘อสฺสเมธํ ปุริสเมธํ, สมฺมาปาสํ วาชเปยฺยํ นิรคฺคฬฺหํ;

มหายญฺญา มหารมฺภา [วาชเปยฺยุํ; นิรคฺคฬํ มหารมฺภา (ก.)], น เต โหนฺติ มหปฺผลา.

‘‘อเชฬกา จ คาโว จ, วิวิธา ยตฺถ หญฺญเร;

น ตํ สมฺมคฺคตา ยญฺญํ, อุปยนฺติ มเหสิโน.

‘‘เย จ ยญฺญา นิรารมฺภา, ยชนฺติ อนุกุลํ สทา;

อเชฬกา จ คาโว จ, วิวิธา เนตฺถ หญฺญเร;

เอตํ สมฺมคฺคตา ยญฺญํ, อุปยนฺติ มเหสิโน.

‘‘เอตํ ยเชถ เมธาวี, เอโส ยญฺโญ มหปฺผโล;

เอตญฺหิ ยชมานสฺส, เสยฺโย โหติ น ปาปิโย;

ยญฺโญ จ วิปุโล โหติ, ปสีทนฺติ จ เทวตา’’ติ.