๑. ทหรสุตฺตํ
๑๑๒. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ภวมฺปิ โน โคตโม อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ ปฏิชานาตี’’ติ? ‘‘ยญฺหิ ตํ, มหาราช, สมฺมา วทมาโน วเทยฺย ‘อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’ติ, มเมว [มมํ (สพฺพตฺถ)] ตํ สมฺมา วทมาโน วเทยฺย. อหญฺหิ, มหาราช, อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ.
‘‘เยปิ เต, โภ โคตม, สมณพฺราหฺมณา สงฺฆิโน คณิโน คณาจริยา ญาตา ยสสฺสิโน ติตฺถกรา สาธุสมฺมตา พหุชนสฺส, เสยฺยถิทํ – ปูรโณ กสฺสโป, มกฺขลิ โคสาโล, นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต, สญฺจโย เพลฏฺฐปุตฺโต, ปกุโธ กจฺจายโน, อชิโต เกสกมฺพโล; เตปิ มยา ‘อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ ปฏิชานาถา’ติ ปุฏฺฐา สมานา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ น ปฏิชานนฺติ. กึ ปน ภวํ โคตโม ทหโร เจว ชาติยา นโว จ ปพฺพชฺชายา’’ติ?
‘‘จตฺตาโร โข เม, มหาราช, ทหราติ น อุญฺญาตพฺพา, ทหราติ น ปริโภตพฺพา. กตเม จตฺตาโร? ขตฺติโย โข, มหาราช, ทหโรติ น อุญฺญาตพฺโพ, ทหโรติ น ปริโภตพฺโพ. อุรโค โข, มหาราช, ทหโรติ น อุญฺญาตพฺโพ, ทหโรติ น ปริโภตพฺโพ. อคฺคิ โข, มหาราช, ทหโรติ น อุญฺญาตพฺโพ, ทหโรติ น ปริโภตพฺโพ. ภิกฺขุ, โข, มหาราช, ทหโรติ น อุญฺญาตพฺโพ, ทหโรติ น ปริโภตพฺโพ. อิเม โข, มหาราช, จตฺตาโร ทหราติ น อุญฺญาตพฺพา, ทหราติ น ปริโภตพฺพา’’ติ.
อิทมโวจ ภควา. อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –
‘‘ขตฺติยํ ชาติสมฺปนฺนํ, อภิชาตํ ยสสฺสินํ;
ทหโรติ นาวชาเนยฺย, น นํ ปริภเว นโร.
‘‘ฐานญฺหิ โส มนุชินฺโท, รชฺชํ ลทฺธาน ขตฺติโย;
โส กุทฺโธ ราชทณฺเฑน, ตสฺมึ ปกฺกมเต ภุสํ;
ตสฺมา ตํ ปริวชฺเชยฺย, รกฺขํ ชีวิตมตฺตโน.
‘‘คาเม วา ยทิ วา รญฺเญ, ยตฺถ ปสฺเส ภุชงฺคมํ;
ทหโรติ นาวชาเนยฺย, น นํ ปริภเว นโร.
‘‘อุจฺจาวเจหิ วณฺเณหิ, อุรโค จรติ เตชสี [เตชสา (สี. ก.), เตชสิ (ปี. ก.)];
โส อาสชฺช ฑํเส พาลํ, นรํ นาริญฺจ เอกทา;
ตสฺมา ตํ ปริวชฺเชยฺย, รกฺขํ ชีวิตมตฺตโน.
‘‘ปหูตภกฺขํ ชาลินํ, ปาวกํ กณฺหวตฺตนึ;
ทหโรติ นาวชาเนยฺย, น นํ ปริภเว นโร.
‘‘ลทฺธา หิ โส อุปาทานํ, มหา หุตฺวาน ปาวโก;
โส อาสชฺช ฑเห [ทเห] พาลํ, นรํ นาริญฺจ เอกทา;
ตสฺมา ตํ ปริวชฺเชยฺย, รกฺขํ ชีวิตมตฺตโน.
‘‘วนํ ยทคฺคิ ฑหติ [ทหติ (ก.)], ปาวโก กณฺหวตฺตนี;
ชายนฺติ ตตฺถ ปาโรหา, อโหรตฺตานมจฺจเย.
‘‘ยญฺจ โข สีลสมฺปนฺโน, ภิกฺขุ ฑหติ เตชสา;
น ตสฺส ปุตฺตา ปสโว, ทายาทา วินฺทเร ธนํ;
อนปจฺจา อทายาทา, ตาลาวตฺถู ภวนฺติ เต.
‘‘ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส, สมฺปสฺสํ อตฺถมตฺตโน;
ภุชงฺคมํ ปาวกญฺจ, ขตฺติยญฺจ ยสสฺสินํ;
ภิกฺขุญฺจ สีลสมฺปนฺนํ, สมฺมเทว สมาจเร’’ติ.
เอวํ วุตฺเต, ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต, อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต! เสยฺยถาปิ ภนฺเต, นิกฺกุชฺชิตํ [นิกุชฺชิตํ (?)] วา อุกฺกุชฺเชยฺย, ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย, มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย – ‘จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตี’ติ; เอวเมวํ ภควตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต. เอสาหํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. อุปาสกํ มํ, ภนฺเต, ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ.