๗. อฑฺฑกรณสุตฺตํ

๑๑๘. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิธาหํ, ภนฺเต, อฑฺฑกรเณ [อตฺถกรเณ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] นิสินฺโน ปสฺสามิ ขตฺติยมหาสาเลปิ พฺราหฺมณมหาสาเลปิ คหปติมหาสาเลปิ อฑฺเฒ มหทฺธเน มหาโภเค ปหูตชาตรูปรชเต ปหูตวิตฺตูปกรเณ ปหูตธนธญฺเญ กามเหตุ กามนิทานํ กามาธิกรณํ สมฺปชานมุสา ภาสนฺเต. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอตทโหสิ – ‘อลํ ทานิ เม อฑฺฑกรเณน, ภทฺรมุโข ทานิ อฑฺฑกรเณน ปญฺญายิสฺสตี’’’ติ.

‘‘(เอวเมตํ, มหาราช, เอวเมตํ มหาราช!) [( ) สี. ปี. โปตฺถเกสุ นตฺถิ] เยปิ เต, มหาราช, ขตฺติยมหาสาลา พฺราหฺมณมหาสาลา คหปติมหาสาลา อฑฺฒา มหทฺธนา มหาโภคา ปหูตชาตรูปรชตา ปหูตวิตฺตูปกรณา ปหูตธนธญฺญา กามเหตุ กามนิทานํ กามาธิกรณํ สมฺปชานมุสา ภาสนฺติ; เตสํ ตํ ภวิสฺสติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายา’’ติ. อิทมโวจ…เป…

‘‘สารตฺตา กามโภเคสุ, คิทฺธา กาเมสุ มุจฺฉิตา;

อติสารํ น พุชฺฌนฺติ, มจฺฉา ขิปฺปํว โอฑฺฑิตํ;

ปจฺฉาสํ กฏุกํ โหติ, วิปาโก หิสฺส ปาปโก’’ติ.